คำถามชวนสงสัย : ตกลงว่า ม้าลาย สีขาวลายดำ… หรือสีดำลายขาว?


 

เวลาดูสารคดีสัตว์โลกน่ารักในทุ่งกว้าง(รวมถึงน่าขนหัวลุกในหลายๆตอน) ม้าลายก็มักจะโผล่มาเข้าฉากให้เห็นกันบ่อยๆ ด้วยลายพาดสลับขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ทำให้มันมีสเน่ห์ น่าอัศจรรย์… แล้ว เอ… ตกลงแถบไหนเป็นสีพื้น แถบไหนเป็นลายกัน… สงสัยไหมครับ?

สมัยหนึ่งนานมาแล้ว เคยเชื่อกันว่า ม้าลายเป็นสัตว์สีขาวลายดำครับ เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะว่าท้องของม้าลายมักจะเป็นสีขาว ก็เลยเหมากันเอาว่า ไอ้เจ้าม้าแฟนซีนี่ มันต้องสีขาวเหมือนท้องมันนั่นแหละ… แต่ จริงเหรอ?

 

ต่อมาเมื่อเราเข้าใจการทำงานของการส่งต่อพันธุกรรมดีขึ้น คำถามนี้ก็ถูกปัดฝุ่นมาตีความใหม่ในเชิงพันธุศาสตร์ และคำตอบก็กลับทางครับ… เรามีข้อมูลใหม่ที่น่าเชื่อถือว่า ม้าลายนั้น เป็นสัตว์สีดำที่มีลายสีขาว… ด้วยเหตุผลแบบนี้ครับ

 

เรื่องของการอยู่รอดในทุ่งโล่งแห่งอัฟริกา สัตว์ที่มีสีสว่างจะถูกสังเกตุเห็นได้ง่าย นึกถึงหญ้าสีทอง พื้นสีน้ำตาล แล้วมีม้าขาวจั๊วะยืนโด่อยู่… ไม่ดีแน่ สัตว์ทั้งหลายในท้องทุ่งมักวิวัฒน์ให้ตัวเองมีสีที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีสีโทนเดียวกับพงหญ้าไปเสีย ก็มักเลือกจะมีสีเข้ม ให้เข้ากับร่มเงา หรือต้นไม้ในบริเวณนั้น

 

ม้าลายมีผิวสีเข้มจัดใต้ขนลายทางของมัน ม้าลายมีสีผิวเข้มเหมือนสัตว์ตระกูลม้าอื่นๆครับ สีของสิงมีชีวิตต่างๆที่เราเห็นกัน เกิดจากการสร้างเม็ดสีของเซลล์ประเภท Melanocytes หมายความว่า สีเกิดจากการสร้างเม็ดสี และขาวคือไม่มีการสร้างเม็ดสี(แบบเดียวกับสภาพเผือก ที่ Melanocytes ผิดปกติไม่สร้างเม็ดสีนั่นเองครับ) ดังนั้นเมื่อรวมกับเหตุผลข้อข้างบนแล้ว ก็ออกจะประหลาดอยู่ถ้าสัตว์ผิวดำจะสร้างขนสีขาวมาคลุมตัว

 

ทางพันธุกรรมแล้ว สีเข้ม เป็นลักษณะเด่น สีขาว เป็นลักษณะด้อย อย่างที่อธิบายเรื่องเม็ดสีที่สร้างโดยเซลล์ประเภท Melanocytes ไปนั้น การเกิดลายทางบนขนม้าลาย จึงเกิดจากการสร้างเม็ดสีตามคำสั่งพิมพ์เขียวในหน่วยพัธุกรรม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีการสร้างเม็ดสี และบริเวณใดที่จะไม่ต้องสร้าง ดังนั้นลายบนขนจึงเกิดจากการ “สั่งปิด” การทำงานของ Melanocytes บนสีขนปกตินั่นเองครับ

 

ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ จึงเชื่อกันว่า ม้าลายพยายามสร้าง”ขนหงอก”เป็นแถบแทรกระหว่างขนสีเข้มนั่นเองครับ…

ส่วนเหตุผลที่ม้าลายวิวัฒน์มาจนมีลายทางแบบนี้นั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลายทางๆของมันนั้น เมื่อรวมอยู่ด้วยกันเป็นฝูง จะสร้างความงงงวยให้เหล่าสัตว์นักล่า ลองนึกถึงกลุ่มของก้อนลายทางยืนซ้อนกันสิครับ ลายทางๆนี่แหละจะทำให้แยกรูปร่างไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน ลายพรืดเป็นผืนเดียวกันไปหมด ซึ่งสัตว์นักล่าอย่างสิงโต หรือไฮยีน่า จะเลือกเอาเหยื่อเป็นตัวๆ โดยพยายามแยกตัวที่จับง่ายที่สุดออกมาจากฝูง… ดูไม่ออกลายตาแบบนี้ ไปจับอย่างอื่นกินง่ายกว่า

อีกเหตุผลนึงก็เชื่อว่า ลายทางบนตัวมันช่วยลดแสงโพลาไรส์(แสงที่มีคลื่นเป็นระเบียบไปในทางเดียวกัน) ซึ่งดึงดูดแมลงวันกินเลือดที่คอยบินหาเลือดสัตว์กินอีกด้วยครับ

ที่มา: mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=546b09a9be0470e3838b4660

