ด่วน!!! Kitty Resort สุดสะพรึง!!! ฝันร้ายสำหรับคนรักคิดตี้ [Pantip]


สวัสดีปีใหม่ 2558 ค่ะ แพะ
วันนี้เป็นวันต้นปีทุกคนคงกำลังเที่ยวปีใหม่กันอยู่
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาเราและครอบครัวได้ไปเที่ยวภูเรือ จังหวัดเลย
โดยได้จองที่พักของ Kitty Resort เป็นเต๊นท์ 3 ห้อง ราคาห้องละ 1,500 บาท และบ้าน 1 หลัง ราคา 2,500 บาท
โดยทางรีสอร์ทให้โอนเต็มจำนวนคือ 7,000 บาท เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้โอนไปเต็มจำนวน
และขับรถไปเที่ยวอย่างสบายใจ แต่เมื่อไปถึงเท่านั้นละค่ะ ก็เจอเรื่องสุดสะพรึง แต่ก่อนจะเข้าสู่เรื่องสุดสะพรึงเราจะขอโชว์รูปที่รีสอร์ทนี้โพสลงเพื่อ โฆษณาว่าจะเปิดรีสอร์ทอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม 2557 เพื่อให้ลูกค้าโทรจองห้องพักได้ ซึ่งเมื่อเห็นจากรูปภาพจะเห็นได้ชัดว่ารีสอร์ทค่อนข้างสวยและเสร็จสมบูรณ์ เพียงพอที่จะเปิดรับลูกค้าให้เข้าพักได้แล้ว





เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 เราและครอบครัวได้ไปถึงรีสอร์ทเวลาประมาณ 12.00 น. เราจึงได้เข้าไปดูก่อนว่าจะต้องเช็คอินตรงไหน
ซึ่งเมื่อขับรถเข้าไปถึงสะพรึงแรกคือ คนเยอะมากเนื่องจากทางรีสอร์ทคิดค่าเข้าชมสวนดอกคนละ 20 บาท จึงมีคนให้ความสนใจเข้าไปชมกันอย่างล้นหลาม ประเด็นคือทุกคนไม่ได้เข้าชมดอกไม้ส่วนมากจะเข้ามาชมตัวรีสอร์ทมากกว่า และเมื่อเราลงจากรถเพื่อเดินหาออฟฟิตของรีสอร์ทเพื่อจะเช็คอินเราเดินหาไม่ เจอเพราะคนเยอะแล้วรีสอร์ทยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่เลย เราก็งงว่าเราจะพักตรงไหนได้?

จึงเกิดสะพรึงที่สองก็คือเต๊นท์ก็ยังพึ่งกาง เตียงก็ยังอยู่ในถุงวางอยู่นอกเต๊นท์ แต่จะมีเต๊นที่เสร็จสมบูรณ์อยู่ไม่กี่เต๊นท์



ส่วนห้องพักที่เป็นบ้านหลังๆก็มีช่างกำลังทาสีอยู่ ห้องก็โล่งๆยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เรยสักชิ้น พื้นห้องก็มีรอยสีเลอะเต็มพื้น ห้องน้ำก็เลอะมาก หลังห้องก็มีถังสี ผ้าม่านก็ยังไม่ได้ติด



เราเริ่มมองหน้ากับคุณพ่อว่าเอาไงดีนี่จะนอนกันยังไง เริ่มนึกว่านี่เรามากันผิดที่รึเปล่า??
และอากาศก็ร้อนมากๆเราก็เริ่มหงุดหงิด แถมคนที่จ่าย 20 บาทเพื่อเข้าชมสวนดอกไม้ก็เดินมาเปิดเต๊นท์เพื่อดูภายในเต๊นท์กันอย่างสนุก สนาน เดินเข้าเต๊นท์นี้ออกเต๊นท์นู้น เข้าบ้านนี้ออกบ้านนู้น อย่างกับสวนสนาม เพื่อให้อารมณ์เย็นลงเราเรยตัดสินใจไปทานข้าวรอเพื่อให้น้าสาวที่เป็นคนโทร จองติดต่อกับคนที่รับจองว่าต้องไปเช็คอินที่ไหนอะไรยังไง แล้วจะเข้าพักได้ยังไงในเมื่อมันยังไม่เสร็จเรย เมื่อน้าสาวเข้าไปเช็คอินตอน 14.00 น. น้าสาวเห็นสภาพรีสอร์ทถึงกับช็อคเรยคุยกับผู้จัดการรีสอร์อทว่าในเมื่อ รีสอร์ทยังสร้างไม่เสร็จแล้วจะพักได้ยังไง จึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่งในตอนแรกผู้จัดการก็จะคืนให้ แต่เจ้าของรีสอร์ทเค้าอยู่แถวนั้นและได้ยินที่น้าสาวเราขอคืนเงินจึงเดิน เข้ามาจัดการคุยเอง
น้าสาว : ขอคืนเงินครึ่งหนึ่งค่ะ ห้องยังไม่เสร็จแบบนี้จะพักได้ยังไง
เจ้าของรีสอร์ท : ผมไม่คืนเงิน เพราะผมมีห้องให้คุณ ถ้าผมไม่มีห้องให้คุณผมถึงจะคืนเงินให้คุณ และถ้าผมคืนเงินให้คุณผมจะขายห้องพักต่อให้ใครได้
น้าสาว : (คิดในใจ เออ ก็จริงของมัน ถ้าคนมาเห็นสภาพห้องแบบนี้ใครมันจะโง่จ่ายเงินเข้าพักวะ!!! นี่ถ้าโอนเงินมาแค่ครึ่งหนึ่งนะข้าไปนานแล้วไม่นงไม่นอนมันแล้วสภาพแย่ๆแบบ นี้) ห้องนี่ยังสร้างไม่เสร็จเรยนะค่ะ
เจ้าของรีสอร์ท : เนี้ยเสร็จแล้ว ห้องอื่นเค้าก็เข้าพักกันได้ไม่เห็นมีปัญหา
น้าสาว : อึ้ง (คิดในใจ สภาพนี้เนี้ยนะเสร็จแล้ว และนี่ด่าว่าข้าเรื่องมากมีปัญหาอยู่กลุ่มเดียวอีก)
เจ้าของรีสอร์ท : นี่ขนาดให้โอนมาเต็มจำนวนนะยังจะไม่พัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าข้าไม่โอนมาเต็มจำนวนแล้วมาเห็นสภาพห้องพักเป็นแบบนี้ข้างก็คงไม่พักหลอกโว้ย)
เจ้าของรีสอร์ท : พูดประมาณว่า รีสอร์ทผมใครๆก็อยากพัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าใครๆก็อยากเข้าพักทำไมไม่คืนเงินล่ะ ห๊าาาาา)
แถมต้องมัดจำค่าห้องห้องละ 500 บาท เผื่อของเค้าเสียหายด้วยนะ สมควรต้องเก็บอ่ะของทุกอย่างก๊อกแก๊กมากอ่ะ คือพังง่ายมาก จับเบาๆก็เอียงจะล้มละ และด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา ครอบครัวเราจึง เออพักก็พักวะ เพราะแลดูเจ้าของรีสอร์ทเค้าจะเป็นใหญ่เป็นโต ถึงขนาดที่กล้าพูดจาไม่ง้อลูกค้าขนาดนี้ แสดงว่าเค้าคงมีดีพอตัว (อยากรู้ว่าใหญ่รึเปล่าก็ไปสือกันเอาเองนะจ๊ะ)

