Strawberry Food Art สำหรับรักสตรอว์เบอร์รี่ ภาพอาหารสวยๆ จากเมืองนอก


Strawberry Food  Nutella Strawberry Tart & Giveaway
Strawberries with Pink sprinkles

6a0a129b8162a221ab02fcc29fa054a7.jpg

83fd1408d97066bd90e1302339470bea.jpg

e29d32df4a81fb5892884e1a9124fe2d.jpg

6b65cfc9ef84f5e2e78fdd7f1a6627c0.jpg

06be7276bc5fc23c17fb3ef303ca345f.jpg

58bab106cda004af325ac79e3bbad528.jpg

59cfa42963eb43cc88e6ac69cc05b763.jpg

90dba6e7892904f3fb4f7c54be59d62c.jpg

656cd5ee998188eb911b9ce42d1169db.jpg

866b53ea0725427927b67c57388e08fd.jpg

0578700a2b75a347821ece30a6155854.jpg

d88e6f8f6c67711a95f847d128aed006.jpg

dbeee629fa47cb405f97e222747f28e0.jpg

e437b84f36873cd33e499e45484343d2.jpg

eb421d8162ddf80248e16d82abcb1011.jpg

f2db9e0d59776cceb3e8013fd80fbbb1.jpg

f1959f922c5e9854920fa23089c10a8b.jpg

fa1328e72ed9b006a5124dc68c6d6c0f.jpg

1400682_823498951080390_1216968516428187562_o.jpg

10378220_823498771080408_7171011751506497097_n.jpg

10518837_823498677747084_8499603548131981244_n.jpg

10612880_823498431080442_6140944451690613844_n.jpg

 

ที่มา : enjoylike.com

ชวนกันมาทำของว่างทานเล่น “เบียร์ทอดกรอบ” เมนูสวรรค์ของนักดื่มเบียร์


เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่โปรดปรานของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ดังนั้นวันนี้เราขอนำเสนอเมนูเอาใจคอเบียร์ทั้งหลาย นั่นก็คือ “เบียร์ทอดกรอบ” เป็นอีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เกิดจากไอเดียล้วนๆ แต่รับรองได้ว่ารสชาติอร่อยไม่แพ้การดื่มเบียร์แน่นอน โดยมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้

 

 

 

ส่วนผสมสำคัญ

 

เบียร์ 1 กระป๋อง

โกลเด้นไซรัป 6 ช้อนโต๊ะ (หรืออาจจะใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้)

เกลือ 1 หยิบมือ

เนย 1 ก้อน

ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีครึ่งถ้วย

น้ำมันพืช 2 ถ้วย

 

 

ขั้นตอนการทำ

 

1. ผสมเบียร์และโกลเด้นไซรัปลงในชาม จากนั้นคนให้เข้ากัน

 

 

2. จากนั้นนำเนยมาละลายลงในหม้อ แล้วเทเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อ 1 เทลงไป จากนั้นเคี่ยวให้งวด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น เพื่อให้มันเหนียวข้น

 

 

3. ผสมยีสต์ น้ำอุ่น และน้ำตาลเข้าด้วยกัน แล้วคนให้ละลาย

 

 

4. ใส่แป้ง 1 ถ้วยลงในน้ำยีสต์ที่เตรียมไว้จากข้อ 3 แล้วรอให้มีฟองผุดขึ้นมา จากนั้นโรยเกลือ และตามด้วยเนยอีก 1/3 ถ้วย จากนั้นตีแป้งและส่วนผสมให้เข้ากัน

 

 

5. นวดแป้งให้แข็งเป็นก้อน

 

 

6. นำแป้งไปตีเป็นแผ่น

 

 

7. จากนั้นตีไข่ให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบนแผ่นแป้ง

 

 

8. ตัดแป้งเป็นแผ่น แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปถุง ที่สำคัญอย่าให้รั่วเด็ดขาด

 

 

9. จากนั้นนำไซรัปเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อสอง มาหยอดใส่ข้างใน

 

 

10. นำลงทอดด้วยน้ำมันร้อนจัด ให้เหลืองกรอบ โดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น

 

 

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย คุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับการกินเบียร์รูปแบบใหม่ หรือสามารถทานคู่กับเบียร์เย็นๆ ได้ รับรองว่ารสชาติอร่อย เหมือนกับคุณได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ลองทำตามกันดูนะ

ฮิต!เด็กหญิงโวยถูก’ลักเหนี่ยวไก่’ ชาวเน็ตฮากระจาย-แห่ให้กำลัง (ชมคลิป)


11 พ.ย. 57 กำลังฮิตในโลกโซเชียลมีเดีย สำหรับกรณีเด็กหญิงวัยละอ่อน อัดคลิปวิดีโอ ชื่อ “ฝากถึงคนลัก เหนี่ยวไก่ เจ็บใจหนัด!” เล่าถึงเหตุการณ์ที่เธอถูกขโมยข้าวเหนียวไก่ทอดที่ซื้อจากตลาด แล้ววางเอาไว้ตะกร้าหน้ารถ ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งพอเด็กสาวเดินกลับออกมาก็พบว่าข้าวเหนียวไก่ถูกโจรขโมยไปแล้ว จึงอัดคลิประบายความในใจ เป็นภาษาใต้ แล้วนำมาโพสต์ในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #เหนี่ยวไก่
ภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ต่างมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเป็นอย่างมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่อัดคลิปแหลงใต้ช่วยเด็กหญิงประณามโจรขโมยข้าวเหนียวไก่

http://video.postjung.com/iframe.php?id=80479

ที่มา: naewna.com/local/130347

รวบรวม 4 เมนูจากชีส.. เอาใจคนรักชีส Cheese Lover


ใครเป็นสาวกชีสบ้าง ยกมือขึ้น !!

วันนี้ น้องหมูหัน MoohunDesign นำเมนูชีสๆ ที่เห็นแล้วต้องน้ำลายไหลกันแน่ๆ (ใครบอกให้โพสรูปของกินตอนดึกเนี่ยยย) ส่วนใครจะนำไปลองทำตามก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ..

