[18+] comment มาเลย์ สิงคโปร์ อินโด หลังไทยคว้าแชมป์ [pantip]


บางอันจะฮาร์ดคอร์หน่อยนะครับ

ผมไม่ได้ทำให้มัน 18+ นะครับ แต่เขาพิมพ์มาอย่างนั้นจริงๆ  จากยูทูปครับ

เดวจะเอามาลงต่อเรื่อยๆนะครับ

ไปดูข้างล่างเลย

 

 

 

ถ้าใช้ firefox หรือ chrome ให้ติดตั้ง addon ที่ชื่อว่า YouTube center นะครับ จะทำให้สามารถปรับค่าได้เยอะมาก รวมถึงแสดงไอค่อนธงชาติของคนเขียนเม้นด้วย
https://github.com/YePpHa/YouTubeCenter/wiki

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับคนขอลิงค์ครับ ตามไป https://www.youtube.com/watch?v=g_ARO_S_1DU

กระทู้ต้นเรื่อง http://pantip.com/topic/33008263

We are the champions มาส่องอินสตาแกรมเหล่านักเตะไทย หลังคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ กันเถอะ


มาส่องอินสตาแกรมเหล่านักเตะ หลังได้แชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014

มาส่องอินสตาแกรมเหล่านักเตะ หลังได้แชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 กันเถอะ

แม้เกมจะจบ แต่ความดีใจของคนไทยยังไม่มีที่สิ้นสุด หลังที่เมื่อวานนี้ (20 ธันวาคม 2557) ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ โดยในช่วงแรกมาเลเซียเป็นฝ่ายขี้นนำไทยไปก่อน 3-0 แต่ต่อมาได้ ชาริล ชัปปุยส์ กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาช่วยยิงคืนให้สองประตู ซึ่งผลสกอร์รวมจบลงที่ 4-3 งานนี้ก็ได้ทำให้คนไทยเฮกันทั้งประเทศ แต่หลายคนก็คงอยากรู้ว่าเหล่านักเตะเขาจะพูดถึงเกมในครั้งนี้ว่าอย่างไรกันบ้างหลังจากจบเกมแล้ว

งานนี้ ถ้าอยากรู้ ต้องตามมาดูกันเลยจ้า

กวิน ธรรมสัจจานนท์

ส่องอินสตาแกรมเหล่านักเตะ

“12 ปีที่รอคอย ขอบคุณทุกคนที่ร่วมต่อสู้ฟันฝ่ากันมาจนถึงทุกวันนี้… ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ ครับ ถ้าไม่มีพวกคุณ พวกเราคงไม่ได้มายืนตรงจุดนี้แน่นอน ขอบคุณจริง ๆ ครับ… #AFF #Suzuki #Cup”

ธณบูรณ์ เกษารัตน์

อินสตาแกรมเหล่านักเตะ

“ขอบคุนพี่นะ ถึงบางครั้งผมพลาดบ้าง เสียบ้าง ผมก็ประสบการณ์ยังน้อย แต่ก็ขอบคุณพี่ที่ช่วยเหลือผมมาตลอด ถึงไม่ได้เล่นด้วยกันบ่อย ๆ แต่วันนี้ก็ประสบความสำเร็จแล้วนะพี่ ขอบคุนคนไทยทั้งประเทศที่คอยให้กำลังใจพวกเราตลอดมา ขอบคุณจริง ๆ ครับ รักพวกคุณทุกคน”

อดิศร พรหมรักษ์

อดิศร พรหมรักษ์

“ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม

นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม

“WoW WoW WoW #ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

อาทิตย์ ดาวสว่าง

อาทิตย์ ดาวสว่าง

“12 ปีที่รอคอย นี่แหละของขวัญชิ้นใหญ่ ของแฟนบอลชาวไทยทุก ๆ ๆ คนครับ ขอบคุณที่ส่งเสียงเชียร์ตลอด 90 นาที ไม่มีหมด ทั้งที่บ้านและที่ตามมาเชียร์พวกเราครับ”

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์

“ดีใจที่สุดครับ”

ชาริล ชัปปุยส์

ชาริล

“thank you to our fanclub, staff and coach”

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ชนาธิป

“12 ปีที่พวกเรารอคอย ขอบคุณพี่โก้แล้วสตาฟ ผจก. เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ช่วยกัน ขอบคุณแฟนบอลชาวไทยทุกคนครับ เห็นคนไทยมีความสุข พวกเราก็มีความสุขด้วยครับ

สารัช อยู่เย็น

สารัช

“ขอบคุณทุกคนที่ต่อสู้กันมาจนถึงวันนี้ พวกเราทำสำเร็จแล้ว 12 ปีที่รอคอย ขอบคุณแฟนบอล ขอบคุณเพื่อนร่วมทีม สตาฟโค้ชทุกคน”

ประกิต ดีพร้อม

ประกิต

“คืนความสุขให้แฟนบอลไทย”

พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา

พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา

“ค่ำคืนอันแสนวิเศษและยิ่งใหญ่ที่ บูกิต จาริล”

สุทธินันท์ พุกหอม

สุทธินันท์

“ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ช่วยสนับสนุนทีมมาตลอด และสุดท้ายขอบคุณน้องตั้ม (ธนบูรณ์) ที่เล่นเคียงคู่กันตลอดจนประสบความสำเร็จ ไม่รู้จะพิมพ์ไร เอาเป็นว่า 12 ปีที่คนไทยทั้งประเทศรอคอยถ้วยใบนี้ พวกผมและน้อง ๆ ทำสำเร็จแล้วนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับถ้วยแชมป์ใบนี้”

สมปอง สอแหลบ

สมปอง

“20/12/14 Champion’s AFF Suzuki Cup Malaysia”

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ซิโก้

“We are the champions”

 

        

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/113071
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram kawiator_26 , tanaboon_tum , kang_adisorn ,dani13ton , backartit , kongkroekritfc , charyl4 , jaychanathip , tangsr_6 , prakit_21 , bas_peerapat ,
suttinun_m6 , ssolebtwentyfour , coach_zico

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014 (ยังเหลือใครที่ยังโสดอยู่บ้างน้า)


ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ขณะที่นักเตะทีมช้างศึกกำลังเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ถิ่นเสือเหลือง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี ‘เบอร์ 1 แห่งอาเซียน’ กลับมา พร้อมคืนศรัทธาสู่วงการฟุตบอลไทย ในแมตช์ชิงชนะเลิศของศึก ‘เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014’ นัดที่สอง ที่จะระเบิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม นี้
mars ได้ลัดเลาะไปตีท้ายครัว เอ๊ย! ไม่ใช่! ไปสอดส่องหลังบ้าน พร้อมหยิบภาพหวานใจของดาวแตะแข้งทองทั้งหลายมาให้ชาว mars ได้ยลโฉมกัน ใครเป็นใครไปดูไปชมกันเลยดีกว่า

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ประเดิมด้วย ซุป’ตาร์ของชุดนี้อย่าง ‘ชาริล ชัปปุยส์’ กองกลางหน้าหยก ผู้หวดจุดโทษให้ไทยขึ้นนำ มาเลเซีย 1-0 ที่ราชมังคลากีฬาสถานในรอบชิงนัดแรก แฟนสาวของพ่อหนุ่มลูกครึ่งสวิส-ไทยมีชื่อว่า เมลานี มานูเอล เป็นชาวสวิส เชื้อสายโปรตุกีสที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยที่ชาริลยังค้าแข้งอยู่ที่เมืองนาฬิกาแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ในสนามเราได้เห็นแบ็กขวาจอมฟิต ‘นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม’ วิ่งขึ้น-ลงตลอด 90 นาทีไม่มีหยุด และในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน หนุ่มต้นถือเป็นหนึ่งในคนที่ขยันอัพเดทไม่ใช่เล่นๆ จึงไม่ยากที่เราจะได้เห็นรูปคู่กับแฟนสาวมากมายใน IG ของเขา

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศร พรหมรักษ์’ รูปคู่สุดหวานประหนึ่งข้าวใหม่ปลามันบน IG : kang_adisorn อาจทำให้ใครหลายคนคิดว่า กองหลังพันธุ์แกร่งรายนี้อาจเพิ่งพบรักกับแฟนสาวไม่นาน ถึงได้หวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น แต่จริงแล้ว ทั้งสองเป็นมากกว่าคู่รักวัยรุ่น เพราะครองชีวิตคู่ร่วมกันจนมีพยานรักตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจเรียบร้อยแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘ธณบูรณ์ เกษารัตน์’ เจ้าของฉายา ‘บุสเกตส์เมืองไทย’ เล่นได้โดดเด่นทั้งกองกลางและกองหลัง นอกจากลีลาการอ่านบอลเฉียบขาดแม่นยำแล้ว ลีลาการโพสต์คำหวานออกสื่อก็ถือว่าไม่ธรรมดา เห็นได้ชินตาที่ใต้รูปคู่ของเจ้าตั้มกับแฟนสาว ที่แต่ละคำอ่านแล้วยังแทบเคลิ้มตาม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘สารัช อยู่เย็น’ ห้องเครื่องของทีมช้างศึกชุดนี้ ที่ทั้งตัดเกม บัญชาการเกม พร้อมทีเด็ดที่ลูกยิงไกลและฟรีคิก ครบครันครบเซตขนาดนี้ แถมยังขาวตี๋แบบเกาหลียังอาย จึงไม่แปลกที่แฟนสาวของเจ้าตังค์จะสวยเฉียบคมขนาดนี้ แต่เห็นลีลาหวดตัดเกมในสนามแล้ว พูดเลย “พี่ไม่กล้าส่องแฟนน้องมากหรอก!”

