หากจะเปรียบที่ทำงานของคุณเป็นหนังสักเรื่อง คุณคิดว่าคือเรื่องอะไร? [Pantip]


 

 

 

1

ในชีวิตการทำงานนั้น เราจะได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา มีทั้งที่นิสัยดี นิสัยไม่ได้ ไหนจะรูปแบบการทำงาน ไหนจะเจ้านาย ไหนจะระบบองค์กรอีก โอ้ยมีสาระพัดรูปแบบเลยนะ

แต่ในการทำงานอนเคร่งเครียดก็ยังมีเรื่องฮาๆให้เราพอจะยิ้มกับมันได้บ้างนะ อย่างกระทู้ในพันทิปที่ไปเจอมานี้ เจ้าของกระทู้มาถามชาวพันทิปว่า หากเปรียบสถานที่ทำงานของคุณเป็นหนังสักเรื่อง คุณคิดว่ามันคือเรื่องอะไร?

เมื่อถามมาแบบนี้ ชาวพันทิปก็ไม่พลาดที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์ล่ะ ซึ่งแต่ละเรื่องที่หยิบมาเปรียบเทียบนั้น ทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนทีเดียว

 

1. Scary Movie

2

 

2. Inception

3

 

3. Frozen

4

 

4. Silent Hill

5.

 

5. เพื่อน…กูรัก…ว่ะ

6

 

6. Wolf of Wall Street

7

 

7. The Day After Tomorrow

8

 

8. Cast Away

9

 

9. Wanted

10

 

10. นางทาส

11

 

11. Hunger Game

12

 

12. งานมาก เป็นขโยง

13

 

แล้วที่ทำงานของคุณล่ะ เปรียบเหมือนหนังเรื่องอะไร?

“Beats Headquarter” บุกออฟฟิศแห่งใหม่ของแบรนด์หูฟังระดับโลก


“Beats Headquarter” บุกออฟฟิศแห่งใหม่ของแบรนด์หูฟังระดับโลก

 

ทุกๆครั้งที่มีการทัวร์ออฟฟิศมาฝากกันทีไร เหมือนได้เปิดโลกได้เห็นบรรยากาศการทำงานของแบรนด์ต่างๆเสมอๆ อาทิตย์นี้เป็นคิวของหูฟัง “Beats” ที่ในบ้านเรานิยมใส่ฟังกันให้เห็นตามท้องถนนอยู่บ่อยๆ จากแรกเริ่มก่อตั้งโดยแร็ปเปอร์นักปั้นอย่าง Dr.Dre ภายหลังจากที่มีข่าวขายแบรนด์ต่อให้กับ Apple ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านไปสองเดือน Apple ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเปิดตัว Headquaters ใหม่ของ Beats เป็นออฟฟิศน่าทำงานที่ใครเห็นแล้วต้องอิจฉา ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ L.A.

กับอาณาเขตทั้งหมด 105,000 ตารางฟุต และมีพนักงานทั้งหมด 650 คน ออฟฟิศแห่งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาโดยสตูดิโอสถาปนิก ชื่อว่า “Bestor Architecture” มีคอนเซปต์หลักคือสีสันที่สดใส ต้อนรับการเดินทางครั้งใหม่ของ Beats “เรามุ่งออกแบบให้สตูดิโอแห่งนี้มีบรรยากาศที่สนุกสนาน” โดยการเลือกใช้รูปทรงเรขาคณิต (โดยเฉพาะกล่องสี่เหลี่ยม) มาใช้ในงานออกแบบครั้งนี้ คุมโทนด้วยสีหลักๆอย่างน้ำเงิน แดง เหลือง (เป็นน้ำเงินแดงเหลืองเฉดแท้ๆที่ไม่มีสีอื่นผสม) “เราเลือกที่จะใช้ไม้ เพราะมันช่วยทำให้ออฟฟิศรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองยิ่งขั้น” นอกจากสีพื้นไม้ที่รับกันดีแล้วยังมีโซนคาแฟ่ที่ให้สีขาวดำสลับ เห็นแล้วน่าไปนั่งจิบกาแฟคุยกับเพื่อนร่วมงานสุดๆ!

จุดสำคัญที่ทำให้ออฟฟิศนี้โดดเด่นในบรรดา Silicon Valley คงจะเป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ๆ โดยเฉพาะนักออกแบบจากแถบสแกนดิเนเวียน ที่ช่วงนี้คราฟต์อะไรออกมากันก็ดูสวยไปหมด เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในอเมริกา (ส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป) บรรยากาศภายในออฟฟิศนอกจากจะดูสบายตาจากสีสันต่างๆแล้ว สถาปนิกยังเลือกใช้แสงธรรมชาติมาให้แสงสว่างแก่ออฟฟิศตามช่องต่างๆ ทำให้คนทำงานรู้สึกไม่อึดอัดอีกด้วย

จะน่าอยู่และน่าสนใจขนาดไหน คิดว่าคงไม่ต้องบรรยายกันให้มากความแล้วดีกว่า แนะนำให้ลองไปแอบดูภาพมุมต่างๆของออฟฟิศด้านล่างได้เลย ทัวร์นี้ฟรี!

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

ที่มา: dooddot.com/beats-headquarter

เป็นเมียแสนดี และเป็น…บนเตียง เรื่องเล่าจากปากอดีตสาวไซด์ไลน์


 

“เป็นเมียแสนดี และเป็น…บนเตียง” เล่าจากปาก”เอ๋”อดีตสาวไซด์ไลน์

“คัดลอกมาจาก จ๊ะเอ๋..อดีตสาวไซด์ไลน์”

ผู้ชาย ที่มาเที่ยวอ่าง พูดง่ายๆว่าอาบ อบ นวด ส่วนใหญ่ที่เอ๋เคยให้บริการมานับรวมๆก็ 1,500คนขึ้นคะ จริงๆก็มีหน้าที่การงานที่โอเคนะ เงินเดือนก็สองหมื่นกว่าบาท แต่ครั้นจะบอกด้วยประโยคยอดฮิตสาวๆอ่างว่า “เพราะความจำเป็น” เอ๋ก็เชื่อว่า ส่วนหนึ่งนะคะ ย้ำว่าส่วนหนึ่ง ก็มีความจำเป็นจริงๆ ที่เหลือก็อยากได้นั่นๆนี่ๆ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนสาระพัดผ่อน ก็ทางนี้มันลัดคะ ในความเป็นจริงใครบ้างละ ที่อยากจะให้ผู้ชาย ใครก็ไม่รู้จักมา”เอา”กับเรา อ้วนบ้าง แก่บ้าง ผอมบ้าง “หื่นโคตรๆ”บ้าง บางคนเวลาเอา “ก็กระหน่ำซะอย่างกะว่าจะให้พังไปข้าง” แลกกับความสะใจของพวกผู้ชาย แลกกันกับค่าตัว”3500″ต่อครั้งคะ ที่อ่างก็เอาไป 1500 เราได้มา 2000บาท/ครั้ง รวมทิปแต่ละครั้งจากแขกก็ได้วันหนึ่งๆเงินเกือบ 10,000บาทคะ.. เดือนนึงหักวันที่มีเมนส์ออกไป เหนื่อยบ้างอะไรบ้างพักบ้าง ก็เราสาวไซด์ไลน์อะนะ เดือนนึงเนี่ยรายได้อย่างเดียว 180,000-200,000บาท ต้องมีคะ.. ก็ทำปีครึ่งผ่อนรถหมด ผ่อนคอนโดหมด ก็เลยเลิก พอแล้ว…

ทำไมผู้ชายเที่ยวอ่างหรอ?

จากประสบการ์ณตรงที่เจอนะ ผู้ชายที่มีเที่ยวเนี่ยสรุปคร่าวๆมี3ประเภท

1. มาแบบว่า”โคตรจะหื่นกระหาย”พวกนี้เวลา”เอา”ไป ชอบให้เราพูดหยาบๆ “เอาแรงๆคะพี่”, “พี่เอาโคตรมันส์เลย”, “ของพี่ใหญ่มากหนูเจ็บ”อะไรพวกนี้เป็นต้น พวกนี้นะดูภายนอกเนี่ย บางคนดูสะอาดๆสุภาพ ยิ้มเเย้ม หน้าตาดี บางคนก็โคตรจะหล่อเลย เจอแบบนี้ข้างนอกให้”เอา”ฟรีก็ยอมนะ ฮ่าาา… แต่พออยู่ในห้องอะหรอ “เอา”อย่างกะคนอดอยากมาจากไหนไม่รู้ “กระแทกกระทั้น” ซะจน “จิ๊มิ”แทบจะพัง
พอเอาเสร็จนะ “เทพบุตร”คนเดิมก็กลับมา บอกตรงๆนะ ใครจะไปรู้ว่าหน้าตา แต่งตัวดีๆแบบนี้ “โคตรจะหยาบ โคตรจะหื่น” บางคนนะ
มา ถึงก็บอกว่า “เดี๋ยวพี่ทิปให้1,000เลย…ทำท่านั้นท่านี้ให้เค้าถ่ายรูป(ไม่เห็นหน้าตานะ ) ให้เราเอามือ”แหกจิ๊มิ” มันดูโคตรจะสะใจเลยสำหรับเค้านะ พวกนี้อะประเภทแรกที่เจอบ่อยๆ พวกนี้ติ๊ปหนัก เพราะเราจะเสียเวลาในการบิ้วตามที่เค้าร้องขอนาน คือพูดง่ายๆ กว่าจะ”เอา”ต้องบิ้วซะจนเค้าสุดๆอะ ถึงจะลงมือ”เอา”ซะที

2.พวกนี้คือ ประเภท”สักแต่ว่าก้มหน้าก้มตาเอา” พูดง่ายๆนะ เชื่อมั๊ยว่า “ผู้ชายอะนะ ชอบอะไรแต่ละอย่างเนี่ย เหมือนหนังโป๊เลย ยังไงยังงั้น”
บางคนขอเสร็จที่ นม บางคนขอเสร็จที่”รักแร้”..เชื่อปะ มีนะ บางคนขอเสร็จ “ใกล้ๆจิ๊มิอะไรแบบนี้” ก็ไม่รู้นะว่ามันจะทำให้เค้าได้อารมณ์สุดๆอย่างงั้นเลยหรอ แต่ก็ทำนะ “ติ๊ปเยอะ” พวกนี้ พวกนี้พอเข้าห้องนะ ไม่เคยถามเล้ยว่าอะไรยังไง “ก้มหน้าก้มตาซอย” จะไปให้ถึง”สุดซอย”อย่างเดียว “น้ำแตก”ก็จบ..พูดตรงๆถ้าเจอพวกนี้นะ สบาย..ไม่นานมากก็เสร็จ

3.พวก สุดท้ายคือประเภท”เรื่อยๆมาเรียง” บอกตรงๆนะ พวกนี้เสียเวลามาก “นั่งลวนลาม”จับโน่นๆนี่ๆ พวกนี้จะเก๋าคือว่า ส่วนใหญ่แล้ว 1รอบจะตกราวๆ 2ชั่วโมงเป็นมาตรฐาน พวกนี้จะชวนคุยโน่นๆนี่ๆ บางทีก็ถามว่า”เคยโดนเอาแบบไหน” “เคยโดนใหญ่ๆเอาปะ พูดง่ายๆ”สัมภาษณ์” ระหว่างสัมภาษณ์ก็ให้เรานวดบ้าง จับบ้าง จกบ้าง ซะคุ้มกินเวลาไปแล้ว หนึ่งชั่วโมง ค่อยไปเริ่มต้น”เอากัน” เอาเสร็จรวม”อาบน้ำ” ครบ2ชั่วโมงพอดี คือ พวกนี้จะเคี่ยว มี2ชั่วโมง ก็ใช้จนครบ2ชั่วโมงเต็มๆ

จาก100%ของประสบการ์ณเอ๋ทั้งได้ยินคุยกันเองบ้าง ทั้งจากคุยกะเพื่อนๆที่ให้บริการบ้างนะ “ผู้ชายเที่ยวอ่าง” เค้ามาเพราะ

1.”เปลี่ยน กลิ่น เปลี่ยนรส” พูดง่ายๆ เอากะแฟน เอากะเมียที่บ้าน นานๆมันเบื่อ มีของใหม่ๆแปลกๆก็ตื่นเต้น พูดง่ายๆ”ตื่นเต้น”คำเดียว นี่คือสันดานของผู้ชายคะ อันนี้แทบจะทุกคนที่มาเที่ยว ลูกค้าบางคนนะ ก็มีมาติดบ้าง วนเวียนกลับมาหาเอ๋ อย่างมากก็ไม่เกิน”3ครั้ง” แล้วก็หายไป
เนี่ยงัยถึงบอกว่า ส่วนใหญ่ผู้ชายเที่ยวอ่างเพราะเปลี่ยนรสชาด “สันดาน”อะนะ พูดตรงๆ

2.”แฟน หรือเมีย..ทำให้ไม่อิ่ม” หลายคนหน้าตาดี แต่งตัวดี โห..พูดโคตรจะหยาบเลย พูดง่ายๆว่า พวกนี้ไม่สามารถจะทำแบบนี้กับแฟนได้ เพราะฟอร์มเยอะ ต้องดูดี มีอิมเมจดีๆ ก็เลยมาหาที่ระบายตัวตนที่แท้จริงออกมา หลายๆคนก็มีเมียมีแฟนหมดแล้ว ฟังที่เค้าบ่นก็ว่าแฟนไม่ยอมให้เอาท่านี้ แฟนไม่ยอมพูดแบบนี้ แฟนไม่ยอมโน่นๆนี่ๆ คือพูดง่ายๆ ผู้ชายมันต้องการอะนะ แต่แฟนให้ไม่ได้ เหมือนคนอยากกินเเซบๆแต่ไม่ได้กินซะที ก็ต้องออกมาหากินนอกบ้าน