บริโภคกันแต่พอดี ระวังความอ้วนที่จะตามมาด้วยเน้อ.. เดี๋ยวจะหาว่าหมูหันไม่เตือนนะจ๊ะ (แต่นานๆทีคงไม่มีปัญหามั๊งงงง 55)

เมนูที่ 1 ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

รูปภาพ : buzzfeed.com/mattbellassai/in-appreciation-of-mozzarella-sticks-6z51

ต้องบอกว่า เมนูนี้เป็นอะไรที่เบสิกมากๆ เรียกได้ว่าง่ายซะจนไม่มีเมนูไหนมาเทียบเท่าอีกแล้ว (เว่อร์ค่ะ 5555)คือ วิธีทำมันง่ายนะสำหรับหมูหัน.. เหมือนของชุบแป้งทอดอื่นๆ นำมาชุบแป้ง ชุบเกล็ดขนมปัง แล้วก็ทอด อยากได้รสชาติอื่นๆก็นำผงปรุงรสมาผสมในแป้ง แล้วก็คลุกเคล้าตามวิธีทำปกติ ก็ดีไม่น้อย หรือ อยากจิ้มน้ำจิ้ม จิ้มกับซอส ก็ทำได้..

หากว่ากลัวจะเลี่ยน หรือ กลัวไขมันส่วนเกิน ก็ให้นำผักมารับประทานควบคู่กัน เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ แตงกวา หรือจะเป็นผลไม้ก็ได้ อันนี้ ครีเอทกันได้เต็มที่เลยนะคะ ที่สำคัญคือ อย่าทานมากไปนะ เพราะ เมนูนี้คือชีสล้วนๆ ชีสแบบจัดเต็มมากๆ รักษาสุขภาพกันด้วยนะค๊า.. (กินเสร็จอย่าลืมวิ่งรอบบ้านนะ อิอิ)

ส่วนประกอบ

1.) มอสเซอเรลล่าชีส หรือเชดด้าชีส (แล้วแต่ความชอบนะคะ) เน้นเป็นแบบแท่งจะได้ทำง่าย แต่ถ้าไม่มีแบบแท่งให้ใช้ชีสแผ่นแล้วทำการม้วนเป็นแท่ง (Stick) ค่ะ

2.) แป้งสาลีเอนกประสงค์ หรือแป้งทอดเทมปุระ

3.) เกล็ดขนมปัง

4.) ผงปรุงรสแบบเผ็ดหรือผงกระเทียมพริกไทย (หรือจะดัดแปลงเป็นผงปาปิก้า ผงโรยข้าวญี่ปุ่น สาหร่ายหั่นฝอย ได้หมดค่ะ ทำแล้วต้องกินให้ได้นะ (ผงมาม่าก็น่าลองนะ))

5.) ไข่ไก่สำหรับชุบทอด

6.) น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

นำชีสที่เตรียมไว้ไปชุบไข่ จากนั้นนำมา ชุบแป้ง (ทำซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ให้หนาพอประมาณ)

และสุดท้าย ชุบไข่ และนำไปชุบเกล็ดขนมปังค่ะ

สำรวจอย่าให้มีรอยแตก ต้องคลุกให้ทั่วทั้งชิ้นนะคะ

จากนั้นตั้งกระทะ เน้นไฟแรงๆ ไม่ต้องทอดนาน กะแค่เกล็ดขนมปังพอเหลืองก็เสร็จค่ะ

จัดใส่จานพร้อมเสริ์ฟ ทานพร้อมกับผัดสด ผลไม้ ซอส น้ำจิ้ม หรือจะเป็นดิฟก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ (แก้เลี่ยนได้ดีด้วยนะ)

เมนูที่ 2 แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

รูปภาพและข้อมูล : googigg.exteen.com/20090622/ham-cheese-sandwich-2

เมนูนี้ หมูหันว่าก็ง่ายนะ (อาจจะมียากและต้องใช้เวลาตอนอบขนมปัง) แต่ก็ไม่ได้เสียเวลามากเกินไป และเพื่อนๆสามารถนำเมนูนี้ไปดัดแปลงได้ โดยการเพิ่มผักสดเน้นที่เราชอบ เพิ่มผลไม้ตามฤดูกาล เปลี่ยนจากแฮมเป็นเนื้อสัตว์ เป็นไข่ เป็นทูน่าสลัด ก็ยังได้ และถ้าเพื่อนๆไม่มีเวลา อาจจะทำเป็นแซนวิชสด ขนมปังไม่ต้องปิ้ง ใช้เป็นขนมปังธรรมดาเลยก็ได้ ประกบกับเครื่องที่เราเตรียมไว้ หั่นให้พอคำ จัดใส่จานก็ยังได้ ง่ายเนอะ เมนูนี้.. แถม ผู้ใหญ่กินได้ เด็กก็กินดีด้วยนะ !!!

ส่วนประกอบ

1.) ขนมปัง หรือ ขนมปังโฮลวีต

2.) พระเอกของเรา ชีสสสส (ตามแต่ชอบเลยนะคะ)

3.) แฮม (หรือเนื้อสัตว์ หรือ ไข่ หรือ ทูน่าสลัด)

4.) ผักสด ผักสลัด ผลไม้ ในที่นี้ใช้ ผักกาดหอมค่ะ

5.) มายองเยส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มัสตาร์ด (เลือกได้ตามแต่ชอบค่ะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เริ่มแรก ปิ้งขนมปังรอค่ะ จะนำเข้าเตาอบ(ไมโครเวฟ) หรือ เครื่องปิ้งขนมปังก็ได้ค่ะ ขั้นตอนนี้ หากเราไม่มีเวลา หรือ ไม่ต้องการปิ้ง ก็สามารถใช้ขนมปังที่เตรียมมาทำแซนวิชได้เลยค่ะ ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเนอะ

นำขนมปังวาง วางส่วนประกอบอื่นๆเป็นชั้นๆ เริ่มจาก มายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) วางผักกาดหอม วางแฮม วางชีส นำขนมปังอีกแผ่นมาวาง (เพื่อทำแซนวิชชั้น 2 ค่ะ) เริ่มต้นเหมือนเดิม ทามายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) และตามลำดับเหมือนเดิมค่ะ

ขั้นตอนการวาง เพื่อนๆสามารถปรับได้ตามชอบเลยนะคะ ใครชอบแฮมมากก็เพิ่มชั้นแฮมไปอีกได้ ใครชอบชีสมากก็เพิ่มชั้นชีสไปได้ ตามสบายเลยค่าาา

