10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญต่างๆ


10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญ

จุดขายของเกมแนวสยองขวัญ แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นฉากสยองขวัญต่างๆ แต่ว่าในความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เราเล่นเกมสยองขวัญเนี่ย เราไม่ได้กลัวเจ้าตัวประหลาดที่มันจะมาขย้ำคอผู้เล่นหรอก แต่กลัวบรรยากาศของเกม มุมกล้อง เสียงดนตรี และอื่นๆโดยรวมต่างหาก คุณลองคิดภาพดู หากคุณเล่นเกมสยองขวัญแล้ว จู่ๆผีมันก็เดินมาจากข้างหน้าให้เราเห็นแต่เนิ่นๆ กับการที่มีบรรยากาศ มีเสียง มีหมอกออกมาก่อน จากนั่นมันก็โผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวอันไหนจะน่ากลัวกว่ากัน หากมันเป็นผีหรือสัตว์ประหลาดตัวเดียวกัน แน่นอนว่าแบบหลังมันต้องระทึกกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเกมสยองขวัญต่างๆก็จะมีฉากการปรากฏตัวของเหล่าผีและตัวประหลาดไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกใจสั่นไปกับมันมากที่สุด และก็ได้มีการคัดเลือกฉากของเกมส์สยองขวัญที่ทำให้ระทึกที่สุดมา 10 อันดับดังนี้

 

10. ฉากเปิดตัวของเจ้าหัวพีรามิด เกม Silent Hill 2

เป็นฉากที่เจมส์ ตัวเอกเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งในอพาร์ตเม้นร้าง และได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจประจำภาค เจ้าหัวพีรามิด ที่กำลังเชือดเจ้าตัวแมเนควินอยู่ เจมส์เข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แต่สายไปแล้วเจ้าพีรามิดมันเห็นเขาแล้ว และเดินเข้าไปเชือดเขา ตอนที่เจอฉากนี้ครั้งแรกคนเล่นหลายๆคนคงคิดว่าเอาแล้ว ต้องสู้แล้ว อาวุธก็ไม่มี แต่ทันใดนั้นเจมส์ก็หยิบเอาปืนพกในตู้มาไล่มันไปได้ โล่งอกไปพักหนึ่ง

 

9. ฉากเริ่มต้นในเมือง Rapture เกม Bioshock

Bioshock ภาคแรกสุดเป็นภาคที่หลอนที่สุดในซีรี่ย์เลยก็ว่าได้ และเป็นภาคที่หลายๆคนชื่นชอบ หนึ่งในฉากที่ระทึกสุดของเกมก็คือช่วง Intro เริ่มที่เข้าสู่เมืองใต้ทะเล Rapture ที่กล่าวกันว่าเป็นเมืองใต้ทะเลที่สวยงาม แต่กลับกลายเป็นเมืองสยองไป เมื่อคุณเห็นเจ้าตัว splicer ใครบางคนจากอีกห้อง และมันก็พยายามจะพังประตูเข้ามาฉีกร่างของคุณด้วย

 

8. ฉากผีจับไหล่ (ไม่ใช่ผีจับหัวนะ) เกม Fatal Frame 2

เกมกล้องถ่ายผีที่เป็นหนึ่งในเกมผีที่สยองที่สุด จริงๆแล้วเกมนี้มีฉากสุดระทึกนับไม่ถ้วน แต่ที่หลอนมากก็ฉากที่มีผีมาแตะไหล่มิโอะในภาคสอง พอเธอหันไปดูก็จ๊ะเอ๋! ใครเล่นเกมนี้ครั้งแรกอาจทำเอาฝันร้ายไปหลายวัน แต่ส่วนตัวแล้วผมระทึกตอนฉากเปิดตู้กับฉากมองลงไปในบ่อน้ำมากกว่า

 

7. ฉากห้องหุ่นในเกม Condemned: Criminal Origins

เป็นเกมยิง FPS สยองขวัญอีกซีรี่ย์ที่เกิดมาในยุคเดียวกับ FEAR แต่หายไปจากวงการเลยในปัจจุบัน ฉากห้องหุ่นนี้ ตอนแรกมันก็เป็นหุ่นตั้งโชว์ธรรมดาๆ แต่เมื่อคุณเดินหันหลังให้มันล่ะก็ จู่ๆ มันก็ขยับมาอยู่ข้างหลังคุณได้อย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าเป็นในชีวิตจริงล่ะก็เห็นแบบนี้คงเผ่นป่าราบไปข้างแล้ว

 

6. ฉากจ๊ะเอ๋กับ Alma ในเกม FEAR ภาคแรก

Alma สาวน้อยที่มีพลังจิตอันแสนจะน่ากลัวในเกม FEAR เธอจะโผล่มาสร้างความระทึกให้ผู้เล่นหลายต่อหลายครั้งในเกม และมันก็หลอนทุกครั้งเลยด้วย

 

5. หมาตัวแสบ ในเกม Resident Evil

ฉากโคตรระทึกที่คุณพบเจอได้ตั้งแต่ต้นเกม ในทางเดินที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทันใดนั้นเจ้าหมาซอมบี้ตัวแสบก็พังหน้าต่างเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว เชื่อว่าคนเล่นเจอฉากนี้ครั้งแรกทุกคนต้องตกใจแน่นอน

 

4. The Witch ในเกม Left 4 Dead

ยัยซอมบี้แม่มดตัวแสบจากเกม 4 หน่อต่อกรผี เจ้าผีตัวนี้จะไม่ปรากฏตัวให้เราเห็น แต่มันจะส่งเสียงร้องไห้อันแสนเย็นยะเยือกทำเอาขนลุกขนพองมาก่อน ทันทีที่มันเห็นผู้เล่น มันจะพุ่งเข้ามาตบลงไปนอนอย่างรวดเร็ว ใครเจอมันถ้าไม่แน่จริง หลีกไว้จะดีกว่าไม่งั้นอาจเป็นศพได้ง่ายๆ

 

