ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น


พ.ศ. ๒๕๐๑ : ท่านเกิดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อยังเล็กมีสุขภาพไม่ดี มีอาการหอบหืด ต้องหยุดโรงเรียน บ่อย จึงใช้เวลาในการศึกษาด้วยตนเอง ท่านสนใจว่าอะไรคือสิ่งสูงสุดที่เราจะได้จากการ เป็นมนุษย์อะไรคือความจริงสากลที่ไม่ขึ้นอยู่กับสมมุติของแต่ละสังคม ทำไมคนเรา อยากจะอยู่อย่างเป็นมิตรแต่กลับรบราฆ่าฟันกันอยู่เรื่อยไป

เมื่อไปโรงเรียน เป็นนักเรียนที่ช่างคิด ช่างค้นคว้า และมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยมจนโยมบิดามี ความหวังให้เข้าสอบชิงทุนเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษ

เมื่อศึกษาอยู่ได้อ่านหนังสือมากมายหลากหลาย จนกระทั่งพบ คำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ว่าเป็น “สัจธรรมความจริง ” ที่กำลังแสวงหาอยู่ จึงสนใจการฝึกจิต และศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น

ท่านทำงานเก็บเงินระหว่างที่กำลังเรียนและออกเดินทางหาประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี ใช้เวลา ๒ ปี จนแน่ใจว่าการศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นหนทางที่ต้องการ แทนการเรียนต่อใน มหาวิทยาลัย โดยเริ่มปฏิบัติกับ ท่านพระอาจารย์สุเมโธ (พระราชสุเมธาจารย์ ในปัจจุบัน และ เป็นพระชาวต่างชาติรูปแรก ที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา) ที่ประเทศอังกฤษ เป็น “ปะขาว” ถือศีล ๑๐ เป็นเวลา ๑ พรรษา

พ.ศ. ๒๕๒๑ : เดินทางมาประเทศไทยเพื่อฝึกปฏิบัติกับ หลวงพ่อชา สุภัทโท ( พระโพธิญาณเถร ) ที่วัดหนองป่าพง จังหวัด อุบลราชธานี

พ.ศ. ๒๕๒๒ : บรรพชาเป็นสามเณร อยู่ที่วัดหนองป่าพง

พ.ศ. ๒๕๒๓ : อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีหลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๕๒๙ – ๒๕๓๙ : เป็นรองเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ โดยมี ท่านพระอาจารย์ปสันโน เป็นเจ้าอาวาส

พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๕ : เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ แทนท่านพระอาจารย์ปสันโน ซึ่งได้รับ นิมนต์ไปตั้งวัดสาขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนเดินทางมาประเทศไทยได้ตั้งใจว่าจะอยู่ที่วัดหนองป่าพงให้ครบ ๕ ปี โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม เมื่อมาพบ หลวงพ่อชา ก็เกิด ความเลื่อมใส ศรัทธา ในปฏิปทาและความเป็นครูที่มีทั้งเมตตาและปัญญา

 

 

ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น

ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น

 

ที่มา: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1503561113277049&set=a.1374816289484866.1073741826.100008695230890&type=3&theater
https://www.facebook.com/jayasaro.panyaprateep.org/photos/pb.318196051622421.-2207520000.1446030571./802575516517803/?type=3&theater
ขอบคุณเพจ ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

XXX อยากรู้มั๊ย กว่าจะมาเป็น(นางเอก)หนัง เอวี ภาคจบ 18+ จ้า


นอกจากทางเดินหน้าเข้าสู่วงการเอวีแล้ว ชีวิตหลังจากนั้นของพวกเธอก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจอยู่เช่นเดียวกัน มีนักแสดงสาวจำนวนไม่น้อยที่มีอนาคตสดใส แม้จะเคยผ่านธุรกิจแห่งความบันเทิงประเภทเร้าอารมณ์เพศทำนองนั้นไปแล้ว แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ถลำลึกไปไกลยิ่งกว่าเดิม

อนาคตอันสดใส? 

แม้จะมีรายได้ที่ดี แต่ทุกคนรู้ว่าการเป็นนางเอกเอวีคงจะไม่ใช่อาชีพที่ยืนยาวได้ อย่างดีอาจจะแค่ 4 – 5 ปี แต่ก็มีดาราสาวบางคนที่ต้องการอยู่ในวงการนี้ให้นานไปกว่านั้น ซึ่งสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็หวังว่าวงการเอวีจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิต บางคนมองไปถึงวงการบันเทิงกระแสหลัก ขณะที่สาว ๆ บางคนก็วางแผนชีวิตเอาไว้ว่า หากเก็บเงินได้ซักก้อน ความฝันในเรื่องต่าง ๆ ก็มีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

ด้านนักแสดงเอวีที่ขอไปต่อในวงการบันเทิงต้องพูดถึง โซระ อาโออิ ขวัญใจของหลาย ๆ คนด้วยอย่างแน่นอน ดาวเด่นแห่งเอวีรายนี้ทำงานอยู่ 9 ปีเต็มก่อนจะโบกมือลา และพยายามสร้างชื่อในวงการบันเทิงสายหลักต่อไป “ฉันคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ว่าธุรกิจสายนี้คงจะทำไม่ได้จนถึงอายุมาก ๆ แต่ความจริงฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะทำอยู่นานขนาดนี้ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพื่อนที่เริ่มงานมาด้วยกันบางคนก็ไม่ได้มีเป้าหมายแบบนี้ แต่สำหรับฉันอย่างจะใช้เส้นทางนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินในธุรกิจสายบันเทิงอื่น ๆ ต่อไป”

ขณะเดียวกันหลังยุติบทบาทในวงการเอวีไป สาวบางคนต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเก็บ “เสี้ยวหนึ่งในชีวิต” ในฐานะนางเอกหนังวาบหวามเอาไว้เป็นความลับตลอดกาล แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่บางคนก็ทำสำเร็จ

ซาโอริ ซึจิยะ (ชื่อในวงการ) คือหนึ่งในสาวที่สามารถฝังความลับเรื่องนี้เอาไว้ได้ “ตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยค่ะ เป็นสถานศึกษาเดียวกันกับที่ฉันเคยพักการเรียนเอาไว้ ระหว่างเข้าวงการเอวี ฉันไม่ได้บอกเรื่องประสบการณ์การทำงานในวงการนี้ให้ใครรู้เลย”

“ฉันเริ่มทำงานเป็นนักแสดงเอวีตอนซักปี 2004 และออกจากธุรกิจไปตอนปลาย ๆ 2008” ซึจิยะ กล่าว “ฉันสงสัยอยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะ แล้วเงินมันก็ดีด้วย”

ปัจจุบันมีดาราเอวีหลายคน ที่ประสบความสำเร็จบนกับวงการบันเทิงด้านสว่าง สาว ๆ หลายคนได้เล่นหนัง, มีบทบาทในรายการโทรทัศน์ภาคดึก หรือกระทั่งได้ออกซิงเกิลเพลง อย่าง ไอคาวะ นาโอะ นั้นถึงกับได้ร่วมรับงานแสดงในซีรีส์ยอดมนุษย์ โกออนเจอร์ ด้วย ซึ่งเรียกว่าเธอกลายเป็นดาราเอวีรายแรก ๆ ที่ได้เล่นหนังซูเปอร์อีโรกันเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันพวกเธอหลาย ๆ คนยังมีงานในต่างประเทศรออยู่ โดยเฉพาะเมื่อหนังเอวีของสาว ๆ แต่ละคนกลายเป็นสินค้าออกผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ที่แทบจะเดินทางไปในทุกประเทศในแถบเอเชีย สาว ๆ เอวีหลาย ๆ คนจึงกลายเป็นนางในฝันของหนุ่ม ๆ ทั่วทั้งเอเชียไปด้วย

