สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

เรื่องราวความรักของเพศที่ 3 กระทู้ดังจากPantip : อยู่ด้วยกันมาได้ 30 ปีแล้วครับ คู่ชายกับชาย คิดไว้นานแล้วว่าถ้าวันนี้มาถึงจริง จะโพสเล่าในพันทิป


ความรัก เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ความรัก” คงอดคิดถึง ความสุข ความเศร้า ความผิดหวัง ความสมหวังไม่ได้ เพราะ “ความรัก” มีหลายรสชาติ ผสมรวมกันจนเกิดขึ้นมาเป็นความรัก.. และในวันนี้ MoohunDesign ได้นำเรื่องราวชีวิต(ที่เขาบอกว่าเป็นชีวิตของเขาจริงๆ)มาแชร์ประสบการณ์กัน

ซึ่งความรักครั้งนี่ ก็ดูจะไม่ธรรมดามากนัก เพราะ เป็นความรักของ ผู้ชาย กับ ผู้ชาย อย่างว่าและนะ สมัยนี้ เรื่องแบบนี้ค่อนข้างมีเกิดขึ้นมากในสังคมไทย และเริ่มเป็นที่ยอมรับบ้างแล้ว หากคู่ไหน หรือ ใครที่กำลังมีความรักแบบนี้ จะนำเอาตัวอย่างการใช้ชีวิตของ เจ้าของกระทู้เด็ด Pantip ไปปรับใช้ได้เลยนะ MoohunDesign ว่า เรื่องราวของเขาน่าติดตามเอามากๆ และ ยังแฝงไปด้วยข้อคิด คติสอนใจ และ คำคมที่ทำให้เราหวนกลับมาดูคู่ของเราเอง ไม่เว้นแม้แต่คู่ชายกับหญิงก็ตาม..

เครดิต ขอขอบคุณกระทู้ดีจาก ล็อกอิน : ฝนปนเหมย / http://pantip.com/topic/33092175

 


 

อยู่ด้วยกันมาได้ 30 ปีแล้วครับ คู่ชายกับชาย คิดไว้นานแล้วว่าถ้าวันนี้มาถึงจริง จะโพสเล่าในพันทิป

 

ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าผมก็แล้วกันนะครับ  ฟังดูกลาง ๆ ดี เพราะผู้อ่านพันทิปมีหลากหลายช่วงอายุ  ใครอยากคอมเมนต์แล้วเรียกว่าน้าก็ดี แต่เรียกลุง ไม่ค่อยชินเท่าไหร่  ตอนนี้ผมอายุ ๕๔ ส่วนคนที่ผมอยู่ด้วยอายุ ๖๑ ครับ  ที่มาเล่าเรื่องของตัวเองวันนี้  หวังให้เป็นประโยชน์แก่เพศที่สามรุ่นหลัง  พ่อแม่ของเพศที่สามซึ่งคิดไม่ออกว่าอนาคตลูกของตนจะลงเอยอย่างไร  และบุคคลทั่วไปที่สงสัยว่าเพศที่สามซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในสังคมไทยนั้นอนาคตของเขาจะมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืนได้หรือเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยและจบลงด้วยการเลิกรากันไปเท่านั้น

เอาที่มาที่ไปก่อนนะครับว่ามาตกล่องปล่องชิ้นกันอย่างไร ช่วงนี้จะพยายามเล่าไม่ให้เหมือนนิยาย เพราะคนในพันทิปชอบมองเรื่องแบบนี้เป็นนิยายไปหมด ไม่อยากโดนว่า “นิยายเชิญไปห้องข้าง ๆ”  น่ะครับ

ตอนนั้นผมอายุ ๒๕ เริ่มมีกิจการร้านเช่าหนังวีดีโอที่พ่อแม่ลงทุนเปิดให้ในจังหวัดแห่งหนึ่ง เป็นจังหวัดบ้านเกิดแหละครับ แต่ไม่ใช่กทม.   ก่อนหน้านี้สักประมาณ ๑ ปีได้ ผมไปดูหนังแล้วนั่งติดกับผู้ชายคนหนึ่ง  แต่ผมไม่ได้สนใจ จนกระทั่งหนังจบ ตอนเดินออกมาจากโรง ผู้ชายคนนั้นชวนคุยเรื่องหนัง ว่าตอนจบมันห้วนไป บลา ๆๆ  ก็คุยกันไปเดินออกจากโรงไปแค่สี่ห้านาที  แล้วก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป

แต่ไม่รู้ทำไมใจผมเต้นตึ้กตั้ก   เหมือนผมรู้ว่าคนนี้เป็นเกย์  สมัยนั้นดูคนเป็นเกย์ไม่แสดงออกยากมากนะครับ แทบไม่มีทางเลยด้วยซ้ำถ้าเขาไม่แสดงตัว   นึกแล้วอยากเขกหัวตัวเองที่ไม่สานต่ออะไรไว้เลย  ก็คนไม่เคยอะนะ  แต่เม็มไว้ในหัวละ  หน้าตาอย่างนี้ ขี่มอเตอร์ไซด์รุ่นนี้สีนี้ อย่าให้เจออีกก็แล้วกัน

ผ่านมาหนึ่งปีจากวันนั้น  เขาไปเช่าหนังที่ร้านผมโดยบังเอิญ เป็นช่วงที่ผมเปิดร้านได้ไม่กี่เดือนเองครับ ตอนนั้นปี 2528 ผมจำเขาได้แม่น แต่เขาจำผมไม่ได้เลย  คราวนี้ผมไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ ก็เลยชวนเขาคุยโน่นนี่ ได้ความว่าเขามาซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านแถวนี้เอง  คุยกันไปสักพักเขาก็คงดูออกว่าผมสนใจเขา

แนะนำชื่อเลยนะครับ เขาชื่อแทน เวลานั้นเขาอายุ ๓๑ ปี แก่กว่าผม ๗ ปี  เป็นคนหนุ่มที่รู้ตัวว่าชอบชายอยู่แล้วนะครับ  อาชีพค้าขาย มีบ้านที่เพิ่งเริ่มผ่อน อยู่คนเดียว แต่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาเยอะแล้ว เป็นคนหน้าตาดี รูปร่างใหญ่ ดูอบอุ่น  คนแบบนี้เหลือมาถึงผม จะเชื่อกันไหมนี่

มารู้ภายหลังว่าเขาคบหาผู้ชายอีกคนอยู่ครับ เป็นสจ๊วต   แต่เขาบอกว่าสจ๊วตคนนั้นไม่ว่าถ้าเขาจะมีอะไรกับคนอื่น เพราะนาน ๆ ถึงจะเจอสจ๊วตคนนั้นสักที   พอผมสนิทกับแทนได้ไม่กี่วันก็มีอะไรกันแล้ว  ผู้ชายกับผู้ชายมีอะไรกันง่ายครับ จากนั้นผมก็ขนข้าวของเข้ามาอยู่บ้านเขาเลยครับ ทีละนิด ทีละหน่อย บ้านเขากับร้านผมอยู่ห่างกันแค่เดินห้านาทีเอง  สุดท้ายผมก็ยึดครองพื้นที่  อีกหลายเดือนต่อมาเขาก็บอกเลิกสจ๊วตคนนั้น เขาบอกว่าระยะทางเป็นอุปสรรค  เขาต้องการคนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา  บ้านหลังนั้นก็คือบ้านหลังปัจจุบันที่ผมอยู่นี่เลยนะครับ  อยู่มา 30 ปีไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลย  วันที่เข้ามาอยู่วันแรกไม่นึกเลยนะครับว่าเรื่องราวมันจะมาถึงปีที่ ๓๐ ได้

เรื่องนี้ไม่เน้นดราม่า แต่อยากเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ทั่ว ๆ ไปมากกว่า ว่าอยู่กันมาได้อย่างไรนานขนาดนี้  กลับไปที่ช่วงแรก ๆ ก่อนนะครับ  มีทะเลากันทุกวันเลยก็ว่าได้  เรื่องจุกจิกหยุมหยิม  เพราะต่างคนก็มาจากสภาพพื้นหลังที่แตกต่างกัน  ไม่ได้ค่อย ๆ รู้จักกันทีละนิด  แต่ผมรุกเข้ามาหาเขาเร็วเกินไป  เวลาปีแรกจึงหมดไปกับการทะเลาเบาะแว้งสลับกับความสุขแบบข้าวใหม่ปลามัน  แต่ใจผมนั้นอยากประคองชีวิตคู่ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โชคดีที่ไม่ว่าจะทะเลากันรุนแรงแค่ไหน แทนไม่เคยออกปากไล่ผมหรือขอเลิกกับผมก่อนเลย  มีผมเสียอีกเคยหนีกลับไปอยู่ร้าน  แต่ไม่กี่วันเขามาง้อให้กลับไปอยู่กับเขาเหมือนเดิม

ครอบครัวทางบ้านผมคงรู้ว่าผมเป็นเกย์มาตลอด  แต่ผมไม่แสดงออกนะครับ  พ่อแม่ไม่เคยถามว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน  ตอนแรกพวกท่านก็นึกว่าผมนอนที่ร้านวีดีโอ  แต่ตอนหลังก็ค่อย ๆ รู้ว่าผมมานอนบ้านแทน  แม่ก็ว่า เออ ๆ  มานอนบ้านพี่เขาก็ดี บ้านเงียบดี ไม่เหมือนที่ร้าน รถราเสียงดัง   แต่ทางบ้านผมไม่มาถามซอกแซก และผมก็ไม่เคยประกาศว่าตอนนี้ผมกับแทนเป็นอะไรกัน ให้เขาค่อย ๆ รู้ไปเองทีละนิดดีกว่า   ส่วนญาติพี่น้องคนอื่นก็เหมือนกัน  ไม่มีใครพูดเรื่องนี้  แต่รับรู้ว่าแทนเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของผมเท่านั้น   ทางญาติพี่น้องของแทนอยู่จังหวัดอื่น ไม่ใช่จังหวัดที่ผมอยู่นะครับ  และโชคดีว่าทุกคนไม่มายุ่งเกี่ยวกับแทนเลย  นอกจากนาน ๆ ทีจะมาเยี่ยมและค้างที่บ้านคืนสองคืน  และรับรู้แค่ว่าผมเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่มาอาศัยชายคาบ้านชั่วคราวเท่านั้น  แต่พอนาน ๆ ไปก็คงพอจะรู้  แต่เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้  หรือไม่สนใจก็ได้  ดีจังที่ไม่มีปัญหาเรื่องพ่อแม่ญาติพี่น้องไม่ยอมรับหรือเข้ามาวุ่นวายในชีวิต