ครอบครัวเราไปเช็คอินตอน 14.00 น. แต่ยังไม่สามารถเข้าพักได้ เพราะอากาศร้อนมาก ภายในเต๊นท์ไม่มีแอร์หรือพัดลมเลย เราจึงต้องไปหาที่นอนเล่นแถวน้ำตกเพื่อรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนและเพื่อให้ อากาศเย็นตัวลงจึงจะเข้าพักได้
เมื่อเวลา 18.00 น. เราจึงเข้าที่พักได้เพราะอากาศเริ่มเย็นบ้างแล้ว แต่ก็มีคนที่ยังเข้ามาชมไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนว่าเราเป็นสัตว์ให้คนเข้ามาเดินชม ชะโงกดูในเต๊นท์บ้างตามอัธยาศัยหรือตามมรรยาทของแต่ละบุคคล อีกทั้งเต๊นท์นั้นไม่มีห้องน้ำในตัวจึงต้องเข้าห้องน้ำรวม และช่วยดูสภาพห้องน้ำรวมหน่อยว่ามันเข้าได้ไหม? พูดสิพูด





แถมเต๊นท์นั้นไม่มีกุญแจล็อคเลย เราจึงถามพนักงานเพราะกลัวของหาย พนักงานวิ่งไปถามเจ้าของและวิ่งกลับมาบอกเราว่า
“ถ้าของหายทางเราจะรับผิดชอบค่ะ” โห!!! รวยชะมัด แล้วภายในเต๊นท์นั้นสิ่งของทุกอย่างเปราะบางมาก พื้นเต๊นท์ก็ใช้เสื่อน้ำมัน แถมจานชามช้อนยังไม่ได้แกะป้ายราคา แถมมีใบคู่มือการใช้งานตู้เย็นแช่อยู่ในตู้เย็นด้วยค่ะ สงสัยกลัวลูกค้าใช้ตู้เย็นไม่เป็น



และเมื่อเราเดินไปดูที่พักที่เป็นบ้านหลังๆที่น้าสาวพักก็อยากจะวิ่งออกมา กรี๊ดดังๆ คือ จัดเตียงได้แปลกแหวกแนวมาก กล่องทีวีดาวเทียมก็ติดตั้งได้แปลกเช่นกัน อีกทั้งกระจกแต่งหน้าก็สูง(ไม่แน่ใจว่าเราเตี้ยไปหรือมันสูงไปกันแน่) ระเบียงก็ยังมีถังสีอยู่เลยสงสัยจะให้เราช่วยทาให้ อีกทั้งห้องน้ำนั้นเป็นปัญหาใหญ่สุดเลย ท่อยังไม่มีฝาปิด ฝ้ายังไม่ปิด และน้ำในโถส้วมเป็นสีเหลือง แถมน้ำมีกลิ่นสนิมอีก จะอาบได้ยังไงละทีนี้ สรุปจึงต้องไปอาบน้ำที่ปั๊มตามระเบียบ ส่วนเรื่องล้างหน้าแปลงฟันนั้นไม่ต้องพูดถึงน้ำขวดแน่นอนอยู่แล้วค่ะ










และตอนกลางคืนน้าชายตื่นจ้า ไม่ใช่เจอผีหรืออะไรนะ แต่เพราะแสบจมูกเหม็นกลิ่นสีภายในห้อง เนื่องจากพึ่งทาสีเสร็จสดๆร้อนๆกลิ่นเลยแรงมาก อีกทั้งเราได้เข้าพักก็เย็นมากแล้ว แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตี5เพื่ออาบน้ำและเก็บของออกจากรีสอร์ทเพราะกลัวถ้า ตื่นสายจะมีคนที่เข้ามาชมดอกไม้แล้วมาเปิดเต๊นท์เจอเราหลับ มันไม่โอเคมากๆเลยนะ ส่วนอาหารเช้านั้นอย่าได้พูดถึง มีขนมครก 3 ฝา ปาท่องโก๋ 4 ตัว ข้าวต้ม และน้ำเต้าหู้ นี่คืออาหารสำหรับ 9 คนนะค่ะ

จะบ้าตาย รีบเรยจ๊ะไม่กงไม่กินละ เก็บของๆเช็คเอ้าค่ะ ก่อนออกแอบหันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใส่ผ้าเช็ดตัวกับหมวกคลุมผมเดินออกมา จากเต๊นท์เพื่อจะเดินไปอาบน้ำ แอบสงสารเลยอ่ะ คือมีคนมาเข้าชมตั้งแต่ 7.30 น. ได้ คือไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่จ่ายเงินมาแพงกว่าคนที่จ่าย20บาทเลยอ่ะ ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าอยากได้ภาพสวยๆ และไม่อยากตื่นเช้าทำอะไรรีบๆ และไม่อยากอารมณ์เสียกับเจ้าของรีสอร์ทควรจ่ายแค่ 20 บาทพอนะคะ ไม่ควรจ่าย 1,500 หรือ 2,500 เด็ดขาด

