10 คดีฆาตกรรมเขย่าขวัญครั้งแรกของโลก


10 คดีฆาตกรรมเขย่าขวัญครั้งแรกของโลก ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความตายที่ทั้งแปลกและโหดที่เกิดขึ้นครั้งแรก  อย่ารอช้าไปติดตามกันเลยดีกว่า .. 

 

การลอบสังหารด้วยระเบิด car bomb ครั้งแรก

10. การลอบสังหารด้วยระเบิด car bomb ครั้งแรก

การลอบสังหารด้วยระเบิดครั้งแรกนั้น เป็นวันการลอบสังหารที่มีเป้าหมายคือ อับดุลฮามิดที่ 2 ( Abdulhamid II ) สุลต่านจักรวรรดิออตโตมัน ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ในขณะที่พยายามที่จะปฏิรูปจักรวรรดิแต่ไม่มีผู้เห็นด้วยคือคณะพันธมิตรอาร์เมเนียจึงพยายามติดตั้งระเบิดในรถของสุลต่าน แต่ผลสุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จ แต่ระเบิดก็ฆ่าคนหลายสิบคนตายแทน ทำให้อับดุลฮามิดที่ 2 รอดตายมาได้

 

ใช้อาวุธปืนในการลอบสังหารครั้งแรก

9. ใช้อาวุธปืนในการลอบสังหารครั้งแรก

การลอบสังหารด้วยอาวุธปืนมีขึ้นครั้งแรกโดยมีเป้าหมายเป็นเจมส์ สจ๊วก (James Stewart) พี่ชายต่างมารดาของราชินีแมรี่แห่งสก็อตแลนด์ ซึ่งคุมอำนาจทางการเมืองและจัดการทุกคนที่จงรักภักดีกับแมรี่ เจมส์ แฮมิลตัน(James Hamilton) เป็นคนจงรักภักดีกับแมรี่ เขาโกรธแค้นเจมส์ สจ๊วกมาก เขาเลยวางแผนลอบสังหารอย่างรอบคอบ จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 1570 เขาใช้ปืนไรเฟิลทองเหลืองยิงใส่เจมส์ สจ๊วก ซึ่งการลบอบสังหารดังกล่าวได้ถูกบันทึกว่าเป็นการใช้ปืนลอบสังหารครั้งแรก และเจมส์ สจ๊วกถูกฝังในโบสถ์เซนต์โจลส์ในเอดินบะระ

 

มนุษย์คนแรกที่ถูกฆ่าตายโดยหุ่นยนต์

8. มนุษย์คนแรกที่ถูกฆ่าตายโดยหุ่นยนต์

โรเบิร์ต วิลเลียมส์เป็นคนแรกที่ถูกฆ่าตายจากจลาจลหุ่นยนต์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 1979 โรเบิร์ต วิลเลียมส์เป็นคนทำงานในโรงงานรถฟอร์ด ในมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาถูกแขนหุ่นยนต์หนัก 1 ตันตีเข้าที่ศีรษะตายทันที แขนหุ่นยนต์มีหน้าที่เคลื่อนย้ายของไปยังอีกทีหนึ่ง แต่ในเวลานั้นปรากฏวามันทำงานช้าเกินไป โรเบิร์ตเลยพยายามขึ้นไปที่จะคว้าดึงมันกลับมา แต่เขาก็ถูกแขนหุ่นยนต์ตีและเสียชีวิตทันที และนั้นได้กลายเป็นอุบัติร้ายแรงครั้งแรกของหุ่นยนต์

 

ฆาตกรหญิงที่ฆ่าคนมากที่สุด

7. ฆาตกรหญิงที่ฆ่าคนมากที่สุด

เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ (Countess Elizabeth Báthory) เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นผู้หญิงที่หลายคนรู้จักกันดีที่ฆ่าผู้หญิงหลายร้อยคนในปราสาทของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของโลก แต่เธอเป็นหนึ่งในฆาตกรที่มีชื่อเสียงที่สุด

เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ เป็นผู้ปกครองในพื้นที่ของฮังการี เป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อในเรื่องชีวิตที่เป็นอมตะ และต้องการคงร่างของตนเองให้คงดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงมีความคิดที่ว่า หากได้อาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว จะทำให้ตนเองดูอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป เป็นผลทำให้เธอล่อลวงและพาหญิงสาวจำนวนมากเข้าไปในปราสาทก่อนที่จะทรมานและฆ่าพวกเธอเพื่อนำเลือดมาอาบร่างกายของเธอ จำนวนผู้ตกเป็นคาดว่ามีมากกว่า 600 คน สุดท้ายเธอก็ถูกลงโทษให้ถูกกักบริเวณในบ้านและเธอเสียชีวิตลงในอีก 4 ปีต่อมา เธอได้รับสมญานามว่า The Blood Countess และ Countess Dracula

 

การอ้างว่าเป็นบ้าครั้งแรกเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารชีวิตในสหรัฐ

6. การอ้างว่าเป็นบ้าครั้งแรกเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารชีวิตในสหรัฐฯ

ในขณะที่คดีความวิกลจริตมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แต่ข้ออ้างว่าคนก่อคดีเป็นบ้าวิกลจริตเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารนั้นพึ่งมีในสหรัฐนั้นคือการตัดสินโทษของนายอัลวิน ฟอร์ด (Alvin Ford) ฟอร์ดถูกตัดสินลงโทษมนคดีฆาตกรรมในปี 1974 และตัดสินประหารชีวิต ในช่วงต้นเดือน 1982 แต่ระหว่างที่เขาถูกจำคุกเขาอ้างตนเองว่าเป็นพระสันตะปาปาและบอกผู้คุมว่าเขาพยายามหยุดแผนการสมรู้ร่วมคิดหลายครั้ง และเมื่อศาลฏีกาตรวจสอบก็พบว่าเขามีอาการทางจิต และอีกทั้งรัฐธรรมนูญสหรัฐระบุว่าห้ามดำเนินคดีกับคนบ้า ดังนั้นพวกเขาจึงยกเลิกโทษของเขาและถูกส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลทางจิต

 

การประหารชีวิตครั้งแรกด้วยการดื่มยาพิษ

5. การประหารชีวิตครั้งแรกด้วยการดื่มยาพิษ

โสกราตีส (Socrates) เป็นหนึ่งในชายที่เฉลียวฉ,ดที่สุดในสมัยโบราณ แต่อุดมการณ์ของเขามักจะขัดแย้งให้กับคนใหญ่คนโตในเอเธนส์ โดยเฉพาะเขายกย่องสปาร์ต้าคู่ปรับของเอเธนส์ ดังนั้นเขาจึงถูกกล่าวหาว่าโสกราตีสเป็นผู้ที่สร้างความเสื่อมศรัทธาในศาสนา และเยาวชนในกรุงเอเธนส์และถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการถูกบังคับให้ดื่ม เอ็นคอร์ และนั้นเป็นการตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

หลักฐานดีเอ็นเอถูกใช้ในการไขคดีอาชญากรรมในห้องพิจารณาคดีครั้งแรก

4. หลักฐานดีเอ็นเอถูกใช้ในการไขคดีอาชญากรรมในห้องพิจารณาคดีครั้งแรก

ดีเอ็นเอถูกใช้ในการไขคดีอาชญากรรมในห้องพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อนายโรเบิร์ต มีเลียสถูกพบว่ามีความผิดจริงในคดีข่มขืน ในเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ ก่อนหน้านั้นนายโรเบิร์ต มีเลียสได้เข้าไปได้ข่มขืนหญิงพิการอายุ 45 ปี และขโมยเครื่องเพชรไปและต่อมาก็ถูกจับได้ในข้อหานักย่องเบา เหยื่อที่ถูกข่มขืนยืนยันว่านายโรเบิร์ตคือุ้ทำร้ายเธอ

ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอบนเสื้อผ้าของเหยื่อซึ่งมีลักษณ์เป็นบาร์โค้ดตรงกับดีเอ็นเอจากเซลล์เม็ดเลือดขาวของนายโรเบิร์ต เขาถูกไต่สวนและตัดสินว่ามีความผิดฐานข่มขืนและลักทรัพย์ และผลการใชข้ดีเอ็นเอในการสอบสวนนี้ก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานลงโทษอาชญากรและการช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ออกจากคุกมากมายในเวลาต่อมา

 

การลอบสังหารที่ออกอากาศสดครั้งแรก

3. การลอบสังหารที่ออกอากาศสดครั้งแรก

หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่ายิงประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนนาดี้ ตำรวจได้ทำการจับกุม ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ (Lee Harvey Oswald) ในข้อหาต้องสงสัยว่าลอบสังหาร และในขณะที่พวกเขากำลังคุมตัวเขาไปยังสถานีตำรวจอยู่นั้นก็มีชายคนหนึ่งชื่อแจ๊ก

รูบีก้าวออกมาจากฝูงชนแล้วใช้ปืนยิงที่กระเพาะอาหารขอออสวอลด์ทั้งที่กล้องโทรทัศน์เครือข่ายกำลังออกอากาศสดอยู่ในขณะนั้น และผู้ชมหลายล้านคนเห็นภาพการยิงขณะที่เกิดขึ้น ในเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา และเขาก็ได้กลายเป็นชายคนแรกที่ถูกฆ่าตายในขณะที่มีการถ่ายทอดสด

 

ประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษครั้งแรก

2. ประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษครั้งแรก

คนแรกที่ถูกประหารด้วนการฉีดยาพิษให้ตายคือชายชื่อชาร์ลส์ บรูคส์ที่ถูกตัดสินให้ประหารชีวิตในข้อหาสังหารช่างรถเดวิด เกรกอรี่ ในฮันท์สวิล เท็กซัส ในปี 1982 การประหารด้วยยาพิษนั้นเขาจะได้สารพิษสามชนิด

ชนิดแรกคือยาที่ทำให้เขาหลับลึก เข็มที่สองทำให้กล้ามเนื้ออัมพาต และเข็มสุดท้ายทำให้หัวใจวาย การประหารแบบนี้เห็นว่ามีมนุษยธรรมกว่าตัวเลือกอื่นๆ อย่างรมแก๊สตาย, แขวนคอ หรือประหารชีวิดด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า ทำให้วิธีดังกล่าวมี 100 ประเทศทั่วโลกเลือกใช้ รวมถึงประเทศไทย

 

ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นเด็กคนแรก

1. ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นเด็กคนแรก

แมรี่ เบล(Mary Bell) เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นเด็กคนแรกที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางจากคดีข้อหาฆาตกรรมเด็กสองคน แมรี่ เบลล์จากนิวคาสเซิล ทางตอนเหนือของอังกฤษโดยนั้นเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 11 ปี (เกิดปี 1957 )เป็นเด็กสาวชาวอังกฤษที่แม่เป็นเสเภณีที่บังคับให้ลูกสาวของเธอบริการทางเพศแก่ลูกค้า