3. ฉากเจอเนโครมอร์ฟตัวแรกใน Dead Space

เจ้าเอเลี่ยนสิงศพ ศัตรูตัวฉกาจของ Isaac ที่เชื่อว่าผู้เล่นที่เจอมันครั้งแรกต่างก็สู้กับมันไม่เป็น ทำไมยิงมันแล้วยังไม่ตาย เพราะเกมอื่นๆอย่างเกมยิงซอมบี้ แค่ยิงหัวมันก็ตายแล้ว แต่เนโครมอร์ฟใน Dead Space ยิงหัวมันอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องยิงฉีกมันทุกส่วนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เริ่มจากขา แขน และส่วนต่างๆของมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย ถ้ายิงหัวมันอย่างเดียว ฝ่ายมันแหละจะมาเด็ดหัวเราไปใส่แทนที่เดิม

 

2. ฉากศพในห้องน่้ำเกม Eternal Darkness

เกมสยองขวัญที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ก็เป็นเกมที่มีฉากและบรรยากาศสยองไม่ใช่เล่น และในขณะที่ตัวละครผู้เล่นกำลังหาเบาะแสในห้องน้ำอยู่นั้น เมื่อสำรวจอ่างอาบน้ำแทนที่จะได้เบาะแส กลับเป็นฉากภาพย้อนไปตอนที่เหยื่อถูกฆ่าเลือดนองในอ่างอาบน้ำแทน

 

1. ฉากสู้กับพ่อใหญ่ Big Daddy ครั้งแรก ในเกม Bioshock

เกมเดียวแต่ติดอันดับเข้ามาถึง 2 ฉาก เพราะ Bioshock ภาคแรกเป็นภาคที่แฟนชื่นชอบและสยองสุดๆแล้ว พ่อใหญ่ Big Daddy เป็นหนึ่งในบอสที่ปราบค่อนข้างยาก หากไม่รู้วิธีปราบ เนื่องจากมันพุ่งเข้าโจมตีผู้เล่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมระหว่างที่สู้หากมันวิ่งเข้าใส่ ตัวผู้เล่นจะติดอาการหวาดกลัว ทำให้วิ่งไม่ออก ยิ่งสู้ยากกว่าเดิม

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

เรียบเรียงโดย Sanook! Game

10 สุดยอด ฉากเรียกน้ำตาของการ์ตูนดัง.. One Piece [Pantip]


พาไปดูรอบนี้คงไม่ต้องทาย อันดับ 1 นะครับ ลุ้นอันดับของ ฉากที่คุณร้องไห้ไปแล้วดีกว่า ว่าจะอยู่อันดับไหน กันมั่ง

ถ้าฉากที่คุณร้องไห้ ไม่มีใน 10 อันดับ ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ว่า คุณร้องฉากอะไร

ไม่นับหัวเราะจนร้องไห้นะ

อันดับ 10 

“คำมั่นสัญญา”

คำสัญญาระหว่างคู่กัดวัยเด็ก อย่างโซโล และ คุอินะ ลูกสาวอ.ที่สอนวิชาดาบให้โซโล ที่จะเป็นนักดาบที่เก่งกา่จให้ได้ และด้วยความมุ่งมั่นนั้น ทำให้โซโล ฝึกวิชาให้เข้มแข๊งเพื่อจะเอาชนะ คุอินะ ให้ได้

โซโลจึงประกาศว่าจะต้องเอาชนะคุอินะให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ชนะไม่ได้สักที

จนกระทั่งคุอินะพลัดตกบันไดเสียชีวิต การจากไปของเธอสร้างความสะเทือนใจให้กับโซโลอย่างมาก

และด้วยคำพูดที่เคยคุยกันว่าจะเป็นนักดาบอันดับ 1 ในโลกให้ได้

โซโลจึงขอรับดาบของคุอินะต่อจากอ.  และเปลี่ยนจากวิชา 2 ดาบ ไปเป็น วิชา 3 ดาบ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อันดับ 9 

ซากุระ ณ อาณาจักรดรัม – หิมะสีชมพู 

โทนี่ โทนี่ ช๊อปเปอร์ 

“ดูนี่สิ ช๊อปเปอร์ มันคือยารักษาอาณาจักรนี้ยังไงละ”

อาณาจักรดรัม อาณาจักรที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และการปกครองที่กดขี่

ในอาณาจักรแห่งนี้มีหมอกำมะลอ ที่เที่ยวหลอกลวงชาวบ้าน ชื่อ ดร. ฮิลล์ลุค

ดร.ฮิลลุค ออกตระเวณรักษาคน ตามประสพการณ์ (เลวร้าย) ของตน รักษาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำให้คนเกลียดชัง

แต่ทางเลือกของชาวเมืองไม่มีมากนัก เพราะ หมอทุกคน ถูกเรียกตัวไปเข้าวัง หมด

ชาวบ้านจึงไม่มีโอกาสได้รักษากับหมอจริงๆ

ด้วยความมุ่งมั่นของหมอกำมะลอ ชายผู้ไม่ได้มีความรู้ทางแพทย์สักเท่าไหร่ แต่ยอมรักษาคน เยียวยาจิตใจของคน และเสียสละตัวเองในตอนสุดท้าย

ทั้งๆที่เขารู้ตัวเองว่าจะต้องตายเพราะโรคที่รักษาไม่หาย แต่เขาก็เลือกที่จะทำสิ่งดีดี ให้คนอื่น ขอเพียงไม่ถูก “ลืมไป” ก็พอแล้ว

สุดท้าย ซากุระ แห่งอาณาจักร ดรัม อาจถูกมองเป็น สิ่งไร้ค่า สำหรับ คนอาณาจักรอื่น

แต่มันกลับมีค่า และความประทับใจ ที่ หมอกำมะลอ คนนึง จะทำสิ่งดีๆ ให้อาณาจักรได้ ทั้งๆที่ควรเป็นหน้าที่ ของ พระราชา

 

อันดับ 8 

“ซู ฝากดูแลร้านแทนทีนะ”

ซู หมาน้อย สัตว์เลี้ยงของร้านขายอาหารสัตว์ ผู้เฝ้าร้านแทนเจ้าของที่ฝากให้ดูแลร้านแทน  ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเจ้าของซูนั้นตายไปแล้ว

