Line Sticker สดใส ผ่านแล้วค่ะ จากที่รอมา 7 เดือน !!


สดใส แมวหนุ่มออฟฟิศ (ภาษาไทย)

>> http://line.me/S/sticker/1136151 <<

line-promote-fb1

เป็นอะไรที่ทรหดอดทนมาก เนื่องจากเพิ่งมารู้สึกอยากจะทำสติ๊กเกอร์ไลน์เล่นๆลงขายกับเขาบ้าง (ไม่คิดถึงกำไร เพราะ คิดว่าคงไม่ได้อะไรมาก 555)
กว่าจะลงมือทำ และ กว่าจะเสร็จจนได้อัพลงเว็บรอทางทีมงานไลน์ตรวจนั้น ก็มีคนทำมาเยอะพอสมควรแล้ว เรียกได้ว่า คนอื่นเขาทำจนขายได้หลักล้านกันไปแล้ว

พอรู้สึกได้ว่า ตัวเองอยากทำ จึงเริ่มทำ เริ่มคิดคาแรคเตอร์ เริ่มลงไอเดีย และ ใช้โปรแกรมที่ตัวเองถนัดที่สุดนั่นคือ illustrator
โปรแกรมนี้ เป็นโปรแกรมที่ทำให้อะไรๆดูง่าย ดัดเส้นได้ วาดได้ ลงสีได้ แม้จะไม่เทพเหมือนโปรแกรมวาดการ์ตูน แต่ก็พอทำแทนได้ (เพราะใช้โปรแกรมอื่นไม่เป็น)

ทางกำหนดของไลน์บอกว่า ต้องใช้รูปทั้งหมด 40 รูป และ 2 รูปเป็นรูปโชว์ในสโตร์และในแอพไลน์ รวมแล้วก็ 42 รูป
ถือว่าเป็นอะไรที่เยอะพอสมควร.. คิดง่ายๆ ถ้าไปจ้างเขาทำ เท่าที่เห็นๆมาจะคิดรูปละ 1,000 บวกลบ นิดหน่อย รวมๆแล้วก็ 40,000 – 50,000 ถึงหลักแสนถ้างานดี งานสวย
ส่วนเรา แม้จะวาดรูปไม่เก่ง แต่ก็พอทำได้ ทำเอง เหนื่อยเอง ภูมิใจกว่า และ ประหยัดกว่า ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ค่อยเสียดายอะไรมาก ถือว่าได้ทำแล้ว ได้ขายแล้ว อิอิ

ขณะนั้นที่เริ่มลงมือวาด ก็ทำงานออฟฟิศไปด้วย เช้าไปทำงาน เย็นกลับมามีเวลา 2-3ชั่วโมง ก็เอามานั่งวาด นั่งคิดไอเดีย
กว่าจะเสร็จ ปาไปหลายเดือน เนื่องจาก ช่วงนั้นบ้าซีรีย์ 555555+ และ เริ่มล้าจากการทำงาน เริ่มผลัดว่า พรุ่งนี้ค่อยทำ หยุดไปหลายอาทิตย์ชาร์จแบตให้ตัวเอง

สุดท้าย พอทำจนครบ 40 ตัว ก็ถึงเวลาคิดชื่อ คิดเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องที่ทำ มันเกิดมาจากตอนขณะวาด ไม่ได้คิดเรื่องไว้ก่อนเลยว่า เจ้าตัวนี้จะเป็นยังไง จะทำอะไร จะมีเพื่อนรึเปล่า
และที่ตั้งชื่อว่า “สดใส” (กดค้นหา พิมพ์ว่า สดใส ได้เลย หาน้องแมวตัวส้มๆ รับรองว่าเด่นจริง อิอิ) เพราะ เป็นคนที่ชอบสีสันสดใส ชอบอะไรที่มันเด่นๆ ชัดๆ ตัวใหญ่ๆ
คือ เราเองก็ยังไม่แก่นะ สายตายังไม่แย่ แต่เวลาเห็นสติ๊กเกอร์บางรูปที่มันตัวเล็กๆ สีจืดๆ (อันนี้ต้องขอโทษนะคะ ไม่ได้ว่าใครน้าาา เรารู้ว่ามันเป็นคาแรคเตอร์ของตัวเอง)
แถมบางรูปยังใช้คำศัพท์ที่ตัวเล็ก อัดไปทั้งประโยค มันดูแล้วไม่ค่อยสบายตาเท่าไร คนส่งก็ต้องเพ่ง คนรับก็ต้องเพ่ง ว่าพิมพ์ว่าอะไร ส่งสติ๊กเกอร์อะไรมา อ่านไม่ออก มองไม่เห็น

และทุกๆอย่างที่เกิดจากปัญหาและความชอบของตัวเอง ทำให้ออกมาเป็น น้อง”สดใส” แมวหนุ่มออฟฟิศ สีสันสดใส ตัดขอบสีดำเด่นๆ ตัวใหญ่มากกกก
พอเอาไปให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ออฟฟิศดู เขาก็ถามมาว่า นี่ชีวิตเราเลยรึเปล่า 555555+ มันก็อาจจะมีบ้างนะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างน้อยเราก็ไม่ได้แอบหลับในที่ทำงานนะ

ขออนุญาติพิมพ์ยาวหน่อยนะคะ แค่อยากจะนำอะไรๆมาแชร์ให้ได้ทราบกัน (ไม่ได้อยากมาโปรโมทอย่างเดียว > < )

หลังจากมีสตอรี่ว่า น้องสดใสเป็นแมวที่ทำงานออฟฟิศ มีชีวิตเหมือนหนุ่มออฟฟิศทั่วไป ตืนสาย ไปทำงานสาย โดนเจ้านายดุ แอบหลับในที่ทำงาน แถมไปด้วยโหมด งอน ง้อ และ อินเลิฟ
ยังเพิ่มสอตรี่เพื่อเพิ่มตัวละครเข้ามาอีกคือ “ลูกชิ้นปลา” 2 ลูกที่อยู่ในชามเย็นตาโฟ อยู่ดีๆมันก็มีชีวิต ทำให้ น้อง”สดใส” ไม่กล้ากิน และกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด
คาแรคเตอร์ของ “ลูกชิ้นปลา” จะมี 2 แบบ คือ ลูกนึงจะดุ.. ชอบแกล้ง ชอบวิ่งไล่กัดอีกลูก ส่วนอีกลูกนึงก็จะขี้แง ร้องไห้ และวิ่งหนีตลอด.. ประมาณนั้น (ก็คิดไปได้เนอะ 555)
และคิดเอาไว้ว่า ถ้ายังไม่เลิกเห่อทำสติ๊กเกอร์ไลน์ น่าจะได้ทำคาแรคเตอร์ใหม่ๆเพิ่มอีก
แต่ด้วยระยะเวลาที่น๊าน นาน นานจนเพื่อนๆลืมว่าเราทำสติ๊กเกอร์ขาย ทำให้คิดแล้วคิดอีกว่า จะทำอีกดีมั๊ย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีมั๊ย ทำแค่ลายเดียวก็พอมั๊ง

