ตุ๊กตายางญี่ปุ่น ยิ่งกว่าเหมือน ‘หญิงแท้’


เปิดตัวตุ๊กตายางรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น ดูคล้ายหญิงสาวตัวจริง ออกแบบหลากหลายรูปลักษณ์ ปรับเปลี่ยนได้ทุกท่วงท่า ขายตัวละ 5 หมื่นบาท

 

 

ออเรียนท์ อินดัสทรี บอกว่า ตุ๊กตาทำด้วยยางซิลิโคนรุ่นล่าสุด มีรูปโฉมเหมือนผู้หญิงมาก จุดเด่นอยู่ที่ผิวที่ดูนวลเนียน กับดวงตาอันสดใส

 

 

ทางบริษัทคุยว่า ถ้าได้น้องหนูไปนอนกอด พวกหนุ่มๆจะไม่ต้องง้อสาวอีกต่อไป

 

 

ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่ใช่แบบเป่าลม แต่เป็นยางนุ่ม ออเรียนท์บอกว่า ขายดีมาก ตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 53,000 บาท

 

 

ใครซื้อตุ๊กตาของออเรียนท์ ไม่ต้องตากหน้าเดินเข้าร้านชุดชั้นในอีก เพราะเจ้านี้เขามีอันเดอร์แวร์หลากหลายดีไซน์ตกแต่งมาให้เสร็จสรรพ

 

 

ชอบสไตล์น่ารัก สวยใส หรือเซ็กซี่  มีให้เลือกทั้งนั้น

 

 

แล้วยังเลือกได้ด้วยว่า ชอบหน้าอกหน้าใจใหญ่ๆหรือเล็กๆ เอาแบบหน้าตาจิ้มลิ้มหรือสวยหวาน ต้องการผมสีอะไร

 

 

ที่สำคัญ ตุ๊กตามีข้อแขน ข้อขา กระทั่งข้อนิ้วมือ ที่ดัดไปมาได้ น้องหนูจึงสามารถเปลี่ยนลีลาในทุกท่วงท่า

 

 

โอซามิ เซโตะ โฆษกของบริษัท บอกว่า จุดเด่นของ “ภรรยาชาวดัทช์” ซึ่งเป็นคำที่ชาวญี่ปุ่นใช้เรียกตุ๊กตายางสำหรับความเริงรมย์ทางเพศ รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ อยู่ที่ผิวกับดวงตา ที่เหมือนจริงที่สุด.

 

 

Source: Daily Mail

Video: DigInfo TV

ที่มา http://news.voicetv.co.th/viral/114009.html

สุดสะพรึง!! ตำนานอาถรรพ์ที่ดินราชประสงค์ (โปรดใช้วิจารณญาณ)


18082015_IMG_1439868018_344

วันนี้ผมใช้หลายชั่วโมง ในการอ่านกระทู้ ดูรูป เหตุการณ์ราชประสงค์

ที่น่าสนใจเริ่มแรกเลยคือ ประวัติพื้นที่เซ็นทรัลเวิล์ด จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ลองไปอ่านดูนะครับ มีความรู้ทางปวศ.เยอะดี แต่ที่ผมสนเป็นพิเศษคือเรื่องของ อาถรรพ์ ผมขอยกมาให้อ่านละกัน
————————————————————————————————————————————————————
ขออนุญาตเล่าเรื่องที่บอกว่าที่แก่งนี้มีอาถรรพ์แล้วกันนะคะ
เพราะดูเหมือนหลายๆจุดในแยกราชประสงค์จะไม่มีผลกระทบอะไรมากนัก
ยกเว้นที่แห่งนี้….เอาทีละคำบอกเล่าเลยแล้วกันนะคะ……ใน รัชกาลที่ 4 และยังเป็นที่พื้นที่ที่มีคลองตัดผ่านถึงสองเส้น ซึ่งยุคนั้นยังเป็นป่ารกชัฏ ทำให้สี่แยกแห่งนี้เป็นพื้นที่สัญจรมาแต่อดีต
คนโบราณเชื่อว่าบริเวณที่เป็นทางแยกใหญ่ๆ มักจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดานางไม้สิงสถิตอยู่
อีกทั้งเมื่อพื้นที่วังซึ่งเป็นของกษัตริย์ ถูกสามัญชนรุกล้ำโดยมิได้บอกกล่าว

บ้างก็ว่า..มีการสาปแช่งว่า ห้ามผู้ใดเข้ามาใช้สถานที่นี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะถึงตาย
ที่ตรงนั้นเคยเป็นทางแยกและเป็นคลองตรงจุดทางแยก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีวิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ
มนุษย์ไม่อาจอยู่ตรงกลางสี่แยกนั้นได้นอกจากมนุษย์ที่สิ้นลมแล้ว

เป็น ลางไม่ดีอยู่ใกล้โรงพยาบาลตำรวจที่มีคนตายทุกวัน ตั้งแต่ตั้งโรงพยาบาลมามีคนตายไปแล้วหลายพันหลายหมื่นคน
เป็นสี่แยกอาถรรพ์แต่บรรพกาล อีกทั้งยังเรียกกันว่าเป็นที่ “ประตูผี” ซึ่งเป็น อาถรรพ์

มีอาถรรพ์ตลอดเนื่องจากว่า เป็นพื้นที่ที่บังโบสถ์วัดปทุมฯ คือองค์พระประธานจะหันหน้ามาทาง CTW

ฮวง จุ้ย “ใบพัด” เหมือนกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อมีคนเยอะๆ ใบพัดก็จะหมุน ซึ่งตรงนั้นมีเทพเจ้ามากมาย ส่งผลให้เทพทุกองค์ต่างแสดงอำนาจกันใหญ่

บางตำนานก็เล่า จากประวัติศาสตร์ตอนสร้าง กทม. ลงเสาหลักเมือง กทม. มีการใส่คนจริงยังไม่ตายไปก้นหลุมด้วย พอลงเสาจะกลบหลุมมีงู 4 ตัวเลื้อยลงไปและถูกฝังไปพร้อมกับคน ซึ่งเป็นเครื่องบอกลางอาถรรพ์ของกรุงเทพว่าต้องบูชายันต์เมืองด้วยคนเป็นๆ ตามคำทำนาย

อีกส่วนนึงที่เล่าขานกันคือ พื้นที่ปะทะที่เกิดเหตุในปี 2553 เช่น ถนนวิทยุ, ถนนพระราม 4, ถนนสาทร, สี่แยกราชประสงค์
เป็นบริเวณเดียวกับจุดประทะของกบฎวังหลวง เมื่อปี 2492 ที่นำโดย นายปรีดี พนมยงค์(ร่วมกับทหารเรือ)
ซึ่งต้องการอำนาจคืนหลังจากถูกกดดันให้ลาออกในปี 2489 และคนสนิทที่ขึ้นเป็นนายกก็ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2490

ฝ่ายรัฐบาล จอมพล ป.รู้ตัวก่อนล่วงหน้าว่าเพราะ มีพูดทิ้งท้ายไว้เป็นนัยทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่าไว้ถึง 2 ครั้ง
เช่น “เลือดไทยเท่านั้น ที่จะล้างเมืองไทยให้สะอาดได้” เป็นต้น และได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงก่อนถึง 3 วันเกิดเหตุ

รวมทั้งได้มีการฝึกซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของทหารบก โดยมีพล.ต.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ยศในขณะนั้น
ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการปราบปราม รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และปราบฝ่ายกบฏได้สำเร็จ
นายปรีดี พนมยงค์ จึงต้องหลบหนีออกนอกประเทศอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์นองเลือดกลางเมือง
ได้มีผู้ทำนายเอาไว้ว่า อีกหกสิบให้หลัง พื้นที่แห่งนี้จะต้องเกิดการนองเลือดอีกครั้งนึง

