อยากรู้กันมั๊ย..เขาวิจัยคนไทยเราว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร


อยากรู้กันมั๊ย..เขาวิจัยคนไทยเราว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร


1.มีความเป็นทางการสูง
การดำเนินงานทุกอย่างจะต้องมีขั้นตอน  มีพิธีการ พิธีกรรม  มีเคล็ด  เปิดแพรคลุมป้าย ตัดริบบิ้น แต่ไม่ให้ความสนใจกับผลลัพธ์ที่ได้ว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่  โดยเฉพาะการดำเนินงานในระบบราชการไทย  ผู้บริหารบ้านเมืองทุกระดับจึงมักมีตารางภารกิจวุ่นวายอยู่กับการเปิดแพรคลุมป้าย ตัดริบบิ้น ฝังลูกนิมิตร มากกว่าการใช้เวลาพิจารณางานบ้านงานเมือง

2.นับถือผู้มีฐานะ
การยอมรับพื้นฐานเริ่มที่การแต่งตัว..มีรถหรูขับ..จะได้รับการปฏิสัมพันธ์ที่ดีในเบื้องต้นเสมอ..คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ จึงนิยมของทำเลียนแบบมาเชิดหน้าชูตา จนประเทศไทยติดอันดับประเทศละเมิดลิขสิทธิ์อันดับต้นของโลก ต้องยอมรับว่า แม้ประเทศไทยจะไม่มีการแบ่งวรรณะเช่นอินเดีย หรือจะมีการเลิกทาสไปเนิ่นนานมาแล้ว  แต่วันนี้ คนไทยยังได้รับโอกาสทางสังคมที่แตกต่างกัน เป็น ชนชั้นสูง ( สังคมไฮโซ ) ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ซึ่งดันเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
นอกจากนั้น การที่สังคมตะวันตกเข้าสู่ชาติไทยในบทผู้เจริญ..ทำให้คนไทยเห็นฝรั่งเป็นยอดคนเหนือคน..ฝรั่งจึงเป็นมาตรฐานให้คนไทยหยิบยกมาเปรียบเทียบ และเทอดทูนในความเป็น “ มาตรฐานสากล “ จนภูมิปัญญาแบบไทย และแนวคิดทฤษฏีที่เหมาะสมกับวิถีไทยเช่น ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง “กลายเป็นเรื่องล้าสมัย

3.การเอื้ออาทรอยู่เหนือกติกาสังคม
สังคมไทยมีกฏเกณฑ์สำหรับการยกเว้น..การให้อภิสิทธ์ถือเป็นน้ำใจที่ดีสำหรับสังคมแบบพึ่งพากัน.. คนที่ยึดกติกาจะเป็นแกะดำ..ไม่น่าคบและถูกกีดกันออกจากสังคม กฏหมายในเมืองไทย จึงมีไว้สำหรับบังคับชนชั้นล่าง  และชนชั้นกลางทางสังคม กฏเกณฑ์ที่เป็นวินัยสาธารณะ ( Public Rull ) ซึ่งเป็นพื้นฐานการจัดระเบียบสังคม และเป็นเครื่องมือการสร้างความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย จึงถูกละเลย และมีการเลือกปฏิบัติ ก่อกำเนิดเป็นระบบพรรคพวก เส้นสาย…ในทุกๆอนูกิจกรรมของสังคมไทย

กลุ่มทุนและกลุ่มธุรกิจที่มีกำลังซื้อ จึงมักเลือกที่จะจ่ายเพื่อแลกกับการเอื้ออาทรของเจ้าหน้าที่รัฐ บางรายเลือกที่จะซื้อการเมืองไว้ เพื่ออำนวยประโยชน์เป็นการส่วนตัวในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบอยู่เบื้องหลัง และทั้งแบบขอเป็นผู้บริหารบ้านเมืองเอง(มันซะเลย!!!!)

ผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม หรือกลุ่มชนชั้นล่างที่ไม่มีปากมีเสียง จึงต้องใช้วิธีรวมตัวเป็นกลุ่มมวลชน เพื่อสร้างพลังอำนาจให้ตัวเอง ก่อนจะดำเนินกิจกรรมละเมิดกฏเกณฑ์ หรือระเบียบสังคม โดยเฉพาะที่ได้รับความนิยมและได้ผลคือการละเมิดต่อสิทธิของประชาชนอื่นๆ เพื่อสร้างเงื่อนไขและอำนาจต่อรองกับรัฐ หรือผู้มีอำนาจ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ผล โดยเฉพาะแนวคิดสะกิดแผลใจในสไตล์ “ไพร่” กับ “อำมาตย์”
ปรากฏการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิก็ดี การปิดราชดำเนินก็ดี การปิดราชประสงค์ก็ดี จึงเป็นปรากฏการณ์ละเมิดกฏหมายที่เป็นมาตรฐานประชาธิปไตยแบบไทยๆ ในแบบที่รัฐไม่กล้าแตะต้อง
แล้วลุกลาม…จนแม้อยากจะแก้ไข ก็สายไป…ในการต่อสู้ครั้งล่าสุด

4.เชื่อถือแนวคิดแบบศรีธนญชัย
ยอมรับความฉลาดแบบเจ้าเล่ห์ แสนกล เอาเปรียบ ข้างๆคูๆ…ขาดความจริงใจ ปลิ้นปล้อน จนลุกลามไปถึงแวดวงการเมือง

5.วัดความดีที่ภาพลักษณ์การทำงานที่ดี
คนที่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือ..แถลงข่าว จับกระแสแล้ว..จบกัน..เป็นผลงานชั่วคืน..เป็นวอลเปเปอร์ถาวรการสร้างภาพได้รับความนิยมอย่างยิ่งในแวดวงการเมือง และหน่วยงานราชการในขณะที่อีกมุมหนึ่งก็ใช้วิธีการทำลายล้างกันด้วยระบบข้อมูลข่าวสารเช่นกัน การใช้สื่อเป็นเครื่องมือ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในสงครามยุคใหม่ โดยเฉพาะในสงครามทางการเมืองของไทยยุคศตวรรษที่ 21 .. ที่สามารถใช้ภาพลักษณ์สร้างทั้งศรัทธา และทั้งความเกลียดชัง ปลุกกระแสมวลชนให้เป็นแนวร่วมก่อการตามทิศทางและเป้าหมายของตน


6.ค่านิยมความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พึ่งพาปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ สะท้อนความอ่อนแอขาดที่พึ่งทางใจของสังคมไทย จนเกิดปรากฏการณ์โหรฟีเวอร์ในสังคมอย่างหลากหลาย ที่สำคัญคือคำทำนายส่งผลต่อการบริหารบ้านเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ

7.รักสนุก ขี้เล่น ชอบงานรื่นเริง
เมืองไทยอุดมสมบูรณ์มาก่อนเก่า…ทุกกรณีจึงชอบสนุกสนานจัดรื่นเริงกินดื่มทุกตรุษ ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของใหญ่ต่างๆของโลก

8.เรื่องงาน-เรื่องส่วนตัว เรื่องเดียวกัน

——————-…………

9.ระบบศักดินา
นิยมระบบนาย  บ่าว  ไพร่ ส่วย นิยมการแสดงอำนาจบารมี รถนำขบวน ทัวร์ ผ้าป่า ..มีลูกน้อง..เดินล้อมหน้าล้อมหลัง…สามารถพบได้จากข้าราชการแทบทุกระดับ