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดุล หละโสะ’ บังดุลของน้องๆ ในทีม ประกาศจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญวันวิวาห์ของตนกับแฟนสาวที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ และเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็หวังให้บังประสบความสำเร็จดังหวังเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์’ นอกจากผลงาน 3 ประตูใน 2 นัดล่าสุดและทรงผมสุดเป๊ะของเจ้าตัว ที่ทำให้มิดฟิลด์ซ้ายสั่งตายรายนี้ โดดเด่นเป็นที่สนใจของสื่ออย่างมาก ข่าวค(ร)าวภาพหลุดการวิดีโอแชทกับนางแบบสาวทรงสะบึม ยังทำให้หลายคนสนใจใคร่อยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ที่แม้ดาวเตะหน้าคมเข้มจะรีบออกตัวปฏิเสธ แต่ก็ยังไม่ได้ลดดีกรีความอยากรู้ของแฟนๆ ลงแต่อย่างใด… ก็แหม เจ้าก้องเล่นตาเยิ้มซะขนาดนั้น!

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘มงคล ทศไกร’ แนวรุก ‘สปีดเร็วกว่านรก’ ที่กระชากผ่านแนวรับคู่แข่งขาดวิ่นๆ ดังเห็นได้ในหลายแมตช์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้บอลเขาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่อยู่กับ ‘น้องชมพู’ รูปคู่ก็จะถูกอัพสู่โลกออนไลน์อย่างฉับไวเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศักดิ์ ไกรษร’ กองหน้าจอมทุ่มเทที่ซัดชัยทีมชาติไทยทะลุเข้ามาได้จนถึงรอบนี้ แม้จะโดนพิษใบแดงไปในรอบก่อน จนฟอร์มถล่มประตูสะดุด แต่ในเรื่องความรัก เขาไม่เคยหยุดอัพเดทหัวใจให้กับ น้องโม แฟนสาวเลย

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่อย่าง ‘โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง’ ยอดโค้ชผู้ปลุกกระแสฟีเวอร์ครั้งนี้ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนักจากภารกิจเพื่อชาติอย่างต่อเนื่องหลายทัวนาเมนต์ แต่ครอบครัว ‘เสนาเมือง’ ยังคงอบอุ่นเสมอ ต้องยกย่อง ‘คุณอัสราภา’ ที่ทำหน้าที่ทั้งภรรยาและคุณแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ภาพประกอบ : facebook,IG

 

ช้างศึกเฮ! แม้บุกพ่ายมาเลย์2-3รวมสองนัดคว้าแชมป์


ช้างศึกเฮ! แม้บุกพ่ายมาเลย์2-3รวมสองนัดคว้าแชมป์

ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014
รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2

มาเลเซีย  3 – 2  ไทย
(ผลรวม2นัด ไทย ชนะ มาเลเซีย 4-3 )

สนาม บูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

ทีมช้างศึก บุกไปเยือนถิ่นเสือเหลือง เกมนี้ “ซิโก้” ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดที่แล้ว 1 ตำแหน่ง โดยส่งประกิต ดีพร้อม ลงแทนที่ของ มงคล ทศไกร ส่วนตำแหน่งอื่นยังจัดเต็มเช่นเดิม

เริ่ม เกมครึ่งแรก ผ่านไป 6 นาที ทีมไทยมาเสียจุดโทษอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่  สุทธินันท์  พยายามเข้าสกัดบอล แต่ผู้ตัดสินมองว่า ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล ถูกเกี่ยวล้มในเขตโทษ และเป็น บินราฮิม ซาฟิค ซัดเข้าไปไม่พลาด ทำให้ มาเลเซีย ขึ้นนำ ไทย 1-0 สกอร์รวม 1-2

ต่อมา 4 นาที ทีมไทย มีลุ้นเมื่อกองหลังมาเลเซียส่งบอลคืน มาริฮัส ฟาริซาล ผู้รักษาประตูก่อนจะเตะบอลสวนมาไม่ดี ถูก อดิศักดิ์ ไกรษร กระโดดบล็อคได้บอลกระเด้งเกือบเข้าประตู

น.12 ทีมไทย มีโอกาสอีกครั้ง จากลูกยิงนอกกรอบของ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา บอลพุ่งชนเสานอกอย่างจัง

น.21 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เก็บบอลได้ก่อนลากบอลเข้าหาเขตโทษ แล้วกดด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ไม่ผ่าน มาริฮัส ฟาริซาล ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทีมไทย ครองบอลมากกว่าและเกือบได้ประตูตีเสมอ จากเติมเกมด้านขวาของ นฤบดินทร์ ก่อนจ่ายปาดผ่านหน้าประตูไปเสาสองถึง เกริกฤทธิ์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

น.40 แผงหลัง”ช้างศึก”เคลียร์บอลไม่ขาด บอลหลุดมาถึง ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล ได้พลิกตัวยิงหน้าประตู แต่โชคดีที่ติดบล็อคของไทยออกไป

ช่วงท้ายเกม  เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ มีโอกาสส่องในเขตโทษอีกครั้ง แต่ไปตรงตัวผู้รักษาประตูมาเลเซียรับได้ไม่ยาก

และ ช่วงทดเจ็บกองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นสนาม เมื่อมาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล เปิดบอลจากฝั่งขวาไปเสาสอง กวินทร์ ออกมาตัดบอลพลาด ก่อนหลุดมาถึง มาฮายุดดิน อินดร้า ขึ้นโขกกดกระดอนพื้นเข้าประตูไป และจบครึ่งแรก ทำให้ มาเลเซีย ขึ้นนำ ไทย 2-0 สกอร์รวม 2-2

เริ่มครึ่งหลังมาไม่กี่นาที ทีมไทยมีลุ้นทำประตู จากจังหวะ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หลุดเข้าเขตโทษทางซ้าย ก่อนยิงไปติดแนวรับมาเลเซียออกหลังไป

น.58 ทีมไทย มาเสียลูกที่สาม จากจังหวะฟาลว์นอกกรอบ และเป็น บินราฮิม ซาฟิค ที่ปั่นโค้งข้ามกำแพง บอลเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม  ทำให้ ทัพเสือเหลือง นำไทย 3-0 ประตูรวมแซง 3-2

น.66  ทีมไทย มีโอกาสจากลูกเตะมุม ชาริล ชัปปุยส์ เปิดให้ ศราวุธ มาสุข  ขึ้นโหม่งได้ แต่บอลไม่ตรงกรอบประตู

น.81 เป็นแฟนชาวไทยที่ได้เฮลั่นสนั่นสยามประเทศแน่ๆ เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 จากลูกฟรีคิก สารัช ปั่นข้ามกำแพง บินราฮิม ซาฟิค ปัดมาเข้าทาง ชาริล ชัปปุยส์ ซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

ต่อมาอีก 5 นาที ทีมไทยมาได้ลูกที่สอง เมื่อ ศราวุธ มาสุข  พาบอลลุยจากริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจ่ายให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ดึงบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนไหลให้ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ กดด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ทำให้ไทย ไล่มา 2-3 ประตูรวม ไทยนำ 4-3

และหมดเวลาไปด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ ทีมชาติไทย บุกแพ้ มาเลเซีย 2-3 แต่ประตูรวม เฉือนเอาชนะ 4-3 คว้าแชมป์มาครองในรอบ12ปี ได้สำเร็จ

———————————————–
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกทีมชาติไทย
กวิ นทร์ ธรรมสัจจานันท์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , สุทธินันท์ พุกหอม , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา : ชาริล ชัปปุยส์ , สารัช อยู่เย็น , ประกิต ดีพร้อม  : ชนาธิป สรงกระสินธ์ ,  เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ , อดิศักดิ์ ไกรษร

