ไอเดียเก๋ ช่างภาพสาวจากลิทัวเนีย ถ่ายภาพสไตล์ ‘แม่มด’ ดูมีมนต์ขลังสุดๆ


ช่างภาพสาวจากลิทัวเนีย ที่ชอบถ่ายภาพสไตล์ ‘แม่มด’ เธอมีชื่อว่า Viktorija Rekašiūtė Raggana เธอเติบโตมาท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าใหญ่

เธอชอบเดินทางสำรวจและสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆของธรรมชาติล่ะ

 

การอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ ทำให้เธอมีจินตนาการและสายตาในการมองสิ่งต่างๆรอบตัว ที่ค่อนข้างจะล้ำลึกกว่าคนทั่วๆไปล่ะ

และแต่ละภาพที่เธอถ่ายนั้น เธอบอกว่าเธอพยายามจะส่งสารบางอย่างให้โลกได้รับรู้ล่ะ ลองไปชมเลย

 

1

 

2

 

3

 

4

 

5

 

6

 

7

 

8

 

9

 

10

 

11

 

12

 

13

 

14

 

ไม่รู้ว่าสารที่เธอพยายามจะส่งผ่านรูปภาพนั้นคืออะไร แต่ดูแล้วรู้สึกถึงความสวยงามที่ดูวังเวงแบบประหลาดๆ

เหมือนว่าสถานที่ที่เธอถ่ายรูปนั้นอยู่ในหนังเกี่ยวกับแม่มดสักเรื่องเลยล่ะ และแน่นอนว่าถ้าจะตามผลงานของเธอก็ไปได้ที่

facebook.com/pages/Raggana-Photography/364337776910344?sk=timeline ของเธอเลยนะ

ที่มา boredpanda

 

            

ที่มา: catdumb.com/bewitching-photographs

ไอเดียเก๋ ! แบบกระทงสุดเก๋ด้วยวัสดุสุดครีเอท! [ภาค2]


loi1

1376845836

การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูป กระทง ดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานทีซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแค้วนทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

580607-topic-ix-14

วันลอยกระทง จัดขึ้นในทุกวันเพ็ญเดือนสิบสองของปี ในปีนี้ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. 57   เป็นวันที่น้ำเต็มตลิ่ง วันเพ็ญซึ่งเป็นวันสว่าง และเดือนสิบสองที่มีน้ำเต็มตลิ่ง เหมาะกับการนำ กระทง ไปลอยในแม่น้ำและขอพรอันศักดิ์สิทธิ์

kk2-400x231

ความเชื่อของการลอยกระทงเพื่อลอยทุกข์ ลอยโศกให้ลอยหายไปพร้อมกับ กระทง ด้วยการตัดเล็บ ผม และเงินใส่ลงไปใน กระทง สิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อที่มีมาในในภายหลัง เป็นสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสบายใจ แต่ความจริงเราไม่สามารถที่จะลอยทุกข์โศกให้หมดไปได้ด้วยการลอยกระทง  ดังนั้นถ้าจะให้ทุกข์โศก โรคภัย เคราะห์ร้ายออกไปด้วย เราต้องสร้างบุญ โดยในตอนกลางวัน ก่อนที่จะไปลอยกระทง เราก็ไปทำบุญที่วัดก่อน แล้วนำบุญนั้นมาอธิษฐานในคืนวันลอยกระทง ด้วยกุศลผลบุญนี้ขอให้ทุกข์โศกโรคภัยทั้งหลายออกไป

1376846998

จาก กระทง ในอดีตที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ใบตองและใบไม้ต่างๆ มีการพัฒนารูปแบบของ กระทง มาเรื่อยๆ จน ถึงปัจจุบันที่มีรูปแบบของกระทงที่ออกแบบแตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าเป็น กระทง แฟนซีกันเลยทีเดียว แถมความแปลกๆของ กระทง ที่เปลี่ยนแปลงไอเดียร์อยู่เรื่อยๆก็สร้างรายได้ให้กับใครหลายๆคนเลยทีเดียว มีแบบไหนที่โดนใจคุณๆ กันบ้าง…ตามมาดูกันเล้ย…