ซูก็ยังคงเฝ้าหน้าร้านอย่างแข็งขัน แม้ในวันที่ฝนตก แดดออก หิมะตก ซุก็ยังคงเฝ้า และรอเจ้านายมันกลับมา

จนกระทั่ง วันที่กลุ่มโจรสลัดบากี้บุกยึดเมือง ซู หมาตัวน้อยๆ ทำหน้าที่เฝ้าร้านที่เจ้านายฝากฝังไว้

แม้จะต้องสู้กับเจ้าแห่งสัตว์ป่าอย่างสิงโตเพื่อปกป้องของในร้าน แต่ซูก็สู้เพื่อคำฝากฝังของเจ้านายที่รัก ซึ่งแน่นอนว่าซูบาดเจ็บจากการปกป้องร้าน

จากสิงโตริชชี่ แถมโดนขโมยอาหารสุนัขไปด้วย

แต่ร้านที่เจ้านายฝากฝัง กำลังถูกไฟไหม้ โดยมีซูที่ยืนมองโดยทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มองร้านที่มันรักค่อยๆไหม้ไป

และจากบทนี้ทำให้เราได้พบความ “โกรธแทนคนอื่น” ของลูฟี่ เป็นครั้งแรก

นับตั้งแต่เป็นโจรสลัด หลังจากฉากอัดริชชี่เละแล้ว ลูฟี่ก็เอาอาหารสุนัข ที่เหลือเพียงกล่องเดียวกับไปคืนให้ซู พร้อมกับไปปราบบากี้ ในเวลาต่อมา

ปล. สุดท้าย กลุ่มโจรสลัดบากี้ก็โดนขับไล่ และชาวเมืองช่วยสร้างร้านใหม่ให้ซู โดยมีนายกเทศมนตรี เป็นคนเลี้ยงดู ซูต่อ

ปล. ซูเป็นตัวละครประกอบบท ที่เรียกน้ำตาได้อันดับ สูงสุดในชาร์ทนี้ครับ

อันดับ 7 

“ระวังอย่าให้เป็นหวัดล่ะ!”

ออเนอร์เชฟ และ ซันจิ 

ย้อนอดีตความผูกพันธ์เซฟ(ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าโจรสลัดขาแดง ) ได้โจมตีเรือเดินทะเลซึ่งซันจิได้ทำงานเป็นพ่อครัวฝึกหัดขณะนั้น

ในขณะที่กำลังบุกปล้น ปรากฏว่ามีพายุพัด เข้ามาทำให้ซันจิตกเรือไป โดยเซฟได้กระโดดลงน้ำตามไปช่วยซันจิ

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรอดจากการจมน้ำมาได้ แต่ทั้งคู่ได้ขึ้นมาติดชะง่อนหินด้วยกันกลางทะเล ไม่มีสัตว์ ไม่มีผัก ไม่มีอาหาร และยังคงเป็นหินที่สูงจากระดับน้ำทะมากเกินกว่าที่จะตกปลามากินได้

โชคยังดีที่เซฟได้หยิบอาหารติดมาสองถุง โดยตกลงว่าจะแบ่งอาหารกันกิน ซันจิได้ถุงเล็กและเซฟได้ถุงใหญ่ไป เซฟยังคงสั่งให้ซันจินั่งอยู่ตรงข้ามของเกาะเพื่อสังเกตเผื่อมีเรือผ่านมา

วันคืนผ่านไปหลายวันไม่มีทีท่าว่าจะมีเรือผ่านมา อาหารของซันจิเริ่มร่อยหรอลง เมื่ออาหารของซันจิได้หมดลง ซันจิจึงวางแผนจะฆ่าเซฟแล้วแย่งอาหารมาเมื่อสังเกตเห็นเห็นว่าถุงอาหารของ เซฟยังคงเต็มอยู่ ซันจิได้เข้าไปแย่งอาหารแล้วได้รู้ว่าถุงอาหารของเซฟทั้งหมดมีแต่ทรัพย์ สมบัติ

ไม่มีอาหารเลยซักนิดเดียว ซันจิจึงรู้ไดว่าเซฟได้แบ่งอาหารที่มีทั้งหมดไว้ให้ซันจิคนเดียว มากไปกว่านั้นเมื่อซันจิได้เห็นขาของเซฟแล้วรู้ว่าเซฟตัดขาตัวเองกิน

หลังจากนั้นซันจิได้สาบานกับตัวเองว่าจะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารบนทะเลแห่งนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ต้องการให้มีผู้คนที่ต้องทนหิวกลางทะเลอีกต่อไป หลายวันต่อมาได้มีเรือผ่านมาและได้ช่วยเหลือทั้งคู่จากความตาย

ในภัตตาคารบาราติเอ เซฟและซันจิได้ทะเลาะกันตลอดเวลา โดยเซฟเรียกซันจิว่าเด็กน้อย ขณะที่ซันจิเรียกเซฟว่าไอ้เฒ่า

เซฟบอกซันจิตลอดเวลาว่าฝึมือทำอาหารของซันจิห่วยไม่เข้าขั้นมาตลอด ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน ซันจิสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารตลอดชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง ดอนครีกและกลุ่มโจรสลัดปรากฏตัวขึ้นและประกาศจะยึดครองบาราติเอ ซันจิและพ่อครัวคนอื่นได้ต่อสู้ป้องกันบาราติเอ

โดยในขณะนั้น ลูฟี จากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้อยู่ที่ภัตตาคารพอดี และได้ช่วยขับไล่ดอนครีกไป ลูฟีชักชวนให้ซันจิขึ้นเรือเป็นพ่อครัวประจำเรือและไปตามหา “ออลบลู” (ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของซันจิและของเซฟ เป็นชื่อทะเลที่มีปลาอยู่ทุกประเภท)

แต่ซันจิตัดสินใจหนักแน่นว่าจะไม่ทิ้งเซฟและบาราติเอไป เซฟเห็นดังนั้นจึงวางแผนกับพ่อครัวทุกคนในบาราติเอให้ทำท่าโกรธซันจิอย่าง แรงและแกล้งบอกว่าซุปรสชาติไม่ได้เรื่อง

ซันจิโมโหมากที่เห็นว่าทุกคนเทอาหารของเขาทิ้งและหาว่าอาหารไม่อร่อย จนซันจิตัดสินใจไปกับลูฟี่ และในขณะที่กำลังจากไปนั่นเอง

เซฟขาแดง : ระวังอย่าให้เป็นหวัดล่ะ!