นอกจากฝ่ายรัฐบาล จอมพล ป. และพล.ต.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ยศในขณะนั้น)
แล้ว ยังมี จอมพลถนอม อยู่ฝ่ายเดียวกันด้วย ก่อนหน้านั้นนายทหารทั้งสาม ร่วมกับผู้ก่อตั้ง ปชป.
ที่ทำการกดดันและยึดอำนาจ จากนายปรีดีและเพื่อนสนิท..
ต่อจากนั้นนายทหาร ทั้งสามนี่ละที่ยึดอำนาจจาก ผู้ก่อตั้ง ปชป. และยังคงรัฐประหารวนเวียนกันของนายทหารทั้งสาม
ข้อมูลเพิ่มเติมเช็กได้ที่รายนามนายกฯไทยนะคะ…..มันจะมีเหตุการณ์คล้าย คลึงก้นอยู่เยอะสำหรับเรื่องในอดีตกับปัจจุบัน

แต่ดูแล้วความเชื่อที่หนูเชื่อมากที่สุดน่าจะอยู่ตรงนี้
” ตอนที่พระราชทานที่ดินนั้นในพระบรมราชโองการพระราชทานที่ดินระบุว่า พระราชทานให้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วลูกหลานจนกว่าจะไม่มีผู้สืบสายสกุล”
คือ ที่ดินแผ่นนี้มีไว้ให้ลูกหลานอยู่อาศัย เมื่อนำมาใช้ไม่ถูกจุดประสงค์ตามพระบรมราชโองการทำอะไรจึงไม่ขึ้น โดยอย่างยิ่งค้าขาย
คำตรัสขององค์กษัตริย์นั้นศักดิ์สิทธิ์นัก

——————————————

อาจารย์ไพศาลท่านเล่าเอาไว้
เห็นข่าวเรื่องเวิลเทรดฯแล้วนึกถึงคำสาปของเจ้าของเดิม แทบไม่น่าเชื่อ
ผมเองนี่แหละที่เป็นผู้นั่งเป็นพยานในการเปิดพินัยกรรมที่กินแปลงนี้
เป็น คำสาปที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยรู้เห็น ตอนตระกูลเตชะไพบูลย์ได้ไปก็ตามสังเกต
มันเป็นไปตามคำบาปจริงๆ ตอนนี้ตระกูลจิราธิวัฒน์โดนบางส่วนแล้ว ยังไม่หมดยังมีอีกต้องตามดู
ในคำสาปก็บอกข้อยกเว้นไว้ ต้องแก้บางอย่าง แต่ไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเอาตรีมูรติมาไว้จะแก้ได้ ไม่มีทางหักล้างได้
คนที่รู้เรื่องนี้ตอนนี้เหลืออยู่แค่ ๒ คน คือผมกับเพื่อนทนายอีกคน ผมเองก็จำความละเอียดไม่ได้ทั้งหมดแล้วแต่พอจำบางส่วน

เรื่องคำสาบมีมานานนักหนาตั้งแต่ตำนานกำเนิดรามเกียรติ์โน่น
แต่คำสาบเกี่ยวกับวังอันลือชา มีอยู่ ๒ วังคือวังหน้ากับวังเพชรบูรณ์
วังหน้าแห่งรัตนโกสินทร์นั้นเป็นของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ ๑
ทรงรักหวงห่วงมากไม่อยากให้ตกเป็นสมบัติคนอื่น
จึง ทรงสาปแช่งไว้เป็นสาหัสว่าถ้าผู้ใดที่มิใช่เชื้อสายมาเป็นเจ้าของครอบครอง
ให้มีอันฉิบหานตายโหงสามชั่วโคตรและทรงอาราธนาสงฆ์สวดญัตติคำสาบด้วย
หลังเสด็จสวรรคตแล้วไม่มีผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง

แม้พระเจ้า อยู่หัวก็ไม่มีพระราชประสงค์จะให้วิบัติตกแก่ท่านผู้ใด เพราะเกรงคำสาบนั้น
จนกระทั่งรัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าหรือตำแหน่งกรมพระราชวังบวรแล้ว
ก็ไม่มีท่านผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง จนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ทางราชการจึงต้องปรับใช้เป็นพิพิธภันฑ์แห่งชาติมาจนทุกวันนี้ แต่ก็มีที่ปลายวังแสดงความขลังให้ปรากฎ
โดยท่านปรีดี ได้ใช้เป็นที่ทำการของนายก ในที่สุดท่านปรีดีผู้มีคุณูปการยิ่งต่อชาติก็มีอันเป็น
ครั้งหนึ่งพัน โทชาติชาย ชุณหวัน เอารถถังบุกพังทำเนียบท่าช้างวังหน้านั้น
เพราะมีรัฐประหาร ท่านปรีดีต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศจนตลอดชีวิต
นี่ก็แค่ที่ปลายวังหน้าข้างที่อาบน้ำช้างเท่านั้น ถ้าตรงที่ตั้งวังจะขนาดไหน
————————————-

อีกวังหนึ่งคือวังเพชรบูรณ์อันเป็นที่ ตั้งเซ้นทรัลเวิลในทุกวันนี้
เดิมเป็นของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ในรัชกาลที่ ๕
สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงกรมในพระนามว่ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย
สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๖๖ ขณะมีพระชันษาเพียง ๓๑ พรรษา
ระหว่าง ทรงพระชนม์ รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทานที่ดินตรงนี้สร้างวังให้
เรียกว่าวังเพชรบูรณ์ ทรงปรานถนาให้ตกทอดเฉพาะเชื้อสายของพระองค์เท่านั้น
ทรงเกรงว่าทายาท ยังเล็กหากทรงเป็นไปจะถูกผู้อื่นฉ้อโกงเอาไป

จึงทรงทำพิธีสาปโดยนัยทำนองเดียวกับคำสาบของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุ รสิงหนาท
แต่ทรงเชี่ยวชาญด้านศิลปและดนตรีจึงมีน้ำพระทัยอ่อนผ่อนปรน
ตั้งข้อยกเว้นไว้ว่าในกาลเบื้องหน้าถ้าผู้ใดมีน้ำใจเป็นกุศลใคร่ได้วังนี้ไป ก็ต้องทดแทน
ทรงระบุในข้อยกเว้นแห่งคำสาปว่าต้องไปสร้างศาลเจ้าพ่อเสือในที่ดินแปลงหนึ่ง ที่รังสิต
มีรายละเอียดอีกบางประการซึ่งผมจำไม่ได้เสียแล้ว

ล่วงมาราว ปี ๒๕๒๐ บวกลบเล็กน้อยจำไม่ได้แล้ว
มีนักกฎหมายเพื่อนกันที่ทำงานรับใช้เจ้านายมาหาผม เชิญให้ไปนั่งเป็นพยานเปิดพินัยกรรมของทายาทท่าน
ได้ความว่าที่มาหาก็เพราะทราบว่าผมเกิดตรงวันที่กำหนดให้นั่งเป็นพยาน
และมีวิชาพอสมควรซึ่งเพื่อนๆพอรู้จัก ก็รับงานเลย
จึงได้ทราบเรื่องราวจาก ผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น
หลังเปิดพินัยกรรมแล้วต่อมาก็มีการนำที่ดินนี้ออกประมูลหาผู้ลงทุน
ผลประมูลกลุ่มนายอุเทน เตชะไพบูลย์ชนะ ขณะนั้นตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีเมืองไทย
ก็ตั้งใจตามดูว่าคำสาบจะเป็นอย่างไร

