49 ข้อสังเกตแปลกๆ บนสังคมเว็บ (ขำๆ นะ)


simondseconoart-small

เอากลับมาให้อ่านอีกครั้ง กับ ข้อสังเกตุแปลกๆ บนสังคมอินเตอร์เน็ต
บ้างก็ใช่ .. บ้างก็ไม่ ยังไงก็อย่าคิ๊ดดดดดดดดดดดดมากคร่า อ่านเอาขำๆ จ๊ะ

1. คนรู้เรื่องของคนที่เขาเกลียดดีกว่าคนที่รัก

2. คนชอบถามหาหลักฐาน แต่เวลาตัวเองอ้าง มักไม่ค่อยจะมีหลักฐาน

3. เขียนยาวไปคนไม่อ่าน

4. เขียนสำนวนเคร่งขรึมคนก็ไม่อ่าน

5. ชาวเว็บไม่ชอบเรื่องซีเรียส ถึงเป็นเรื่องเครียดก็ต้องเขียนให้ฮา

6. ยอดคนคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เป็นเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง

7. มีคนคอยตามอ่านเงียบๆ มากมายที่ไม่โผล่ตัวออกมา

8. บางทีเรื่องที่เถียงกันไม่มีสาระอะไร แต่เถียงกันไปเพราะแค่อยากเอาชนะ

9. ปิดจอคอมไปนอนก่อนซะ อาจจะดีกว่านั่งเถียงแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ

10. เกรียนปากดีตามเว็บบอร์ด พอเจอตัวจริงมักเจี๋ยมเจี้ยม

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

11. แต่คนอัธยาศัยดีในบอร์ด ตัวจริงก็อัธยาศัยดีเหมือนกัน

12. มนุษย์สายพันธุ์กูเกิลรู้ทุกเรื่อง แต่ถ้าคุยลึกๆ จริงๆ แล้วจะไม่รู้สักเรื่อง

13. แถมวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่ได้อีกตะหาก

14. เรื่องดราม่ามักจบลงด้วยคำว่า “ขอโทษ”

15. แต่ถ้ามีเรื่องครั้งใหม่ เรื่องเดิมก็จะถูกขุดโคตรเหง้าศักราชมายำต่อ

16. คำด่าในเว็บ โดยมากมักจะไม่ใช่คำด่าจริงๆ ที่คนพิมพ์กล้าพูดต่อหน้า

17. คนด่าบางทีก็ลืมไปว่าตัวเองเคยด่าเรื่องอะไรไว้

18. แต่คนถูกด่ามักจะไม่ลืม

19. คอมเมนต์มักถูกชี้นำด้วยความคิดเห็นแรกเสมอ

20. โดยเฉพาะเว็บเด็ก X และพันติ๊ปเฉลิม X

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

21. เวลาไพรม์ไทม์ในการตั้งกระทู้ คือ 17.00-22.00

22. แต่เวลาอัพบล็อกจะเป็น 9.00-12.00 และ 19.00-23.00

23. อยากดราม่าให้เริ่มประเด็นต่อไปนี้ การเมือง สถาบันการศึกษา ภาษา ศาสนา ความเชื่อ และ XXX

24. แล้วอีกไม่นานคุณก็จะได้พาดหัวขึ้นดราม่าแอดดิคต์เอง

25. อีกวิธีคือไปหาเรื่องเมมเบอร์ดังๆ

26. เกือบทุกความคิดเห็นพร้อมจะเปลี่ยนข้างเมื่อกระแสเปลี่ยน

27. ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันไม่เปลี่ยน

28. คนที่ไม่เปลี่ยนข้างมีสองกรณี คือเกรียน กับ มั่นใจ

29. ซึ่งทั้งสองประเภทแยกออกได้จากลักษณะการใช้คำ

*30. คนตั้งกระทู้/เขียนบล็อกมีสามแบบ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

31. หนึ่งคือเขียนแล้วทิ้ง กลับมาดูแต่ไม่ให้ความเห็นตอบ

32. สองคือตะบี้ตะบันขยันตอบมันทุกคอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หาเรื่องหรือคอมเมนต์ดีๆ