ซันจิน้ำตาร่วง ————-

ซันจิ :”ออเนอร์เชฟ……………. ช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ

บุญคุณนี้จะไม่มีวันลืม…ตลอดชั่วชีวิต”

ซันจิจึงได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ ออเนอร์ อยากให้ซันจิตามความฝันไป

ซันจิได้ก้มกราบขอบคุณเซฟและทุกคนด้วยน้ำตา และได้ลงเรือไปกับลูฟีไป

ปัจจุบัน เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสียง ได้รับฉายาว่าซันจิ ขาดำ ค่าหัว 77 ล้านเบรี

เป็นหนึ่งในสมาชิกของโจรสลัดหมวกฟาง

ปล.ปัจจุบัน ภัตคารบาราติเอ แจกรูปใบประกาศค่าหัว ซันจิ โจรสลัดขาดำ ฟรี

อันดับ 6 

“แล้วกลับมาอีกนะ โนแลนด์” 

มองบลังค์ โนแลยด์ และ กาลูการา 

จากนิทานเรื่อง  โนแลนด์จอมโกหก

โนแลนด์ได้ออกเดินทางมาพบกับเมืองขุมทรัพย์ จายา จริง และได้มาพบกับเผ่าชนพื้นเมืองแชนโดราซึ่งในตอนนั้น ซึ่งหมู่บ้านกำลังถูกโรคระบาดคุกคาม โนแลนด์จึงมาช่วย  นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของ แชนเดียร์ กาลูการาเห็นว่า โนแลนด์เข้ามายุ่งกับพิธีของหมู่บ้านมากไป จึงได้จับตัวโนแลนด์ไปไว้ในป่าหวังจะให้งูยักษ์กิน(ในตอนนั้นงูยักษ์ถือว่าเป็นเทพสูงสุดของเผ่า)แต่แล้วโนแลนด์ก็ได้ให้สัญญากับ กาลูการาว่าจะช่วยชาวบ้านให้ได้ด้วยยาที่โนแลนด์มี และแล้วกาลูการากูได้ฆ่างูยักษ์ตัวนั้นแล้วช่วยโนแลนด์

การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นทุกคนในหมู่บ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากโนแลนด์รอดชีวิต และโนแลนด์กับกาลูการาก็ได้มาเป็นเพื่อนที่สนิทกัน และก็มีเหตุการ์ณที่ทำให้ทั้งสองต้องแตกคอกัน นั่นคือ โนแลนด์ได้ไปตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธ์ของหมู่บ้านทิ้งด้วยเหตุผลที่ว่า ต้นไม้เหล่านั้นได้ติดเชื้อของโรคระบาดเข้าไป โนแลนด์จึงต้องตัดต้นไม้เหล่านั้นทิ้ง จึงเป็นต้นเหตุให้กาลูการาโกรธโนแลนด์ และไล่โนแลนด์ออกจากเกาะ

ในคืนก่อนวันออกเดินทางหมอประจำเรือของโนแลนด์ได้เล่าให้ลูกสาวของกาลูการาฟัง ว่าเหตุใดโนแลนด์จึงต้องตัดต้นไม้เหล่านั้นทิ้ง ในวันออกเดินทางลูกสาวของกาลูการาจึงได้บอกกับกาลูการาว่า”ที่โนแลนด์ต้องตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธ์ทิ้งก็เพราะว่าต้นไม้เหล่านั้นติดเชื้อโรคระบาด”

กาลูการาจึงรีบวิ่งไปที่ชายหาดของเกาะจายา แล้วจึงบอกโนแลนด์ว่า เราจะสั่นกระดิ่งนำทางเจ้าให้กลับมาหาเราอีกครั้ง

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่นิทานเล่า โนแลนด์กลับมาไม่เจอใคร เพราะว่า ตาขวาของเกาะจายา ได้ถูกกระแสน็อคอัพ สตรีม ดันเกาะขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า

ทำให้โนแลนด์กลับมาไม่พบ พวกของกาลูการาเมื่อขึ้นไปยัง สกายเปียรแล้ว จะถูกเหล่าเทพของสกายเปียร์ยึด หมู่บ้านในฐานะ”ของขวัญจากก๊อด”

จึงสู้จนตัวตาย

ในขณะเดียวกัน โนแลนด์ก็ถูกประหารไปด้วย เพราะพระราชาไม่พบเกาะที่โนแลนด์บอกถึง

ต่อมาเหล่าลูกหลานของแชนเดียร์จึงต้องคอยแย่งชิงเกาะของตัวเองที่ลอยขึ้นมานานนับ 400ปี โดยตามคำปนิธานว่า “จงจุดไฟแห่งแชนโดรา” ยังลุกไหม้อยุ๋ในใจลูกหลานของแชนเดียรทุกคน

(ปล. การจุดไฟ หมายถึงการบอกตำแหน่งของตน ว่าอยู่ที่ไหน เนื่องจากตอนที่เกาะถูกซัดขึ้นมา ระฆังทองได้หายไป กาลูการา จึงสั่งต่อๆมาว่า “ต้องจุดไฟแห่งแชนโดรา เพื่อให้โนแลนด์ รู้็ ว่า พวกเขาอยู่ที่นี่”

ผ่านมา 400 ปี จึงเหลือเพียงคำว่า “จงจุดไฟแห่งแชนโดรา” )

จากนั้นในยุคของ มองบลัง คริกเกต การได้พบกับโจรสลัดลูฟี ่เปรียบเหมือนการได้พบลายแทง ของระฆังทองก็ว่าได้