อยู่กันมาได้ปีเดียว งานค้าขายที่แทนทำอยู่ก็ประสบปัญหาขาดทุน  เงินที่เคยพอผ่อนบ้านก็ไม่มี  ผมต้องรับผ่อนแทน และแทนได้งานใหม่ในตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่ง  แทนทำช่วงกลางคืนและนั่นทำให้ชีวิตคู่ของเราเปลี่ยนไปครับ

เราเจอกันแค่กลางวัน  พอค่ำแทนก็ต้องเตรียมตัวไปทำงาน  กว่าจะกลับก็หลังเที่ยงคืน  บางทีไปสังสรรค์กับเพื่อนเขาต่อก็ถึงตีหนึ่งตีสอง  ส่วนผมทำงานกลางวัน  กลางคืนปล่อยลูกน้อง  และมีเวลาว่างมากกว่าเขา  ช่วงนี้ ยาวไปอีกสิบกว่าปี ชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ

แทนดื่มเบียร์เข้าบ้านทุกคืน  ตรงนี้ผมต้องปรับตัวเลย ไม่ห้ามเขาแต่หาทางอยู่กับคนเมาและบางครั้งก็หาเรื่องเราให้ได้ ปัญหาเรื่องแทนมีผู้ชายคนอื่นก็มีบ่อย  เขาอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์  หน้าตาดี ย่อมตกเป็นเป้าสายตาและเป็นที่หมายปองของชายชอบชายคนอื่น มีทั้งฝรั่งทั้งไทย  คงโดนหิ้วบ่อยนะผมว่า  ผมก็พยายามทำใจครับ   ขออย่าให้จริงจังก็แล้วกัน  ผ่านแล้วผ่านเลยไม่ว่า  แต่มีอยู่ปีหนึ่งเขาเกิดจริงจังกับแขกคนหนึ่งขึ้นมาครับ  เป็นปีที่ผมแย่มาก ๆ  เกือบเลิกเลยนะ  อยู่แบบตกนรกเลย  แทนคบคนนั้นแบบเปิดเผยและบอกว่าไม่มีอะไรกันแค่คบเหมือนเพื่อน  แต่ผมรู้ว่ามันมากกว่านั้น  จินตนาการหลอกหลอนตัวเองมากมายครับ  บางทีเครียดจนเจ็บกระเพาะ   แต่พอปีนั้นผ่านไป เขาก็เลิกกันไปเอง  ผมถึงว่า ชีวิตคู่อย่าวู่วาม  ถ้าเราคิดสั้น หรือเราเลิกกัน  มันก็แค่นั้นแหละ  แต่ถ้าเราผ่านมันไปได้  วันนี้เรากลับมามองมันก็เหมือนเราอ่านนิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง  ไม่เห็นเจ็บเห็นปวดเลย

พูดเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ของแทนไปแล้ว  มาถึงตาผมบ้างนะ  ความที่ผมมีเวลาว่างมากโดยเฉพาะกลางคืนผมไปไหนได้อิสระก่อนที่แทนจะเข้าบ้าน  ผมก็มีแรดเหมือนกัน  อายุยังน้อย   เออ ลืมบอกไปว่าเราไม่ค่อยมีอะไรกันแล้วนะครับ  เดือนแรก ๆ  ก็ถี่หน่อย  พอผ่านมาสักปีก็แทบไม่มีอะไรกันอีกเลย  มันเหมือนจำเจไปแล้ว  ผู้ชายด้วยกัน มันหมดความน่าค้นหา หมดกระบวนท่าว่างั้นไหมครับ  ก็เลยคุยกันว่าจะไปมีอะไรกับใครก็มีได้แต่อย่าจริงจัง มีเพื่อเซ็กซ์เท่านั้นพอ

ผมก็ออกเที่ยวผับเที่ยวบาร์บ้าง ได้เจอเกย์ ได้มีอะไรกับผู้ชายคนอื่นบ้าง ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องนะครับ แต่ไม่ได้เอามาเล่าให้แทนฟังหรอก  ไม่ให้เขารู้ดีกว่า ให้เขาสบายใจ เขาก็ไม่เคยมาซักถามว่ากลางคืนไปไหนกับใครบ้างหรือเปล่า ส่วนผมก็เหมือนกันไม่ถามเขา แต่สังเกตเอาเองว่าคืนนี้ดึกเกินไปไหม  บางทีเขาก็ไปกับเพื่อนผู้ชายแท้ ๆ ของเขาจริง ๆ  นาน ๆ  ก็มีแบบไปกับคนที่มาจีบเขาบ้าง เฉลี่ยที่เราต่างมีอะไรกับคนอื่นนี่ไม่น่าเกินสองสามเดือนต่อครั้งนะครับ ไม่ได้บ่อยมาก

ชีวิตเป็นแบบนี้อยู่ประมาณสิบห้าปี แทนเปลี่ยนงานจากบาร์เทนเดอร์ไปสู่ตำแหน่งที่ดีกว่าในโรงแรม แต่ยังเป็นงานที่กลับดึกเหมือนเดิม  และคงมีอะไรกับคนอื่นนาน ๆ ครั้งเหมือนเดิม  ผมก็เหมือนกัน บางคืนก็ออกไปเที่ยวแล้วกลับเข้ามานอนก่อนเที่ยงคืน

ชีวิตเราเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่งช่วงปี ๒๕๔๒ – ๔๓ จำแน่ไม่ค่อยได้   เป็นช่วงที่ฟองสบู่แตกได้สัก ๒ ปีแล้ว  เศรษฐกิจไม่ดี แทนได้ผลกระทบเยอะ  เพราะงานที่ทำแย่  เขาต้องออกจากงาน   และเงินที่เขาเคยมีและเอาไปลงกับการเล่นเก็งซื้อขายเงินตราต่างประเทศก็ขาดทุน  แทนหมดตัวหมดงานครับปีนั้น

เป็นผมที่ช่วยเขาสารพัด  กอบกู้ชีวิตให้เขาฝ่าวิกฤตเลวร้ายไปได้  ผมขอให้เขาได้ทำงานกับญาติผม เป็นงานกลางวันครับ งานสบายกว่าที่เขาเคยทำเยอะ แต่รายได้ก็แค่พอกินพอใช้  ส่วนทรัพย์สินที่เคยมีเคยสะสมไว้ หมดไปแล้วกับช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด  และไม่เคยหาได้อีกเลยครับ  เพราะรายได้แต่ละเดือนแค่พอกินพอใช้สบาย ๆ แต่ไม่เหลือเก็บซื้อสินทรัพย์ นอกจากเก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลดูแลตัวเองตอนบั้นปลายของชีวิตแต่ก็ไม่มากมายอะไร

พอแทนทำงานกลางวัน กลางคืนเราก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน  ผมก็ไม่ได้ออกไปแรดที่ไหนอีกเลย  ถ้าออกไปเที่ยวก็ไปด้วยกัน ชีวิตก็เริ่มเข้าที่เข้าทางจริง ๆ ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา  ตอนนั้นผมอายุได้ ๔๐ ปีแล้ว  การงานการเงินจัดว่าอยู่ในระดับดีน่าพอใจ  ร้านวีดีโอกลายเป็นร้านเช่าดีวีดี  ผมมีเงินสะสมก้อนหนึ่งก็เอาไปสร้างหอพักเล็ก ๆ  และกู้แบงค์เพิ่มอีกบางส่วนตอนนี้ผ่อนแบงค์หมดแล้ว  เก็บเงินค่าเช่ากินอย่างเดียวครับ

จากปีที่แทนเริ่มทำงานกลางวัน จนถึงปัจจุบันก็ ๑๔ ปีแล้ว  ที่เราอยู่ด้วยกันมาแบบเช้าออกไปทำงาน  เย็นกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนกับชีวิตคู่ของคนทั่วไป  ชีวิตมีความสุขดีพอสมควรครับ  เรื่องรายได้ ผมหาได้เยอะกว่าเขา ก็ออกให้เขาบ้าง เวลาอยากกินอยากใช้อะไรแพง ๆ  อยากเที่ยวต่างประเทศด้วยกันผมก็จ่ายให้เขาครับ

ช่วงต่อไปอยากจะเล่าถึงชีวิตคู่ของชายกับชายอย่างเรา ที่ต้องสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  ทั้งเพื่อนบ้าน  เพื่อนของตัวเอง  ลูกน้องที่ทำงาน ญาติพี่น้อง  อนาคตของเรา   อ๋อ  อายุขนาดนี้อนาคต ก็คงเหมือนคนแก่ทั่วไปที่ต้องมีแผนรับมือกับค่ารักษาพยาบาล  การทำพินัยกรรม  มันจะมีปัญหาอะไรบ้างในประเทศที่ยังไม่รับรองการสมรสของคนเพศเดียวกัน เดี๋ยวมาต่อนะครับ

 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกกำลังใจนะครับ มาอ่านทวนดูแล้วผมยังให้ภาพของตัวเองและแทนไม่ชัดเจนเท่าไหร่  ขอเล่าเพิ่มว่าผมเป็นคนตัวผอมบาง ส่วนแทนรูปร่างสูงใหญ่ อย่างนี้คงนึกออกแล้วนะครับว่าใครรับบทบาทอะไรในบ้าน เราไม่ใช้คำว่าผัวเมียกันเลยนะครับ  มันเป็นคำของชายหญิงเขา ส่วนของเรา ผมก็คือผม แทนก็คือแทน  เวลาแนะนำกับเพื่อนก็บอกว่านี่พี่แทน แค่นี้ ที่เหลือไปคิดเอาเอง

ในละแวกที่ผมและแทนใช้ชีวิตอยู่ คนแถวนั้นถ้าอยู่มานานก็คงรู้  แต่คนมาใหม่ก็ไม่รู้หรอกครับ  เราไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกัน  ถ้าไปด้วยกันก็ไปไกล ๆ เลย อย่างไปห้าง ไปร้านอาหาร  แต่ถ้าไปตลาดแถวบ้านหรือกินข้าวแถวบ้านแทบไม่เคยไปด้วยกัน  อย่ามองว่าคู่เกย์ต้องตัวติดกัน หรือไปไหนต้องใส่เสื้อเหมือนกัน ป่าวประกาศให้โลกรู้  คู่เราไม่ทำครับ