วันที่ 25 พฤษภาคม ปี 1968 แมรี่ เบลล์บีบคอเด็ก มาร์ติน บราวน์ เด็กชายอายุ 3-4 ขวบ จนถึงแก่ความตายในบ้านร้าง ต่อมาเธอฆ่าเด็กชายไบรอัน โฮล วัย 4 ขวบ และสลักที่ท้องของเด็กชายด้วยอักษรย่อ M ด้วยใบมีดโกน หลังจากถูกจับกุมแมรี่ เบลถูกจำคุกและไปบำบัดจิต ปี 1980 เธอถูกปล่อยตัวจากคุกเมื่ออายุได้ 22 ปีทั้งๆ ที่รักษาโรคจิตไม่หาย เธอมีลูกและหายสาปสูญไปจากสังคม และวันที่ 21 พฤษภาคม ปี 2003 ทางการก็ประกาศว่าเธอเป็นบุคคลนิรนาม

 

ขอบคุณข้อมูล : http://www.toptenthailand.com/4244-top.html, http://listverse.com

ที่มา http://teen.mthai.com/variety/102929.html

16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก..เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย


ใครที่เป็นคอหนังแนวเทพนิยาย เคยสงสัยมั้ยค่ะว่า ฉากสวยๆ พวกต้นไม่หรือปราสาทต่างๆ เหล่านั้น มันมีจริง หรือว่าแค่ CG กันนะ.. คงจะดีถ้ามันเป็นของจริง และเราได้ไปเห็นด้วยตาเราเอง วันนี้ GFC จะพาเพื่อนๆ ไปดูของสวยๆ งามๆ กันจ้า รับรองว่าแต่ละอันนี่สวยๆ กันแบบเห้ย!!…มีอยู่จริงๆ บนโลกนี้ด้วยเหรอ!?

สำหรับต้นไม้นั้นก็นับได้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญต่อโลกใบนี้ของเราอย่างมาก ถ้าเรื่องง่ายๆ ก็คือให้ร่มเงา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมนั่นเอง แต่ถ้าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ต้นไม้สามารถดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

และต้นไม้เหล่านั้นก็มีบางต้นที่เรียกได้ว่าสวยดุจราวออกมาจากเทพนิยายเลยก็มิปาน วันนี้เราจึงขอพาไปชม 16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก ว่าแล้วเรามาชมกันเลยค่ะ
….

125+ ปี เมือง Rhododendron ประเทศ Canada

146.…

144 ปี Wisteria ประเทศญี่ปุ่น

232

Wind-Swept ประเทศนิวซีแลนด์

330

Japanese Maple Portland

419

Antarctic Beech Draped Hanging Moss Oregon

617….

Blooming Cherry Trees เมือง Bonn, ประเทศเยอรมนี

714 (1)

Angel Oak In John’s Island, South Carolina

815

Flamboyant Tree, Brazil

913

Dragonblood Trees, Yemen

1010

The President, California

1114 (1)

Maple Tree Tunnel in Oregon

1213

Rainbow Eucalyptus In Kauai, Hawaii

1312 (1)

Jacarandas in Cullinan, South Africa

147 (1)

Avenue Of Oaks At Dixie Plantation In South Carolina

155

Baobab Trees, Madagascar ต้นไม้ในเรื่องเจ้าชายน้อยนั่นเอง ><”162

The Dark Hedges In Northern Ireland

172 (1)

 

cr: postjung.com

รวม 7 สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอก ที่สวยและน่ารักที่สุดในโลก


Fennec Fox

Image credits: Francisco Mingorance

สุนัขจิ้งจอกสายพันธุ์เฟนเนก มีแหล่งกำเนิดในแอฟริกาเหนือและทะเลทรายซาฮาร่า พวกมันมีหูที่ใหญ่เพื่อคลายความร้อน นอกจากนี้หูที่ขนาดใหญ่ยังทำให้พวกมันสามารถได้ยินเสียงของสัตว์ต่างๆเคลื่อนไหวใต้พื้นทะเลทรายอีกด้วย ขนของมันมีสีครีมเพื่อช่วงสำหรับหักเหความร้อนจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันและช่วยให้อุ่นในตอนกลางคืน (Image credits: animalgalleries.org)

Red Fox

Image credits: Roeselien Raimond

Image credits: Kai Fagerström

Image credits: Wenda Atkin

สุนัขจิ้งจองแดงเป็นสายพันธฺุที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆมากที่สุด เป็นต้นกำเนิดของหลากหลายสายพันธุ์ของสุนัขจิ้งจอก พวกมันสามารถพบได้ทั่วไปในทางเหนือของ Hemisphere และออสเตรเลีย พวกมันเป็นนักล่าว่องไวมากเป็นที่รู้กันว่ารั้วความสูง 2 เมตร เจ้าพวกนี้กระโดดข้ามได้สบาย (Image credits: Roeselien Raimond)

Marble Fox

Image credits: unknown

Image credits: unknown

สุนัขจิ้งจอกมาร์เบล เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่แยกออกมาจาก red fox. สีของพวกมันไม่ได้เป็นสีตามธรรมชาติเพราะเกิดจากการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้สีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์ (Image credits: Ewald Mario)

Gray Fox

(Image credits: Variegated Vibes)

สุนัขจิ้งจอกสีเทา อาศัยอยู่ในแอฟริกาเหนือ พวกมันมีจุดเด่นตรงลวดลายของขนบนตัว ซึ่งสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์เดียวที่สามารถปีนต้นไม้ได้ (Image credits: John Pane)

Silver Fox

Image credits: Shelley Evans

สุนัขจิ้งจอกเงิน จริงๆแล้วก็เป็นสายพันธุ์เดียวกับสุนัขจิ้งจอกแดง แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสีผิวทำให้มันถูกเรียกว่าจิ้งจอกเงินตลอดมา ซึ่งขนของจิ้งจอกสายพันธุ์นี้นับว่ามีราคาในท้องตลาดที่สูงทีเดียว (อย่าไปเอาขนมันว่าเลยจะดีกว่านะ)  (Image credits:Matt Knoth)