โค้ช :  “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

 

ที่มา: สนุกดอทคอม

รายงานผล นาทีต่อนาที โคตรพ่อโคตรแม่สะใจ!ชัปปุยส์+เจกดท้ายเกมไทยชนะสกอร์รวมซิวซูซูกิคัพ


 เฮลั่นบ้านลั่นประเทศกันไปเลยหลังแฟนบอลชาวไทยอึดอัดตลอด 80 นาทีของเกมเพราะโดนจุดโทษกังขาตั้งแต่ต้นและโดนทิ้งห่างเป็น 3-0 จนกระทั่งนาที 82 ได้ชาริล ชัปปุยส์มาช่วยทำให้สะใจสุดๆยิงไล่มาทำให้มีอเวย์โกล์ ก่อนชนาธิป สรงกระสินธ์จะมายิงฝังประตูสองให้ไทย พ่ายไป 3-2 แต่ประตูรวมเหนือกว่าคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพที่ห่างหายไปนาน
มาเลเซียมการปรับแผงหลังหน่อยในนัดนี้ถอดซาสออกแล้วให้อมิรุดดินออกสตาร์แทน นอกนั้นเลือกใช้นักเตะชุดเดิมกับนัดที่แล้ว

ส่วนไทยก็เช่นกันปรับเปลี่ยนตำแหน่งเดียวให้ประกิตออกสตาร์ทแทนที่มงคลและที่เหลือเป็นนักเตะชุดเดิมไม่มีใครหายหน้าไป

5′
ใบสั่ง?!แข้งไทยมึนเปาอิหร่านแจกจุดโทษมาเลอย่างไว
เหมือนของจะออกลายเสียแล้วเมื่อเล่นมาได้เดี๋ยวเดียวเปาอิหร่านแจกจุดโทษให้มาเลเซียจากจังหวะที่นอห์ชารูลจะพลิกบอลในเขตโทษแล้วมีสุทธินันท์วิ่งมาจะตัดบอลไปเกิดการปะทะกัน แต่เป็นขานอห์ชารูลมาโดนแข้งไทยเองซะมากกว่าแต่ก็ได้ ก่อนจะเป็นซาฟิกยิงเข้าไปไทยตามหลัง 1-0
11′
เกือบเจ๊า!อดิศักดิ์ขยันตามบล็อกลูกเตะเปิดเกมหวิดเข้า
ไทยก็เกืบเอาประตูคืนได้จากจังหวะบอลคืนหลังไปอยู่ที่ฟาริซาลกำลังจะเตะเปิดเกมขึ้นมา แต่อดิศักดิ์ขยันวิ่งตามไปกระโดดบล็อกแต่บอลกระดอนหลุดกรอบไปน่าเสียดาย
13′
อีกนิดเดียว!พีระพัฒน์ซัดไกล 25 หลาบอลเช็ดเสาออก
ไทยเริ่มทำเกมบุกขึ้นมาได้แล้วก่อนจะมีโอกาสลุ้นอีกครั้งจากเกริกฤทธิ์ทางขวาจ่ายมาให้ชนาธิปก่อนแปะมาตรงกลางที่พีระพัฒน์ขยับเข้าในมา ก่อนจะแต่งเข้าขวาแล้วปั่นไกล 25 หลาส่งบอลโค้งเช็ดเสาแรกออกหลังน่าเสียดายอีกครั้ง
18′
ซาลี่ได้ยิงบ้างแต่ไม่ได้ลุ้น
มาเลเซียมีโอกาสยิงหนแรกของเกมแล้วถ้าหากไม่นับจุดโทษ จากบอลทางขวาจ่ายมาให้ยาห์ยาห์ดีดส้นต่อถึงซาลี่ได้โอกาสลองยิงแต่ก็ยังโด่งข้ามคานแบบไม่มีลุ้น
22′
ก้องขอยิงไกลแต่ยังโดนฟาริซาลปัดได้
“ช้างศึก”บุกมาอีกหนนี้จากชนาธิปตามไปเก็บบอลในเขตโทษแต่พลิกลำบากสุดท้ายถ่ายบอลคืนกลับมาถึงเกริกฤทธิ์เลี้ยงขึ้นมาสับไกบอลกระดอนพุ่งเข้าเสาแรกแต่ยังโดนฟาริซาลล้มตัวเซฟไว้กระฉอกมาก็ยังตามเก็บได้
29′
ชัปปุยส์ได้สับไกบ้างแต่บอลแฉลบออกหลัง
มาเลเซียเล่นแรงตามสไตล์น่าจะเหลืองมากกว่าสองใบแต่ไทยยังไหวหาช่องทำเกมบุกขึ้นมาได้เรื่อยๆ คราวนี้จากซ้ายจ่ายมากลางที่ชัปปุยส์ได้โอกาสยิงไกลแต่ติดแฉลบออกหลัง
32′
ยังแค่เฉียด!บอลเปิดเลยอดิศักดิ์ถึงเกริกฤทธิ์ยิงหลุดไป
น่าใส่สกอร์ให้ไทยจริงๆจากจังหวะตัดบอลได้แล้วโต้กลับ อดิศักดิ์ทำชิ่งคืนชนาธิปก่อนจะจ่ายตามช่องให้นฤบดินทร์สอดมาตบเข้ากลางเลยอดิศักดิ์ไปนิดเดียว หลุดถึงเกริกฤทธิ์ก็มุมแคบแล้วยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไป
40′
ไทยสกัดไม่โดนเข้าทางนอห์ชารูลกลับตัวยิงติดบล็อก
มาเลเซียหวิดจะได้ประตูสองจากซาฟิกลากเข้ามาในเขตโทษทางซ้ายก่อนจะเปิดเรียดมาแต่ไทยก็ตัดบอลไม่โดนบอลเลยมาเข้าทางนอห์ชารูลจับก่อนกลับตัวยิงยังติดบล็อกตัวสไลด์ออกหลังไป
45′
เกริกฤทธิ์ได้ยิงอีกแล้วยังตรงตัว
มาเลย์เริ่มทำเกมบุกมากขึ้นแต่แนวรับไทยยังเอาไหว หนนี้ได้โต้ชัปปุยส์แทงออกทางขวาให้อดิศักดิ์อยู่ว่างๆ เลือกป้ายมาฝากที่ชนาธิปตรงกลาง ก่อนจะไหลให้เกริกฤทธิ์เข้าเขตโทษทางซ้ายได้ยิงแต่ไม่ดีเท่าไหร่ยังตรงตัวฟาริซาล
45+2′
งานงอก…กวินออกมาไม่สุดขาตายโดนอินดราโขกเข้า
แต่แล้วไทยพลาดเองจนกลายเป็นประตูตีเสมอจนได้จากนอห์ชารูลทางขวาขยับยึกยีกก่อนเปิดเข้าเขตโทษไปเสาไกล มีอินดราโถมมาโขกแล้วกวินจะออกไปตัดบอลก็ไม่สุดชะงักก่อนโดนโหม่งมาก็ขาตายแล้วพุ่งไม่ทันเข้าประตูไป มาเลเซียนำห่าง 2-0
HALF TIME
48′
เกริกฤทธิ์หลุดมายิงยังติดแฉลบออกอีก
ไทยเปิดมาไม่รอช้าบุกใหญ่เลยและเกือบจะได้ประตูอีกแล้วจากบอลทะลุของชนาธิปให้กับเกริกฤทธิ์หลุดขึ้นไปเจอขวางอยู่พยายามล็อกหามุมจนยิงจนได้แต่ก็ยังแฉลบกระดอนออกหลัง
53′
สารัชดันมาลุ้นบ้างยิงข้ามคาน
มาเลเซียพอโฉบบุกไปบ้างแล้วแต่ไทยยังทำได้ดีกับจังหวะตัดเกมแล้วโต้กลับเพียงแต่ยังฝังประตูไม่ได้ซักที หนนี้มาทางซ้ายอีกเกริกฤทธิ์ฝากให้ชนาธิปก่อนจ่ายถึงสารัชเติมมายิงงัดใต้บอลข้ามคานไปอีก
58′
เอ่อ…ซาฟิกปั่นฟรีคิกเสียบตาข่ายห่างสามลูก
เจอแบบนี้พูดไม่ออกกันจริงๆเมื่อมาเลเซียได้ประตูเพิ่มอีกแล้วจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษแถวๆหัวกะโหลกก่อนจะเป็นซาฟิกวิ่งมาปั่นบอลผ่านกำแพงโค้งหนีมือกวินเข้าไปกลายเป็น 3-0 แล้ว
61′
เกือบ…ยาห์ยาห์หักถึงซาลี่ยิงติดพวกเดียกวันเอง
ไทยกำลังต้องการเกมบุกแต่มาเลเซียก็ใช้จังหวะนี้ค่อยๆมาตามช่องจนเสียวจะได้ประตูอีกแล้ว ด้วยบอลไหลให้ยาห์ยาห์สอดมารับบอลทางขวาเขตโทษก่อนตบเรียดเข้ากลางหลุดไปถึงซาลี่ได้ยิงแต่ดันไปติดอินดราพวกเดียวกันเอง
68′
อดิศักดิ์สับไกหน้าเขตโทษติดบล็อกอีกแล้ว
ไทยมาจังหวะนี้สวยเลยแต่ก็ยังไม่ได้ซักที ใช้เกมบุกทางซ้ายอีกแล้วไหลให้เกริกฤทธิ์ขยับมารับบอล ก่อนเปิดหลุดมาถึงหน้าเขตโทษมีอดิศักดิ์ถอยมารับแล้วล็อกเข้าซ้ายก่อนยิงไปติดแฉลบโค้งออกหลัง
75′
ท้ายเกมลุ้นกันสุดบีบหัวใจ
เข้าช่วงท้ายเกมแล้วแต่เกมเนือยไปพอสมควรเลยบอลบุกของไทยที่ปกติทะลุได้เป็นช่องเริ่มไปไม่ถึงแล้วโดนดักเอาไว้ ลุ้นกันใจจะวายกับเวลาที่เหลือ
82′
มาแล้วโว้ยยย!ชัปปุยส์ซ้ำลูกฟรีคิกไทยได้อเวย์โกล์
แต่แล้ว”ช้างศึก”ทให้บูกิตจาลีลเงียบได้เกือบทั้งสนามยกเว้นแฟนไทยเองด้วยกันจากจังหวะได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษสารัชยิงเข้ามาจะเสียบเสายังโดนฟาริซาลปัด แต่เข้าทางชัปปุยส์วิ่งมาซ้ำด้วยซ้ายเข้าจนได้ ไทยเฮทั้งประเทศไล่มา 3-1 แต่เป็นประตูสำคัญเพราะอเวย์โกล์
86′
ซาฟิกยิงเจอสุทธินันท์สกัดช่วยไว้
มาเลเซียเกือบทำเอาหัวใจวายอีกแล้วเมื่อพวกเขาบุกมาได้จบจากซาฟิกเจ้าเก่ามายิงหน้าเขตโทษแต่เจอสุทธินันท์ทิ้งตัวสกัดบอลออกหลังไปได้ทัน
88′
แชมป์ของข้า!เจส่งท้ายยิงไกลสุดหมดจดมอบไทยเฮลั่นประเทศ
แล้วสุดท้ายมันจบแล้วมาเลเซียไม่ต้องคิดถึงแชมป์แล้วโว้ย เมื่อไทยโต้กลับมาอดิศักดิ์อยู่หน้าเขตโทษจ่ายให้ชนาธิปตรงกลางมีเพื่อนรอทางซ้ายไม่สน”เมสซี่เจ”เข้าซ้ายจัดการสับไกพุ่งเสียบเสาหายแบบหมดจดเด็ดขาดสุดๆไล่เป็น 3-2 และแชมป์อยู่ตรงหน้า
จบเกมไทยพ่ายมาเลเซีย 2-3 แต่สองนัดรวมแล้วชนะไป 4-3 กลับมาคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพหลังห่างหายไปถึง 12 ปี พร้อมกับขยับไปทาบสิงคโปร์มีแชมป์ 4 สมัยเท่ากันแล้ว
ไทย
Starting Formation: 4-3-3
1.
กวิน ธรรมสัจจานันท์
13.
นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม
5.
สุทธินันท์ พุกหอม
17.
ธนบูรณ์ เกษารัตน์
2.
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
6.
สารัช อยู่เย็น
7.
ชาริล ชัปปุยส์
4.
เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
 89′
12.
ประกิต ดีพร้อม
 63′
18.
ชนาธิป สรงกระสินธ์
9.
อดิศักดิ์ ไกรษร
ตัวสำรอง
20.
ชนินทร์ แซ่เอียะ
3.
ประวีณวัช บุญยงค์
8.
อาทิตย์ ดาวสว่าง
11.
มงคล ทศไกร
14.
ศราวุธ มาสุข
 63′
15.
ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา
19.
อดุล หละโสะ
 89′
21.
ชัยณรงค์ ทาทอง
22.
สมปอง สอเหลบ
ผู้จัดการทีม
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