ด้วยความที่ครอบครัวเราก็ทำธุรกิจรีสอร์ทเหมือนกันจึงคิดว่า ในเมื่อคุณยังสร้างไม่เสร็จ แล้วคุณจะเปิดเพื่อให้ลูกค้าจองห้องเข้าพักทั้งๆที่ยังทำไม่เสร็จทำไม ให้ลูกค้าด่าคุณทำไม? และด้วยจรรยาบรรณแล้ว คนทำงานบริการก็ควรจะง้อลูกค้า ไม่ใช่พูดจาแบบนี้ ในเมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้แล้วคุณควรศึกษาให้ดีกว่านี้ และถ้าคุณบริการใครไม่เป็นก็ควรจ้างคนมาทำงานด้านบริการแทนซะ ถึงค่าห้องจะไม่มากแต่คุณก็ได้เงินจากเราซึ่งถือเป็นลูกค้า ไม่ใช่ว่าเรามาขอพักฟรี ดังนั้นคุณก็ควรบริการเรา ซึ่งแม้ตามความเป็นจริงแล้วคุณจะร่ำรวยมหาศาลกว่าเราก็ตาม แต่เมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้คุณต้องถือว่าลูกค้าเป็นพระเจ้า ลูกค้าถูกเสมอ แม้ลูกค้าจะงี่เง้าขนาดไหนก็ตามคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปด่าเค้าเพราะเค้าจ่ายเงิน เพื่อมาพักไม่ได้มาขอพักฟรีๆ เพราะมันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจรีสอร์ทดำเนินต่อไปได้ และถ้ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่าการก่อสร้างคุณก็ควรจะแจ้งลูกค้าให้ทราบถึง ข้อเท็จจริงก่อนว่ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ถ้ารับได้ก็ให้โอนเงินจอง ถ้ารับไม่ได้ก็ยังไม่ต้องจอง แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ทางเราทราบก่อนจองเลย ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและ เพียงพอเกี่ยวกับบริการ แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งเรา ทำให้เราได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม

และอีกประเด็นหนึ่งที่เราสงสัยคือ รีสอร์ทนี้ได้ขอลิขสิทธิ์แล้วหรือยัง? และของที่ใช้ภายในรีสอร์ทนั้นเป็นของลิขสิทธิ์ที่หิ้วเข้ามาโดยไม่เสียภาษี หรือซื้อจากช็อปภายในประเทศที่เสียภาษีแล้วกันแน่น?

 

16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก..เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย


ใครที่เป็นคอหนังแนวเทพนิยาย เคยสงสัยมั้ยค่ะว่า ฉากสวยๆ พวกต้นไม่หรือปราสาทต่างๆ เหล่านั้น มันมีจริง หรือว่าแค่ CG กันนะ.. คงจะดีถ้ามันเป็นของจริง และเราได้ไปเห็นด้วยตาเราเอง วันนี้ GFC จะพาเพื่อนๆ ไปดูของสวยๆ งามๆ กันจ้า รับรองว่าแต่ละอันนี่สวยๆ กันแบบเห้ย!!…มีอยู่จริงๆ บนโลกนี้ด้วยเหรอ!?

สำหรับต้นไม้นั้นก็นับได้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญต่อโลกใบนี้ของเราอย่างมาก ถ้าเรื่องง่ายๆ ก็คือให้ร่มเงา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมนั่นเอง แต่ถ้าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ต้นไม้สามารถดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

และต้นไม้เหล่านั้นก็มีบางต้นที่เรียกได้ว่าสวยดุจราวออกมาจากเทพนิยายเลยก็มิปาน วันนี้เราจึงขอพาไปชม 16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก ว่าแล้วเรามาชมกันเลยค่ะ
….

125+ ปี เมือง Rhododendron ประเทศ Canada

146.…

144 ปี Wisteria ประเทศญี่ปุ่น

232

Wind-Swept ประเทศนิวซีแลนด์

330

Japanese Maple Portland

419

Antarctic Beech Draped Hanging Moss Oregon

617….

Blooming Cherry Trees เมือง Bonn, ประเทศเยอรมนี

714 (1)

Angel Oak In John’s Island, South Carolina

815

Flamboyant Tree, Brazil

913

Dragonblood Trees, Yemen

1010

The President, California

1114 (1)

Maple Tree Tunnel in Oregon

1213

Rainbow Eucalyptus In Kauai, Hawaii

1312 (1)

Jacarandas in Cullinan, South Africa

147 (1)

Avenue Of Oaks At Dixie Plantation In South Carolina

155

Baobab Trees, Madagascar ต้นไม้ในเรื่องเจ้าชายน้อยนั่นเอง ><”162

The Dark Hedges In Northern Ireland

172 (1)

 

cr: postjung.com

ศิลปะ 3 มิติ ฝีมือคนไทยที่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก Magic Art Museum Bangkok


เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก (Magic Art Museum Bangkok) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแนวใหม่ ที่ผสมผสานนานาศิลป์เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานมากขึ้นกว่าการชมภาพวาดอย่างเดียว ผู้คนที่เข้ามาในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะได้รับความสนุกสนาน บันเทิง และชมความงามของศิลปะ ที่สอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้ Concept ความเป็นไทย จากแนวคิด มันสมอง และการสร้างของทีมงานคนไทยทั้งสิ้น อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง (MBK Center)