Arctic Fox

Image credits: Daniel Parent

Image credits: imgur.com

Image credits: Einar Gudmann

Image credits: William Doran

สุนัขจิ้งจอกขั้วโลกเหนือสามารถพวกที่ตามรอบๆของขั้วโลก ด้วยขนเส้นบางและหนาช่วยป้องกันอุณหภูมิได้กว่า -70 องศาเซลเซียล นอกจากนี้พวกมันยังมีขาและส่วนปากที่ยื่นออกมาสั้นซึ่งจะช่วยเก็บรักษาความร้อนได้ด้วย

Cross Fox

Image credits: Ben Andrew

สุนัขจิ้งจอกครอส เป็นอีกสายพันธุ์ที่สีต้นตระกูลมาจากสุนัขจิ้งจอกแดง สามารถพบได้ทั่วไปในแอฟริกาเหนือ (Image credits: Ben Andrew)

 

ที่มา boredpanda

ที่มา: deemagz.com/2014/12/02/7-สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอก

นี่คือถนน 16 สายที่สวยที่สุดในโลก คุณอาจอยากไปให้ได้สักครั้ง!!


เชื่อว่าหลายคนคงเป็นผู้ใช้ถนน และก็เคยเจอถนนมามาก ในประเทศเราเวลาจะไปต่างจังหวัด บางที่ก็ต้องผ่านภูเขา ได้เห็นวิวสวยๆ

ถนนดีๆมากมาย

แต่วันนี้จะมาแชร์ 16 ถนนที่สวยที่สุดในโลก โดยครั้งนี้จัดอันดับโดยเว็บ boredpanda โดยให้คนทั่วโลกเป็นคนโหวต

ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีที่ไหนบ้าง

 

#1 Transfăgărășan – Romania

ถนน (1)

 

#2 Atlantic Road, Norway

ถนน (2)

 

#3 ถนนสู่ Fitz Roy

ถนน (3)

 

#4 Trollstigen, Norway

ถนน (4)

 

#5 ถนนสู่ The Canadian Rockies

ถนน (5)

 

#6 Transfăgărășan, Romania

ถนน (6)

 

#7 Transfagarasan – Romania

ถนน (7)

 

#8 Jasper National Park, Alberta, Canada

ถนน (8)

 

#9 ถนนสู่ El Chalten, Argentina

ถนน (9)

 

#10 Furka & Grimsel Pass, Switzerland

ถนน (10)

 

#11 Karakoram Highway (kkh), Pakistan

ถนน (11)

 

#12 Chapman’s Peak, South Africa

ถนน (12)

 

#13 Passo Dello Stelvio, Italia

ถนน (13)

 

#14 ถนนสาย 163 The Monument Valley National Park, Utah, Usa

ถนน (14)

 

#15 Lofoten, Norway

ถนน (15)

 

#16 ถนนสู่ Omalo, Tusheti, Caucasus Mountains, Georgia

IMGP1615__880

ที่มา boredpanda

 

                    

ที่มา: catdumb.com/the-most-wonderful-road

10 อันดับผู้หญิงที่ “สวย” ที่สุดในโลก ปี 2557


ที่มา : catdumb.com/top10-catdumbs-girlfriends
Mode Lifestyle Magazine นิตยสารไลฟ์สไตล์ชื่อดังของโลก ที่ทุกๆปีจะต้องจัดอันดับ 100 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก โดยในปีนี้ทางทีมงาน จึงได้นำ 10 สาวสวยที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลกมาให้ทุกคนได้ดูกัน รักใคร ชอบใครก็กรี๊ดตามได้เลย

อันดับ 10 แองเจลิน่า โจลี

ขุ่นแม่คนนี้เรียกได้ว่าแทบจะติดโผทุกปี เพราะถึงแม้เธอจะอายุเพิ่มขึ้นขนาดไหน แต่ความสวย ความแซ่บของเธอก็ยังไม่หายไป นี่ขนาดช่วงนี้เธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูแลลูกนะเนี่ย แต่ก็ยังคงความสวยไม่สร่าง ไม่เหมือนแม่บ้านแบบเราๆ แถมหุ่นก็ยังเช้งกะเด๊ะ เหมือนสาว 20 อยู่เลย!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.scotsman.com/news/health/angelina-jolie-to-have-another-anti-cancer-op-1-3338514

อันดับ 9 อาเดรียน่า ลิม่า

นางแบบสาวระดับแถวหน้าของวงการคนนี้พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าเธออายุ 30 กว่าแล้วนะคะ แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ลูก 2 ที่ดูยังไงหุ่นก็ไม่เหมือน เพราะทั้งผอมเพรียวลม แถมเธอยังเป็นนางแบบที่มีรายได้สูงอันดับต้นๆของโลกอีกด้วย แต่ก็ไม่แปลกเพราะเธอเป็นถึงผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกอันดับ 9

ขอบคุณภาพจาก http://forum.foryoucenter.com/Thread

อันดับ 8 แคนดิซ สแวนโพล

อีกหนึ่งนางแบบสาวที่ตามรุ่นพี่มาอย่างติดๆ กับนางฟ้าวิคตอเรีย ซีเคร็ทคนนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นงานเดินแบบ ถ่ายนิตยสารก็จะดึงดูดสายตาคนได้เสมอ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่เป๊ะเกินคน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงครองตำแหน่งนี้ และเชื่อว่าในปีต่อๆไป อันดับของเธอต้องดีขึ้นกว่านี้แน่

ขอบคุณภาพจาก http://onlyvibe.com/2013/05/candice-swanepoel-victorias-secret-bikini-lingerie-photoshoot/

อันดับ 7 บียอนเซ่

เธอคนนี้มาพร้อมกับความสามารถอันโดดเด่นทั้งร้อง เต้น แถมยังมีหน้าตาและหุ่นอันสุดแสนจะเซ็กซี่เป็นอาวุธ แน่นอนว่าตำแหน่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก “บียอนเซ่” นักร้องผิวแทนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปซะหมด ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเธอมีรูปลักษณ์ที่งดงามแบบที่สาวๆหลายคนหวังแต่ความ สามารถรอบด้านของเธอยังเจ๋งสุดๆไปเลย

ขอบคุณภาพจาก http://www.rapbasement.com/beyonce/102114-beyonce-rumored-pregnant.html

อันดับ 6 สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน

ดาราสาวเจ้าบทบาทคนนี้ที่เล่นเรื่องไหนก็ดังเรื่องนั้น เพราะส่วนใหญ่จุดดึงดูดของคนดูก็จะตกไปอยู่ที่หน้าตา รูปร่างอันอวบอิ่ม เนื้อ นม ไข่ของเธอ ที่รับรองว่าถ้าใครเห็นแล้วไม่มองตามนี่ถือว่าผิดปกติสุดๆ เพราะนอกจากหน้าจะเป๊ะ สมบูรณ์แบบแล้วยังมีหุ่นที่ผู้หญิงทั่วโลกปรารถนาอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก http://kaohollywood.blogspot.com/2014/07/scarlett-johansson.html

อันดับ 5 อเลสซานดรา อัมโบรซิโอ

อีกหนึ่งนางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ท ที่แม้จะไม่ใช่วัยใสแล้ว แต่หุ่นของเธอยังทำเอาดาราวัยรุ่นบางคนถึงกับอาย และแน่นอนว่าเธอเองมีหน้าตาเป็นอาวุธ เพราะไม่ว่าผู้ชายคนไหนได้เห็นเธอใกล้ๆรับรองว่าจะต้องจ้องจนตาไม่พริบ ด้วยหน้าตาอันคมเข้มแบบสาวบราซิลทำให้เธอได้ตำแหน่งนี้ไปครอง

ขอบคุณภาพจาก http://comicbookcatacombs.blogspot.com/2011/08/gal-friday-alessandra-ambrosio.html

อันดับ 4 เจสสิก้า อัลบ้า

อันดับ 4 ของเราไม่ใช้ใครที่ไหนนอกจากดาราสาวผิวแทนรูปร่างเยี่ยมคนนี้ เอาจริงๆเธอมักจะติดอันดับในเรื่องรูปร่างหน้าตาและความเซ็กซี่เสมอ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอคนนี้ก็ยังคงอยู่ในใจหนุ่มๆได้อยู่เสมอ ด้วยหน้าตาอันคมเข้ม รูปร่างที่ใครก็ต้องปรบมือให้กับความพยายามในการรักษาความสวยนี้ไว้ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะได้อันดับ 4 ไป

ขอบคุณภาพจาก http://www.magxone.com/misc-magazine/jessica-alba-sunday-times-magazine-june-2013/

อันดับ 3 คริสติน่า มาเรีย ซาราคัต

มาถึง 3 อันดับสุดท้ายกันแล้ว คนที่ 3 เริ่มจากนางแบบชาวเยอรมณีที่ถ้าไม่ใช่คนในวงการนางแบบ เดินแบบ ความสวยความงามทั้งหลายคงไม่รู้จักเธอ แต่ความสวยของเธอทำให้เธอมาอยู่ในอันดับนี้ แน่นอนว่าเป็นถึงนางแบบเรื่องรูปร่างของเธอคงไม่ต้องพูดถึง ส่วนหน้าตาก็สุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

ขอบคุณภาพจาก http://modomagazine.com/une-nuit-5-etoiles-by-cristina-maria-saracut/

อันดับ 2 คลาล่า ลี

มาถึงอันดับ 2 ที่ทำเอาตกใจกันไปทั้งแถบเอเชีย เพราะครั้งที่นี้ดารา นางแบบชาวเกาหลีใต้คนนี้ติดค่ะ!! แต่พอมองไปที่หน้าของเธอก็ต้องเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงได้อันดับนี้ไป เพราะมันช่างงดงาม เหมือนรูปปั้นยังไงยังงั้น แถมหุ่นของเธอยังน่าอิจฉากว่าใครเพื่อน เพราะหน้าอกหน้าใจที่ไม่ใช่เล่นๆ เอวคด สะโพกผาย เลยต้องยกที่ 2 ให้เธอไปแบบไม่มีข้อกังขาเลยค่า

ขอบคุณภาพจาก http://hqkpopgirls.tumblr.com/page/341?route=%2Fpage%2F%3Apage

อันดับ 1 ทาเนีย มารี คารินกี้

มาถึงอันดับ 1 ที่หลายๆคนรอคอยกันแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงทายไม่ถูก เพราะที่ 1 ปีนี้มาแรงแซงโค้งสุดๆ อย่าง “ทาเนีย มารี คารินกี้” นางแบบชาวสหรัฐฯ ที่มีหน้าตาสุดแสนจะคมเข้ม ส่วนหุ่นนี่ก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นถึงนางแบบแน่นอนว่ากินขาด และถึงแม้เธอจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก แต่เชื่อว่าพอได้มาเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแบบนี้แล้ว คงจะได้เห็นหน้าเธอบ่อยขึ้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.tin247.com/lo_dien_20_nguoi_phu_nu_dep_nhat_the_gioi_nam_2014-9-23157618.html