เราใช้ชีวิตเกย์ บนพื้นฐานที่ไม่ปิดบัง แต่ไม่เปิดเผยโจ่งแจ้งพร่ำเพรื่อ ดูด้วยว่าคนอื่นจะรับได้ไหม กระอักกระอ่วนไหม ไม่ใช่อยู่ ๆ ไปแนะนำกับเพื่อนว่านี่แฟนเรา  ไม่ทำครับเกรงใจเพื่อน เห็นหลายคู่ชอบโพสตามเฟสบุ๊คไปไหนก็ถ่ายรูปกับแฟน โชว์สวีทหวานแหวว  ให้เพื่อนมาไลค์มาคอมเมนต์  เราไม่เคยทำครับ เกรงใจ และอาจมีคนหมั่นไส้เอาได้

เอาทางด้านสังคมก่อนนะครับ  แทนก็มีกลุ่มเพื่อนฝูงของเขา เพื่อนโรงเรียนเก่า เพื่อนที่รู้จักกันในวัยทำงาน ส่วนมากไม่รู้เรื่องส่วนตัวของแทนนะครับ อาจมองว่าคนไม่ได้แต่งงานคงเป็นเกย์ ส่วนมากรู้แค่นี้ แต่ไม่มีใครมาก้าวล่วง และไม่ค่อยมีใครมาหาที่บ้าน  เหมือนแทนก็รักษาระยะห่างไว้ได้พอดีพองาม

ส่วนผมมีความเป็นเกย์เยอะกว่าแทน  เพราะมีเพื่อนเกย์แสดงออกอีกสองสามคน  แต่ถ้าในชีวิตประจำวันก็เหมือนผู้ชายปกติครับ  คบกับเพื่อนผู้ชายปกติ  มีสังคมกับผู้ชายทั่วไปซึ่งลับหลังคงคุยกันว่าผมเป็นเกย์หรือเปล่าบ้างกระมัง  แต่ก็ปฏิบัติต่อผมเหมือนเพื่อนผู้ชายทั่วไปครับ  และไม่เคยมีใครมาซักไซ้ไล่เลียงเรื่องส่วนตัว  แต่ถ้ามีบางคนมาถามว่าทำไมยังไม่แต่งงาน  ผมก็ตอบเลี่ยง ๆ ว่า อยู่อย่างนี้สบายดีแล้ว  ผมไม่ลำบากใจ  แต่แอบคิดว่า ถ้าฉันตอบตรง ๆ นายจะรับได้ไหมล่ะ

เวลาได้การ์ดเชิญก็ได้คนละใบ ไปคนละงานนะครับ  เพื่อนเขาเชิญ ก็เชิญเขาคนเดียว  เพื่อนผมก็เชิญผมคนเดียว ไม่ได้รู้จักทั้งคู่  นอกจากเพื่อนสนิทมาก ๆ  ไม่กี่คนที่รู้เรื่องของเราและเข้านอกออกในบ้านเราได้  พวกนี้ก็สบายมาก  เวลาเชิญก็การ์ดเชิญใบเดียว  เราใส่ซองก็ซองเดียวกันไปเลย  แต่ถ้าเพื่อนไม่สนิท เขาก็มาสองการ์ด  เราก็ใส่สองซอง  ไม่เคยส่งพวงหรีดแล้วใส่ชื่อสองคนเลยสักครั้ง  ไม่ทำครับ เรื่องทำตัวให้แปลกออกไปนี่เราไม่ทำเลย

เห็นคู่เกย์สมัยนี้ออกมาจัดงานแต่งกันเยอะขึ้น  ก็ดีใจด้วยครับ  ขอให้อยู่กันยืด ๆ นะ  คู่เราไม่คิดจะทำเลยครับ เรื่องพวกนี้มันไม่การันตีเลยว่าหลังจากนี้คุณจะอยู่กันได้ยืนยาวจริง  เกรงใจผู้คนแขกเหรื่อที่มางาน  และคงมีคนค่อนนินทาแน่นอน เฮ้ย ใครผัวใครเมียวะ  เฮ้ยมันทำอะไรกันยังไงวะ    แต่ผมไม่ได้ต่อต้านนะครับ แค่มองต่างมุม ฝรั่งเขาก็ออกมาจัดงานแต่งกันเยอะแยะ ภาพออกมาสวยงามดี  ถ้าชอบก็ทำไปเถอะครับ ส่วนของเราขออยู่กันเงียบ ๆ ก็พอ

ทางด้านครอบครัววงศาคณาญาติล่ะ  ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยมีใครมาหาที่บ้าน  แม้ว่าหมู่บ้านจัดสรรของผมกับละแวกที่เป็นพื้นเพของญาติพี่น้องจะไม่ไกลกันมาก  มาวันหนึ่งผมอยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขายอมรับการมีคู่ของเราได้มากน้อยแค่ไหน  เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว   หรือว่าตอนที่เราอยู่ด้วยกันมาได้ยี่สิบปีพอดี  ผมได้ลองเชิญญาติพี่น้องทุกคนมางานปีใหม่ที่บ้านผมกันครับ

ซึ่งผลตอบรับดีมากครับ  เป็นการรวมญาติครั้งแรกในวงตระกูลเราเลย  เพราะปกติกว่าจะรวมกันได้มักจะเป็นงานศพอากงอาม่าเท่านั้น  ไม่เคยมีใครจัดงานอะไรที่รวมญาติได้สักครั้ง  ผมเห็นญาติ ๆ สามสิบกว่าคนมาที่บ้าน  เอาหลานเหลนมาแสดงความสามารถโน่นนี่  ปลื้มใจครับ แสดงว่าทุกคนยอมรับเราแม้ว่าจะไม่มีคำพูดใดออกมา ไม่เห็นจะต้องจัดงานฉลองครบรอบแต่งงานยี่สิบปีให้คนหมั่นไส้เลย  งานปีใหม่ปีนั้นต่างหากที่มีความหมายมากกับชีวิตคู่ของเรา

 

มาเรื่องเพื่อนบ้านบ้างครับ  เราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรระดับรากหญ้า  ถึงแม้ปัจจุบันผมสามารถขยับขยายไปอยู่หมู่บ้านสำหรับชนชั้นกลางได้แล้ว แต่แทนเขาติดที่ และผมก็เห็นว่าตรงนี้เป็นจุดเริ่มตันของชีวิตคู่ก็ไม่อยากย้ายไปที่อื่นครับ  แต่ได้ซื้อที่แปลงข้างเคียงขยายบ้านออกไปและขยายต่อเติมบ้านให้ใหญ่ขึ้น

หมู่บ้านของคนรากหญ้าก็มักมีปฏิสัมพันธ์กันมากกว่าหมู่บ้านชั้นดี   เราไม่ได้สุงสิงกับเพื่อนบ้านมากไปกว่าทักทายทุกครั้งที่เจอหน้า  ให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เช่นแทนเขาเป็นคนตัวใหญ่  มักมีบ้านสาวโสดที่อยู่กับแม่แก่ ๆ มาขอให้ช่วยอุ้มแม่เขาขึ้นรถไปโรงพยาบาลบ้าง  บางบ้านขอให้ช่วยเปลี่ยนหลอดไฟ หรือขึ้นตัดกิ่งไม้บ้าง  แทนเขาก็ช่วยอย่างเต็มใจทุกครั้ง เพื่อนบ้านไม่รังเกียจเรานะครับ

งานแต่งงานลูกสาวเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เขาเลือกเชิญบ้านเราบ้านเดียวจากคนทั้งซอย  เขาบอกว่า มีแค่เราสองคนที่ทักทายเขาและลูกสาวสม่ำเสมอตั้งแต่ลูกเขายังเล็กจนถึงวันแต่งงาน  เพื่อนบ้านบางคนแม้ย้ายออกไปแล้วก็ยังแวะเวียนเอาขนมมาฝากเราบ้าง เอามาห้อยไว้ที่ประตูรั้วบ้าง  คนไทยรับเรื่องของเพศที่สามได้ครับ ถ้าเราวางตัวพอเหมาะพอดี

อีกเรื่องที่อยากเล่า ก็คือเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติ   เราโชคดีที่เกิดเป็นคนไทย ถ้าเกิดเป็นคนประเทศอื่นบางประเทศ การเป็นเพศที่สามหรือการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเราอาจถูกแขวนคอประจานได้   แต่จริง ๆ แล้วเรายังต้องการมากไปกว่าการยอมรับทางสังคม  มันคือเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลไงครับ

วันหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว  ผมต้องพาแทนเข้าโรงพยาบาลด่วน  เพราะเขามีอาการทรงตัวไม่อยู่เหมือนโซเซตลอดเวลาคล้ายถูกจับเหวี่ยง  พอถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ถามคำหนึ่งว่าผมเป็นอะไรกับคนไข้  ผมก็บอกว่าเป็นเพื่อน
“มีญาติพี่น้องคนไข้มาด้วยไหมเผื่อต้องเซ็นอนุญาตอะไร”   ผมก็บอกว่าไม่มี    ดีว่าเรื่องจบลงที่แทนมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากันอันเนื่องมาจากดื่มเบียร์มากเกินไป  ซึ่งจัดว่าเป็นอาการไม่ร้ายแรงมากนัก

จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมกลับมานึกว่าการครองคู่ของคนเพศเดียวกันยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่อง   ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องผ่าตัดด่วน ใครจะเซ็นอนุญาตได้  ถ้ามีการขอความเห็นจากแพทย์เกี่ยวกับความเป็นความตายของอีกฝ่ายหนึ่ง แพทย์คงไม่ฟังความเห็นจากคนที่เป็นแค่ “เพื่อน” หรอกครับ   แล้วผมจะไปหาญาติของแทนมาจากไหนในเวลาเร่งด่วนได้  ญาติใกล้ที่สุดต้องขับรถมา ๔ ชั่วโมงจึงจะถึงจังหวัดที่ผมอยู่

มีเรื่องมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อคู่สมรสเพศเดียวกันจากกฎหมายให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกันได้  ผมขอพูดถึงเฉพาะเรื่องส่วนที่มีผลกับผมและแทนโดยตรงก็พอนะครับ  อย่างผมทำประกันชีวิต  ผู้รับประโยชน์ต้องเป็นคนสายเลือดเดียวกับผมเท่านั้น  ให้แทนรับประโยชน์ไม่ได้นะครับ  ทำไมผมให้คนที่อยู่กับผมมาเกินครึ่งชีวิตเป็นผู้รับประโยชน์ไม่ได้  ตรงนี้ในช่วงชีวิตของผมจะทันเห็นการเปลี่ยนแปลงไหมครับ

อยากเล่ารวบรัดว่า หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ แล้ว กรรมสิทธิ์ในบ้านหลังที่เราอยู่นี้ตกเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว อย่าให้เล่ารายละเอียดเลยครับ เรื่องมันยาว  แทนมีฐานะตามทะเบียนบ้านเป็นเพียงผู้อาศัย  วันหนึ่งถ้าผมจากโลกนี้ไปก่อน  ทายาทอันชอบธรรมของผมคือน้อง หรือลูกของน้องจะได้เป็นเจ้าของบ้านคนต่อไป  แล้วแทนละครับจะไปอยู่ที่ไหน
ตรงนี้จะไม่มีปัญหาเลยถ้ามีกฎหมายจดทะเบียนสมรสของคนเพศเดียวกันออกมา  แต่ในเมื่อยังไม่มีกฎหมายนี้  ผมแก้ปัญหาอย่างนี้ครับ

วันเกิดของแทนปีหนึ่งไม่นานมานี้เอง  บนโต๊ะอาหารใต้แสงเทียน ผมยื่นซองสีสวยให้แทนเหมือนจะเป็นการ์ดวันเกิด  แต่จริง ๆ มันคือพินัยกรรมครับ  ผมเขียนไว้มีใจความสำคัญว่าถ้าผมตายก่อนแทน  ให้แทนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้จนตลอดชั่วอายุของแทน  จากนั้นทายาทโดยชอบธรรมของผมจึงจะเข้ามาครอบครองได้  และผมยังยกเงินในบัญชีส่วนหนึ่งให้เขาด้วยเพื่อที่เขาจะได้ใช้จ่ายอย่างสบายในบั้นปลายของชีวิต      แทนอ่านละเอียดแล้วก็ไม่พูดอะไร ยื่นมือมาใต้โต๊ะแล้วบีบมือผมเบา ๆ

เรื่องของคนวัยนี้ก็วนเวียนกับเรื่องพวกนี้แหละครับ  วางแผนอะไรไว้ก่อน  จริง ๆ ไม่รู้ใครจะไปก่อนใคร  แต่ชีวิตทุกวันนี้ไม่หดหู่เลยนะครับ เล่นเฟซ เล่นไลน์กันสนุกสนาน   ผมก็เล่นกีฬากับเพื่อนผู้ชายแท้ ๆ ทั้งก๊วนมานานหลายปีแล้ว  ยามว่างก็มีงานอดิเรกที่ต้องพบเจอกับผู้คนมากหน้า หลายคนเป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน  มีความสุขทุกวันครับ

แทนเขาดื่มเบียร์วันละสามขวด  แต่ก็รักษาสุขภาพเช่นกัน ใครว่าอะไรดี  อะไรบำรุงก็หามากินหมด  รู้ไปหมด  แต่ที่เลิกไม่ได้อย่างเดียวคือเบียร์   จะหยุดดื่มก็ ๕ วันก่อนหมอนัดตรวจสุขภาพ   พอหมอบอกผ่าน  ก็กลับมาดื่ม ๓ ขวดเหมือนเดิม  เลิกไม่ได้แล้วครับ   แต่เมาแล้วก็นอน  ไม่ได้ไปเดือดร้อนใคร  ไม่เคยอาละวาดหาเรื่องผมเหมือนตอนหนุ่ม ๆ อีกเลยครับ

อีกตอนเดียวคงจบแล้วครับ ไว้คืนนี้มาต่อ  ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจนะครับ

 

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ให้ความสนใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์นะครับ   มาถึงตอนจบ ก็ไม่รู้จะจบอย่างไรเสียนี่  แต่ไม่เศร้านะครับ  ยังไม่มีใครตาย อิอิ  อยากบอกว่าผมก็ไม่ได้แก่มากมายนะครับ  อายุห้าสิบสี่เอง  คุณว่าเบิร์ดธงไชย ตั๊กมยุราแก่ไหม  สองคนนั่นอายุมากกว่าผมสองสามปีเลยนะ  ผมแค่เยาวชนรุ่นน้อง

พูดเล่นน่ะครับ ป๋าเบิร์ด ยังไงก็เป็นข้อยกเว้นตลอดกาล  ผมเองรูปร่างยังดีเพราะเล่นกีฬาสม่ำเสมอ  แต่หน้าตาก็แก่ไปตามวัยแล้วเพราะไม่เคยบำรุง ไม่เคยเข้าคอร์ส  ส่วนแทนเขาตัวสูง  ตอนนี้ก็แค่ดูหนาขึ้น   พุงไม่ใหญ่แต่ออกรอบ ๆ เอวมากกว่าตามประสาคนกินเบียร์  หน้าตาก็ไม่แก่ไม่เหี่ยวมากมีแต่กระเท่านั้นที่มาเต็มหน้าแล้ว

ในเวลาที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี้   แทนก็นั่งที่โต๊ะอีกตัวหนึ่ง หน้าคอมส่วนตัวของเขา  กำลังเล่นเฟสบุ๊คกับไลน์พีซี  เขาชอบส่งรูปโป๊ หนังโป๊ไปให้พรรคพวกไลน์กลุ่มของเขา  คนแก่เดี๋ยวนี้เห่อไลน์ เห่อส่งรูปโป๊กันนะครับ  ส่วนมากเลยแหละ ก็ดีครับ ชีวิตไม่เหงา มีกิจกรรมกันเรื่อย ๆ   แต่ผมกับแทนไม่ได้เป็นเพื่อนเฟสบุ๊คกันนะครับ  ต่างคนต่างมีโลกออนไลน์ส่วนตัวที่ใครอยากจะเป็นแบบไหนก็เป็นได้  คงมีคนรุ่นลูกรุ่นหลานมาปลื้มมาจีบเขาอยู่บ้างเหมือนกัน  แต่เขาก็แค่คุยเล่นสนุก ๆ คงไม่คิดสานสัมพันธ์กับใครอีกแล้วครับ

ชีวิตคู่ของเราก็คงจะไปเรื่อย ๆ แบบนี้  อยู่กันไปเหมือนกับที่อยู่กันมาตั้งสามสิบปี  เรามองแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้ก็พอ  เดี๋ยวมันก็เป็นปีเอง  จากปีหนึ่งไปอีกปีหนึ่งก็ไม่นาน  เผลอแป๊บเดียวก็ปีแล้ว เผลออีกแป๊บก็สิบปี วันเวลามันเท่ากันทุกวัน  บางคนดูว่าเวลาผ่านไปช้า  บางคนดูว่าผ่านไปเร็ว อยู่ที่ว่าเราเอาอะไรวัดมันต่างหาก

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดคงเป็นตัวอย่างในการครองคู่ให้ใครไม่ได้นะครับ  คู่ใครคู่มัน  เอาวิธีการของคู่หนึ่งไปใช้กับอีกคู่หนึ่งเลยไม่ได้  ต้องปรับเปลี่ยนเพราะต่างคู่ก็ต่างปัจจัยแวดล้อม   ชีวิตคู่ของเพศเดียวกัน  อยู่ด้วยกันง่าย แต่เลิกกันง่ายยิ่งกว่า

เราไม่มีจารีตประเพณีเป็นตัวกำหนด ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีลูกเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้ง  เราอยู่ด้วยกันไม่มีใครรู้  เราเลิกกันก็ไม่มีใครสนใจ  ดังนั้นชีวิตคู่ของคนเพศเดียวกันจึงดูเหมือนเปราะบางกว่ารักของชายหญิงทั่วไปนะครับ ต้องหนักแน่นครับจึงจะประคองชีวิตคู่ให้ยืนยาวได้

วกมาที่เรื่องของผมกับแทนอีกสักหน่อย   เราอยู่กันมาสามสิบปีไม่เคยบอกรักกันเลย แม้แต่ตอนอยู่ด้วยกันใหม่ ๆ  ก็ไม่เคยพูดคำหวานใส่กัน  พูดอะไรก็พูดเป็นจริงเป็นจัง  พูดเรื่องคนโน้นคนนี้ เรื่องงาน เรื่องการบ้านการเมือง  แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะพูดหวาน ๆ  รัก ๆ แบบที่เคยอ่านในนิยาย  หรือเพราะเราเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ไม่รู้นะครับจึงไม่ได้คิดพูดอะไรหวาน ๆ รัก ๆ กัน

แต่ไหน ๆ ก็มาถึงปีที่สามสิบแล้วผมอยากพูดไว้ในพันทิปนี้นะ  อยากพูดบอกรักแทน   จะสำเร็จไหมหนอ  เขาไม่มาอ่านหรอกครับ เขาไม่เข้าพันทิป  แต่ถ้าเกิดมีการแชร์กระทู้นี้ในเฟสบุ๊คก็ไม่แน่อาจไปถึงเขาได้สักวัน  ที่นั่งพิมพ์เป็นข้าวตอกแตกอยู่นี้  ไม่เคยบอกเขาเลยนะครับว่ากำลังทำอะไร  คงไม่บอกหรอกครับว่าเอาเรื่องของเรามาเล่าในพันทิป

ถ้าเขารู้ว่าผมตั้งชื่อเขาว่าแทน  เขาคงหัวเราะก๊าก ๆ   ว่าผมบ้านิยาย   คนรุ่นนั้นส่วนมากก็ชื่ออู๊ดแอ๊ดอี๊ด ไม่เห็นมีใครชื่อแทนสักคน  ไม่ให้เขาอ่านดีกว่า   แต่ผมจะพูดคนเดียว  ตามที่ใจอยากพูด  แทนไม่ได้อ่านก็ไม่เป็นไรครับ   เอานะ   เริ่ม ๆ

คุณคงไม่ได้นับ และคงไม่สังเกตใช่ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ด้วยกันมาได้กี่ปีแล้ว   แปลกใจไหมครับ  มันสามสิบปีแล้วนะ  จำวันที่ผมหิ้วถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าชุดแรกเข้ามาอยู่กับคุณได้ไหม   เหมือนเมื่อวานนี้เองนะในความรู้สึกของผม