โดย  redenzo ssballthai

ไทยชนะมาเลเซีย 2:0 ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เจอนัดสอง 20 ธ.ค. นี้


ผลการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรกระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันนี้(17ธ.ค.) จบการแข่งขันไทยชนะมาเลเซีย2:0

โดยจบครึ่งแรก (45 นาที) ไม่มีใครทำประตูได้เสมอ ด้วยสกอร์ 0:0      เริ่มครึ่งหลังทีมไทยมีโอกาสได้ลุ้นประตูหลายครั้ง    จนถึงนาทีที่70ไทยได้จุดโทษ    โดยชาริล    ชัปปุยส์ยิงทำประตูให้ไทยนำมาเลเซีย1:0

จากนั้นนาทีที่85ไทยยิงได้อีก1ประตูโดยเกริกฤทธิ์    ทวีกาญจน์    ทำให้ไทยนำมาเลเซียเป็น2:0    จบการแข่งขันไทยชนะมาเลเซีย2:0

สำหรับนัดสองในวันที่ 20 ธ.ค. จะพบกันที่สนามบูกิต จาลิล มาเลเซียเวลา19.00น.ช่อง7สีถ่ายทอดสด

 

ยุทธการหักพิษสง เสือ(เหลือง)เฒ่า!

ในที่สุดศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินอุษาคเนย์อย่าง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” ก็เดินทางเข้าสู่การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศกันแล้ว

โดย “คู่ชิงชนะเลิศ” ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นการพบกันระหว่าง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย กับ “เสือเหลือง” ทีมชาติ มาเลเซีย

สำหรับขุนพล “ช้างศึก” นั้นการเข้าชิงชนะเลิศถือว่าไม่ใช่เรื่อง “เซอร์ไพร์ส” แต่อย่างใดเพราะก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่ม ทีมชาติไทย ในฐานะ “แชมป์” 3 สมัย ที่มีฟอร์มการเล่นดีวันดีคืนภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นั้นถูกคาดหมายเอาไว้อยู่แวว่าเป็น “เต็งแชมป์” ในปีนี้

แต่สำหรับขุนพล “เสือเหลือง” การทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาได้นั้นเป็นะไรที่ต้องบอกว่า “เซอร์ไพรส์” แบบสุดๆ

เพราะก่อนทัวร์นาเมนท์จะเริ่มปฏิเสธไม่ได้ว่า ทีมชาติมาเลเซีย ภายใต้การคุมทีมของ ดอลเลาะห์ ซาลเลห์ นั้น มีผลงานที่ย่ำแย่เป็นอย่างมาก

นับตั้งแต่กุนซือวัย 51 ปีก้าวขึ้นกุมบังเยนขุนพล “เสือเหลือง” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดอลเลาะห์ สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เพียงแมทช์เดียวและแพ้ไปถึง 4 แมทช์ด้วยกัน

ก่อนถึงศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” และ 2 จาก 4 ก็เป็นการแพ้ต่อทีม “คู่ปรับ” ในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซียและ เวียดนาม ด้วย

นอกจากนั้นตัวผู้เล่นที่เรียกเข้ามาสู่ทีมก็กลับไปดึงผู้เล่นที่มีอายุมากและหลุดวงโคจรในนามทีมชาติไปแล้วกลับมาเป็นแกนหลักในทีมจนถูกสบประมาทว่าเป็นทีม “เสือเหลืองเฒ่า” ก็ไม่ปาน

ด้วยเหตุนี้ ทีมชาติมาเลเซีย ที่แม้จะเคยผงาดคว้า “แชมป์” รายการนี้ได้หนึ่งสมัยเมื่อปี 2010 จึงไม่ได้ถูกจับตามองและคาดหมายเป็นอันดับต้นๆว่าจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

มิหนำซ้ำเมื่อการแข่งขันดำเนินไปถึงครึ่งทางในรอบแบ่งกลุ่มขุนพล “เสือเหลือง” ก็ฟอร์มไม่ดีตามเนื้อผ้าจริงๆ เมื่อทำได้เพียงแค่เสมอกับ ทีมชาติเมียนมาร์ และพ่ายแพ้ ทีมชาติไทย