และการรอคอยกว่า 400 ปี ก็จบลง หลังจากลูฟี่ขึ้นเกาะท้องฟ้าไป ไม่นานนัก

อันดับ 5 

“เงินนั่นเป็นส่วนของลูกสาว สองคนของฉัน”

คุณเบลเมล 

นามิ และ โนยิโกะ พี่สาว ถูกคุณเบลเมลเลี้ยงดูมา ตั้งแต่จำความได้

แต่วันหนึ่งนามิเกิดมีปากเสียงกับเบลเมล ก็เลยหนีออกจากบ้าน ไปพบกับ เก็น ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เก็นก็เลยเล่าเรื่องของเบลเมลให้ฟังว่า เบลเมลนั้นเคยเป็นทหารเรือมาก่อน แล้ววันหนึ่งเบลเมลที่ได้รับบาดเจ็บก็ไปพบกับเด็กผู้หญิง2คน ซึ่งก็คือ โนยิโกะ และ นามิ นั่นเอง และก็ช่วยเหลือเอาไว้

ไม่ได้ถูกเก็บมาจากใต้สะพานตามที่นามิเข้าใจ

แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มโจรสลัดอารอนก็มาตั้งรกรากที่นี่ พร้อมทั้งไถเงินจากชาวบ้าน และก็เหลือบ้านสุดท้ายก็คือบ้านของเบลเมลนั่นเอง

เบลเมลฮึดสู้ เพราะไม่รู้จักความร้ายการจของ โจรสลัดเงือก ก็เลยถูกอารอนทำร้าย เก็นเห็นท่าไม่ดี ก็เลยบอกเบลเมลให้จ่ายส่วนของตัวเองไป

ส่วนเด็กทั้งสองค่อยว่ากันทีหลัง

แต่เบลเมลกลับพูดว่า “เงินที่จ่ายเป็นส่วนของนามิกับโนยิโกะ” 2 คน เพราะ ทั้งสองคนนั้นคือ ลูกสาวของฉัน

อารอนได้ยินเช่นนั้น ก็เลยสังหารเบลเมล ต่อหน้าเด็กทั้ง2 นามิ และ โนยิโกะ เสียใจมาก

หลังจากคุณเบลเมลตาย หมู่บ้านก็อยู่ใต้การปกครอง ของกลุ่มอารอน

และกลุ่มของอารอนเห็นพรสวรรค์การเขียนแผนที่ของนามิ ก็เลยชวนให้นามิไปทำงานด้วย แลกกับ การซื้อคืนอิสระให้หมู่บ้าน

และนามิก็ยอมทำงานนี้ เพื่อเอาเงินที่ได้ไปปลดหนี้ให้กับคนในหมู่บ้าน

แต่อย่างไรก็ตาม นามิก็ไม่ทำให้การตายของเบลเมลสูญเปล่า เมื่อนามินั้นพยายามรวบรวมเงินเพื่อปลดหนี้คนในหมู่บ้าน แถมได้ลูฟี่มาช่วยอัดอารอนและพรรคพวกอีก ทำให้คนในหมู่บ้านนั้นมีความสุขกลับมาอีกครั้ง

ปล. คุณเบลเมล ได้รับการเสนอชื่อประกวด ตัวละคร คุณแม่ ในการ์ตูน ที่เสียสละเพื่อลูก ด้วยนะครับ

ผู้ได้รับเสนอชื่อเช่น แม่โนบิตะ แม่พีสคุง นิโค โอเวีย และ คุณเบลเมล ครับ

อันดับ 4 

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” 

แชงคูส 1 ใน 4 จักรพรรดิ แห่งโลกใหม่ และ ลูฟี่ 

ในวัยเด็กลูฟี่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านฟูเชีย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มโจรสลัดกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในหมู่บ้าน ลูฟี่จึงได้พบกับกลุ่มโจรสลัดที่มีชื่อว่า กลุ่มโจรสลัดผมแดง ลูฟี่เป็นเพื่อนกับเหล่าบรรดาโจรสลัดกลุ่มผมแดง และอีกทั้งยังอยากจะขอเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดผมแดงอีกด้วย แต่ แชงคูส หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดผมแดงไม่ต้องการให้ลูฟี่เข้าร่วม

ช่วงระหว่างนี้เองลูฟี่ได้กินผลปีศาจ ที่ชื่อว่าผลโกมุโกมุ เข้าไป ทำให้ร่างกายมีลักษณะพิเศษคือ มีคุณสมบัติเป็นยาง และจะว่ายน้ำไม่ได้ไปตลอดชีวิต

ต่อมามีกลุ่มโจรภูเขาได้เข้ามาในหมู่บ้านและได้ไปมีเรื่องกับ กลุ่มโจรสลัดผมแดง แต่ว่า พวกแชงคูสไม่ตอบโต้คืน ซึ่งทำให้ลูฟี่ไม่พอใจมาก

หลังจากนั้นลูฟี่จึงไปแก้แค้นให้พวกแชงคูส แต่ว่าถูกกลุ่มโจรภูเขาจับตัวไป พวกแชงคูสจึงเข้าไปช่วย กลุ่มโจรภูเขาไม่สามารถสู้ได้

จึงจับตัวลูฟี่ไปเป้นตัวประกันเพื่อหนีออกทางทะเล แชงคูสได้ตามไปช่วยลูฟี่จากการโจมตีของ เจ้าทะเลแถบนั้น จนช่วยสำเร็จแต่ ตัวแชงคูสนั้นถูก เจ้าทะเล กัดแขนขาดไปข้างหนึ่ง

ลูฟี่ เสียใจเป็นอย่างมาก และได้ร้องไห้ ครั้งใหญ่เพราะสำนึกเสียใจ ในสิ่งที่ตัวเองมีส่วนทำลงไป

หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มโจรสลัดผมแดง ก็ได้เดินทางไปที่อื่นต่อและแชงคูสได้มอบหมวกฟางที่เขาใส่อยู่เป็นประจำให้ ลูฟี่ และลูฟี่ก็ได้สัญญากับแชงคูสว่าจะก้าวข้ามแชงคูสไปอีกและจะเป็น เจ้าแห่งโจรสลัด

อันดับ 3 

“การมีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ” 

ดร.ฮิลรุค 

วาโปลู : นี่แก ยังไม่รู้อีกเหรอ เจ้าโง่ พวกอิชชี่ทะเวลตี้ สบายดี ยังสดใส ปิ้งๆ กันอยู่ทุกคน………………..ฮ่าๆๆๆๆ แก.. มารนหาที่ตายเอง ด็อกเตอร์ฮิลรุค ฮ่าๆๆๆๆๆ ทหารจับมันเร็ว!!