ซาโอริ ฮาระ และ มินามิ อามามิยะ หนึ่งในดาราเอวีที่ได้งานในต่างประเทศ กับการรับเล่นหนังเกรด 3 ของฮ่องกง ส่วน มิยาบิ ก็โด่งดังได้เล่นหนังอินโดนีเซียหลายเรื่อง เช่นเดียวกับ โซระ อาโออิ ที่ได้รับเล่นหนังในเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบทบาทประเภทเซ็กซี่วาบหวาม อาศัยความโด่งดังในการเป็นดาราเอวี มาสร้างจุดขายให้กับงานเสียมากกว่า

ต้องยอมรับว่า “อดีตดาราเอวี” ยากที่จะได้รับการยอมรับนับถือ “เทียบเท่ากับ” ดาราสาวทั่ว ๆ ไป แตกต่างจากดาราหนังเกรด 3 ชาวฮ่องกงอย่าง ซูฉี ที่กลายเป็นนักแสดงกระแสหลักได้อย่างเต็มตัว มีรางวัลการันตี และทิ้งภาพการเป็นดาวโป๊ไปโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับสาวเอวีส่วนใหญ่ยังคงไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงของความเซ็กซี่ และภาพความเป็นดาราเอวีไปได้

เอวีกับธุรกิจค้ากาม

อย่างไรก็ตามชีวิตไม่ได้มีแต่ด้านที่สดใส ดาราเอวีทุกคนก็ไม่ได้มีเส้นทางสายที่สวยงามรออยู่ทั้งหมด จำนวนไม่น้อยที่ต้องดิ้นรนในวงการนี้ไปอีกนาน บางคนเข้า ๆ ออก ๆ วงการเอวีอยู่หลายหน แม้จะประกาศการถอนตัวจากวงการไปแล้ว เพราะงานอื่น ๆ คงยากที่จะทำเงินให้กับพวกเธอได้ดีอย่างที่ได้รับในวงการเอวี

ขณะเดียวกันเมื่ออายุมากขึ้นค่าตัวก็ต่ำลงเรื่อย ๆ บางคนต้องหันไปเล่นหนังประเภทที่ไม่มีการเซนเซอร์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น และสาว ๆ บางคนถึงขั้นผันตัวเองไปสู่ธุรกิจค้าบริการทางเพศกันเลยก็มี

เมื่อ 2 ปีก่อน Weekly Playboy เคยตีพิมพ์บทความที่ตีแผ่ถึงความเกี่ยวข้องของวงการเอวี และธุรกิจค้าบริการทางเพศ และมีชื่อดาราดังแห่งวงการอย่าง มาเรีย โอซาว่า เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

บทความดังกล่าวเปิดเผยว่ามีดาราเอวีหลายคนที่ชีวิตต้องเดินทางไปสู่ธุรกิจค้ากาม กับรายได้ค่าตัวประมาณ 30,000 – 50,000 เยน และบางครั้งอาจจะขึ้นไปถึงหลักแสนเยน ที่ถือว่าดีทีเดียวสำหรับพวกเธอ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหญิงค้าบริการทั่วไปก็นับว่ามากกว่าถึง 3 – 4 เท่าเลยทีเดียว

โดยมีข่าวลือว่า มิยาบิ หรือ มาเรีย โอซาว่า นางเอกเอวีลูกครึ่งญี่ปุ่นแคนาดา ได้ตัดสินใจทำธุรกิจบริการกับคลับหรู Tora no Ana ในย่านชิบูยะ ด้วยค่าตัวประมาณ 150,000 เยนต่อ 70 นาที

ถือเป็นเรื่องปกติที่สาว ๆ จากวงการเอวีจะเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจทำนองนี้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับดาราชื่อเสียงระดับรอง ๆ ลงไปเสียมากกว่า นายูกะ มิเนะ อดีตนักแสดงเอวีอีกคน กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องธรรมดาของดาราเอวีชื่อไม่ดังส่วนใหญ่อยู่แล้วค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องหายากอยู่เหมือนกัน ที่จะมีคนดังแบบเธอมาเปิดตัวในวงการนี้ แฟน ๆ ของเธอจะต้องตื่นเต้นกันแน่ ๆ”

นอกจากนั้นก็ยังมีดาราสาวหน้าอกโต ฮิโยริ ชิราอิชิ อีกคนที่ไปไกลกว่าวงการเอวี โดยเธอเคยหันหลังให้กับวงการไปถึง 6 ปี ก่อนจะกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง และยังไปหาลำไพ่พิเศษที่คลับแห่งหนึ่งในย่านมินาโตะวอร์ดในแถบโตเกียวด้วย …

“หลังถอนตัวจากวงการไป เธอกลายเป็นสาวออฟฟิศธรรมดา ๆ แต่นี่คือการกลับมาด้วยเหตุผลพิเศษ เราไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรผ่านเว็บไซต์ได้ เธอจะมาที่นี่เดือนละสองครั้ง ราคาอยู่ที่การเสนอของลูกค้า ซึ่งเธอจะรับหรือปฏิเสธก็ได้ เพราะฉะนั้นจะไม่มีการจ่ายค่าล่วงหน้า อย่างไรก็ตามมีคนสนใจในตัวเธอมาก ซึ่งคงทำให้เธอไม่ค่อยว่างซักเท่าไหร่นัก” เป็นคำแถลงจากคลับถึงเรื่องการรับงานพิเศษของ ชิราอิชิ

ซึ่งคนในวงการมองว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงของความเปลี่ยนแปลงในวงการเอวี ที่ค่าตัวของสาว ๆ ลดลง หลังการเข้ามาตีตลาดจากสื่ออินเตอร์เน็ต ที่มีผลทำให้ทุนสร้างของหนังแต่ละเรื่องลงลดไปด้วย “รายได้ของสาว ๆ เอวี เริ่มลดลง ในช่วงซัก 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี่ ทุนสร้างของหนังแต่ละเรื่องจาก 3 – 4 ก็เหลือแค่ 2 – 3 ล้านเท่านั้น กับการทำงานในคลับและได้เงินมาง่าย ๆ 400,000 เยนต่อวัน ก็ถือว่าไม่เลวเลย”

แต่ก็ต้องจำเอาไว้ให้ดีด้วย อย่างที่คนวงในธุรกิจประเภทนี้ในญี่ปุ่นบอกเอาไว้ สุดท้ายลูกค้าอาจจะรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก หากเดินทางไปถึงที่ แล้วพบว่าสาวเอวีที่เล็งเอาไว้ ไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่อย่างที่มีการโฆษณากัน เพราะในบางครั้งชื่อ และภาพของพวกเธอ ก็เป็นเพียงลูกไม้ในการประชาสัมพันธ์ กับการเรียกร้องความสนใจ ดึงดูดลูกค้าเท่านั้น

จบชีวิตเอวี

อย่างไรก็ตามดาราเอวีหลายคนอาจจะพบกับเรื่องเศร้ามากไปกว่านั้น แม้อาชีพในวงการเอวีจะเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ได้รับการยอมรับในสังคมอยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการยอมรับอย่างเต็มร้อย สาว ๆ บางคนไม่สามารถหันหน้ากลับบ้าน พบกับพ่อแม่ได้อีก ขณะที่บางคนความกดดัน และประสบการณ์ในธุรกิจบันเทิงสายนี้ ก็สร้างบาดแผนชนิดไม่สามารถเยียวยาได้ จนต้องจบชีวิตไปก่อนวัยอันควร