ผมโชคดีจังที่ได้มาอยู่บ้านนี้กับคุณ  บ้านมันก็กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก  ผมอยู่คนเดียวไม่ได้หรอกนะถ้าไม่มีคุณ   เราอยู่มาสามสิบปีแล้ว    เรามาทำอีกสามสิบปีร่วมกันได้ไหม   คุณเคยบอกผมว่าชีวิตคู่ก็เหมือนกับการผ่อนบ้าน ถึงเดือนก็ส่งค่างวด ผ่อนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็หมดเองไม่รู้ตัว   ก็คงเหมือนวันนี้ที่คุณยังไม่รู้ตัวเลยว่าครบสามสิบปีแล้ว  งั้นทำลืม ๆ อีกสักแป๊บก็คงผ่านไปอีกสามสิบปี เราทำได้แน่นอนครับ เราอยู่ต่อเพื่อกันและกันนะครับ

ขอบคุณที่ให้ผมได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณ   ขอบคุณที่ดูแลและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ ผมโชคดีที่ได้พบและได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ   วันนี้ผมอยากพูดคำที่ผมไม่เคยพูดได้สำเร็จสักครั้งในรอบสามสิบปีที่เราอยู่ด้วยกันมา      ผมรักคุณครับ

 

Credit : ฝนปนเหมย / pantip.com

20 สิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยเมื่อคุณตกหลุมรักใครซักคน


ความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ เข้าใจยากมากๆ ขอพูดถึงช่วงเวลาของคนโสดที่ไม่เคยเข้าใจในเรื่องของความรักเลย โดยมุมมองของคนโสดก็มักจะเป็นแบบว่า ทำไมคนมีคู่ถึงต้องกระหนุงหระหนิงและมุ้งมิ้งกันเหลือเกิน อยากจะบอกว่าถ้าหากคุณได้ตกหลุมรักใครซักคนแล้ว คุณก็จะเป็นแบบนั้นแหละ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 20 อาการต่อไปนี้

1. ในช่วงแรกเริ่มของความรัก ชีวิตของคุณจะมีความโรแมนติกแบบสุดๆ

2. และหลังจากนั้นความโรแมนติกก็จะค่อยๆ จางหายไป

3. เปลี่ยนชื่ออีกฝ่ายแบบแปลกๆ เวลาเรียกจะได้รู้สึกน่ารักแปลกๆ

4. เห็นเค้าทำอะไรประหลาดๆ มาให้ ก็ทำตามไปด้วยซะงั้น

5. รู้สึกอินกับเพลงรักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. และเมื่อได้ดูหนังรัก ก็จะรู้สึกซาบซึ้งกินใจแบบสุดๆ

7. ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็มักจะมีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คุณนึกถึงเค้าอยู่เสมอ

8. อัพรูปภาพคู่สัตว์น่ารักๆ แล้วใส่คำว่า “เรา” ส่งไปให้อีกฝ่าย

9. เปลี่ยนรูปภาพพื้นหลังในโทรศัพท์ให้เป็นภาพคู่สุดหวานแหวว แบ่งกันไปคนละซีก

10. จะเปลือยแบบที่เคยทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะอยู่ด้วยกันมันก็เขินอ่ะดิ

11. ใช้เวลาอยู่ด้วยกันท่ามกลางความเงียบ แต่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

12. กิจกรรมที่เค้าสนใจ คุณก็จะทำไปกับเค้าด้วย

13. หรือไม่ก็นั่งทนอยู่อย่างงั้นแหละ

14. ทุกๆ เช้าเวลาตื่นนอนคุณก็จะคิดถึงเค้าเป็นคนแรก ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม

15. คุณจะกินเยอะเป็นพิเศษ

16. ถ้าหากคนที่คุณรักเป็นคนทำให้

17. พฤติกรรมสุดเปิ่นอย่างการเรอ หรือภายลม จะถูกปกปิดให้นานเท่าที่จะนานได้ แต่สุดท้ายก็เผลอทำต่อหน้าเค้าอยู่ดี

18. ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็คิดถึงแทบใจจะขาด

19. จะไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่หวั่น ขอแค่มีเธอไปด้วยก็พอ

20. เมื่อก่อนที่คุณไม่เคยมีความรัก คุณไม่เคยรู้สึกหรอกว่ามันเป็นอย่างไร แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับคุณแล้ว โลกนี้ช่างสวยงามยิ่งนัก

โอ้ วววววว!! ไม่น่าเชื่อว่าความรักสามารถเปลี่ยนแปลงโลกของคนๆ นึงได้มากเลยนะเนี่ย เปลี่ยนจากโลกธรรมดาอันแสนน่าเบื่อให้กลายเป็นโลกสีชมพูสุดสดใสได้

ที่มา: buzzfeed และ catdumb

ตายายคู่นี้ “ถ่ายรูปคู่” ที่สวนหลังบ้านทุกเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง…


“ตลอดกาล และ ตลอดไป” มีอยู่จริง

ช่างภาพและนักข่าวชื่อว่า Ken Griffiths ได้เก็บภาพคู่รักตายายคู่นี้ไว้เพื่อนำไปลงในนิตยสาร Sunday Times เป็นเวลา 12 เดือน โดยให้คุณและคุณนาย Sweetman โพสท่าเดิม ที่เดิมในสวนหน้าบ้าน

ภายในภาพเราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสวนของคุณตาและคุณยาย

…จนถึงภาพสุดท้าย

Ken Griffiths เริ่มถ่ายภาพนี้ตั้งแต่ปี 1973

01JournalistKenGriffithsoftheSundayTimestookphotosofhisparentsintheirgardenin1973andonwardSorryifrepost.resize_640x

02zFnZhNo.resize_640x

เขาได้เก็บภาพของคู่รักคุณตาและคุณยาย Sweetman ไว้

03zgWD8jI.resize_640x

04r14Ekmx.resize_640x

ทั้งคู่ทั้งยืนที่เดิมที่สวนหน้าบ้าน โพสท่าเดิมในทุกๆเดือน ที่เมือง East Sussex ประเทศอังกฤษ

05juOU6Ks.resize_640x

06ZvWzpRY.resize_640x

ภาพถ่ายชุดนีมีชื่อว่า “English Country Garden” โดยในภาพจะแสดงให้เห็นดอกไม้ที่เติบโตตามฤดูกาลที่ผ่านไป

07rSiy9T5.resize_640x

แต่แล้ว ชีวิตมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเช่นเดียวกัน

081tFPawv.resize_640x

09nwEB493.resize_640x

เมื่อฤดูนั้นมาถึง…

10yJpzvWc.resize_640x

113P1KJ9B.resize_640x

ภาพสุดท้ายที่ Griffiths ถ่ายออกมา เป็นภาพที่คุณตา Sweetman ยืนอยู่คนเดียวหน้าบ้าน โดยไม่มีคุณยายมายืนข้างๆตลอดกาล…

1241gmlPA.resize_640x

ภาพชุดนี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร The Sunday Times ในปี 1974 และช่างภาพ  Kenneth James Griffiths ก็ได้จากโลกนี้ไปในปีเดียวกันนั้นด้วยวัย 69 ปี

ที่มา: catdumb

5 วิธีรับมือ เมื่อเริ่มรู้สึกหึงหวงคนรักมากเกินไป


ความรัก

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คน ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนและกลายมาเป็นคนพิเศษกันแล้ว แน่นอนว่าทั้งคำพูดและการกระทำก็ย่อมแตกต่างออกไปด้วย โดยเฉพาะอาการหึงหวงคนรักที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา เมื่อมีคนอื่น ๆ เข้ามาข้องแวะกับคนรักของตัวเอง ซึ่งถ้าหากหึงหวงอย่างมีขอบเขตก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าหากแสดงอาการหึงหวงคนรักมากเกินไปจะต้องมีปัญหาตามมาแน่ ๆ ดังนั้น ก่อนอื่นมาเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อเริ่มรู้สึกหึงหวงคนรักมากเกินไปกันดีกว่า

1. ปรึกษาและพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมา

เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะมีความรู้สึกหึงหวงคนรัก เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ของคุณมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งความรู้สึกนี้สามารถจัดการได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรึกษาและพูดคุยกับคนรักของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยให้เขาเข้าใจถึงที่มาที่มาไปว่าคุณหึงหวงเขาเรื่องอะไร และเขาควรจะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไรต่อไป ในขณะเดียวก็เป็นวิธีที่ทำให้คุณเข้าใจเขามากขึ้นด้วยเช่นกัน

2. ไม่ควรคิดมาก

หลายต่อหลายครั้งที่พบว่า อาการหึงหวงคนรักเกิดจากการคิดมากเกินไป โดยการนำเหตุการณ์ต่าง ๆ มาปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นเรื่องราว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ความจริงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งอันที่จริงแล้วการคิดมากเป็นความรู้สึกปกติของคนทั่วไป เพียงแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ควรจะพยายามกำจัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป และหันมาสนใจวิธีการที่จะทำให้ความรักของคุณทั้ง 2 คนดีขึ้นดีกว่า

3. ไม่ควรสงสัยคนรัก

ความรู้สึกหึงหวงมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนอื่น ๆ พยายามจะเข้ามาใกล้ชิดกับคนรักของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคุณจะเกิดความสงสัยว่า พวกเขามีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นระหว่างกันหรือเปล่า แต่คงจะดีกว่าหากคุณเลิกตั้งข้อสงสัยในการกระทำ และสอบถามเรื่องราวจากคนรักของตัวเองโดยตรง เมื่อเขาทำเรื่องบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ

4. มั่นใจในตัวเอง

เริ่มต้นจากการพูดคุยกับตัวเองและบอกกับตัวเองว่า การหึงหวงเป็นเพียงความรู้สึกที่ควรจะรีบลบทิ้งไป และไม่ควรจะให้ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในตัวเองว่าคุณควรค่ากับความรักที่เขามอบให้แล้ว ยังช่วยให้ช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณมีความมั่นคง และมีความรักที่หวานชื่นขึ้นอีกด้วย

5. หยุดความรู้สึกหึงหวง

นอกจากนี้ ความรู้สึกหึงหวงยังนำมาซึ่งการกระทำและคำพูดอันโกรธเกรี้ยว ที่มาจากอารมณ์บันดาลโทสะ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งที่นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง ดังนั้น หากเป็นไปได้จึงควรหยุดความรู้สึกนี้เอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยการหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่า คุณเป็นเจ้าของคนรัก เพราะคนรักของคุณไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะสามารถเก็บเอาไว้กับตัวเองได้ตลอดไป

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกดีเวลาที่ได้รู้ว่าคนรักรู้สึกหึงหวงตัวเอง เพราะเป็นการแสดงให้รู้ว่าเรายังรักกันอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งความคิด การกระทำ และคำพูดก็ควรจะอยู่ในกรอบของความพอดี ไม่แสดงอาการหึงหวงมากเกินไป จนทำให้เขารู้สึกว่าโดนบังคับ หรือสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับเขา จนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตไร้ทางแก้ไขอีกต่อไป

ที่มา: kapook

15 ข้อถ้าทำแล้วคุณจะ “เสียใจ” ทีหลัง!