33. สามคือเลือกตอบเฉพาะคอมเมนต์ที่พอใจจะตอบหรือมีสาระพอจะตอบ

34. หลายคนอ่านแค่หัวเรื่องแล้วพิมพ์ตอบเลย

35. ซึ่งทำให้เกิดดราม่าหรือเรื่องฮา ขึ้นอยู่กับความซีเรียสของเนื้อหาและคำตอบ

36. แต่หลายคนอ่านจนครบแล้วก็ยังตอบไม่เข้าเรื่อง

37. เรียกว่าอ่านหนังสือไม่แตก เป็นปัญหาของระบบการศึกษาภาษาไทย

38. ทำให้เกิดดราม่ามากมาย หาได้ตามเว็บบอร์ดทั่วไป

39. การเถียงกันบนกระทู้สาธารณะ ไม่ร้ายเท่าการถูกส่งเมล์ด่า เอ็มเอสเอ็นด่า หรือหนักสุดคือโทรตามด่า

40. กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นโรคจิตคุกคาม คนที่เคยโดนควรแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
41. อย่าปล่อยให้คนโรคจิตบนเน็ตลอยนวล

42. คนที่อ้างว่าเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางจริงๆ

43. บางทีคนเลือกข้างยังเป็นกลางกว่า

44. อำนาจโฟโต้ช็อปเหนือทุกสิ่ง

45. แต่ที่เหนือกว่าคือ ICT

46. เพราะประเทศนี้มีระบบกรองข้อมูลจากต่างประเทศระดับสูงที่มีเพียงสามประเทศในโลก

47. ซึ่งอีกสองประเทศคือจีนแดง และเกาหลีเหนือ

48. อย่าซีเรียสกับเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนสังคมอินเตอร์เน็ต

49. สุดท้ายแล้วเราก็ต้องทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ-ค่าเน็ตเองอยู่ดี ฮ่า

————————————————

ที่มา http://terasphere.exteen.com/20091217/entry

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ ‘น้ำตากามเทพ’ ใครเป็นใครบ้างมาดู


‘น้ำตากามเทพ’ ละครของค่าย GTH ที่เหมือนจะออกแนวดราม่า แต่กลับดูแล้วตลกขำกันจนตัวโยกเลยทีเดียว นี่ขนาดแค่ปล่อยทีเซอร์กระแสในโลกโซเชียลยังคึกคักขนาดนี้ หลายต่อหลายคนคงใจจดจ่อรอดูกันแล้วใช่มั้ยละ?  ก่อนที่ละครเรื่องนี้จะออนแอร์ ผู้กำกับ ปิ๊ง อดิสรณ์ ผู้กำกับภาพยนตร์สุดฮิต รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ก็ได้ปล่อยรูปภาพนักแสดง พร้อมบอกคาแรคเตอร์ออกมาแล้วว่าใครรับบทอะไรมีคาแรคเตอร์เป็นแบบไหน สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู วันนี้เรารวบรวมมาให้แล้วไปดูกันเลย ^_^

 

ขำจนตัวโยก!

ทีเซอร์ ‘น้ำตากามเทพ’ ใครเป็นใครบ้างมาดู

น้ำตากามเทพ ชาวี

 

น้ำตากามเทพ ชาวี

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

 

ขำจนตัวโยก! ทีเซอร์ 'น้ำตากามเทพ' ใครเป็นใครบ้างมาดู

ใครไม่ได้ดูทีเซอร์คลิกดูได้เลย>> https://www.youtube.com/watch?v=FHWqqeyguhY

 

รอฮากันแบบเต็มๆ ได้เลย ละคร”น้ำตากามเทพ” จะออกอากาศ 

ทุกวันเสาร์ 4 ทุ่มตรง ทางช่อง GTH ON AIR และ GMM 25 เริ่ม 21 มีนาคม 2558 นี้

ขอบคุณรูปภาพจาก: IG: pingadisorn

ที่มา http://webboard.yenta4.com/topic/569586

ป่าอาโอกิกาฮาระ ป่าอาถรรพ์สุดหลอนแห่งญี่ปุ่น (ป่าฆ่าตัวตาย) 20+


อาโอกิงาฮาระ ถูกจัดเป็นสถานที่ที่มีคนมาฆ่าตัวตายมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกต
ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ทำไมต้องเป็นป่าแห่งนี้ อาซึสะ ฮายาโนะ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้มานานกว่า
30 ปี เผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเลือกมาฆ่าตัวตายที่อาโอกิงาฮาระ
อาจเป็นการทำตามกระแส 

โดยเมื่อปี 1960 เคยมีนวนิยายเรื่อง ‘ทะเลป่าสีดำ’ (Black Sea of Trees)ของนายSeicho matsumoto
เป็นสถานที่ที่สองตัวละครในนวนิยายของเขามาฆ่าตัวตาย 