3.”แฟนหรือเมีย ไม่เอาใจ” จะบอกให้นะคะ นี่คือเหตุผลสำคัญเลยนะ ใครคิดว่า “โอ๊ย..ก็ทำงานมันเหนื่อยยังต้องมาเอาใจอีกหรอ” ผู้ชายอะนะ มันไม่ใช่ผู้หญิงหรอก เค้าก็ทำงานเหนื่อยเหมือนกัน แต่เค้าก็อยากให้แฟนเอาใจ ผู้หญิงให้บริการอะนะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ให้บริการ”
พวกเราบริการตั้งแต่ถอดถุงเท้า พูดเอาใจ รับฟังเวลาเค้าบ่น “จะบอกให้ว่าลูกค้าจำนวนมากๆๆๆๆ มาบ่นเรื่องงาน เรื่องที่บ้าน”ให้พวกเราฟังเยอะมาก คือเค้าไม่รู้จะไปบ่นกับใครหรือระบายกับใคร ก็มาหาเรา หน้าที่เราคือ “รับฟัง” “ตั้งใจฟัง” และให้กำลังใจ ไอ้ครั้นจะบอกว่าใช่สิก็พวกเราได้เงินนิ อันนี้ก็ถูกคะ แต่ถ้าคุณเหนื่อยคุณไม่ทำ “เงินของเค้า..ก็จะมาอยู่กับเราคะ” แค่เนี้ย..รับได้ปะ พวกเราถอดถุงเท้าให้, เอาผ้าเย็นมาเช็ดตัวให้,อยากได้อะไรบอกมา นั่งเฉยๆ เดี๋ยวทำให้ รินเหล้า จุดบุหรี่, ถูหลังถูตัว และที่สำคัญนะคะ..เวลาพวกเราอยู่ในห้องให้บรรดาแฟนๆหรือสามีพวกคุณ”เอา”เรา เนี่ย..เราไม่เคยปริปากบ่น เราบิ้วโลมเลียให้ตั้งแต่ตาตุ่มถึงใบหู ต้องการแบบไหนบอกมา “พวกเราจัดเต็มคะ”

ดังนั้นข้ออ้างที่ว่า “ทำงานเหนื่อยแล้ว..ยังต้องมาเอาใจอีก” ก็เพราะคิดกันแบบนี้ มันก็ถูกคะ ไม่ผิดเลย แต่คุณอย่าลืมอย่างนะว่า “ผู้ชาย เค้าเป็นเพศที่ต้องการคนเอาใจ” ถ้าพวกคุณทำงานเหนื่อยแล้ว เรื่อง”บนเตียง”คุณต้อง”แซบด้วย” พูดง่ายๆว่า “เป็น…ไปเลยคะ” ก๊อปปี้สิ่งที่พวกเราทำ ถึงแม้จะไม่ได้ทุกครั้งนะคะ แต่ว่ามันต้องมีให้เค้าบ้างคะ

ที่เล่ามาต้องการแค่จะบอกว่า “ไม่ได้ประกันว่าถ้าพวกคุณเป็น…บนเตียงแล้ว”แฟนพวกคุณจะ”ไม่มาเที่ยว”พวก เรานะ ยังไงเค้าก็มาคะ แต่มันจะน้อยลง หรือ ถ้าเค้ากลัวโรค เค้าอาจจะไม่มาเที่ยวอีกเลย อีกอย่างนะคะ “เป็น…บนเตียง ไม่ใช่คุณหนูนั่งบนวิมานนะคะ” เค้าอยากทำอะไร อยากได้อะไร ให้ไปเถอะคะ คนมันอยากอะนะ เราไม่ให้เค้าก็ไปหาที่ๆเค้าได้คะ กะเงินแค่2-3000หรือไม่เกิน 5000 เค้าก็ได้แล้ว เดือนหนึ่งซัก 1-2ครั้ง พวกเค้าก็พอถูไถไปคะ อย่าเอาความคิด”ผู้หญิง”ไปหาเหตุผลผู้ชายคะ “ไม่มีทางได้คำตอบที่ถูกแน่นอน”

ทิ้งท้ายไว้ให้นะคะ “ผู้ชายต้องการเอากะคนที่ร่านบนเตียงคะ..ไม่ใช่เอากะแม่ชีหรือเทพธิดา” เพราะตอนเค้าหื่น “เค้ามันก็ซาตานดีๆนี่เอง” แบ่งปันกันนะคะ…เอ๋

ที่มา:  chocgo.com/detail/2614-quot-quot-quot-quot

15 ข้อถ้าทำแล้วคุณจะ “เสียใจ” ทีหลัง!


ความ “เสียใจ” คือส่วนหนึ่งของชีวิตก็จริง แต่มันไม่ควรเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต หากเราเลี่ยงได้ หรือเลือกที่จะไม่เจอกับมันได้ ถือเป็นเรื่องดี เพราะการกระทำบางอย่างของเรา หากเราไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน มันอาจจะจบลงที่ความ “เสียใจ” ที่เราไม่น่าทำมันเลย วันนี้เราเอา 15 ข้อที่พอใครทำแล้วมักจะ “เสียใจ” มาฝากกัน เพื่อเตือนทุกคนว่า ถ้าเลี่ยงได้ ก็อย่าทำนะ

1. คุณจะเสียใจถ้าทำงานเพื่อ “เงิน” เพียงอย่างเดียว

หาก คุณทำงานเพื่อ “เงิน” เพียงอย่างเดียว แต่คุณไม่มีความสุข ถึงจุดหนึ่งคุณจะลาออก หรือไม่ก็โดนไล่ออก เพราะคุณจะไม่มีกำลังใจเลยที่จะตื่นเช้าออกไปทำงานทุกวัน และสุดท้าย คุณจะเสียใจ ที่พลาดโอกาสหลายๆ อย่างไปในเวลาที่ผ่านมา ลองทำงานที่คุณรักสิ เดี๋ยวเงินก็ตามมาเอง

2. คุณจะเสียใจทุกครั้งที่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ

โอกาส ไม่ได้มาหาคุณและทุกคนบ่อยๆ ถ้ามันมาก็คว้าซะ ประสบการณ์คือสิ่งที่สำคญของชีวิต อย่าปล่อยให้โอกาสที่คุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ หลุดไปเพียงเพราะคุณคิดว่าทุกวันนี้คุณอยู่ดีแล้ว ไม่เดือนร้อน เพราะคุณจะเสียดายทีหลังนะ

3. คุณจะเสียใจทีหลัง ถ้าคุณส่งข้อความ หรืออีเมล์ตอนคุณโกรธ

เวลา คุณโกรธ คุณจะไม่คิด บางทีคุณอาจจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผิดไปก็ได้ และพอคุณใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ผลที่ตามมาอาจจะรุนแรงกว่าที่คุณคิดก็ได้ เพราะฉะนั้น รอให้ใจเย็นก่อนดีที่สุด

4. คุณจะเสียใจทุกครั้งที่ “นอกใจ” แฟนคุณ

ถ้า ทุกครั้งที่คุณ “นอกใจ” และไม่รู้สึกอะไรเลย คุณคงเป็นคนที่ไม่ไหวเอามากๆ ถ้าคุณคิดว่าความสัมพันธ์ของคุณกับแฟนตอนนี้มันแย่ ก็ยอมรับความจริง กล้าที่จะเคลียร์ และจบมัน ไม่ใช่หนีไปหาทางออกด้วยการ “นอกใจ” และลองถามตัวเองดูนะ ว่าคนที่คุณได้มาจากการนอกใจ คุณจะไว้ใจเขาได้มากแค่ไหน ว่าวันหนึ่งข้างหน้า คุณจะไม่ถูกนอกใจ

5. คุณจะเสียใจถ้าคุณ “ลาออก” จากงานด้วยอารมณ์

หาก คุณกำลังคิดจะลาออกจากงาน ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม ทั้งงานหนัก เข้ากับคนที่ทำงานไม่ได้ เจ้านายนิสัยแย่ ให้ความคิดที่จะลาออกมาจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ ถ้าคุณเขียนจดหมายลาออกแล้ว อย่าพึ่งส่ง รอก่อน 1-2 วัน ถ้าความรู็สึกยังเหมือนเดิม ก็ยื่นซะ แต่ถ้าไม่ คุณยังเปลี่ยนใจทัน

6. คุณจะเสียใจ ถ้าไม่ยอมทำสิ่งที่คุณรัก

สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงกระตุ้นให้เราทำสิ่งต่างๆ นั้นคือ ความรักที่ เรามีต่อสิ่งนั้น แต่ถ้าคุณรู้ว่าคุณชอบทำอะไร รักที่จะทำอะไร แต่คุณมัวแต่เสียเวลา รอนู่น รอนี่ วันหนึ่งคุณจะเสียดายว่า ทำไมคุณไม่เริ่มมันเร็วกว่านี้

