สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

รวมมิตรโกงหลีใต้


 

1 ต.ค.57 เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันกันแล้วสำหรับกีฬา “เอเชียนเกมส์” ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจนถึงขณะนี้เชื่อว่าแฟนกีฬาชาวไทยไม่มากก็น้อยที่นั่งชม “อินชอนเกมส์” อยู่ในขณะนี้คงมีทั้ง “เสียงเฮ” จากผลงานของนักกีฬาไทย พร้อมๆกับมี “เสียงด่า” ถึงลีลาของเจ้าภาพเกาหลีใต้ที่ “โกง” สารพัดเพื่อผลการแข่งขันที่ดีของชาติตัวเอง

 

811807-topic-ix-1

“กอดๆๆ” ไม่ต้องต่อย ก็เข้ารอบ

 

ไล่เรียง “กลโกง” ของเจ้าภาพเกาหลีใต้ เฉพาะที่นักกีฬาไทยเป็นฝ่าย “ถูกกระทำ” ตั้งแต่วันแรกๆจนถึงวันนี้ ที่เห็นชัดๆและว่ากันว่า “ค้านสายตา” แฟนกีฬาชาวไทยนั้น เริ่มจากกีฬา “มวยสากลสมัครเล่น” ในคู่ที่ “สายลม อาดี” กำปั้นความหวังชาวไทย ที่มีอันต้องตกรอบ 8 คนสุดท้าย ในรุ่นไลท์ ฟลายเวต หรือรุ่น 60 กิโลกรัม เมื่อแพ้คะแนนให้กับ ฮัน ซุลชู นักชกเจ้าถิ่น แบบเหลือเชื่อ ด้วยผลการให้คะแนนจากกรรมการข้างเวทีแบบเป็นเอกฉันท์ 3-0 เสียง

หลังจบการแข่งขันแบบค้านสายตา บรรดานักเลงคีย์บอร์ดชาวไทยทนไม่ไหวออกมา “กระหน่ำ” คอมเมนท์ในโลกโซเชียลมีเดียกัน “กระหึ่ม” ส่วนใหญ่มองว่า “สายลม” แพ้ได้อย่างไร ในเมื่อไล่ต่อยนักชกเจ้าถิ่นได้จะแจ้งกว่า ขณะที่นักชกเจ้าถิ่นได้แต่ “กอด กอด แล้วก็กอด”

ใช่ว่าจะมีแต่ “ขุนพลเสื้อกล้าม” ไทยที่ถูกกระทำ เพราะหลังจากนี้ก็มีการประท้วงกันวุ่นวายในรุ่นแบนตั้มเวต เมื่อ ทักส์ซ็อกต์ ยัมไบร์ นักชกชาวมองโกเลีย ถูกตัดสินให้แพ้คะแนน ฮัม ซัง-เมียง นักชกเจ้าถิ่น แบบค้านสายตา งานนี้ทีมมวยมองโกเลียประท้วงแหลก แต่ไม่เป็นผล

ขณะที่การแข่งขันมวยสากลหญิง รุ่นไลต์เวต รอบรองชนะเลิศ สาริต้า เทวี ของอินเดีย ก็ไม่พอใจที่ถูกตัดสินให้แพ้คะแนน ปาร์ก จิ-นา นักชกเกาหลีใต้ และทำให้ชองธัม โธบา ซิงห์ สามีของเทวี ประท้วงและมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

“ผมไม่สามารถยอมรับผลการตัดสินในลักษณะนี้ได้ เพราะมันผิดพลาด พวกคุณกำลังฆ่ากีฬามวยนะ รู้หรือเปล่า” ซิงห์ กล่าว

 

“ขนไก่”เจอฤทธิ์“ผีช่องแอร์”

811807-topic-ix-2

อีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เป็นความหวังของไทยอย่าง “แบดมินตัน” ก็มีข้อกังขาคล้ายจะโดน “กลโกง” จากเจ้าภาพ เมื่อมีการวิจารณ์กันอย่างหนาหูว่าที่ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่มือระดับโลกของไทย ต้องแพ้ให้กับ แบ ยอน จู เจ้าภาพ 2-1 เซต ตกรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันแบดมินตันหญิงเดี่ยว เพราะมี “ลมปริศนา” เข้ามาช่วยเจ้าภาพ ซึ่งตัวแทนนักกีฬาจากจีนและญี่ปุ่นก็ “เห็นพ้อง” ในเรื่องนี้

งานนี้ “น้องเมย์” แพ้ให้กับ แบ ยอน จู แบบ “หมดรูป” ด้วยคะแนน 4-21 , 18-21 และ 8-21 ซึ่งด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างมากจนเกินไปทำให้หลายฝ่ายเกิดข้อสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ติดตามชมการแข่งขันในสนามได้ตั้งข้อสังเกตว่าการตีลูกของ“น้องเมย์” ดูแปลกไป เหมือนมีปัญหาเรื่องการคุมน้ำหนักลูก ซึ่งน่าจะเกิดจาก “ลม” ที่พัดในสนาม เช่นเดียวทีมแบดมินตันจากประเทศต่างๆที่ได้มีการกล่าวถึงลมปริศนาในสนามเช่นกัน

เว็บไซต์บิสสิเนสรีคอร์เดอร์ อ้างบทสัมภาษณ์ของตัวแทนนักกีฬาจากจีน ที่มีความเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ว่า ระบบระบายความร้อนและเครื่องปรับอากาศในสนามส่งผลกระทบต่อทิศทางของลูก และรูปแบบในการเล่นมาก สนามทั้ง 2 ฝั่งมีความแรงของลมไม่เท่ากัน ในขณะที่นักกีฬาของเกาหลีใต้มีการปรับตัวต่อลมแรงๆในสนามได้ดีกว่า