 ศิลปะ 3 มิติ ฝีมือคนไทยที่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง Magic Art Museum Bangkok Magic Art Museum Bangkok พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์แห่งศิลป์กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ 3 มิติ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นให้ผู้เข้าชมแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกับผลงานศิลปะได้ โดยผ่านแนวความคิดรูปแบบใหม่ ศิลปะภาพวาดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงได้เทคนิคนี้ สร้างภาพลวงตาขึ้นมา เพื่อเปิดโลกให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับภาพวาดต่ าง ๆ ได้จริง ไม่ได้เพียงแค่มองอย่างเดียวเท่านั้น ภายใน Magic Art Museum แบ่งเป็นโซนต่างๆดังนี้ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง Thai Culture Zone : เมื่อคุณย่างก้าวเข้ามาใน Magic Art Thai Culture Zone คุณหยุดตะลึงกับ Concept ไทย ๆ วัฒนธรรมประเพณีในแบบไทย อาชีพไทย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวของไทย และความเชื่อ นำมาวาดเป็นภาพที่งดงามและสร้างสรรค์ สนุกสนาน คุณจะมีรอยยิ้มตลอดการเข้าชมในโซนนี้ เมจิก อาร์ต มิวเซียม Magic Art Thai Horror Zone : เรื่องราวผีไทย ที่มีชื่อเสียงเรื่องราวความดุ เฮี้ยน เพี้ยน แปลก และฮา มีเอกลักษณ์ไม่แพ้ผีชาติไหน คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศ สยึมปนสยองแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยกให้โซนนี้เป็นโซนที่คุณชื่นชอบ เมจิก อาร์ต มิวเซียม Magic Art Funny Zone : โซนนี้รวมเอาความสนุกสนานหลากหลายไอเดียไว้ อะไรที่กวน อะไรที่ฮา อะไรที่เกิด จัดมารวมกันในโซนนี้ เป็นอีกโซนที่สนุกสนานแบบกวน ๆ ที่คุณจะต้องบัญญัติจำกัดความ “กวน” ขึ้นมาใหม่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม

 

Magic Art Photo Land Zone : คุณจะได้สนุกกับการถ่ายภาพ สนุกกับฉากจำลอง PROP และเสื้อผ้าที่จัดเต็มมากว่า 10 โซน ให้คุณเลือกสนุกใน Story ที่แตกต่างมากมาย คุณจะมีภาพที่หลากหลาย Collection เก็บไว้เป็นอัลบั้มส่วนตัว เมจิก อาร์ต มิวเซียม

Love Boat : โซนนี้จำลองเอาผืนน้ำ และเรือโจรสลัดลำยักษ์ พร้อมบรรยากาศท้องทะเล มาให้คุณได้เล่นอย่างสนุกสนานและแชะภาพกับโซนนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด เปิดโลกแห่งจินตนาการ และความสนุกแบบไม่จำกัด

เมจิก อาร์ต มิวเซียม  Magic Art Museum

Magic Art Thaitoys Museum Zone : รวมเอา การละเล่น และของเล่นไทยสมัยโบราณ มาจัดโชว์เป็นนิทรรศการ ให้เด็กรุ่นใหม่และชาวต่างประเทศได้รู้จัก และสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรม ความสนุกสนานที่หาได้ง่ายในวิถีชีวิตแบบไทย ๆ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาอารยประเทศทั่วโลก

 Magic Art Museum

 

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง ชั้น 7 Magic Art Museum เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00น.

ค่าเข้าชม เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก (Magic Art Museum Bangkok)
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 250 บาท/ท่าน, เด็ก (สูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) 120 บาท/ท่าน ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 500 บาท/ท่าน, เด็ก (สูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) 220 บาท/ท่าน

ทั้งนี้สิทธิพิเศษสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ และนักเรียน นักศึกษา โชว์บัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษามีส่วนลดค่าเข้าชม หรือดูเพิ่มเติมได้ที่ Magic Art Museum หรือเว็บไซต์ http://www.magicartmuseum.com/Museum.html

ข้อมูลและภาพ : https://www.facebook.com/magicartmuseum
เรียบเรียงโดย Travel MThai

แนะนำ 25 สถานที่ท่องเที่ยวในแบบ “Dark Tourism” สำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ!


แนะนำ 25 สถานที่ท่องเที่ยวในแบบ “Dark Tourism” สำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ!!

หากพูดถึงการท่องเที่ยว แน่นอนว่าทุกคนจะนึกถึงสถานที่ที่ไปแล้วมีความสนุกสนาน ความท้าทาย และเปิดรับประสบการใหม่ๆ แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่า ในปัจจุบันมีการท่องเที่ยวประเภทหนึ่งที่ไม่ได้เป็นตามกระแส และถึงอย่างนั้นก็มีจำนวนผู้สนใจมากขึ้นทุกที

 

นั่นก็คือการท่องเที่ยวแบบ “Dark Tourism” โดยนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้จะนิยมไปเยี่ยมสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเพราะอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การฆาตกรรมหรือถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย พวกเขาไปดูซากปรักหักพังต่างๆ หรือไปเพื่อย้อนรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์นั่นเองครับ

 

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากจะลองมาท่องเที่ยวแบบ Dark Tourism ดูบ้าง ผมก็มีสถานที่อย่างว่ามาแนะนำให้เพื่อนๆถึง 25 แห่งด้วยกัน ถ้าหากว่ามีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันดูนะครับ

 

1.) Kigali Genocide Memorial Centre, Rwanda

dt1

 

2.) Auschwitz Concentration Camp, Poland

dt2

 

3.) Alcatraz, California

dt3

 

4.) Banff Springs Hotel, Canada

dt4

 

5.) Fukushima, Japan

dt5

 

6.) Babenhausen Barracks, Germany

dt6

 

7.) London Dungeon, England

dt7

 

8.) Riddle House, Florida

dt8

 

9.) Choeung Ek, Cambodia

dt9

 

10.) Ground Zero, New York

dt10

 

11.) Pompeii, Italy

dt11

 

12.) Island of the Dolls, Mexico

dt12

 

13.) Costa Concordia Shipwreck, Italy

dt13

 

14.) Oradour-sur-Glane, France

dt14

 

15.) Bran Castle, Romania

dt15

 

16.) Stull Cemetery, Kansas

dt16

 

17.) Leap Castle

dt17

 

18.) Suicide Forest, Japan

dt18

 

19.) The Ridges, Ohio

dt19

 

20.) Somme Battlefields, France

dt20

 

21.) Pripyat, Ukraine

dt21

 

22.) Belchite, Spain

dt22

 

23.) La Noria Cemetery, Chile

dt23

 

24.) Sedlec Ossuary, Czech Republic

dt24

 

25.) Okpo Land, South Korea

dt25

ข้อมูลจาก: viralnova

ที่มา:h ttp://www.wegointer.com/2014/10/dark-tourism/

ความรู้สึก หลังคอนเสิร์ต มันใหญ่มาก หรือ มัน…มาก [Pantip]