7. คุณจะเสียดายเวลาที่คุณไม่ได้ใช้กับคนที่คุณรักให้มากกว่านี้

ไม่ ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน แฟน สามมี ภรรยา สัตว์เลี้ยง อย่าทำงานหนักเกินไปจนละเลยคนรอบข้างของคุณเหล่านี้ แล้วคุณจะเสียใจ ในวันที่คุณมีเงิน มีหน้าที่การงานที่ดี แต่ไม่มีคนที่อยู่เคียงข้างคุณอีกแล้ว

8. คุณจะเสียใจ ถ้าทนทำงานที่ไม่มีวันก้าวหน้า

ชีวิต มันสั้นเกินกว่าที่คุณจะทำอะไรที่ไม่มีความหมายกับตัวคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่า งานที่คุณทำอยู่ ไม่มีทางก้าวหน้าเลยซักนิด ก็เปลี่ยนเถอะ

9. คุณจะเสียใจถ้าให้ “ความกลัว” มาทำให้คุณไม่กล้าตัดสินใจ

เมื่อ ไหร่ก็ตามที่คุณให้ “ความกลัว” มามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคุณ คุณจะตัดสินใจพลาด เหมือนกับข้อ 8 ถ้าคุณไม่ตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพียงเพราะคุณ “กลัว” ตกงาน นั่นคือคุณกำลังตัดสินใจผิดนะ เอาชนะความกลัวของคุณให้ได้

10. คุณจะเสียใจ ถ้าลาออกจากโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ไม่ดีพอ

บางอย่าง เสียไปแล้ว คุณเอากลับคืนมาไม่ได้ อย่างเช่น “เวลา” เพราะฉะนั้น หากคุณอยากลาออกจากโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย คิดให้ดีว่าเหตุผลที่คุณจะออกมันคุ้มค่าหรือไม่ เพราะถ้าออกไปแล้ว คุณจะเสียเวลามากเลยทีเดียว ถ้าคุณจะกลับมาเริ่มใหม่

11. คุณจะเสียใจทีหลัง ถ้าไม่ได้บอกความรู้สึกกับคนที่คุณรัก

หลายๆ คนอาจบอกว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด แต่คำพูดบางคำ มันก็เป็นการตอกย้ำความมั่นใจได้ดีแก่คนที่คุณรัก ว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับเขา เวลาเพียง 3 วินาทีในการบอก รัก หรือบอกว่า คิดถึง มันคงไม่นานเกินไปหรอกนะ

12. คุณจะเสียใจถ้าปล่อยให้เพื่อนของคุณห่างหายไป

เพื่อน ดีๆ หายาก อย่าเสียเพื่อนไปง่ายๆ เพียงเพราะคุณยุ่งจากการทำงานมากเกินไป อย่างน้อยโทรหาบ้าง ถามไถ่ข่าวคราว ก็ทำให้เพื่อนคุณยังรู้สึกว่า “คุณยังคิดถึงเขาอยู่นะ”

13. คุณจะเสียใจถ้าคุณบอกความลับที่คนหนึ่งบอกคุณมาให้คนอื่นฟัง

การ ที่คนหนึ่งจะบอกความลับกับคุณ นั่นคือเขา “ไว้ใจ” คุณ และการที่คุณนำไปบอกต่อ นั่นคือคุณกำลังทรยศความไว้ใจนั้น เพราะฉะนั้น ระวัง ความ “ไว้ใจ” มันใช้เวลาสร้างนาน อย่าให้การกระทำเพียงชั่ววูบ ทำลายมันไปอย่างไม่มีวันได้คืนมา

14. คุณจะเสียใจหากโพสสเตตัสลง Facebook ตอนเมา

การ ทำอะไรตอนไม่มีสติ คุณจะไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา เพราะฉะนั้น หากคิดจะดื่มเหล้า เก็บมือถือไว้ห่างๆ ก็ดี ถ้าคุณคิดว่าคุณมักจะอดไม่ได้ ที่โพสอะไรที่ไม่คิดเวลาคุณเมา

15. อย่าออกตัวแรงลงโซเชียลมีเดีย

เพราะ คุณไม่มีทางรู้ว่าจะมีใครมาดูหน้าเพจเฟสบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ของคุณบ้าง เพราะฉะนั้น ความเห็นหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เรื่องปัญหาสังคม หรือ คอมเม้นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย อย่าออกตัวแรง หรือพูดจารุนแรงเกินไป บางทีมันตามกลับมาทำร้ายคุณทีหลังก็ได้นะ

H/T: Lifehack

ที่มา: kiitdoo

โลกโซเชียลกระหน่ำไลค์ สาวสวยเว้าอีสาน ถ่ายคลิปฝากถึงคนด่าพริตตี้


 

สาวสวยเว้าอีสาน ถ่ายคลิปฝากถึงคนด่าพริตตี้ มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อาชีพใคร อาชีพมัน