10.สังคมครอบครัว

รู้จัก-ไม่รู้จัก ล้วนเรียกเป็นญาติพ่อแม่พี่น้องกัน…เสียตรงที่ไม่รักกันจริง

พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ ฝังอยู่ในกระบวนทัศน์ทางสังคมแบบไทย จนเกิดวิวัฒนาการที่กลับมาเผาบ้านเมืองในวันนี้…”อีกครั้ง” ที่สำคัญคือ หากเราปล่อยให้ประเทศไทย ผ่านช่วงเวลานี้ไปโดยไม่ได้แก้ไขอะไร อย่างจริงจัง วิกฤติการณ์ที่พักตัวอยู่เพียงชั่วคราวในเวลานี้ จะเริ่มกลไกการทำงานของมันโดยอัตโนมัติ และจะเริ่มเติบโต มีวิวัฒนาการ ลุกลามขยายตัวไปอีกเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเวลาอิ่มตัวและเกิดปรากฏการณ์วิกฤติขั้นรุนแรงขึ้นอีกและที่สำคัญครั้งนี้  อาจไม่เหลือประเทศไทย ให้เริ่มต้นใหม่อีกต่อไป

10 แย่แบบไทย กับไฟแผ่นดิ

คอลัมภ์แว่นขยายแผ่นดิน The Cop Maggazine
โดย พ.ต.ท.เชิงรณ ริมผดี

ที่มา: naitam.com/naitam-toy/print.php?id=775&category=4&page=&lite=ภาพโดย หวยเต็มคีย์

สุดยอดภาพ “สัตว์โลก” 50 ภาพ ที่เข้ารอบชิงในปีนี้ของอังกฤษ! สวยมากจริงๆ


หากคุณคิดว่า คุณเคยดูภาพถ่าย “สัตว์โลก” สวยๆ มาก่อน รับรองเจอภาพชุดนี้คุณต้องเปลี่ยนใจ เมื่อมีการเปิดเผยภาพถ่าย 50 ภาพของสัตว์โลกที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้ายของการแข่งขันภาพถ่าย สัตว์โลก โดย Natural History Museum ของกรุงลอนดอน และ BBC ที่คัดเลือกมาจากทั้งหมด 41,000 ภาพ รับรองว่าภาพเหล่านี้ จะทำให้คุณทึ่ง อย่างบอกไม่ถูก เพราะมันช่วงงดงามไร้ที่ติจริงๆ จนหลายคนอาจจะบอกว่า เห้ย นี่ของจริงหรือเปล่าว่ะเนี่ย!!