ขนมปัง

กรวยไอติม

ขนมปังโฮลวีท

กรวยไอติม

เปลือกข้าวโพด

กรวยไอติม

กระดาษ

ขนมปัง

เทียน

เทียนแฟนซี

กระทงกะลา

ขนมปัง เต่า,ปู

เทียนทานตะวัน

ขนมปัง

ขนมปัง

ขนมปัง

กระดาษ

กระดาษ

ผัก

ผัก

ผัก

ผัก

ผัก

กรวยไอติม

ขนมปัวปิ้ง

กระทงดอกแค ใบเตย

ขนมปังเต่า

เทียนกะลา

ขนมปังจระเข้

ขนมปังจากวัด

ขนมปัง

ผักรวม

ผักรวม

ผัก

กระทงหัวปลี

กระทงดอกบัว

ไอติมกรวย

ไอติมกรวย

market.onlineoops.com,rumruay.com,bloggang.com/,pantip.com,mglobemall.com,  www.upyim.com ,linethaitravel.comฯลฯ

ที่มา : pingpoy

ไอเดียเก๋ ! 10 แบบกระทงสุดเก๋ด้วยวัสดุสุดครีเอท!


สวัสดีวัน ลอยกระทง .. เพื่อนๆน่าจะเตรียมตัวทำกระทงกันแล้วใช่มั๊ยคะ แต่บางท่านคงจะไม่มีเวลาเพราะต้องทำงานกันทั้งวัน หมูหันขอนำเสนอ กระทงสุดครีเอทจากไอเดียเก๋ๆของแม่ค้า พ่อค้าชาวไทย.. ส่วน.. มีขายที่ไหนบ้าง อันนี้คงต้องไปสืบเอาเองแล้วล่ะ อิอิ

กระทงขนมปังปิ้ง

กระทงขนมปังปิ้ง สังเกตดีๆ มีแยมรสต่างๆ ทาไว้ด้วย…แถมความอร่อยยังไม่หมดเท่านี้ เพราะโรยหน้าด้วย “กัมมี่แบร์” อีกต่างหาก น่ากินนะเนี่ย

กระทงกรวยไอติม

กระทงกรวยไอติม เก๋ๆ ย่อยสลายได้

p17ced1cfs148ffvv1jf71qfl6c85

ส่วนใบนี้มาแนว “ผักสวนครัว รั้วกินได้” ครีเอทดีจัง

p17cecpudi1iln16q41qlf1nn41116c

ลูกตีนเป็ด” นอกจากจะเอามาปลูกต้นไม้ แต่งแจกัน แต่งบ้าน จัดพร๊อพสวยๆ แล้ว ยังทำกระืทงได้อีกแน่ะ

p17cecpudh1nhsp2112ei3pm1g5ub

กระทงใบนี้ทำจาก “กาบมะพร้าว” เป็นการเพิ่มมูลค่าที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

p17cecpudh1hqq7ob1e89kuop6ja

กลุ่มนี้เก๋ไม่แพ้แบบอื่น เป็นกระทงที่ใช้วัสดุ “ขนมปี๊บ” ท่าทางปลาจะอิ่ม

รูปกระทงสวยๆ

ใบนี้ก็ทำจากกรวยไอติม แต่เป็นกรวยไอติมที่มีสีสันสดใส เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

p17cecpudh4j016f41dsnkiv3o17

ส่วนอันนี้คนริเริ่มไอเดียดีมากครับ ใช้ “ดอกแค” เป็นกลีบกระทง ส่วนสีเขียวๆ นั่นเป็น “ใบเตย” ครับ

กระทงดอกบัว

แบบนี้เห็นบ่อยที่สุดในบรรดา 10 แบบ แต่ก็สวยในตัวของมันเอง…กระทงดอกบัวครับ

p17cecpudh42gfjbath17s8ds75

ปิดท้ายกับกระทงหัวปลี แปลกๆ เก๋ๆ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันครับ

ที่มา  :   truelife

ที่มา : tlcthai.com

21 ความจริงเกี่ยวกับ “ร่างกาย” มนุษย์ที่ถ้าคุณรู้ คุณจะลืมไม่ลง!!!


สำหรับเราหลายๆ คน ถ้าพูดถึงเรื่อง “ร่างกาย” ของเราเอง นอกจากเรื่องที่ว่า เรามีอวัยวะครบ 32 แล้วเนี่ย มีอะไรที่เรารู้อีกบ้าง วันนี้เราเลยขอเอาเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ร่างกาย” ของเราเองมาฝากกัน อยากจะบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก แถมเจ๋งมากๆ ด้วยล่ะ ไปดูกันเลย!