ความรู้สึก หลังคอนเสิร์ต มันใหญ่มาก หรือ มัน…มาก

concert.jpg

วันนี้ครับ ไปพบ กระทู้หนึ่ง ใน pantip.com ได้ระบาย ความรู้สึกเกี่ยวกับ
ประสบการณ์ ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ในการไปร่วมคอนเสิร์ต มันใหญ่มาก ที่เขาใหญ่ ครั้งล่าสุด
เขียนโดยคุณ สมาชิกหมายเลข 1446123 ไว้ดังนี้ครับ

“สลดใจมากครับอบายมุขล้วนๆ. นี่มันฟูลมูนของวัยรุ่นชัดๆ…

– ร้าสึกในงานมีซุ้มขายเหล้ามากกว่าขายน้ำนะ
– เหมือนผู้จัดสนับสนุนให้ขายบุหรี่ออกนอกหน้า. มีพริตตี้มาออกบูทขายบุหรี่ทั่วงาน  ไม่อยากสูบก็ไปซื้อละงานนี้..
– วัยรุ่น เมาปลิ้นทั่วทั้งงาน. เสพกันทั้งเหล้าบุหรี่ มันมั่วมาก  ช่วงดึกนี่ออกอาการน่าสมเพศสุดๆ. เมากันไม่รู้เรื่อง ต้องหิ้วปีกกลับกับทั้งชายหญิง. หลายๆคนอายุไม่เกิน18 แน่นอน. น่าสงสารพ่อแม่ที่บ้านมากๆ
– วัยรุ่นมางานนี้ดูมันมั่วๆมาก ทั้งมั่วอบางมุข มั่วเซ็ก.  มีลูกมีหลานวัยเรียนอย่าปล่อยมาเด็ดขาดครับ
– ระบบการจราจรที่แย่มากๆ. กว่าจะออกจากงานได้รถติดสุดๆ จัดมาหลายปีน่าจะมีระบบจัดการที่ดีกว่านี้
– โปรดระวังมอเตอร์ไซค์รับจ้างขากลับที่จะปล้นท่านด้วยราคาสุดโหด. และมุขของมันคือขี่พาวนถ้าท่านไม่รู้ทางหรือจำทางไม่ได้ กรุณาตกราคาให้ดีๆ. เพื่อนผมโดนมาแล้วคนละ. 250 บาท แถมโดนมันขี่พาวนแกล้งหลงทาง
-ไม่รู้บัตรเหลือหรือผู้จัดปล่อยให้หลุดมาได้. มีขายหน้างาน 300-1000 บาท เยอะมาก

จริงๆมันมีอะไรแย่ๆมากกว่านี้ ท่านใดไปมาแล้วเพิ่มเติมให้หน่อยก็แล้วกันนะครับ.
สำหรับผมคงไม่ไปอีกแล้ว ลาขาดกับเทศกาลดนตรีห่วยๆแบบนี้
สงสารพ่อแม่ที่นึกว่าลูกๆขอมาเที่ยวเพื่อเสพดนตรี. เสพธรรมชาติ. แต่สิ่งที่พบเห็นมีแต่เซ็ก เมา และอบายมุข”

และในความคิดเห็นด้านล่างก็แตกออกไปสองอย่าง คื เห็นด้วยทันทีกับที่เล่ามา
แต่บางส่วนก็คิดต่าง แล้วมองว่า ทำไม เจ้าของกระทู้ถึงได้เหมารวมว่า วัยรุ่นเป็นอย่างที่พูดในงานหมดเลย

ลองไปอ่านกันครับ ในกระทู้นี้
http://pantip.com/topic/32949942

แล้วคนที่ไปมาแล้ว คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ครับ

พาไปดู 24 ภาพวิวจาก Google Street View ที่เห็นแล้วอยากไปเที่ยวเลย


คราวก่อนเคยพาไปดูภาพหลุดๆจาก Google Street View ที่ไม่รู้ว่าติดเข้ามาได้ยังไงและมันก็ฮามาก  แต่คราวนี้จะพาไปดูอีกแง่มุมนึง

เพราะคราวก่อนเราฮา แต่คราวนี้เราจะพาทึ่ง…ไปเจออีกบทความที่รวมภาพอันแสนน่าทึ่ง พลาดชมกันเลยจ๊ะ

 

เริ่มจากภาพแรกที่ญี่ปุ่น มีงี้ด้วยเหรอเนี่ย

street view pics (1)

 

ไปจนถึงไอร์แลนด์

street view pics (2)

 

ภาพต่อไปจากนี้ ถ่ายมาไม่แพ้กล้องโปรเลยนะ

street view pics (3)

 

จนแทบไม่เชื่อว่าถ่ายมาด้วย Google Street View อ่ะ

street view pics (4)

 

จริงๆรูปพวกนี้เอามาประมวลผลในโปรแกรม Polarr ล่ะ

street view pics (5)

 

มันทำงานคล้ายๆ Instagram

street view pics (6)

 

เพราะเราสามารถใส่ฟิลเตอร์เข้าไปให้ภาพ Street View ดูสวยขึ้นได้

street view pics (7)

 

ทั้งปรับลดหรือเพิ่มแสง

street view pics (8)

 

หรือกระทั่งปรับเป็นขาวดำ

street view pics (9)

 

ทำให้เหมือนภาพวาดก็ได้ (แต่ภาพจริงจาก Street View ก็สวยนะ)

street view pics (10)

 

ส่วนรูปนี้มาจากฮอลแลนด์จ๊ะ

street view pics (11)

 

บราซิล

street view pics (12)

 

street view pics (13)

 

อันนี้ที่ฮาวาย

street view pics (14)

 

อุโมงค์แห่งหนึ่งจากญี่ปุ่น ยังกะหลุดมาจากหนังอวกาศ

street view pics (15)

 

ซึ่งใครไม่มีเงินไป ก็ไปนั่งเปิดดูเล่นก็ได้

street view pics (16)

 

อย่างภาพนี้ ทึ่งละสิ

street view pics (17)

 

ใครจะไปคิดว่ากล้องจาก Google มันจะจับภาพแบบนี้ได้

street view pics (18)

 

พายุ ถั่งโถม อยู่ในใจ

street view pics (19)

 

จะออกไปแตะขอบฟ้า

street view pics (20)

 

แต่เหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าใจ

street view pics (21)

 

ฉันก็เลยต้องนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่ง

street view pics (22)

 

แต่ภายใต้น้ำเราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง (อิตาลี)

street view pics (23)

 