ปี๒๕๓๒ เรียน วปอ.อยู่ก็ได้เตือนเพื่อน คนในตระกูลนั้นว่าให้แก้คำสาบ
ไม่งั้นคงเสี่ยงในสิ่งที่มองไม่เห็นแน่ เขาไม่เชื่อบอกว่าพ่อเขามีซินแสดี
มีการแก้ในเชิงฮวงจุ้ยที่หัวมุมตามทหลักวิชาฮวงจุ้ย ทำเป็นเนินดินคล้ายฮวงซุ้ย
และทำพิธีกรรมโดยผู้มีวิชาของปอเต๊กตึ้งอีกหลายอย่าง
แต่ก่อสร้างไม่ทันเสร็จทั้งโครงการ ตระกูลเตชะไพบูลย์ที่มหามั่งคั่งก็มีอันเป็นไป
ทั้งครอบครัวและทรัพย์สิน ดังที่รู้กันอยู่

ตระกูล จิราธิวัฒน์ก็มารับช่วงที่ดินและโครงการนี้ต่อมา คราวนี่หาผู้มีวิชาทางพราหมณ์
แนะให้แก้โดยสร้างตรีมูรติ ซึ่งเป็นมหาเทพในฮินดู
ผลก็คือมีเทพต่างๆเต็มไปหมดทั้งพระอินทร์ พระพิฆเณศ หวังดูดซับพลังมาจากฝั่งท้าวมหาพรหมด้วย
แต่วันนี้ก็คงเห็นกันแล้วว่าแก้คำสาบได้หรือไม่

ก็ต้องคอยดูอนาคตของ ตระกูลจิราธิวัฒน์กันต่อไป เพราะตอนนี้ก็ยังไงๆพิกลอยู่
คำสาปนั้นเป็นการกระทำอธิษฐานชนิดหนึ่งในจำพวกอธิษฐานฤทธิ์ แต่จัดเป็นฤทธ์จำพวกไสบเวย์
คือเชิญเทพหรือภูตหรือวิญญาณกำกับให้เป็นตามคำสาป
หลังผู้สาบสิ้นแล้วก็จะต้องมารักษาคำสาบจนกว่าจะพ้นกรรมหรือมีผู้มารับหน้าที่แทน
คราวนี้มี ๙ วิญญาณเข้ารับช่วงแล้ว และน่าจะยิ่งแรงกว่าเก่าก่อน

เจ้านายบางท่านไม่ต้องการเฝ้าคำสาบแต่ไม่ต้องการให้ที่มรดกตกแก่คนอื่นก็ใช้หนทางตามกฎหมาย
คือทำเป็นพินัยกรรมและทูลเกล้าถวาย
เมื่อพระเจ้าแผ่นดินมีพระบรมราชโองการว่าให้พินัยกรรมมีผลบังคับเป็นกฎหมาย
พินัยกรรมนั้นก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากออกฎหมาย
ศาลฎีกาเคยตัดสินว่าพระบรมราชโองการนั้นใช้บังคับได้เหมือนกฎหมาย
มีที่ดินมากแปลงที่เป็นแบบนี้เช่นที่ดินแถวบ้านหม้อ
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ที่เคยพบคนมีความคิดแบบนี้อยู่รายเดียว
คือเจ้าของตลาดยิ่งเจริญอันโด่งดัง แต่เอาไว้เล่าวันหลังเพราะเป็นมหากาพย์

จากคุณ : N.J.Dahlia
————————————————–

อ่านแล้วก็ตามวิจารณจักรยานนะครับ จริงหรือไม่จริงเราไม่รู้ แต่อ่านไว้ไม่เสียหาย
อีกเรื่องคือรูปปั้นสตรี ที่หลายคนน่าจะได้เห็นกันตามฟอร์เวิดเมลบ้างแล้ว

จำได้ว่าตอนเดินผ่านรูปปั้นนี้ ก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่ตะหงิดใจว่าทำไมหน้าตามันประหลาดจัง และมันก็บังเอิญที่ว่ารูปปั้นนี้ไม่โดนไฟไหม้เสียหายแต่อย่างใด แต่จากภาพจะเห็นได้ว่า รูปปั้นนี้น่ากลัวมาก..

ลองตามลิงค์จากไปพันทิบไป ก็พบประวัติของรูปปั้นนี้

“The Head” เป็นผลงานที่ Ravinder Reddy สร้างสรรค์ผลงานขึ้นให้แก่ประเทศไทยโดยเฉพาะ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย-อินเดีย และยังไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ไหนมาก่อน “The Head” เป็นประติมากรรมรูปศีรษะของหญิงชาวอินเดียที่มีสีสันสดใส และมีการประดับดอกไม้ลงบนมวยผม ถูกสร้างขึ้นจากโมเดลต้นแบบจากประเทศอินเดีย แล้วนำมาหล่อแบบให้เป็นผลงานประติมากรรมสูง 4 เมตร (รวมฐาน 1 เมตร) สร้างด้วยวัสดุบรอนซ์ทองทั้งหมด และตกแต่งด้วยสีอะคริลิก “The Head” ใช้เวลาสร้างประมาณ 6 เดือน โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในงานประติมากรรมจำนวน 30 คน สำหรับแรงบันดาลใจของผลงาน ทาง Ravinder Reddy บอกว่า ต้นแบบที่ใช้ในการสร้าง “The Head” เป็นผู้หญิงที่สร้างขึ้นจากจินตนาการของเขาเอง ไม่มีตัวตน และเขากำลังตามหาผู้หญิงคนนี้อยู่เช่นกัน

VVVNDX_Al5One
VVVNDX_2eylsH
อย่างที่ทราบกันว่า สี่แยกราชประสงค์เหมือนเป็นสี่แยกเทพเจ้า เนื่องจากมีเทพหลายองค์ประทับอยู่
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9…5/X9276025.htmlหน้าอิเซตันมีพระพิฆเนศ และพระตรีมูรติ ที่เกษรพลาซ่ามีพระลักษมี ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลมีพระนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่อัมรินทร์พลาซ่ามีพระอินทร์ ที่เอราวัณมีพระพรหม และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีพระนารายณ์ประทับยืนบนพญาอนันตนาคราช

แสดงว่าที่ดินบริเวณนี้ต้องแรงพอสมควร ไหนจะเป็นวังเก่า ไหนจะโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีคนป่วยไข้เจ็บตายทุกวัน

ก่อนหน้านี้ก็มีคนคลั่ง ไปทุบพระพรหม ตั้งแต่นั้นมาบ้านเมืองรู้สึกจะมีแต่ปัญหา ยิ่งมาดูรูปปั้นสตรีอินเดียหน้า CTW แบบนี้ยิ่งขนลุก

ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ หรือชวนเชื่อ หรือกระทำการใดๆที่ไม่ดีนะครับ เห็นว่าเป็นเรื่องแปลก เลยนำมาฝากกัน ผิดพลาดยังไงต้องขออภัยด้วย

ที่มา  www.dvdgameonline.com

Line Sticker สดใส ผ่านแล้วค่ะ จากที่รอมา 7 เดือน !!