เกล็ดความรู้ ผัก 7 ชนิด ที่ซื้อจากตลาด แล้วนำมาปลูกซ้ำ อีกได้เรื่อยๆ


คุณรู้หรือไม่ว่า มีผักสดจากตลาด อยู่หลายอย่างที่เราสามารถปลูกได้ง่ายๆ ไว้ปรุงประกอบอาหารเล็กๆน้อยๆในครั้งต่อไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปซื้อจากตลาดทุกครั้ง หลังจากเราซื้อผักสดจากตลาดมาครั้งแรก เพียงแค่เราแบ่งส่วนที่ใช้ปลูกได้เก็บไว้ แล้วนำไปปลูกด้วยวิธีง่ายๆ ลองมาดูกันเลย ว่ามีผักอะไรบ้างและต้องใช้ส่วนไหน

1. ต้นหอม

ใช้ส่วนหัวที่มีรากติด ใส่ในแก้วที่มีน้ำเล็กน้อย วางไว้ในห้องที่มีแสงสว่าง หรือริมหน้าต่าง คุณก็จะได้ยอดใหม่ของต้นหอมไว้เด็ดไปประกอบอาหารได้เรื่อยๆ

Green-Onions-578x433

2. กระเทียม

วางกลีบกระเทียมไว้ในจานแก้ว หรือแก้วน้ำ เติมน้ำเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีความชื้น ไม่นานกลีบกระเทียมจะออกราก และมียอดให้คุณได้เด็ดใบกระเทียมไปปรุงอาหารได้เรื่อยๆ
garlic2-578x462

3. ผักกวางตุ้งจีน (บ็อคฉ่อย)

นำส่วนที่เป็นโคนของกอผักกวางตุ้งจีน แช่น้ำไว้ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผักจะแตกยอดใหม่ ให้ย้ายลงปลูกในดิน รอจนโตได้ที่ คุณจะได้ผักกวางตุ้งจีน กอใหม่ไว้ทำอาหารได้
WP_20130419_001-578x324

4. แครอท

ใช้ส่วนบนสุดของหัวแครอท วางในแก้วที่มีน้ำปริ่มๆ แครอทจะแตกยอดใหม่ น้ำยอดอ่อนไปประกอบอาหารได้ หรือจะรอให้ใบแก่จนออกดอกและกลายเป็นเมล็ด แล้วเก็บเมล็ดไปปลูกได้
P1030202-578x384

5. ผักคึ่นช่าย

นำส่วนที่เป็นโคนของกอคึ่นช่าย วางในแก้วที่มีน้ำ รอจนคึ่นช่ายแตกยอดใหม่ จากนั้นจึงนำไปปลูกลงดิน
celery_regrow_1a-2-578x387

6. ผักกาดหวาน

นำส่วนที่เป็นโคนของกอคึ่นช่าย จานหรือถ้วยที่มีน่้ำสูงประมาณครึ่งนิ้ว รอจนเริ่มแตกยอดใหม่ จึงย้ายลงดินปลูก
Romaine-Regrow-2-578x770

7. ผักชี

ใช้ส่วยโคนของต้นผักชีที่มีรากติด แช่ไว้ในแก้วน้ำ ผักชีจะแตกยอดใหม่เรื่อยๆ หากต้องการให้ได้กิ่งก้านใบโต ให้ย้ายลงปลูกในดิน
10-vegetables-herbs-you-can-eat-once-and-regrow-forever.w654-578x433

ที่มา: thaiinfonet.com/เกษตร/ผัก-7-ชนิด-ที่ซื้อจากตลาด

กระทู้ถ่ายภาพ | 15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


 สิ่งผิดพลาดของมือใหม่หัดถ่ายภาพ ที่ชอบทำกันบ่อย ๆ ลองมาเช็กดูซิ คุณเป็นช่างภาพมือใหม่ที่ใช้วิธีผิด ๆ อยู่หรือเปล่า

หลายคนชื่นชอบการถ่ายภาพ และมักจะพกกล้องคู่ใจไปไหนต่อไหน เผื่อจะมีชอตเด็ด ๆ ให้ถ่ายภาพประทับใจเก็บเอาไว้ แต่เชื่อไหมครับว่าช่างภาพมือใหม่ หรือแม้กระทั่งช่างภาพมือเก่าบางคน ก็อาจจะเคยทำสิ่งผิดพลาดในการถ่ายรูปมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งวันนี้ คุณ Vyvruz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้แปลบทความดี ๆ จากเว็บไซต์ Photography Art Café มาฝากตากล้องทั้งมือใหม่และมือเก่า ให้ลองเช็กดูว่าคุณเคยทำสิ่งผิดพลาดเหล่านี้บ้างหรือเปล่า จะมีอะไรบ้างลองไปอ่านกันครับ


1. ไม่สนใจ White Balance เลย

มันผ่านไปนานมากกว่าผมจะรู้ความสำคัญของมัน เมื่อเย็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ผมได้เข้าไปในป่าแถวบ้าน เกิดเปลี่ยน white balance ไปเป็น shade โดยบังเอิญ ถ่ายมาปุ๊บใบไม้เป็นสีแดง ๆ ส้ม ๆ เต็มไปหมดเลย แต่สุดท้ายก็ค้นพบอีกว่า การถ่าย Raw มา ทำให้เปลี่ยน temperature ของภาพได้อีกด้วย

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

2. แต่งรูปหนักมือ

อันนี้บอกเลยว่าผมเป็น ผมคิดว่าเฮ้ยแต่งออกมาได้สวยมากเลย พอไปถามคนอื่น มันไม่ใช่เลย เข้มมาก เกินจริง บรรยากาศของภาพ หายหมดเลย พวกโหมด HDR นั่นก็ด้วย