‘Stretching’ by Stephan Tuengler

‘Apex Predators’ by Justin Black

‘One Eye On You’ by Mohammad Khorshed

‘Flirting Bearded Seal’ by Audun Rikardsen

‘Facebook Update’ by Marsel van Oosten

‘Australian Sea Lion Pups’ by Michael Patrick O’Neill

‘Bad Hair Day’ by Gordon Illg

‘Barracuda Swirl’ by Alexander Mustard

‘Bat Festival’ by João Paulo Krajewski

‘Caiman Night’ by Luciano Candisani

‘Dantes Inferno’ by Karen Lunney

‘Dawn Lift-Off’ by Jack Dykinga

‘Diamonds’ by Malgorzata Ksiazkiewicz

‘Feel Safe’ by Juan Carlos Mimó Perez

‘Great Peacock Moth Caterpillar’ by Leela Channer

‘Heavy Rain’ by Pierluigi Rizzato

‘Helical’ by Frederic Brioris

‘Hide Away’ by Brittany Fried

‘Big Mouth’ by Adriana Basques

‘Innocents Betrayed’ by Hilary O’Leary

‘King Penguins and Fur Seals’ by Denise Ippolito

‘Kings into the Dark’ by Stanley Leroux

‘Ladybird Spider’ by Carsten Braun

‘Las Fauces de la Noche’ by Juan Jesus Gonzalez Ahumada

‘Leaping Gentoo Penguin’ by Paul Souders

‘Moonlight Climber’ by Alexander Badyaev

‘Move!’ by Gerry Pearce

‘Old Cloths’ by Claudio Contreras Koob

‘Piraputangus’ by Adriana Basques

‘Beechnuts Rhythm’ by Sandra Bartocha

‘Pure Magic’ by Raviprakash S S

‘Red Deer and Cranes’ by Marek Kosinski

‘Red Kangaroos at Waterhole’ by Theo Allofs

‘Sea Lions Dreams’ by Christian Vizl

‘Sentry Duty’ by Neil Aldridge

‘Shoaling Reef Squid’ by Tobias Bernhard

‘Startled by Stargazer’ by Jennifer Jo Stock

‘Shoulder Check’ by Henrik Nilsson

‘Too Big But So Tasty’ by Alain Ghignone

‘View of Tokyo’ by Olivier Puccia

‘Whats This’ by Peter Mather

‘Winter Hares’ by David Tipling

‘Yellow-Necked Mouse’ by Carsten Braun

H/T: Distractify

ที่มา : kiitdoo

งามระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง กับงาน “ลอยกระทงกาบกล้วย” จ.สมุทรสงคราม


งามระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง กับงาน “ลอยกระทงกาบกล้วย” จ.สมุทรสงคราม

ททท. สมุทรสงคราม ชวนเที่ยวงาน “ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ประจำปี 2557” เสน่ห์อุทยาน สานรักแม่กลอง ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) ในวันที่ 6-8 พ.ย. 57 และ “งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ตามครรลองวิถีพอเพียง ประจำปี 2557” ในวันที่ 6 พ.ย. 57 ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ภายในงานจะได้สัมผัสกับประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะ มาสร้างความงามวิจิตรระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

งามระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง กับงาน “ลอยกระทงกาบกล้วย” จ.สมุทรสงคราม

นาง อินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และททท. ร่วมจัดงาน “ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ประจำปี 2557” เสน่ห์อุทยาน สานรักแม่กลอง ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) ในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2557 และ “งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ตามครรลองวิถีพอเพียง ประจำปี 2557” ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

งามระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง กับงาน “ลอยกระทงกาบกล้วย” จ.สมุทรสงคราม

ประเพณี ลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองนี้ จังหวัดสมุทรสงครามได้ฟื้นฟูประเพณี ที่ห่างหายไปหลายสิบปี ให้กลับคืนมา โดยเป็นประเพณีที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความเรียบง่าย เพียงนำกาบกล้วยมาประดิษฐ์เป็นกระทง แต่ด้วยความสวยงามของกระทงกาบกล้วยที่ลอยสว่างไสวไปทั่วแม่น้ำแม่กลองทำให้ เป็นที่ติดตาตรึงใจของผู้ที่ได้พบเห็น นอกจากนี้ยังได้รับการบรรจุเป็น 1 ในเมืองหลักของโครงการ “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” ของ ททท. ทำให้เกิดการรับรู้ไปอย่างกว้างขวาง ในปีที่ผ่านๆ มาจึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

สำหรับ ในปีนี้จะมีการลอยกระทงกาบกล้วยกว่าสองแสนใบ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 19.00 น. ที่วัดภุมริทร์กุฎีทอง ซึ่งจะสว่างไสวไปทั่วลำแม่น้ำแม่กลอง สัมผัสความงามของสีสันแห่งสายน้ำแม่กลอง อาทิ การประกวดเรือไฟชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดนางนพมาศแม่ลูก เป็นต้น

งามระยิบระยับประดับลุ่มน้ำแม่กลอง กับงาน “ลอยกระทงกาบกล้วย” จ.สมุทรสงคราม

ขณะ ที่ในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2557 ยังมีกิจกรรมที่จัดขึ้น ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) มีกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นมากมาย มีการประกวดกระทง การประกวดรำวงย้อนยุค การประกวดรำวงตามบทร้อง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมนิทรรศการ เมืองสายน้ำ…สามเวลา ท่องเที่ยววิถีไทยกับชุมชนต้นแบบบ้านบางพลับ การแสดงดนตรีไทยผสมผสานวง BANGKOK WAKE UP THAILAND’S GOT TALENT 4 ฟังเสียง “ขลุ่ย”เพราะๆ จาก อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี การแสดงจำอวดหน้าม่าน โดย 3 น้า น้าโยง น้าพวง น้านง มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดสมุทรสงครามและนิทรรศการกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง การแทงหยวก การแสดงดนตรีวงสุนทราภรณ์ การแสดงดนตรีรำวงย้อนยุคการแสดงหุ่นสาย การแสดงรำโทน/ลำตัด เป็นต้น และเชิญชวนนักท่องเที่ยว ชม ชิม ช้อป ตลาดโบราณงานย้อนยุค ขนมไทยในวรรณคดี สินค้า OTOP