จน “สถานการณ์” ของทีมนั้นร่อแร่จะตกรอบอยู่มะลอมมะล่อ แถมยังมีเรื่องราวนอกสนามที่ดาวยิงคนดังอย่างซาฟิอี ซาลี ถูกจับภาพได้ขณะน่งสูบบุหรี่อยู่ที่ร้านอาหารหลังเกมที่พ่ายแพ้ให้กับขุนพล “ช้างศึก” จนถูกแฟนบอลและสื่อมวลชนในประเทศวิจพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

เช่นนั้นไม่ว่าจะมองเหลี่ยมไหนในเรื่องราวที่ดำเนินมาถึงจุดนี้ ขุนพล “เสือเหลือง” แทบจะไม่มีโอกาสเลยที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เลย อย่าว่าแต่รอบชิงชนะเลิศเลยแค่เพียงรอบรองชนะเลิศก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้

ทว่าไม่น่าเชื่อว่า “เหตุการณ์” หลังจากที่กล่าวมากลับกลายเป็นตรงกันข้าม

เมื่อ ทีมชาติมาเลเซีย สามารถเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ “เจ้าภาพ” ร่วมในรอบแบ่งกลุ่มพร้อมกับก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ ก่อนจะเข้ามาหักด่าน ทีมชาติเวียดนาม “เต็งแชมป์” อีกหนึ่งทีมได้ทั้งที่เป็นฝ่ายออกตัวพ่ายแพ้คาถ้ำเสือเหลืองไปก่อนในเลกแรก 1 – 2

แต่สุดท้ายก็กลับมาถล่มเอาชนะ ทีมชาติเวียดนามได้ ในบ้าน 4 – 2 จนพลิก “สถานการณ์” เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

มันจึงเป็นเรื่อง “เซอร์ไพรส์” ของศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” อย่างแท้จริง

และนำมาซึ่งคำถามต่อไปว่าเพราะอะไร “เสือเหลือง” จึงกลับมาผงาดในรอบชิงชนะเลิศได้ครั้งทั้งที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในรอบแรกรวมถึงรอบรองชนะเลิศมาแล้ว

คำตอบก็คงต้องบอกว่าเป็นเพราะ “พิษสง” ของเหล่านักเตะที่ถูกขนานนามและปรามาสว่าเป็น “เสือเหลืองเฒ่า” นั่นเอง

ชูคอร์ อดาน กัปตันทีมวัย 35 ปี , อินดรา ปุตรา มาหายุดดิน และ อัมรี ยาห์ยา 2 ตัวริมเส้นจอมเก๋าในวัย 33 ปี , บาดรี่ ราดซี่ มิดฟิลด์สุดแกร่งวัย 32 ปี หรือแม้แต่ ซาฟิอี ซาลี ดาวยิงคนเก่งวัย 30 ปี คือเหล่า “คีย์แมน”สำคัญในความสำเร็จของ ทีมชาติมาเลเซีย ที่ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้

โดยเฉพาะ 2 นัดสำคัญที่หักดิบเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ ในรอบแรก และบุกไปเอาชนะ ทีมชาติเวียดนาม ได้ถึงถิ่นในรอบรองชนะเลิศเลก 2 บรรดานักเตะที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นส่วนสำคัญที่นำมาซึ่งชัยชนะของทีม

ดังนั้นเกมที่จะพบกับ “ช้างศึก” ในเย็นวันนี้เชื่อเหลือเกินว่า ทีมชาติมาเลเซีย นั้น จะใช้ “พิษสง” ของเสือ(เหลือง)เฒ่า เล่นงาน ทีมชาติไทย อย่างแน่นอน

หากแต่มันจะร้ายแรงถึงขนาดสามารถพิชิต “ช้างศึก” ได้หรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่ต้องรอติดตาม

เนื้อหาโดย Hot Score

hot-score

10 เคล็ดลับรักษาหุ่นให้สวย หลังการไดเอท ไม่โยโย่แน่!!


diet

คุณก็ยังคงมีความรู้สึกกังวลอยู่ใช่ไหมล่ะค่ะ ว่าจะรักษาหุ่นสวยๆ แบบนี้อย่างไร ให้สามารถอยู่คงทนต่อไปได้โดยที่ไม่ต้องกลับมาอ้วนอีก แน่นอนค่ะ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ทุ่มทั้งแรงกายและแรงใจมาอย่างมากมายในการลดน้ำหนักครั้งนี้ เพื่อให้ได้รูปร่างและหุ่นสวยตามที่ต้องการ ถ้าหากว่าต้องกลับไปเป็นหุ่นแบบเดิมอีกก็คงไม่ดีแน่แท้ ดังนั้นแล้วในวันนี้เราจึงนำเคล็ดลับเพื่อหลังการได้เอทให้หุ่นสวยๆ อยู่คู่กับสาวๆ ตลอดไป มาแนะนำกันค่ะ

1. เดินออกกำลังกาย

โรคอ้วนนั้นกำลังแพร่ระบาดไปทั่วประเทศไทย และก็มีแนวโน้มว่าจะแพร่ระบาดหนักขึ้นไปอีกในทศวรรษหน้านี้ การใช้เวลาในแต่ละวันซักประมาณ 20 นาที สำหรับเดินออกกำลังกาย จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณได้มีกิจกรรมมากขึ้น หรือการเดินออกกำลังกายจำนวนวันละ 2,000 ก้าว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมาอีก ถ้าอยากจะรู้ว่า คุณได้เดินออกกำลังกายไปกี่ก้าวแล้ว ก็ให้ลองใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างเครื่อง Pedometer หรือมาตรวัดจำนวนก้าวติดเอาไว้ที่เข็มขัด จากนั้นก็ออกเดินไปได้เลย ไม่ว่าคุณจะไปไหนก็ตาม ตั้งแต่การจูงสุนัขออกไปเดินเล่น หรือจะออกไปเดินซื้อของแถวๆ บ้าน คุณก็สามารถดูจำนวนก้าวได้จากเครื่องนี้แหละค่ะ

2. กินแอปเปิล แบบเจ้าหญิงสโนว์ไวท์

สารอาหารที่อยู่ในแอปเปิลนั้น มีปริมาณของวิตามิซีมากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดเลยค่ะ เป็นปริมาณที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันเชียวนะ ถ้าวันไหนขาดผลไม้ ลองเป็นน้ำผลไม้อย่างมาลีไลท์ก็ได้ เป็นสูตรไม่มีน้ำตาล ให้พลังงานแค่ 30 แคล ที่สำคัญถ้าจะดื่มน้ำผลไม้ ต้องเป็นน้ำผลไม้แท้ด้วยนะ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้งานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อที่จะนำไปใช้ในการเสริมสร้างให้ร่างกายทุกส่วนมีสุขภาพที่ดี โดยทั่วไปแล้ว ถึงแอปเปิลจะอุดมไปด้วยวิตามินซี และสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง จากการไดเอท เราก็อยากจะขอแนะนำให้คุณลองรับประทานแอปเปิล หรือผลไม้อื่นๆ จำนวนวันละ สองสามลูก หรือจะรับประทานมากกว่านั้นก็ได้ ดูสิคะ

3. Say No ไขมันแปรรูป

ไขมันแปรรูปนั้นก็แย่พอๆ กับไขมันอิ่มตัวนั่นแหล่ะ เพราะว่าไขมันแปรรูปจะทำให้ระดับของคอเลสเตอรอลโดยรวม และระดับของโปรตีนไลปิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีให้สูงมากขึ้น แล้วก็ไปลดระดับของโปรตีนไลปิดความหนาแน่นสูง (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ลดน้อยลง การบริโภคไขมันแปรรูปอาจจะส่งผลในการขัดขวางการดูดซึมของไขมันที่ดีต่อสุขภาพที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และการทำงานของอวัยวะต่างๆ สำคัญของร่างกายได้

4. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้าง

ที่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ หมายถึงว่าแค่ให้ดื่มจำนวนวันละหนึ่งถึงสองแก้ว สำหรับผู้ชาย และดื่มจำนวนวันละหนึ่งแก้ว สำหรับผู้หญิง ถ้าหากดื่มปริมาณที่มากจนเกินไปก็จะยิ่งไปเพิ่มอัตราความเสี่ยงที่คุณจะเสพติดสารแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้คุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็งเต้านม โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมองตีบ และก็ยังมีอัตราการเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย และอัตราการประสบอุบัติเหตุอีกด้วยนะ