ความ “เสียใจ” คือส่วนหนึ่งของชีวิตก็จริง แต่มันไม่ควรเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต หากเราเลี่ยงได้ หรือเลือกที่จะไม่เจอกับมันได้ ถือเป็นเรื่องดี เพราะการกระทำบางอย่างของเรา หากเราไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน มันอาจจะจบลงที่ความ “เสียใจ” ที่เราไม่น่าทำมันเลย วันนี้เราเอา 15 ข้อที่พอใครทำแล้วมักจะ “เสียใจ” มาฝากกัน เพื่อเตือนทุกคนว่า ถ้าเลี่ยงได้ ก็อย่าทำนะ

1. คุณจะเสียใจถ้าทำงานเพื่อ “เงิน” เพียงอย่างเดียว

หาก คุณทำงานเพื่อ “เงิน” เพียงอย่างเดียว แต่คุณไม่มีความสุข ถึงจุดหนึ่งคุณจะลาออก หรือไม่ก็โดนไล่ออก เพราะคุณจะไม่มีกำลังใจเลยที่จะตื่นเช้าออกไปทำงานทุกวัน และสุดท้าย คุณจะเสียใจ ที่พลาดโอกาสหลายๆ อย่างไปในเวลาที่ผ่านมา ลองทำงานที่คุณรักสิ เดี๋ยวเงินก็ตามมาเอง

2. คุณจะเสียใจทุกครั้งที่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ

โอกาส ไม่ได้มาหาคุณและทุกคนบ่อยๆ ถ้ามันมาก็คว้าซะ ประสบการณ์คือสิ่งที่สำคญของชีวิต อย่าปล่อยให้โอกาสที่คุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ หลุดไปเพียงเพราะคุณคิดว่าทุกวันนี้คุณอยู่ดีแล้ว ไม่เดือนร้อน เพราะคุณจะเสียดายทีหลังนะ

3. คุณจะเสียใจทีหลัง ถ้าคุณส่งข้อความ หรืออีเมล์ตอนคุณโกรธ

เวลา คุณโกรธ คุณจะไม่คิด บางทีคุณอาจจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผิดไปก็ได้ และพอคุณใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ผลที่ตามมาอาจจะรุนแรงกว่าที่คุณคิดก็ได้ เพราะฉะนั้น รอให้ใจเย็นก่อนดีที่สุด

4. คุณจะเสียใจทุกครั้งที่ “นอกใจ” แฟนคุณ

ถ้า ทุกครั้งที่คุณ “นอกใจ” และไม่รู้สึกอะไรเลย คุณคงเป็นคนที่ไม่ไหวเอามากๆ ถ้าคุณคิดว่าความสัมพันธ์ของคุณกับแฟนตอนนี้มันแย่ ก็ยอมรับความจริง กล้าที่จะเคลียร์ และจบมัน ไม่ใช่หนีไปหาทางออกด้วยการ “นอกใจ” และลองถามตัวเองดูนะ ว่าคนที่คุณได้มาจากการนอกใจ คุณจะไว้ใจเขาได้มากแค่ไหน ว่าวันหนึ่งข้างหน้า คุณจะไม่ถูกนอกใจ

5. คุณจะเสียใจถ้าคุณ “ลาออก” จากงานด้วยอารมณ์

หาก คุณกำลังคิดจะลาออกจากงาน ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม ทั้งงานหนัก เข้ากับคนที่ทำงานไม่ได้ เจ้านายนิสัยแย่ ให้ความคิดที่จะลาออกมาจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ ถ้าคุณเขียนจดหมายลาออกแล้ว อย่าพึ่งส่ง รอก่อน 1-2 วัน ถ้าความรู็สึกยังเหมือนเดิม ก็ยื่นซะ แต่ถ้าไม่ คุณยังเปลี่ยนใจทัน

6. คุณจะเสียใจ ถ้าไม่ยอมทำสิ่งที่คุณรัก

สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงกระตุ้นให้เราทำสิ่งต่างๆ นั้นคือ ความรักที่ เรามีต่อสิ่งนั้น แต่ถ้าคุณรู้ว่าคุณชอบทำอะไร รักที่จะทำอะไร แต่คุณมัวแต่เสียเวลา รอนู่น รอนี่ วันหนึ่งคุณจะเสียดายว่า ทำไมคุณไม่เริ่มมันเร็วกว่านี้

7. คุณจะเสียดายเวลาที่คุณไม่ได้ใช้กับคนที่คุณรักให้มากกว่านี้

ไม่ ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน แฟน สามมี ภรรยา สัตว์เลี้ยง อย่าทำงานหนักเกินไปจนละเลยคนรอบข้างของคุณเหล่านี้ แล้วคุณจะเสียใจ ในวันที่คุณมีเงิน มีหน้าที่การงานที่ดี แต่ไม่มีคนที่อยู่เคียงข้างคุณอีกแล้ว

8. คุณจะเสียใจ ถ้าทนทำงานที่ไม่มีวันก้าวหน้า

ชีวิต มันสั้นเกินกว่าที่คุณจะทำอะไรที่ไม่มีความหมายกับตัวคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่า งานที่คุณทำอยู่ ไม่มีทางก้าวหน้าเลยซักนิด ก็เปลี่ยนเถอะ

9. คุณจะเสียใจถ้าให้ “ความกลัว” มาทำให้คุณไม่กล้าตัดสินใจ

เมื่อ ไหร่ก็ตามที่คุณให้ “ความกลัว” มามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคุณ คุณจะตัดสินใจพลาด เหมือนกับข้อ 8 ถ้าคุณไม่ตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพียงเพราะคุณ “กลัว” ตกงาน นั่นคือคุณกำลังตัดสินใจผิดนะ เอาชนะความกลัวของคุณให้ได้

10. คุณจะเสียใจ ถ้าลาออกจากโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ไม่ดีพอ

บางอย่าง เสียไปแล้ว คุณเอากลับคืนมาไม่ได้ อย่างเช่น “เวลา” เพราะฉะนั้น หากคุณอยากลาออกจากโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย คิดให้ดีว่าเหตุผลที่คุณจะออกมันคุ้มค่าหรือไม่ เพราะถ้าออกไปแล้ว คุณจะเสียเวลามากเลยทีเดียว ถ้าคุณจะกลับมาเริ่มใหม่

11. คุณจะเสียใจทีหลัง ถ้าไม่ได้บอกความรู้สึกกับคนที่คุณรัก

หลายๆ คนอาจบอกว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด แต่คำพูดบางคำ มันก็เป็นการตอกย้ำความมั่นใจได้ดีแก่คนที่คุณรัก ว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับเขา เวลาเพียง 3 วินาทีในการบอก รัก หรือบอกว่า คิดถึง มันคงไม่นานเกินไปหรอกนะ

12. คุณจะเสียใจถ้าปล่อยให้เพื่อนของคุณห่างหายไป

เพื่อน ดีๆ หายาก อย่าเสียเพื่อนไปง่ายๆ เพียงเพราะคุณยุ่งจากการทำงานมากเกินไป อย่างน้อยโทรหาบ้าง ถามไถ่ข่าวคราว ก็ทำให้เพื่อนคุณยังรู้สึกว่า “คุณยังคิดถึงเขาอยู่นะ”

13. คุณจะเสียใจถ้าคุณบอกความลับที่คนหนึ่งบอกคุณมาให้คนอื่นฟัง

การ ที่คนหนึ่งจะบอกความลับกับคุณ นั่นคือเขา “ไว้ใจ” คุณ และการที่คุณนำไปบอกต่อ นั่นคือคุณกำลังทรยศความไว้ใจนั้น เพราะฉะนั้น ระวัง ความ “ไว้ใจ” มันใช้เวลาสร้างนาน อย่าให้การกระทำเพียงชั่ววูบ ทำลายมันไปอย่างไม่มีวันได้คืนมา

14. คุณจะเสียใจหากโพสสเตตัสลง Facebook ตอนเมา

การ ทำอะไรตอนไม่มีสติ คุณจะไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา เพราะฉะนั้น หากคิดจะดื่มเหล้า เก็บมือถือไว้ห่างๆ ก็ดี ถ้าคุณคิดว่าคุณมักจะอดไม่ได้ ที่โพสอะไรที่ไม่คิดเวลาคุณเมา

15. อย่าออกตัวแรงลงโซเชียลมีเดีย

เพราะ คุณไม่มีทางรู้ว่าจะมีใครมาดูหน้าเพจเฟสบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ของคุณบ้าง เพราะฉะนั้น ความเห็นหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เรื่องปัญหาสังคม หรือ คอมเม้นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย อย่าออกตัวแรง หรือพูดจารุนแรงเกินไป บางทีมันตามกลับมาทำร้ายคุณทีหลังก็ได้นะ

H/T: Lifehack

ที่มา: kiitdoo

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก


 

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

 

อาการของสาวอกหักนั้นส่วนใหญ่ดูได้ไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่คุณผู้หญิงเธอมักจะแสดงให้เห็นค่อนข้างชัดเจน!