นอกจากนี้ ยังสามารถมาท่องเที่ยว “เมืองต้องห้าม…พลาด” จังหวัดสมุทรสงคราม เมืองสายน้ำสามเวลา คือ ยามเช้าตักบาตรพระทางน้ำ ยามสายล่องเรือนวด ล่องเรือไหว้พระทางน้ำ ยามเย็นนั่งเรือชมหิ่งห้อย หรือจะเลือกไปท่องเที่ยวแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนบ้านบางพลับ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น โบสถ์ปรกโพธิ์ ตลาดร่มหุบ ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำบางน้อย ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ฯลฯ ได้อีกด้วย

สำหรับ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0 3471 5012 หรืออุทยาน ร.2 โทร.0 3475 1376 และ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8ฃ

ที่มา : bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&group=76

[Pic] ใสกำลังสอง! พี่น้อง “ยามาดะ” เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา


ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ด้วยความน่ารักสดใสกับสไตล์การแต่งตัวเก๋ไก๋แบบสาวเมืองร้อน สองสาว “ยามาดะ” คู่พี่น้องแฟชั่นบล็อกเกอร์ชาวอินโดนีเซียเชื้อสายญี่ปุ่น ได้กลายเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ สาวๆ ในประเทศไปแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเป็น “เน็ตไอดอล” ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในย่าน “อาเซียน”

หลังโด่งดังเป็นขวัญใจของชาวอินโดนีเซียมาแล้ว ตอนนี้สองสาวพี่น้อง เอลิสซา ยามาดะ วัย 25 ปี และ เจสสิกา ยามาดะ วัย 23 ปี กำลังเป็นที่รู้จักนอกประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความน่ารักสดใสแบบสาวเชื้อสายญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับไอเดียการแต่งตัวที่โดดเด่นจนเป็นผู้แฟชั่น กับสไตล์การเลือกเสื้อผ้าแบบสาวในเมืองร้อน ที่เน้นสวมใส่อะไรที่ง่ายๆ สบายๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะกางเกงขาสั้นที่พี่น้อง ยามาดะ บอกว่าเป็นเสื้อผ้าที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับพวกเธอ แต่สองสาวก็บอกว่าการเติบโตขึ้นมาในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยม ยังทำให้พวกเธอต้องเรียนรู้ที่จะแต่งตัวไม่ให้วาบหวิวเกินไปด้วย

เอลิสซา หรือ แอลลี่ และน้องสาว เจสสิกา หรือ เจสซี ที่เกิดและเติบโตมาในกรุงจากาต้า ถือว่าเป็นแฟชั่นบล็อกเกอร์ที่ดังที่สุดของอินโดนีเซียในขณะนี้ ด้วยสไตล์การแต่งตัวที่เน้นความใส และดูเป็นธรรมชาติ จนมีทั้งสาวๆ ที่ติดตามสไตล์การแต่งหน้า, แต่งตัว และดูแลตัวเองของพวกเธอ พอๆ กับหนุ่มๆ ที่ตามเซฟรูปภาพของสองสาวพี่น้องกันเอาไว้เต็มคอมพิวเตอร์

โดยทั้งสองยังร่วมกันเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกแฟชั่นออนไลน์ Gowigasa.com ที่ เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2010 จนตอนนี้ทั้งสองได้ชื่อว่าเป็นแฟชั่นบล็อกเกอร์ และเน็ตไอดอลอันดับ 1 ของอินโดนีเซียไปแล้ว ที่มีคนตามทั้งร้าน และบล็อคส่วนตัวของสองสามกันอย่างมากมาย ส่วน Twitter ก็มีคนตามเป็นหลักล้านด้วยกันทั้งคู่