มาพูดถึงเรื่องระยะเวลาในการรอสติ๊กเกอร์อนุมัติกันบ้าง..
เราทำเสร็จส่งอัพไปให้ทางไลน์ตรวจงาน เมื่อตอนต้นเดือน พฤศจิกายน 2557
และโดนตีกลับมาให้แก้ไข 1 รูป เป็นรูปกำลังเตะฟุตบอล ใสชุดกีฬาซึ่งบังเอิญไปทำขีด 3 ขีดบนชุด ซึ่งมันเป็นโลโก้ของ ADIDAS (เราเองก็ไม่รู้ – – ก็ต้องกลับมาแก้สิครับ)

แอบเสียใจนิดหน่อยที่พลาดอะไรแบบนี้ เพราะ การที่โดนกลับมาแก้ไขใหม่ เวลาเราอัพส่งไปอีกรอบ เราจะต้องไปต่อท้ายแถว ทำให้ระยะเวลาในการตรวจงานเรานานมากขึ้นอีก
ปล. ได้ข่าวมาจากคนอื่นๆที่ทำสติ๊กเกอร์ขายเหมือนกัน บางคนก็โดนตอนแรก แก้ 2 รูป ส่งไปอีกรอบ รอบนี้ แก้เพิ่มอีก 3 รูป ซึ่งเป็นรูปที่ผ่านตอนแรกแล้ว ก็ได้แต่สงสัยกันว่า คนตรวจคงจะคนละคนกัน
และทางไลน์นั้น ยังมีข้อกำหนด ข้อห้าม ในการทำสติ๊กเกอร์ละเอียดหน่อย แต่ก็ยังพอรับไหว แต่บางอย่าง มันก็ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ประมาณว่า คนอื่นทำได้ แต่เราห้าม อะไรแบบนี้
ส่วนมากข้อกำหนด ข้อห้าม จะทั่วๆไป เช่น ห้ามรูปที่ส่อไปทางอนาจาร ความรุนแรง เลือด อาวุธ ยาเสพติด ศาสนา การเมือง ซึ่งอ่านๆดูแล้วก็ปกตินะ
แต่ก็ยังมีบางคนที่ส่งไปให้ตรวจ แต่โดนตีกลับมาให้แก้ ซึ่งเหตุผลบางอย่างก็อยากที่จะเข้าใจว่า ทำไม ? ฉันผิดอะไร ? โลกนี้ทำไมมันไม่ยุติธรรมสักนิด ? ดีหน่อยที่เราเองไม่เจออะไรแบบนี้ รอดตัวไป

เราแก้ไขเรียบร้อย น่าจะอยู่ในช่วงเดือนธันวานั่นล่ะก็ส่งกลับไปอีกรอบ ต่อท้ายแถวซิคะ T ^ T ไม่เป็นไร ไหนๆก็รอมานานละ รออีกจะเป็นไร ในตอนนั้นมั่นใจว่า 4 เดือนพอ ได้ขายแน่ เพราะ เพื่อนๆใช้เวลาประมาณนั้น
มกราคมผ่านไป…. กุมภาพันธ์ วาเลนไทน์ผ่านไป….. มีนา เมษา พฤษภาคม !! นานไปแล้วนะ.. บ่นกับกลุ่มที่ทำไลน์ด้วยกันทุกวัน นี่มันปกติรึเปล่า 7 เดือนแล้ว มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน เลยค่อยโล่งหน่อย
หนำซ้ำ คนญี่ปุ่นที่บริษัท เค้าก็ทำลงขายเหมือนกัน (แต่ขายเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เป็นภาษาญี่ปุ่น) เค้าใช้เวลา 3 เดือนค่ะ !!! 3 เดือนนนนนน เท่านั้น !! เรางี้ ใจแป้วเลย .. แต่ก็เก็บไว้ในใจ ท่องไว้ว่า สักวันนะ !!

จนเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้ปุ่มฟ้า (ปุ่มแสดงสถานะว่า ผ่านแล้วจ้าาาาาา) เท่านั้นล่ะ.. ดีใจมากกกก อยากกดวางขายจะแย่ แต่รอก่อน ให้เตรียมแผนโปรโมทก่อน
คือ พอสติ๊กเกอร์ผ่านอนุมัติแล้วเนี่ย เราสามารถเลือกกดวางขายเมื่อไรก็ได้ค่ะ ตามแต่ที่เราจะพร้อม เก็บไว้เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวก่อนก็ได้นะ อิอิ

สรุปแล้ว ที่ รอมา 7 เดือนก็ประมาณนี้ค่ะ คิดว่าถ้าไม่โดนรีเจค (ตีกลับมาให้แก้) น่าจะผ่านไวกว่านี้ 4-5 เดือน ค่ะ..

ตอนนี้ว่าจะลองเริ่มทำตัวใหม่ แต่ได้ยินมาจากคนอื่นๆว่า หากอยากให้ผ่านอนุมัติไวให้ใช้เป็นภาษาอังกฤษแทน เลือกลงขายเฉพาะประเทศ หรือไม่ก็ ไม่ต้องมีคำพูดเลยจะยิ่งดีมาก
อันนี้ก็ไม่รุ้นะคะ ว่ามันจริงรึเปล่า มันจะเกี่ยวกันเหรอที่ว่า เพราะเป็นคนไทย เพราะใช้ภาษาไทย ว่าจะลองดูเหมือนกัน ความจริงแล้วมันอาจจะอยู่ที่ดวง หรือ กรรมเก่าของแต่ละคนก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ

สุดท้ายฝากไว้ด้วยนะคะ สดใส.. สีสันสดใส.. ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ผู้หญิงก็ใช้ได้น้าาาา น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง !!

สดใส แมวหนุ่มออฟฟิศ (ภาษาไทย)

>> http://line.me/S/sticker/1136151 <<

10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญต่างๆ


10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญ

จุดขายของเกมแนวสยองขวัญ แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นฉากสยองขวัญต่างๆ แต่ว่าในความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เราเล่นเกมสยองขวัญเนี่ย เราไม่ได้กลัวเจ้าตัวประหลาดที่มันจะมาขย้ำคอผู้เล่นหรอก แต่กลัวบรรยากาศของเกม มุมกล้อง เสียงดนตรี และอื่นๆโดยรวมต่างหาก คุณลองคิดภาพดู หากคุณเล่นเกมสยองขวัญแล้ว จู่ๆผีมันก็เดินมาจากข้างหน้าให้เราเห็นแต่เนิ่นๆ กับการที่มีบรรยากาศ มีเสียง มีหมอกออกมาก่อน จากนั่นมันก็โผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวอันไหนจะน่ากลัวกว่ากัน หากมันเป็นผีหรือสัตว์ประหลาดตัวเดียวกัน แน่นอนว่าแบบหลังมันต้องระทึกกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเกมสยองขวัญต่างๆก็จะมีฉากการปรากฏตัวของเหล่าผีและตัวประหลาดไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกใจสั่นไปกับมันมากที่สุด และก็ได้มีการคัดเลือกฉากของเกมส์สยองขวัญที่ทำให้ระทึกที่สุดมา 10 อันดับดังนี้

 