มาคิโนดะ อายะ เป็นอดีตสมาชิกของวง L☆IS ศิลปินแนว Jpop ในยุค 90s ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องยุบวงไปหลังจากรวมตัวกันได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น จนเธอต้องผันตัวไปรับงานประเภทเรซควีน หรือนางแบบในการแข่งขันรถยนต์แทนและหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ ก่อนได้กลับมามีผลงานอีกครั้ง เป็นการสลัดผ้าถ่ายอัลบั้มนู้ด ซึ่งออกจำหน่ายไปเมื่อปี 2008 และหลังจากนั้นอีกเพียงปีเดียว เธอจึงก้าวเข้าสู่วงการหนังโป๊เอวีอย่างเต็มตัว จนในปี 2010 จึงมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของเธอ

มาคิโนดะ ปลิดชีพตัวเอง ด้วยการกระโดดลงมาจากตึกสูงชั้นที่ 25 หลายฝ่ายเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากอาการป่วยทางจิต ขณะที่คนในวงการเอวีได้ให้ข้อมูลว่า ระยะหลังมักจะมีรอยแผลปรากฏที่บริเวณข้อมือ และแขนของเธอ นอกจากนั้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาร่างกายของ อายะ ยังดูผ่ายผอมลงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเธอ อาจกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย

โนโซมิ โมโมอิ ก็เป็นดาราเอวีอีกคนที่ต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควร เป็นการตายที่ผิดปกติ สาวที่ได้รับความนิยมด้วยคุณสมบัติ “หน้าใส+หน้าอกใหญ่” คนนี้ มีผลงานร่วม 100 เรื่อง และไม่ลังเลเลยที่จะรับบทประเภทต้องห้ามต่าง ๆ แต่สุดท้ายในปี 2002 ชื่อของเธอกลายเป็นข่าวใหญ่ กับการเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุถูกไฟคลอกตายในรถยนต์ เป็นการจากไปอย่างปริศนา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาคำตอบได ว่าเหตุดังกล่าวจะเป็น อุบัติเหตุ, การฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรมกันแน่ และเกิดเสียงลือว่า ดาราสาวคนสวย อาจจะเป็นเหยื่อของพวกยากูซ่า ที่ต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ก็ไม่มีใครยืนยันอะไรได้… ซึ่งหลังเสียชีวิตผลงานประเภทที่ “อันเซ็นเซอร์” ของเธอจำนวนมากมาย ก็หลุดไปสู่ตลาดมืดของธุรกิจเอวีญี่ปุ่นโดยทันที

ยังมี อิจิมะ ไอ คนดังที่จบชีวิตตัวเองไปโดยไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้ ว่าเพราะอะไรกันแน่ ส่วน มิยูกิ อาซาโอะ เด็กสาวจากตระกูลดี, ศิษย์เก่าของโรงเรียน Gakushuin ที่มีผลการเรียนเยี่ยม แต่กลับตัดสินใจเข้าวงการเอวี หลังการหย่าร้างของพ่อแม่ ว่ากันว่าเธอมีปัญหาชีวิตมากมาย เคยกรีดข้อมือตัวเองมาแล้ว ก่อนจะจบชีวิตด้วยการรมแก๊ส เป็นชีวิตที่เพื่อนสนิทคนหนึ่งบอกว่า เธอแทบจะไม่เคยมีความสุขเลย

คงไม่สามารถสรุปได้ว่าการเสียชีวิตของสาว ๆ เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวพันอยู่กับอาชีพเป็น “นางเอกเอวี” ของพวกเธอเสียทั้งหมด แต่มันก็น่าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเธอส่วนหนึ่ง กับอาชีพที่แม้จะถูกกฎหมาย ได้รับการยอมรับจากสังคมอยู่บ้าง แต่คงยากที่จะเรียกว่าเป็นอาชีพที่ “ปกติธรรมดา”

 

XXX อยากรู้มั๊ย กว่าจะมาเป็น(นางเอก)หนัง เอวี ภาคต้น 18+ จ้า


เป็นเวลาหลายปีที่สาว ๆ จากแวดวง “วิดีโอสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “เอวี” ของประเทศญี่ปุ่นได้กลายเป็นขวัญใจหนุ่ม ๆ ไปทั่วเอเชีย จากสินค้าส่งออกผิดกฎหมาย ที่เดินทางแบบใต้ดินไปยังประเทศต่าง ๆ และยิ่งไปเร็วและแรงเป็นหลายเท่า เมื่อเทคโนโลยีสื่อสารอย่างอินเตอร์เน็ทเดินทางมาถึง ที่แม้จะไม่ได้นำเม็ดเงินกลับคืนสู่แผ่นดินแม่โดยตรง แต่ก็เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่สร้างภาพอีกด้านให้กับประเทศญี่ปุ่น ในสายตาของหนุ่ม ๆ ประเทศต่าง ๆ จนหญิงสาวเหล่านี้กลายเป็นแฟนตาซีทางเพศของเด็กชายที่เริ่มเติบโตกลายเป็นหนุ่มทุกคน

ย้อนหลังไปที่จุดเริ่มต้น ความบันเทิงทางภาพยนตร์ที่ว่ากันด้วยเรื่องทางเพศของญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เริ่มมีโรงหนังที่ฉายกันเฉพาะหนังพิเศษขึ้นตามแหล่งต่าง ๆ ของเมืองใหญ่อย่างโตเกียว

หนังโป๊ของญี่ปุ่นในยุคนั้นมีชื่อเรียกกันว่า “พิงค์ ฟิล์ม” เป็นผลงานที่มีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง, ถ่ายทำด้วยต้นทุนที่จำกัดจำเขี่ย และแน่นอนว่ามีจุดขายอยู่ที่ฉากเซ็กซี่ แต่ก็ถือว่าไม่ได้วาบหวิวชนิดเรตเอ็กซ์ แต่ยังคงต้องผลิตกันภายในระบบเซ็นเซอร์ที่ค่อนข้างเข้มงวด

พิงค์ ฟิล์ม รุ่งเรืองอยู่หลายปีจนกระทั่งเข้าสู่ยุค 80s เค้าลางแห่งความเปลี่ยนแปลงก็เดินทางมาถึง หลังเครื่องเล่นวิดีโอเทป เริ่มได้รับความนิยมจนกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำของทุกบ้าน ความบันเทิงที่ตอบสนองต่อความรู้สึกทางเพศ ก็ตามไปอยู่ในบ้านของชาวญี่ปุ่นด้วย

มีข้อมูลบันทักว่า “วิดีโอสำหรับผู้ใหญ่” หรือ adult videos หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า AV นั้นมีจุดเริ่มต้นในปี 1982 ที่ผลงานแนวนี้เริ่มออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ประกอบกับในปี 1984 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายเซนเซอร์ฉบับใหม่ที่ยิ่งทำให้วันคืนของ “ฟิงค์ ฟิล์ม” จบสิ้นลงรวดเร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน ตรงกันข้าม จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินหมุมเวียนอยู่มหาศาล ในเวลาเดียวกันก็ดึงดูดให้สาว ๆ เข้ามาในวงการนี้มากมาย