5. รับประทานวิตามินเสริม

จากการค้นคว้าวิจัยของ Journal of Nutrition (วารสารเกี่ยวกับโภชนาการ) พบว่าการรับประทานวิตามินรวมทุกๆ วันสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกำเริบของโรคหัวใจในครั้งแรก ทั้งในเพศชายและเพศหญิง ซึ่งผู้เขียนรายงานการค้นคว้าวิจัย มีความคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากวิตามินบีที่พบอยู่ในวิตามินรวม เช่นเดียวกัน กับวิตามินซีและวิตามินอีที่ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนแร่ธาตุอย่างซีลีเนียมและเบต้าแคโรทีนนั้น วิตามินเสริมเหล่านี้ไม่สามารถที่จะไปทดแทนคุณค่าอาหารที่คุณได้จากอาหารปกติได้เลย แต่มันก็ยังสามารถช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของร่างกายได้

6. ลดการรับประทานเกลือลงหน่อย

สำหรับคนที่ชอบเติมเกลือเพิ่มลงไปในอาหาร การที่ร่างกายได้รับปริมาณของโซเดียมที่มากจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยชาวไทยจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน หรือเท่ากับจำนวนหนึ่งในห้าของทั้งประเทศ มีความดันโลหิตสูง โดยจำนวนหนึ่งในสามของคนเหล่านี้ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคหลอดเลือดสมองตีบอีกด้วย แล้วแบบนี้ คุณก็ควรจะใช้เครื่องปรุงอื่นๆ แทนการใช้เกลือปรุงรสอาหารจะดีกว่านะคะ

7. จำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่า สีน้ำตาลย่อมดีกว่าสีขาวนะ

แป้งโฮลวีตนั้น มีปริมาณของสารอาหารและเส้นใยอาหารมากกว่าแป้งขัดสีค่ะ ลองเปลี่ยนมารับประทานขนมปังโฮลวีตแทน การรับประทานขนมปังขาว และรับประทานข้าวกล้องแทนการรับประทานข้าวขาวจะดีกว่านะคะ ซึ่งข้าวโพดคั่วและข้าวโอ๊ตบดหยาบ ก็ถือว่าเป็นธัญพืชเช่นกันค่ะ

8. รับประทานโยเกิร์ต

เป็นที่รู้ๆ กันนะคะว่า ธาตุแคลเซียมในโยเกิร์ตนั้น จะช่วยทำให้เสริมสร้างกระดูกให้มีความแข็งแรง แต่จริงๆ แล้วมีเหตุผลที่มากกว่าการรับประทานโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพของกระดูกค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ในโยเกิร์ตบางยี่ห้อก็ยังมี Inulin ซึ่งเป็นไฟเบอร์คล้ายๆ กับคาร์โบไฮเดรต ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สามารถพบได้ในผักและผลไม้ ซึ่ง Inulin นี้จะไปช่วยเพิ่มการทำงานให้กับเซลล์ที่มีชีวิต และช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบย่อยอาหาร และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเป็นผู้ช่วยในการดูดซึมธาตุแคลเซียมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

9. ห่ออาหารกลับบ้านสิ

เดี๋ยวนี้อาหารต่างๆ หรือ Fast Food มีขนาดจานที่ใหญ่ขึ้นมากจริงๆ และในบางคน ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะรับประทานให้หมดจาน ดังนั้นแล้ว เมื่อคุณสั่งอาหารแล้ว ให้คุณขอแบ่งอาหารซักครึ่งหนึ่งนำไปใส่กล่องเพื่อกลับบ้าน แทนสิ เพื่อที่คุณจะสามารถเก็บเอาไปไว้รับประทานในวันต่อไปได้ด้วย จะได้ช่วยให้คุณประหยัดค่าอาหาร อีกทั้งยังจะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่สมส่วนด้วยไงล่ะคะ

10. ดื่มน้ำให้มากๆ

น้ำนั้นมีความสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญทั้งหมดในร่างกายของเรา น้ำช่วยในการย่อยไขมัน ซึ่งจะทำให้มีน้ำหนักตัวที่ลดลง และยังจะช่วยทำให้ผิวพรรณแลดูผ่องใสอีกด้วย เคล็ดลับที่สำคัญก็คือ ควรจะดื่มน้ำปริมาณ 200 มิลลิลิตร ต่อแก้ว จำนวนวันละ 8-10 แก้ว หรือถ้าคุณรับประทานผักและผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำอยู่ด้วย ก็จะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำในร่างกายของเราได้เหมือนกันค่ะ

เพียงเคล็ดลับทั้ง 10 ข้อนี้ ก็สามารถช่วยทำให้คุณมีหุ่นสวยได้โดยไม่ต้องกังวลว่า ความอ้วนของคุณจะกลับมากวนใจคุณอีกแล้วล่ะค่ะ

ที่มา: shape.in.th

เตือนภัยระวัง! 15 อาหารใกล้ตัว [สุขภาพ]


เตือนภัยระวัง! 15 อาหารใ

1. ขนมปังปี๊บ วางขายทั่วไปตั้งแต่ร้านโชห่วยจนถึงซูเปอร์สโตร์เลยทีเดียว หลายคนชะล่าใจว่าวางขายในห้างแล้วจะปลอดภัยกว่าร้านขายของชำ จะบอกว่าวางขายที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น เพราะกระบวนการผลิตขนมปังบรรจุปี๊บบางแห่งไม่มีคุณภาพ แถมบางรสอย่างเช่น ไส้สับปะรด แท้จริงแล้วผู้ผลิตบางเจ้าใช้มันแกวหรือพืชอื่นๆ กวนใส่น้ำตาลแทนสัปปะรดจริงแล้วใส่กลิ่นกับแกนสัปปะรดไปนิดหน่อย เพื่อลดต้นทุนอย่างน่าเกลียด
2. เชอรี่บนขนมเค้กราคาถูกตามตลาดสด เชอรี่สีแดงสีเขียว วางประดับเหนือครีมสีขาวบนขนมเค้ก เราเห็นทั่วไปตั้งแต่ร้านเบเกอรี่จนถึงร้านขายของชำที่ชอบรับมาขายจากแหล่ง ที่บางครั้งก็ไม่ระบุที่มา หากเป็นเชอรี่เชื่อมของจริงผลจะมีสีแดงเข้ม รสชาดหวานอมเปรี้ยวจากผลไม้แท้ๆ แต่บางเจ้ากลับนำมะเขือเปาะฟอกสีจนใสเป็นวุ้น แล้วย้อมสีแดง ซึ่งก็คือผงฟอกสีทำให้เกิดภาวะเสื่อมในไตขนมหวานของหวานบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่ายังจะใช้สารฟอกสีไปทำไม แต่ก็ใช้ไปแล้ว ก็อย่างเช่น มะม่วงกวน (แผ่นใสๆ) หรือยอดมะพร้าวขาวๆ ฉะนั้นต้องดูให้ดี
3. ซูชิในตลาดนัด อาหารพื้นๆ สัญชาติญี่ปุ่น แต่ดันมาขายดิบขายดีในเมืองไทย และเมื่อแพร่ขยายมาถึงตลาดนัด ซึ่งผู้ขายจะนำมาจากแหล่งผลิตใด วัตถุดิบคืออะไร ก็ไม่มีใครทราบ แต่พอถึงเวลาขายก็เอาออกจากกล่องพลาสติกมาวางกลางอากาศร้อนๆ แถมในตลาดนัดรู้กันอยู่ว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค เมื่อของสดบวกกับความร้อนและเชื้อแบคทีเรียในอากาศ ผู้ที่ซื้อไปรับประทานก็จะมีอาการท้องร่วงท้องเสียตามมา
4. เอแคลร์-ลูกชุบ หรือขนมอะไรที่ต้องมีการปั้นๆ ถูๆ ต้องพึงระวังสุขอนามัย รวมถึงสีที่ใช้ซึ่งหลายเจ้าไม่ได้ใช้สีผสมอาหาร ใครทานเข้าไปก็เตรียมใจรับสารตะกั่ว ควรซื้อกับร้านค้าที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงเท่านั้น
5. ลูกอมสีประหลาด ขึ้นชื่อว่าลูกอมก็ไม่ใช่ของที่น่ารับประทาน เพราะรู้กันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าทานมากก็ทำให้ฟันผุและมีน้ำตาลสูง แต่ถ้าเจอลูกอมสีแปลกๆ เช่น ฟ้า เขียว ม่วง สีจัดๆ สีเหล่านี้พ่อค้าแม่ค้าชอบนำมาขายเพราะเก็บไว้นาน สีไม่ซีด แต่อันตรายจากสีในลูกอมนั้นเต็มไปด้วยสารตะกั่วและโลหะหนัก ….แต่ทางที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงลูกอมทุกสี ทุกรส เพือ่สุขภาพที่ดีของปากและฟันเป็นดีที่สุด
6. อาหารทะเลปลายฤดูร้อน ผู้หลักผู้ใหญ่เคยบอกไว้ว่าช่วงปลายหน้าร้อนเข้าหน้าฝนอย่าหาของทะเลกิน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสภาพอากาศที่มีฝนแรกตกชะฝุ่นบนพื้นดินลงทะเล ซึ่งสัตว์ทะเลจะกินฝุ่นดินนี้เข้าไป ก็จะทำให้มีเชื้อไวรัส แบคทีเรีย มากกว่าปากติ ฉะนั้นโอกาสท้องเสียจึงมีสูง หากจะทานก็ควรล้างน้ำเกลือให้สะอาด เพื่อชะล้างฝุ่นดินโคลนออกเสีย
7.อาหารสำเร็จรูปไมโครเวฟ อาหารแพ็คสำเร็จรูปเดี๋ยวนี้มีวางขายหลากหลายยี่ห้อ ตอบสนองพฤติกรรมการกินของคนรุ่นใหม่ที่รีบเร่งและเน้นสะดวก หลายคนยังมีแก่ใจห่วงใยสิ่งแวดล้อม ยอมเอาบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหารล้างสะอาดเก็บไว้ใช้ต่อ แต่พลาสติกชนิดนี้ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำกลับเข้าไมโครเวฟมากกว่า 1 ครั้ง เพราะเคมีในพลาสติกจะซึมสลายปะปนกับอาหาร สะสมในร่างกาย
8. โยเกิร์ตตามซูเปอร์มาร์เก็ต จะมาเดี่ยวๆ หรือมาเป็นแพ็ค แต่สังเกตกันบ้างหรือไม่ว่าโยเกิร์ตสมัยนี้ทำไมจึงผลิตออกมาได้มากมาย หลายรส หลายกลิ่น และทำไมหลายคนกินแล้วมีแต่อ้วนขึ้น! ก็เพราะผู้ผลิตบางเจ้าเติมแป้งลงไปเพื่อให้ได้ปริมาณและความข้น ขณะที่ผลไม้เชื่อมที่ใช้ก็ถูกสลายเกลือแร่และวิตามินซีไปนานแล้ว สิ่งที่ได้คือแป้งแต่งกลิ่นนมเปรี้ยว เติมสีและรสสังเคราะห์ ทำให้โยเกิร์ตมีราคาถูกนั่นเอง วิธีทดสอบง่ายๆ ลองหยดทิงเจอร์ไอโอดีนตามการทดลองวิทยาศาสตร์ตอนเด็กๆ ดู หากเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แปลว่าคุณเจอโยเกิร์ตแป้งเข้าแล้ว