3. กลัวที่จะเพิ่ม ISO

เมื่อรู้ว่า ISO สูงจะทำให้เกิด Noise ก็หลีกเลี่ยงมัน และครูของฉันก็เคร่งครัดในเรื่องนี้มาก แต่ปัญหาคือต้องจบลงกับชัตเตอร์สปีดที่ช้ามากด้วย การถ่ายภาพด้วยมือ (ไม่ใช้ขาตั้ง) ภาพก็เบลอ มันหนักกว่า Noise ซะอีกนะเนี่ย ช่างภาพระดับพระกาฬส่วนใหญ่ ยินดีที่จะเพิ่ม ISO มากขึ้น ขอเพียงแต่ภาพไม่เบลอก็พอ

4. ไม่เคยล้างเซ็นเซอร์เลย

อันนี้ผมไม่รู้คืออะไร แต่เวลาปิดกล้อง ของผมจะขึ้น Sensor Cleaning อัตโนมัติ ผมใช้ Canon 700D ครับ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ


5. ไม่ลงทุนที่จะซื้อสายลั่นชัตเตอร์

หลังจากที่ซื้อขาตั้งกล้องมาก่อนหน้านี้ มันวิเศษมาก ผมสามารถถ่ายได้อย่างที่ต้องการมากขึ้น มันสะดวกมากเลย มันทำให้ถ่าย long exposures ได้ทั้ง ชายหาด ทั้งพลุ และการจราจร แต่บางทีนิ้วที่กดชัตเตอร์นั้น ก็อาจจะทำให้เบลอได้อีกเช่นกัน อาจจะตั้งเวลา แต่ก็อาจจะไม่ทัน พลาดจังหวะดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ลองใช้รีโมทชัตเตอร์ดูก็ดีนะ ^^

คลิป Steve McCurry Untold: The Stories Behind the Photographs
โพสต์โดย คุณ Phaidon Press สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


6. เขินเมื่อไปถ่ายในที่สาธารณะ

อย่างหนึ่งที่ช่วยผมได้ คือไปดูคลิปใน Youtube ของ Steve McCurry ส่วนมากจะไปทำความรู้จักกับคนที่เขาถ่าย เขาเคารพคนที่เขาถ่าย และคนส่วนมากก็ยินดีให้เขาถ่าย

7. ไม่ได้ Backup รูปที่ถ่ายไว้

มันเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ต้องจ่ายด้วยราคาที่แพง ผมเข้าคอร์สถ่ายรูป 8 เดือน แล้วรูปครึ่งหนึ่งของผมก็หายไปอย่างลึกลับ และผมต้องส่งรูปพวกนั้นในอีกสองอาทิตย์ ผมของขึ้นมากกับโน้ตบุ๊กเก่า ๆ ต้องใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ ในการถ่ายใหม่ สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ หลังจากนั้นผมซื้อ Hard-drive มา backup และซื้อ memory card มาจำนวนมาก และจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

8. ทำตามกฎจนเกินไป

มีกฎมากมายในการถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด ผมพยายามดูดซับทุกอย่างที่เรียนมาและมาใช้กับทุกรูป บางครั้งความสนุกในการถ่ายภาพคือการได้ถ่ายอะไรที่คุณเห็นในแบบแนวทางของคุณเอง อย่างที่ Henri Cartier-Bresson กล่าวไว้ว่า ในการถ่ายภาพนั้น กฎเกณฑ์ในการจัดการมุมมองต่าง ๆ มันอาจปิดกั้น สัญชาตญาณที่ดีของเราก็ได้ ดังนั้นหากคุณเจออะไรเจ๋ง ๆ ในมุมที่คิดว่าดี ก็จงถ่ายมันซะ

15 สิ่งผิดพลาด ที่มือใหม่หัดถ่ายภาพชอบทำ

9. เมื่อใช้แต่การวัดแสงเฉลี่ยทั้งภาพในที่ต่าง ๆ กัน

หินและไม้ ริมชายฝั่งเหล่านั้นสวยงามมาก แต่ดูดวงอาทิตย์สิมันดูไม่ค่อยเจ๋งเลย การวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ คือเอาแสงที่ผ่านช่องมองภาพมาเฉลี่ย หลายสถานการณ์ก็เหมาะสม เช่น ต้องการความรวดเร็ว หรือต้องรีบเก็บชอตในแต่ละโมเม้นท์นั้น แต่จะใช้ทุกสถานการณ์คงไม่ดีแน่

การวัดแสงแบบอื่น ๆ เฉลี่ยหนักกลาง วัดแสงเฉพาะจุดนั้น ก็มีเหตุผลในการมีอยู่ของมัน ตัวอย่างเช่น ถ่ายคนที่มีแสงจากด้านหลังค่อนข้างมาก หรือถ้าฉากที่มี contrast สูง เมื่อแก้ปัญหาตรงนี้ได้แล้ว จะได้ภาพที่เสียน้อยกว่าเดิม

10. ใช้กระเป๋าสะพายข้าง

ผมใช้กระเป๋าสะพายข้าง เพื่อใส่กล้องและเลนส์อีกสองตัว แต่เมื่อไปออกทริปถ่ายรูปต้องเดินทางนาน ๆ น้ำหนักอุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้ไหล่ผมเจ็บมาก ๆ ผมประหยัดเงินเพื่อที่จะซื้อเลนส์ตัวใหม่ แต่มันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเลย เมื่อต้องแลกกับสุขภาพ ผมเลยตัดสินใจซื้อกระเป๋าเป้ใส่กล้องดี ๆ มันทำให้อาการดีขึ้นมาก

11. ใช้โหมด Manual ตลอด

อันนี้ดูเหมือนเป็นความผิดพลาดที่แปลก ๆ สักหน่อย เพราะ manual mode มันให้คุณควบคุมได้มากที่สุด หลังจากที่ได้เรียนเกี่ยวกับ aperture, shutter speed และ ISO ผมลืมโหมดอื่นไปเลยใช้แต่ manual

