ด่วน!!! Kitty Resort สุดสะพรึง!!! ฝันร้ายสำหรับคนรักคิดตี้ [Pantip]


สวัสดีปีใหม่ 2558 ค่ะ แพะ
วันนี้เป็นวันต้นปีทุกคนคงกำลังเที่ยวปีใหม่กันอยู่
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาเราและครอบครัวได้ไปเที่ยวภูเรือ จังหวัดเลย
โดยได้จองที่พักของ Kitty Resort เป็นเต๊นท์ 3 ห้อง ราคาห้องละ 1,500 บาท และบ้าน 1 หลัง ราคา 2,500 บาท
โดยทางรีสอร์ทให้โอนเต็มจำนวนคือ 7,000 บาท เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้โอนไปเต็มจำนวน
และขับรถไปเที่ยวอย่างสบายใจ แต่เมื่อไปถึงเท่านั้นละค่ะ ก็เจอเรื่องสุดสะพรึง แต่ก่อนจะเข้าสู่เรื่องสุดสะพรึงเราจะขอโชว์รูปที่รีสอร์ทนี้โพสลงเพื่อ โฆษณาว่าจะเปิดรีสอร์ทอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม 2557 เพื่อให้ลูกค้าโทรจองห้องพักได้ ซึ่งเมื่อเห็นจากรูปภาพจะเห็นได้ชัดว่ารีสอร์ทค่อนข้างสวยและเสร็จสมบูรณ์ เพียงพอที่จะเปิดรับลูกค้าให้เข้าพักได้แล้ว





เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 เราและครอบครัวได้ไปถึงรีสอร์ทเวลาประมาณ 12.00 น. เราจึงได้เข้าไปดูก่อนว่าจะต้องเช็คอินตรงไหน
ซึ่งเมื่อขับรถเข้าไปถึงสะพรึงแรกคือ คนเยอะมากเนื่องจากทางรีสอร์ทคิดค่าเข้าชมสวนดอกคนละ 20 บาท จึงมีคนให้ความสนใจเข้าไปชมกันอย่างล้นหลาม ประเด็นคือทุกคนไม่ได้เข้าชมดอกไม้ส่วนมากจะเข้ามาชมตัวรีสอร์ทมากกว่า และเมื่อเราลงจากรถเพื่อเดินหาออฟฟิตของรีสอร์ทเพื่อจะเช็คอินเราเดินหาไม่ เจอเพราะคนเยอะแล้วรีสอร์ทยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่เลย เราก็งงว่าเราจะพักตรงไหนได้?

จึงเกิดสะพรึงที่สองก็คือเต๊นท์ก็ยังพึ่งกาง เตียงก็ยังอยู่ในถุงวางอยู่นอกเต๊นท์ แต่จะมีเต๊นที่เสร็จสมบูรณ์อยู่ไม่กี่เต๊นท์



ส่วนห้องพักที่เป็นบ้านหลังๆก็มีช่างกำลังทาสีอยู่ ห้องก็โล่งๆยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เรยสักชิ้น พื้นห้องก็มีรอยสีเลอะเต็มพื้น ห้องน้ำก็เลอะมาก หลังห้องก็มีถังสี ผ้าม่านก็ยังไม่ได้ติด