ปิดท้ายด้วยภาพจากอเมริกา ที่ไม่รู้ว่ารถ Google มันวิ่งไปถ่ายได้ยังไง -*-

street view pics (24)

 

อย่างที่เห็นว่าโลกเรามีสถานที่สวยงามรอให้เราไปสัมผัสอยู่เยอะมาก (ดูชื่อสถานที่มุมขวาล่างของภาพนะ)

ใครอยากจะหาโอกาสไปดูให้เห็นเต็มๆตาสักครั้ง ก็เก็บเงินและเก็บความตั้งใจ ไปสัมผัสกันให้ได้เลยจ๊า…

ที่มา: businessinsider

 

                

ที่มา: catdumb.com/24-awesome-pics-google-street-view

กระทู้ถ่ายภาพ | 15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


 สิ่งผิดพลาดของมือใหม่หัดถ่ายภาพ ที่ชอบทำกันบ่อย ๆ ลองมาเช็กดูซิ คุณเป็นช่างภาพมือใหม่ที่ใช้วิธีผิด ๆ อยู่หรือเปล่า

หลายคนชื่นชอบการถ่ายภาพ และมักจะพกกล้องคู่ใจไปไหนต่อไหน เผื่อจะมีชอตเด็ด ๆ ให้ถ่ายภาพประทับใจเก็บเอาไว้ แต่เชื่อไหมครับว่าช่างภาพมือใหม่ หรือแม้กระทั่งช่างภาพมือเก่าบางคน ก็อาจจะเคยทำสิ่งผิดพลาดในการถ่ายรูปมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งวันนี้ คุณ Vyvruz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้แปลบทความดี ๆ จากเว็บไซต์ Photography Art Café มาฝากตากล้องทั้งมือใหม่และมือเก่า ให้ลองเช็กดูว่าคุณเคยทำสิ่งผิดพลาดเหล่านี้บ้างหรือเปล่า จะมีอะไรบ้างลองไปอ่านกันครับ


1. ไม่สนใจ White Balance เลย

มันผ่านไปนานมากกว่าผมจะรู้ความสำคัญของมัน เมื่อเย็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ผมได้เข้าไปในป่าแถวบ้าน เกิดเปลี่ยน white balance ไปเป็น shade โดยบังเอิญ ถ่ายมาปุ๊บใบไม้เป็นสีแดง ๆ ส้ม ๆ เต็มไปหมดเลย แต่สุดท้ายก็ค้นพบอีกว่า การถ่าย Raw มา ทำให้เปลี่ยน temperature ของภาพได้อีกด้วย

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

2. แต่งรูปหนักมือ

อันนี้บอกเลยว่าผมเป็น ผมคิดว่าเฮ้ยแต่งออกมาได้สวยมากเลย พอไปถามคนอื่น มันไม่ใช่เลย เข้มมาก เกินจริง บรรยากาศของภาพ หายหมดเลย พวกโหมด HDR นั่นก็ด้วย

3. กลัวที่จะเพิ่ม ISO

เมื่อรู้ว่า ISO สูงจะทำให้เกิด Noise ก็หลีกเลี่ยงมัน และครูของฉันก็เคร่งครัดในเรื่องนี้มาก แต่ปัญหาคือต้องจบลงกับชัตเตอร์สปีดที่ช้ามากด้วย การถ่ายภาพด้วยมือ (ไม่ใช้ขาตั้ง) ภาพก็เบลอ มันหนักกว่า Noise ซะอีกนะเนี่ย ช่างภาพระดับพระกาฬส่วนใหญ่ ยินดีที่จะเพิ่ม ISO มากขึ้น ขอเพียงแต่ภาพไม่เบลอก็พอ

4. ไม่เคยล้างเซ็นเซอร์เลย

อันนี้ผมไม่รู้คืออะไร แต่เวลาปิดกล้อง ของผมจะขึ้น Sensor Cleaning อัตโนมัติ ผมใช้ Canon 700D ครับ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


5. ไม่ลงทุนที่จะซื้อสายลั่นชัตเตอร์

หลังจากที่ซื้อขาตั้งกล้องมาก่อนหน้านี้ มันวิเศษมาก ผมสามารถถ่ายได้อย่างที่ต้องการมากขึ้น มันสะดวกมากเลย มันทำให้ถ่าย long exposures ได้ทั้ง ชายหาด ทั้งพลุ และการจราจร แต่บางทีนิ้วที่กดชัตเตอร์นั้น ก็อาจจะทำให้เบลอได้อีกเช่นกัน อาจจะตั้งเวลา แต่ก็อาจจะไม่ทัน พลาดจังหวะดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ลองใช้รีโมทชัตเตอร์ดูก็ดีนะ ^^

คลิป Steve McCurry Untold: The Stories Behind the Photographs
โพสต์โดย คุณ Phaidon Press สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


6. เขินเมื่อไปถ่ายในที่สาธารณะ

อย่างหนึ่งที่ช่วยผมได้ คือไปดูคลิปใน Youtube ของ Steve McCurry ส่วนมากจะไปทำความรู้จักกับคนที่เขาถ่าย เขาเคารพคนที่เขาถ่าย และคนส่วนมากก็ยินดีให้เขาถ่าย

7. ไม่ได้ Backup รูปที่ถ่ายไว้

มันเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ต้องจ่ายด้วยราคาที่แพง ผมเข้าคอร์สถ่ายรูป 8 เดือน แล้วรูปครึ่งหนึ่งของผมก็หายไปอย่างลึกลับ และผมต้องส่งรูปพวกนั้นในอีกสองอาทิตย์ ผมของขึ้นมากกับโน้ตบุ๊กเก่า ๆ ต้องใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ ในการถ่ายใหม่ สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ หลังจากนั้นผมซื้อ Hard-drive มา backup และซื้อ memory card มาจำนวนมาก และจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

8. ทำตามกฎจนเกินไป

มีกฎมากมายในการถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด ผมพยายามดูดซับทุกอย่างที่เรียนมาและมาใช้กับทุกรูป บางครั้งความสนุกในการถ่ายภาพคือการได้ถ่ายอะไรที่คุณเห็นในแบบแนวทางของคุณเอง อย่างที่ Henri Cartier-Bresson กล่าวไว้ว่า ในการถ่ายภาพนั้น กฎเกณฑ์ในการจัดการมุมมองต่าง ๆ มันอาจปิดกั้น สัญชาตญาณที่ดีของเราก็ได้ ดังนั้นหากคุณเจออะไรเจ๋ง ๆ ในมุมที่คิดว่าดี ก็จงถ่ายมันซะ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