แต่เมื่อคุณต้องแนว กีฬา, สัตว์ป่า, สารคดี มันต้องการการจับภาพที่รวดเร็ว จะดีกว่าถ้าใช้โหมด aperture priority หรือ shutter priority ปัจจุบัน ผมชอบใช้ aperture priority เพราะมันยอมให้ฉันควบคุมระยะชัดได้ มันเร็วกว่า โหมด manual มาก

12. ถ่ายหลาย shot เกินไป

คุณคงได้ยินคำที่คุ้นหูมาก นั่นคือ ทุกวันนี้เขาใช้กล้องดิจิตอลแล้วไม่ใช่กล้องฟิลม์ กด ๆ ไปเถอะ แต่ผ่านมาระยะหนึ่ง ผมก็สงสัยว่าความรู้สึกดี ๆ ในการกดรูปสวย ๆ อยู่ไหน ในเมื่อฉันถ่ายมา 250 รูปในมุมที่ต่างกัน แล้วสุดท้ายก็เลือกมาแค่รูปเดียว มันทำให้ผมเรียนรู้ที่จะ “มอง” การมองและรับรู้ความสวยงามในที่นั้น ๆ ก่อนที่จะถ่ายมันออกมา มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราพัฒนาขึ้นไปได้มาก

การถ่ายหลาย ๆ ชอต โดยไม่ได้คิดและมองก่อนนั้น ยังมีข้อเสียอีกมาก เช่น แบตหมดเร็ว หน่วยความจำเต็มเร็ว ต้องมานั่งเลือกภาพในการแต่งภาพทีหลังอีกจำนวนมากเกินไปด้วย

13. ถ่ายสิ่งที่ไม่ได้น่าสนใจเลย แต่คิดว่ามันดูดี

การถ่ายรูปมันไม่เหมือนกับการวาดรูป คุณอาจมองเห็นสิ่งต่าง ๆ แล้วมโนขึ้นมาว่ามันสวยจังเลย คุณมีสิทธิ์ที่จะจินตนาการเหล่านั้น แต่ความจริงก็คือความจริง คุณไม่สามารถเปลี่ยนน้ำเปล่าให้เป็นไวน์ได้หรอก

ผมเคยคิดกับตัวเองว่าผมรู้การควบคุมกล้องอย่างดี ต้องได้รูปสวยแน่ ๆ แต่ผมก็ยังคงถ่ายรูปขยะ ๆ รูปน่าเบื่อ ก่อนที่จะเข้าใจว่าการหา subject ที่จะถ่ายนั้นสำคัญอย่างไร

14. ไม่เคยวางแผนก่อนกดชัตเตอร์เลย

ผมไม่ได้พูดถึงว่าต้องวางแผนให้รอบคอบทุกกระเบียดนิ้ว วางแผนทุกขั้นตอนให้เป๊ะ ๆ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ คงไม่มีใครใช้เวลาขนาดนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างน้อย ควรเช็กสภาพอากาศ เช็กแบตเตอรี่ พก memory card อย่างน้อย 2 ตัว เช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ND Filter, Remote เสื้อผ้าสำรอง เช่น ไปถ่ายชายหาด อาจต้องพกถุงเท้าสำรอง อย่างน้อยพวกนี้ก็เป็นการเตรียมตัวที่ดี หลังจากนั้นคุณก็คิดแผนว่าจะถ่าย อะไรต่อไป

15. ถ่ายเพื่อนและครอบครัวน้อยเกินไป

คุณคงได้ยินบ่อย ๆ ว่า ให้ถ่ายสิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ ซึ่งหลายคนอาจละเลยที่จะถ่ายเพื่อนหรือครอบครัว รีบถ่ายซะขณะที่คุณยังมีโอกาส เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง

นี่แหละครับ ลองถามตัวเองนะว่าคุณมีกี่ข้อ ผมก็เป็นมือใหม่เช่นกันครับ อ่านบางข้อผมเองก็งง แต่หลาย ๆ ข้อก็ชัดเจนสำหรับผมเลย คิดว่าบทความนี้ยังไม่มีคนเคยนำมาเล่าบอกต่อกันเนอะ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากทุกคนะครับ “อยากถ่ายสวย ต้องยอมรับคำติเตียนวิจารณ์จากคนรอบข้างให้ได้” และ “อย่าคิดว่าตนเองเก่งแล้ว เพราะคุณอาจจะไม่พัฒนาขึ้นอีกเลย”

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Vyvruz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม, Photography Art Café 

                    

ที่มา: hilight.kapook.com/view/111438

[สอนคำศัพท์เกี่ยวกับแผนที่] “รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!


“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

ใครเป็นโรคกลัวฝรั่งถามทางยกมือขึ้น!!! ไม่ต้องมีผลวิจัยใดๆ มายืนยัน แต่ Life on campus ขอฟันธงไปเลยว่า ร้อยทั้งร้อยเวลาที่คนไทยเห็นฝรั่งหรือชาวต่างชาติตรงรี่เข้ามาหาพร้อมขึ้นต้นประโยคว่า “Excuse me… บลา…บลา..บลา” หลายคนหน้าซีด ทำอะไรไม่ถูก ศัพท์ภาษาอังกฤษวิ่งไปทั่วร่าง เกิดอาการประหม่า อึกอัก บางคนถึงกับเดินหนีไปเลยก็มี ทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะช่วยใจแทบขาดแต่ศัพท์ในหัวมันไม่มี เอายังไงดีหว่า??? วันนี้ Life on campus มีวิธีแก้โรคกลัวฝรั่งถามทางมาฝาก กับศัพท์ง่ายๆ ในการบอกทาง ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ข้ามถนน เดินเข้าซอย จัดมาให้กันอย่างจุใจ คราวนี้ศัพท์แน่นใครมาถามก็ไม่กลัว นอกจากไม่รู้ทางอันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ…