การทำงานของพวกเธอก็เรียกว่าเป็นนักแสดงอาชีพอย่างแท้จริง ต้องฝ่านการฝึกซ้อม, มีทักษะทางการแสดง คนที่จะประสบความสำเร็จได้จริง ๆ ก็ต้องทุ่มเทให้กับอาชีพกันอย่างจริงจังเท่านั้น อย่างที่เคยมีคลิปการฝึกซ้อมท่าทางสำหรับการแสดงบทรักในหนังเอวีของดาราสาว ซึโบมิ ที่นอกจากจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้ว ก็ยังต้องฝึกฝนการออกเสียงครวญครางให้ได้อารมณ์สมจริงสมจังด้วย

ส่วนดาราสาว ยูอิ ทัตสึมิ ดาราเอวีอีกคนที่เดินทางเข้ามารับงานในเมืองไทย เคยเปิดเผยให้กับให้สัมภาษณ์กับ Manager Lite ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าฉากร่วมรักว่า ต้องทำกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุด ทั้งกำจัดขนบนตัวบ้างเพื่อความมั่นใจ, ดูแลดูแลสะโพกซึ่งเธอคิดว่าเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุด ด้วยการนั่งบนหมอนรูปโดนัท เพราะจะช่วยให้สะโพกของตัวเองไม่ผายออกและดูเข้ารูปมากกว่าการนั่งกับพื้นปกติที่จะทำให้สะโพกของยูอิดูใหญ่มากกว่าเดิม นอกจากนี้ก็ทาครีม หรือพอกตัวร่างกายดูผุดผ่องเป็นที่ต้องตาสำหรับหนุ่ม ๆ มากที่สุด้วย

ใคร ๆ ก็เป็นดาราเอวี

มีคำกล่าวอ้างที่ว่าผู้หญิงญี่ปุ่น 1 ใน 200 คน ต้องเคยปรากฏตัวอยู่ในเอวีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาชีพอย่างเป็นการเป็นงาน หรือเป็นเพียงมือสมัครเล่น เป็นการกะประมาณของคนในอุตสาหกรรมนี้ที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิงชัดเจน

คำกล่าวอ้างที่ว่ามาจากเว็บไซต์ News-postseven.com ซึ่งรายงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีคำอธิบายว่า ในปี ๆ หนึ่งญี่ปุ่นจะผลิตหนังเอวี ซึ่งรวมทั้งงานที่ออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD (หรือวิดีโอ) กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงที่เป็นงานประเภทใต้ดินผิดกฎหมาย และเผยแพร่กันทางอินเตอร์เน็ต รวมแล้วประมาณ 35,000 เรื่องต่อปี เฉลี่ยแล้วจะมีหนังใหม่ ๆ ให้ดูกันถึงวันละร่วม 100 เรื่องกันเลยทีเดียว

ใคร ๆ ก็เป็นดาราเอวี

มีคำกล่าวอ้างที่ว่าผู้หญิงญี่ปุ่น 1 ใน 200 คน ต้องเคยปรากฏตัวอยู่ในเอวีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาชีพอย่างเป็นการเป็นงาน หรือเป็นเพียงมือสมัครเล่น เป็นการกะประมาณของคนในอุตสาหกรรมนี้ที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิงชัดเจน

คำกล่าวอ้างที่ว่ามาจากเว็บไซต์ News-postseven.com ซึ่งรายงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีคำอธิบายว่า ในปี ๆ หนึ่งญี่ปุ่นจะผลิตหนังเอวี ซึ่งรวมทั้งงานที่ออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD (หรือวิดีโอ) กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงที่เป็นงานประเภทใต้ดินผิดกฎหมาย และเผยแพร่กันทางอินเตอร์เน็ต รวมแล้วประมาณ 35,000 เรื่องต่อปี เฉลี่ยแล้วจะมีหนังใหม่ ๆ ให้ดูกันถึงวันละร่วม 100 เรื่องกันเลยทีเดียว

หนังเอวีนั้นแทบจะมีนำเสนอกันในทุกรูปแบบ ตามแต่เงินทุน และตอบสนองความรู้สึกทางเพศทุกอย่าง ทั้งหนังที่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าฉากแสดงการมีเพศสัมพันธ์ หรืองานที่มีเนื้อหาจับต้องได้เป็นเรื่องเป็นราว และบางครั้งก็จำลองสถานการณ์ประเภทฉากข่มขืน การลวนลามทางเพศออกมาอย่างสมจริงสมจังสำหรับผู้มีรสนิยมไปในทำนองนั้นโดยเฉพาะ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้แต่ละปีจะมีดาราเอวีหน้าใหม่อยู่ราว 2,000 – 3,000 คน และว่ากันว่ามีผู้หญิงที่ทำงานในสายนี้อยู่ถึงร่วม 150,000 คนกันเลยทีเดียว ซึ่งหากคำนวณตัวเลขที่ว่ากับจำนวนผู้หญิงอายุระหว่าง 19 – 55 ปี ที่มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ก็หมายความว่ามีดาราเอวีอยู่ในสัดส่วนถึง 1 ใน 200 กันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถยืนยันถึงตัวเลขที่ว่าได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเอวีเป็นวงการที่หญิงสาวหลายคนสมัครใจเดินเข้ามาเอง

สาวสวย-เงินดี

ในอดีตภาพของวงการเอวีเคยถูกผูกโยงเข้ากับพวกแก๊งองค์กรนอกกฎหมายอย่าง “ยากูซ่า” จึงมีเรื่องเล่าถึงการลวงผู้หญิงมาถ่ายหนังโป๊ และเอาเปรียบกดดันพวกเธอในทุกด้าน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวก็ถือว่าเบาบางไปมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผู้ผลิตหนังเอวีกลายเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ ทำธุรกิจกันอย่างเต็มตัว ดาราหน้ากล้องโดยเฉพาะสาว ๆ ก็เป็นฝ่ายตัดสินใจเลือกเดินในทางสายนี้เอง

“คุณต้องการสาว ๆ ที่คุยเก่ง น่ารักสดใส, น่าสนใจ ส่วนใหญ่จะเข้ามาในวงการนี้เพื่อเงินกันทั้งนั้น อาจจะมีเหตุผลอื่นอยู่บ้าง แต่กลุ่มนี้ไม่ได้มีจำนวนมากหรอกค่ะ ฉันคิดว่ามีผู้หญิงเข้าวงการเอวีปีละประมาณส่วนใหญ่ก็เพราะเงินกันทั้งนั้น” สาวเอวีรายหนึ่งกล่าว

สาว ๆ ส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่แวดงวงเอวียอมรับว่าเงินคือส่วนสำคัญที่สุด ที่ทำให้พวกเธอตัดสินใจเหยียบย่างเข้าสู่สายการแสดงที่อาจจะถือเป็น “ด้านมืด” แห่งวงการบันเทิงที่พวกเธออาจจะทำรายได้ถึงปีละ 7 – 20 ล้านเยนต่อปี

ซึ่งในกรณีที่มากที่สุดอาจจะถึง 300 ล้านเยน อย่างคราวของนักแสดงสาวระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง มาเรีย ทาคางิ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ร่วม 112 ล้านบาท สำหรับสัญญา 1 ปีกับหนังประมาณ 30 เรื่องมาแล้ว ถือว่าไม่ใช่รายได้น้อย ๆ เลย บางครั้งการหาลำไพ่พิเศษ จึงอาจจะบานปลายกลายเป็นอาชีพระยะยาว และสำหรับบางคนก็มุ่งมั่นเดินเข้ามาในถนนสายเอวีเองอย่างตั้งใจ เพื่อเงินก้อนโต หรือหวังแจ้งเกิดในวงการบันเทิงกระแสหลักได้