ชื่อ: เอลิสซา ยามาดะ
ชื่อเล่น: แอลลี่, แอล
อายุ: 25 ปี
สถานที่เกิด: จากาต้า, อินโดนีเซีย
Twitter: http://www.twitter.com/elleyamada
ชื่อ: เจสสิกา ยามาดะ
ชื่อเล่น: เจสซี, เจส
อายุ: 23 ปี
สถานที่เกิด: จากาต้า, อินโดนีเซีย
Twitter: https://twitter.com/jessyamada

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ใสกำลังสอง! พี่น้อง ยามาดะ เน็ตไอดอลอันดับ 1 แดนอิเหนา

ที่มา: manager

งามจริง! มาดู 15 “ถ้ำ” ที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลก!!


 

ถ้าคุณดูภาพ “ถ้ำ” อันสวยงามตระการตาเหล่านี้ คุณอาจจะคิดว่ามันมาจากภาพยนตร์ หรือเทพนิยายหรือเปล่า แต่ต้องบอกว่า มันคือสถานที่จริงๆ ที่คุณพบได้ในป่าอันไกลโพ้น แถบเอเชีย อเมริกาเหนือ หรือยุโรป

สถานที่บางแห่งในนี้ เกิดจากการที่น้ำค่อยๆ เซาะหินปูนเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปนับล้านปี ก็เกิดเป็นความสวยงามของหินงอก และหินย้อย ดังภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้

ขณะที่ “ถ้ำ” อีกส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล หรือทะเลสาบ ซึ่งถ้าคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ถ้ำเหล่านี้ บางแห่ง ก็มีการเปิดให้ชมแก่สาธารณชนทั่วไป อาทิ ถ้ำพระยานคร ในประเทศไทย แต่บางแห่งก็อนุญาตให้ผู้ที่มีความชำนาญในการเดินทางแบบผจญภัย และต้องได้รับการอนุญาตก่อนเท่านั้น และต้องใช้เครื่องมือสำหรับการเดินป่า และปีนผาเข้าช่วย

แต่กระนั้น หากท่านไม่อยากเดินทางเสี่ยงภัยไปดูด้วยตาของตนเอง เราก็ยังโชคดี ที่มีช่างภาพใจกล้า บุกร่วมทริปไปกับนักผจญภัย เพื่อเก็บภาพสวยๆ มาฝากเราแล้ว ซึ่งภาพเหล่านี้แหละ จะทำให้คุณรู้ว่า “ธรรมชาติ” ยังมีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจรอการค้นพบอีกเยอะเลยทีเดียว

1. Son Doong Cave, Vietnam

 

Son Doong cave ที่ประเทศ Vietnam คือถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ และการก่อตัวของถ้ำที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ

2. Ice Cave Near The Mutnovsky Volcano, Russia

 

 

ถ้ำน้ำแข็งแบบนี้ เกิดจากธารน้ำแข็งรอบๆ ภูเขาไฟ Mutnovsky ในประเทศ Russia ซึ่งบางส่วนเกิดจากการระเบิดของลาวาและก๊าซร้อนที่เรียกว่า Fumaroles 

 

3. Naica Mine, Mexico

Naica Mine caves ในประเทศ Mexico ถือว่าเป็นแหล่งของคริสตัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ำคริสตัลเหล่านี้ ถูกปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชมเพราะมันลึก และร้อนมาก เพื่อความปลอดภัยมันจึงถูกปิด แต่ภาพเหล่านี้ คือการถ่ายทำสารคดีที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายนั่นเอง

4. Vatnajokull Glacier Cave, Iceland

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ธารน้ำแข็ง Vatnajokull ในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งถ้ำแบบนี้ปกติเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงค่อนข้างอันตราย