(แต่ความจริงของความจริงสำหรับเรื่องนี้คือ ในศตวรรษที่19 เหล่าชาวนาผู้ทนความยากจนข้นแค้น
ไม่ไหวเลยเดินทางมาฆ่าตัวตายที่นี่เพื่อให้ ลูกๆของพวกเขามีอาหารพอเพียงที่จะมีชีวิตรอด )

แต่การฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ มีมาก่อนนวนิยายเรื่องดังกล่าวจะถูกเขียน และสิ่งที่เขาพบในป่าตลอดหลายสิบปี
ทำให้รู้ว่า ผู้ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง มักไม่มีความคิดที่จะกลับออกไปอีกแล้ว บางคนยังมาอาศัยอยู่ที่นี่
ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเอง หรือบางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตายดีหรือไม่ ก็มักจะทิ้งเครื่องหมายบอกทางไว้เสมอ
เพื่อบอกทางกลับหากเขาเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย

อาซูสะ ฮายาโนะ ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิกาฮาระมานานกว่า 30 ปี บอกว่า แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่า
กระแสนิยมเช่นนี้มีที่มาอย่างไร หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไป
ห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเขาคนเดียวก็พบศพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ศพ

นักธรณีวิทยาวัยกลางคนผู้นี้นำทีมถ่ายทำสารคดีจาก Vice World เข้าไปยังสถานที่ซึ่งชื่อว่า “จูไก”
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอมาเขาชี้ให้ทีมงานดูร่องรอยบางอย่างบนต้นไม้ ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจิตใจ
ของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่บางคนที่เปลี่ยนใจขอมีชีวิตอยู่ต่อ

บางคนอาจนึกสงสัยว่า ฮายาโนะ มีสภาพจิตไม่ปกติ จึงสนใจเรื่องความตายมากเช่นนี้ แต่เมื่อรับชมสารคดีต่อไปเรื่อยๆ
ก็จะพบว่าหนุ่มใหญ่เสียงนุ่มและช่างครุ่นคิดคนนี้เพียงปรารถนาจะเข้าใจ และป้องกันมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกเท่านั้น
สารคดีดังกล่าวยังเผยภาพชวนสยองในป่ามรณะ ไม่ว่าจะเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย
และร่องรอยของความโศกเศร้าหรือลังเลก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลาโลก

ป้ายเตือนสติถูกปักไว้ทรงจุดเชื่อมระหว่างทางเดินชมธรรมชาติกับพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย
ทบทวนใหม่ให้ดี เพราะเมื่อก้าวออกจากจุดนี้ไป หลายคนไม่มีวันได้ย้อนกลับมาอีกบางคนที่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด
ว่าจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช้สายเทปโยงตามเส้นทางที่ตนเองเดินมา เพื่อจะย้อนกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีก
หากเปลี่ยนใจ

“แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณเดินตามเทปพวกนั้นไปก็จะพบอะไรบางอย่างเสมอ” 
เขาบอก
“อาจจะพบศพ หรือไม่ก็ร่องรอยว่าเคยมีคนไปถึงที่นั่น”

อย่างไรก็ตาม ฮายาโนะระบุว่า ค่านิยมของการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สมัยก่อน ซามูไร
กระทำการ ‘ฮาราคีรี’ หรือการคว้านท้องปลิดชีพตนเอง เพื่อเป็นเกียรติต่อตัวเอง แต่การฆ่าตัวตายในปัจจุบัน
สะท้อนให้เป็นปัญหาของสังคมยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่คนตัดขาดจากสังคม หรือถูกสังคมโดดเดี่ยวมากขึ้น
อันเป็นผลจากอินเทอร์เน็ต “ทุกวันนี้ เราสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ได้ตลอดทั้งวัน 

แต่ความจริงที่ว่า ยังจำเป็นที่เราต้องพบหน้าใครสักคน อ่านความรู้สึกทางสีหน้า หรือได้ยินเสียง เพื่อให้เราเข้าใจ
ความรู้สึกกันได้อย่างถ่องแท้ เพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข



ป่าแห่งนี้ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในญี่ปุ่น คนทั่วโลกรับรู้ถึงความแปลกประหลาด และน่าสะพรึงกลัวของมัน
จนกระทั้ง เจนนิเฟอร์ เซนท์ส นัดจิตวิทยา ร่วมกับ จอห์น เอล. สกิลล์ตัน ผู้ชื่นชอบในการบุกเกบิก
พร้อมกับทีมงานกลุ่มหนึงได้เดินทางไปยังป่าแห่งนี้ เพื่อถ่ายทำสารคดีและพิสูจน์ความจริง ด้วยสมมติฐานว่า
“ผู้ที่เข้าไปในป่าอาโอกิงาฮาระ จะพบอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาอยากตาย”