10. ฉากเปิดตัวของเจ้าหัวพีรามิด เกม Silent Hill 2

เป็นฉากที่เจมส์ ตัวเอกเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งในอพาร์ตเม้นร้าง และได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจประจำภาค เจ้าหัวพีรามิด ที่กำลังเชือดเจ้าตัวแมเนควินอยู่ เจมส์เข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แต่สายไปแล้วเจ้าพีรามิดมันเห็นเขาแล้ว และเดินเข้าไปเชือดเขา ตอนที่เจอฉากนี้ครั้งแรกคนเล่นหลายๆคนคงคิดว่าเอาแล้ว ต้องสู้แล้ว อาวุธก็ไม่มี แต่ทันใดนั้นเจมส์ก็หยิบเอาปืนพกในตู้มาไล่มันไปได้ โล่งอกไปพักหนึ่ง

 

9. ฉากเริ่มต้นในเมือง Rapture เกม Bioshock

Bioshock ภาคแรกสุดเป็นภาคที่หลอนที่สุดในซีรี่ย์เลยก็ว่าได้ และเป็นภาคที่หลายๆคนชื่นชอบ หนึ่งในฉากที่ระทึกสุดของเกมก็คือช่วง Intro เริ่มที่เข้าสู่เมืองใต้ทะเล Rapture ที่กล่าวกันว่าเป็นเมืองใต้ทะเลที่สวยงาม แต่กลับกลายเป็นเมืองสยองไป เมื่อคุณเห็นเจ้าตัว splicer ใครบางคนจากอีกห้อง และมันก็พยายามจะพังประตูเข้ามาฉีกร่างของคุณด้วย

 

8. ฉากผีจับไหล่ (ไม่ใช่ผีจับหัวนะ) เกม Fatal Frame 2

เกมกล้องถ่ายผีที่เป็นหนึ่งในเกมผีที่สยองที่สุด จริงๆแล้วเกมนี้มีฉากสุดระทึกนับไม่ถ้วน แต่ที่หลอนมากก็ฉากที่มีผีมาแตะไหล่มิโอะในภาคสอง พอเธอหันไปดูก็จ๊ะเอ๋! ใครเล่นเกมนี้ครั้งแรกอาจทำเอาฝันร้ายไปหลายวัน แต่ส่วนตัวแล้วผมระทึกตอนฉากเปิดตู้กับฉากมองลงไปในบ่อน้ำมากกว่า

 

7. ฉากห้องหุ่นในเกม Condemned: Criminal Origins

เป็นเกมยิง FPS สยองขวัญอีกซีรี่ย์ที่เกิดมาในยุคเดียวกับ FEAR แต่หายไปจากวงการเลยในปัจจุบัน ฉากห้องหุ่นนี้ ตอนแรกมันก็เป็นหุ่นตั้งโชว์ธรรมดาๆ แต่เมื่อคุณเดินหันหลังให้มันล่ะก็ จู่ๆ มันก็ขยับมาอยู่ข้างหลังคุณได้อย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าเป็นในชีวิตจริงล่ะก็เห็นแบบนี้คงเผ่นป่าราบไปข้างแล้ว

 

6. ฉากจ๊ะเอ๋กับ Alma ในเกม FEAR ภาคแรก

Alma สาวน้อยที่มีพลังจิตอันแสนจะน่ากลัวในเกม FEAR เธอจะโผล่มาสร้างความระทึกให้ผู้เล่นหลายต่อหลายครั้งในเกม และมันก็หลอนทุกครั้งเลยด้วย

 

5. หมาตัวแสบ ในเกม Resident Evil

ฉากโคตรระทึกที่คุณพบเจอได้ตั้งแต่ต้นเกม ในทางเดินที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทันใดนั้นเจ้าหมาซอมบี้ตัวแสบก็พังหน้าต่างเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว เชื่อว่าคนเล่นเจอฉากนี้ครั้งแรกทุกคนต้องตกใจแน่นอน

 

4. The Witch ในเกม Left 4 Dead

ยัยซอมบี้แม่มดตัวแสบจากเกม 4 หน่อต่อกรผี เจ้าผีตัวนี้จะไม่ปรากฏตัวให้เราเห็น แต่มันจะส่งเสียงร้องไห้อันแสนเย็นยะเยือกทำเอาขนลุกขนพองมาก่อน ทันทีที่มันเห็นผู้เล่น มันจะพุ่งเข้ามาตบลงไปนอนอย่างรวดเร็ว ใครเจอมันถ้าไม่แน่จริง หลีกไว้จะดีกว่าไม่งั้นอาจเป็นศพได้ง่ายๆ

 

3. ฉากเจอเนโครมอร์ฟตัวแรกใน Dead Space

เจ้าเอเลี่ยนสิงศพ ศัตรูตัวฉกาจของ Isaac ที่เชื่อว่าผู้เล่นที่เจอมันครั้งแรกต่างก็สู้กับมันไม่เป็น ทำไมยิงมันแล้วยังไม่ตาย เพราะเกมอื่นๆอย่างเกมยิงซอมบี้ แค่ยิงหัวมันก็ตายแล้ว แต่เนโครมอร์ฟใน Dead Space ยิงหัวมันอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องยิงฉีกมันทุกส่วนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เริ่มจากขา แขน และส่วนต่างๆของมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย ถ้ายิงหัวมันอย่างเดียว ฝ่ายมันแหละจะมาเด็ดหัวเราไปใส่แทนที่เดิม

 

2. ฉากศพในห้องน่้ำเกม Eternal Darkness

เกมสยองขวัญที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ก็เป็นเกมที่มีฉากและบรรยากาศสยองไม่ใช่เล่น และในขณะที่ตัวละครผู้เล่นกำลังหาเบาะแสในห้องน้ำอยู่นั้น เมื่อสำรวจอ่างอาบน้ำแทนที่จะได้เบาะแส กลับเป็นฉากภาพย้อนไปตอนที่เหยื่อถูกฆ่าเลือดนองในอ่างอาบน้ำแทน

 

1. ฉากสู้กับพ่อใหญ่ Big Daddy ครั้งแรก ในเกม Bioshock

เกมเดียวแต่ติดอันดับเข้ามาถึง 2 ฉาก เพราะ Bioshock ภาคแรกเป็นภาคที่แฟนชื่นชอบและสยองสุดๆแล้ว พ่อใหญ่ Big Daddy เป็นหนึ่งในบอสที่ปราบค่อนข้างยาก หากไม่รู้วิธีปราบ เนื่องจากมันพุ่งเข้าโจมตีผู้เล่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมระหว่างที่สู้หากมันวิ่งเข้าใส่ ตัวผู้เล่นจะติดอาการหวาดกลัว ทำให้วิ่งไม่ออก ยิ่งสู้ยากกว่าเดิม

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

เรียบเรียงโดย Sanook! Game

49 ข้อสังเกตแปลกๆ บนสังคมเว็บ (ขำๆ นะ)


simondseconoart-small

เอากลับมาให้อ่านอีกครั้ง กับ ข้อสังเกตุแปลกๆ บนสังคมอินเตอร์เน็ต
บ้างก็ใช่ .. บ้างก็ไม่ ยังไงก็อย่าคิ๊ดดดดดดดดดดดดมากคร่า อ่านเอาขำๆ จ๊ะ

