สอนลูกให้เข้มแข็ง เล่าสู่กันฟัง..เรื่องเล่าคำสอนจากคุณตัน อิชิตัน


146-family-8381

มีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ? เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ “สู้เพื่อลูก” ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบั…ติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ

ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น.. ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่ สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกันยังไงก็ลงตัว สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้

น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก วันหนึ่งเขาบอกผมว่า “ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้” ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่บอีลี่ คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆ แล้วจะดีสำหรับเขา ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆ ทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี

บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิซิเนสคลาสด้วยกัน วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่ วันนั้นเขาจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย มากกว่านั้น…กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ

อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ..เงินก็เช่นกัน…ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆ ล้าน คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายาม ชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรงดิ้นรนอะไรอีกต่อไป เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า…มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เราควรรักลูกแบบไหน?
ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปัง “ชิ้นที่สาม” ที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า

ที่มา http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=28850.0

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

ฉากหนังจากกล่องกระดาษ!! อลังการงานสร้างจากครอบครัวหัวสร้างสรรค์


ถ้าเปิดเว็บไซต์ Google.com แล้วพิมพ์คำว่า ‘Cardboard box ideas’ และกดที่ ‘ค้นรูป’ คุณจะตื่นตะลึงและเพลิดเพลินไปกับความคิดสร้างสรรค์อันน่าทึ่งมากมายของการนำ ‘กล่องกระดาษ’ มาทำงานประดิษฐ์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเล่นเด็กเล็กเด็กโต (ไปจนถึงผู้ใหญ่หัวใจเด็ก) เห็นแล้วมันคันไม้คันมือจนต้องมองหากล่องกระดาษที่นอนแอ้งแม้งเก่าเก็บอยู่ตามซอกหลืบของบ้านมาปัดฝุ่นแล้วแปลงโฉมให้มันด้วยฝีมือของเราดูบ้างค่ะ

ล่าสุด ขอนำเสนออีกหนึ่งความคิดสร้างสรรค์กับผลงาน ‘Cardboard Box Office’ จากครอบครัวสุดจ๊าบ พวกเขานำกล่องกระดาษและของใช้ภายในบ้านมาประดิษฐ์เป็นฉากในหนังฮอลลีวูดหลายๆ เรื่อง แล้วจัดแจงแต่งฉาก จัดแสงสี แต่งเสื้อผ้า หน้าผม ให้ทั้งสามสมาชิกของครอบครัวมาทำท่าตามบทบาทของฉากเด็ดจากหนังแต่ละเรื่อง แล้วถ่ายรูปไว้ ภาพที่ออกมานั้นทั้งสวยงามลงตัวในองค์ประกอบศิลป์ แถมยังแฝงอารมณ์ขันกับการล้อเลียนฉากหนังต่างๆ ด้วยฝีมือแอ๊คติ้งของคุณพ่อคุณแม่ที่สวมบทบาทได้อย่างถึงใจ และพระเอกคนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ คุณลูกชายวัยแบเบาะที่กลายมาเป็นตัวละครหลักได้อย่างเหมาะเจาะ และคงความเป็นธรรมชาติของเด็กไว้อย่างน่าเอ็นดู ทุกอย่างช่างลงตัวจนหลังจากที่เผยแพร่ภาพชุดนี้ออกไปในโลกอินเตอร์เน็ต ก็ได้รับการส่งต่ออย่างมากมาย สร้างแรงบันดาลใจในการหยิบเอาของเหลือใช้ใกล้ตัวมาสร้างสรรค์ชิ้นงาน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับพ่อแม่ที่กำลังเบื่อกับการเลี้ยงลูกเล็กอยู่กับบ้านอีกด้วย

ลีออนและลิลลี่ สองสามีภรรยาเริ่มต้นโปรเจ็กต์ด้วยความคิดง่ายๆ เพียงแค่พวกเขาพบว่ามีกล่องกระดาษเหลือใช้จากการย้ายบ้านข้ามประเทศอยู่มากมาย ประกอบกับการเลี้ยงลูกอ่อนนั้นทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไป เพราะต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกเป็นหลัก เข้าสังคมเจอเพื่อนน้อยลง ก็เลยคิดหาอะไรทำสนุกๆ กันแค่นั้นเอง ลองนึกไปถึงตอนที่คุณลูกชายโตขึ้นกว่านี้ก็คงจะมาร่วมเล่นประดิษฐ์สิ่งต่างๆ กับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างสนุกสนานกันอีกแน่ๆ