สดใส แมวหนุ่มออฟฟิศ (ภาษาไทย)

>> http://line.me/S/sticker/1136151 <<

line-promote-fb1

เป็นอะไรที่ทรหดอดทนมาก เนื่องจากเพิ่งมารู้สึกอยากจะทำสติ๊กเกอร์ไลน์เล่นๆลงขายกับเขาบ้าง (ไม่คิดถึงกำไร เพราะ คิดว่าคงไม่ได้อะไรมาก 555)
กว่าจะลงมือทำ และ กว่าจะเสร็จจนได้อัพลงเว็บรอทางทีมงานไลน์ตรวจนั้น ก็มีคนทำมาเยอะพอสมควรแล้ว เรียกได้ว่า คนอื่นเขาทำจนขายได้หลักล้านกันไปแล้ว

พอรู้สึกได้ว่า ตัวเองอยากทำ จึงเริ่มทำ เริ่มคิดคาแรคเตอร์ เริ่มลงไอเดีย และ ใช้โปรแกรมที่ตัวเองถนัดที่สุดนั่นคือ illustrator
โปรแกรมนี้ เป็นโปรแกรมที่ทำให้อะไรๆดูง่าย ดัดเส้นได้ วาดได้ ลงสีได้ แม้จะไม่เทพเหมือนโปรแกรมวาดการ์ตูน แต่ก็พอทำแทนได้ (เพราะใช้โปรแกรมอื่นไม่เป็น)

ทางกำหนดของไลน์บอกว่า ต้องใช้รูปทั้งหมด 40 รูป และ 2 รูปเป็นรูปโชว์ในสโตร์และในแอพไลน์ รวมแล้วก็ 42 รูป
ถือว่าเป็นอะไรที่เยอะพอสมควร.. คิดง่ายๆ ถ้าไปจ้างเขาทำ เท่าที่เห็นๆมาจะคิดรูปละ 1,000 บวกลบ นิดหน่อย รวมๆแล้วก็ 40,000 – 50,000 ถึงหลักแสนถ้างานดี งานสวย
ส่วนเรา แม้จะวาดรูปไม่เก่ง แต่ก็พอทำได้ ทำเอง เหนื่อยเอง ภูมิใจกว่า และ ประหยัดกว่า ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ค่อยเสียดายอะไรมาก ถือว่าได้ทำแล้ว ได้ขายแล้ว อิอิ

ขณะนั้นที่เริ่มลงมือวาด ก็ทำงานออฟฟิศไปด้วย เช้าไปทำงาน เย็นกลับมามีเวลา 2-3ชั่วโมง ก็เอามานั่งวาด นั่งคิดไอเดีย
กว่าจะเสร็จ ปาไปหลายเดือน เนื่องจาก ช่วงนั้นบ้าซีรีย์ 555555+ และ เริ่มล้าจากการทำงาน เริ่มผลัดว่า พรุ่งนี้ค่อยทำ หยุดไปหลายอาทิตย์ชาร์จแบตให้ตัวเอง

สุดท้าย พอทำจนครบ 40 ตัว ก็ถึงเวลาคิดชื่อ คิดเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องที่ทำ มันเกิดมาจากตอนขณะวาด ไม่ได้คิดเรื่องไว้ก่อนเลยว่า เจ้าตัวนี้จะเป็นยังไง จะทำอะไร จะมีเพื่อนรึเปล่า
และที่ตั้งชื่อว่า “สดใส” (กดค้นหา พิมพ์ว่า สดใส ได้เลย หาน้องแมวตัวส้มๆ รับรองว่าเด่นจริง อิอิ) เพราะ เป็นคนที่ชอบสีสันสดใส ชอบอะไรที่มันเด่นๆ ชัดๆ ตัวใหญ่ๆ
คือ เราเองก็ยังไม่แก่นะ สายตายังไม่แย่ แต่เวลาเห็นสติ๊กเกอร์บางรูปที่มันตัวเล็กๆ สีจืดๆ (อันนี้ต้องขอโทษนะคะ ไม่ได้ว่าใครน้าาา เรารู้ว่ามันเป็นคาแรคเตอร์ของตัวเอง)
แถมบางรูปยังใช้คำศัพท์ที่ตัวเล็ก อัดไปทั้งประโยค มันดูแล้วไม่ค่อยสบายตาเท่าไร คนส่งก็ต้องเพ่ง คนรับก็ต้องเพ่ง ว่าพิมพ์ว่าอะไร ส่งสติ๊กเกอร์อะไรมา อ่านไม่ออก มองไม่เห็น

และทุกๆอย่างที่เกิดจากปัญหาและความชอบของตัวเอง ทำให้ออกมาเป็น น้อง”สดใส” แมวหนุ่มออฟฟิศ สีสันสดใส ตัดขอบสีดำเด่นๆ ตัวใหญ่มากกกก
พอเอาไปให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ออฟฟิศดู เขาก็ถามมาว่า นี่ชีวิตเราเลยรึเปล่า 555555+ มันก็อาจจะมีบ้างนะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างน้อยเราก็ไม่ได้แอบหลับในที่ทำงานนะ

ขออนุญาติพิมพ์ยาวหน่อยนะคะ แค่อยากจะนำอะไรๆมาแชร์ให้ได้ทราบกัน (ไม่ได้อยากมาโปรโมทอย่างเดียว > < )

หลังจากมีสตอรี่ว่า น้องสดใสเป็นแมวที่ทำงานออฟฟิศ มีชีวิตเหมือนหนุ่มออฟฟิศทั่วไป ตืนสาย ไปทำงานสาย โดนเจ้านายดุ แอบหลับในที่ทำงาน แถมไปด้วยโหมด งอน ง้อ และ อินเลิฟ
ยังเพิ่มสอตรี่เพื่อเพิ่มตัวละครเข้ามาอีกคือ “ลูกชิ้นปลา” 2 ลูกที่อยู่ในชามเย็นตาโฟ อยู่ดีๆมันก็มีชีวิต ทำให้ น้อง”สดใส” ไม่กล้ากิน และกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด
คาแรคเตอร์ของ “ลูกชิ้นปลา” จะมี 2 แบบ คือ ลูกนึงจะดุ.. ชอบแกล้ง ชอบวิ่งไล่กัดอีกลูก ส่วนอีกลูกนึงก็จะขี้แง ร้องไห้ และวิ่งหนีตลอด.. ประมาณนั้น (ก็คิดไปได้เนอะ 555)
และคิดเอาไว้ว่า ถ้ายังไม่เลิกเห่อทำสติ๊กเกอร์ไลน์ น่าจะได้ทำคาแรคเตอร์ใหม่ๆเพิ่มอีก
แต่ด้วยระยะเวลาที่น๊าน นาน นานจนเพื่อนๆลืมว่าเราทำสติ๊กเกอร์ขาย ทำให้คิดแล้วคิดอีกว่า จะทำอีกดีมั๊ย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีมั๊ย ทำแค่ลายเดียวก็พอมั๊ง

มาพูดถึงเรื่องระยะเวลาในการรอสติ๊กเกอร์อนุมัติกันบ้าง..
เราทำเสร็จส่งอัพไปให้ทางไลน์ตรวจงาน เมื่อตอนต้นเดือน พฤศจิกายน 2557
และโดนตีกลับมาให้แก้ไข 1 รูป เป็นรูปกำลังเตะฟุตบอล ใสชุดกีฬาซึ่งบังเอิญไปทำขีด 3 ขีดบนชุด ซึ่งมันเป็นโลโก้ของ ADIDAS (เราเองก็ไม่รู้ – – ก็ต้องกลับมาแก้สิครับ)