ที่มา : toptenthailand

สุดช็อค!! แกะสลักฟักทองขึ้นแท่นสยดสยองที่สุดในโลก คำเตือนคนขวัญอ่อนไม่ควรชม


ฮาโลวีนนี้ เจอฟักทอง สยองขวัญไปคงทำให้หลายคนหลอนไม่กล้าเข้านอนกันเลยทีเดียว โดยเป็นผลงานชิ้นเอก ของ Jon Neill ซึ่งชายผู้นี้เริ่มต้นอาชีพศิลปินด้านภาพยนตร์ และเคยทำงานร่วมกับ ราชาเพลงป๊อบ ไมเคิล แจ็คสัน, ภาพยนตร์จูราสสิค พาร์ค และค่ายหนังยักใหญ่ยูนิเวอร์เซิล มาดูฝีมือชิ้นเอกของเขา ที่จะทำให้คุณ อึ้ง ทึ่ง เสียว กันดีกว่า 

ที่มา boredpanda

ติดตามข่าวสารไอเดียแปลกใหม่ได้ที่
Blog : hungryeatfull.blogspot.com
Facebook: facebook.com/Hungryeatfull

Boo – บู น้องหมาน่ารักที่สุดในโลก


เราเชื่อว่าบรรดาสาวกคนรักสัตว์ทั้งหลาย คงรู้จักเจ้า “บู” (Boo) น้องหมาน่ารักที่สุดในโลกพันธุ์ปอมเมอเรเนียนเป็นอย่างดี  ด้วยความที่ “บู” มีหน้าตาที่น่ารัก แถมชอบแจกยิ้มตามประสาหมาๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ที่เจ้าหมา “บู” จะกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปโดยปริยาย

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้าหมา “บู” วันนี้ทิชชี่จะพาย้อนไปรู้จักหน้าตา เผ่าพันธุ์ ชื่อเสียง และความน่ารักสุดๆ ของมันอีกสักครั้งคะ

“บู” (Boo) สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนเพศผู้ ได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ดาวดังในโลกอินเตอร์เน็ต ที่มีผู้คนจากทั่วโลกให้ความสนใจ พร้อมยกย่องตั้งฉายาให้เจ้าบูว่าเป็น “สุนัขที่น่ารักที่สุดในโลก” ล่าสุดจำนวนคนที่เข้ามาคลิกติดตามหน้าเฟซบุ๊กของเจ้าบู มีมากถึง 16 ล้านรายโดยประมาณ

สตรีที่ใช้นามแฝงว่า “เจ.เอช. ลี” เจ้าของ “บู” เปิดเผยถึงที่มาของโพสต์รูป “บู” ลงในเฟซบุ๊กว่าเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกช่วงฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ.2552 โดยแค่อยากทำเล่นสนุกๆ ในกลุ่มเพื่อน เพราะพาเจ้าบูไปตัดขนแล้วจึงถ่ายรูปมาโพสต์เอาไว้ แต่จากนั้นก็มีคนเข้ามาติดตามถล่มทลาย

ปัจจุบัน บูมีอายุ 6 ปี มีดารานักร้องชาวอเมริกันเข้ามาคลิกติดตามแฟนเพจของเจ้าบู อาทิ แคชช่า และดาราสาวไฮโซโคลอี้ คาร์เดเชียน

สำหรับคนที่รักสัตว์อยากตามไปอัพเดตความน่ารักของเจ้า “บู” ก็ตามทิชชี่ไปส่องได้ที่https://www.facebook.com/Boo นะค่ะ  คุณจะได้รู้ว่าความน่ารักสดใสของเจ้าหมา “บู” มันมีมากขนาดไหน ^^

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : http://www.dailymail.co.uk, https://www.facebook.com/Boo

ที่มา: women.sanook.com/13482/บู-น้องหมาน่ารักที่สุดในโลก/

งามจริง! มาดู 15 “ถ้ำ” ที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลก!!


 

ถ้าคุณดูภาพ “ถ้ำ” อันสวยงามตระการตาเหล่านี้ คุณอาจจะคิดว่ามันมาจากภาพยนตร์ หรือเทพนิยายหรือเปล่า แต่ต้องบอกว่า มันคือสถานที่จริงๆ ที่คุณพบได้ในป่าอันไกลโพ้น แถบเอเชีย อเมริกาเหนือ หรือยุโรป

สถานที่บางแห่งในนี้ เกิดจากการที่น้ำค่อยๆ เซาะหินปูนเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปนับล้านปี ก็เกิดเป็นความสวยงามของหินงอก และหินย้อย ดังภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้

ขณะที่ “ถ้ำ” อีกส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล หรือทะเลสาบ ซึ่งถ้าคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ถ้ำเหล่านี้ บางแห่ง ก็มีการเปิดให้ชมแก่สาธารณชนทั่วไป อาทิ ถ้ำพระยานคร ในประเทศไทย แต่บางแห่งก็อนุญาตให้ผู้ที่มีความชำนาญในการเดินทางแบบผจญภัย และต้องได้รับการอนุญาตก่อนเท่านั้น และต้องใช้เครื่องมือสำหรับการเดินป่า และปีนผาเข้าช่วย

แต่กระนั้น หากท่านไม่อยากเดินทางเสี่ยงภัยไปดูด้วยตาของตนเอง เราก็ยังโชคดี ที่มีช่างภาพใจกล้า บุกร่วมทริปไปกับนักผจญภัย เพื่อเก็บภาพสวยๆ มาฝากเราแล้ว ซึ่งภาพเหล่านี้แหละ จะทำให้คุณรู้ว่า “ธรรมชาติ” ยังมีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจรอการค้นพบอีกเยอะเลยทีเดียว