ภาพชีวิตของสาว ๆ เอวียังถูกนำเสนอผ่านงานภาพยนตร์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านมืดที่ว่าด้วยชีวิตเสี้ยวหนึ่งของสาวเอวีผู้ล่วงลับอย่าง อิจิมะ ไอ ที่มีผลงานแนวเอวีมากกว่า 200 เรื่อง จนได้รับฉายาว่า Queen of AV ซึ่งเธอได้รีไทร์ตัวเองขณะที่โด่งดังสุดขีด จนต่อมาต้องจากไปก่อนวัยอันควร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำอันเจ็บปวดในช่วงแห่งการทำงาน

ส่วน Running on Empty เลือกที่จะเล่าอีกด้านของชีวิตการเป็นดาราเอวี กับชีวิตจริงของ มิฮิโระ หญิงสาวจากจังหวัดนิงาตะ ที่เดินทางมาโตเกียวเพื่อการเป็นนักแสดง แต่หลังจากได้พบกับแมวมองของบริษัทผลิตหนัง AV เธอจึงตัดสินใจมุ่งเข้าสู่วงการบันเทิง ประเภทสำหรับผู้ใหญ่ ท่ามกลางการคัดค้านจากแฟนหนุ่ม และครอบครัว

เส้นทางเอวีจึงสามารถเป็นได้ทั้งหนทางแห่งความสว่างไสว และมืดมนได้พอ ๆ กัน ขึ้นอยู่กับตัวของสาว ๆ เองเท่านั้นที่จะมองถนนสายนี้เป็นจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้ายในวงการบันเทิงของพวกเธอ (มีต่อตอนที่ 2 ตอนจบ)

 

ข่าวสุดพิศวง 10 อันดับ ที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้


เมื่อพูดถึงเรื่องพิศวงๆ ทั้งหลายประเทศเราไม่น้อยหน้าใคร เพราะมีกันให้อ่านให้ติดตามกันอยู่ทุกวัน เพราะจริงๆแล้วเรื่องพวกนี้ต้องบอกไว้ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ขนาดบางเรื่องวงการวิทยาศาสตร์เองยังต้องยอมแพ้ เนื่องจากหาเหตุและผลไม่ได้ วันนี้ทางทีมงาน จึงได้นำเอา 10 ข่าวที่แสนจะน่าพิศวงมาให้ทุกคนได้อ่านและหาเหตุผลมาโต้แย้งกันดีกว่า..
อันดับ 10 พญานาคเล่นน้ำที่บึงโขงหลง
เป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาเมื่อเกิดพายุหมุนงวงช้างขึ้นที่บึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย ที่แปลกคือตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ไม่มีพายุ ไม่มีลมพัดแรงๆแบบที่ควรจะเป็น เลยทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพญานาคออกมาเล่นน้ำ เพราะในช่วงนั้นชาวบ้านได้จัดระเบียบบึงใหม่ ทำให้สะอาดขึ้น เลยว่ากันว่าพญานาคคงอยากจะฉลองบึงใหม่ซะหน่อย

อันดับ 9 งูจงอางแผ่แม่เบี้ยบนรูปปั้นสมเด็จโต
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ที่ทำเอาชาวบ้านตกตะลึงเมื่อเห็นงูจงอางเลื้อยไปพันชูอยู่เหนือศีรษะรูปปั้นองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต และยังแผ่แม่เบี้ยด้วย โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์โตทรงลงมาโปรด บางส่วนก็เชื่อว่าเป็นการมาเตือนว่าจะมีอาเพศครั้งใหญ่ เหมือนครั้งก่อนๆที่เกิดน้ำท่วมก็เป็นได้

อันดับ 8 รูปหล่อสมเด็จโต พระธาตุผุดรอบองค์
กลายเป็นเรื่องใหญ่โตเมื่อรูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ที่วัดเจดีย์ยอดทอง จังหวัดพิษณุโลกได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดอันน่าตกใจขึ้น เพราะมีใยสีขาวๆมาห่อหุ้มตามจีวร จึงสร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร? แต่หลายคนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นลักษณะของพระธาตุอ่อนที่พบได้ตามเครื่องรางของ คลังที่พระเกจิรุ่นเก่าๆได้สร้างเอาไว้

อันดับ 7 ปอบอาละวาด หนุ่มตายปริศนา 18 ศพ
ภาคอีสานนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของปอบอยู่แล้ว และที่ผ่านมาได้เกิดเรื่องราวแปลกๆขึ้นที่อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องจากมีชาวบ้าน (ผู้ชาย) เสียชีวิตติดต่อกันภายในหนึ่งเดือนถึง 18 คน!! ที่ไม่สามารถบอกสาเหตุการตายได้ เลยทำให้เชื่อกันว่าเป็นฝีมือของวิญญาณปอบผีฟ้าที่เข้ามากัดกินชาวบ้าน

อันดับ 6 เบอร์มรณะ ต่อ-ติด-ตาย
เหตุการณ์ที่น่าตกใจในแถวๆภาคเหนือ จนถึงกับต้องนำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือปริศนา เมื่อรับสายแล้วจะทำให้เกิดอาการแก้วหูแตก เลือดคลั่งในสมอง ไปจนถึงช็อกจนเสียชีวิต!! ตอนนั้นทำเอาคนกลัวการใช้โทรศัพท์ไปเลย ทางผู้เชี่ยวชาญเลยออกมาบอกว่าการรับโทรศัพท์แล้วเสียชีวิตไม่น่าเกิดขึ้นได้…แล้วที่เป็นข่าวกันครึกโครมนี่เกิดจากอะไรหว่า?

อันดับ 5 หาดแม่รำพึงกลืนชีวิต
หาดแม่รำพึงสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุคนถูกคลื่นซัดกลืนไปกับน้ำทะเลมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งๆที่บางครั้งเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าคลื่นลมแรง หรือแม่น้ำวน ทำเอาหลายคนกลัวการลงไปเล่นน้ำที่นี่ เพราะเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ตัวตายตัวแทนมากกว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติ

อันดับ 4 ภาพถ่ายติดวิญญาณเด็กทารกที่วัดไผ่เงิน
อีกหนึ่งภาพที่สังคมพูดถึงมาที่สุดในตอนนั้น คือภาพถ่ายติดถูกไฟ 2 ลูก ที่มีลักษณะเหมือนกับดวงวิญญาณ บางคนก็คาดว่าเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนของกระจก หรืออะไรที่มีลักษณะแวววาว แต่ทางคนในพื้นที่ก็บอกว่าแถวนั้นไม่ได้มีวัตถุที่จะทำให้เกิดรูปแบบนี้ได้ เลยเชื่อกันว่าอาจจะเป็นดวงวิญญาณของเด็กทารกที่ต้องการส่วนบุญส่วนกุศล

อันดับ 3 ชาวบ้านลือ ผีเด็กช่วยเด็กตกคลอง
ข่าวนี้น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีเด็ก 2 ขวบพลัดตกคลองมหานาค จากนั้นก็มีคนเห็นเด็กชายอายุประมาณ 9 เดือนกระโดดตามลงไปช่วย ชาวบ้านแถวนั้นเลยกระโดดตามลงไปช่วย แต่กลับช่วยได้เพียงแค่เด็กน้อย ส่วนเด็กชายคนนั้นหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ ขนาดให้นักประดาน้ำมาช่วยงมหาก็ยังไม่เจอ จึงเป็นเรื่องอาถรรพ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวิญญาณของเด็กชายที่เคยจมน้ำบริเวณนี้ตายมาช่วยชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ไว้

อันดับ 2 วิญญาณชี้จุดหมกศพ
เชื่อว่าหลายคนคงจำกันได้กับเหตุการณ์ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่หลายอาทิตย์ ที่แม่ฝันเห็นลูกสาวที่หายตัวไปถึง 4 เดือน มาบอกว่าตนถูกฆ่าพร้อมกับบอกจุดที่ศพถูกฝัง แม่จึงลองมาขุดแต่ก็ไม่พบ คืนต่อมาก็ได้ฝันอีกและลูกสาวก็บอกว่าให้ขุดลึกลงไปกว่านั้น เช้าวันต่อมาแม่เลยมาขุดให้ลึกลงไปจึงได้พบโครงกระดูกของลูกสาวจนได้ ทำให้สามารถจับคนร้ายที่สุดท้ายก็คือสามีนั่นเอง!!!

อันดับ 1 เด็กขวบเศษฟื้นจากความตาย
เรื่องราวของเด็กคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมาตั้งแต่เกิด จนสุดท้ายก็ได้เสียชีวิตลง แต่ในขณะที่กำลังนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ก็ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง!! ทำเอาทุกคนตกใจกันงาน โดยเรื่องนี้ทางการแพทย์ก็ยังไม่สามารถหาคำอธิบายได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร..

อยากรู้มั๊ยว่าคนในอดีตมีชีวิตเป็นอย่างไร มาดู 44 ภาพนี้แล้วคุณจะรู้ !!


44 ภาพน่าทึ่งที่ทำให้คุณรู้ว่า “ชีวิต” คนในอดีตกับปัจจุบันต่างกันแค่ไหน!!

ช่างภาพที่ถ่ายภาพเหล่านี้ไว้เมื่ออดีต คงไม่คิดว่า ถ้ามาดูภาพเหล่านี้ในปัจจุบันจะทำให้เรารู้สึกทึ่งกับวิวัฒนาการต่างๆ นานาในการใช้ “ชีวิต” ของมนุษย์ พร้อมเกิดคำถามที่ว่า นี่เราเดินทางมาไกลขนาดไหนแล้ว? เราลองมาดูภาพ 44 ภาพนี้กันเลย ว่าคุณจะรู้สึกทึ่งไปกับเราหรือเปล่า!

ภาพ “Selfie” ที่เก่าแก่ที่สุด (1839)
oldest selfie
Source: hyperallergic.com

Robert Cornelius ถ่ายภาพนี้หน้าร้านค้าของที่บ้านของเขาเอง มันคือภาพแรกที่คนในปัจจุบันเรียกมันว่า “Selfie” หรือการถ่ายภาพตัวเอง นั่นเอง

คนถ่ายภาพกับเทพีเสรีภาพที่ยังไม่ได้แกะ (1886)
statueliberty
Source: Distractify

ภาพถ่ายตลกๆ ของผู้หญิงที่กำลังจะจาม (1900)
sneezing
Source: Distractify

บริการของ “knocker-up” ในการปลุกลูกค้า นี่คือนาฬิกาปลุกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
knocker
Source: Distractify

“pin boys” คือคนที่มาจัดเรียงพินโบว์ลิ่ง ก่อนที่จะมีเครื่องจัดอัตโนมัติแบบในปัจจุบัน (1914)
pinboys
Source: Distractify

ภาพเสียดสีการประท้วงในปี 1919.
prohibition
Source: Distractify

ตำรวจบน Harley และที่กุมขังนักโทษเคลื่อนที่ (1921)
police
Source: Distractify

ตัวอย่างของ “horsemanning” ซึ่งถือเป็น “planking” ของเวอร์ชั่นยุค 1920’s นั่นเอง
horsemanning
Source: Distractify

สองผู้ชนะการประกวดนางงามในปี 1922 ซึ่งทำให้เรารู้ว่า นิยามความงาม แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก
beauty
Source: Distractify

เจ้าหน้าที่ชายหาดต้องคอยวัดความยาวชุดว่ายน้ำที่ห้าม “สั้น” จนเกินไป (1920s)
bathing suit
Source: Distractify

ห้ามสั้นเกิน 6 นิ้วเหนือจากเข่า!

คู่เดทสมัยก่อนกำลังสนุกกับเครื่องเล่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ (1923)
zipline
Source: Distractify

สมัยนั้นมีหน้ากากหมวกแบบนี้ ที่มีเพื่อให้คนโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า โดยจะตัดเสียงรอบข้างออกหมด ตัดอากาศ โดยให้อากาศผ่านท่อ และให้มองเห็นแค่ช่องเล็กๆ ตรงตาเท่านั้น (1925)
isolator
Source: Distractify

หน้ากากสำหรับกันแดดของผู้หญิงเวลาว่ายน้ำในช่วงปี 1920s
sunmask
Source: Distractify

Hitler ฝึกพูดหน้ากระจก (1925)
hitler
Source: Distractify

The LA Public Library มีโปรแกรมหนังสือเคลื่อนที่สำหรับคนป่วย (1928)
mobilebooks
Source: Distractify

การอาบน้ำให้เพนกวินในสวนสัตว์ในสมัยก่อน (1930)
penguin
Source: Distractify

The One Wheel Motorcycle ความเร็วสูงสุดทำได้ 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (1931)
onewheel
Source: Boredpanda

เมื่อแมวเคยเป็นพรีเซนเตอร์บุหรี่ของ Army Club Cigarettes. (1932)
catposes
Source: Distractify

นี่ทำให้คุณรู้ว่ารถเมล์สองชั้นของอังกฤษ ไม่ล้มง่ายๆ หรอกน่ะ เสถียรมาก (1933)
bustest
Source: Distractify

ภาพอันโด่งดังของแรงงานเก็บถั่วที่มีลูก 7 คนกำลังทำหน้าเครียดในช่วง Dust Bowl (1936)
mother
Source: Distractify

แว่นที่ทำขึ้นเพื่ออ่านหนังสือบนเตียงโดยเฉพาะ
glassesbed
Source: Boredpanda

เครื่องนี้คือ GPS ช่วยบอกทางแบบเรียลไทม์ในยุค 1930’s
scrollmap
Source: Distractify

Model T “Elevator Garage” ใน Chicago. (1936)
garageelevator
Source: Distractify

Salvador Dalí และ Coco Chanel แบ่งบุหรี่กันสูบ (1938)
smoke
Source: Distractify

“Face Cones”: วิธีที่เก๋สุดๆ ในตอนนั้นเพื่อกันพายุหิมะ (1939)
snowcones
Source: Boredpanda

จักรยานที่จุครอบครัวได้ 4 คนพร้อมเครื่องจักรเย็บผ้า (1939)
family bicycle
Source: Distractify

เด็กๆ ใส่หน้ากากกันแก๊สในปี 1940 ช่วงของ London bombing drill
gasmask
Source: Distractify

ทหารสงครามโลกครั้งที่ 2 จูบลาก่อนไปรบ
lastkiss
Source: Distractify

หมาน้อยหลับสบายท่ามกลางทหารรัสเซีย (1945)
puppy
Source: Distractify

เด็กชายชาวออสเตรียดีใจที่สุดเมื่อเขาได้รองเท้าคู่ใหม่ (1946)
shoes
Source: Distractify

ลูกหมีกินน้ำผึ้งในร้านอาหาร (1950)
bear
Source: Distractify

ผู้ชายคนหนึ่ง แต่งตัวหมาของเขาในชุดสูท และวางแมวไว้บนตัก (1950s)
dogman
Source: Distractify

เคยมีการตั้งตู้กดเหล้า “วิสกี้” ในออฟฟิศ (1950s)
whisky
Source: Distractify

นี่คือผู้ชนะนางงามระเบิดนิวเคลียร์ หรือ “Miss Atomic Bomb” ในปี 1950
atomiccontest
Source: Distractify

หญิงสาวชาวอัฟกานิสถานในห้องสมุดในช่วงปี 1950s.
afghan
Source: Distractify

อัฟกานิสถานเป็นประชาธิปไตยในช่วงปี 1950s – 1960s ก่อนที่ตาลีบันจะยึดครอง สมัยนั้น ผู้หญิงได้เรียน ได้ทำงาน แต่งตัวตามสบาย และมีสิทธิพอๆ กับผู้ชาย 

Paul McCartney ตอนหนุ่มๆ กับการถ่ายเซลฟี่ (1959)
paulmc
Source: Distractify

สาวๆ ในช่วงปี 1950s จัดปาร์ตี้ที่บ้าน (ภาพนี้ถูกทำให้เป็นภาพสีในภายหลัง)
houseparty
Source: Distractify

Fidel Castro วางพวงหรีดที่รูปปั้น Lincoln Memorial. (1959)
castro lincoln
Source: Distractify

Fritz the bulldog ซึ่งเป็น TV celebrity ในตอนนั้นกำลังแต่งขน (1961)
fritz
Source: Distractify

The Cat-Mew Machine. (1963)
cat mew
Source: Distractify

เครื่องมือไล่หนูของญี่ปุ่น ที่จะส่งเสียงร้องของแมว และที่ตาจะมีแสง

ผู้หญิงคนนี้เลี้ยงกุ้ง Lobster เป็นสัตว์เลี้ยงและพาออกมาเดินเล่น
lobster
Source: Distractify

เด็กหนุ่มเข้าร่วมฟังสุนทรพจน์ “I Have A Dream” ของ Martin Luther King Jr’s เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1963
boy i dreamt
Source: Reddit

“TV Glasses” ที่ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ (1963)
TVglasses
Source: Distractify

Bill Clinton และ Hillary Rodham เล่นวอลเลย์บอลในปี 1971
bill hillary
Source: Distractify

H/T: Distractify

ถึงแม้ว่าเราจะทำอะไรหลายๆ อย่างแตกต่างกันระหว่างปัจจุบัน และอดีต แค่ภาพเหล่านี้ล้วนแสดงว่า ลึกๆ แล้วจิตใจและความต้องการของมนุษย์ ไม่เคยเปลี่ยนไปสักนิด และนี่คือสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป

ที่มา: kiitdoo.com

5 ข้อคิดจาก Mark Zuckerberg ที่จะทำให้คุณฮึดสู้กับฝันที่ยากจะไปถึง


Mark Zuckerberg หนึ่งในบุคคลอายุน้อยที่รวยที่สุดในโลก โดยภายในอายุ 23 เขาก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนที่ Facebook เริ่มก่อตั้งขึ้น และจนถึงปัจจุบันนี้ เขาอายุ 35 ปี กับรายได้สุทธิของเขาที่มีมากถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.1 ล้านล้านบาท

Mark Zuckerberg สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่ฮาวาร์ด แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเฟซบุ๊กอย่างจริงจัง เขาต้องการคิดค้นวิธีการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ให้คนทั่วโลก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เฟซบุ๊กก็กลายเป็นเว็บโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมมากที่สุดเช่นกัน โดยมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนเกือบจะ 2 พันล้านแล้วนะ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านวิธีการสื่อสารที่ไม่เคยมีมาก่อน

ซึ่งเรื่องราวของ Mark นั้น จะทำให้คุณรู้ว่า อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ที่จะทำให้คนคนนึงไล่ล่าตามความฝัน และเอาชนะอุปสรรคเบื้องหน้า เราไปดู 5 ข้อคิดของ CEO Facebook พร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

1.คุณต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็ว อาจมีบางสิ่ง ต้องเสียหายไปบ้าง เพราะถ้าไม่มีอะไรเสียหาย นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่เร็วพอ

หากคุณมีความมุ่งมั่นอยู่แล้ว อย่ามัวแต่รอคนอื่นๆ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณจงวิ่งไปสู่เป้าหมายของคุณ อย่าหยุด อย่าจำกัดขีดความสามารถของตนเอง มันย่อมมีคนที่ไม่อยากมองเห็นคุณประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

แต่คุณแค่อย่าไปสนใจ เท่านั้นเอง และหากปัจจัยบางอย่างที่คุณมี มันเป็นอุปสรรค ก็ทำลายมันเสีย เพราะบางทีมันก็เก่าแก่เกินจะเก็บไว้ก็เป็นได้ การสร้างประวัติศาสตร์ คือการทำลายของเดิมลง และสร้างสิ่งใหม่ที่คนอื่นคาดไม่ถึง นั่นล่ะ ที่เรียกว่าความสำเร็จ

2.เป้าหมายของผมไม่เคยคิดว่าจะเปิดบริษัทเพื่อหาเงินเท่านั้น คนมักเข้าใจผิด เป้าหมายจริงๆ ของผมในตอนนั้น คือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเราครั้งยิ่งใหญ่ต่างหากล่ะ

หากคุณคิดแต่เรื่องเงิน คุณก็มักจะลงเอยกับงานประจำที่จ่ายเงินคุณเท่ากันทุกๆ เดือน แต่คนส่วนมากที่ประสบความสำเร็จ เขาเสี่ยงทุกอย่าง เพื่อสู้จนพวกเขาเดินมาถึงทุกวันนี้ เพราะสิ่งที่เขารู้ก็คือ เงิน คือภาพลวงตา ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พวกเขาต้องการสร้างชื่อมากกว่า

ซึ่งแน่นอนว่า ในโลกนี้ก็ยังมีคนรวยอีกหลายคน ที่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ซึ่งคนเหล่านี้ หากจากโลกนี้ไป ก็ไม่มีใครจำได้ เพราเขาไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรไว้ให้กับโลกเลยแม้แต่น้อย

3.ส่วนตัวผมคิดว่า ผมชอบอยู่ใกล้ๆ หรือทำงานกับคนที่ชอบประเมินผมต่ำเกินกว่าความเป็นจริง เพราะมันทำให้ผมมีพลังที่จะสู้ และพิสูจน์ความจริงให้พวกเขาทึ่ง ว่าพวกเขาคิดผิด

คนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ มักมีคนที่ไม่เชื่อ สงสัย และปรามาสเป็นธรรมดา จงต้อนรับพวกเขา เพราะนั่นแหละคือแหล่งพลังงานชั้นดี ที่ทำให้คุณมีแรงสู้ สู้เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด จำไว้เสมอว่า เราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่เราควบคุมวิธีที่เราจะโต้ตอบความคิดของคนเหล่านั้นได้ มันคือทางเลือกของเราเองทั้งนั้น

และเมื่อคุณสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถกลับไปหาคนที่ไม่เชื่อคุณในตอนแรก และขอบคุณพวกเขา ที่พวกเขาคือสิ่งที่ทำให้คุณสำเร็จในวันนี้ เพราะฉะนั้นจงรู้จักขอบคุณ

4.อาจจะฟังดูเน่าไปหน่อย แต่ผมอยากเปลี่ยนสังคมให้เปิดกว้างมากขึ้น และการเปิดกว้างให้สังคมนั้น มันไม่สามารถเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนหรอกนะ มันใช้เวลาเป็น 10-15 ปีนู่นแหละ