1. หัวใจของเราออกมา “เต้น” นอกร่างกายเราได้

gifbay.com

TransMedics พัฒนาระบบที่ทำให้หัวใจของผู้ที่บริจาคยังคงเต้นได้ ขณะที่มันถูกลำเลียงไปยังผู้รับบริจาค ลองดูเพิ่มเติมได้ ที่นี่

2. พูดถึงหัวใจมนุษย์ มันมีแรงดันขนาดที่สามารถพ่นเลือดได้ไกลถึง 30 ฟุตเลยทีเดียว 

btrflyeffect.tumblr.com

3. จริงๆ แล้ว เรามี “ไร” ตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ที่ขนตาของเรา

Alan Walker / Via commons.wikimedia.org

พวกมันชื่อ Demodex และมันฝังตัวอยู่ที่รูขุมขนของขนตาเรานั่นเอง 

4. มนุษย์ผู้ใหญ่มีเซลแบคทีเรียในร่างกายเป็นจำนวนมากกว่าเซลของร่างกายเราเอง 10 เท่า

merismo.tumblr.com

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ 90% ของเซลในร่างกายเรา ไม่ใช่ของเรา!

5. ถ้านำเส้นเลือดทุกเส้น ทั้งเส้นเลือดแดง ดำ และฝอย มาต่อกัน สามารถพันรอบโลกได้ 2 รอบ

onlydreaminblackandwhite.tumblr.com

6. จำนวนของแบคทีเรียในช่องปากของเรา มีมากกว่าจำนวนมนุษย์บนโลกใบนี้เสียอีก

CW / Via gifbay.com

7. ในบางเคส ซึ่งเกิดขึ้นยาก หากคนไข้ได้รับอุบัติเหตุกระทบบริเวณสมองส่วน frontal lobe อาจเกิดอาการ “Gourmand syndrome” ที่เป็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับการกิน ที่จะเสพติดการกินแต่ของดีๆ 

Paramount Pictures / Via thegoodfilms.com

8. พูดถึงโรคแปลก มีโรคหนึ่งที่เรียกว่า Exploding Head Syndrome คนที่เป็นจะได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ทันทีที่จะนอนหลับ 

moviesplode.tumblr.com

9. อาการอกหัก จริงๆ แล้วจะเกิดขึ้นจริงกับหัวใจของเรา โดยเรื่องเศร้า หรือความเครียดจะทำให้คุณมีอาการคล้ายโรคหัวใจนั่นเอง

NBC / Via forums.thebump.com

10. เวลาคุณหน้าแดงเพราะอาย ที่ท้องคุณจะแดงขึ้นด้วย 

Cartoon Network / Via gif-database.tumblr.com

11. เวลาคุณนอน คุณจะเตี้ยลงกว่าตอนคุณตื่น

Disney / Via miragif.tumblr.com

12. และเริ่มตอนอายุ 30 ปี คุณจะเตี้ยลงประมาณครึ่งนิ้วทุกๆ 10 ปี

cheezburger.com

13. คุณจะเสียต่อมรับรสไปประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อคุณอายุ 60 ปี

Universal / Via pandawhale.com

ใช้มันให้คุ้มนะ!

14. การจูบ ช่วยสู้กับอาการฟันผุได้!

tumblr.com

อะไรก็ตามที่เพิ่มปริมาณน้ำลายในช่องปากคุณ!

15. จริงๆ แล้วมนุษย์เปล่งแสงได้ แต่แสงนั้นอ่อนมากจนไม่สามารถจับได้ด้วยสายตาของมนุษย์

michaelbransonsmith.net

กล้องชนิดพิเศษสามารถจับแสงที่เปล่งออกมาจากแก้ม หน้าผาก และคอของเราได้

16. ในปี 1940s ราว 75% ของคนอเมริกันบอกว่า เขาฝันเป็นภาพสีน้อยมาก จนแทบจะไม่เลย 

Paramount Pictures / Via thegoodfilms.com

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของวิวัฒนาการของโทรทัศน์ที่แต่ก่อนเป็นภาพขาวดำ ซึ่งปัจจุบันที่เป็นภาพสีหมด ตัวเลขลดลงแล้วอยู่ที่ 12% สำหรับคนที่ไม่ฝันเป็นภาพสี