 

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

 

ระยะที่1 : กำลังจะหักเร็วๆ นี้

 

1. ถอนใจบ่อยๆ : โดยปกติแล้วผู้หญิงมักจะไม่ค่อยถอนหายใจกันง่ายๆ เพราะพวกเธอมีภูมิคุ้มกันและความอดทนในทุกๆ เรื่องค่อนข้างสูง ยกเว้นอยู่อย่างเดียวก็คือเรื่องความรัก เธอมักจะใช้เวลาครุ่นคิดอะไรนานๆ ดวงตาเหม่อลอย ชอบถอนหายใจเวลาอยู่คนเดียว นั่นแหละคือสัญญาณความไม่มั่นคงของความสัมพันธ์

2. น้อยใจแฟนออกสื่อ : เมื่อใดก็ตามที่เธอเริ่มใช้สื่อเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ ตั้งสเตตัสน้อยใจต่างๆ นานา(ซึ่งความจริงก็ตั้งใจให้แฟนหนุ่มอ่านนั่นแหละ) เมื่อนั้นแสดงว่า เธอมีแววโสดอยู่รำไร
3. บ่นเรื่องระหองระแหง : นี่คือบันไดขั้นสุดท้ายก่อนจะถึงคราวเลิกรา เธอจะเริ่มทนอัดอั้นไม่ไหวและเริ่มระบายมันออกมาให้เพื่อนสนิทฟัง จังหวะนี้คุณจะได้รู้ผ่านทางเพื่อนของเธอว่า สถานการณ์ของเธอกับแฟนหนุ่มย่ำแย่แค่ไหน เพราะอะไร เธอจะบ่นจนเพื่อนเธอเริ่มยุให้เลิก แล้วหลังจากนั้นเธอจะครุ่นคิด
ระยะที่ 2 : เพิ่งหักหมาดๆ
1. อัพรูปคู่สัตว์เลี้ยง : จากเดิมเคยอัพรูปคู่แฟน แต่ตอนนี้กลับอัพแต่รูปคู่น้องหมา น้องแมว น้องกระต่าย หรือแม้กระทั่งคู่พ่อแม่และเพื่อน ให้จับตามองไว้เลยว่า เธอน่าจะเพิ่งอกหักมาหมาดๆ
2. ถ่ายรูปสวยแต่ตาบวม : ปกติเธอจะพยายามหามุมถ่ายรูปและฝืนยิ้มให้ดูสดใสมากที่สุด แต่วันนั้นรูปที่อัพลง แววตากลับหม่นเทาไร้ความสุขอยู่ลึกๆ หนำซ้ำตายังบวมฉึ่งอันเกิดจากทั้งการนอนร้องไห้มาทั้งคืน แถมยังนอนไม่ค่อยจะหลับ นั่นแหละใช่เลย
3. ตัดผม : ผู้หญิงจะพยายามบอกกับตัวเองว่า นี่คือเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต เธอจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ อย่างแรกคือการตัดผม มันจะทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนใหม่ ถึงเวลาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ
4. กินข้าวไม่ลง : ถ้าจากเดิมเธอเคยเป็นคนกินเก่ง แต่วันดีคืนดีกลับกินแต่น้อยเหมือนอาหารไหว้ศาลพระภูมิ อาจแปลว่าเธอกำลังอกหัก
5. ออกกำลังกายไม่หยุด : เพื่อให้รู้สึกว่าเธอได้ดูแลตัวเอง และพยายามหาอะไรทำไม่ให้ตัวเองว่าง การออกกำลังกายคือสิ่งวิเศษที่จะช่วยปลดปล่อยพลังลบออกจากตัว แถมยังได้เยียวยาจิตใจเนื่องจากร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน เธอจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น
6. ช็อปปิงอย่างบ้าคลั่ง : การช็อปปิงสำหรับผู้หญิงคือการเยียวยา มันหมายถึงการได้ดูแลหัวใจตัวเอง ได้ตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างเต็มที่
7. เวิ่นเว้อในเฟซบุ๊ค : บางครั้งเธออาจใช้เฟสบุ๊คเป็นที่ระบายความรู้สึกเจ็บปวดและเหงา ทั้งนี้ก็เพื่อให้เพื่อนๆ ในลิสต์ช่วยเข้ามาปลอบใจ นัยว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจทางหนึ่ง และยังเป็นการเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปด้วย
8. โพสต์เพลงเนื้อหา “อยู่คนเดียว” : สาวบางคนอาจไม่บอกผ่านสเตตัสตรงๆ แต่ใช้วิธีโพสต์เพลงเนื้อหาเกี่ยวกับการอยู่คนเดียว รักตัวเอง ปล่อยเขาไป ตายไปเถอะไอ้คนเลว ฯลฯ
9. เห็นคนมาเป็นคู่แล้วหงุดหงิด : ในระยะท้ายๆ ของการอกหักนี้ ถ้าเห็นใครเดินจูงมือหรือแสดงความรักกันต่อหน้า เธอจะออกอาการหงุดหงิดทันที นั่นแปลว่าเธอกำลังน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองอย่างหนัก!

 

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

 

วิธีจีบสาวอกหัก

 

เมื่อคุณสังเกตนานาอาการที่หล่อนแสดงออก จนคุณเริ่มแน่ใจแล้วว่า เธอกำลังอกหักแน่ๆ ต่อไปนี้คือแทคติคที่น่าสนใจ หากคิดจะเข้าไปจีบเธอ

 

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

 

1. เป็นเพื่อนเป็นพี่ : ช่วงนี้ห้ามเข้าไปทำทีว่าจะจีบเป็นอันขาด เพราะเธอจะยันคุณออกห่างทันที ทางที่ดีคือควรเข้าไปในลักษณะเพื่อนหรือพี่ที่สนิทที่สุด ไม่ต้องไปช่วยหาทางแก้อะไรมากมาย แต่แค่ให้คอยรับฟังเรื่องราวและแสดงความเข้าใจ ให้เธอรู้สึกว่ามีคุณอยู่ข้างๆ ในเวลาทุกข์ก็พอ
2. ดึงเธอออกจากคนเก่า : พยายามกันเธอออกจากแฟนเก่าให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำหรือการไปในสถานที่ที่เธอเคยมีความหลัง
3. หากิจกรรมทำร่วมกัน : อย่าปล่อยให้เธอมีเวลาจมดิ่งอยู่กับตัวเอง ควรหากิจกรรมพิเศษทำร่วมกันบ่อยๆ โดยเน้นสิ่งที่เธออยากทำมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสทำตอนมีแฟน เธอจะได้เห็นข้อดีของการออกมาจากเขา และเห็นข้อดีเวลาได้อยู่กับคุณ เน้นกิจกรรมที่สนุก ได้เที่ยวไปในที่ต่างๆ กินของอร่อยที่เธอไม่ค่อยได้กิน งานนี้คุณจะได้แต้มไปเต็มๆ
4. ใช้จุดแข็งของคุณให้เป็นประโยชน์ : ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ให้คุณคอยหยอดคอยแทรกจุดอ่อนและข้อเสียของแฟนเก่า ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่าคุณสามารถทำตรงข้ามกับเขาได้ เขาแย่ตรงไหนคุณก็ดีกว่าตรงนั้น แต่อันนี้ต้องทำให้เนียน อย่าให้เธอรู้สึกได้ว่าคุณกำลังจะเข้ามาแทนที่ ไม่งั้นจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านทันที
5. อยู่ด้วยแล้วสบายใจ : ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เธอเกิดความรู้สึกบวกกับตัวเอง มองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น การมีคุณอยู่ข้างๆ มันช่างทำให้เธอรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ได้ชีวิตดีๆ กลับคืนมาอีกครั้ง คุณจะเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ด้วยแล้วสบายใจเป็นที่สุด
6. ดูแลให้เกินเพื่อน : ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะอยู่กันสองต่อสองหรือตอนเข้ากลุ่มเพื่อน ใส่การดูแลเทคแคร์เธอให้พิเศษกว่าคนอื่นๆ
7. อย่าเพิ่งเปิดเผยความในใจ : แม้บางครั้งเธออาจจะจับสังเกตได้ว่า คุณดูแลเอาใจใส่เธอเกินกว่าเพื่อนธรรมดา แต่ขอให้คุณนิ่งไว้ การนิ่งของคุณจะทำให้เธอเข้าใจว่า คุณคงจะแค่เข้ามาดูแลเท่านั้น จุดกำเนิดของความสงสัยนี้จะยิ่งพัฒนาเป็นความรู้สึกบวกต่อคุณมากขึ้นทุกที
8. ถามตัวเองให้แน่ใจ : คือช่วงสำคัญที่คุณจะได้ศึกษาเรียนรู้ผู้หญิงคนนี้ว่า เธอมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นบ้าง คุณชอบเธอจริงไหม พร้อมที่จะก้าวไปมากกว่านี้ไหม และเธอใช่สำหรับคุณรึเปล่า… ถ้าคำตอบคือใช่ ก็เดินหน้ารุกแบบเต็มสูบไปเลย……

 

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

วิธีสังเกตสาวอกหักและวิธีจีบสาวอกหัก

 

รูปประกอบจาก : อินเทอร์เน็ต

 

10 วิธีสังเกตว่าเค้าแอบชอบเรารึเปล่า?