เจน ญาณทิพย์..เอร๊ยยเจนนิเฟอร์ เล่าว่า “ทันทีที่เดินเข้าไปในป่าตามลำพัง บรรยากาศนั้นเงียบวังเวงมาก
คุณอาจพบเศษซากของผู้ที่ฆ่าตัวตาย เช่น เศษเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้อความจารึกบนต้นไม้ บางข้อความ
เป็นการสั่งเสีย บันทึกเวลาตาย รวมถึงระบายความมทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ในป่าแห่งนี้รู้สึกถึงความรันทดสิ้นหวัง
ว่างเปล่า และแน่นอนคุณจะคิดถึงความตาย ไม่แปลกถ้าอยู่ดีๆ คุณจะอยากตายขึ้นมา”



ส่วนจอห์น เล่าว่า “ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจ้องผมทุกที่ตลอดเวลา ยิ่งเดินลึกเข้าไไปในความเงียบ
ยิ่งทำให้ผมประสาท บางอย่างทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาที่แย่มากในชีวิต เหมือนภาพนิมิตที่ผุดออกมาเรื่อยๆ
เรื่องแล้วเรื่องเล่า มันเป็นเหมือนสุสานที่เชื้อเชิญคุณให้คุณทิ้งปัญหาทุกอย่างเสีย แล้วก้าวสู่ความตาย”

ปัจจุบันนี้ ป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นตั้งแคมป์ แข่งกีฬากลางแจ้ง
แต่คนที่เคยไปต่างเกิดความรู้สึกเดียวกัน ว่าที่แห่งนี้บรรยากาศไม่ดี น่าหดหู่ บางครั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตา
จ้องมองมาจากในป่า ทำให้อาโอกิงาฮาระ ได้ชื่อว่าเป็นป่าอาถรรพณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
และมีผู้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนชั่วคราว หรือพักไปตลอดกาลอย่างไม่ขาดสายทุกปี

credit :: ไทยรัฐออนไลน์

วินาที อนาคอนด้ายักษ์ เขมือบคนทั้งเป็น ที่กำลังเป็นข่าว [Youtube]


หลังจากที่เป็นกระแส กันมากมาย เกี่ยวกับการถ่ายทำสารคดีในป่าใหญ่
โดยจะให้ งูอนาคอนด้า เขมือบคนทั้งเป็น (โดยใส่เครื่องป้องกันตัว)

ถ่ายทอดสดอนาคอนด้าเขมือบคน.jpg

มีทั้งคนต่อต้าน และ อยากดูไปพร้อมๆ กัน

ล่าสุด มีคลิป วินาที อนาคอนด้ายักษ เขมือบคนทั้งเป็น ออกมาแล้วครับ
แต่ว่า ไม่สามารถบันทึกให้เสร็จลงได้ เพราะ พองูรัดตัวจนแน่น ทางทีมงานที่อาสาให้งูเขมือบนั้น ก็ขอหยุดการถ่ายทำลง

ส่วนวินาที ประวัติศาสตร์นั้น เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

https://www.youtube.com/watch?v=FFbPc-JWvRU

จวกเละ! ‘โค๊ชคิ้ม’ ตัดสิน’The Voice 3’ค้านสายตา!



โลกสังคมออนไลน์ พูดถึงกระแสรายการ The Voice 3 ติง ‘โค้ชคิ้ม’ เลือกลูกทีมผ่านเข้ารอบค้านสายตา เรียกร้องให้ออกมาชี้แจง และนำผู้ตกรอบเข้ามาแสดงอีกครั้ง

หลังจากมีการออกอากาศรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง “The Voice เสียงจริงตัวจริง3″ ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบน็อคเอ้าท์โดยในรอบนี้โค้ชจะต้องแบ่งลูกทีมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยโค้ชจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้ชนะกลุ่มละ 2 คน รวมเป็น 4 คนที่ผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสดบนเวทีต่อไป ซึ่งการแข่งขันในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแข่งขันระหว่างลูกทีมของโค้ช “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ที่ได้เลือกผู้เข้าแข่งขัน 4 คนได้แก่ โจ-แอนนาวารี, กีต้าร์-เพลงประพันธ์, อิ๋งอิ๋ง-ธุรดี และ จิมมี่-สุรชัย มาแข่งขันกันเพื่อค้นหา 2 คนที่จะเป็นตัวแทนของทีมผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสด เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
ผลการแข่งขันโค้ชคิ้ม ได้เลือก “กีต้าร์” และ “โจ” เป็นผู้ผ่านเข้ารอบ แต่หลังจากรายการออกอากาศจบได้ไม่นาน ในโลกสังคมออนไลน์ได้พูดถึงผลการตัดสินของโค้ชคิ้มทันที โดยชาวเน็ตได้ให้ความเห็นว่า “จิมมี่” หนึ่งในสมาชิกของทีมคิ้ม ทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกันและบอกว่าการตัดสินใจเลือกผู้ผ่านเข้ารอบของโค้ชคิ้มในครั้งนี้ค้านสายตา อีกทั้งชาวเน็ตได้เรียกร้องให้คิ้มออกมาชี้แจงถึงการตัดสินใจเลือกผู้ผ่านเข้ารอบในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้จิมมี่ได้กลับเข้ามาสู่รอบการแสดงสดอีกครั้ง ถึงขนาดตั้งเพจเรียกร้องขึ้นมาโดยเฉพาะ
ขณะที่ “เจนนิเฟอร์คิ้ม” ก็ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของตน @Jkim4real หลังจากจบรายการว่า “ธรรมชาติของการแข่งขันย่อมมีคน“อยู่” คน “ไป”…เหลือทิ้งไว้แค่“ความประทับใจ”…อย่ามาสงสัย!!#thevoiceTH #teamkim” ซึ่งหลังจากที่คิ้มได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ก็ถูกเผยแพร่ต่อท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตที่ติดใจในข้อความของคิ้มที่เขียนว่า “อย่ามาสงสัย” โดยชาวเน็ตมองว่าตนก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นเช่นกัน
ในวันนี้ (25 พ.ย.) ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ติดต่อพูดคุยกับทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรายการ The Voice เพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งทางทีมงานบอกว่า ตอนนี้ทีมงานผู้ผลิตรายการได้ทราบถึงกระแสตอบรับที่โลกสังคมออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการตัดสินที่ค้านสายตาแล้ว ทางรายการไม่ได้นิ่งนอนใจ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหารือ ว่าจะมีผลหรือข้อสรุปอย่างไรถึงเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทางรายการไม่สามารถนำผู้เข้าแข่งขันที่ตกรอบไปแล้วกลับมาในรอบการแสดงสดได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฏกติกาของรายการต้นสังกัดที่เป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ
ทั้งนี้ทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรายการยังบอกอีกว่าโค้ช “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” จะสามารถให้สัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันในรอบต่างๆ ของทางรายการได้ หลังจากที่ทางรายการได้ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันวันสุดท้ายเท่านั้น…

ที่มา: hdailynews.co.th/Content/entertainment/283047/ชาวเน็ต จวก “โค้ชคิ้ม” ตัดสินค้านสายตา
entertain.teenee.com

กระแสเปิดตัวแรงถล่มโซเชียล!!ชาวเน็ตเทียบ อั้ม จากละคร”พราว”คือ ชอนซงอี เมืองไทย!!


 

กระแสเปิดตัวแรงถล่มโซเชียล!!ชาวเน็ตเทียบ อั้ม จากละคร”พราว”คือ ชอนซงอี เมืองไทย!!

   สิ้นสุดการรอคอยของแฟนๆสักที กับการเปิดตัวเริ่ดๆ บนพรมแดงในละคร “พราว” ตอนแรก ของนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ทำเอาชาวโซเชียลต่างติดแฮชแท็ก #พราว กันสนั่นโลกออนไลน์ จนติดอันดับไทยเทรนด์เมื่อคืนวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

การเปิดตัวของพราวและความมั่นใจของซุปตาร์พราว ทำเอาชาวโซเชียลทำการเปรียบเทียบความเป็นซุปตาร์ของตัวละคร พราว ที่รับบทโดยสาว อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ และตัวละคร ชอนซงอี จากซีรีส์เกาหลีเรื่อง You who came from the star ที่รับบทโดยนางเอกยัยตัวร้าย จอนจีฮยอน ที่โด่งดังสุดๆเมื่อไม่นานมานี้ กับคาแรกเตอร์ที่ต้องมาเป็นซุปตาร์สาวมั่นอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ทั้งสองคนนี้ดูจะมีดีกรีความเป็นซุปตาร์แบบสมคาแร็กเตอร์มาก จนชาวเน็ตอดที่จะชื่นชมไม่ได้

 

โดยชาวเน็ตบางส่วนได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า…”อั้ม พัชราภา เล่นเรื่องพราว นึกว่าชอนซงฮีเมืองไทย”,”ดูพี่อั้มแล้วนึกถึงชอนซงอีมาก บทนี้ได้เลย ให้พี่อั้มเป็นชอนซงอี”,”มีแต่คนเทียบอั้มกับชอนซงอี แต่อย่าเทียบเวียร์กับโทมินจุนนะ มันคนละฟีล”,”ที่เกาหลีมีจอนจีฮยอนเป็นชอนซงอี ส่วนที่ไทยก็มีพี่อั้มนี่แหละชอนซงอีประเทศไทยทั้งสวยทั้งฮาในคนๆเดียว”,”ดูละครพราว อั้ม สวยเวอร์ ปากแดงมาก เสนาหอย เหมือน เอ ศุภชัย ได้อีก เวียร์ หล่อเหมือนเดิม”,”พราว เราจะเป็นติ่งเธอนะ เธอสวยและแซบเวอร์”,”ห่างหายจากการดูละครไปนานแสนนาน กลับมาดูอีกครั้งพี่อั้มไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ชอบอ่ะ”…เป็นต้น

 

ชมเพลงเพราะๆประกอบละคร “พราว”

 

ฉิ่งฟีเวอร์! “น้ำชา จิ๊บ” จับคู่ปลุกกระแสเลสเบี้ยน


 

น้ำชา-จิ๊บ เปิดเผยความรู้สึกลึกๆ ที่มีต่อกัน พร้อมสัมผัสและลูบไล้แผ่นหลัง ที่ทำให้ทั้งคู่ตื่นเต้น

 

 

เรียกว่าทยอยปล่อยซิงเกิ้ลเด็ดๆ ออกมาเรื่อยๆ สำหรับ โปรเจคพิเศษ เดอะเลดี้ รู้ทันผู้ชาย รู้ใจผู้หญิง จาก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่เปิดตัวด้วยเพลง ไม่ว่างคือข้ออ้างของคนหมดใจ โดย 2 สาวศิลปินเสียงทรงพลัง เต้น-พลอย จนประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น แถมยอดวิวในยูทูปพุ่งทะลุ 4 ล้านวิว ต่อด้วยเพลง ประโยคบอกเลิก ของนักร้องคุณภาพ โรส ศิรินทิพย์ ที่ก็มาแรงไม่แพ้กัน ล่าสุดตอกย้ำความสำเร็จกับซิงเกิ้ลที่ 3 กับเพลง ยิ่งรักยิ่งเหงา ของสาวแซบ น้ำชา ชีรณัฐ ที่มาถ่ายทอดความรักไม่ลงตัว อยู่กับความไม่ชัดเจนจนบรรยายออกมาไม่ได้ ยิ่งพยายามรักกันมากเท่าไหร่ยิ่งมีแต่ความเหงา

งานนี้ในมิวสิควิดีโอสาว น้ำชา ก็มีส่วนร่วมในการออกแบบภาพรวมถึงดูแลเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองทั้งหมด และคิดโครงเรื่องราวเกี่ยวความรักที่ไม่มีทางออกจนต้องหยุดทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง จนเรื่องราวเลยเถิดจนเกิดความลึกซึ้งระหว่างหญิงสาวด้วยกัน และได้นักแสดงมากความสามารถ จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย และ แบงค์-กฤษดา พลหินลาด นักแสดง-นายแบบจากเอ็กแซ็กท์มาร่วมแสดง โดยฉากหินและเป็นซีนเด็ดสุดในมิวสิควิดีโอนี้คือ น้ำชา-จิ๊บ เริ่มเปิดเผยความรู้สึกลึกๆ ที่มีต่อกัน พร้อมสัมผัสและลูบไล้แผ่นหลัง ที่ทำให้ทั้งคู่ตื่นเต้นและเกร็งต้องใช้สมาธิอย่างมากจนได้ภาพสวยๆ มาให้ชมกันในมิวสิควิดีโอ หนำซ้ำก็ยังมีกระแสที่ไปๆ มาแล้วนั้น น้ำชา-จิ๊บ อาจจะกลายเป็นคู่จิ้นหญิงหญิงที่จะมาเบียด ก้อย-ลิเดีย ก็เป็นได้

มิวสิควิดีโอยิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชา ชีรณัฐ

 

 

ยิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชายิ่งรักยิ่งเหงา-น้ำชา