10 นิสัยไทยๆที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ


 

 

ในช่วงปิดเทอมนี้ เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศใช่ไหมละครับ ซึ่งส่วนอาจจะไปทำงานซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ วันนี้ Wegointer เลยมีข้อแนะนำมาฝากเพื่อนๆครับ ในเรื่อง 10 นิสัยไทยๆที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ

 

1. การมาสาย

cul1

 

คนต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกกับชาวญี่ปุ่นเค้าถือเรื่องเวลาเอามากๆ ควรจะไปก่อนนัดประมาณ 5-10 นาทีครับ ซึ่งต่างจากคนไทย ที่มักจะขาดระเบียบเรื่องเวลาตลอด สายนิดสายหน่อยไม่ว่ากัน

 

2. การแซงคิว

cul2

 

ที่ต่างประเทศเรื่องการเข้าคิวเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องเหมือนกัน อย่าเผลอเอานิสัยคนไทยไปแซงคิวใครต่อใครในต่างประเทศเข้าหล่ะ อาจจะโดนด่าเอาซึ่งๆหน้าได้เลยครับ

 

3. การกินอาหาร

cul3

 

ประเทศอื่นๆ เค้ากินจานใครจานมัน ไม่ได้สั่งมาหลายๆอย่างแล้วแชร์กันกินแบบคนไทยถ้าไปงานปาร์ตี้แล้วมีอาหารบุฟเฟ่ เวลาตักอาหารให้ตักพอกินอิ่มในรอบเดียว นอกจากนี้ การนำอาหารจากนอกร้านเข้ามานั่งกินในร้านอาหารก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำครับ

 

อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมการกินแต่ละประเทศย่อมแตกต่างกัน ทางที่ดีควรจะศึกษาวัฒธรรมการกินของแต่ละประเทศให้ดีก่อนครับ

 

4. การข้ามถนน

cul4

 

การทางม้าลายจะปลอดภัยที่สุดเพราะต่างประเทศส่วนใหญ่คนขับเค้าจะหยุดรถให้คนที่ข้ามทางม้าลาย หากรถหยุดแล้วให้รีบข้ามแล้วพยักหัวขอบคุณเล็กน้อยครับเพื่อเป็นมารยาท อย่าข้ามถนนไปคุยไป และในการข้ามถนนบางแห่งต้องกดปุ่มสัญญาณก่อนข้ามด้วยครับ

 

5. การขับรถ

cul5

 

การขับรถในต่างประเทศนั้นเค้าจะเคารพกฎจราจรมากๆ เนื่องจากแทบทุกถนนจะมีกล้องวงจรปิด เอาไว้จับคนขับรถผิดกฎ ณ ทุกเวลาทุกสถานที่ ดังนั้นควรศึกษากฎจราจรของประเทศนั้นๆ ไว้ก่อนจะได้ไม่ขับผิดกฏแล้วโดนปรับ ซึ่งขอบอกเลยว่าค่าปรับที่ต่างประเทศแพงมากๆครับ

 

6. การให้ทิป

cul6

 

หลังจ่ายเงินค่าอาหารแล้วบางประเทศเค้าถือเป็นข้อกำหนดเลยว่าเราต้องให้ทิปอย่างน้อย 10% ของค่าอาหาร บางประเทศถ้าไม่ยอมจ่ายจะถือว่าเป็นการเสียมารยาทแม้ว่าจะไม่ได้เป็นข้อกำหนดตายตัว การให้ทิปไม่เพียงเฉพาะกับร้านอาหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงงานบริการต่างๆด้วยครับ

 

7. การสั่งน้ำมูก

cul7

 

สำหรับประเทศอังกฤษ หากมีน้ำมูกไหล ให้สั่งน้ำมูกทันที ห้ามสูดน้ำมูกเด็ดขาดครับ เพราะถือว่าเป็นการเสียมารยาทมากๆ โดยคนอังกฤษมักจะเป็นหวัดตลอดเวลาเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เค้าก็จะมีทิชชู่หรือผ้าเช็ดหน้าพอไว้ตลอดเวลาครับ

 

8. การต่อราคาของ

cul8

 

ถ้าไปร้านที่เจ้าของไม่ได้ขายเองก็ไม่ควรไปต่อราคาเพราะเด็กในร้านก็เป็นลูกจ้าง ขายเฉพาะสินค้าตามราคาป้ายเท่านั้น จะไปต่อของลดราคากับเค้าแบบในไทยไม่ได้ ในต่างประเทศส่วนมากราคาของต่างๆ ขายตามป้ายไม่มีการลดราคาใดๆ