“ลี ยอง โป” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมแบดมินตันจีน กล่าวว่า ในวันที่ทีมชายของจีนแพ้เกาหลีใต้ ในรอบชิงชนะเลิศ สภาพลมในสนามเกิดจาก “ฝีมือมนุษย์” แน่นอน เกาหลีใต้ตั้งใจที่จะควบคุมกระแสลมพัดในสนาม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง จีนเจอลมแรงมากในฝั่งที่แข่ง แต่พอเปลี่ยนฝั่งเจ้าภาพก็ “ปิดแอร์” ฝั่งที่เกาหลีใต้ลงแข่ง อีกทั้งนักกีฬาของเจ้าภาพก็ได้ลงซ้อมที่สนามแห่งนี้ก่อนแข่งล่วงหน้าถึง 15 วัน

ขณะที่ “เคอิตะ มะสึดะ” โค้ชญี่ปุ่น ชี้ว่าในการแข่งขันแบดมินตันทีมชาย รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ญี่ปุ่นแพ้เกาหลีใต้ กระแสลมในสนามค่อนข้างแปลก เพราะเมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนข้าง ลมก็เปลี่ยนข้างตามมาด้วย โดย เคนอิจิ ทาโกะ มือตบญี่ปุ่นก็สมทบว่า ตนไม่มีประสบการณ์การเล่นในสนามที่มีลมขนาดนี้มาก่อน ซึ่งหลังการแข่งขันทางญี่ปุ่น ก็ออกมาประท้วงว่าเจ้าภาพแอบเล่น “ตุกติก” หรือไม่

ด้าน “สมพล คูเกษมกิจ” ผู้ฝึกสอนแบดมินตันทีมชาติไทย กล่าวว่า เรื่องกระแสลมที่เป็นปัญหานั้น เป็นเรื่องที่นักกีฬาไทยต้องควบคุมสถานการณ์และควบคุมตัวเองให้ได้ เพราะถ้าเป็นลมธรรมชาติ ทุกคนต้องเจอหมด

เรื่องของ “ลมปริศนา” นั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายมันเป็นลมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเป็น “ลมช่องแอร์” ที่มี “พลังงานบางอย่าง” ทำให้เกิดขึ้น???

 

เชิ้ตดำ“มาตามนัด”…“ช้างศึก”เจอจุดโทษชวดชิง

811807-topic-ix-3

เพิ่งจบไปสดๆร้อนๆสำหรับฟุตบอลชายไทย ที่พ่าย เกาหลีใต้ 0-2 ร่วงตกรอบรองชนะเลิศไปอย่าง “เจ็บแสบ” ซึ่งในโลกออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือเว็บบอร์ดชื่อดังต่างยังพูดถึงเกมของคู่นี้แบบ “อารมณ์ค้าง”!!!

จังหวะที่ทัพ “ช้างศึก” เสียประตู 1-0 ต้องยอมรับว่าเรา “พลาดเอง” แต่จังหวะที่ทำให้แฟนบอลทัพ “ช้างศึก” ต้องมีอารมณ์เห็นจะเป็นประตูหนีห่าง 2-0 ของเกาหลีใต้ ที่ได้จาก “จุดโทษ” กังขา เพราะจังหวะนั้นเมื่อดูภาพช้าไม่ว่าจะกี่ครั้งก็จะเห็นว่าเป็นการทำฟาวล์ “นอกกรอบเขตโทษ” แต่แนวรุกเจ้าถิ่น ดันพุ่งล้มเข้าไปในเขตโทษ และกรรมการดัน “บ้าจี้” รีบเป่าเป็นจุดโทษให้ทันที ก่อนที่เจ้าถิ่นจะสังหารเข้าไป

อีกหนึ่งจังหวะที่ทำให้แฟนบอลชาวไทย “ฉุนขาด” ก็น่าจะเป็นช่วงท้ายๆเกมที่ผู้เล่นเจ้าถิ่นล้มตัวลงนอนขวางการเล่นของไทย แถมยังใช้ “มือ” เล่นบอลในกรอบเขตโทษ แต่กรรมการดันไม่บ้าจี้ให้จุดโทษกับไทย ครั้นจะว่ากรรมการโดนบัง มองไม่เห็นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่เกิด “ซึ่งหน้า” กรรมการชัดๆ นี่ยังไม่นับจังหวะฟาวล์อีกหลายๆจังหวะที่แฟนบอลมองว่ากรรมการมักเป่า “เข้าข้าง” แข้งเจ้าภาพมากกว่า คล้ายกับ “รับงาน” มา

ก่อนการแข่งขันเชื่อว่าบรรดาแฟนบอล และสต๊าฟโค้ชทัพ “ช้างศึก” ก็คงผวา และ “ทำใจ” รอรับกับการตัดสินของกรรมการอยู่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าจะ “มาตามนัด” ซะขนาดนี้

ทั้งหมดทั้งมวล คือ “กลโกง” ของเจ้าภาพที่ทัพนักกีฬาไทยต้องเผชิญ ซึ่งก็คงได้แต่ขอให้ “ทำใจ” เพราะจะว่าไปการแข่งขันกีฬาหลายๆครั้งที่เกาหลีเป็นเจ้าภาพมักจะมาพร้อมกับเรื่องนี้ จนมีหลายๆคนพูดว่าเกาหลีกับการโกงมันของคู่กัน เพราะขนาด “หน้าตา” เกาหลียังโกงได้เลย!!!