1. คนรู้เรื่องของคนที่เขาเกลียดดีกว่าคนที่รัก

2. คนชอบถามหาหลักฐาน แต่เวลาตัวเองอ้าง มักไม่ค่อยจะมีหลักฐาน

3. เขียนยาวไปคนไม่อ่าน

4. เขียนสำนวนเคร่งขรึมคนก็ไม่อ่าน

5. ชาวเว็บไม่ชอบเรื่องซีเรียส ถึงเป็นเรื่องเครียดก็ต้องเขียนให้ฮา

6. ยอดคนคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เป็นเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง

7. มีคนคอยตามอ่านเงียบๆ มากมายที่ไม่โผล่ตัวออกมา

8. บางทีเรื่องที่เถียงกันไม่มีสาระอะไร แต่เถียงกันไปเพราะแค่อยากเอาชนะ

9. ปิดจอคอมไปนอนก่อนซะ อาจจะดีกว่านั่งเถียงแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ

10. เกรียนปากดีตามเว็บบอร์ด พอเจอตัวจริงมักเจี๋ยมเจี้ยม

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

11. แต่คนอัธยาศัยดีในบอร์ด ตัวจริงก็อัธยาศัยดีเหมือนกัน

12. มนุษย์สายพันธุ์กูเกิลรู้ทุกเรื่อง แต่ถ้าคุยลึกๆ จริงๆ แล้วจะไม่รู้สักเรื่อง

13. แถมวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่ได้อีกตะหาก

14. เรื่องดราม่ามักจบลงด้วยคำว่า “ขอโทษ”

15. แต่ถ้ามีเรื่องครั้งใหม่ เรื่องเดิมก็จะถูกขุดโคตรเหง้าศักราชมายำต่อ

16. คำด่าในเว็บ โดยมากมักจะไม่ใช่คำด่าจริงๆ ที่คนพิมพ์กล้าพูดต่อหน้า

17. คนด่าบางทีก็ลืมไปว่าตัวเองเคยด่าเรื่องอะไรไว้

18. แต่คนถูกด่ามักจะไม่ลืม

19. คอมเมนต์มักถูกชี้นำด้วยความคิดเห็นแรกเสมอ

20. โดยเฉพาะเว็บเด็ก X และพันติ๊ปเฉลิม X

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

21. เวลาไพรม์ไทม์ในการตั้งกระทู้ คือ 17.00-22.00

22. แต่เวลาอัพบล็อกจะเป็น 9.00-12.00 และ 19.00-23.00

23. อยากดราม่าให้เริ่มประเด็นต่อไปนี้ การเมือง สถาบันการศึกษา ภาษา ศาสนา ความเชื่อ และ XXX

24. แล้วอีกไม่นานคุณก็จะได้พาดหัวขึ้นดราม่าแอดดิคต์เอง

25. อีกวิธีคือไปหาเรื่องเมมเบอร์ดังๆ

26. เกือบทุกความคิดเห็นพร้อมจะเปลี่ยนข้างเมื่อกระแสเปลี่ยน

27. ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันไม่เปลี่ยน

28. คนที่ไม่เปลี่ยนข้างมีสองกรณี คือเกรียน กับ มั่นใจ

29. ซึ่งทั้งสองประเภทแยกออกได้จากลักษณะการใช้คำ

*30. คนตั้งกระทู้/เขียนบล็อกมีสามแบบ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

31. หนึ่งคือเขียนแล้วทิ้ง กลับมาดูแต่ไม่ให้ความเห็นตอบ

32. สองคือตะบี้ตะบันขยันตอบมันทุกคอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หาเรื่องหรือคอมเมนต์ดีๆ

33. สามคือเลือกตอบเฉพาะคอมเมนต์ที่พอใจจะตอบหรือมีสาระพอจะตอบ

34. หลายคนอ่านแค่หัวเรื่องแล้วพิมพ์ตอบเลย

35. ซึ่งทำให้เกิดดราม่าหรือเรื่องฮา ขึ้นอยู่กับความซีเรียสของเนื้อหาและคำตอบ

36. แต่หลายคนอ่านจนครบแล้วก็ยังตอบไม่เข้าเรื่อง

37. เรียกว่าอ่านหนังสือไม่แตก เป็นปัญหาของระบบการศึกษาภาษาไทย

38. ทำให้เกิดดราม่ามากมาย หาได้ตามเว็บบอร์ดทั่วไป

39. การเถียงกันบนกระทู้สาธารณะ ไม่ร้ายเท่าการถูกส่งเมล์ด่า เอ็มเอสเอ็นด่า หรือหนักสุดคือโทรตามด่า

40. กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นโรคจิตคุกคาม คนที่เคยโดนควรแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
41. อย่าปล่อยให้คนโรคจิตบนเน็ตลอยนวล

42. คนที่อ้างว่าเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางจริงๆ

43. บางทีคนเลือกข้างยังเป็นกลางกว่า

44. อำนาจโฟโต้ช็อปเหนือทุกสิ่ง

45. แต่ที่เหนือกว่าคือ ICT

46. เพราะประเทศนี้มีระบบกรองข้อมูลจากต่างประเทศระดับสูงที่มีเพียงสามประเทศในโลก

47. ซึ่งอีกสองประเทศคือจีนแดง และเกาหลีเหนือ

48. อย่าซีเรียสกับเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนสังคมอินเตอร์เน็ต

49. สุดท้ายแล้วเราก็ต้องทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ-ค่าเน็ตเองอยู่ดี ฮ่า

————————————————

ที่มา http://terasphere.exteen.com/20091217/entry

โบกมือลา 10 เทคโนโลยีที่สิ้นชีพไปในปี 2014


ในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีอีกหลายตัวถึงเวลาจบชีวิตปิดตัวไปในปีนี้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ได้จากเราไปแล้วบ้าง

Customers Michael, left, and Teresa Hamilly display an Apple

1. iPod Classic

มรดกชิ้น (เกือบ) จะสุดท้ายที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้าของสตีฟ จ็อบส์ ปีนี้ Apple เปิดตัว iPhone 6 แต่พร้อมกันนั้นก็แอบเอา iPod Classic ออกไปจากร้านค้าไปอย่างเงียบๆ โดย Apple ให้เหตุผลในการหยุดจำหน่าย iPod Classic เพราะว่าไม่สามารถหาอะไหล่มาไว้สำรองได้แล้ว ถือว่าปิดฉากเทคโนโลยี Click Wheel ของiPod รุ่นดั้งเดิมไปด้วยพร้อมๆ กัน

และการหยุดจำหน่าย iPod Classic ส่งผลให้มีคนเอาของเก่าทั้งมือ 2 และเก่าเก็บมาประมูลขายผ่าน Ebay ซึ่งบางตัวสามารถประมูลไปได้ถึงหลักแสนหลักล้านบาทกันเลยทีเดียว

02

2. Facebook Poke App

เป็นแอพที่ Facebook ทำออกมาเหมือนจะพยายามเลียนแบบ Snapchat ที่กำลังเป็นที่นิยม แถมตอนแรก Facebook เสนอเงินไปเพื่อซื้อก็ปฎิเสธ และสุดท้ายFacebook Poke App ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