มาเริ่มกันที่…

1. ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประโยคที่มักจะได้ยินเวลาชาวต่างชาติมาถามทาง หรือถ้าเราไปต่างประเทศแล้วต้องการที่จะถามทางก็ต้องใช้ประโยคเหล่านี้ได้ เลย ขึ้นต้นประโยคอย่างสุภาพว่า “Excuse me…”

-Excuse me. Could you tell me. How to get to the Siam Paragon, please ?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยได้ไหม ไปสยามพารากอนอย่างไร

-Excuse me . Could you tell me. The way to Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกทางไปสยามพารากอนหน่อยได้ไหม ครับ/ค่ะ

-Excuse me. Could you give me direction to the Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ ช่วยกรุณาบอกฉันหน่อยทางไปสยามพารากอนไปทางไหน

-Excuse me. Could you tell me . Where’s the Siam Paragon, please?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยสยามพารากอนไปทางไหน

-Could you tell me where I am?
ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมค่ะว่า ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?

2. เมื่อรู้ถึงจุดหมายปลายทางของชาวต่างชาติแล้วว่าจะไปที่ไหน ก็อย่าเพิ่งวิ่งหนีใจดีสู้เสือเอาไว้ ตั้งสติแล้วคิดถึงสถานที่ที่เขาต้องการจะไป ตอนนี้คำตอบก็จะมีอยู่สองทางคือ “รู้” กับ “ไม่รู้” ถ้ารู้ทางแต่ไม่รู้คำศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นเรามาเริ่มรู้จักคำศัพท์ในการบอกทางกันเลย…

คำศัพท์บอกทิศทาง

ตรงไปข้างหน้า = Go straight on.
เดินผ่าน = walk past…(ชื่อสถานที่) หรือ go past…(ชื่อสถานที่)
เลี้ยวซ้าย = turn left
เลี้ยวขวา = turn right
ทางซ้าย = on the left
ทางขวา = on the right
ข้ามถนน = cross the road

คำศัพท์บอกเส้นทาง

สามแยก = junction
สี่แยก = intersection / crossroads
หัวมุมถนน = corner
ตรอก, ซอย = lane
ถนนใหญ่ = road
สุดถนน = at the end of the road
ทางรถไฟ = railroad/ railway

คำศัพท์สิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับการเดินทาง

ทางเท้า = footpath/ sidewalk/ pavement
ทางม้าลาย = crosswalk/ zebra crossing
สัญญาณไฟจราจร = traffic light
ป้ายรถประจำทาง = bus stop
สะพาน = bridge
สะพานลอยคนข้าม = overcrossing/ footbridge
ท่าเรือ = pier (เพียร์) เช่น ท่าเรือพระอาทิตย์ (Phra Arthit Pier)
สนามบิน = airport
ป้ายรถเมล์ = bus stop

“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

คำศัพท์เกี่ยวกับการขนส่งมวลชน

รถประจำทาง = bus
รถแท็กซี่ = taxi
เรือด่วน = express boat
เรือข้ามฟาก = ferry boat
รถไฟ = train
รถไฟใต้ดิน = subway/ underground
รถไฟลอยฟ้า = sky train
เครื่องบิน = airplane

บอกเส้นทางที่ไม่ใช่ทางเดินเท้า

ขึ้นรถ  =  take / catch / get on
ลงรถ  = get off
หมายเลขรถ = bus number….. / a number…..  bus

ตัวอย่างเช่น

-Take bus number 124. It will take you pass Central Pinklao. And then you get off at…
ขึ้นรถประจำทางสาย 124. มันจะพาคุณผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้า. คุณต้องลงรถที่…

-You can take a taxi. It will take you there in 15 minutes.
คุณสามารถขึ้นรถแท็กซี่ไปได้ ประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดหมาย.

3. เมื่อรู้คำศัพท์แล้วหลายคนอาจนำมาประกอบเป็นรูปประโยคบอกเส้นทางได้อย่างสวย งามยาวๆ แต่สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง เอาเป็นว่าแค่บอกเป็นวลี หรือประโยคสั้นๆ คิดว่าฝรั่งก็คงจะเข้าใจได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วลีหรือประโยคง่ายๆ สำหรับบอกทางกัน

ทางนี้/ ทางนั้น (ชี้นิ้ว) = It’s this way./ It’s that way.
เดินไปทางนั้นเลย (ชี้นิ้ว) = You have to go that way.
ไปตามถนนนี้ = take this road.
เดินตรงไปเรื่อยๆ = Walk along the road./ Walk straight on/ Go straight on. /Keep going straight. /Just go straight on.

แยกแรกให้เลี้ยวซ้าย = take the first on the left.
แยกสองให้เลี้ยวขวา = take the second on the right.
ถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวา = turn right at the crossroads.
ลอดใต้สะพาน = go under the bridge.
ข้ามสะพาน = go over the bridge.

ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร. = Continue straight ahead for 500 meters.
เดินไปประมาณ 10 นาที = Walk for about 10 minutes
เดินข้ามสี่แยกไปยังถนนพระอาทิตย์ = Go through the intersection to Phra Athit Road.
คุณกำลังไปผิดทาง = You’re going to the wrong way.
มันไกลมากถ้าจะเดินไป เรียกแท็กซี่จะดีกว่า. = It’s too far to walk. You should take a cab.