ด็อกเตอร์ฮิลรุค: อะไรกัน….ดีจริงๆ …ไม่มีคนป่วยสินะ สิ่งสำคัญที่สุดของประเทศนี้ปลอดภัยดีสินะ …อะไรกัน.. นี่ฉันถูกหลอกหรือเนี่ย….!

วาโปลู : เฮ้อะ ถ้าเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ ก็ไม่ให้คนอย่างแกมารักษาหรอก ไม่ต้องไปสนใจ……………….. ยิงมันเลย!!!

ด็อกเตอร์ฮิลรุค : ไม่ต้อง!! พวกนายฆ่าฉันไม่ได้หรอก

วาโปลู : ว่าไงนะ

ด็อกเตอร์ฮิลรุค: นี่…….นายคิดว่าคนเราจะตายเมื่อไหร่ล่ะ

ตายเพราะโดนยิงกลางหัวใจอย่างงั้นเหรอ ไม่ใช่สิ!.. . …….ฤาตายเพราะโรคที่ไม่มีทางรักษา ไม่ใช่….อีกนั้นแหละ …จะตาย……เพราะว่าไปกินซุ๊ปเห็ดพิษอย่างงั้นเหรอ….ไม่ใช่!!!

เวลาที่…….คนเราถูกลืมต่างหากล่ะ ถึงฉันจะตายไปแต่ความฝันของฉันยังอยู่ ฉันจะต้องช่วยจิตใจของชาวเมืองที่กำลังป่วยอยู่ให้ได้

ร้องไห้ทำไม? ดอลตั้นคุง (ตอนนั้นเป็นแม่ทัพอาณาจักรดรัม)

ดอลตั้น : ประเทศนี้…ก็กำลังร้องไห้เช่นกัน.

วาโปลู : นี่ๆ…ดอตั้น แกร้องไห้หาอะไร ฮ่าๆๆๆๆๆ

ด็อกเตอร์ฮิลรุค:(วางใจเถอะช๊อปเปอร์ ฉันไม่ได้ตายเพราะเห็ดของนายหรอก) ให้ตายสิ!…..ชีวิตนี่มันดีจริงๆ

—————–ลาก่อนเจ้าหมอเถื่อน…———————

ตูม………………………………………………

อันดับ 2 

– เพื่อนกันตลอดกาล – 

กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และ นาเฟลเตลี บิบี 

เริ่มจาก พวกลูฟี่ ตัดสินใจไปอาณาจักรอลาบาสต้าพร้อมกับเจ้าหญิงบิบี เพื่อยับยั้งแผนการยึดครองอาณาจักรอลาบาสต้าขององค์กรอาชญากรรมลับ

บาล็อคเวิร์คส์

พอพวกลูฟี่มาถึงอลาบาสต้าแล้ว แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มิสเตอร์ซีโร่กำลังจะเริ่มแผนการยึดครองอาณาจักรอลาบาสต้าขั้นตอนสุดท้าย

บิบีต้องการยับยั้งการจลาจลให้ได้ รีบมุ่งหน้าไปที่ยูบา ฐานบัญชาการของคณะปฏิวัติ ระหว่างเดินทางบิบีได้เล่าถึงต้นเหตุความขัดแย้งภายในอลาบาสต้า ซึ่งเกิดจากแดนซ์พาวเดอร์ ผงที่จะช่วยทำให้เกิดฝนตกลงมา ครอคโคไดล์วางแผนการชั่วร้ายโดยใช้แดนซ์พาวเดอร์เป็นชนวนให้พระราชากับ ประชาชนเกิดความขัดแย้งกัน

เมื่อพวกลูฟี่มาถึงยูบาก็พบชายแก่คนหนึ่งกำลังขุดทรายอยู่ ซึ่งชายคนนั้นเป็นพ่อของโคซ่าคนที่บิบีรู้จักดี เมื่อลูฟี่ได้รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น จึงได้ตัดสินใจที่จะจัดการครอลโดล์ให้ได้ก่อนเพื่อเป็นการหยุดยั้งการจลาจล ครั้งนี้จึงเริ่มมุ่งหน้าสู่เรนเบสเมืองที่ครอลโคไดล์อยู่

พระราชา รู้เรื่องที่ครอคโคไดล์เป็นผู้อยู่เบื่องหลังเหตุการณ์ก่อจลาจลจากข้อความ ที่กาลูคาบไปส่ง จึงสั่งให้เตรียมทัพใหญ่เพื่อมุ่งหน้าสู่เรนเบส พวกลูฟี่ที่ไปหาครอคโคไดล์ที่เรนเบสและเผลอติดกับดักเข้าให้

สุดท้าย พวกลูฟี่ก็หนีรอดออกมาได้เพราะซันจิเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างกองทหารของอาณาจักรกับพวกคณะปฏิวัติกำลังจะ ระเบิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ พวกลูฟี่จึงรีบมุ่งหน้าสู่อลาบาสต้าทันที แต่จู่ๆครอคโคไดล์ก็ปรากฏตัวขึ้น ทำให้การต่อสู้ระหว่างครอคโคไดล์กับลูฟี่ ได้ถึงเวลาเปิดฉากขึ้น!!

ลูฟี่เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังพิเศษของผลสุนะสุนะ (ผลทราย)ที่ครอคโคไดล์กินเข้าไป ก็ต้องพ่ายแพ้โดยที่ทำอะไรครอคโคไดล์ไม่ได้เลย การเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่างกองทหารคณะปฏิวัติคืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกบิบีคิดจะยับยั้งการเผชิญหน้านั้นและสามารถหลอกล่อพวกมิสเตอร์วันได้ สำเร็จ

แต่สุดท้ายบิบีก็ทำไม่สำเร็จ การต่อสู้อันโหดร้ายจึงได้เริ่มขึ้น ถึงกระนั้นพวกโซโลก็ยังตั้งหน้าตั้งตาสู้ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรงเหลืออยู่ และบิบีก็ยังคิดหาวิธีที่จะหยุดยั้งการจลาจลนี้ให้ได้ พวกโซโลจึงต้องสู้กับพวกบาล็อคเวิร์ค อุซปและช็อปเปอร์สู้กับมิสเตอร์โฟร์และมิสเมอร์รี่ คริสต์มาส ซันจิ เจอกับ มิสเตอร์ทูบอนเคร์ นามิ เจอกับ มิสดับเบิ้ลฟิงเกอร์ ส่วนโซโล เจอกับ มิสเตอร์วัน แล้วส่วนบิบีที่คิดจะเข้ามาหยุดยั้งการจลาจลก็ได้พบเข้ากับครอคโคไดล์มีเป้า หมายที่จะครอบครอง พูลตัน อาวุธที่รุนแรงที่สุดในโลก ซึ่งถูกบันทึกไว้อยู่บนตัวอักษรโพเนกรีฟ

ส่วนพวกโซโลก็ต้องสู้กับพวก บาล็อคเวิร์คออฟฟิศเอเย่นต์ แต่ละคนเข้าใจดีว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนก็สามารถเอาชนะได้อย่างงดงาม ส่วนบิบีที่ได้พบกับครอคโคไดล์ที่ราชวัง และได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของแผนครั้งนี้ พร้อมกับแผนที่จะทำลายลานหน้าวัง ระหว่างที่สิ้นหวังกำลังสั่นคลอนความรู้สึกของบิบี ลูฟี่วีรบุรุษเพียงคนเดียวที่จะหยุดการจลาจลครั้งนี้ได้ก็ปรากฏตัวขึ้น

เสียงกู่ร้องแห่งหัวใจของบิบีได้ส่งไปถึงลูฟี่และเหล่าพวกพ้องคนอื่นๆ แล้วพวกบิบีเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อหยุดยั้งการระเบิด ส่วนลูฟี่ก็เตรียมที่จะโค่นครอคโคไดล์

ลูฟี่เคยแพ้ครอคโคไดล์ในการสู้แบบ ตัวต่อตัวถึงสองครั้งสองครา ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ลูฟี่เตรียมใจที่จะสู้แบบถวายชีวิต อีกด้านหนึ่งพวกบิบีที่กำลังควานหาคนยิงปืนใหญ่ก็เริ่มระแคะระคายสงสัยที่หอ นาฬิกา

บิบีและพวกโซโลจึงไปที่หอนาฬิกาและปรากฏว่าที่หอนาฬิกาไม่มีคนยิง ปืนใหญ่แต่กลับมีระเบิดแทน และที่สำคัญระเบิดใกล้จะระเบิดแล้วด้วย แต่ก็ได้มาด้วยความลำบาก เพราะการช่วยเหลือของเปรูที่เสียสละ นำระเบิดไปปล่อยที่ท้องฟ้าพร้อมกับชีวิตของตนเอง

ส่วนการดวลตัวต่อ ตัวของครอคโคไดล์กับลูฟี่ก็เริ่มขึ้น อนาคตของอาณาจักรอลาบาสต้าตกอยู่ในกำมือของลูฟี่ การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก ลูฟี่บาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆ ทำให้ชนะครอคโคไดล์ได้ในที่สุด ความสงบสุขจึงกลับมาเยือนอลาบาสต้า

ไคลแม๊กซ์

ต่อมาพวกกองทัพเรือนำโดน ฮินะ และจังโก้ ฟุลบอดี้ ก็แกะรอยตามหาลูฟี่จนพบ และขณะที่ บิบีตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ตามพวกลูฟีไป เพราะ ต้องฟื้นฟู อาณาจักรของตนเอง

พวกลูฟี่จึงได้แต่ฟังคำร่ำลาของ บิบี เพียงฝ่ายเดียว จะโต้ตอบก็ไม่ได้เพราะรัฐบาลโลกจะสงสัยในตัวบิบีได้

ทุกคนจึงพร้อมใจกันหันหลัง พร้อมชูแขนโชว์เครื่องหมายแห่งความเป็นเพื่อน

แม้จะเป็นการลาที่แสนเศร้าแต่สัญญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนที่สักไว้ที่แขน ก็เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นเพื่อนของทุกคนไปตลอดกาล…

อันดับ 1 

ตลอดกาลทุกประเทศ เป็นเอกฉันท์

“ขอบคุณที่ดูแลใส่ใจและให้ความสำคัญกันมาตลอด ฉันมีความสุขมากเลย” 

โกอิ้งแมรี่ 

“โกอิ้งแมรี่” เป็นชื่อเรือ ที่ลูฟี่และเพื่อนใช้ในการผจญภัยไปยังแกรนด์ไลน์ ออกแบบ โดย เมรี่ คนรับใช้ของคายะ

และเริ่มมีบทบาท ตั้งแต่ที่ ลูฟี่ได้อุซปมาเป็นสมาชิก และ อุซปก็ผูกพันกับแมรี่มาก โดย แมรี่นั้นก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ตั้งแต่ทะเลอีสบลู แกรนด์ไลน์ วิสกี้ พีค ,ลิตเติ้ลการ์เด้น,อาณาจักรดรัม,อลาบาสต้า,จายา,สกายเปียร์,ลองริงลองรัน จนถึงวอเตอร์เซเว่น