การทานโยเกิร์ตให้ได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากนม จึงควรเลือกแบบโฮมเมด มีรสและกลิ่นตามธรรมชาติของนม และรสธรรมชาติทานคู่กับผลไม้สด เมล็ดธัญญาหาร หรือน้ำผึ้ง จะได้รับประโยชน์เต็มๆ กว่า
9. น้ำปลาเปิดขวดแล้ว ควรมีอายุการใช้ไม่เกิน 1 เดือน เพื่อป้องกันการวางไข่ของแมลงวัน และเชื้อโรคตามอากาศที่ปะปนอยู่ในขวด
10. ขวดซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ที่เปิดใช้แล้ว แม้จะเก็บไว้อย่างดีในตู้เย็น แต่หากเปิดใช้เหลือเกินกว่าวันที่ฉลากระบุ ก็ต้องจัดการทิ้งถังขยะ เพราะเชื้อราตามคอขวดซอสเหล่านี้ เติบโตเร็ว
11. กระดาษหนังสือพิมพ์ แม้จะมีการลดจำนวนการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ในการห่ออาหาร แต่บางครั้งเราก็ยังเห็นแม่ค้านำมาห่อผักสด เข่งปลา วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป สารพิษจากหมึกจะปนเปื้อนในอาหารได้ ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะนำไปห่อผักแช่ตู้เย็น
12. อาหารกระป๋อง ถ้าใช้ไม่หมดควรเอาออกจากกระป๋องใส่ภาชนะอื่นแช่ตู้เย็น เพราะอากาศจะเร่งปฏิกิริยาให้อาหารปนเปื้อนสารจากกระป๋องได้ง่าย
13. ฟองน้ำล้างจาน ตามท่อ หรืออ่างล้างจาน เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ในฟองน้ำล้างจานก็เช่นกัน หากนำกลับมาใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง แบคทีเรียที่มีน้ำยาผสมน้ำทิ้งไว้จึงไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง หากต้องการกำจัดเบื้องต้น ก็มีเคล็ดลับง่ายๆ โดยนำฟองน้ำล้างจานไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ก็จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่อาจปะปนกับจานชามของเราได้ส่วนหนึ่ง….น่ากลัว จริงๆ นะ
14. อาหารหมักดอง ใครที่ชอบทานอาหารหมักดองเป็นประจำต้องระวังให้ดี เชื้อไวรัสในอาหารหมักดองมีฤทธิ์มากพอที่จะทำลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะอาหารหมักดองที่ขายตามตลาด เช่น ผักกาดดองในกะละมังโรงงานบางแห่งจะมีกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาด (โดยใช้คนลงไปนวดผักในอ่างดอง โดยที่เราไม่แน่ใจว่าคนนั้นๆ มีโรคติดต่อหรือไม่) หากจะนำผักกาดดองไปปรุงอาหาร ควรเลือกผักกาดดองกระป๋อง หรือบรรจุซองที่ซีลแน่นหนา สะอาด ไม่รั่ว ไม่บุบ ไม่แตก
15. เบียร์สด บางคนอาจคิดไม่ถึง แต่เบียร์สดจะมีกรรมวิธีการผลิตแตกต่างจากเบียร์บรรจุขวด นั่นก็คือเบียร์สดจะไม่ถูกกรองยีสต์ที่ตายแล้ว ก็อาจจะทำให้ได้รับซากยีสต์จากการดื่มด้วย ซึ่งต้องระมัดระวังหากใครมีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานแบคทีเรีย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com/25-01-2010

ที่มา: blog.eduzones.com/moobo/133934

จะตกใจไหมถ้าบอกว่า “นํ้าตาล คือสารเสพติด”


น้ำตาล คือสารเสพติด

“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เป็นคำที่คนไทยตั้งแต่ในอดีตได้เตือนว่า อาหารส่วนใหญ่ที่มีรสหวานมาก็จะเป็นโรคได้
ส่วนยาไทยที่เอาไว้รักษาโรคนั้นต่างก็มีรสขมทั้งสิ้น

คนทั่วไปส่วนใหญ่ชอบรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน โดยที่อาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวานนี่แหละที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย
และถ้าเราลดเรื่องอาหารที่มีรสหวานได้ เราก็จะหยุดได้หลายโรค

นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์ คุณหมอที่จบแพทย์แผนปัจจุบันแต่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ โดยปัจจุบันได้ให้คำแนะนำ
เรื่องโภชนาการเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยา นพ.เปี่ยมโชค ด้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ทำไมคุณถึงป่วย?
อีกมุมหนึ่งของความรู้สุขภาพที่หมอของคุณอาจไม่เคยบอกคุณมาก่อน” ข้อมูลที่เขียนนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน
เพราะได้รวบรวมงานเขียนและงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศ โดยมีความบางตอนที่น่าสนใจและผู้อ่านหลายคน
อาจไม่เคยรู้มาก่อนมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะดังนี้

จากหนังสือ “Lick the sugar habit” ที่เขียนโดย Nancy Appleton ตีพิมพ์ ปี 1992 เธอเป็นปริญญาเอกทาง Clinical nutrition
ในหนังสือเล่มนี้ได้สรุปไว้ว่า มีโรคและอาการกินหวานอยู่ถึง 110 ชนิด จะเรียกได้ว่าโรคที่เรานิยมเป็นอยู่ในยุคนี้มีสาเหตุ
มาจากน้ำตาลมาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ทำให้ฟันผุ, ให้กระดูกผุ, ทำให้แก่เร็ว, ทำให้อ้วน, ทำให้หลั่งอดรีนาลีนอย่างรวดเร็วในเด็ก,
ทำให้เกิดหอบหืด, ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้, ทำให้เด็กเป็นโรคผิวหนัง เอ็กซีม่า, ทำให้ปวดศีรษะไมเกรน, ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ,
ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร, ทำให้เป็นต้อกระจก, ทำให้สายตาสั้น, ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า, ทำให้ไขมันในตับเพิ่มขึ้น, ทำลายตับอ่อน,
ทำให้เป็นโรคเบาหวาน, ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ทำให้เกิดนิ่วในไต, เพิ่มโอกาสที่จะเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร,
เพิ่มโอกาสมะเร็งลำไส้ใหญ่, เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งถุงน้ำดี ฯลฯ