เราเริ่มมองหน้ากับคุณพ่อว่าเอาไงดีนี่จะนอนกันยังไง เริ่มนึกว่านี่เรามากันผิดที่รึเปล่า??
และอากาศก็ร้อนมากๆเราก็เริ่มหงุดหงิด แถมคนที่จ่าย 20 บาทเพื่อเข้าชมสวนดอกไม้ก็เดินมาเปิดเต๊นท์เพื่อดูภายในเต๊นท์กันอย่างสนุก สนาน เดินเข้าเต๊นท์นี้ออกเต๊นท์นู้น เข้าบ้านนี้ออกบ้านนู้น อย่างกับสวนสนาม เพื่อให้อารมณ์เย็นลงเราเรยตัดสินใจไปทานข้าวรอเพื่อให้น้าสาวที่เป็นคนโทร จองติดต่อกับคนที่รับจองว่าต้องไปเช็คอินที่ไหนอะไรยังไง แล้วจะเข้าพักได้ยังไงในเมื่อมันยังไม่เสร็จเรย เมื่อน้าสาวเข้าไปเช็คอินตอน 14.00 น. น้าสาวเห็นสภาพรีสอร์ทถึงกับช็อคเรยคุยกับผู้จัดการรีสอร์อทว่าในเมื่อ รีสอร์ทยังสร้างไม่เสร็จแล้วจะพักได้ยังไง จึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่งในตอนแรกผู้จัดการก็จะคืนให้ แต่เจ้าของรีสอร์ทเค้าอยู่แถวนั้นและได้ยินที่น้าสาวเราขอคืนเงินจึงเดิน เข้ามาจัดการคุยเอง
น้าสาว : ขอคืนเงินครึ่งหนึ่งค่ะ ห้องยังไม่เสร็จแบบนี้จะพักได้ยังไง
เจ้าของรีสอร์ท : ผมไม่คืนเงิน เพราะผมมีห้องให้คุณ ถ้าผมไม่มีห้องให้คุณผมถึงจะคืนเงินให้คุณ และถ้าผมคืนเงินให้คุณผมจะขายห้องพักต่อให้ใครได้
น้าสาว : (คิดในใจ เออ ก็จริงของมัน ถ้าคนมาเห็นสภาพห้องแบบนี้ใครมันจะโง่จ่ายเงินเข้าพักวะ!!! นี่ถ้าโอนเงินมาแค่ครึ่งหนึ่งนะข้าไปนานแล้วไม่นงไม่นอนมันแล้วสภาพแย่ๆแบบ นี้) ห้องนี่ยังสร้างไม่เสร็จเรยนะค่ะ
เจ้าของรีสอร์ท : เนี้ยเสร็จแล้ว ห้องอื่นเค้าก็เข้าพักกันได้ไม่เห็นมีปัญหา
น้าสาว : อึ้ง (คิดในใจ สภาพนี้เนี้ยนะเสร็จแล้ว และนี่ด่าว่าข้าเรื่องมากมีปัญหาอยู่กลุ่มเดียวอีก)
เจ้าของรีสอร์ท : นี่ขนาดให้โอนมาเต็มจำนวนนะยังจะไม่พัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าข้าไม่โอนมาเต็มจำนวนแล้วมาเห็นสภาพห้องพักเป็นแบบนี้ข้างก็คงไม่พักหลอกโว้ย)
เจ้าของรีสอร์ท : พูดประมาณว่า รีสอร์ทผมใครๆก็อยากพัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าใครๆก็อยากเข้าพักทำไมไม่คืนเงินล่ะ ห๊าาาาา)
แถมต้องมัดจำค่าห้องห้องละ 500 บาท เผื่อของเค้าเสียหายด้วยนะ สมควรต้องเก็บอ่ะของทุกอย่างก๊อกแก๊กมากอ่ะ คือพังง่ายมาก จับเบาๆก็เอียงจะล้มละ และด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา ครอบครัวเราจึง เออพักก็พักวะ เพราะแลดูเจ้าของรีสอร์ทเค้าจะเป็นใหญ่เป็นโต ถึงขนาดที่กล้าพูดจาไม่ง้อลูกค้าขนาดนี้ แสดงว่าเค้าคงมีดีพอตัว (อยากรู้ว่าใหญ่รึเปล่าก็ไปสือกันเอาเองนะจ๊ะ)

ครอบครัวเราไปเช็คอินตอน 14.00 น. แต่ยังไม่สามารถเข้าพักได้ เพราะอากาศร้อนมาก ภายในเต๊นท์ไม่มีแอร์หรือพัดลมเลย เราจึงต้องไปหาที่นอนเล่นแถวน้ำตกเพื่อรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนและเพื่อให้ อากาศเย็นตัวลงจึงจะเข้าพักได้
เมื่อเวลา 18.00 น. เราจึงเข้าที่พักได้เพราะอากาศเริ่มเย็นบ้างแล้ว แต่ก็มีคนที่ยังเข้ามาชมไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนว่าเราเป็นสัตว์ให้คนเข้ามาเดินชม ชะโงกดูในเต๊นท์บ้างตามอัธยาศัยหรือตามมรรยาทของแต่ละบุคคล อีกทั้งเต๊นท์นั้นไม่มีห้องน้ำในตัวจึงต้องเข้าห้องน้ำรวม และช่วยดูสภาพห้องน้ำรวมหน่อยว่ามันเข้าได้ไหม? พูดสิพูด





แถมเต๊นท์นั้นไม่มีกุญแจล็อคเลย เราจึงถามพนักงานเพราะกลัวของหาย พนักงานวิ่งไปถามเจ้าของและวิ่งกลับมาบอกเราว่า
“ถ้าของหายทางเราจะรับผิดชอบค่ะ” โห!!! รวยชะมัด แล้วภายในเต๊นท์นั้นสิ่งของทุกอย่างเปราะบางมาก พื้นเต๊นท์ก็ใช้เสื่อน้ำมัน แถมจานชามช้อนยังไม่ได้แกะป้ายราคา แถมมีใบคู่มือการใช้งานตู้เย็นแช่อยู่ในตู้เย็นด้วยค่ะ สงสัยกลัวลูกค้าใช้ตู้เย็นไม่เป็น