เสร็จเรียบร้อย หั่นแบ่งเป็น สอง หรือ สี่ ชิ้น จัดวางให้สวยงาม หรือ จะใส่กล่องไปรับประทานที่ทำงานเป็นของว่างก็ดีค่ะ

เมนูที่ 3 ชีสฟองดูว์ Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : eatlivegrowpaleo.com/2013/08/fondue-primal-paleo-indulgence.html

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : foodlve.com/food/cheese-fondue-3079875

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : toriavey.com/how-to/2011/11/how-to-make-the-perfect-cheese-fondue

เมนูนี้ก็ถือว่าเป็นเมนูที่ง่าย แต่ส่วนประกอบหายากและมีราคาค่ะ (หมูหันว่าง่ายตลอดแหละ แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อยนั่นอีกเรื่อง 5555)

ชีสฟองดูว์ ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินชื่อเมนูนี้มั๊ย หรืออาจจะเคยได้ยินแต่ ช็อกโกแลตฟองดูว์ มากกว่า เมนูนี้ก็คล้ายๆกับช็อกโกแลตฟองดูว์ คือ มีเป็นชีสอุ่นๆ และนำขนมปัง ผัก หรือเนื้อนำมาจิ้มรับประทาน แปลกดีนะเออ.. !! อ้อ.. แอบกระซิบนิดหน่อยว่า เมนูนี้ ถ้าอยากให้อร่อย ต้องใช้ชีสหลายชนิดนะคะ ^ ^ (อันนี้ก็ตามชอบอีกนั่นแหละ)

ส่วนประกอบ

1.) ชีสค่ะ !! อันนี้เป็นชีสที่นำมาทำฟองดูว์แล้วรสชาติดีนะคะ (จะเลือกมา 2-3 ชนิดจากในนี้ก็ได้นะ)

–       Swiss
–       Fontina
–       Gruyere
–       Emmentaler
–       Cheddar
–       Monterey jack

ปล. ตามสูตรของเว็บ ปูขาเกเซามารู ใช้ Emmental Cheese และ Gruy่re Cheese ค่ะ

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

2.) ไวน์ขาวค่ะ (นิยมใช้ดรายไวท์ไวน์) หรือตัวเลือกอื่นก็แจ่มไม่น้อยนะคะ ตามนี้ค่ะ

–       Chenin Blanc
–       Dry Vermouth
–       Muscadet
–       Pinot Blanc
–       Pinot Grigio
–       Sauvignon Blanc
–       Viognier

3.) เหล้า Kirsch (เหล้าเชอร์รี่) (อันนี้ไม่มีก็ได้นะคะ แต่เพื่อรสชาติค่ะ)

4.) ขนมปัง หรือ ผัก หรือ เนื้อสัตว์ ที่ต้องการนำมาจิ้มกับฟองดูว์ค่ะ

5.) แป้งข้าวโพด

6.) กระเทียมคั้นเอาแต่น้ำ ลูกจันทร์ป่น พริกไทยป่น (เครื่องเทศเพิ่มความหอมค่ะ)

7.) น้ำมะนาว (เลมอน)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ขูดชีสทั้ง 2 ชนิดเตรียมไว้ค่ะ

ต้มไวน์กับน้ำมะนาวให้เดือด ใส่น้ำกระเทียม และชีสทั้ง 2 ชนิด

ผสมแป้งข้าวโพดกับเหล้า Kirsch คนให้แป้งข้าวโพดละลาย เทใส่หม้อชีส ปรุงรสด้วยพริกไทยป่นและลูกจันทร์ป่น ต้มจนข้นเป็นครีม

เสร็จเรียบร้อย เทใส่หม้อฟองดูว์ที่มีไฟแอลกอฮอล์ เสริฟพร้อมขนมปังหั่นลูกเต๋าพอดีคำ และผักอื่นๆค่ะ

เมนูที่ 4 มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://bit.ly/1tzkvnl

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://www.dek-d.com/board/view/3372646/

และแล้วเราก็มาถึงเมนูที่ 4 เมนูที่เรียกได้ว่า อยู่คู่กับคนไทยมานาน โดยเฉพาะช่วงสิ้นเดือน(เหมือนสิ้นใจ) ใครๆก็ร้องหากันแต่ มาม่าาาา !! (มิได้โฆษณาแต่อย่างใดนะเออ) ความจริงแล้วเราคงติดปากกัน เพราะ จริงๆ เราต้องเรียกเจ้าเส้นๆ หยึกหยักสีเหลืองนวลๆว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ถึงจะถูกนะจ๊ะ (ว่าแต่ว่า จะยาวไปไหนนิ = = ) เรียก มาม่า แหละ จบ !! อิอิ

เมนูนี้ ทำง่าย ยิ่งกว่าเมนูใดๆในโลก กินกับอะไรก็อร่อย (ถูกปาก ถูกใจ ถ้าใส่สิ่งที่ชอบลงไปนะจ๊ะ) เพราะ ปกติ แค่มาม่าธรรมด๊า ธรรมดา หมูหัน MoohunDesign ก็ว่าอร่อยอยู่แล้วนะ !! แต่พอมาฟิจเจอร์ริ่งกะเจ้าชีสสสด้วย ไข่ลวกด้วยย แฮมเอย ไส้กรอกเอยยย กุ้ง หอย ปู ปลา เอาให้ครบ เมนูนี้ รวมแล้ว ราคาก็เท่ากับอาคารภัตตาคารกันเลยทีเดียว ต้องกินต้นเดือนนะจ๊ะ กินสิ้นเดือนคงได้แค่มาม่าธรรมดา อิอิ

ส่วนประกอบ

1.) ชีสสสสสสสแผ่น !! สูตรนี้ใช้ Cheddar cheese จ้ะ ตามรูปด้านบนเลยน้า

2.) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1-2 ห่อ ตามขนาดกระเพาะและจำนวนคนนะจ๊ะ จะยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ชอบ เราจะไม่โฆษณาให้ใครทั้งสิ้น 555 (แต่หมูหัน MoohunDesign ชอบนิชชินแหละ เส้นเหนียวนุ่ม ต้มนานๆก็ไม่เละ แต่ชอบเครื่องปรุงของมาม่าต้มยำน้ำข้นมากกว่า เอามาฟิจเจอริ่งกันน่าจะดีไม่น้อย)