 

9. การรองเท้าในบ้าน

cul9

 

ในบางประเทศ การใส่รองเท้าในบ้านถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ยกตัวอย่างเช่นประเทศอเมริกา บางบ้านเค้าก็จะมีรองเท้าให้เปลี่ยนเราก็เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ควรถามเจ้าบ้านก่อนว่าจะให้ถอดหรือจะให้ใส่ครับ เพราะแต่ละบ้านอาจจะปฏิบัติต่างกัน

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำในเบื้องต้นคร่าวๆ อย่างไรก็ตามหากจะไปเที่ยวในต่างประเทศ ก็ควรศึกษาเรื่องวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ดีครับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเอามากๆ เลย

 

ที่มา:travelling-ok.exteen.com

คู่สามีภรรยาทิปพนักงานไป 3,200 บาท ทั้งที่ “บริการแย่” เพราะอะไร ไปดู!


 

“จำไว้เสมอว่า เรามาจากไหน” นี่คือคำอธิบายของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ให้ทิปพนักงานหนักมาก ทั้งๆ ที่ “บริการแย่”…

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา Makenzie และ Steven Schultz สามีภรรยาจากไอโอวา ตำหนิบริการที่แย่และช้ามากๆ ของร้าน Kazoku Sushi ใน Cedar Rapids, Iowa

ในเฟซบุ๊กของเธอ Makenzie เล่าว่า พนักงานเสิร์ฟใช้เวลานานกว่า 20 นาทีในการนำน้ำดื่มมาให้เธอ และอีก 40 นาที ในการนำอาหารเรียกน้ำย่อยมาให้ และต้องรออีกกว่า 1 ชั่วโมง กว่าจะได้อาหารจานหลัก แต่แทนที่เธอและสามี จะทิปพนักงานคนนี้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เขาทิปพนักงานคนนี้ไป 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,200 บาท กับมื้ออาหารที่ราคาเพียง 66 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Makenzie ถ่ายภาพใบเสร็จของเธอลงเฟซบุ๊ก พร้อมเหตุผลที่ทำไมเธอจึงทิปพนักงานเสิร์ฟมากมายขนาดนั้น

100tip

โพสนี้ของเธอแพร่หลายมากในอินเทอร์เน็ต ด้วยคนกดไลค์มากกว่า 1 ล้านไลค์ และคนแชร์เรื่องนี้มากกว่า 150,000 ครั้งในเฟซบุ๊ก

เธอเล่าให้ฟังว่า เธอรู้ว่าพนักงานเสิร์ฟคนนี้ต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เธอและสามีก็ต้องเจอเหมือนกัน เพราะเขาทั้งคู่เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อน ในร้านอาหาร Bubba Gump Shrimp Co.

เธอเล่าว่า เธอไม่มีเวลาที่จะบริการลูกค้าทุกคนดีเท่ากันหมด ทั้งๆ ที่เธอจะพยายามมากสุดๆ ในชีวิตแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น แทนที่จะให้ทิปพนักงานเสิร์ฟคนนั้นแค่ 10% ของราคาอาหาร เธอและสามีตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงคืนๆ นั้นของพนักงานคนนั้น ให้เขาได้รู้สึกว่า ถึงแม้ว่า สิ่งต่างๆ จะไม่เพอร์เฟ็กอย่างที่เขาตั้งใจ แต่แค่เขาได้พยายาม ก็ดีที่สุดแล้ว และนี่คือผลตอบแทนความพยายามของเขา

ทั้งนี้ ผู้จัดการร้านดังกล่าว ยืนยันกับทาง BuzzFeed News ว่า ลูกจ้างของเขา “Kyle H.” คือคนที่ได้รับทิปก้อนนี้ไป และยังบอกอีกว่าพนักงานคนนี้เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่แค่วันนั้น เป็นวันที่ทางร้านคนเยอะมากจริงๆ และดวงมาตกที่พนักงานเสิร์ฟคนนี้พอดิบพอดี ซึ่งพอหลังจากเกิดเรื่อง พนักงานคนนี้ตกใจมากกับความใจดีของคู่สามีภรรยา และตกใจเช่นกันหลังจากที่ทราบว่าเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต

H/T: Buzzfeed