และเมื่อเราเดินไปดูที่พักที่เป็นบ้านหลังๆที่น้าสาวพักก็อยากจะวิ่งออกมา กรี๊ดดังๆ คือ จัดเตียงได้แปลกแหวกแนวมาก กล่องทีวีดาวเทียมก็ติดตั้งได้แปลกเช่นกัน อีกทั้งกระจกแต่งหน้าก็สูง(ไม่แน่ใจว่าเราเตี้ยไปหรือมันสูงไปกันแน่) ระเบียงก็ยังมีถังสีอยู่เลยสงสัยจะให้เราช่วยทาให้ อีกทั้งห้องน้ำนั้นเป็นปัญหาใหญ่สุดเลย ท่อยังไม่มีฝาปิด ฝ้ายังไม่ปิด และน้ำในโถส้วมเป็นสีเหลือง แถมน้ำมีกลิ่นสนิมอีก จะอาบได้ยังไงละทีนี้ สรุปจึงต้องไปอาบน้ำที่ปั๊มตามระเบียบ ส่วนเรื่องล้างหน้าแปลงฟันนั้นไม่ต้องพูดถึงน้ำขวดแน่นอนอยู่แล้วค่ะ










และตอนกลางคืนน้าชายตื่นจ้า ไม่ใช่เจอผีหรืออะไรนะ แต่เพราะแสบจมูกเหม็นกลิ่นสีภายในห้อง เนื่องจากพึ่งทาสีเสร็จสดๆร้อนๆกลิ่นเลยแรงมาก อีกทั้งเราได้เข้าพักก็เย็นมากแล้ว แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตี5เพื่ออาบน้ำและเก็บของออกจากรีสอร์ทเพราะกลัวถ้า ตื่นสายจะมีคนที่เข้ามาชมดอกไม้แล้วมาเปิดเต๊นท์เจอเราหลับ มันไม่โอเคมากๆเลยนะ ส่วนอาหารเช้านั้นอย่าได้พูดถึง มีขนมครก 3 ฝา ปาท่องโก๋ 4 ตัว ข้าวต้ม และน้ำเต้าหู้ นี่คืออาหารสำหรับ 9 คนนะค่ะ

จะบ้าตาย รีบเรยจ๊ะไม่กงไม่กินละ เก็บของๆเช็คเอ้าค่ะ ก่อนออกแอบหันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใส่ผ้าเช็ดตัวกับหมวกคลุมผมเดินออกมา จากเต๊นท์เพื่อจะเดินไปอาบน้ำ แอบสงสารเลยอ่ะ คือมีคนมาเข้าชมตั้งแต่ 7.30 น. ได้ คือไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่จ่ายเงินมาแพงกว่าคนที่จ่าย20บาทเลยอ่ะ ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าอยากได้ภาพสวยๆ และไม่อยากตื่นเช้าทำอะไรรีบๆ และไม่อยากอารมณ์เสียกับเจ้าของรีสอร์ทควรจ่ายแค่ 20 บาทพอนะคะ ไม่ควรจ่าย 1,500 หรือ 2,500 เด็ดขาด

ด้วยความที่ครอบครัวเราก็ทำธุรกิจรีสอร์ทเหมือนกันจึงคิดว่า ในเมื่อคุณยังสร้างไม่เสร็จ แล้วคุณจะเปิดเพื่อให้ลูกค้าจองห้องเข้าพักทั้งๆที่ยังทำไม่เสร็จทำไม ให้ลูกค้าด่าคุณทำไม? และด้วยจรรยาบรรณแล้ว คนทำงานบริการก็ควรจะง้อลูกค้า ไม่ใช่พูดจาแบบนี้ ในเมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้แล้วคุณควรศึกษาให้ดีกว่านี้ และถ้าคุณบริการใครไม่เป็นก็ควรจ้างคนมาทำงานด้านบริการแทนซะ ถึงค่าห้องจะไม่มากแต่คุณก็ได้เงินจากเราซึ่งถือเป็นลูกค้า ไม่ใช่ว่าเรามาขอพักฟรี ดังนั้นคุณก็ควรบริการเรา ซึ่งแม้ตามความเป็นจริงแล้วคุณจะร่ำรวยมหาศาลกว่าเราก็ตาม แต่เมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้คุณต้องถือว่าลูกค้าเป็นพระเจ้า ลูกค้าถูกเสมอ แม้ลูกค้าจะงี่เง้าขนาดไหนก็ตามคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปด่าเค้าเพราะเค้าจ่ายเงิน เพื่อมาพักไม่ได้มาขอพักฟรีๆ เพราะมันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจรีสอร์ทดำเนินต่อไปได้ และถ้ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่าการก่อสร้างคุณก็ควรจะแจ้งลูกค้าให้ทราบถึง ข้อเท็จจริงก่อนว่ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ถ้ารับได้ก็ให้โอนเงินจอง ถ้ารับไม่ได้ก็ยังไม่ต้องจอง แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ทางเราทราบก่อนจองเลย ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและ เพียงพอเกี่ยวกับบริการ แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งเรา ทำให้เราได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม

และอีกประเด็นหนึ่งที่เราสงสัยคือ รีสอร์ทนี้ได้ขอลิขสิทธิ์แล้วหรือยัง? และของที่ใช้ภายในรีสอร์ทนั้นเป็นของลิขสิทธิ์ที่หิ้วเข้ามาโดยไม่เสียภาษี หรือซื้อจากช็อปภายในประเทศที่เสียภาษีแล้วกันแน่น?