03

3. MSN Messenger

แอพสนทนาข้อความที่เคยเฟื่องฟู แต่สุดท้ายพ่ายให้กับแอพแชทบนมือถือและค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป เมื่อปี 2011 Microsoft ได้ย้ายเอา MSN Messenger ไปรวมไว้กับ Skype ที่ตนเองได้ซื้อมา แต่ว่ายังมีผู้ใช้ในจีนที่ยังใช้เป็น MSN Messenger อยู่ แต่แล้วในปีนี้ Microsoft ก็ได้ปิดบริการของ MSN Messenger ลงอย่างเป็นทางการ

04

4. Orkut

เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Google ที่โด่งดังและมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากในบราซิล ในระดับที่ว่า Facebook ต้องจับตามองและพยายามช่วงชิงตลาดนี้มาให้ได้ Orkut เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2011 แต่ถึงแม้ว่ามันจะได้รับความนิยมในบราซิล แต่ในระดับโลกนั้น Google ไม่สามารถผลักดันให้มันโตได้ สุดท้ายก็ต้องฆ่าตัดตอนยกเลิกการให้บริการไปในปีนี้

05

5. Xbox Entertainment Studio

ปีนี้ถือว่าทิศทางด้านตลาดเกมคอนโซลของ Microsoft ดูจะผิดพลาดและมีปัญหาค่อนข้างมาก ตั้งแต่เรื่องที่ยอดขายของ Xbox One ขายได้น้อยกว่าที่คาดแถมถูก PS4 ของ Sony ขายดีทิ้งห่างไปเกือบเท่าตัว และปีนี้ CEO คนใหม่ของ Microsoft อย่าง Satya Nadella ก็ดูจะไม่ค่อยสนใจผลิตภัณฑ์ด้านเกมซักเท่าไหร่ และการปิด Xbox Entertainment Studio เป็นส่วนหนึ่งในการเลิกจ้างพนักงานไปถึง 18,000 คนของ Microsoft ภายในปีนี้

06

6. Windows XP

ระบบปฎิบัติการรุ่นดึกดำบรรพ์ของ Microsoft ที่มีอายุมาร่วม 10 ปี และประกาศมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่าจะหยุดการ support และอัพเดตให้กับ Windows XP ภายในปีนี้ และก็ผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ Windows รุ่นใหม่อย่าง 8.1 ซึ่งตอนนี้ก็ดูว่าจะเป็นรุ่นที่โลกลืมในปีหน้าเพราะว่า Microsoft เตรียมเข็น Windows 10 ออกมาในปี 2015 นี้แล้ว

แต่ถึงแม้ Microsoft จะบอกว่าไม่อัพเดตอะไรให้กับ Windows XP แล้ว แต่ก็มีหลายองค์กร, หน่วยงาน และในอีกหลายประเทศ (โดยเฉพาะประเทศจีน) ที่ยังไม่มีท่าทีที่จะเปลี่ยนหรืออัพเกรด OS เพราะมีเครื่องที่ใช้ XP อยู่เป็นจำนวนมาก แถมก็ไม่ง่ายที่จะไปไล่อัพเกรดทุกเครื่องได้ ที่สำคัญคือเรื่องงบประมาณในการเปลี่ยน OS นั้นก็เป็นจำนวนเงินที่มหาศาล

07

7. Justin.tv

เว็บไซท์สำหรับถ่ายทอดสดที่ดูจะคล้ายๆ กับ Youtube แต่ว่าคนที่ใช้งานนั้นค่อนข้างจะมีอิสระ แถมยังมีวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่อยุ่เป็นจำนวนมาก เว็บไซท์นี้ตั้งขึ้นโดยนาย Justin Kan ที่เริ่มด้วยการเอากล้องเว็บแคมแปะไว้กะหัวของเขาแล้วถ่ายทอดสดเป็นเวลาร่วมเดือน

แต่ทว่าบริษัทลูกของ Justin.tv อย่าง Twitch เว็บไซต์ที่ให้เหล่าเกมเมอร์ได้เล่นเกมแล้วถ่ายทอดให้คนอื่นเข้ามาดูกันสดๆ หรือที่เรียกว่า cast เกมนั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนดังกว่า Justin.tv และนั่นก็ทำให้ Justin Kan ปิดเว็บ Justin.tv ทิ้งไป และล่าสุด Amazon ก็ได้ควักเงินซื้อกิจการของ Twitch ไปเป็นมูลค่าถึง 980 ล้านเหรียญ

08

8. นิตยสาร Macworld

ถึงแม้ว่าสินค้าของ Apple จะขายดีและผู้คนให้ความสนใจ แต่นิตยสารเก่าแก่ที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับ Apple มาอย่างยาวนานอย่าง Macworld ก็ได้หยุดการตีพิมพ์ไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ยังคงมีเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่ข่าวสารต่อไป ถือเป็นนิตยสารหัวใหญ่อีกรายของโลกที่ปิดตัวฉบับพิมพ์ไปตามกระแสยุคดิจิตอลในปัจจุบัน

09

9. Nokia X

สมาร์ทโฟนลูกผสมของ Nokia ที่สามารถใช้แอพของ Android ได้ในราคาที่ไม่แพง สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ในช่วงต้นปี แถมยังมีออกรุ่น X2 ตามมาในช่วงกลางปี แต่ทว่าหลังจากที่ Microsoft สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อกิจการสมาร์ทโฟนของ Nokia มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการของ Nokia X นั้นก็ถูกยุบทิ้งไป และไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่ชื่อของ Nokia เองก็ถูกลบออกไปจากสมาร์ทโฟน Lumia และมีชื่อของ Microsoft เข้ามาแทน

10

10. Flappy Bird

เกมนกบินชนท่อที่โด่งดังเป็นพลุแตกข้ามคืนเมื่อช่วงต้นปี 2014 คนทั่วโลกให้ความสนใจเกมที่ดูแล้วไม่ได้มีอะไรนอกจากความยากระดับนรกแตกที่ทำให้เกมจบลงได้ในไม่กี่วินาที แต่นั้นก็นำมาซึ่งความร่ำรวยของนาย ดง เหงียน โปรแกรมเมอร์ชาวเวียดนามที่ได้ค่าโฆษณาในเกมนี้ไปเป็นจำนวนมหาศาล ระดับที่สามารถซื้ออพาร์ทเมนท์ใหม่และถอยรถ Mini Cooper มาขับได้เลยทีเดียว

แถมยังมีดราม่าที่ ดง เหงียน ประกาศเอาเกมนี้ออกจากทุกสโตร์เพราะบอกว่ารับกับความสำเร็จที่เกินความคาดหมายนี้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็มีบรรดาเกมลอกเลียนแบบ Flappy Bird เต็มไปหมด

ถึงแม้ว่าสุดท้าย Flappy Bird จะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี แถมเป็นเกม Exclusive ลงเฉพาะใน Amazon App Store แต่ผู้คนก็เลิกให้ความสนใจที่จะเล่นมันไปหมดแล้ว และเกมใหม่ของ ดง เหงียนที่ทำออกมา ก็มีคนให้ความสนใจแค่ไม่นานและมันก็ไม่ได้สำเร็จอย่าง Flappy Bird เลยแม้แต่น้อย