4. แต่ถ้าเราไม่รู้ทางจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็อย่ามึนๆ แล้วก็ชิ่งหนีไป ด้วยประโยคว่า “I don’t know” เสียหน้าเจ้าบ้านสยามเมืองยิ้มหมด ดังนั้นเราควรแสดงออกให้เขารู้หน่อยว่า ถึงเราไม่รู้แต่ก็จะพยายามช่วยเต็มที่ด้วยประโยคที่ดีกว่า “I don’t know” ดังนี้

-I don’t know the way. But I’ll try to help you.
ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองช่วยดูครับ/ค่ะ

-Just a moment. Let me ask someone who knows.
รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปถามผู้รู้ให้

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Internet

ที่มา: manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000123583

21 ความจริงเกี่ยวกับ “ร่างกาย” มนุษย์ที่ถ้าคุณรู้ คุณจะลืมไม่ลง!!!


สำหรับเราหลายๆ คน ถ้าพูดถึงเรื่อง “ร่างกาย” ของเราเอง นอกจากเรื่องที่ว่า เรามีอวัยวะครบ 32 แล้วเนี่ย มีอะไรที่เรารู้อีกบ้าง วันนี้เราเลยขอเอาเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ร่างกาย” ของเราเองมาฝากกัน อยากจะบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก แถมเจ๋งมากๆ ด้วยล่ะ ไปดูกันเลย!

1. หัวใจของเราออกมา “เต้น” นอกร่างกายเราได้

gifbay.com

TransMedics พัฒนาระบบที่ทำให้หัวใจของผู้ที่บริจาคยังคงเต้นได้ ขณะที่มันถูกลำเลียงไปยังผู้รับบริจาค ลองดูเพิ่มเติมได้ ที่นี่

2. พูดถึงหัวใจมนุษย์ มันมีแรงดันขนาดที่สามารถพ่นเลือดได้ไกลถึง 30 ฟุตเลยทีเดียว 

btrflyeffect.tumblr.com

3. จริงๆ แล้ว เรามี “ไร” ตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ที่ขนตาของเรา

Alan Walker / Via commons.wikimedia.org

พวกมันชื่อ Demodex และมันฝังตัวอยู่ที่รูขุมขนของขนตาเรานั่นเอง 

4. มนุษย์ผู้ใหญ่มีเซลแบคทีเรียในร่างกายเป็นจำนวนมากกว่าเซลของร่างกายเราเอง 10 เท่า

merismo.tumblr.com

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ 90% ของเซลในร่างกายเรา ไม่ใช่ของเรา!

5. ถ้านำเส้นเลือดทุกเส้น ทั้งเส้นเลือดแดง ดำ และฝอย มาต่อกัน สามารถพันรอบโลกได้ 2 รอบ

onlydreaminblackandwhite.tumblr.com

6. จำนวนของแบคทีเรียในช่องปากของเรา มีมากกว่าจำนวนมนุษย์บนโลกใบนี้เสียอีก

CW / Via gifbay.com

7. ในบางเคส ซึ่งเกิดขึ้นยาก หากคนไข้ได้รับอุบัติเหตุกระทบบริเวณสมองส่วน frontal lobe อาจเกิดอาการ “Gourmand syndrome” ที่เป็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับการกิน ที่จะเสพติดการกินแต่ของดีๆ 

Paramount Pictures / Via thegoodfilms.com

8. พูดถึงโรคแปลก มีโรคหนึ่งที่เรียกว่า Exploding Head Syndrome คนที่เป็นจะได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ทันทีที่จะนอนหลับ 

moviesplode.tumblr.com

9. อาการอกหัก จริงๆ แล้วจะเกิดขึ้นจริงกับหัวใจของเรา โดยเรื่องเศร้า หรือความเครียดจะทำให้คุณมีอาการคล้ายโรคหัวใจนั่นเอง

NBC / Via forums.thebump.com

10. เวลาคุณหน้าแดงเพราะอาย ที่ท้องคุณจะแดงขึ้นด้วย 

Cartoon Network / Via gif-database.tumblr.com

11. เวลาคุณนอน คุณจะเตี้ยลงกว่าตอนคุณตื่น

Disney / Via miragif.tumblr.com

12. และเริ่มตอนอายุ 30 ปี คุณจะเตี้ยลงประมาณครึ่งนิ้วทุกๆ 10 ปี

cheezburger.com

13. คุณจะเสียต่อมรับรสไปประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อคุณอายุ 60 ปี

Universal / Via pandawhale.com

ใช้มันให้คุ้มนะ!

14. การจูบ ช่วยสู้กับอาการฟันผุได้!

tumblr.com

อะไรก็ตามที่เพิ่มปริมาณน้ำลายในช่องปากคุณ!

15. จริงๆ แล้วมนุษย์เปล่งแสงได้ แต่แสงนั้นอ่อนมากจนไม่สามารถจับได้ด้วยสายตาของมนุษย์

michaelbransonsmith.net

กล้องชนิดพิเศษสามารถจับแสงที่เปล่งออกมาจากแก้ม หน้าผาก และคอของเราได้

16. ในปี 1940s ราว 75% ของคนอเมริกันบอกว่า เขาฝันเป็นภาพสีน้อยมาก จนแทบจะไม่เลย 

Paramount Pictures / Via thegoodfilms.com

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของวิวัฒนาการของโทรทัศน์ที่แต่ก่อนเป็นภาพขาวดำ ซึ่งปัจจุบันที่เป็นภาพสีหมด ตัวเลขลดลงแล้วอยู่ที่ 12% สำหรับคนที่ไม่ฝันเป็นภาพสี