 

5. Batu Caves, Malaysia

Batu Caves ในประเทศมาเลเซีย ถูกใช้ในการตั้งรกรากจากชาวจีน และชาวอังกฤษมาก่อน รวมไปถึงชนพื้นเมือง Temuan นอกจากนี้ยังถูกขุดทำเป็นเหมืองเพื่อการเกษตรมาก่อนอีกด้วย โดยในปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้เปิดให้ชมโดยบุคคลทั่วไป และมีการสร้างอนุสาวรีย์รำลึกต่างๆ อีกด้วย

6. Mendenhall Glacier Cave, USA

ถ้ำน้ำแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง Mendenhall ใกล้ๆ Juneau, Alaska ซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง และด้วยความเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งที่มีขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่แน่ว่าถ้ำนี้จะคงอยู่ตลอดไปหรือไม่

7. Cave in Algarve, Portugal

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Algarve ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งน่าจะเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล โดยถ้ำนี้ อยู่ใกล้กับท่าเรือ Lagos โดยการเดินทาง ต้องเดินทางทางเรือเท่านั้น

 

8. Glowworms Cave, New Zealand

Waitomo glowworm caves ในประเทศ New Zealand เป็นที่อยู่ของแมลงชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์มาก คือ “glowworm” ที่สามารถปล่อยเส้นไหมออกมาจากตัวที่สามารถส่องแสงได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีไว้จับเหยื่อนั่นเอง 

9. Tham Lod Cave, Thailand

 

แม่น้ำลาง ไหลผ่านถ้ำลอด ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยถ้ำแห่งนี้มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงามมากมาย และเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นจำนวนมาก ที่อพยพมาอยู่ในบางช่วงของชีวิตมัน

10. Kyaut Sae Cave, Myanmar

 

ยังเป็นที่รู้จักกันน้อยมากกับถ้ำแห่งนี้ในเมือง Kyaut Se ประเทศ Myanmar ซึ่งในถ้ำแห่งนี้มีการสร้างวัดพระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย

11. Marble Caves, Patagonia

ถ้ำหินอ่อนแห่งนี้ใน Patagona มีชื่อเสียงมากในเรื่องของน้ำสีฟ้าที่สะท้อนขึ้นไปบนเพดานหินอ่อน มันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ และบางคนยังเรียกถ้ำแห่งนี้ว่าเป็น Marble Cathedral เพราะความสวยงามของมัน และลักษณะที่โค้งได้รูปนั่นเอง

12. Antelope Canyon, USA

Antelope Canyon ใน Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของลมและน้ำท่วมเป็นเวลาหลายพันปี ซึ่งในหน้ามรสุมนั้น บางทีเพราะฝนที่ตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และเคยคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวมาแล้วบางราย

13. Phraya Nakhon Cave, Thailand

ถ้ำพระยานครในประเทศไทย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์ไทยมักเสด็จมาเยี่ยมชม เพราะความสวยงามของแสงที่ตกลงมากลางถ้ำ ซึ่งในภาพคือศาลาที่สร้างขึ้นโดยรัชกาลที่ 5 ในปี 2433 

14. Ellison’s Cave, USA

นี่คือ Cave pit หรือถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ตั้งอยู่ที่ Georgia สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่ชอบความท้าทายในการทิ้งตัวเองลงสู่ใต้ดินเพื่อชมความงามของธรรมชาติเบื้องล่าง

15. Reed Flute Cave, China

Reed Flute Cave ตั้งอยู่ที่ Guangxi ประเทศจีน เป็นที่ท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 1,200 ปีแล้ว ซึ่งที่นี่มีหินงอก หินย้อยสวยงามมาก ส่วนชื่อนั้นมาจากพืชจำพวก กก หรือ อ้อ ที่ขึ้นมากบริเวณปากถ้ำ และสามารถนำมาทำขลุ่ยได้นั่นเอง 

H/T: Boredpanda

ที่มา: http://www.kiitdoo.com/