3.) สูตรนี้ อยากได้รสมาม่ารสไหนตามใจ แต่เจ้าของสูตรเตือนว่า ถ้าใช้รสอื่นอาจจะไม่เข้ากัน เราอาจจะเริ่มแบบซอฟต์ๆ ด้วยรสต้มยำกุ้งน้ำใส(หรือน้ำข้น)ก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยๆแอดวานซ์กันไปเรื่อยๆตามสเต็ปท์เนอะ ^O^

4.) ถ้าใช้มาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้น ก็ไม่ต้องใช้นมจืด หรือ กลัวท้องเสียก็ลองๆชิมแบบน้ำใสก่อนก็ได้ ท้องตัวเอง ดูแลตัวเองเอาเองละกัน 5555

5.) สิงสาราสัตว์.. เอ๊ยยย หมูเห็ดเป็ดไข่.. กุ้งหอยปูปลา.. ไส้กรอก.. แฮม.. ไข่ลวก.. เต้าหู้อ่อน.. ผัก.. อะไรที่คิดว่าใส่แล้วจะเข้ากัน อะไรที่ชอบ อะไรที่กินได้ก็ใส่ไปค่ะ จัดให้เต็มที่ (ต้นเดือนนะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เอานี้เอาวิธีหมูหันละกัน คิดสูตรเองค่ะ เพิ่มความยาก

เริ่มจากลวกเส้นให้สุกพอประมาณ พักไว้.. ใส่แผ่นชีสใส่น้ำร้อนที่ผสมเครื่องปรุงแล้วราดให้ทั่วเข้าเวฟ

เอาแค่พอชีสเยิ้มๆนะคะ จากนั้น ตกแต่งตามใจชอบ ทุกอย่างต้องทำให้สุกก่อนนำมาใส่ลงในมาม่านะคะ

วิธีนี้หมูหันว่า เส้นจะไม่เละนะ เพราะเราลวกเส้นก่อน ส่วนชีส โดนความร้อนนิดหน่อยก็ละลายแล้วค่ะ ^ ^

จบค่ะ !! ขอตัวไปหามาม่ากินก่อนละ (ส่วนชีสค่อยตามมาทีหลัง 555)

ตอนแรกจะทำ 10 เมนูเจ้าค่ะ.. หลังๆมาลดเหลือ 5 ค่ะ เพราะพิมพ์เองหมด (ให้เครดิตหมดนะคะ) ตอนนี้ เมื่อย ลดเหลือ 4 พอค่ะ.. เลข 4 สวยดีนะ อิอิ

เครดิต : http://moohundesign.com

21 สุดยอดของกินรสชาติ ‘พิเศษ’ ที่มีขายเฉพาะบางประเทศและไทยไม่มีแน่นอน


มาพูดถึงเรื่องอาหารที่วางขายตามร้านค้าปลีกย่อยต่างๆ กันดีกว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้ซื้อได้นั่นก็คือ “รสชาติแปลกใหม่” ที่ไม่เคยทำขายมาก่อน สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลากรสาชาติในเมืองไทยก็คงไม่พ้นมันฝรั่งทอดเลย์และมา ม่าแน่นอน แต่คราวนี้เหมียวขอพาทุกท่านไปชมของกินรสชาติพิเศษที่ไม่มีขายในไทย เห็นแล้วอยากลองกินสุดๆ อ่ะ!!

1. โดนัทหน้าหมูหยองสาหร่าย มีขายเฉพาะที่ดังกิ้นโดนัทที่ประเทศสิงคโปร์

special-flavors (8)

2. โดริโทสรสไส้กรอกและเบียร์ ขายที่ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (14)

3. คิทแคทรสข้าวโพดปิ้ง มีเฉพาะที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว

special-flavors (17)

4. ขนมมันฝรั่งทอดลุงหนวด รสปูนิ่ม, สาหร่าย และกุ้งย่าง ขายในทวีปเอเชีย

special-flavors (21)

5. เป๊บซี่โยเกิร์ต ญี่ปุ่นอีกแล้วจ๊ะ

special-flavors (15)

6. ไอศกรีมรสเนื้อม้าดิบ ที่ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (2)

7. โดนัทรสวาซาบิชีสกับสาหร่ายชีส มีขายที่ดังกิ้นโดนัทที่สิงคโปร์อีกเช่นเคย

special-flavors (18)

8. น้ำมะนาวผงผสมพริกไทยที่ปากีสถาน

special-flavors (16)

9. ชีโตสรสอโวคาโดสลัด ขายที่ญี่ปุ่น

special-flavors (11)

10. สเลอปี้รสพิซซ่าและสปาเกตตี้ ที่ควิเบก

special-flavors (20)

11. โอริโอรสชาเขียว วางขายที่ประเทศจีน

special-flavors (13)

12. โดริโทสรสโยเกิร์ตมิ้นท์ จากประเทศตุรกี

special-flavors (4)

13. คิทแคทรสวาซาบิ จากประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (9)

14. เบอร์เกอร์ดำ ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (19)

15. กาแฟปั่นเจลลี่ จากสตาร์บัคในแถบเอเชียแปซิฟิค

special-flavors (10)

16. โดนัทไส้มะเขือเทศ จากคริสปี้ครีมประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (5)

17. เลย์รสซุปปลาเผ็ดร้อน จากจีน

special-flavors (7)

18. เป๊บซี่รสคาปูชิโน่ มีขายในยุโรปและรัสเซีย

special-flavors (3)

19. ชีโตสเมาเทนดิว จากญี่ปุ่น

special-flavors (12)

20. ไอศกรีมรสมะเขือเทศและแครอท ญี่ปุ่นอีกละ

special-flavors (6)

21. อันดับสุดท้ายก็ญี่ปุ่นอีก เครื่องดื่มรสแพนเค้ก

special-flavors (1)

แต่ละอย่างนี่ไม่น่าจะเอามาทำเป็นรสชาติอาหารได้เลยนะ เพราะบางอย่างเป็นของหวานแต่ดันเอารสชาติแบบของคาวมาใส่ เอ๊ะ!? หรือว่ามันอาจจะอร่อยก็ได้นะ อร่อยแบบแปลกๆ ใครเคยกินอันไหนบอกเหมียวมั่งดิ รสชาติดีมั้ยเมี๊ยวววว