9. เมื่อใช้แต่การวัดแสงเฉลี่ยทั้งภาพในที่ต่าง ๆ กัน

หินและไม้ ริมชายฝั่งเหล่านั้นสวยงามมาก แต่ดูดวงอาทิตย์สิมันดูไม่ค่อยเจ๋งเลย การวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ คือเอาแสงที่ผ่านช่องมองภาพมาเฉลี่ย หลายสถานการณ์ก็เหมาะสม เช่น ต้องการความรวดเร็ว หรือต้องรีบเก็บชอตในแต่ละโมเม้นท์นั้น แต่จะใช้ทุกสถานการณ์คงไม่ดีแน่

การวัดแสงแบบอื่น ๆ เฉลี่ยหนักกลาง วัดแสงเฉพาะจุดนั้น ก็มีเหตุผลในการมีอยู่ของมัน ตัวอย่างเช่น ถ่ายคนที่มีแสงจากด้านหลังค่อนข้างมาก หรือถ้าฉากที่มี contrast สูง เมื่อแก้ปัญหาตรงนี้ได้แล้ว จะได้ภาพที่เสียน้อยกว่าเดิม

10. ใช้กระเป๋าสะพายข้าง

ผมใช้กระเป๋าสะพายข้าง เพื่อใส่กล้องและเลนส์อีกสองตัว แต่เมื่อไปออกทริปถ่ายรูปต้องเดินทางนาน ๆ น้ำหนักอุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้ไหล่ผมเจ็บมาก ๆ ผมประหยัดเงินเพื่อที่จะซื้อเลนส์ตัวใหม่ แต่มันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเลย เมื่อต้องแลกกับสุขภาพ ผมเลยตัดสินใจซื้อกระเป๋าเป้ใส่กล้องดี ๆ มันทำให้อาการดีขึ้นมาก

11. ใช้โหมด Manual ตลอด

อันนี้ดูเหมือนเป็นความผิดพลาดที่แปลก ๆ สักหน่อย เพราะ manual mode มันให้คุณควบคุมได้มากที่สุด หลังจากที่ได้เรียนเกี่ยวกับ aperture, shutter speed และ ISO ผมลืมโหมดอื่นไปเลยใช้แต่ manual

แต่เมื่อคุณต้องแนว กีฬา, สัตว์ป่า, สารคดี มันต้องการการจับภาพที่รวดเร็ว จะดีกว่าถ้าใช้โหมด aperture priority หรือ shutter priority ปัจจุบัน ผมชอบใช้ aperture priority เพราะมันยอมให้ฉันควบคุมระยะชัดได้ มันเร็วกว่า โหมด manual มาก

12. ถ่ายหลาย shot เกินไป

คุณคงได้ยินคำที่คุ้นหูมาก นั่นคือ ทุกวันนี้เขาใช้กล้องดิจิตอลแล้วไม่ใช่กล้องฟิลม์ กด ๆ ไปเถอะ แต่ผ่านมาระยะหนึ่ง ผมก็สงสัยว่าความรู้สึกดี ๆ ในการกดรูปสวย ๆ อยู่ไหน ในเมื่อฉันถ่ายมา 250 รูปในมุมที่ต่างกัน แล้วสุดท้ายก็เลือกมาแค่รูปเดียว มันทำให้ผมเรียนรู้ที่จะ “มอง” การมองและรับรู้ความสวยงามในที่นั้น ๆ ก่อนที่จะถ่ายมันออกมา มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราพัฒนาขึ้นไปได้มาก

การถ่ายหลาย ๆ ชอต โดยไม่ได้คิดและมองก่อนนั้น ยังมีข้อเสียอีกมาก เช่น แบตหมดเร็ว หน่วยความจำเต็มเร็ว ต้องมานั่งเลือกภาพในการแต่งภาพทีหลังอีกจำนวนมากเกินไปด้วย

13. ถ่ายสิ่งที่ไม่ได้น่าสนใจเลย แต่คิดว่ามันดูดี

การถ่ายรูปมันไม่เหมือนกับการวาดรูป คุณอาจมองเห็นสิ่งต่าง ๆ แล้วมโนขึ้นมาว่ามันสวยจังเลย คุณมีสิทธิ์ที่จะจินตนาการเหล่านั้น แต่ความจริงก็คือความจริง คุณไม่สามารถเปลี่ยนน้ำเปล่าให้เป็นไวน์ได้หรอก

ผมเคยคิดกับตัวเองว่าผมรู้การควบคุมกล้องอย่างดี ต้องได้รูปสวยแน่ ๆ แต่ผมก็ยังคงถ่ายรูปขยะ ๆ รูปน่าเบื่อ ก่อนที่จะเข้าใจว่าการหา subject ที่จะถ่ายนั้นสำคัญอย่างไร

14. ไม่เคยวางแผนก่อนกดชัตเตอร์เลย

ผมไม่ได้พูดถึงว่าต้องวางแผนให้รอบคอบทุกกระเบียดนิ้ว วางแผนทุกขั้นตอนให้เป๊ะ ๆ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ คงไม่มีใครใช้เวลาขนาดนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างน้อย ควรเช็กสภาพอากาศ เช็กแบตเตอรี่ พก memory card อย่างน้อย 2 ตัว เช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ND Filter, Remote เสื้อผ้าสำรอง เช่น ไปถ่ายชายหาด อาจต้องพกถุงเท้าสำรอง อย่างน้อยพวกนี้ก็เป็นการเตรียมตัวที่ดี หลังจากนั้นคุณก็คิดแผนว่าจะถ่าย อะไรต่อไป

15. ถ่ายเพื่อนและครอบครัวน้อยเกินไป

คุณคงได้ยินบ่อย ๆ ว่า ให้ถ่ายสิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ ซึ่งหลายคนอาจละเลยที่จะถ่ายเพื่อนหรือครอบครัว รีบถ่ายซะขณะที่คุณยังมีโอกาส เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง

นี่แหละครับ ลองถามตัวเองนะว่าคุณมีกี่ข้อ ผมก็เป็นมือใหม่เช่นกันครับ อ่านบางข้อผมเองก็งง แต่หลาย ๆ ข้อก็ชัดเจนสำหรับผมเลย คิดว่าบทความนี้ยังไม่มีคนเคยนำมาเล่าบอกต่อกันเนอะ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากทุกคนะครับ “อยากถ่ายสวย ต้องยอมรับคำติเตียนวิจารณ์จากคนรอบข้างให้ได้” และ “อย่าคิดว่าตนเองเก่งแล้ว เพราะคุณอาจจะไม่พัฒนาขึ้นอีกเลย”

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Vyvruz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม, Photography Art Café 

                    

ที่มา: hilight.kapook.com/view/111438

นี่คือถนน 16 สายที่สวยที่สุดในโลก คุณอาจอยากไปให้ได้สักครั้ง!!


เชื่อว่าหลายคนคงเป็นผู้ใช้ถนน และก็เคยเจอถนนมามาก ในประเทศเราเวลาจะไปต่างจังหวัด บางที่ก็ต้องผ่านภูเขา ได้เห็นวิวสวยๆ

ถนนดีๆมากมาย

แต่วันนี้จะมาแชร์ 16 ถนนที่สวยที่สุดในโลก โดยครั้งนี้จัดอันดับโดยเว็บ boredpanda โดยให้คนทั่วโลกเป็นคนโหวต

ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีที่ไหนบ้าง

 

#1 Transfăgărășan – Romania

ถนน (1)

 

#2 Atlantic Road, Norway

ถนน (2)

 

#3 ถนนสู่ Fitz Roy

ถนน (3)

 

#4 Trollstigen, Norway

ถนน (4)

 

#5 ถนนสู่ The Canadian Rockies

ถนน (5)

 

#6 Transfăgărășan, Romania

ถนน (6)

 

#7 Transfagarasan – Romania

ถนน (7)

 

#8 Jasper National Park, Alberta, Canada

ถนน (8)

 

#9 ถนนสู่ El Chalten, Argentina

ถนน (9)

 

#10 Furka & Grimsel Pass, Switzerland

ถนน (10)

 

#11 Karakoram Highway (kkh), Pakistan

ถนน (11)

 

#12 Chapman’s Peak, South Africa

ถนน (12)

 

#13 Passo Dello Stelvio, Italia

ถนน (13)

 

#14 ถนนสาย 163 The Monument Valley National Park, Utah, Usa

ถนน (14)

 

#15 Lofoten, Norway

ถนน (15)

 

#16 ถนนสู่ Omalo, Tusheti, Caucasus Mountains, Georgia

IMGP1615__880

ที่มา boredpanda

 

                    

ที่มา: catdumb.com/the-most-wonderful-road

สุดยอดภาพ “สัตว์โลก” 50 ภาพ ที่เข้ารอบชิงในปีนี้ของอังกฤษ! สวยมากจริงๆ


หากคุณคิดว่า คุณเคยดูภาพถ่าย “สัตว์โลก” สวยๆ มาก่อน รับรองเจอภาพชุดนี้คุณต้องเปลี่ยนใจ เมื่อมีการเปิดเผยภาพถ่าย 50 ภาพของสัตว์โลกที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้ายของการแข่งขันภาพถ่าย สัตว์โลก โดย Natural History Museum ของกรุงลอนดอน และ BBC ที่คัดเลือกมาจากทั้งหมด 41,000 ภาพ รับรองว่าภาพเหล่านี้ จะทำให้คุณทึ่ง อย่างบอกไม่ถูก เพราะมันช่วงงดงามไร้ที่ติจริงๆ จนหลายคนอาจจะบอกว่า เห้ย นี่ของจริงหรือเปล่าว่ะเนี่ย!!

‘Stretching’ by Stephan Tuengler

‘Apex Predators’ by Justin Black

‘One Eye On You’ by Mohammad Khorshed

‘Flirting Bearded Seal’ by Audun Rikardsen

‘Facebook Update’ by Marsel van Oosten

‘Australian Sea Lion Pups’ by Michael Patrick O’Neill

‘Bad Hair Day’ by Gordon Illg

‘Barracuda Swirl’ by Alexander Mustard

‘Bat Festival’ by João Paulo Krajewski

‘Caiman Night’ by Luciano Candisani

‘Dantes Inferno’ by Karen Lunney

‘Dawn Lift-Off’ by Jack Dykinga

‘Diamonds’ by Malgorzata Ksiazkiewicz

‘Feel Safe’ by Juan Carlos Mimó Perez

‘Great Peacock Moth Caterpillar’ by Leela Channer

‘Heavy Rain’ by Pierluigi Rizzato

‘Helical’ by Frederic Brioris

‘Hide Away’ by Brittany Fried

‘Big Mouth’ by Adriana Basques

‘Innocents Betrayed’ by Hilary O’Leary

‘King Penguins and Fur Seals’ by Denise Ippolito

‘Kings into the Dark’ by Stanley Leroux

‘Ladybird Spider’ by Carsten Braun

‘Las Fauces de la Noche’ by Juan Jesus Gonzalez Ahumada

‘Leaping Gentoo Penguin’ by Paul Souders

‘Moonlight Climber’ by Alexander Badyaev

‘Move!’ by Gerry Pearce

‘Old Cloths’ by Claudio Contreras Koob

‘Piraputangus’ by Adriana Basques

‘Beechnuts Rhythm’ by Sandra Bartocha

‘Pure Magic’ by Raviprakash S S

‘Red Deer and Cranes’ by Marek Kosinski

‘Red Kangaroos at Waterhole’ by Theo Allofs

‘Sea Lions Dreams’ by Christian Vizl

‘Sentry Duty’ by Neil Aldridge

‘Shoaling Reef Squid’ by Tobias Bernhard

‘Startled by Stargazer’ by Jennifer Jo Stock

‘Shoulder Check’ by Henrik Nilsson

‘Too Big But So Tasty’ by Alain Ghignone

‘View of Tokyo’ by Olivier Puccia

‘Whats This’ by Peter Mather

‘Winter Hares’ by David Tipling

‘Yellow-Necked Mouse’ by Carsten Braun

H/T: Distractify

ที่มา : kiitdoo