1. Son Doong Cave, Vietnam

 

Son Doong cave ที่ประเทศ Vietnam คือถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ และการก่อตัวของถ้ำที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ

2. Ice Cave Near The Mutnovsky Volcano, Russia

 

 

ถ้ำน้ำแข็งแบบนี้ เกิดจากธารน้ำแข็งรอบๆ ภูเขาไฟ Mutnovsky ในประเทศ Russia ซึ่งบางส่วนเกิดจากการระเบิดของลาวาและก๊าซร้อนที่เรียกว่า Fumaroles 

 

3. Naica Mine, Mexico

Naica Mine caves ในประเทศ Mexico ถือว่าเป็นแหล่งของคริสตัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ำคริสตัลเหล่านี้ ถูกปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชมเพราะมันลึก และร้อนมาก เพื่อความปลอดภัยมันจึงถูกปิด แต่ภาพเหล่านี้ คือการถ่ายทำสารคดีที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายนั่นเอง

4. Vatnajokull Glacier Cave, Iceland

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ธารน้ำแข็ง Vatnajokull ในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งถ้ำแบบนี้ปกติเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงค่อนข้างอันตราย

 

5. Batu Caves, Malaysia

Batu Caves ในประเทศมาเลเซีย ถูกใช้ในการตั้งรกรากจากชาวจีน และชาวอังกฤษมาก่อน รวมไปถึงชนพื้นเมือง Temuan นอกจากนี้ยังถูกขุดทำเป็นเหมืองเพื่อการเกษตรมาก่อนอีกด้วย โดยในปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้เปิดให้ชมโดยบุคคลทั่วไป และมีการสร้างอนุสาวรีย์รำลึกต่างๆ อีกด้วย

6. Mendenhall Glacier Cave, USA

ถ้ำน้ำแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง Mendenhall ใกล้ๆ Juneau, Alaska ซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง และด้วยความเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งที่มีขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่แน่ว่าถ้ำนี้จะคงอยู่ตลอดไปหรือไม่

7. Cave in Algarve, Portugal

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Algarve ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งน่าจะเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล โดยถ้ำนี้ อยู่ใกล้กับท่าเรือ Lagos โดยการเดินทาง ต้องเดินทางทางเรือเท่านั้น

 

8. Glowworms Cave, New Zealand

Waitomo glowworm caves ในประเทศ New Zealand เป็นที่อยู่ของแมลงชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์มาก คือ “glowworm” ที่สามารถปล่อยเส้นไหมออกมาจากตัวที่สามารถส่องแสงได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีไว้จับเหยื่อนั่นเอง 

9. Tham Lod Cave, Thailand

 

แม่น้ำลาง ไหลผ่านถ้ำลอด ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยถ้ำแห่งนี้มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงามมากมาย และเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นจำนวนมาก ที่อพยพมาอยู่ในบางช่วงของชีวิตมัน

10. Kyaut Sae Cave, Myanmar

 

ยังเป็นที่รู้จักกันน้อยมากกับถ้ำแห่งนี้ในเมือง Kyaut Se ประเทศ Myanmar ซึ่งในถ้ำแห่งนี้มีการสร้างวัดพระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย

11. Marble Caves, Patagonia

ถ้ำหินอ่อนแห่งนี้ใน Patagona มีชื่อเสียงมากในเรื่องของน้ำสีฟ้าที่สะท้อนขึ้นไปบนเพดานหินอ่อน มันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ และบางคนยังเรียกถ้ำแห่งนี้ว่าเป็น Marble Cathedral เพราะความสวยงามของมัน และลักษณะที่โค้งได้รูปนั่นเอง

12. Antelope Canyon, USA

Antelope Canyon ใน Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของลมและน้ำท่วมเป็นเวลาหลายพันปี ซึ่งในหน้ามรสุมนั้น บางทีเพราะฝนที่ตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และเคยคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวมาแล้วบางราย

13. Phraya Nakhon Cave, Thailand

ถ้ำพระยานครในประเทศไทย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์ไทยมักเสด็จมาเยี่ยมชม เพราะความสวยงามของแสงที่ตกลงมากลางถ้ำ ซึ่งในภาพคือศาลาที่สร้างขึ้นโดยรัชกาลที่ 5 ในปี 2433 

14. Ellison’s Cave, USA

นี่คือ Cave pit หรือถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ตั้งอยู่ที่ Georgia สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่ชอบความท้าทายในการทิ้งตัวเองลงสู่ใต้ดินเพื่อชมความงามของธรรมชาติเบื้องล่าง

15. Reed Flute Cave, China

Reed Flute Cave ตั้งอยู่ที่ Guangxi ประเทศจีน เป็นที่ท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 1,200 ปีแล้ว ซึ่งที่นี่มีหินงอก หินย้อยสวยงามมาก ส่วนชื่อนั้นมาจากพืชจำพวก กก หรือ อ้อ ที่ขึ้นมากบริเวณปากถ้ำ และสามารถนำมาทำขลุ่ยได้นั่นเอง 

H/T: Boredpanda

ที่มา: http://www.kiitdoo.com/

มาดู 10 สัตว์โลกไร้ขน ที่น่าสงสารที่สุดในโลก


 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เหล่าสัตว์โลกดูน่ารักน่ากอด นั่นก็คือขนที่ปกคลุมตามร่างกายของพวกมันไงล่ะ แต่นอกจากจะทำให้พวกมันดูน่ารักแล้ว

ขนยังช่วยปกคลุผิวของมัน ทำให้ร่างกายมีความอบอุ่นอยู่เสมอ

แต่โชคร้ายที่สัตว์บางตัวที่ควรจะเกิดมามีขนปุกปุยแบบตัวอื่นๆกลับเกิดมามีแค่ผิวหนังเปลือยๆซะงั้น