การประดิษฐ์ของเล่นจากของเหลือใช้นั้นเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่ามากกว่าที่คิดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ของเด็ก (ในกรณีที่ให้ลูกช่วยทำด้วย) กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ (จากกระดาษธรรมดาจะแปลงร่างเป็นอะไรดี) ประหยัดเงิน ลดการซื้อของเล่นแพงๆ และปลูกฝังความคิดในเรื่องการใช้เงินและทรัพยากร ไม่ไหลไปตามกระแสบริโภคนิยมที่ต้องซื้อๆๆๆๆ ทุกอย่างที่อยากได้ และที่สำคัญคือ เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างดีค่ะ รับประกัน ฟันธง!

Pirates of the Caribbean

Back to the Future

Weekend at Bernie’s

Home Alone
 

Cast Away

Terminator 2: Judgment Day

Alien

Jurassic Park

Apollo 13

The Good, the Bad, and the Ugly

Die Hard

The Temple of Doom

Star Wars

The Dark Knight

Jaws

อ้างอิง: DesignTaxi

ที่มา:creativemove.com/creative/cardboard-box-office

แอบแชะ 27 ภาพหนูน้อยหลุดๆ.. หน้าตานี่ไม่ต้องบอกว่าอยากถ่ายรูปขนาดไหน !!


สมัยเด็ก เจ็บสุดก็แค่ร้องไห้… ทำตัวงอแงให้ผู้ใหญ่มาปลอบก็ยังทำได้ เดี๋ยวร้องไห้.. สักแปบก็กลับมาหัวเราะร่าได้อีกแล้ว ชีวิตวัยเด็กช่างเป็นชีวิตแสนมีความสุข สนุกสนาน อะไรขนาดนี้เนี่ยยย.. แหม่.. หมูหัน MoohunDesign ก็อยากจะกลับไปเป็นเด็กเหมือนกันแฮะ !! แต่คงไม่ทันแล้วซินะ 5555

วันนี้ หมูหัน MoohunDesign นำภาพหนูน้อยจิตหลุด.. เย้ย ภาพหนูน้อยหลุดๆมาฝากกัน.. อันนี้จริง หมูหันว่า เด็กน้อยเค้าไม่ได้ตั้งใจจะทำท่าตลกหรอกเนอะ.. คุณพ่อ คุณแม่ ช่างภาพต่างหาก ที่ทำให้หนูน้อยดูตลกขนาดนี้ เอาน่ะ !! ถือซะว่าเป็นความทรงจำน่ารักๆ กลับมาดูเมื่อไรก็ยิ้มได้ทุกที เนอะๆ น่ารักดีออก > <

b6e037709666ef7e35464f5898535ff8_650x

30d0d96b9a3f0417f1acbc8aacad03e5_650x

4dc63f113ab57755c603f48dd030abac_650x

89590d3a4c8f5c1a7d03c8aaa780fb25_650x

b8bb716eb9fda75467c86175016c6904_650x

8d0136c432b4fc78e32ccccaca531059_650x

e4e1271a367193fcedf625f6401536b3_650x

236ebcc6496e5cc6911f4211c4a0e988_650x

3de65be0d7c1fe9470756e9327d95afd_650x

25039a2ffc06d06e64f30e9e2182b8bc_650x

e7643f2102ad0c6f616656b6b75ac0c9_650x

bcba54ba4f65293390a20c4a58119abd_650x

8ab780da1b9ebd590b77fa4545c1c95e_650x

c171876762e974fffdc8bb468230b9df_650x

1d041671fc0c0dcf7b1bc89714051f9e_650x

b3d40c5d3777d06f4556879ad5bfcbbf_650x

bcfa0c94072e94d003e6d83497ff5b0b_650x

638baa0dcc06210b2470c42b8c9eb11c_650x

282d55b297f6a4c8c08177328a72e685_650x

d6bdb29ae16921dd953397acd0f398a4_650x

7acbb38032f50b137308a7e2c0c5e438_650x

506062b7904085519bce3a2bb5555cfe_650x

64b6655fd4d36f795ccca8fc763eb8f6_650x

0f6c1bcc870040e4be7e089277ba2b36_650x

2fe3ea20ad07f192cbff11828f23400b_650x

69d16aafdf2e34380afe1c890662ee2d_650x

12f421f2308da6f1659a546b80b70ab1_650x

น่ารักใช่มั๊ยล่าาา หมูหัน บอกแล้วไง ว่าภาพหลุดๆ ของน้องๆออกจะน่ารัก ลองคิดสภาพว่าเป็นผู้ใหญ่ทำหน้าตาแบบนี้ จะเป็นยังไง 555 อ่ะๆ ไม่ต้องคิดๆ พอๆ หยุดๆ อิอิ