แอบเสียใจนิดหน่อยที่พลาดอะไรแบบนี้ เพราะ การที่โดนกลับมาแก้ไขใหม่ เวลาเราอัพส่งไปอีกรอบ เราจะต้องไปต่อท้ายแถว ทำให้ระยะเวลาในการตรวจงานเรานานมากขึ้นอีก
ปล. ได้ข่าวมาจากคนอื่นๆที่ทำสติ๊กเกอร์ขายเหมือนกัน บางคนก็โดนตอนแรก แก้ 2 รูป ส่งไปอีกรอบ รอบนี้ แก้เพิ่มอีก 3 รูป ซึ่งเป็นรูปที่ผ่านตอนแรกแล้ว ก็ได้แต่สงสัยกันว่า คนตรวจคงจะคนละคนกัน
และทางไลน์นั้น ยังมีข้อกำหนด ข้อห้าม ในการทำสติ๊กเกอร์ละเอียดหน่อย แต่ก็ยังพอรับไหว แต่บางอย่าง มันก็ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ประมาณว่า คนอื่นทำได้ แต่เราห้าม อะไรแบบนี้
ส่วนมากข้อกำหนด ข้อห้าม จะทั่วๆไป เช่น ห้ามรูปที่ส่อไปทางอนาจาร ความรุนแรง เลือด อาวุธ ยาเสพติด ศาสนา การเมือง ซึ่งอ่านๆดูแล้วก็ปกตินะ
แต่ก็ยังมีบางคนที่ส่งไปให้ตรวจ แต่โดนตีกลับมาให้แก้ ซึ่งเหตุผลบางอย่างก็อยากที่จะเข้าใจว่า ทำไม ? ฉันผิดอะไร ? โลกนี้ทำไมมันไม่ยุติธรรมสักนิด ? ดีหน่อยที่เราเองไม่เจออะไรแบบนี้ รอดตัวไป

เราแก้ไขเรียบร้อย น่าจะอยู่ในช่วงเดือนธันวานั่นล่ะก็ส่งกลับไปอีกรอบ ต่อท้ายแถวซิคะ T ^ T ไม่เป็นไร ไหนๆก็รอมานานละ รออีกจะเป็นไร ในตอนนั้นมั่นใจว่า 4 เดือนพอ ได้ขายแน่ เพราะ เพื่อนๆใช้เวลาประมาณนั้น
มกราคมผ่านไป…. กุมภาพันธ์ วาเลนไทน์ผ่านไป….. มีนา เมษา พฤษภาคม !! นานไปแล้วนะ.. บ่นกับกลุ่มที่ทำไลน์ด้วยกันทุกวัน นี่มันปกติรึเปล่า 7 เดือนแล้ว มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน เลยค่อยโล่งหน่อย
หนำซ้ำ คนญี่ปุ่นที่บริษัท เค้าก็ทำลงขายเหมือนกัน (แต่ขายเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เป็นภาษาญี่ปุ่น) เค้าใช้เวลา 3 เดือนค่ะ !!! 3 เดือนนนนนน เท่านั้น !! เรางี้ ใจแป้วเลย .. แต่ก็เก็บไว้ในใจ ท่องไว้ว่า สักวันนะ !!

จนเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้ปุ่มฟ้า (ปุ่มแสดงสถานะว่า ผ่านแล้วจ้าาาาาา) เท่านั้นล่ะ.. ดีใจมากกกก อยากกดวางขายจะแย่ แต่รอก่อน ให้เตรียมแผนโปรโมทก่อน
คือ พอสติ๊กเกอร์ผ่านอนุมัติแล้วเนี่ย เราสามารถเลือกกดวางขายเมื่อไรก็ได้ค่ะ ตามแต่ที่เราจะพร้อม เก็บไว้เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวก่อนก็ได้นะ อิอิ

สรุปแล้ว ที่ รอมา 7 เดือนก็ประมาณนี้ค่ะ คิดว่าถ้าไม่โดนรีเจค (ตีกลับมาให้แก้) น่าจะผ่านไวกว่านี้ 4-5 เดือน ค่ะ..

ตอนนี้ว่าจะลองเริ่มทำตัวใหม่ แต่ได้ยินมาจากคนอื่นๆว่า หากอยากให้ผ่านอนุมัติไวให้ใช้เป็นภาษาอังกฤษแทน เลือกลงขายเฉพาะประเทศ หรือไม่ก็ ไม่ต้องมีคำพูดเลยจะยิ่งดีมาก
อันนี้ก็ไม่รุ้นะคะ ว่ามันจริงรึเปล่า มันจะเกี่ยวกันเหรอที่ว่า เพราะเป็นคนไทย เพราะใช้ภาษาไทย ว่าจะลองดูเหมือนกัน ความจริงแล้วมันอาจจะอยู่ที่ดวง หรือ กรรมเก่าของแต่ละคนก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ

สุดท้ายฝากไว้ด้วยนะคะ สดใส.. สีสันสดใส.. ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ผู้หญิงก็ใช้ได้น้าาาา น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง !!

สดใส แมวหนุ่มออฟฟิศ (ภาษาไทย)

>> http://line.me/S/sticker/1136151 <<

รวมรายชื่อหน่วยงานเปิดรับบริจาค ช่วยแผ่นดินไหวเนปาล


          พลเอก ประยุทธ์ แสดงความเสียใจเหตุแผ่นดินไหวเนปาล ประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 6 ล้านบาท ขณะที่หลายหน่วยงานจัดช่องทางช่วยเหลือ ร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ

          วันที่ 27 เมษายน 2558 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลเนปาล และอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลเนปาลในนามรัฐบาลไทย จำนวน 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท พร้อมทั้งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น คือ

รวมรายชื่อหน่วยงานเปิดรับบริจาค ช่วยแผ่นดินไหวเนปาล

          – จัดหน่วยแพทย์ครบชุดเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือ อาทิ แพทย์ พยาบาล เภสัชฯ นักวิชาการ เวชภัณฑ์ยารักษาโรค ฯลฯ จำนวน 30 คน เดินทางไปวันนี้ (27 เมษายน)

          – ตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สำนักงานปลัดกระทรวงเพื่อเป็นหน่วยประสานงานในการช่วยเหลือไปยังประเทศเนปาล

          ด้าน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สมเด็จพระสังฆราช มอบเงิน 1 ล้านบาท และมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ มอบเงิน 1 ล้านบาท ให้หน่วยงานเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่ประเทศเนปาล

รวมรายชื่อหน่วยงานเปิดรับบริจาค ช่วยแผ่นดินไหวเนปาล

          ในขณะนี้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานไทยพร้อมใจกันเปิดรับการบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว ที่ประเทศเนปาล ตามช่องทางดังนี้

          – รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมส่งน้ำใจไปช่วยผู้ประสบภัยที่เนปาล โดยสามารถบริจาคเงินผ่านทางบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ธนาคารกรุงไทย สาขา ทำเนียบรัฐบาล หมายเลขบัญชี 067-0-10330-6

          – สภากาชาดไทย บริจาคผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสีลม ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” หมายเลขบัญชี 001-1-34567- 0

          – หน่วยงาน ยูนิเซฟ (ประเทศไทย) บริจาคผ่านธนาคารชื่อบัญชี “องค์การยูนิเซฟ” ธนาคารกรุงเทพ (กระแสรายวัน) สาขาสำนักงานก.พ. เลขที่บัญชี 201-3-01324-4

          – ธนาคารกรุงไทย (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 167-6-00662-1

          – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 011-0-06153-6, ธนาคารกสิกรไทย (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 008-1-09766-6

          – ธนาคารไทยพาณิชย์ (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 003-3-10443-3 หรือบริจาคออนไลน์ที่ www.unicef.or.th

          – โครงการ HANDS 4 NEPAL บริจาคเงินได้ที่บัญชี “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว เนปาล” เลขที่บัญชี 179204684-7 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาวงเวียนโอเดียน เชิญร่วมบริจาค อาหารแห้ง เสื้อผ้า (ผู้ใหญ่และเด็ก ขอของใหม่นะคะ) ผ้าห่ม มุ้ง นมสำหรับเด็ก ขนม ของเล่นเด็ก ยารักษาโรค เพื่อช่วยผู้ประสบภัยชาวเนปาล บริจาคสิ่งของได้ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ วัดสระเกศ

เนปาลขาดแคลนหนัก ! แย่งน้ำ-อาหาร เหยียบกันเจ็บสาหัส  นักศึกษาแพทย์ไทยและทีมอาสาหิมาลัย เผย เนปาลขาดแคลนอาหารและน้ำอย่างหนัก แย่งอาหารเหยียบกันสาหัส หลายพื้นที่ถนนถูกตัดขาด ทำให้เสบียงเข้าไม่ถึง

          – คณะพระธรรมทูตไทยในอินเดีย-เนปาล บริจาคเงินได้ที่บัญชีชื่อ “ก่อสร้างและบำรุงรักษาวัดไทยลุมพินีเนปาล” ธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดพลู เลขที่ 11-5-086858-4 ระบุใบ Pay in ว่าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล ส่งเมล์แจ้งพระมหาสุพจน์ กิตติวัณโณ ที่ lumbini979@gmail.com

          – รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ชื่อบัญชี น้ำใจไทยช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล 58 บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 014-3-00755-7 ธนาคารกรุงเทพ สาขาอาคารมาลีนนท์

          – ธนาคารกรุงเทพ (กระแสรายวัน) สาขาสำนักงานก.พ. เลขที่บัญชี 201-3-01324-4

          – ธนาคารกรุงไทย (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 167-6-00662-1

          – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 011-0-06153-6

          – ธนาคารกสิกรไทย (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 008-1-09766-6

          – ธนาคารไทยพาณิชย์ (กระแสรายวัน) สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี 003-3-10443-3

ช่องทางการติดต่อเพื่อช่วยเหลือคนไทยในเนปาล มีดังนี้

Hotline กองคุ้มครองฯ 08-5911-4076 และ 09 4003 7190-2 (08.30 – 22.30 น.)

          กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล 0-2575-1047 ถึง 51 (วันเวลาราชการ)

Hotline สถานทูตฯ ในเนปาล +977 980 106 9233 และ +977 784 124 2094

สถานทูตไทยในประเทศเนปาล +977 144 14372

          การบินไทย (สำหรับผู้โดยสารของบริษัทการบินไทยที่จะเดินทางออกจากกรุงกาฐมาณฑุ) +977 141 13140 และ +977 141 13047

ภาพจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร  , ทวิตเตอร์ @INamKaa
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ที่มาข่าว http://hilight.kapook.com/view/119628

10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญต่างๆ


10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญ

จุดขายของเกมแนวสยองขวัญ แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นฉากสยองขวัญต่างๆ แต่ว่าในความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เราเล่นเกมสยองขวัญเนี่ย เราไม่ได้กลัวเจ้าตัวประหลาดที่มันจะมาขย้ำคอผู้เล่นหรอก แต่กลัวบรรยากาศของเกม มุมกล้อง เสียงดนตรี และอื่นๆโดยรวมต่างหาก คุณลองคิดภาพดู หากคุณเล่นเกมสยองขวัญแล้ว จู่ๆผีมันก็เดินมาจากข้างหน้าให้เราเห็นแต่เนิ่นๆ กับการที่มีบรรยากาศ มีเสียง มีหมอกออกมาก่อน จากนั่นมันก็โผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวอันไหนจะน่ากลัวกว่ากัน หากมันเป็นผีหรือสัตว์ประหลาดตัวเดียวกัน แน่นอนว่าแบบหลังมันต้องระทึกกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเกมสยองขวัญต่างๆก็จะมีฉากการปรากฏตัวของเหล่าผีและตัวประหลาดไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกใจสั่นไปกับมันมากที่สุด และก็ได้มีการคัดเลือกฉากของเกมส์สยองขวัญที่ทำให้ระทึกที่สุดมา 10 อันดับดังนี้

 

10. ฉากเปิดตัวของเจ้าหัวพีรามิด เกม Silent Hill 2

เป็นฉากที่เจมส์ ตัวเอกเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งในอพาร์ตเม้นร้าง และได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจประจำภาค เจ้าหัวพีรามิด ที่กำลังเชือดเจ้าตัวแมเนควินอยู่ เจมส์เข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แต่สายไปแล้วเจ้าพีรามิดมันเห็นเขาแล้ว และเดินเข้าไปเชือดเขา ตอนที่เจอฉากนี้ครั้งแรกคนเล่นหลายๆคนคงคิดว่าเอาแล้ว ต้องสู้แล้ว อาวุธก็ไม่มี แต่ทันใดนั้นเจมส์ก็หยิบเอาปืนพกในตู้มาไล่มันไปได้ โล่งอกไปพักหนึ่ง

 

9. ฉากเริ่มต้นในเมือง Rapture เกม Bioshock

Bioshock ภาคแรกสุดเป็นภาคที่หลอนที่สุดในซีรี่ย์เลยก็ว่าได้ และเป็นภาคที่หลายๆคนชื่นชอบ หนึ่งในฉากที่ระทึกสุดของเกมก็คือช่วง Intro เริ่มที่เข้าสู่เมืองใต้ทะเล Rapture ที่กล่าวกันว่าเป็นเมืองใต้ทะเลที่สวยงาม แต่กลับกลายเป็นเมืองสยองไป เมื่อคุณเห็นเจ้าตัว splicer ใครบางคนจากอีกห้อง และมันก็พยายามจะพังประตูเข้ามาฉีกร่างของคุณด้วย

 

8. ฉากผีจับไหล่ (ไม่ใช่ผีจับหัวนะ) เกม Fatal Frame 2

เกมกล้องถ่ายผีที่เป็นหนึ่งในเกมผีที่สยองที่สุด จริงๆแล้วเกมนี้มีฉากสุดระทึกนับไม่ถ้วน แต่ที่หลอนมากก็ฉากที่มีผีมาแตะไหล่มิโอะในภาคสอง พอเธอหันไปดูก็จ๊ะเอ๋! ใครเล่นเกมนี้ครั้งแรกอาจทำเอาฝันร้ายไปหลายวัน แต่ส่วนตัวแล้วผมระทึกตอนฉากเปิดตู้กับฉากมองลงไปในบ่อน้ำมากกว่า

 

7. ฉากห้องหุ่นในเกม Condemned: Criminal Origins

เป็นเกมยิง FPS สยองขวัญอีกซีรี่ย์ที่เกิดมาในยุคเดียวกับ FEAR แต่หายไปจากวงการเลยในปัจจุบัน ฉากห้องหุ่นนี้ ตอนแรกมันก็เป็นหุ่นตั้งโชว์ธรรมดาๆ แต่เมื่อคุณเดินหันหลังให้มันล่ะก็ จู่ๆ มันก็ขยับมาอยู่ข้างหลังคุณได้อย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าเป็นในชีวิตจริงล่ะก็เห็นแบบนี้คงเผ่นป่าราบไปข้างแล้ว

 

6. ฉากจ๊ะเอ๋กับ Alma ในเกม FEAR ภาคแรก

Alma สาวน้อยที่มีพลังจิตอันแสนจะน่ากลัวในเกม FEAR เธอจะโผล่มาสร้างความระทึกให้ผู้เล่นหลายต่อหลายครั้งในเกม และมันก็หลอนทุกครั้งเลยด้วย

 