ที่มา : distractify

ที่มา : catdumb

Top 19 ของกินสุดสยอง หลอนจิตสุดช็อก! ต้อนรับฮาโลวีน


ใกล้ ฮาโลวีนเข้ามาทุกที ทางเราจึงรวบรวมของกินสุดหลอนเพื่อต้อนรับเทศกาลผีกันไม่ยั้ง ลองมาดูกันดีกว่า ว่าของกินสุดสยอง จะน่ากินหรือน่ากลัวแค่ไหน

1. เค้กเรดเวลเวทหัวใจอาบเลือด 

2. วุ้นหนอนราสเบอรี่ บนเกล็ดขนมปังช็อกโกแลต 

3. อมยิ้มฟิล์มเลือดของเด็กซ์เตอร์ (Dexter ซีรีย์ดังเกี่ยวกับฆาตรกรต่อเนื่องของอเมริกา) 

4.  เค้กงูเหลือม 

5. ▼คัพเค้กหนอนแมลงวัน

 

6. ▼ คุกกี้นิ้วแม่มดพันปี

 

 

7. ▼ อ้วกกัวคาโมเล่ (อะโวคาโดดิพ) 

 

 

8. ▼ ฮอทดอกเนื้อคน 

 

9. ▼ วุ้นสมองซอมบี้

 

 

10.  ▼สุสานช็อกโกแลตมูส

11.  ▼ ซากกะโหลกแตงโม 

 

 

12. ฮอทด๊อกมัมมี่

 

 

13. เค้กซากนิ้วซาตาน 

 

14. คุ้กกี้อุนจิ 

 

15. หัวกะโหลกไข่แตก 

 

16. เมอแรงค์ผีน้อย 

 

17. โครงกระดูกผีไส้ทะลัก

 

18. เค้กชำแหละผิวหนังมนุษย์

 

19. คุกกี้ใบหูอาบเลือด 

ที่มา: boredpanda
Blog : hungryeatfull.blogspot.com/2014/10/share-10.html
Facebook: facebook.com/Hungryeatfull

เรื่องจริงของคนเกาหลี.. ที่คุณอาจไม่เคยรู้ !!


 

 

ที่เกาหลี….อะไรๆก็ดูรีบเร่งไปหมด เดินก็เร็ว ทานก็เร็ว เพราะความใจร้อน ชอบทำอะไรให้เสร็จเร็วๆ คำพูดติดปากคนเกาหลีคือ ปัลรี่ปัลรี่ (빨리 빨리) แปลว่าเร็วๆ คนเกาหลีค่อนข้างภูมิใจที่ตัวเองเป็นคนทำอะไรเร็วและใจร้อน มักจะพูดแบบบ่นแต่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจว่า คนเกาหลีทำอะไรเร็ว ไม่เหมือนคนไทยใจเย็น ทำอะไรช้าๆเนิบๆ ฟังแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ >_<”

นอกจากจะใจร้อนแล้วยังอารมณ์ร้อนอีกด้วย เข้าทำนองว่าโกรธง่ายหายเร็ว มีอีก 2 คำที่คนเกาหลีพูดบ่อยๆ
1.ทับตับเพ (답답해) คืออารมณ์หงุดหงิด อึดอัดใจ บางทีคนเกาหลีพูดว่า ทับตับเพ ปัลรี่ปัลรี่ (답답해! 빨리 빨리) เนื่องจากอึดอัดที่อีกฝ่ายอาจจะทำอะไรเชื่องช้า

2.จาจึ้งนา (짜증나 มาจากคำว่า 짜증나다) เป็นอารมณ์ที่หงุดหงิดเช่นกัน แต่ออกแนวโมโห รำคาญใจ นอกจากจะใจร้อนแล้วคนเกาหลียังขี้รำคาญง่ายอีกด้วย

gyeongbokgung---seoul--south-k_368

คนเกาหลีกับความอดทน อดกลั้น….การจะเข้าใจคนเกาหลีนั้นยากเหมือนกันนะ เพิ่งบอกว่าคนเกาหลีใจร้อนหงุดหงิดง่าย แถมยังขี้รำคาญ ประมาณว่าความต้านทานทางอารมณ์ต่ำ แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่งคนเกาหลีกลับเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นสูง เพื่อความสำเร็จแล้วไม่ว่ายังไงคนเกาหลีก็มักจะอดทนทำให้สำเร็จให้ได้ ขอฝากวลีเด็ด..ไว้ฝึกพูดกัน
1.โพกิ ฮาจิมาเซโย (포기 하지마세요) อย่ายอมแพ้
2.กึดกาจิ เฮพายา เฮโย (끝까지 해봐야 해요) ต้องลองทำให้ถึงที่สุด

travels_1_21_map

ความเครียดกับคนเกาหลี….คนเกาหลีมีความเครียดเกี่ยวกับงานและความก้าวหน้าสูงมาก ตอนหาเสียงเลือกตั้งปธน.เกาหลีใต้ ปาร์กกึนฮเยเน้นว่าจะเพิ่มความสุขให้กับคนเกาหลี เพราะความเครียดนี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีสูบบุหรี่และดื่มเหล้ามาก รวมไปถึงเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายของชาวเกาหลีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD ไม่เว้นแต่เด็กประถมต้นจนถึงวัยชรา (หากคิดเป็นวันเท่ากับมีคนฆ่าตัวตายโดยเฉลี่ยวันละ 42.6 คน)

view_resizing_images

เด็กเกาหลีกับการเรียนพิเศษ….เด็กเกาหลีเรียนหนักมากอย่างไม่น่าเชื่อ หลังเลิกเรียนในภาคปรกติต้องมีเรียนพิเศษต่อถึงราวๆห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน!! ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนมัธยมปลายด้วยแล้วจะยิ่งเรียนหนักมาก วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่เว้น เป้าหมายคือเพื่อต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีและเข้าทำงานในบริษัทดีๆให้ได้เมื่อเรียนจบ ส่วนหนึ่งที่เด็กๆต้องเรียนกันมากแบบนี้เพราะถูกกดดันจากครอบครัวโดยเฉพาะแม่ที่ต้องการเห็นลูกตัวเองดีเด่นกว่าใคร (92.6% ของพ่อแม่ตั้งความหวังว่าลูกต้องเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย)