17. มนุษย์ก็เหมือนกับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกตัวที่มี “diving reflex” ที่จะระงับการทำงานทุกส่วนของร่างกายเพื่อรักษาพลังงาน หากจมอยู่ใต้น้ำเย็น

Focus Features / Via too-ugly-for-u.tumblr.com

สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ อาจมีไว้เพื่อหาอาหาร หรือดำน้ำ แต่เรามีไว้เพื่อความอยู่รอด หากจมน้ำนั่นเอง

18. น้ำตาที่ไหลออกมาจากความรู้สึกที่ต่างกัน เช่น ความสุข ความเศร้า หรือปลอกหัวหอม จะมีส่วนประกอบที่ต่างกัน 

Universal / Via gifsofnicolascage.tumblr.com

19. สมองของคนท้องจะหดลงในระหว่างตั้งครรภ์ และต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนในการที่สมองจะขยายกลับมาเท่าเดิม

reactiongifs.com

20. เด็กทารกเกิดมามีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่ 90 ชิ้น

cheezburger.com

ส่วนที่เกินมานั้นจะเชื่อมติดกับชิ้นอื่นๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

21. สิ่งแรกที่พัฒนาก่อนของตัวอ่อนมนุษย์คือ ก้น

FOX / Via imwithkanye.tumblr.com

ตามมาด้วยปาก ซึ่งหมายความว่า ในตอนแรก เรามีแค่รูของก้นและปากเท่านั้น!

H/T: Buzzfeed

ที่มา: kiitdoo

22 สถานที่สุดยอดแห่งสีสัน “Colorful Places” ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ !!


สีสัน คือสิ่งที่ทำให้โลกใบนี้สดใสน่ามอง ซึ่งธรรมชาติก็ได้รังสรรค์ความงดงามนี้ไว้เช่นกัน และบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ 22 สถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสัน จากทั่วทุกมุมโลก ส่วนจะเป็นที่ไหนบ้าง เราตามไปดูกันเลยครับ

1. Valley of Flowers National Park, India

a9418b77f5cdee802ad685fa98d0afb2_970x

2. Five Flower Lake, China

b992f2d0ef0fb37d00d9ca24ef4d9e63_970x

3. Hitsujiyama Park, Japan

797ab841d30ecf2e893c6ff55e0e067a_970x17cbd8e516b71dee896c7109bd50c753_970x

4. The Great Barrier Reef, Australia

cfd6567453b433bd70683b70f6914f9c_970x

5. Yuanyang County, China

8e2cc3979becfe43960bffbdf80762eb_970x

6. Lavender fields in France

cd256c6eeb7b197eb2aef2d2f9e50087_970x

7. Lake Hillier in Australia

4b49ce8ea578dde7da0a472c43e85af0_970x

8. Braunwald, Switzerland

0e437034ab4baa509cd488bb2bc70af0_970x

9. Red Sea Beach, China

f4ee079a4e734442293de4e784dfae59_970x

10. Tulip fields in the Netherlands

7cb575cf97e83421a46469518a0aaaec_970xc184a4c647ff4438e51b0128f3ba6e97_970x

11. Grand Prismatic Hot Spring, Wyoming

eb4f86b1eb0cc604f263784cce23d24a_970x

12. Cornwall, England

104768e6af299ea52887689ba5f76f1d_970x

13. Alberta, Canada

7f39e393d96eae85cc92d48a40450aca_970x

14. Luoping, China

1a4531193000c0a470fc9cedf189be5b_970x29d0864ae1026a270a49eb9ee5f27d7e_970x

15. Shark Bay, Australia

55fb68ef239d656abceeb0e2ea619f3b_970x

16. Pamukkale, Turkey

7c56ed62e5979015f2ef151cd3567cc8_970x

17. Kawachi Fuji Gardens, Japan

1749e06d5d648fa6bc2089e3c1679eb7_970x

18. Hokkaido, Japan

02ce2e4f9d8698e2beec87a77979c58b_970x

19. Vermont in Autumn

45a09d4d7367a7f349f0334b38e6dae4_970x

20. Caño Cristales River, Columbia

4f8517b3b3d4012c4d846f61f765c1ea_970xa43aec5022f2c46dc733f1d0002994e6_970x

21. Namaqualand, Namibia

9f20756630ea9d6ddd501f49268b7ebf_970x

22. Juneau, Alaska

fdc12693442e09e25d15b4fd8ce00777_970x

ข้อมูลจาก: Distractify

ที่มา: wegointer.com/2014/10/colorful-places-on-earth/

8 การตัดต่อพันธุกรรม สร้างสิ่งมีชีวิตสุดประหลาด!