5. หมาตัวแสบ ในเกม Resident Evil

ฉากโคตรระทึกที่คุณพบเจอได้ตั้งแต่ต้นเกม ในทางเดินที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทันใดนั้นเจ้าหมาซอมบี้ตัวแสบก็พังหน้าต่างเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว เชื่อว่าคนเล่นเจอฉากนี้ครั้งแรกทุกคนต้องตกใจแน่นอน

 

4. The Witch ในเกม Left 4 Dead

ยัยซอมบี้แม่มดตัวแสบจากเกม 4 หน่อต่อกรผี เจ้าผีตัวนี้จะไม่ปรากฏตัวให้เราเห็น แต่มันจะส่งเสียงร้องไห้อันแสนเย็นยะเยือกทำเอาขนลุกขนพองมาก่อน ทันทีที่มันเห็นผู้เล่น มันจะพุ่งเข้ามาตบลงไปนอนอย่างรวดเร็ว ใครเจอมันถ้าไม่แน่จริง หลีกไว้จะดีกว่าไม่งั้นอาจเป็นศพได้ง่ายๆ

 

3. ฉากเจอเนโครมอร์ฟตัวแรกใน Dead Space

เจ้าเอเลี่ยนสิงศพ ศัตรูตัวฉกาจของ Isaac ที่เชื่อว่าผู้เล่นที่เจอมันครั้งแรกต่างก็สู้กับมันไม่เป็น ทำไมยิงมันแล้วยังไม่ตาย เพราะเกมอื่นๆอย่างเกมยิงซอมบี้ แค่ยิงหัวมันก็ตายแล้ว แต่เนโครมอร์ฟใน Dead Space ยิงหัวมันอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องยิงฉีกมันทุกส่วนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เริ่มจากขา แขน และส่วนต่างๆของมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย ถ้ายิงหัวมันอย่างเดียว ฝ่ายมันแหละจะมาเด็ดหัวเราไปใส่แทนที่เดิม

 

2. ฉากศพในห้องน่้ำเกม Eternal Darkness

เกมสยองขวัญที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ก็เป็นเกมที่มีฉากและบรรยากาศสยองไม่ใช่เล่น และในขณะที่ตัวละครผู้เล่นกำลังหาเบาะแสในห้องน้ำอยู่นั้น เมื่อสำรวจอ่างอาบน้ำแทนที่จะได้เบาะแส กลับเป็นฉากภาพย้อนไปตอนที่เหยื่อถูกฆ่าเลือดนองในอ่างอาบน้ำแทน

 

1. ฉากสู้กับพ่อใหญ่ Big Daddy ครั้งแรก ในเกม Bioshock

เกมเดียวแต่ติดอันดับเข้ามาถึง 2 ฉาก เพราะ Bioshock ภาคแรกเป็นภาคที่แฟนชื่นชอบและสยองสุดๆแล้ว พ่อใหญ่ Big Daddy เป็นหนึ่งในบอสที่ปราบค่อนข้างยาก หากไม่รู้วิธีปราบ เนื่องจากมันพุ่งเข้าโจมตีผู้เล่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมระหว่างที่สู้หากมันวิ่งเข้าใส่ ตัวผู้เล่นจะติดอาการหวาดกลัว ทำให้วิ่งไม่ออก ยิ่งสู้ยากกว่าเดิม

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

เรียบเรียงโดย Sanook! Game

“นัท เดอะคอมเมเดียน” แนะเคล็ดลับเล่นสงกรานต์ปลอดภัย(มีคลิป)


“นัท เดอะคอมเมเดียน” โพสต์คลิปยกกรณีตัวเองเป็นเคสตัวอย่าง แนะนำวิธีหนุ่มไทยเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย

 tnews_1429013052_77

วันนี้(14เม.ย.58)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    นายธีระวัฒน์ ธนิตศิระวิทย์ (นัท เดอะคอมเมเดียน ไทยแลนด์ 2) นักแสดงตลกจากค่ายเป็ด เชิญยิ้ม โพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊ก “Teerawat Thanitsirawit” พร้อมข้อความว่า “เล่นน้ำอย่างปลอดภัย ป้องกันตัวเองด้วยวิธีนี้ รอด!!!! ลองแล้ว” โดยในคลิปมีชายกำลังเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนาน เดินมาเต้นยั่วยวนอยู่ข้างกระจก แต่ก็ต้องหงายหลังกลับไปเมื่อนัทร้องกรี๊ดออกมา พร้อมทั้งบอกว่า “พวกเดียวกัน”

 

ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก ข่าวสด

49 ข้อสังเกตแปลกๆ บนสังคมเว็บ (ขำๆ นะ)


simondseconoart-small

เอากลับมาให้อ่านอีกครั้ง กับ ข้อสังเกตุแปลกๆ บนสังคมอินเตอร์เน็ต
บ้างก็ใช่ .. บ้างก็ไม่ ยังไงก็อย่าคิ๊ดดดดดดดดดดดดมากคร่า อ่านเอาขำๆ จ๊ะ

1. คนรู้เรื่องของคนที่เขาเกลียดดีกว่าคนที่รัก

2. คนชอบถามหาหลักฐาน แต่เวลาตัวเองอ้าง มักไม่ค่อยจะมีหลักฐาน

3. เขียนยาวไปคนไม่อ่าน

4. เขียนสำนวนเคร่งขรึมคนก็ไม่อ่าน

5. ชาวเว็บไม่ชอบเรื่องซีเรียส ถึงเป็นเรื่องเครียดก็ต้องเขียนให้ฮา

6. ยอดคนคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เป็นเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง

7. มีคนคอยตามอ่านเงียบๆ มากมายที่ไม่โผล่ตัวออกมา

8. บางทีเรื่องที่เถียงกันไม่มีสาระอะไร แต่เถียงกันไปเพราะแค่อยากเอาชนะ

9. ปิดจอคอมไปนอนก่อนซะ อาจจะดีกว่านั่งเถียงแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ

10. เกรียนปากดีตามเว็บบอร์ด พอเจอตัวจริงมักเจี๋ยมเจี้ยม

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

11. แต่คนอัธยาศัยดีในบอร์ด ตัวจริงก็อัธยาศัยดีเหมือนกัน

12. มนุษย์สายพันธุ์กูเกิลรู้ทุกเรื่อง แต่ถ้าคุยลึกๆ จริงๆ แล้วจะไม่รู้สักเรื่อง

13. แถมวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่ได้อีกตะหาก

14. เรื่องดราม่ามักจบลงด้วยคำว่า “ขอโทษ”

15. แต่ถ้ามีเรื่องครั้งใหม่ เรื่องเดิมก็จะถูกขุดโคตรเหง้าศักราชมายำต่อ

16. คำด่าในเว็บ โดยมากมักจะไม่ใช่คำด่าจริงๆ ที่คนพิมพ์กล้าพูดต่อหน้า

17. คนด่าบางทีก็ลืมไปว่าตัวเองเคยด่าเรื่องอะไรไว้

18. แต่คนถูกด่ามักจะไม่ลืม

19. คอมเมนต์มักถูกชี้นำด้วยความคิดเห็นแรกเสมอ

20. โดยเฉพาะเว็บเด็ก X และพันติ๊ปเฉลิม X

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

21. เวลาไพรม์ไทม์ในการตั้งกระทู้ คือ 17.00-22.00

22. แต่เวลาอัพบล็อกจะเป็น 9.00-12.00 และ 19.00-23.00

23. อยากดราม่าให้เริ่มประเด็นต่อไปนี้ การเมือง สถาบันการศึกษา ภาษา ศาสนา ความเชื่อ และ XXX