ความเห็นของทีมงานล้ำหน้า

10 อันดับนี้ เป็นของ Microsoft ไปถึง 4 อย่างด้วยกัน!!! ต้องยอมรับจริงๆ ว่าปี 2014 นี้เป็นปีที่เหนื่อยสาหัสมากของ Microsoft ที่ต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่ทั้งองค์กร เพื่อที่จะต่อสู้กับศึกเทคโนโลยีที่ตอนนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ก็ต้องมาดูว่าปีหน้า 2015 Microsoft จะพลิกฟื้นกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งได้หรือไม่

ข้อมูลจาก : Masable

5 ข้อคิดจาก Mark Zuckerberg ที่จะทำให้คุณฮึดสู้กับฝันที่ยากจะไปถึง


Mark Zuckerberg หนึ่งในบุคคลอายุน้อยที่รวยที่สุดในโลก โดยภายในอายุ 23 เขาก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนที่ Facebook เริ่มก่อตั้งขึ้น และจนถึงปัจจุบันนี้ เขาอายุ 35 ปี กับรายได้สุทธิของเขาที่มีมากถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.1 ล้านล้านบาท

Mark Zuckerberg สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่ฮาวาร์ด แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเฟซบุ๊กอย่างจริงจัง เขาต้องการคิดค้นวิธีการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ให้คนทั่วโลก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เฟซบุ๊กก็กลายเป็นเว็บโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมมากที่สุดเช่นกัน โดยมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนเกือบจะ 2 พันล้านแล้วนะ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านวิธีการสื่อสารที่ไม่เคยมีมาก่อน

ซึ่งเรื่องราวของ Mark นั้น จะทำให้คุณรู้ว่า อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ที่จะทำให้คนคนนึงไล่ล่าตามความฝัน และเอาชนะอุปสรรคเบื้องหน้า เราไปดู 5 ข้อคิดของ CEO Facebook พร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

1.คุณต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็ว อาจมีบางสิ่ง ต้องเสียหายไปบ้าง เพราะถ้าไม่มีอะไรเสียหาย นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่เร็วพอ

หากคุณมีความมุ่งมั่นอยู่แล้ว อย่ามัวแต่รอคนอื่นๆ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณจงวิ่งไปสู่เป้าหมายของคุณ อย่าหยุด อย่าจำกัดขีดความสามารถของตนเอง มันย่อมมีคนที่ไม่อยากมองเห็นคุณประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

แต่คุณแค่อย่าไปสนใจ เท่านั้นเอง และหากปัจจัยบางอย่างที่คุณมี มันเป็นอุปสรรค ก็ทำลายมันเสีย เพราะบางทีมันก็เก่าแก่เกินจะเก็บไว้ก็เป็นได้ การสร้างประวัติศาสตร์ คือการทำลายของเดิมลง และสร้างสิ่งใหม่ที่คนอื่นคาดไม่ถึง นั่นล่ะ ที่เรียกว่าความสำเร็จ

2.เป้าหมายของผมไม่เคยคิดว่าจะเปิดบริษัทเพื่อหาเงินเท่านั้น คนมักเข้าใจผิด เป้าหมายจริงๆ ของผมในตอนนั้น คือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเราครั้งยิ่งใหญ่ต่างหากล่ะ

หากคุณคิดแต่เรื่องเงิน คุณก็มักจะลงเอยกับงานประจำที่จ่ายเงินคุณเท่ากันทุกๆ เดือน แต่คนส่วนมากที่ประสบความสำเร็จ เขาเสี่ยงทุกอย่าง เพื่อสู้จนพวกเขาเดินมาถึงทุกวันนี้ เพราะสิ่งที่เขารู้ก็คือ เงิน คือภาพลวงตา ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พวกเขาต้องการสร้างชื่อมากกว่า

ซึ่งแน่นอนว่า ในโลกนี้ก็ยังมีคนรวยอีกหลายคน ที่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ซึ่งคนเหล่านี้ หากจากโลกนี้ไป ก็ไม่มีใครจำได้ เพราเขาไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรไว้ให้กับโลกเลยแม้แต่น้อย

3.ส่วนตัวผมคิดว่า ผมชอบอยู่ใกล้ๆ หรือทำงานกับคนที่ชอบประเมินผมต่ำเกินกว่าความเป็นจริง เพราะมันทำให้ผมมีพลังที่จะสู้ และพิสูจน์ความจริงให้พวกเขาทึ่ง ว่าพวกเขาคิดผิด

คนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ มักมีคนที่ไม่เชื่อ สงสัย และปรามาสเป็นธรรมดา จงต้อนรับพวกเขา เพราะนั่นแหละคือแหล่งพลังงานชั้นดี ที่ทำให้คุณมีแรงสู้ สู้เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด จำไว้เสมอว่า เราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่เราควบคุมวิธีที่เราจะโต้ตอบความคิดของคนเหล่านั้นได้ มันคือทางเลือกของเราเองทั้งนั้น

และเมื่อคุณสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถกลับไปหาคนที่ไม่เชื่อคุณในตอนแรก และขอบคุณพวกเขา ที่พวกเขาคือสิ่งที่ทำให้คุณสำเร็จในวันนี้ เพราะฉะนั้นจงรู้จักขอบคุณ

4.อาจจะฟังดูเน่าไปหน่อย แต่ผมอยากเปลี่ยนสังคมให้เปิดกว้างมากขึ้น และการเปิดกว้างให้สังคมนั้น มันไม่สามารถเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนหรอกนะ มันใช้เวลาเป็น 10-15 ปีนู่นแหละ

จำไว้ว่า ความอดทนคือกุญแจสำคัญของทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนโลก ยิ่งต้องใช้เวลานาน

อย่างเช่นเรื่องราวของ Nelson Mandela ที่ต้องใช้เวลาในคุกถึง 27 ปี จนเขาสามารถก้าวออกมา และกลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ นี่คือตัวอย่างที่สำคัญมากของการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลก เพราะฉะนั้น ความสำเร็จมันยาก เพราะฉะนั้นจงอดทนและแน่วแน่อยู่เสมอ

5.ความเสี่ยงที่สูงที่สุด คือการไม่เสี่ยงอะไรเลย และการไม่เสี่ยงอะไรเลยเนี่ยแหละ ที่เปรียบเสมือนการการันตีสู่ความล้มเหลว

สิ่งที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมโลกได้ในวันนี้ เมื่อ 50 ปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ เพราะฉะนั้น โลกมันหมุนไปเร็วกว่าที่คิด และถ้าคุณไม่คิดจะเสี่ยงอะไรเลย คุณก็จะล้าหลังไปอย่างนั้น

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้หรอกว่า จะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า มันจะสำเร็จมั้ย มันจะเกิดอะไรขึ้น แค่คุณทำวันนี้ให้ดีที่สุด ลองเสี่ยงเพื่อความฝันของคุณดู ดีกว่าไม่เสี่ยงอะไรเลย เพราะบางที มันอาจจะสบาย ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราอยู่เฉยๆ เราก็มีงานทำ แต่ถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ความฝัน ก็ยังคงเป็นได้แค่ความฝันอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้น ความกล้า คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

cr.elitedaily.com , kiitdoo.com

ที่มา: flagfrog.com/5-think-from-mark-zukerberg

ตั้ง Password ง่ายเกินไปส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง


ตั้ง Password ง่ายเกินไปส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง

มายด์เทอร่า เตือนภัยไซเบอร์

ปัญหาที่น่าปวดหัว!!! ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคือเรื่อง พาสเวิร์ด  ซึ่งเวลาจะล็อกอินมักจะลืมพาสเวิร์ดทุกที แล้วก็ใช้วิธีการตั้งพาสเวิร์ดง่ายๆแบบที่ใครๆ ก็สามารถเดาได้ แถมยังใช้ทุก account อีกด้วย แบบนี้มันก็สามารถถูกแฮคได้ง่ายๆ เช่นกัน มายด์เทอร่า ผู้ให้บริการระบบไอทีซีเคียวริตี้แบบครบวงจร ก็จะมาเตือนภัยเหล่าไซเบอร์ทั้งหลายถึงวิธีการตั้งรหัสแบบง่ายๆ นั้นส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง เริ่มตั้งแต่

1. เสียชื่อเสียง

2. เสียทรัพย์

3. ผลกระทบต่อองค์กร 

เคล็ด(ไม่)ลับอยากบอกต่อ : รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!

https://www.mindterra.com/infosec-blog/security-awareness/how-weak-password-causes-effects-to-you/

มาดูวิธีการตั้งพาสเวิร์ดอย่างไรให้ปลอดภัย..

ข้อมูลเพิ่มเติม By มายด์เทอร่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mindterra.com

โทร. 0-2530-2062-4

ที่มา: mindterra.com

ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า


ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า

   ข่าวเกาะเต่า ล่าสุด เกิดศึกระหว่างเพจชื่อดัง หลัง CSI LA ท้าให้นำ นมสด ผู้ใหญ่วอ ดีเบตต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เจอเพจ Drama-addict ออกมาโต้ว่า หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ประกาศท้านายวรท ตู้วิเชียร หรือ นมสด ลูกชายของนายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเกาะเต่า ดีเบตออกสื่อ ต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เนื่องจากไม่เชื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ และอยากให้ใช้จอบในการทดลองบาดแผลเพื่อตรวจสอบดูว่าแผลที่เกิดขึ้นบนตัสผู้เสียชีวิตนั้นเกิดจากจอบจริงหรือไม่

ล่าสุด (2 พฤศจิกายน 2557) ก็กลายเป็นศึกระหว่างเพจเฟซบุ๊กเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลังจากเพจ CSI LA โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ทางด้านเพจ Drama-addict ซึ่งมีแอดมินเป็นนายแพทย์ท่านหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ว่า “ทางเพจ CSI LA ไม่มีหลักฐาน เรื่องที่เขาพูดผิดหลักนิติเวช ผิดหลักการแพทย์ เรื่องยานอนหลับเขาก็อธิบายเวลาออกฤทธิ์ของยาผิดเละเทะเลย แล้วเขาก็มโนไปเองว่าผู้ตายต้องถูกวางยาแล้วลากไปข่มขืน ทั้งที่มีการตรวจสารพิษและยานอนหลับในร่างผู้ตายตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มี แต่เพจนั้นก็ยังยืนกรานว่าต้องมีคนวางยาแล้วลากไปข่มขืน พอฝ่ายชายมาช่วยแล้วก็ถูกคนชกด้วยมีดแบบพิเศษจนเป็นแผล

ซึ่งทางหมอพรทิพย์ก็เคยออกมาอธิบายลักษณะแผลแล้วว่ามันเป็นแผลที่สามารถเกิดจากการถูกจอบฟันได้ แต่ก็ไม่เชื่อกันไปเชื่อแต่เรื่องที่ CSI LA พูดมั่ว ๆ ว่า นายนมสดต้องเป็นฆาตกรแน่ ๆ แถมยังมุ่งแต่จะใช้เครื่องจับเท็จกับนมสดและพม่าทั้งสองคนอยู่ได้ เคยมีคดีที่ศาลไม่รับหลักฐานจากเครื่องจับเท็จมาแล้ว มันเป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำต่ำกว่า ทำไมถึงหวังพึ่งเครื่องจับเท็จมากกว่าผลดีเอ็นเอ พอผลออกมาว่าไม่เกี่ยว เพจ CSI LA ก็บอกว่าไม่เชื่อผลตรวจเพราะเร็วเกินไป แต่เดี๋ยวนี้การตรวจดีเอ็นเอของนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจเช้าเย็นก็ได้ผลแล้วนะ

  แอดมินเพจ CSI LA มันไม่มีความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์เลย ที่พูดให้คนเชื่อนั่นเป็นจินตนาการของเขาล้วน ๆ การเอาหลักการที่ไม่ถูกต้องมาตั้งสมมุติฐาน มันจะสามารถหาตัวคนร้ายที่เป็นคนลงมือได้จริง ๆ หรือจะเป็นการหาแพะอีกตัวมาสังเวยความบ้าคลั่งกันแน่ สิ่งที่เพจ CSI LA ทำอยู่มันไม่ใช่การหาคนร้ายแล้ว แต่มันคือการล่าปอบ จนถึงตอนนี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างก็ไปทางเดียวกันว่าพม่าสองคนนั้นมีส่วนแน่ ก็ไปว่ากันต่อในชั้นศาล หรือถึงขนาดนี้แล้วพวกคุณจะไม่เชื่ออะไรเลย ถ้างั้นก็ให้เขาเอานายนมสดไปประหารชีวิตเลยไหมล่ะพวกเอ็งถึงจะสาแก่ใจ”

พร้อมบอกว่า ที่ออกมาพูดนี่ไม่ได้มาแก้ตัวแทนตำรวจ เข้าใจว่าคนไทยส่วนมากเกลียดตำรวจ แต่อย่าให้ความเกลียดมาเป็นอคติจนฟันธงว่าตำรวจต้องจับแพะแน่ ๆ เชื่อมั่นในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กันหน่อย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้หรอกนะ ส่วนประเด็นที่คนบอกว่าตำรวจทำงานหละหลวม ประชาชนจึงมีข้อสงสัย อันนี้เห็นด้วยก็ด่าตำรวจกันไปตามสะดวก แต่เมื่อพูดถึงการตั้งสมมติฐานว่าใครเป็นฆาตกร อันนี้เราต้องพูดกันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ขอให้แยกแยะประเด็นทั้งสองออกจากกันด้วย อย่างเช่น เรื่องแผลบนตัวผู้ตายเนี่ย เพจนั้นยืนกรานว่าเป็นมีดแน่ ๆ แต่ถ้าเปิดตำรานิติเวชดูจะเห็นในตำราเขียนไว้ชัดเจนว่าแผลลักษณะนั้นมันเกิดจากของแข็งไม่มีคมได้จริง ๆ แนะนำให้เปิดตำรานิติเวชมาดูกันเลย

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/110561
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก CSI LA , เฟซบุ๊ก Drama-addict

ผู้หญิงที่ลงรูปตัวเองแล้วบอกว่าโทรม ต้องการอะไรเหรอครับ?


คือเห็นบ่อยมาก ไม่เข้าใจอ่ะครับ โทรมมมมมม ช่วงนี้โทรมมมมมมาาาากกกกกก ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ได้มีอะไรเลย แถมยังใช้แอพแต่งรูปอีก ต้องการอะไรเหรอครับ ต้องการให้มีคนมาเม้นว่า “สวยแล้ว” เหรอครับ หรือยังไง?