พันธุกรรม…การถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น แต่มนุษย์เราก็โกงธรรมชาติโดยการเข้าไปตัดต่อเปลี่ยนแปงส่วนประกอบบางอย่าง เพื่อให้เกิดลักษณะพิเศษขึ้นตามที่เราต้องการ และต้องผ่านการทดลองแปลกๆ แหวกแนวธรรมชาติขึ้นมาหลายครั้งหลายครา เราจะพาคุณไปดู 8 ผลผลิตการตัดต่อทางพันธุวิศวกรรม ที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสุดประหลาดขึ้นมา ทั้งพืช สัตว์ หรือแม้แต่ คน!


8. Venomous cabbage : กะหล่ำปลีพิษแมงป่อง

เมื่อ กะหล่ำปีมารวมตัวกับพิษจากหางแมงป่อง ก่อให้เกิดเป็นกะหล่ำปลีสุดสะพรึงที่มีพิษอยู่ในตัวเอง ซึงเมื่อมีหนอน หรือแมลงกัดเข้าไปแค่คำเดียว พิษแมงป่องก็จะเข้าขู่โจม ทำให้มันกลายเป็นกะหล่ำปีที่ไม่สารพิษจากยาฆ่าแมลงตกค้าง แค่มีพิษจากแมงป่องแค่นั้นเอง โดยที่พิษนี้จะเป็นอันตรายต่อศัตรูพืชของกะหล่ำปีเท่านั้น  และปลอดภัยสำหรับคนกิน…แต่จะแน่นอน 100% หรือเปล่าอันนี้เราไม่ฟันธง


7. Human milk from cow : วัวผลิตน้ำนมคน

นัก วิทยาศาสตร์อาร์เจนตินาโชว์เทพ ด้วยการโคลนนิ่งวัวที่มียีนส์ของคนผสมอยู่ชื่อว่า ‘โรสิตา ไอเอสเอ’ ก่อเกิดเป็นวัวสายพันธุ์ใหม่ที่ผลิตนมซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงเทียบเท่านม ของคน โดยมีโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญอย่าง แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) และ แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของของจุลินทรีย์ เช่น เชื้อรา และช่วยต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ อีกด้วย


6. Three eyes tadpoles : ลูกอ๊อด 3 ตา

มหาวิทยาลัย Warwick ซึ่งนำทีมโดย Nick Dale และ Elizabeth Jones ศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ชีววิทยาได้ตีพิมพ์ผลงานชวนตะลึงเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2007 นักวิจัยในทีมค้นพบว่า ATP หรือ Adenosine Triphosphate เป็นสารที่ให้พลังงานแก่เซลล์นั้นมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการเคลื่อนไหวของกบ โดยทีมนักวิจัยนำโมเลกุลที่เรียกว่า “ectoenzymes” ใส่เข้าไปในตัวอ่อนของกบ จากนั้นรอให้เซลล์เจริญเติบโต ตัวอ่อนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นลูกอ๊อดที่มี 3 ตา แค่นั้นยังไม่พอนักวิจัยต้องอึ้งต่อระลอก 2 เมื่อเซลล์มีการเจริญเติบโตบนส่วนอื่นนอกจากตา เช่น ส่วนหาง และหน้าท้อง ส่วนที่ทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อนำไปรักษามนุษย์ที่สูยเสียการมองเก็น นั่น…งานนี้ต้องขอขอบคุณลูกอ๊อดซะแล้ว


5. GM mosquito : ยุงสายพันธุ์ใหม่ปลอดไข้มาลาเรีย

โรค มาลาเรียเกิดจากปรสิต ’พลาสโมเดียม’ ที่อยู่ในน้ำลายยุง จากนั้นจะเข้าสู่คนเมื่อโดนกัด นักวิจัยของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาจึงได้ทำการทดลองดัดแปลงยีนยุง เพื่อให้ยุงมีภูมิต้านทานปรสิต ‘พลาสโมเดียม’ และเมื่อนำยุงที่ผ่านการตัดต่อยีนไปปล่อยสู่ธรรมชาติ ยุงเหล่านี้จะเข้าไปแย่งผสมพันธุ์กับยุงสายพันธุ์เดิม และยุงที่เกิดมาใหม่นั้นจะเป็นยุงที่ไม่แพร่เชื้อมาลาเรีย อัตราการเกิดโรคนี้ก็จะลดลง แต่ว่าโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นการทดลอง ซึ่งถ้าจะทำได้จริงๆนั้น ต้องนำยุงปล่อยสู่ธรรมชาติไม่ใช่แค่การทดลองในห้องแล็บเท่านั้น และยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตามมาเป็นขบวนอีกด้วย