 

เห็นหัวข้อแบบนี้ก็อย่าเพิ่งหลงตัวเองไปล่ะ มาลองอ่านรายละเอียดและอย่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไป แต่ถ้าคุณมีใจอยู่แล้วก็ลุยเลย อย่าไปสนว่าเค้าจะชอบเรามั้ย ลุยเลย! ยืดเยื้อก็เสียเวลา แต่… ถ้าเกิดสงสัยว่าเอ๊ะ เค้าคิดยังไงกับเรานะ ยังค้างคาใจอยู่ ก็ลองมาอ่านและจับผิดดู เพื่อสร้างความแน่ใจ

1. สบประสานสายตา
เขาว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ หากเขาหาโอกาสที่จะสบสายตาคุณอยู่บ่อย ๆ แถมยังจ้องแบบไม่หลบตาด้วยแบบนี้ แน่นอนว่าเขากำลังพยายามสื่อความในใจให้คุณอยู่นั่นเอง

2. สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับคุณเป็นพิเศษ
หากเขาเริ่มสนใจในตัวใครสักคนหนึ่ง หนุ่มหรือสาวคนนั้นจะ(แอบ)เก็บรายละเอียดของคุณทุกจุด เริ่มอยากรู้เรื่องของคุณมากขึ้น นั่นก็เพราะสนใจในตัวคุณนั่นเอง จริงมั้ยล่ะ

3. สัมผัสตัวนิด ๆ หน่อย ๆ
การมีบอดี้คอนแท็คอย่างการสัมผัสตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นแตะไหล่ แตะศอก แตะเอวเวลาเดิน นอกจากจะเพราะว่าอยากใกล้ชิดแล้ว ยังแสดงออกว่าเขาอยากปกป้องคุณด้วย

4. แนะนำคุณให้รู้จักกลุ่มเพื่อนของเขา
หากคุณเป็นคนพิเศษของเขาจริง ๆ คุณผู้ชายจะไม่รู้สึกประดักประเดิดเลยที่จะแนะนำคุณให้กลุ่มเพื่อนของเขารู้จัก เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าอย่างไรเพื่อนเขาก็จะยินดีที่ได้รู้จักกับคนที่ทำให้เขามีความสุขได้ และยังบ่งบอกว่าเขาอยากให้คุณได้รู้จักกับโลกในแบบของเขาด้วย นั่นคือความภูมิใจในตัวคุณนั่นเอง และอยากมีคุณอยู่เคียงข้างและอยากที่จะอยู่เคียงข้างคุณออกสื่อ

5. อยากให้คุณพบกับครอบครัวของเขา
เป็นที่รู้กันว่าผู้ชายนั้นค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเรื่องครอบครัวก็นับเป็นหนึ่งในนั้นด้วย หากเขายินดีที่จะให้คุณรู้จักกับคนในครอบครัวของเขานั่นก็แสดงว่า เขาอยากให้ครอบครัวรู้ด้วยว่าคุณคือคนพิเศษของเขา และแสดงว่าเขาเปิดทางเต็มที่เพื่อจะให้คุณเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาแล้ว ผู้หญิงก็เช่นกัน แต่นี่แค่แอบชอบนะยังไม่ได้ตกลงปลงใจ ยังอยากทำขนาดนี้เลย ข้อนี้สำคัญมาก ถ้ามีเพศตรงข้ามมาทำแบบนี้กับคุณให้สงสัยไว้เลย แต่นัยนึงเค้าก็อาจจะเห็นคุณเป็นเพื่อนสนิทเพื่อนแท้ก็ได้ อย่าเพิ่งวู่วาม ต้องสังเกตุจากลักษณะการเทคแคร์และคำพูด คุณคงพอแยกออกว่าอันไหนที่เพื่อนจะทำให้กันและแบบไหนคนรักเค้าทำกันน่ะนะ

6. เป็นฝ่ายส่งข้อความให้คุณก่อน
หากคุณได้รับข้อความจากหนุ่มสาวคนนั้นบ่อย ๆ แม้คุณจะไม่ค่อยส่งข้อความกลับไป แต่เขาก็ยังเพียรทำอยางสม่ำเสมอ ขอให้คุณดีใจได้เลยว่าตอนนี้คุณมีคนที่คอยห่วงใยและให้กำลังใจอยู่ จะได้ลงเอยกันหรือไม่ก็แล้วแต่จะตัดสินใจ แต่ถ้ามีใครสักคนมาทำแบบนี้กับคุณบ่อยๆ ให้รู้ไว้เลยว่าเค้าสนใจคุณเข้าแล้ว

7. ชอบทำให้คุณหัวเราะ
ใคร ๆ ก็อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข และการหัวเราะก็เป็นการแสดงออกถึงความสุขด้วย เพราะฉะนั้น หากพ่อหนุ่มสาวคนนั้นเพียรหาเรื่องตลก หรือมุขแป้กมาเล่าให้คุณขำได้ตลอด เขาก็กำลังแอบบอกอ้อม ๆ ว่าเขาชอบคุณอยู่นั่นไง แต่บางคนที่พูดไม่เก่งก็จะน่าสงสาร อาจจะไม่ออกทางตลกและพูดตรงว่าห่วงใยแอบหยอดไปเลยก็มี

8. ใช้เวลาขลุกอยู่กับคุณ
เมื่อเราชอบใครสักคนก็อยากมีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนาน ๆ คุณอาจพบว่าเขาพยายามหาโอกาสชวนคุณออกไปนู่นมานี่ หรือจู่ ๆ ก็มาหาแล้วบอกว่ามีของมาให้ ฯลฯ นั่นก็แสดงว่าเขาชอบและอยากอยู่ใกล้ ๆ คุณนาน ๆ นั่นเอง เคยมั้ยล่ะเวลามีความรัก ก็มองทุกอย่างแล้วก็นึกถึงแต่เขา นั่นใช่เลย หากคุณได้รับของฝากหรือของที่ให้โดยไม่มีวาระสำคัญ ของที่คนให้อยากจะให้ ก็นั่นหล่ะ เค้ามีใจแล้วหล่ะ

9. โอบกอด
เมื่อสนิทกันขึ้นไปอีกขั้น การโอบกอดไม่ว่าจะเป็นโอบเอว โอบไหล่ นับเป็นสัญญาณที่บอกชัดเจนทีเดียวว่า เขาให้คุณเป็นคนพิเศษของเขานะ อันนี้ออกจะมากไปหน่อย แค่แอบชอบนะทำขนาดนี้เลย แต่ก็ชัวร์แล้วแหละ คนอะไร้จะมาถึงเนื้อถึงตัวคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นแฟน แต่อยากทำเพราะอยากเป็นนั่นแหละ อิอิ

10. เอ่ยคำว่า “ผมชอบคุณ”
เมื่อผ่านสัญญาณดี ๆ มาหลายข้อแล้ว ข้อสุดท้ายที่แน่นอนที่สุดก็คือ เมื่อเขาเอ่ยคำว่า “ผมชอบคุณ” นั่นเอง หากเขามีอาการที่บอกว่าแอบชอบมาหลายข้อแล้ว ตอนนี้ไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังหาโอกาสที่จะบอกความในใจให้คุณฟังอยู่ก็ได้ ได้ยินคำนี้เมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องเดาจากการกระทำแล้วหล่ะ แต่ข้อนี้ดูออกจะเสี่ยวและโบราณนะ ชะนีจะพาลมโนว่าเค้ารักใคร ทั้งที่จริงเค้าอาจจะชอบ ในแบบที่คุณเป็น ชอบที่คุณเป็นสุภาพบุรุษ ชอบที่คุณตลก แต่การพูดว่าชอบนั่นไม่ได้แปลว่าอยากได้เป็นสามีภรรยาอย่างเดียวใช่ป้ะ? เจอแบบนี้ให้สังเกตุที่แววตาและการกระทำเพิ่มเติม เอาจริงๆนะ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นไม้ตายข้อสุดท้าย แต่ความจริงคือคนที่แอบชอบมักจะไม่กล้าบอก ถูกป้ะ?

โอเคเจอแบบนี้ก็ดีใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อย่างที่บอก ทุกอย่างต้องดูที่การกระทำแววตา ถึงจะเชื่อใจและมั่นใจได้ว่าเค้าชอบเราจริงๆ ส่วนถ้ามีใจอันนี้ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ หรือคิดว่าไม่ชอบ อยากคบเค้าในแบบอื่นๆ ก็ต้องชัดเจนและอย่าไปให้ความหวังใคร แต่ก็อย่าออกตัวแรงปฏิเสธซะล่ะ เกิดเค้ามาบอกทีหลังว่าชอบแบบเพื่อน หมอจะไม่รับเย็บเอา

 

ที่มา : http://meetnlunch.com/blog/152283#sthash.nv8R2wdx.dpuf

บทความรัก … สิ่งธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา


 

รัก

อย่าได้เก็บเอาทุกอย่างมาใส่ไว้ในหัวใจ
จงกลั่นกรองเลือกเอาเฉพาะสิ่งดีๆ
อย่าเอาเรื่องไร้สาระมาทำให้หัวใจวุ่นวาย
เพราะมันมีแต่จะทำให้เราเป็นทุกข์
จงเก็บเอาแต่ดอกไม้สวยๆ สายลมเย็น ๆ
ความฉ่ำชื่นความสดใสเข้ามาไว้ในความรู้สึก
โลกยังคงงดงาม จงมองดูโลกด้วยตาที่เปิดกว้าง
เธอเลือกได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์
เพราะว่าชีวิตนี้เป็นของเธอ

บางครั้ง เมื่อเรากลับมาบ้าน และต้องอยู่ตามลำพัง
นั่งฟังเสียงเข็มนาที เคลื่อนไปอย่างสม่ำเสมอ
ในความเงียบ และเราก็แอบคิดถึงเรื่องราวในวันเก่า-เก่า
บางภาพก็พร่ามัว
บางภาพก็ชัดเจน บางครั้งก็เรียกน้ำตา และ
บางคราก็ทำให้เราต้องยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก

ในวันที่เบื่อหน่าย
ลองนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาดูบ้าง
บางที อาจจะทำให้เรารู้ว่า วันข้างหน้าที่เหลืออยู่
เราควรใช้ชีวิตที่เหลือนี้ อย่างไร
ทุกวันที่ผ่านไป ก็อาจจะเป็นเพียงแค่ วันธรรมดา วันนึง
เรื่องราวที่ผ่านมาในแต่ละวัน อาจจะธรรมดา
เกินกว่าที่จะรู้สึกประทับใจและต้องเก็บบันทึก
ไว้ในความทรงจำ แต่ในความรู้สึกของฉันเอง
กับคิดว่า การที่เราได้ก้าวผ่านไปในวัน ๆ นึง
ได้พบผู้คน ได้มองดูท้องฟ้าเนี่ย มันไม่ใช่เรื่อง
ธรรมดาเลย หรือคุณเคยเห็นท้องฟ้าผืนเดียวนี้
มีก้อนเมฆซ้ำกันหรือ? … ก็เปล่า

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

ฉากชีวิตของคนเรา เปลี่ยน background ไป
ทุกวัน ถ้าหากว่าเราจะมองย้อนกลับไป คุณจะรู้ว่า
ไม่เคยมีวันไหนเลย ที่ชีวิตของเราถูกฉายซ้ำ ฉะนั้น
ทุกวันที่ผ่านเลย ย่อมมีคุณค่าอยู่ในตัวเองเสมอ
ถึงแม้ทุก ๆ วันของคุณนั้น เป็นเพียงวันธรรมดา วันนึง
ก็ตามทีเถอะ

ซึมซับความธรรมดาของเราไว้ให้ดี แล้วคุณจะรู้ว่า
ชีวิตที่แสนจะธรรมดาของเรานี้…แท้จริงแล้ว
มันไม่ธรรมดาเลย …

ที่มา : Yenta4.com