วันนี้จะพาไปดูสัตว์ที่โชคร้ายทั้ง 10 อันดับกัน จะมีตัวอะไรบ้างมาชมกันคะ

 

10.หนูแกสบี้

1

เจ้าหนูตัวนี้ไม่ได้มีความผิดปกติทางพันธุกรรมอะไรหรอกนะเหมียว แต่มันเกิดมาแบบนี้เลย ทำให้คน(บางคน) มองว่าผิวสีชมพูแบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

9.เพนกวิน

2

เจ้าตัวนี้ถึงแม้จะเกิดมาไม่มีขน แต่ก็นับว่าโชคดีนะที่มันไม่ได้เกิดในขั้วโลกเหนือ แต่มาเกิดในอควาเรี่ยมแห่งหนึ่งในจีน ที่ถึงแม้พ่อ-แม่มันจะไม่ยอมเลี้ยงเพราะคิดว่าด้วยสภาพที่ไร้ขนมันคงอยู่ได้ไม่นาน แต่ผู้ดูแลก็ได้ช่วยกันประคบประหงมจนขนมันขึ้นมาอย่างช้าๆ และเข้าไปรวมฝูงกับตัวอื่นๆได้ในที่สุดล่ะ

 

8.วอมแบต

3

เจ้าตัวนี้ชื่อว่า คามาน เป็นวอมแบตที่น่าสงสาร ที่ต้องเสียแม่ไปตั้งแต่มันยังเด็ก ทำให้อยู่ในกระเป๋าหน้าท้องได้ไม่นาน ทั้งยังหวาดกลัว และขาดการดูแลเท่าที่ควร ทำให้เจ้าตัวนี้มีพัฒนาการในวัยเด็กที่ช้ากว่าตัวอื่น ขนจึงขึ้นช้าตามด้วย

 

7.ลูกจิงโจ้

4เจ้าตัวเล็กนี้ชื่อ ซาบรีน่า มันถูกแม่ของมันทิ้งตั้งแต่คลอดออกมา และตามปกติของสัตว์ชนิดนี้ขนของมันจะงอกออกมาเมื่ออยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่เท่านั้น เจ้าตัวนี้จึงหมดสิทธิ์ที่จะมีขน แต่คนก็ได้พยายามให้ความอบอุ่นด้วยการกอด การห่อผ้ารอบๆตัวมันอยู่ตลอด

 

6.หนู

5

เจ้าหนูตัวนี้เกิดมามีพันธุกรรมที่ผิดปกติตั้งแต่แรกเกิดเลย โดยอาจจะเป็นที่ตัวพ่อหรือแม่ของมันที่มียีนไม่มีขนแฝงอยู่

 

5.แรคคูน

6

 

บางทีสัตว์เหล่านี้ก็เกิดปัญหาติดเชื้อ เหมือนโรคเรื้อนในสุนัขบ้านเรานั่นแหละ ซึ่งจะทำให้ขนของมันร่วงอยู่ตลอดเวลา จนหมดตัว แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ออกจะพบบ่อยด้วยซ้ำไปในสัตว์ที่มีขนแบบนี้

 

4.เม่นแคระ

7

 

เจ้าตัวนี้มีชื่อว่า เบ็ตตี้ เป็นเม่นที่ดันไม่มีขนตรงหลัง ทางศูนย์พิทักษ์สัตว์ในอังกฤษจึงต้องเข้ามาดูแล เพราะกลัวว่ามันจะใช้ชีวิตแบบตัวอื่นๆไม่ได้ แต่มันกลับมีร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์กว่าที่คาดไว้ซะอีก

 

3.หมี

8

หมีเพศเมียตัวนี้เป็นสัตว์ที่อยู่ในการดูแลของสวนสัตว์แห่งหนึ่งในเยอรมัน ที่อยู่ดีๆขนของมันก็เริ่มร่วง จนหมดแบบที่เห็นกัน ทางผู้เชี่ยวชาญได้สันนิษฐานว่าสาเหตุมากจากพันธุกรรมของตัวมันเองที่เกิดการบกพร่อง

 

2.นกกระตั๊ว

9

สัตว์ก็เหมือนคนที่เมื่อมีอาการเครียด ขนก็จะร่วงโรย และเมื่อมีอายุมากขึ้นขนก็จะไม่ขึ้นมาใหม่อีก ดูเจ้านกกระตั๊ววัย 35 ปีที่จู่ๆ จะงอยปากของมันก็ดันติดเชื้อโรคทำให้การกินอาหารของมันมีปัญหา ด้วยความเครียด มันจึงถอนขนของตัวเองออกซะงั้น

 

1.กระต่าย

10

เจ้ากระต่ายผู้น่าสงสารตัวนี้เกิดมาโดยไม่มีขนปกคลุมร่างกาย แต่ดันไปขึ้นที่เท้าและจมูกซะงั้น ทำให้คนต้องเข้ามาดูแลให้ความอบอุ่นกับมันเป็นพิเศษก่อนที่มันจะหนาวตาย แต่โชคดีว่า หลังจากนั้น 3 เดือน ขนมันก็ค่อยๆเริ่มจะออกมาเหมือนกับตัวอื่นแล้วล่ะ

 

เห็นแต่ละตัวไม่มีขนแบบนี้แล้ว คิดว่าพวกเขาจะต้องหนาวแน่ๆเลยล่ะ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ เพราะหลายๆตัวได้รับการช่วยเหลือจากมนุษย์ และสามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้ในที่สุด ยังไงขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

 

ที่มา toptenthailand