ที่มา distractify / catdumb

เรื่องราวของ “สตีฟ จ็อบส์” กับความเป็นพ่อ และการดูแลครอบครัว


 

วันนี้ (5 ต.ค.) ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ “สตีฟ จ็อบส์” ชายผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน ทั้งด้านความคิด, ธุรกิจ และการสร้างสรรค์สินค้าที่ผู้ใช้ชื่นชอบ ด้านหนึ่งที่น่าชื่นชมในตัวจ็อบส์มาก และไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือความรักในครอบครัว การดูแลลูกๆ ทุกคนอย่างที่ควรจะเป็น และความเป็น “พ่อ” ที่ดีเยี่ยม

ทีมงาน MacThai ขอใช้ช่วงเวลาครบรอบ 3 ปีการจากไปของสตีฟ จ็อบส์ รำลึกถึงแง่มุมน่ารักๆ อีกมุมหนึ่งที่หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนครับ

Jobs-Steve-Laurene-powell-1

ความเป็นพ่อ

จ็อบส์เริ่มต้นการเป็นพ่อในวัยรุ่นที่แย่สุดขั้ว ทำแฟนท้องแล้วไม่รับ, ไม่ดูแลลูกสาวตัวเอง, มีปัญหาถึงขนาดที่ภายหลังเขาบอกว่าเกลียดตัวเองในช่วงนั้นมากที่สุด

แต่หลังจากนั้นมาจ็อบส์ก็เปลี่ยนไป เขาพบความรักที่แท้จริง เขาแต่งงานกับลอรีน พาวเวลล์ มีลูกด้วยกัน 3 คน และรับลูกสาวที่เกิดในช่วงวัยรุ่นมาเลี้ยงดู เหมือนเป็นลูกแท้ๆ คนหนึ่ง

จ็อบส์เป็นคนรักครอบครัวมาก แม้ชื่อเสียงของเขาจะโด่งดังทั่วโลก แต่เขาเก็บครอบครัวให้อยู่ห่างจากสื่อภายนอก แม้จะมีเงินนับหมื่นล้าน แต่บ้านของจ็อบส์ก็ไม่ใช่คฤหาสน์หรู เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ เรียบง่าย ไม่มีรปภ.คอยดูแลแบบบ้านซีอีโอคนอื่นๆ

ลูกทุกคนเรียนหนังสือในแบบเด็กทั่วไป ไม่ได้เป็นลูกคุณหนูคุณนายแบบลูกดารา

Steve-Laurene-Jobs

เมื่อจ็อบส์พบรักแท้

ในช่วงวัยรุ่น จ็อบส์เป็นมหาเศรษฐีหนุ่มที่สาวๆ ไฝ่ฝันถึง ประกอบกับหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ ทำให้อยู่ในระดับที่เลือกสาวสวยระดับดาราหรือนางงามมาเป็นคู่ครองได้ไม่ยากเย็นนัก

จ็อบส์ในวัย 34 ปี หลังจากที่ถูกไล่ออกจากแอปเปิล เขาก็ได้เลิกการเป็นหนุ่มเพลย์บอย และได้พบกับลอรีน พาวเวลล์ นักศึกษามหาลัยสแตนฟอร์ด ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างจัง แต่ก็ไม่เคยคุยเรื่องแต่งงาน จนคืนหนึ่ง

ในช่วงปี 1989 จ็อบส์ได้เดินตากฝนมาที่อพาร์ตเมนต์ของลอรีน แม้ตัวจะเปียกปอน แต่เขากลับถือดอกไม้ป่าที่เขาเด็ดมา เขาไม่รู้ตัวเองว่ามหาเศรษฐีหนุ่มผู้โด่งดัง จะมีสภาพเป็นอย่างไร เพียงแต่ในนาทีนั้น เขารู้เพียงว่ากำลังตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ และต้องการที่จะขอเธอแต่งงาน ลอรีนตอบตกลง

และทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในช่วงเดือนมีนาคมปี 1991 โดยมีลิซ่า ลูกสาวของจ็อบส์ในช่วงวัยรุ่นมาร่วมด้วย (ภายหลังจ็อบส์รับเธอกลับมาเลี้ยงดูอย่างดี) เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่อย่างแท้จริง

Steve_Jobs_family-2

จ็อบส์สอนลูกอย่างไร

เขาแยกโลกของการทำงาน กับการดูแลครอบครัวออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ที่บ้านจ็อบส์เป็นสามี และพ่อของลูกๆ เขาไม่ยอมแม้แต่ให้ลูกๆ ใช้ iPhone, iPad ที่ตัวเองสร้างขึ้น เพราะคิดว่ามันยังไม่ถึงวัยของเด็กๆ เขาเป็นคนที่สอนลูกอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยให้เด็กเหลิงไปกับการเป็นลูกคนที่มีอิทธิพลสูงที่สุดคนหนึ่งของโลก

ครั้งหนึ่งเมื่อแอปเปิลเกิดปัญหากรณี iPhone 4 สัญญาณโทรศัพท์ตก (Athena Gate) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่แอปเปิลเคยเจอมา จ็อบส์เรียกทีมงานระดับท็อปในบริษัททุกคน ที่ปรึกษาระดับโลก เอเจนซี่โฆษณาระดับเทพ และเขาพา “รี๊ด” ลูกชายของเขา ซึ่งกำลังเรียนระดับม.ปลาย มานั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย

เขาเล่าว่าในการประชุมแบบไม่ได้พักตลอด 2 วันนี้ ลูกชายของเขาจะได้เรียนรู้อะไรมากกว่าเรียนคณะบริหารธุรกิจในมหาลัยซะอีก เขาเชื่อว่าลูกชายจะได้เห็นกลุ่มคนที่เก่งที่สุดในโลกมานั่งถกเถียงเรื่องสำคัญ จ็อบส์เล่าเรื่องนี้พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาว่า

“ผมทำทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกดู เพียงเพื่อให้ลูกได้มีโอกาสได้เห็นผมทำงาน ลูกจะได้เห็นพ่อทำงาน”

 

Jobs-Steve-Laurene-powell

ความลับที่ไม่ต้องการบอกใคร

เป็นที่รู้กันว่าแอปเปิลเป็นบริษัทเจ้าแห่งความลับ และเก็บตัวจากโลกภายนอกมาก ซึ่งก็เป็นบุคลิกที่มาจากตัวจ็อบส์เอง เขาเป็นคนไม่ชอบให้คนภายนอกมารู้จักเรื่องส่วนตัว นอกจากงานและสินค้าที่เขาทำแค่นั้น

แต่แล้วเขากลับทำสิ่งที่เปิดเผยความลับ ชีวิตจริง และเรื่องราวของเขาทั้งหมด ในหนังสือที่ชื่อ “Steve Jobs” ซึ่งหลายต่อหลายคนที่ได้ยินข่าวนี้ถึงกับตกตะลึง และไม่คิดว่าจ็อบส์จะออกมาเปิดเผยเรื่องราวในชีวิตของเขาได้ขนาดนี้ แม้แต่ตัว Walter Isaacson ผู้เขียนหนังสือเองก็เช่นเดียวกัน

ระหว่างที่การทำหนังสือมาถึงช่วงท้าย และจ็อบส์ก็เจอปัญหาด้านสุขภาพอย่างหนัก จนแทบจะไม่มีแรงลุกออกจากเตียง แต่เขาก็พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำหนังสือเล่มนี้ให้สำเร็จจงได้ จนวอลเตอร์ ผู้สัมภาษณ์และเขียนหนังสือเล่มนี้ถามขึ้นมาว่า ทำไมเขาถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย จ็อบส์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผมอยากให้ลูกๆ รู้จักผม”

“ผมไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกๆ ผมอยากให้ลูกเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ รู้ว่าทำไมผมถึงทำสิ่งต่างๆ”

ซึ่งหนังสือเล่มนี้คือสิ่งสุดท้ายที่สตีฟ จ็อบส์ได้หลงเหลือเอาไว้ เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เขาทำเพื่อให้ลูกๆ ของเขาได้รู้จักตัวตน “พ่อ” ของเขาจริงๆ

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai