16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก..เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย


ใครที่เป็นคอหนังแนวเทพนิยาย เคยสงสัยมั้ยค่ะว่า ฉากสวยๆ พวกต้นไม่หรือปราสาทต่างๆ เหล่านั้น มันมีจริง หรือว่าแค่ CG กันนะ.. คงจะดีถ้ามันเป็นของจริง และเราได้ไปเห็นด้วยตาเราเอง วันนี้ GFC จะพาเพื่อนๆ ไปดูของสวยๆ งามๆ กันจ้า รับรองว่าแต่ละอันนี่สวยๆ กันแบบเห้ย!!…มีอยู่จริงๆ บนโลกนี้ด้วยเหรอ!?

สำหรับต้นไม้นั้นก็นับได้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญต่อโลกใบนี้ของเราอย่างมาก ถ้าเรื่องง่ายๆ ก็คือให้ร่มเงา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมนั่นเอง แต่ถ้าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ต้นไม้สามารถดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

และต้นไม้เหล่านั้นก็มีบางต้นที่เรียกได้ว่าสวยดุจราวออกมาจากเทพนิยายเลยก็มิปาน วันนี้เราจึงขอพาไปชม 16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก ว่าแล้วเรามาชมกันเลยค่ะ
….

125+ ปี เมือง Rhododendron ประเทศ Canada

146.…

144 ปี Wisteria ประเทศญี่ปุ่น

232

Wind-Swept ประเทศนิวซีแลนด์

330

Japanese Maple Portland

419

Antarctic Beech Draped Hanging Moss Oregon

617….

Blooming Cherry Trees เมือง Bonn, ประเทศเยอรมนี

714 (1)

Angel Oak In John’s Island, South Carolina

815

Flamboyant Tree, Brazil

913

Dragonblood Trees, Yemen

1010

The President, California

1114 (1)

Maple Tree Tunnel in Oregon

1213

Rainbow Eucalyptus In Kauai, Hawaii

1312 (1)

Jacarandas in Cullinan, South Africa

147 (1)

Avenue Of Oaks At Dixie Plantation In South Carolina

155

Baobab Trees, Madagascar ต้นไม้ในเรื่องเจ้าชายน้อยนั่นเอง ><”162

The Dark Hedges In Northern Ireland

172 (1)

 

cr: postjung.com

ต้องลอง!! นี่คือโปรเจค DIY สุดทึ่ง…ที่คุณแทบเชื่อไม่ลงว่ามันทำง่ายม๊วก


หากใครชอบทำอะไรสไตล์ DIY ขอบอกเลยว่าไอเดียต่อไปนี้พลาดไม่ได้ เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา มันโคตะระจะสวดยอด!!

โดยไอเดียที่ว่านี้เรียกว่า “Moss Graffiti” ซึ่งสิ่งที่ได้ออกมารับรองว่าจะทำให้ผนังเชยๆเปลี่ยนไปในพริบตาเชียวล่ะ ว่าแต่ต้องเตรียมอะไรบ้าง มาดูกันเมี๊ยวว

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : 

-ต้นมอสประมาณ 3 แก้ว (ล้างเศษดินออกให้เรียบร้อย)
-นมบัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย (หรือใช้โยเกิร์ต 2 ถ้วยก็ได้)
-น้ำ 2 แก้ว หรือเบียร์
-น้ำตาลประมาณ 1/2 ช้อนชา
-คอร์นไซรัป (น้ำตาลข้าวโพด) : หมายเหตุ**จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้จ้ะ
-อุปกรณ์สำหรับผสม (อาทิ เครื่องปั่น)

ขั้นตอน : 

1.เริ่มแรกให้คุณเก็บมอสให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ (แต่ก็ประมาณ 3 แก้วน่ะล่ะ)

diy1
2.แล้วก็ล้างเศษดินที่ติดอยู่ออกให้สะอาดเรียบร้อย

diy2
3.เอามอสใส่ลงไปในเครื่องปั่น

diy3
4.จากนั้นก็เทส่วนผสมทั้งหมดในลิสต์วัตถุดิบลงไป (ยกเว้นน้ำตาลข้าวโพด) พอใส่ทุกอย่างครบ ก็กดปั่นจนให้ทุกอย่างผสานเป็นเนื้อเดียวกัน

diy4

5.เริ่มเทน้ำตาลข้าวโพดลงไป

diy5
6.จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาเทลงถัง

diy6
7.แล้วก็ใช้แปรงสีจุ่มๆขึ้นมา

diy7
8.จากนั้นก็ดีไซน์คำที่คุณชอบลงไปบนผนัง และคุณต้องพยายามดูไม่ให้มันแห้งเหือด

diy8
9.สุดท้ายให้เตรียมกระป๋องสีสเปรย์สให้พร้อม แล้วลองพ่นตามรอยแบบร่าง จากนั้นเรื่องมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นแบบนี้…

diy9

diy10

diy11

diy12

diy13

ที่มา: catdumb.com

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง

ใบไม้แดงในสวน Rikugien by 工藤隆蔵

5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น

อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien)

Rikugien by japan-guide.com

สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่300 เยน

สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย

ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen)

Koishikawa Korakuen by Japan Web Magazine

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai)

University of Tokyo by <a href=

ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม

การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานีTodaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง

อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park)

Showa Kinen by <a href=

โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว

โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ

อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson)

วัดโทโดโระคิ by <a href=

เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ

ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร

สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น

เครดิต : j-reco.com
เรียบเรียงโดย : travel mthai

ที่มา: travel.mthai.com/world-travel/100594

สวยสุดๆ! 2 ศิลปินใช้เวลา 2 ปี “แกะสลักไม้” เป็นรูปผืนป่า!


 

หากพูดถึงการ “แกะสลักไม้” หลายๆ คนอาจคิดว่า ก็เห็นบ่อยไปในประเทศไทย แต่ถ้าศิลปินต้องใช้เวลาถึง 2 ปีล่ะ!! คงไม่ธรรมดาซะแล้ว เมื่อนายพอล โรเดน และวาลเลอรี ลูอิท ศิลปินคู่หู เปิดตัวภาพ “แกะสลักไม้” เป็นรูปผืนป่า ที่พวกเขาใช้เวลาออกแบบและสร้างสรรค์ออกมายาวนานถึง 2 ปีเต็ม!

ทั้งนี้ ศิลปินทั้งคู่ ซึ่งปกติเปิดร้านงานปรินท์เขาได้บรรจง แกะสลักไม้ ขนาดกว้าง 28 นิ้ว ยาว 46 นิ้ว ออกมาอย่างปราณีตเป็นรูปต้นไม้ ใบไม้ หญ้า และภูเขาอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนที่จะถ่ายและปรินท์ 3 สีออกมาให้ทุกคนได้ยลโฉม

“ภาพผืนป่าแบบพาโนรามานี้ จะถูกปรินท์ออกมา และขยายจนสุดขอบกลายเป็นภาพวอลเปเปอร์ที่สวยงามไร้ที่ติ!”

โดยผลงานแกะสลักที่ออกมานี้ ศิลปินทั้งคู่กล่าวว่า จะถูกขายเพียงชิ้นเดียว หรือจะขายเป็นภาพวอลเปเปอร์ที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา! เรามาดูกันว่าพวกเขาใช้ความพยายามมากแค่ไหน เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะอันทรงคุณค่าชิ้นนี้

แชร์ผลงานศิลปะเจ๋งๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆ คุณดูสิ เพื่อนคุณอาจได้แรงบันดาลใจสร้างสรรค์งานดีๆ ขึ้นมาก็ได้นะ

 

ที่มา: http://www.kiitdoo.com/