กระหึ่มโลกออนไลน์ หลังจากที่มีสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ MindMint Chin Han Hwun ได้โพสต์คลิป ฝากถึงคนด่าพริตตี้ ออกมาชี้แจงเป็นภาษาอีสานแบบไฟแลบฝากถึงคนที่ชอบดูถูกอาชีพพริตตี้ว่า อยากจะมาระบายหลังจากที่มีคนชอบพูดอย่างนั้นอย่างนี้กับพริตตี้

0111

ซึ่งข้อแรกที่อยากเคลียร์คือ ข้อ1.พริตตี้ โชว์นม โป๊ ซึ่งตนก็ต้องยอมรับว่าการโชว์นมเป็นเซ็กซี่ เป็นจุดขายมันเป็นงานของเขา อาชีพใคร อาชีพมัน ส่วนข้อ2 ที่ว่าพริตตี้เป็นเด็กเสี่ย ยอมรับว่าก็มีพริตตี้ที่เป็นเด็กเสี่ยแต่เธอไม่ได้เป็นและไม่เคยดูถูกใครที่ เป็นเด็กเสี่ยด้วย

ซึ่งเธอมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า ส่วนเรื่องศัลยกรรมเธอมองว่าเป็นเรื่องของการลงทุนเพราะทำงานเกี่ยวกับหน้า ตา การทำศัลยกรรม เสริมสวยมันเป็นเรื่องปกติ พอให้ได้มีงานเข้ามา

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ขณะนี้มีคนกดแชร์แล้วกว่า 5,700ครั้ง และกดถูกใจอีกหลายหมื่นครั้ง ซึ่งชาวสังคมออนไลน์มองว่าอาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริตและไม่ได้ทำให้ใคร เดือดร้อน และชื่นชมสาวสวยในคลิปที่ไม่อายที่จะพูดภาษาอีสาน พูดตลก แถมยังมีน่าตาสวย เรียกได้ว่าทำให้หลายคนบนโลกออนไลน์อมยิ้มหลังจากได้ชมคลิปนี้

 

http://www.facebook.com/video/embed?video_id=10202902382788793

 

10 เหตุผลของคน เกลียดวันจันทร์


 

ทำไมเราถึงเกลียดวันจันทร์ ลองอ่าน 10 เหตุผลของคน เกลียดวันจันทร์

i hate monday

10. เงินหมด อันนี้มักจะเกิดในวันจันทร์ท้ายเดือนเนื่องจากการเดินทางแต่ล่ะครั้งต้องมีค่าใช้จ่าย แถมออกไปทำงานก็อะไรต่อมิอะไรมากมาย เงินเดือนก็ยังไม่ออก แต่ไหนๆ ก็จะสิ้นเดือนแล้วก็เลยต้องฝืนใจไปทำงาน

9. ยังอยากปาร์ตี้ต่อ ก็เจอวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แห่งชาติไป ปาร์ตี้กันทุกวัน บางครั้งอารมณ์มันค้างมาถึงวันจันทร์เลยทีเดียว แบบว่าอยากปาร์ตี้กันต่อแบบไม่หยุดพักเลย

8. งานเพียบ วันจันทร์มักเป็นวันแห่งการสั่งงานอย่างแท้จริง เพราะเป็นวันเริ่มต้นการทำงานวันแรกของสัปดาห์ ใครมีไอเดียก็ใส่กันเต็มที่ แต่จะทำทันไหมอีกเรื่อง

7. เบื่อเพื่อนร่วมงาน/เจ้านาย อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” บางทีก็เจอเพื่อนร่วมงานชอบนินทา หรือเจอเจ้านายชอบเอาแต่ใจ

6. เบื่องาน พอวันจันทร์ทีไรมานั่งคิดแล้วก็เบื่องานที่ทำ คิดไปคิดมาก็พาลไม่อยากจะไปทำงานอีก วันจันทร์จึงเป็นวันที่น่าปวดหัวสุดๆ

5. ทำงานไม่เสร็จ หนึ่งในเหตุผลที่เกิดขึ้นกับทุกคนที่เกลียดวันจันทร์ก็เพราะขืนไปก็โดนดุโดนว่าแน่ๆ

4. ยังไม่หายเหนื่อย เชื่อว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกว่าการหยุด 2 วัน นั้นไม่เคยจะพอเลย พอถึงวันจันทร์เมื่อไหร่ เหมือนความเหนื่อยจากสัปดาห์ที่แล้วมันย้อนกลับมาทุกที