17. มนุษย์ก็เหมือนกับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกตัวที่มี “diving reflex” ที่จะระงับการทำงานทุกส่วนของร่างกายเพื่อรักษาพลังงาน หากจมอยู่ใต้น้ำเย็น

Focus Features / Via too-ugly-for-u.tumblr.com

สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ อาจมีไว้เพื่อหาอาหาร หรือดำน้ำ แต่เรามีไว้เพื่อความอยู่รอด หากจมน้ำนั่นเอง

18. น้ำตาที่ไหลออกมาจากความรู้สึกที่ต่างกัน เช่น ความสุข ความเศร้า หรือปลอกหัวหอม จะมีส่วนประกอบที่ต่างกัน 

Universal / Via gifsofnicolascage.tumblr.com

19. สมองของคนท้องจะหดลงในระหว่างตั้งครรภ์ และต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนในการที่สมองจะขยายกลับมาเท่าเดิม

reactiongifs.com

20. เด็กทารกเกิดมามีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่ 90 ชิ้น

cheezburger.com

ส่วนที่เกินมานั้นจะเชื่อมติดกับชิ้นอื่นๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

21. สิ่งแรกที่พัฒนาก่อนของตัวอ่อนมนุษย์คือ ก้น

FOX / Via imwithkanye.tumblr.com

ตามมาด้วยปาก ซึ่งหมายความว่า ในตอนแรก เรามีแค่รูของก้นและปากเท่านั้น!

H/T: Buzzfeed

ที่มา: kiitdoo

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Mr.Bean


พวกเราหลายคนคงรู้จักตลกกวนเท้ากวนประสาทจอมต๊องอย่างนายบีน เพราะวีรกรรมของมันสนุกดีและขำๆด้วย (มีความกวนTีนเป็นหลัก) พวกเราตั้งแต่เล็กจนโตมาก็ยังดูบีนเสมือนว่าชาตินี้มันก็ยังไม่จบซะที คราวนี้เรามาลองเจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับบีน ผู้นี้กันดีกว่า เพราะมีบางเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!!!

1.ชื่อจริงของ mr.Bean

มิสเตอร์บีน มีชื่อจริงว่า “จูเลี่ยน บีน” ตามบทสัมภาษณ์ของผู้แสดงบทมิสเตอร์บีน “โรแวน แอทคินสัน” แต่ในภาพยนตร์ “มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” ชื่อจริงของบีนถูกเปลี่ยนเป็น “โรแวน บีน” ตามในพาสปอร์ตของบีน

2.จำนวนตอนของมิสเตอร์บีน

เชื่อหรือไม่ว่าพวกหนังบีนที่เราชอบดูกันโดยไร้ที่สิ้นสุดนั้น แท้จริงแล้วตอนมิสเตอร์บีนจริงๆ มีแค่ 14 ตอนเท่านั้น!! เพราะใน 14 ตอนใหญ่มีตอนย่อยๆอีกหลายตอน แล้วก็เยอะเหลือนเกินจนเรารู้สึกว่าตอนมันไม่รู้จบจริงๆ

3.การงานของบีน

รู้หรือไม่ว่าบีนก็มีงานทำเหมือนกัน จากภาพยนตร์เรื่อง “บีน เดอะมูฟวี่” บีนเป็นยามที่หอศิลป์แห่งชาติกรุงลอนดอนเชียวนา… (ไม่รู้ว่ามันผ่านเข้ามาได้ยังไง…) ชีวิตการเป็นยามก็ง่ายๆ สบายๆ ไม่เครียด เพราะมันหลับตลอดเวลาที่ประจำการ เจริญล่ะพ่อเอ๊ย… ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์อยากไล่ออกมันใจจะขาด เมื่อทางบอสใหญ่กว่าส่งบีนไปดูงานศิลปะที่อื่นทุกคนก็ดีใจกันใหญ่เลยทีเดียว (ถ้าอยากรู้ว่าความวุ่นวายหลังจากนั้นจะเป็นยังไง ไปดูหนัง “บีน เดอะมูฟวี่” กันเองเลยนะจ๊ะ)

(ป.ล.ปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าบีนยังได้เป็นยามต่อหรือถูกไล่ออกแล้วกันแน่ เพราะซีรีย์แต่ละตอนดูพี่แกว่างเหลือเกิน…)

4.ที่มาของแสงลึกลับที่มาส่งบีน

อยากรู้มั้ยครับว่าลำแสงลึกลับในอินโทรเปิดมิสเตอร์บีนที่มาส่งบีนยังถนน (ร่วงหล่นดังตุ้บ!) คือแสงอะไร? หรือบีนเป็นมนุษย์ต่างดาว? หรืออะไรยังไง? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ
แล้วก็ได้คำตอบแล้วครับว่าแสงนั่นคือ UFO จริงๆ!! มา จากบีนฉบับการ์ตูน ตอน “Double Trouble” ที่บีนได้พบกับเพื่อนๆมนุษย์ต่างดาวที่ลักษณะเหมือนบีนทุกอย่าง ทั้งหน้าตา นิสัย เสียง ชุด ทุกอย่างเลย!! ยกเว้นตุ๊กตา (มนุษย์ต่างดาวบนยานแต่ละคนจะมีตุ๊กตาสัตว์แตกต่างกัน) ทุกคนหน้าตาแบบเดียวกันเป๊ะๆ ใครได้มาเจอเป็นต้องลายตา เหตุด้วยมนุษย์ต่างดาวคนหนึ่งได้เป็นเพื่อนกับบีนและพาบีนมาพบเพื่อนบนยาน ทุกคน ซึ่งทุกคนยินดีมากที่ได้เจอบีนและบอกว่าบีนเป็น หนึ่งเดียว ที่เป็นมนุษย์โลก เมื่อถึงเวลากลับพวกเขาก็ส่งบีนลงมาด้วยแสงจากยานนั่นเอง…