ที่น่าสนใจคือ น้ำตาลทำให้เกิดสมาธิสั้น ความวิตกกังวล อารมณ์แปลกประหลาดในเด็ก โดยมีตัวอย่างจากหนังสือ alternative medicine
ฉบับเดือนกันยายน 2004 หน้า 24 ชื่อ the real reason sweets make kids jumpy บทความนี้เป็นงานวิจัยที่ทำในอังกฤษ พบว่า:

ความหวานและสีผสมอาหารที่มีอยู่ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม มีส่วนในการทำให้เด็กที่กินของเหล่านี้เข้าไปเกิดอาการสมาธิสั้น
เป็นการศึกษาในเด็กอายุ 3 ขวบ จำนวน 277 คน โดยการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน
มีสีผสมอาหาร และอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสีผสมอาหาร


ซึ่งพบว่า ในช่วงที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารและอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสี พฤติกรรมของสมาธิสั้นลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง กลุ่มที่ทำงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่าการลดปัญหาของอาการสมาธิสั้นคือ ให้เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารลดลง
โดยเน้นที่อาหารและขนมสำเร็จรูปทั้งหลาย ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม ขนมถุงจำพวกขบเคี้ยวทั้งหลายด้วย

นอกจานี้บางคนอาจะไม่รู้ว่า น้ำตาลสามารถกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ (Sugar suppress lymphocyte)
พูดง่ายๆก็คือกดการทำงานของภูมิต้านทานนั่นเอง จากหนังสือของนายแพทย์ James Braly ปี 1992 ชื่อ DR.BRALY’S FOOD ALLERTY
& NUTRITION – REVOLUTION หน้า 242 เรื่อง “How to eat” มีข้อความแปลเป็นไทยว่า

“ในบางคนน้ำตาลกดการทำงานของเม็ดเลือด โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวหลักของภูมิต้านทาน
(เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญคือคอยทำลายเชื้อโรค และปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม) ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณกินน้ำอัดลม 1 กระป๋อง
หรือกาแฟใส่น้ำตาล 1 ถ้วย แล้วตามด้วยขนมหวานอีก 1 ชิ้น เม็ดเลือดขาวของคุณจะทำงานลดลง 75 เปอร์เซนต์ และจะเป็นอย่างนี้อยู่นาน 6-8 ชั่วโมง
กว่าจะกลับมาทำงานตามปกติ”

จากหนังสือ Low Carb Energy ฉบับเดือน มีนาคม 2005 หน้า 87 ชื่อเรื่อง “SUGAR a Serious addiction you can break”
รายงานนี้เขียนโดยแพทย์หญิง Christine Horner คุณหมอคริสติน บรรยายเรื่องหวานกดภูมิต้านทานแปลเป็นไทยได้ว่า

“นักวิจัยพบว่าการกินหวานกดภูมิต้านทาน โดยไปกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า T lymphocyte ยกตัวอย่าง
ถ้ากินขนมหวานชิ้นใหญ่ซัก 1 ชิ้น ความหวานจะกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวประมาณ 50-94 เปอร์เซนต์ นาน 5 ชั่วโมง”

นอกจากนี้ในหนังสือ Improving genetic expression in the prevention of the diseases of aging โดย Jeffery S. Bland, Ph.D.
และ institute for functional medicine ปี 1998 หน้า 69 แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ
(Free Radicals) ได้ง่ายขึ้น และมากขึ้นภายในหลอดเลือด และอนุมูลอิสระเหล่านี้ก็จะทำลายผนังหลอดเลือดทั่วไปหมด
และทำลายทุกอย่างที่เลือดวิ่งไปถึงทุกเซลล์ของร่างกาย

โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งก็ควรจะทราบด้วยว่า ในรายงานของ Gordon Research Institute USA มีข้อความว่า “เซลล์มะเร็งมี Glucose receptor หรือ
จุดสำหรับดูดซึมน้ำตาลเข้าเซลล์มากกว่าเซลล์ปกติถึง 24 เท่า แสดงให้เห็นว่าเซลล์มะเร็งมีความสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วมากและจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคนไข้มะเร็งที่กินหวานก็เท่ากับส่งเสบียงให้เซลล์มะเร็งโดยตรง

แม้ความหวานและน้ำตาลจะอันตรายและก่อให้เกิดโรคและปัญหามากมาย แต่บางคนต่อให้รู้ก็อาจจะเลิกยากเพราะมีงานวิจัย
ระบุว่าน้ำตาลอาจเป็นสารเสพติดอีกชนิดหนึ่ง !?

จากหนังสือของนายแพทย์ James Braly ปี 1992 ชื่อ Dr. Braly’s Food Allergy & Nutrition-Revolution หน้า 455 เรื่อง
“Corn Syrup” ซึ่งน้ำตาลจากข้าวโพดนี้เป็นสารให้ความหวานที่ผสมอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูป เกือบทุกชนิด
ตั้งแต่ขนมถุง ลูกอม ยันน้ำอัดลม “เป็นสารเสพติดและก่อให้เกิดภูมิแพ้อย่างแรง”

จากหนังสือ Low Carb Energy ฉบับเดือน มีนาคม 2005 หน้า 86 ชื่อเรื่อง “SUGAR A Serious addiction you can break”
รายงานนี้เขียนโดยแพทย์หญิง Christine Horner ได้บรรยายเอาไว้ว่า คนอเมริกันกินน้ำตาลเฉลี่ย 60 กิโลกรัม/คน/ปี
และตัวเลขที่น่ากลัว คือ โดยเฉลี่ย เด็กกินเป็น 2 เท่าของผู้ใหญ่ และในหนังสือเล่มนี้ก็เขียนไว้ทำนองเดียวกับหนังสือ LICK THE SUGAR HABIT
ก็คือ ความหวานเพิ่มโอกาสการเป็นโรคร้ายหลายชนิด เช่น ลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบเรื้อรัง หอบหืด ข้ออักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ไมเกรน ซึมเศร้า
โรคเหงือก ฟันผุ เบาหวาน อ้วน กระดูกผุ โรคหัวใจ และหลอดเลือด ฯลฯ

ในหนังสือเล่มนี้เขียนเรื่องการเสพติดไว้ดังนี้ ความหวานกระตุ้นสมองที่ตำแหน่งเดียวกับ มอร์ฟีน เฮโรอีน และ โคเคน
และยังอ้างถึงวารสาร NEURO IMAGE ฉบับเดือนเมษายน 2004 ที่รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เสตท
ว่า เวลาเราอยากกินหวานๆ สมองจะมีปฏิกิริยาเหมือนเราอยากเสพมอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคน และเวลาเราได้กินหวานๆ
สมองจะมีปฏิกิริยาเหมือนเรา ได้เสพมอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคน

ทั้งนี้มีการทดลองในหนู โดยให้หนูกินอาหารและน้ำหวาน เมื่อเวลาผ่านไปหนูกินน้ำหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกินอาหารลดลง
และเมื่อหยุดน้ำหวาน หนูจะเกิดอาการลงแดงทันที คือ ปากสั่น ตัวสั่น และเมื่อให้กินน้ำหวานอาการเหล่านี้ก็จะหายไป

คราวนี้แบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้น้ำหวาน กลุ่มที่สองให้มอร์ฟีน โดยเริ่มจากกลุ่มแรกให้หนูกินน้ำหวาน
พอหยุดน้ำหวานหนูจะเกิดอาการลงแดงทันที คือ ปากสั่น ตัวสั่นอีก แต่คราวนี้ให้ยาชื่อ naloxone พบว่า
หนูหายจากอาการปากสั่น ตัวสั่น (ยา naloxone เป็นยาที่ใช้ช่วยในการเลิกยาเสพติดพวกมอร์ฟีนและเฮโรอีน)

หลังจากนั้นเริ่มให้มอร์ฟีนหนูอีกกลุ่มหนึ่ง จนหนูติดมอร์ฟีนแล้วหยุดให้มอร์ฟีน หนูเกิดอาการลงแดงทันที ปากสั่น
ตัวสั่น เค้าก็ให้ยา naloxone หนูก็หายลงแดงทันที ซึ่งเป็นลักษณะแบบเดียวกัน

ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลข้างต้นแล้ว ต่อไปใครอยากจะอร่อยปากด้วยความหวาน
ให้ใคร่ครวญให้ดีว่าเราอยากจะหายจะโรคที่เราเป็นด้วยการหยุดกินหวานได้แล้วหรือยัง?

ที่มา : bloggang.com/viewdiary.php?id=thewho&month=10-2014&date=20&group=9&gblog=156