คือมีเพื่อนเป็นแบบนี้อ่ะ แรกๆ ก็รำคาญ ตอนนี้ชินแล้ว

กินข้าวคนเดียว เหงาจัง – ถ่ายรูปหน้าตัวเอง มีจานอาหารติดมานิดนึง
วันนี้แดดแรงมาก ดำหมดแล้ว – ถ่ายในรถ หน้าโดนแดดส่อง ทำตาหรี่ๆ นิดนึง แต่งภาพด้วยแอ๊พคาเมร่า 720 องศา
Good night ฝันดีนะทุกคน – รูปถ่ายเซลฟี่ตัวเองแบบเต็มตัวในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
งานยุ่งจัง ไมมีเวลากินข้าวเลย หิวจนตาลาย – รูปเซลฟี่ใส่แว่นดำ ถ่ายในรถ
โทรมมาก สิวขึ้น – แต่งหน้าแน่น หาสิวไม่เจอ ปากสีส้มสวยงาม แต่งภาพด้วยแอ๊พหน้าเนียน

คือไม่ว่าจะตั้งสเตตัสอะไร ภาพประกอบก็เป็นรูปนางอ่ะ

อีกแบบหนึ่งคือ ตัวผอมแห้งแล้วยิ้ม .. แต่บ่นว่าอ้วนอ่ะครับ .. เซงจุง

เจอบ่อยค่ะ

ปวดหัวจัง – เอามือจีบหัว+คิ้วขมวด

ง่วงแล้ว ฝันดี -เซลฟี่ตัวเองหลับตาหน้าจัดเต็มบนเตียง

ตอนนี้ที่บ่น ๆ ในเฟสตัวเองคือ วันเกิดเพื่อนแต่โพสรูปเซลฟี่ตัวเองพร้อมคำว่า “HBD” แบบ เมุงต้องการอัลไลจากสังคม?

เผื่อนึกภาพไม่ออกนะ เช่น

ตย.1
สเตตัส – โทรมมากกกกกกกกกกก หน้าสด
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – หน้าเด้ง เนียน ปิ้งปั๊ง ยิ้มด้วย แต่งหน้า คิ้วขนตามาครบ ใส่แอฟด้วย

ตย.2
สเตตัส – อ้วนมากกกกกกกกกกกกกก กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – ใส่ชุดกำลังไปออกกำลังกาย แบบโชว์เนื้อหนัง สายเดี่ยวโชว์หน้าท้องอันแบนราบ และท่อนแขนอันเรียวเล็ก โชว์ร่องนมอีกตั้งหาก กับกางเกงสั้นจุ๊ดโชว์ขาเรียวงาม

ตย.3
สเตตัส – วันนี้อากาศดีฝุดๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – รูปเซลฟี่หน้าตัวเอง ไม่เห็นวิวสักติ๊ดดดดด

ตย.4
สเตตัส – ไม่เป็นไรนะ วรนิด ต้องเข้มแข็งสิ เรื่องแค่นี้เอง / น้ำตาไม่ช่วยอะไร ชั้นเข้มเเข็งพอ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่หน้าตัวเอง หลังร้องไห้ หรือน้ำตากำลังหยดแหมะๆ

ตย.5
สเตตัส – ผมสั้นม๊ากเลยยยยยย จะบร้าาาาาา ชั้นทำอะร้ายยยยลงไปเนี่ย ฮือออๆๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่ตัวเอง พร้อมหน้าเบิกบาน กับผมความยาวเท่าเดิม (อาจจะหายไป2เซน)

อีกอย่างคือ นางจะโฆษณาขายครีมหน้าเด้ง สิวยุบ ยาลดน้ำหนัก ระเบิดไขมัน สักพักจะบอกว่า ” นี่อาจจะช่วยได้นะ เค้าทดลองแล้วได้ผลจริง ลองดูนะเพื่อนๆ ”

รำคาญมากค่ะ เรียกร้องความสนใจ เราควรตอบกลับไปว่า จริงๆ ด้วย โทรมยังกับศพแบบนี้ทีหลังอย่าโพสต์เลยนะ

 

ที่มา: pantip.com/topic/32774998

8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต (Facebook)


8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต ขอบอกว่าหลอนจริงๆ นะคะ เพราะเพียงแค่คุณอ่านประโยคสั้นๆ เหล่านี้ก็สามารถขนหัวลุก จนต้องหันมองบริเวณรอบๆ ตัวหรือรอบๆ ห้องได้แน่นอน ถ้าเพื่อนๆ ไม่เชื่อ ลองไปพิสูจน์ดูกัน…

ijighkj

8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต

1. คืนหนึ่งผมพาลูกชายเข้านอน แล้วลูกก็พูดกับผมว่า “ พ่อครับช่วยดูหน่อยว่ามีผีอยู่ใต้เตียงรึเปล่า..” ผมเลยก้มลงดูใต้เตียงเพื่อให้ลูกหายกลัว แต่ผมดันกลับเห็นลูกชายผมหมอบอยู่ใต้เตียง จ้องมาที่ผมแล้วกระซิบ “พ่อ..มีใครไม่รู้อยู่บนเตียง”

2. ไม่ต้องกลัวผีหรอก ก็แค่มองดูทางซ้าย..ดูทางขวา..ก้มลงดูใต้เตียง..เปิดดูในตู้เสื้อผ้า ขออย่างเดียวอย่าเงยหน้าขึ้นดู เธอไม่ชอบให้ใครเห็น…

3. “ผมแทบขำกลิ้งเมื่อภรรยาของผมแกล้งทำเป็นผีหลอกใส่ผมในกระจก แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงรถขับมาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าภรรยาผม ไม่อยู่บ้านนี่หว่า”

4. “ฉันดูรูปในโทรศัพท์แล้วก็เห็นรูปของตัวเองกำลังนอนหลับในห้องนอน…ฉันอยู่บ้านคนเดียว”

images

5. ฉันได้ยินแม่เรียกให้มาที่ในครัว ตอนที่ฉันกำลังจะเดินลงบันได จู่ๆก็ได้ยินเสียงกระซิบว่า “อย่าลงไปลูก แม่ก็ได้ยินเหมือนกัน..”

6. “ผมตื่นขึ้นมากลางดึกได้ยินเสียงเคาะเรียก ในตอนแรกผมก็นึกว่ามันมาจากทางหน้าต่าง แต่พอตั้งใจฟังดีๆมันมาจากในกระจก..”

7. “มีคนกำลังยิ้มให้ฉันมาทางหน้าต่างห้องนอน…..ห้องฉันอยู่บนชั้นที่14”

8. “ยายฉันบอกว่ามันเป็นพรสวรรค์ที่ฉันมีตาทิพย์ สามารถเห็นยมทูตมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของคนที่กำลังจะตายได้ ฉันก็คิดว่ามันเป็นพรสวรรค์เหมือนกัน จนกระทั่งฉันเห็นยมทูตยืนอยู่ที่หน้าบ้านทุกๆ บ้าน..”

ข้อมูล yamsayong.tv