จำไว้ว่า ความอดทนคือกุญแจสำคัญของทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนโลก ยิ่งต้องใช้เวลานาน

อย่างเช่นเรื่องราวของ Nelson Mandela ที่ต้องใช้เวลาในคุกถึง 27 ปี จนเขาสามารถก้าวออกมา และกลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ นี่คือตัวอย่างที่สำคัญมากของการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลก เพราะฉะนั้น ความสำเร็จมันยาก เพราะฉะนั้นจงอดทนและแน่วแน่อยู่เสมอ

5.ความเสี่ยงที่สูงที่สุด คือการไม่เสี่ยงอะไรเลย และการไม่เสี่ยงอะไรเลยเนี่ยแหละ ที่เปรียบเสมือนการการันตีสู่ความล้มเหลว

สิ่งที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมโลกได้ในวันนี้ เมื่อ 50 ปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ เพราะฉะนั้น โลกมันหมุนไปเร็วกว่าที่คิด และถ้าคุณไม่คิดจะเสี่ยงอะไรเลย คุณก็จะล้าหลังไปอย่างนั้น

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้หรอกว่า จะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า มันจะสำเร็จมั้ย มันจะเกิดอะไรขึ้น แค่คุณทำวันนี้ให้ดีที่สุด ลองเสี่ยงเพื่อความฝันของคุณดู ดีกว่าไม่เสี่ยงอะไรเลย เพราะบางที มันอาจจะสบาย ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราอยู่เฉยๆ เราก็มีงานทำ แต่ถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ความฝัน ก็ยังคงเป็นได้แค่ความฝันอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้น ความกล้า คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

cr.elitedaily.com , kiitdoo.com

ที่มา: flagfrog.com/5-think-from-mark-zukerberg

ตายายคู่นี้ “ถ่ายรูปคู่” ที่สวนหลังบ้านทุกเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง…


“ตลอดกาล และ ตลอดไป” มีอยู่จริง

ช่างภาพและนักข่าวชื่อว่า Ken Griffiths ได้เก็บภาพคู่รักตายายคู่นี้ไว้เพื่อนำไปลงในนิตยสาร Sunday Times เป็นเวลา 12 เดือน โดยให้คุณและคุณนาย Sweetman โพสท่าเดิม ที่เดิมในสวนหน้าบ้าน

ภายในภาพเราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสวนของคุณตาและคุณยาย

…จนถึงภาพสุดท้าย

Ken Griffiths เริ่มถ่ายภาพนี้ตั้งแต่ปี 1973

01JournalistKenGriffithsoftheSundayTimestookphotosofhisparentsintheirgardenin1973andonwardSorryifrepost.resize_640x

02zFnZhNo.resize_640x

เขาได้เก็บภาพของคู่รักคุณตาและคุณยาย Sweetman ไว้

03zgWD8jI.resize_640x

04r14Ekmx.resize_640x

ทั้งคู่ทั้งยืนที่เดิมที่สวนหน้าบ้าน โพสท่าเดิมในทุกๆเดือน ที่เมือง East Sussex ประเทศอังกฤษ

05juOU6Ks.resize_640x

06ZvWzpRY.resize_640x

ภาพถ่ายชุดนีมีชื่อว่า “English Country Garden” โดยในภาพจะแสดงให้เห็นดอกไม้ที่เติบโตตามฤดูกาลที่ผ่านไป

07rSiy9T5.resize_640x

แต่แล้ว ชีวิตมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเช่นเดียวกัน

081tFPawv.resize_640x

09nwEB493.resize_640x

เมื่อฤดูนั้นมาถึง…

10yJpzvWc.resize_640x

113P1KJ9B.resize_640x

ภาพสุดท้ายที่ Griffiths ถ่ายออกมา เป็นภาพที่คุณตา Sweetman ยืนอยู่คนเดียวหน้าบ้าน โดยไม่มีคุณยายมายืนข้างๆตลอดกาล…

1241gmlPA.resize_640x

ภาพชุดนี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร The Sunday Times ในปี 1974 และช่างภาพ  Kenneth James Griffiths ก็ได้จากโลกนี้ไปในปีเดียวกันนั้นด้วยวัย 69 ปี

ที่มา: catdumb

ชอบ “ฟังเพลง” แต่เคยรู้มั้ยว่า มันมีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ มากกว่าที่คิด! ไปดู!


ลองนึกถึงเพลงโปรดของคุณ วงดนตรีโปรดของคุณดู เพราะอยากจะบอกว่า มันมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังว่าทำไมคุณถึงชอบเพลงประมาณนี้ แล้วเพลงที่คุณชอบบ่งบอกความเป็นคุณยังไง แล้วการชอบ “ฟังเพลง” มากๆ มันส่งผลต่อชีวิตคุณ การกระทำของคุณอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก!

1.) เพลงที่ติดอยู่ในหัวคุณและลืมไม่ได้ซักที เขาเรียกมันว่า “earworm”

pri.org

2.) จังหวะการเต้นของหัวใจคุณ จะเปลี่ยนไปตามจังหวะเพลงที่คุณฟังอยู่

photobucket.com

3.) คุณชอบเพลงต้นฉบับ ไม่ใช่เพราะมันเพราะกว่า แต่มันเป็นเพราะคุณได้ยินมันเป็นครั้งแรกต่างหากล่ะ

roysturdy

4.) การเล่นดนตรีจะช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและเรื่องเหตุผลของเด็ก

smartfirstgraders

5.) ร้องเพลงหรือเล่นดนตรี ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

mradio.in.th

6.) ประเภทเพลงที่คุณฟังมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิธีการมองโลกของคุณ

thailandindustry.com

7.) เพลงดังๆ จะทำให้คุณดื่มเร็วขึ้นในเวลาที่สั้นลง

girlsfriendclub.com

8.) เพลงที่ดุดัน จะทำให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าเพลงอื่นๆ เพราะมันทำให้คุณโฟกัส และสามารถควบคุมทุกอย่างได้ดีกว่า

upic.me

9.) ดอกไม้จะโตเร็วขึ้น ถ้ามีเพลงเปิดอยู่ใกล้ๆ

img213.imageshack.us

10.) เสียงเพลงที่เปิดอยู่รอบๆ จะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ดีขึ้น

3.bp.blogspot.com

11.) ฟังเพลงขณะออกกำลังกายพบว่าทำให้ออกกำลังกายได้หนักขึ้น และดีขึ้น

men.mthai.com

12.) ฟังเพลงทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถลดลง เพราะมันทำให้เราวอกแวก

car.loginlike.com

13.) คุณชอบเพลงนึงมากๆ เป็นเพราะคุณนำเพลงนั้นไปผูกกับเหตุการณ์ในชีวิตคุณที่ทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมมากๆ เวลาฟังเพลงนั้น

1061evansville

14.) เพลงที่คุณชอบในช่วงวัย 20 จะเป็นเพลงที่คุณชอบไปตลอดชีวิต

rock967online

การ “ฟังเพลง” มันไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายหรอกนะ แต่มันยังบ่งบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับคุณ และส่งผลต่อหลายๆ ด้านในชีวิตของคุณด้วย เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่คุณแบ่งปันเพลงให้เพื่อนคุณบนโลกโซเชียล คุณก็คงรู้แล้วว่า คุณกำลังแบ่งปันส่วนหนึ่งของชีวิตคุณเช่นกัน

H/T: viralnova

ที่มา : www.kiitdoo.com