โกอิ้งแมรี่” เป็นเรือคาราเวลมีใบเรือตรงกลางเพื่อรับลม และมีหางเสือเพื่อเปลี่ยนทิศทาง เดิมพวกลูฟี่ไม่เคยมีเรือเป็นของตัวเองมาก่อนเลย แต่หลังจากแวะที่หมู่บ้านไซรัป บ้านเกิดของอุซป ทำให้ได้เจอกับเรื่องราวสารพัด จนได้อุซปมาเป็นพวกพ้องด้วย อุซปนั้นได้สร้างความดีความชอบให้แก่ คายะ เพื่อนหญิงลูกมหาเศรษฐีของอุซป คายะจึงมอบเรือให้แก่พวกลูฟี่ ออกเดินทางสู่แกรนด์ไลน์ เรือนี้เป็นเรือของเมอรี่ เป็นพี่เลี้ยงของคายะ มีทรงผมคล้ายแกะ จึงนำมาออกแบบเรือเป็นเรือแกะ

ซึ่งบริเวณหัวแกะนี่เป็นสถานที่โปรดของ ลูฟี่ ที่จะมานั่งทุกครั้ง ในฐานะกัปตันเรือ

ด้วยความผูกพันธ์ที่มีร่วมกันมายาวนาน ระหว่างเรือกับลูกเรือ จึงก่อเกิดจิตใจขึ้นกับเรือ หรือจะเรียกว่า วิญญาณก็น่าจะได้

โดนวิญญาณของ แมรี่ ถูกเรียกว่า คาบาวทาแมน และถูกพบเห็นครั้งแรก ตอน ที่เรือถูก จู่โจม โดน ชูร่า และอุซปหลับไปและตื่นมาเห็นคนกำลังซ่อมเรือ

โกอิ้งแมรี่ร่วมผจญภัยไปกับลูฟี่ตั้งแต่เล่ม 5 ถึงเล่ม 44

วาระสุดท้ายของแมรี่คือ การแล่นฝ่าทะเลอันเกรี้ยวกราดออกมาช่วยพวกลูฟี่ซึ่งโดนพวกกองทัพเรือและบัสเตอร์คอล ปิดล้อมไว้อยู่

ซึ่งในขณะนั้น ลูฟี่เพิ่งใช้แรงทั้งหมด เอาชนะ ร๊อบ ลุจจิ หัวหน้าหน่วย CP9 ได้ และไม่สามารถขยับร่างกายได้

รวมไปถึงกำลังถูกไล่ต้อนจากทหารเรือ และพรรคพวกไม่สามารถมาช่วยได้

ในขณะที่ความเป็นตายกำลังใกล้เข้ามา ลูฟี่ และ อุซปก็เริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง

และทุกคนก็ตะโกนว่า กระโดดลงทะเล กระโดดลงทะเล กระโดดลงทะเล

ทุกคนเริ่มเข้าใจ สิ่งที่เพื่อนตะโกนบอกต่อๆกัน และพร้อมกับกระโดดลงไปในทะเล

ท่ามกลางความงุงงงของ ทหารเรือ ว่า โดดลงไปทำไม ? ที่ปลายเท้าของ กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มีเพื่อนเก่าของพวกเขา รอรับพวกเขาอยู่

เรือโกอิ้งแมรี่ เดินทางพาพวกลูฟี่ มาเจอกัย พวกไอซ์เบิร์ก และก็ได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจ จากไอซ์เบริ์กว่า

ทำไมโกอิ้งเมรี่ถึงโผล่ไปรับพวกลูฟี่หนีออกมาได้ ที่แท้ลุงไอซ์เบิร์กก็ไปพบซากของโกอิ้งเมรี่ และได้ยินเสียงวิงวอนของมันว่าอยากกลับไปแล่นทะเลอีกครั้ง

เป็นหนสุดท้าย

ไอซ์เบิร์ก จึงทำการซ่อมเท่าที่ทำได้สุดฝีมือ จากนั้น คลื่นก็ซัดมา หอบแมรี่ ไหลลงทะเลไป

และเมื่อทั้งหมดปลอดภัยก็เสร็จสิ้นภารกิจของแมรี่ หัวเรือโกอิ้งเมรี่ก็แตกออกจากตัวเรือ

พร้อมกับคำที่เหมือนประกาศิตจากไอซ์เบิร์กว่า เรือลำนี้ จริงๆแล้ว ไม่มีทางจะวิ่งออกทะเลได้อีกเป็นครั้งที่ 2

แต่ที่เรือลำนี้ทำได้เพราะมีจิตใจที่ห่วงพวกพ้องของตัวเองอยู่ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องปลดระวางเรือลำนี้เสียที

สุดท้ายจากคำแนะนำของไอซ์เบิร์กที่ให้พาโกอิ้งเมรี่ไปสู่สุขคติ

สมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางจึงได้เผาเรือตามธรรมเนียม

เพื่อเป็นการไว้อาลัย เป็นครั้งสุดท้ายให้กับโกอิ้งเมรี่…เพื่อนที่แสนดีของพวกเขา

และในขณะที่ลูฟี่กำลังเผาแมรี่นั้นเอง แมรี่ก็ได้ พูดสั่งเสียกับทุกๆคนว่า

“ขอโทษนะ อยากไปต่อให้ไกลกว่านี้อีกหน่อย แต่คงไม่ไหวแล้วละ”

และลูกเรือทุกคนก็ร้องไห้ แม้แต่พวกไอซ์เบิร์กยังได้ยิน

แมรี่ก็ร่ำลาครั้งสุดท้ายกับ พวกลูฟี่ทุกคน และจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล

ทิ้งไว้แต่เพียงควมทรงจำที่สวยงามที่สุดเรื่องหนึ่ง ในวันพีช

“มองมาข้างล่างสิ”

“มารับแล้วล่ะ”

เพราะ “ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์คิดได้ มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นจริง”

ถ้าเราคิดกันเยอะๆ เราอาจจะได้เจอแมรี่ อีกก็เป็นได้

เอามาจากกระทุ้ปี52นะครับ ค่าหัวอาจเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

ปล. อันดับไม่ใช่อันดับบ้านเราครับ ความคิดอาจไม่ตรงกันครับ

ที่มา: pantip.com
ที่มา : board.postjung.com/687755.html