5.ครั้งสุดท้ายของบีน

อยากรู้มัยครับว่าตอนจบของบีนเป็นยังไง บีนก็มีตอนจบหรือตอนอวสานเหมือนกัน…
คำ ตอบอยู่ในหนังเรื่อง “มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” ไงครับ นั่นคือการแสดงเป็นบีนครั้งสุดท้ายของ โรแวน แอทคินสัน เนื่องด้วยถึงจุดอิ่มตัวและอายุก็เยอะแล้ว ทำให้โรแวนวางมือจาก บีน นับแต่นี้ไป…
“มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” จึงกลายเป็นหนังและการแสดงเรื่องสุดท้ายของบีน…
แต่ ว่าเมื่อมีการสร้าง “มิสเตอร์บีนฉบับการ์ตูนซีรีย์” ขึ้นมา โรแวนก็กลับมาเป็นบีนอีกครั้งโดยการให้เสียงตัวละคร “บีน” ในการ์ตูนเรื่องนี้มาจวบจนปัจจุบัน…

ขอจบการเล่าเรื่องไว้เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ…

ที่มา: pantip.com/topic/30810532

5 ความลับที่แมวเหมียวไม่อยากให้เจ้าของรู้


 

หลายคนคงจะเลี้ยงแมวและสนิทสนมกับเจ้าเหมียวของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ทราบหรือไม่ว่าแมวเหมียวพวกนี้มีความลับแอบปกปิดคุณอยู่

 1. ฉี่ของแมวจะเรืองแสงเมื่อส่องด้วยแบล็คไลท์

ในปัสสาวะแมวมีองค์ประกอบของสารเรืองแสงอยู่ด้วย

catsecret08

2. แมวไม่ชอบกินน้ำที่วางอยู่ข้างอาหาร

เวลาให้อาหารแมวอย่าวางถาดน้ำไว้ข้างถาดอาหาร แมวอาจจะไม่กินและเดินหาแหล่งน้ำใหม่กินและอาจเจอน้ำไม่สะอาด ทำให้กินไปแล้วป่วยได้

สาเหตุเนื่องจากแมวมีสัญชาติญาณนักล่า เมื่อล่าเหยื่อและกินแล้ว ซากเหยื่ออาจทำให้น้ำบริเวณนั้นปนเปื้อน แมวจึงมักเดินไปหาน้ำจากแหล่งอื่นกิน แต่เมื่อมาอยู่ในบ้าน สัญชาตญาณนั้นก็ยังคงอยู่

catsecret01

3. แมวจะนอน 16 ชั่วโมงต่อวัน

โดยสัญชาติญาณนักล่าของแมวแล้ว แมวจะตื่นเมื่อยามรุ่งสางและก่อนตะวันตกดินเท่านั้น

เพราะเหยื่อของแมวจะออกหากินในเวลานั้น เมื่อไม่ได้ล่าเหยื่อก็จะหยุดพักนอนเอาแรง

catsecret02

โดยแมวจะใช้เวลาเมื่อตื่นถึงสองในสามทำความสะอาดตัวเอง

catsecret06

 

4. แมวแทบจะไม่ร้องเหมียว ๆ หากันเลย

เมื่อลูกแมวเกิดมา แมวจะมองไม่เห็น และไม่ได้ค่อยยิน เนื่องจากพัฒนาการยังไม่เจริญเติบโต

ดังนั้นลูกแมวจึงส่งเสียงร้องเพื่อเรียกความสนใจจากแม่

แต่เมื่อแมวโตแล้ว แมวจะสื่อสารกันด้วยวิธีการอื่น เช่นท่าทางและส่งเสียงแบบอื่น ๆ แทน

โดยปกติแล้ว แมวจะร้องเหมียวๆ เพื่อสื่อสารกับคนเท่านั้น

catsecret05

 

5. ตลอดช่วงชีวิตของแม่แมว แม่แมวจะสามารถออกลูกได้ประมาณ 100 ตัว

catsecret09

…ซึ่งลูกแมวแต่ละครอกที่เกิดมานั้น อาจเกิดจากพ่อแมวคนละตัว !?!

catsecret04

ชู่วววว์…รู้แล้วอย่าไปบอกใครนะ หง่าวววว

 

ที่มา: BuzzFeedYellow

Action Matte Effect PHOTOSHOP ACTIONS โทนสีนี้ฮิตจริงๆ 5 ดาว


 

Vintage Matte Photoshop Actions
Make Matte Free Action   สำหรับคนที่ชอบแต่งภาพ โทนนี้ สวย อาร์ต วินเทจมากๆ ไม่ต้องหัดแต่ง ใช้ แอคชั่นได้เลย เพื่อใช้ตกแต่งรูปภาพ
Dreamy Matte – Photoshop Action


FREE DOWNLOAD – DEEPLY MATTE – PHOTOSHOP ACTIONS
These Photoshop actions will add a dramatic matte film look to your photos.  This set is also forsale in my Etsy shop, so if you are feeling really generous I certainly wouldn’t mind if your purchased them!  Otherwise, enjoy.
Download includes: Set of 20 Photoshop actions.
ที่มา  presetsgalore.com
ใครชอบ แต่งภาพสไตส์นี้ มีให้เลือก กว่า  20 action Matte Effect

Download

 

ที่มา : http://www.enjoylike.com/forum/thread-3241-1-1.html