การนับอายุที่เกาหลี….คนเกาหลีนับอายุแบบเดียวกับคนจีนสมัยโบราณคือนับตั้งแต่ยังเป็นทารกในท้องแม่ เมื่อเกิดมาก็ถือว่ามีอายุหนึ่งปีและยิ่งไปกว่านั้นการนับอายุเพิ่มแต่ละปีนั้นไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิด เมื่อขึ้นปีใหม่สากลปุ๊บก็นับเพิ่มอีกปีเลย (สมมติเราเกิดวันที่ 31 ธ.ค. พอข้ามเป็นวันที่ 1 ม.ค. ก็นับอายุเพิ่มเลยทันที..แปลกแต่จริง) สรุปแล้ว เมื่อพูดเรื่องอายุของเรากับคนเกาหลี เราต้องบวกเพิ่มจากอายุปกติเราไปอีกหนึ่งปี…ฮือๆๆ ไม่ชอบเลย

อายุและความอาวุโสที่เกาหลี….เมื่อพบกับคนเกาหลีครั้งแรกอย่าแปลกใจหากถูกถามอายุทันทีทันใด ไม่ใช่เพราะว่าคนเกาหลีอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่ว่าการไล่เรียงลำดับอายุหรือตำแหน่งของกันนั้นทำให้เรารู้ว่าจะใช้รูปประโยคและคำศัพท์ระดับใดในการสนทนา ระบบอาวุโสนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการหล่อหลอมสังคมเกาหลีใต้อย่างมากโดยไม่ต้องมีการรับน้องระบบโซตัสแบบไทย รุ่นน้องต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ ลูกน้องต้องเชื่อฟังหัวหน้า (ตลอดไป) เมื่อรุ่นพี่หรือหัวหน้าอยากไปไหน อยากทานอะไร รุ่นน้องหรือลูกน้องก็ต้องว่าตามนั้น

A12846296-4

คนเกาหลีสูบบุหรี่จัด….คนเกาหลีสูบบุหรี่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสมาชิก OECD อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่คือ 12.7 ปีเท่านั้น นักเรียนชั้นมัธยมต้นสูบบุหรี่กัน 13% นักเรียนชั้นมัธยมปลายสูบบุหรี่ถึง 18% จากข้อมูลสถิติผู้ชายเกาหลีตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ถึง 44.3% ของผู้ชายในวัยดังกล่าวทั้งหมด

 

คนเกาหลีและอาหารประเภทเนื้อย่าง / หมูย่าง….เมื่อมีนัดกับญาติหรือเพื่อนๆไม่ต้องคิดให้มากแบบคนไทยว่าจะทานอะไรดีเพราะคนเกาหลีนิยมไปทานเนื้อย่างหรือหมูย่างกันเมื่อมีการสังสรรค์หรือเลี้ยงฉลอง เมื่อทานเสร็จมักจะไปต่อที่ร้านอื่นๆ แต่ถ้าทานอาหารที่บ้านในวันปรกติคนเกาหลีกลับนิยมทานผัก กิมจิ แกง หรือแกงจืดมากกว่าเนื้อสัตว์ พวกอาหารปิ้งย่างหากจะทานที่บ้านจะเป็นเทศกาลพิเศษหรือในวันหยุดมากกว่า

ร้านอาหารตามสั่งที่เกาหลี….อาหารเกาหลีไม่ได้แพงเสมอไป ใครอยากทานอาหารเกาหลีที่ไม่แพง และได้อารมณ์แบบร้านอาหารตามสั่งแบบเมืองไทยหล่ะก็แนะนำให้มองหาร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) หรือร้านที่ทำคิมปับ (김밥) หรือข้าวห่อสาหร่ายอยู่ด้านหน้าร้าน ร้านแบบนี้จะมีเมนูเกาหลีหลากหลาย ราคาประมาณ 3,000 – 8,000 วอน (ถือว่าไม่แพงสำหรับที่เกาหลี) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) ที่นี่

 

ที่เกาหลีเราต้องเก็บถาดอาหารด้วย….สำหรับศูนย์อาหาร ร้านฟาสต์ฟู๊ดและร้านกาแฟ เมื่อทานอาหารเสร็จต้องนำถาดอาหารไปคืน ณ จุดที่ร้านบอกไว้ (สังเกตจากผู้คนรอบข้างที่ลุกไปก่อนเรา) โดยเฉพาะร้านประเภทฟาสต์ฟู๊ดยังกำหนดละเอียดกว่านั้นอีกคือ เราต้องแยกประเภทของอาหารและอุปกรณ์ในถาดของเราเองด้วย โดยจะมีช่องสำหรับใส่อาหารที่เหลือ ช่องสำหรับเทน้ำแข็ง ช่องสำหรับใส่แก้วกระดาษ ช่องสำหรับขยะอื่นๆ หากไปร้านประเภทนี้ที่เกาหลี อย่าลุกเดินไปเฉยๆเมื่อทานเสร็จแล้วนะจ๊ะ

Hangme-080

วิธีการจ่ายเงินที่ร้านอาหารที่เกาหลี….การชำระเงินที่เกาหลีต้องเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินเสมอ ร้านอาหารที่เกาหลีไม่จำเป็นต้องทิปแบบประเทศตะวันตกเพราะส่วนใหญ่ราคาอาหาร บวกค่าบริการไว้เรียบร้อยแล้ว หากจะพูดว่าช่วยคิดเงินหน่อยพูดง่ายๆว่า เคซันเฮ จุเซโย (계산해 주세요)

การสัมผัสร่างกายของคนเกาหลี….สำหรับคนเพศเดียวกันจะมีการการสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยหรือชาวตะวันตก เช่นในหมู่เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย (เพศเดียวกัน) จะชอบเดินจูงมือหรือคล้องแขนกัน แม้แต่ที่คนไม่สนิทเท่าไหร่แต่หากไม่ได้เป็นในระหว่างการทำงาน การแตะไหล่หรือเกาะแขนของคู่สนทนาก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ (ต่างเพศก็มีบ้างในบางกรณี) เคยประสบมาด้วยตัวเองเลย มีออนนี่ (언니 พี่สาว) คนหนึ่งเพิ่งรู้จักกันแท้ๆแต่ไปทานข้าวด้วยกันก็มาเดินจูงมือเราเฉยเลย ในกรณีผู้ชายด้วยกัน ถ้าเป็นเพื่อนกันก็อาจเกาะแขนหรือเดินโอบไหล่กันก็มีอย่าไปคิดว่าเค้าเป็นคู่รักกันเชียว

(อธิบายเพิ่มเติม) เนื่องจากมีบางเวบไซต์นำข้อความในหน้านี้ไปอ้างอิงถึงกรณีที่คุณสรยุทธโอบไหล่ศิลปิน Super Junior..เลยขออธิบายเพิ่มเติมเผื่อใครเข้ามาอ่านที่หน้านี้นะคะ 

คนเกาหลีสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยก็จริงแต่มีข้อควรระวังคือ คนที่คนที่อายุน้อยกว่าหรือมีสถานะต่ำกว่าจะไม่ไปแตะตัวฝ่ายที่อาวุโสกว่าก่อนโดยเฉพาะถ้าไม่สนิทกัน (โดยเฉพาะมีความสัมพันธ์ต่อกันในแง่การงานอาชีพ) ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงแล้วย่อมก็มีระยะห่างมากขึ้นเป็นตามธรรมดา

ในกรณีเหตุการณ์โอบไหล่ ศิลปิน Super Junior ที่คนไทยถกกันว่าธรรมเนียมเกาหลีคิดว่าไหล่เป็นของสูงหรือไม่ ..ได้เปิดคลิปเหตุการณ์ให้คนเกาหลีดูเพื่อถามความเห็น เค้าให้ความเห็นว่าไหล่ไม่ได้เป็นของสูง ห้ามแตะต้องแบบที่คนไทยพูดกัน เพียงแค่ในสถานการณ์ตามในคลิปถือว่าไม่เหมาะสม เพราะในการสัมภาษณ์ออกทีวีลักษณะนั้นถือเป็นการพูดคุยแบบเป็นการเป็นงานหรือเป็นทางการ (แม้ว่าบรรยากาศจะสนุกสนานก็ตาม) การโอบไหล่หรือแสดงความใกล้ชิดกับแขกรับเชิญจนเกินไปถือว่าไม่เหมาะสมในวัฒนธรรมเกาหลี

ในรายการสัมภาษณ์ต่างๆที่เกาหลีแม้แต่การพูดคุยระหว่างพิธีกรกับแขกในรายการหรือในการพูดคุยกันเองระหว่างแขกที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เช่นเป็นนักร้องวงเดียวกันทุกคนจะพูดกันด้วยภาษาระดับทางการ เพราะถือว่าไม่ได้คุยเล่นกันเองแต่ถือเป็นการพูดคุยแบบออกอากาศให้ผู้ชมทางบ้านดู

แต่ในกรณีของคุณสรยุทธคราวนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแบบที่ว่าทำผิดมหันต์ แค่เป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมเท่านั้น..สรุปได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าคิดมาก

รถไฟใต้ดินที่เกาหลี….ไม่ใช่แต่โซลที่มีรถไฟใต้ดิน เมืองใหญ่ๆในเกาหลีก็มีรถไฟใต้ดินมานานแล้ว ตอนนี้ที่โซลมีรถไฟใต้ดิน 16 สายครอบคลุมทั่วเมือง หลายสายสิ้นสุดที่เมืองรอบนอกกรุงโซล ตู้รถไฟใต้ดินแต่ละตู้เข้าได้ 4 ประตู จำไว้เลยว่าประตูริมทั้ง 2 ด้าน เป็นประตูสำหรับผู้สูงอายุ อย่าตกใจหากเรายืนต่อแถวรอรถไฟอยู่ดีๆแล้วมีผู้สูงวัยมาแซงเข้าประตูรถไฟไปก่อนเรา สำหรับที่นั่งด้านริมตู้รถไฟแต่ละตู้ทั้งฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่นั่งสงวนไว้ให้คนชรา คนพิการ คนท้อง แม่ที่อุ้มเด็กทารกเท่านั้น อย่าเผลอไปนั่งเด็ดขาดอาจถูกประหารทางสายตาจากคนในรถไฟใต้ดิน แม้การขายของในรถไฟใต้ดินจะผิดกฎหมาย แต่บ่อยครั้งที่จะเห็นคนเข็นของมาขายในรถไฟ ส่วนใหญ่เป็นของใช้ตามฤดูกาล เช่น ร่ม ถุงมือ ฯลฯ

s_subway

ผู้หญิงเกาหลี….ผู้หญิงเกาหลีแม้จะไม่สวยเหมือนนางเอกละครทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะมีผิวที่ละเอียดขาวเนียน เอวบางร่างน้อย ขาก็เรียวมากๆ ว่ากันว่านอกจากคนเกาหลีจะเดินเยอะแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก มีเรื่องขำๆว่าผู้หญิงส่วนมากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายจะสร้างภาพให้สุภาพอ่อนหวาน น่ารัก ทานอาหารน้อยนิด ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เก่ง ฯลฯ แต่หากอยู่กันกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันหรืออยู่คนเดียวจะเปลี่ยนไปอีกแบบนึงเลย

SNSD_Girls-Peace

ศัลยกรรมกับคนเกาหลี….เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้วคนเกาหลีถือว่าทำศัลกรรมมากที่สุด เพราะคนเกาหลีให้ความสำคัญกับการแต่งกายและรูปร่างหน้าตามาก บางคนเชื่อว่ารูปร่างหน้าตาที่ดีมีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน หน่วยงานทางด้านศัลยกรรม ISAPS ให้ข้อมูลว่าชาวเกาหลีทุกๆ 1,000 คน มีคนผ่านการทำศัลยกรรม 16 คน โดยครึ่งหนึ่งทำโบท็อกซ์และเลเซอร์ อีกครึ่งหนึ่งศัลยกรรมจมูก หน้าอก ทำตาสองชั้น ดููดไขมัน เป็นต้น ถ้าเทียบเฉพาะชาวโซล ทุกๆ 5 คนจะมีคนทำศัลยกรรมหนึ่งคน แหล่งที่มีศูนย์ดูแลผิวพรรณและทำศัลยกรรมมากที่สุดในโซลก็คือแถบย่าน Gangnam

ผู้หญิงเกาหลีกับสินค้า brandname….มีผลสำรวจออกมาว่าของขวัญที่ผู้หญิงอยากได้มากที่สุดจากคนรักหรือลูกชายก็คือสินค้า brandname โดยเฉพาะกระเป๋าถือสตรี คนเกาหลีหากซื้อกระเป๋า brandname จากต่างประเทศเวลากลับเข้าประเทศจะต้องเสียภาษี ไปๆมาๆจะแพงกว่าซื้อในประเทศดังนั้นคนเกาหลีจึงนิยมซื้อกระเป๋า brandname จาก Shop ในประเทศเลย หากมาเที่ยวเกาหลี ลองสังเกตดูตามท้องถนนหรือบนรถไฟใต้ดินจะเห็นผู้หญิงถือกระเป๋า brandname เยอะจริงๆ (ส่วนใหญ่ของแท้นะจ๊ะ)

ลัทธิชาตินิยม….ชาวเกาหลีมีความเป็นชาตินิยมมากชาติหนึ่ง นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกาหลีนิยมผลิตสินค้านานาชนิดเพื่อเน้นให้คนในประเทศใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือสินค้าอิเลคโทรนิคส์ต่างๆ อาหารก็เช่นกัน คนเกาหลีคิดว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศดีที่สุด เคยอ่านหนังสือทำอาหารเพื่อสุขภาพเค้าเขียนไว้ว่า เพื่อคุณค่าทางอาหารควรทานข้าวกล้องในประเทศ!! ร้านอาหารบางแห่งจะติดป้ายโฆษณาไว้เลยว่าวัตถุดิบในร้านเป็นผลิตภัณฑ์ดีเยี่ยมเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศ ขนาดเนื้อวัวในประเทศที่เรียกว่า ฮันอู [한우] นั้นคนเกาหลียังบอกว่าเลยว่าอร่อยที่สุดในโลกและมีราคาแพงมาก

ความอ่อนไหวของคนเกาหลี….อย่าตกใจหากดูรายการทีวีเกาหลีแล้วเหล่าบรรดาพิธีกร แขกรับเชิญในรายการทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เมื่อฟังเรื่องราวบางอย่างแล้วน้ำตาคลอหรือร้องไห้กัน แม้คนเกาหลีจะใจร้อน โมโหง่าย พูดเสียงดังแต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นชาติที่มีความอ่อนไหวมาก เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะร้องไห้เพราะซึ้งหรือเศร้า ถ้าดูหนังเศร้าๆผู้ชายเกาหลีก็หลังน้ำตาได้ไม้แพ้ผู้หญิงเลย ต่างจากเมืองไทยที่นานๆจะเห็นผู้ชายร้องไห้สักครั้ง

1107051031244

กาแฟกับคนเกาหลี….คนเกาหลีดื่มกาแฟมากยิ่งกว่าการทานหมูย่างเกาหลีซะอีก ข้อมูลล่าสุดปี 2011 ตลาดกาแฟที่เกาหลีใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยเฉลี่ยคนเกาหลีดื่มกาแฟประมาณ 338 แก้วต่อปี กาแฟที่คนเกาหลีนิยมดื่มที่สุดคือกาแฟดำหรืออเมริกาโน่ ปัจจุบันเกาหลีมีร้านกาแฟมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : korean4life.com

18 ชุดเมนูอาหารบนเครื่องบินจากสายการบินทั่วโลก น่ากินไม่แพ้ภัตตาคารหรูๆเลยหล่ะ!!


 

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าสำคัญและหลายๆคนตั้งตารอเวลาที่เดินทางด้วยเครื่องบิน นั่นก็คือ “อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินนั่นเอง” และในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปชม 18 ชุดเมนูอาหารจากสายการบินทั่วโลกขอบอกเลยว่าน่ากินไม่แพ้ภัตตาคารหรูๆบนดินเลยหล่ะครับ

1. Japan Airlines

am1

ชาเขียว ซุปมิโสะ ข้าวหน้าเนื้อ อาหารทะเล

 

2. American Airlines

am2

ลาซานญ่า สลัด ขนมปัง น้ำเปล่า เค้กแครอท

 

3. Turkish Airlines

am3

ไข่ มะเขือเทศ เห็ด มัน สลัดผลไม้ ขนมปัง

 

4. Vietnam Airlines

am4

แซลม่อนอบกับผัก ขนมปัง ผลไม้

 

5. Air France

am5

พาสต้าไก่ ขนมปัง สลัดผลไม้ ทาร์ต

 

6. Cathay Pacific

am6

พาสต้าราดซอสมะเขือเทศ ขนมปัง สลัด พุดดิ้ง ช็อกโกแลต

 

7. Virgin Atlantic

am7

สตูกับติ่มซำ สลัดพาสต้า แคร้กเกอร์กับชีส ช็อกโกแลต

 

8. DrukAir

am8

บะหมี่ผัดผักกับเต้าหู้ ผลไม้ โยเกิร์ต ครัวซอง

 

9. Singapore Airlines

am9

สลัดทูน่ากับแอปเปิ้ลและผักชีฝรั่ง ข้าวหน้าหมูกับไก่ เค้กชาเขียว

 

10. AeroMexico

am10

แซนวิชแฮมชีส สลัด เค้กช้อกโกแลต ขนมปัง

 

11. TransAsia Airways Meal

am11

ชุดเมนูผลไม้ ขนมปัง

 

12. Lufthansa

am12

ชุดเมนูพาสต้าเมซเซ่ สลัดส้มกับแครอท ขนมปัง ทาร์ต

 

13. Delta

am13

ไข่กวน มันฝรั่ง ไส้กรอก สลัดผลไม้ น้ำส้ม

 

14. Kingfisher

am14

Ragda lattice, เค้ก

 

15. Iberia Airlines

am15

ครัวซอง ออมเลต แฮม ขนมปังปิ้ง สลัดผลไม้ น้ำส้ม

 

16. Air Canada

am16

ออมเลตชีสผักขม โยเกิร์ต ขนมปัง สลัดผลไม้

 

17. Korean Airlines

am17

ผลไม้ ผักดอง ขนมปัง อาหารมังสวิรัต

 

18. EVA Airways Hello Kitty Jet

am18

ซุปมิโสะ สลัด ออมเลต ข้าว ผักดอง อาหารทะเล

ข้อมูลจาก: BuzzFeed

ที่มา: wegointer.com/2014/10/up-in-the-air