3. เบื่อการเดินทาง บางคนไม่ได้เบื่อวันจันทร์เพราะมันเป็นวันทำงานหรอก แต่เบื่อมันเพราะเป็นวันที่รถติดแบบ โค-ตะ-ระ มากๆ นั้นเอง ด้วยการจราจรแบบน่าปวดหัว ยิ่งถ้าฝนตกไม่ต้องพูดถึง บางครั้งออฟฟิศอยู่แค่เอื้ยมแต่ไม่ถึงสักที

2. วันเริ่มงาน อะไรที่เป็นครั้งแรกมักจะไม่ปกติเสมอ (พูดถึงวันจันทร์นะ) และส่วนใหญ่หรือทั้งหมดมักจะไม่อยากไปทำงานในวันแรกสักเท่าไหร่

1. ไม่อยากตื่นเช้า สุดยอดเหตุผลที่ทุกคนต้องเคย “อ้าง” กับตัวเอง เพราะ เสาร์-อาทิตย์ เรามักจะตื่นสายถึงสายที่สุด เพราะเป็นวันพักผ่อน เรียกได้ว่าได้นอนเต็มอิ่ม แต่พอถึงวันจันทร์เราก็ต้องตื่นเช้านี้แหละทำให้รู้สึก “เกลียดวันจันทร์”

ฉันเกลียดวันจันทร์

 

อขอบคุณข้อมูล sanook , Springnews

 

คู่สามีภรรยาทิปพนักงานไป 3,200 บาท ทั้งที่ “บริการแย่” เพราะอะไร ไปดู!


 

“จำไว้เสมอว่า เรามาจากไหน” นี่คือคำอธิบายของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ให้ทิปพนักงานหนักมาก ทั้งๆ ที่ “บริการแย่”…

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา Makenzie และ Steven Schultz สามีภรรยาจากไอโอวา ตำหนิบริการที่แย่และช้ามากๆ ของร้าน Kazoku Sushi ใน Cedar Rapids, Iowa

ในเฟซบุ๊กของเธอ Makenzie เล่าว่า พนักงานเสิร์ฟใช้เวลานานกว่า 20 นาทีในการนำน้ำดื่มมาให้เธอ และอีก 40 นาที ในการนำอาหารเรียกน้ำย่อยมาให้ และต้องรออีกกว่า 1 ชั่วโมง กว่าจะได้อาหารจานหลัก แต่แทนที่เธอและสามี จะทิปพนักงานคนนี้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เขาทิปพนักงานคนนี้ไป 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,200 บาท กับมื้ออาหารที่ราคาเพียง 66 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Makenzie ถ่ายภาพใบเสร็จของเธอลงเฟซบุ๊ก พร้อมเหตุผลที่ทำไมเธอจึงทิปพนักงานเสิร์ฟมากมายขนาดนั้น

100tip

โพสนี้ของเธอแพร่หลายมากในอินเทอร์เน็ต ด้วยคนกดไลค์มากกว่า 1 ล้านไลค์ และคนแชร์เรื่องนี้มากกว่า 150,000 ครั้งในเฟซบุ๊ก

เธอเล่าให้ฟังว่า เธอรู้ว่าพนักงานเสิร์ฟคนนี้ต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เธอและสามีก็ต้องเจอเหมือนกัน เพราะเขาทั้งคู่เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อน ในร้านอาหาร Bubba Gump Shrimp Co.

เธอเล่าว่า เธอไม่มีเวลาที่จะบริการลูกค้าทุกคนดีเท่ากันหมด ทั้งๆ ที่เธอจะพยายามมากสุดๆ ในชีวิตแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น แทนที่จะให้ทิปพนักงานเสิร์ฟคนนั้นแค่ 10% ของราคาอาหาร เธอและสามีตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงคืนๆ นั้นของพนักงานคนนั้น ให้เขาได้รู้สึกว่า ถึงแม้ว่า สิ่งต่างๆ จะไม่เพอร์เฟ็กอย่างที่เขาตั้งใจ แต่แค่เขาได้พยายาม ก็ดีที่สุดแล้ว และนี่คือผลตอบแทนความพยายามของเขา

ทั้งนี้ ผู้จัดการร้านดังกล่าว ยืนยันกับทาง BuzzFeed News ว่า ลูกจ้างของเขา “Kyle H.” คือคนที่ได้รับทิปก้อนนี้ไป และยังบอกอีกว่าพนักงานคนนี้เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่แค่วันนั้น เป็นวันที่ทางร้านคนเยอะมากจริงๆ และดวงมาตกที่พนักงานเสิร์ฟคนนี้พอดิบพอดี ซึ่งพอหลังจากเกิดเรื่อง พนักงานคนนี้ตกใจมากกับความใจดีของคู่สามีภรรยา และตกใจเช่นกันหลังจากที่ทราบว่าเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต

H/T: Buzzfeed