24. แล้วอีกไม่นานคุณก็จะได้พาดหัวขึ้นดราม่าแอดดิคต์เอง

25. อีกวิธีคือไปหาเรื่องเมมเบอร์ดังๆ

26. เกือบทุกความคิดเห็นพร้อมจะเปลี่ยนข้างเมื่อกระแสเปลี่ยน

27. ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันไม่เปลี่ยน

28. คนที่ไม่เปลี่ยนข้างมีสองกรณี คือเกรียน กับ มั่นใจ

29. ซึ่งทั้งสองประเภทแยกออกได้จากลักษณะการใช้คำ

*30. คนตั้งกระทู้/เขียนบล็อกมีสามแบบ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

31. หนึ่งคือเขียนแล้วทิ้ง กลับมาดูแต่ไม่ให้ความเห็นตอบ

32. สองคือตะบี้ตะบันขยันตอบมันทุกคอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หาเรื่องหรือคอมเมนต์ดีๆ

33. สามคือเลือกตอบเฉพาะคอมเมนต์ที่พอใจจะตอบหรือมีสาระพอจะตอบ

34. หลายคนอ่านแค่หัวเรื่องแล้วพิมพ์ตอบเลย

35. ซึ่งทำให้เกิดดราม่าหรือเรื่องฮา ขึ้นอยู่กับความซีเรียสของเนื้อหาและคำตอบ

36. แต่หลายคนอ่านจนครบแล้วก็ยังตอบไม่เข้าเรื่อง

37. เรียกว่าอ่านหนังสือไม่แตก เป็นปัญหาของระบบการศึกษาภาษาไทย

38. ทำให้เกิดดราม่ามากมาย หาได้ตามเว็บบอร์ดทั่วไป

39. การเถียงกันบนกระทู้สาธารณะ ไม่ร้ายเท่าการถูกส่งเมล์ด่า เอ็มเอสเอ็นด่า หรือหนักสุดคือโทรตามด่า

40. กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นโรคจิตคุกคาม คนที่เคยโดนควรแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
41. อย่าปล่อยให้คนโรคจิตบนเน็ตลอยนวล

42. คนที่อ้างว่าเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางจริงๆ

43. บางทีคนเลือกข้างยังเป็นกลางกว่า

44. อำนาจโฟโต้ช็อปเหนือทุกสิ่ง

45. แต่ที่เหนือกว่าคือ ICT

46. เพราะประเทศนี้มีระบบกรองข้อมูลจากต่างประเทศระดับสูงที่มีเพียงสามประเทศในโลก

47. ซึ่งอีกสองประเทศคือจีนแดง และเกาหลีเหนือ

48. อย่าซีเรียสกับเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนสังคมอินเตอร์เน็ต

49. สุดท้ายแล้วเราก็ต้องทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ-ค่าเน็ตเองอยู่ดี ฮ่า

————————————————

ที่มา http://terasphere.exteen.com/20091217/entry

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ ‘น้ำตากามเทพ’ ใครเป็นใครบ้างมาดู


‘น้ำตากามเทพ’ ละครของค่าย GTH ที่เหมือนจะออกแนวดราม่า แต่กลับดูแล้วตลกขำกันจนตัวโยกเลยทีเดียว นี่ขนาดแค่ปล่อยทีเซอร์กระแสในโลกโซเชียลยังคึกคักขนาดนี้ หลายต่อหลายคนคงใจจดจ่อรอดูกันแล้วใช่มั้ยละ?  ก่อนที่ละครเรื่องนี้จะออนแอร์ ผู้กำกับ ปิ๊ง อดิสรณ์ ผู้กำกับภาพยนตร์สุดฮิต รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ก็ได้ปล่อยรูปภาพนักแสดง พร้อมบอกคาแรคเตอร์ออกมาแล้วว่าใครรับบทอะไรมีคาแรคเตอร์เป็นแบบไหน สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู วันนี้เรารวบรวมมาให้แล้วไปดูกันเลย ^_^

 

ขำจนตัวโยก!

ทีเซอร์ ‘น้ำตากามเทพ’ ใครเป็นใครบ้างมาดู

น้ำตากามเทพ ชาวี

 

น้ำตากามเทพ ชาวี

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ใครไม่ได้ดูทีเซอร์คลิกดูได้เลย>> https://www.youtube.com/watch?v=FHWqqeyguhY

 

รอฮากันแบบเต็มๆ ได้เลย ละคร”น้ำตากามเทพ” จะออกอากาศ 

ทุกวันเสาร์ 4 ทุ่มตรง ทางช่อง GTH ON AIR และ GMM 25 เริ่ม 21 มีนาคม 2558 นี้

ขอบคุณรูปภาพจาก: IG: pingadisorn

ที่มา http://webboard.yenta4.com/topic/569586

นางสงกรานต์ 2558 “รากษสเทวี“ เชื่อมีเหตุเภทภัย คนจะเจ็บไข้และล้มตาย


อย่างดุ! สงกรานต์ 2558 คำทำนายสงกรานต์ 2558 นางสงกรานต์ 2558 นามว่า รากษสเทวี   ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง  อาภรณ์แก้วโมรา  ภักษาหารโลหิต หัตถ์ขวาทรงตรีศูล หัตถ์ซ้ายทรงธนูศร  เสด็จนั่ง มาเหนือหลังวรวาหะ(สุกร) เป็นพาหนะ ทำนายว่า ปีนี้คนจะเจ็บไข้และล้มตายเป็นจำนวนมาก



วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ วันอังคารที่ 14 เมษายน เวลา 14 นาฬิกา 24 นาที 0 วินาที
จันทรคติ ตรงกับ วันอังคาร แรม ๑๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีมะแม


นางสงกรานต์นามว่า รากษกเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต หัตถ์ขวาทรงตรีศูล หัตถ์ซ้ายทรงธนูศร เสด็จนั่ง มาเหนือหลังวรวาหะ(สุกร) เป็นพาหนะ

เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ อาทิตย์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า  ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า  เกณฑ์ธาราธิคุณ ชื่อ ปฐวี(ธาตุดิน) น้ำอุดมสมบูรณ์ดี  เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะแม นาคราชให้น้ำ 3 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปี กลางปี ปลายปีเสมอกันแล  เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในไร่นา จะเกิดกิมิชาติ คือ มีด้วงแมลงรบกวน ข้าวกล้า จะได้ผล 1 ส่วน เสีย 5 ส่วน บ้านเมืองจะเกิดยุทธสงคราม จะฆ่าฟันกัน จะนิราชจากกัน จะฉิบหายเป็นอันมากแล

วันเถลิงศก ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน เวลา 18 นาฬิกา 21 นาที 36 วินาที  จันทรคติ ตรงกับ วันพฤหัสบดี แรม ๑๓ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีมะแม

โดยนางสงกรานต์รากษสเทวี (อ่านว่า ราก-สด-เท-วี) นั้น ปกติจะทรงหมูเป็นพาหนะใน 4 รูปแบบ คือ ยืนบนหมู นั่งบนหมู นอนลืมตาบนหมู และนอนหลับตาบนหมู ซึ่งปีนี้ นางสงกรานต์รากษสเทวี ได้เสด็จนั่งมาเหนือหลังหมู ซึ่งเชื่อกันว่า หากนางสงกรานต์นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตาย และเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ
อย่างไรก็ตามคำทำนายที่เกี่ยวกับนางสงกรานต์ไม่ใช่สิ่งงมงายแต่เป็นเพียงการเตือนให้รู้เท่านั้น เพื่อให้ทุกคนดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท มีสติ และรู้จักเตรียมวิธีแก้ไขหรือป้องกันไว้ล่วงหน้า


ข้อมูลจาก : khaosod