4. Mouse frozen cloned : โคลนนิ่งหนูแช่แข็ง

ทีม นักวิจัยของสถาบัน Riken ประเทศญี่ปุ่นโชว์เทพ โคลนนิ่งหนูตายที่ถูกแช่แข็งไว้นานถึง 16 ปี ในอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส โดยการการเอานิวเคลียสบริเวณสมองที่ไม่ได้โดนนำแข็งทำลาย เหมือนกับเซสล์ในบริเวณอื่น ๆ เนื่องจากมีไขมันห่อหุ้มอยู่จากหนูที่ถูกแช่แข็ง ไปฉีดใส่หนูอีกตัวที่ยังมีชีวิตเพื่อเป็นหนูอุ้มบุญ จากนั้น 3 สัปดาห์ หนูอุ้มบุญก็จะคลอดหนูตัวใหม่ที่มี DNA เหมือนกับหนูที่ตายไปแล้วเป๊ะๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นการทดลองสำเร็จไปได้ด้วยดี หนูที่คลอดออกมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ ผสมพันธุ์ได้ตามปกติ ส่วนขั้นต่อไปนักวิจัยหวังว่ามันจะสามารถคืนชีพให้กับแมมมอธ และสัตว์สูญพันธุ์อื่นๆ ให้กลับมามีชีวิตลั้ลลากันบนโลกได้อีกครั้งหนึ่ง


3. Glow in the Dark Pigs : หมูเรืองแสง

เรื่อง หมูๆ ที่ทำให้ทั่วโลกต่างตะลึงเมื่อนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย South China Agriculture ประเทศจีนได้พัฒนาหมูเรืองแสง โดยฉีดโปรตีนฟลูออเรสเซนต์จากแมงกะพรุนเข้าไปในเซลล์ตัวอ่อนหมู ให้หมูเรืองแสงจากภายในสู่ภายนอก จุดประสงค์ให้นักวิจัยสามารถเห็นพัฒนาการของเนื้อเยื่อ เพื่อนำพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์ เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าร่างกายของหมูมีสภาพเหมือนของมนุษย์มากที่สุด กลายเป็นว่าเรื่องหมูๆ มันไม่หมูอีกต่อไป เพราะมันได้กลายเป็นหมูพลีชีพให้เราทดลองไปซะแล้ว


2. Spider Goats : แพะแมงมุม

การ ข้ามสายพันธุ์สุดประหลาดระหว่างแมงมุมและแพะ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไวโอมิง ทำการตัดต่อยีนจากแมงมุมไปใส่ในตัวอ่อนของแพะ ก่อเกิดเป็นแพะสายพันธุ์ใหม่ที่ผลิตนมผสมโปรตีนใยไหม นอกจากนั้นยังนำมาทำเป็นเอ็นเทียม เสื้อกันกระสุน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่นักวิจัยยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น แว่ว ๆ มาว่า ต่อไปจะเป็นการพัฒนานำยีนไหมไปใส่ในถั่วเพื่อให้ได้นมถั่วเหลืองที่มีโปรตีน สูงยิ่งกว่าเวอร์ชั่นเดิม บางคนอาจสงสัยแล้วทำไมไม่เลี้ยงแมงมุมมันซะเลยล่ะไปทำกับแพะอย่างนั้นทำไม เหตุเป็นเพราะว่าแมงมุมจะมีนิสัยปกป้องรังของตัวเอง เวลาที่เลี้ยงไว้มากๆ มันจะต่อสู้กันเองจนตายกันเกลื่อนกลาด สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์เลยต้องมาลงเอยที่แพะซะงั้น


1. Twin town in Brezil : เมืองฝาแฝดในบราซิล

ดร.โจ เซฟ แม็งเกเล่ (Josef Mengele) นักวิทยาศาสตร์ในค่าย Auschwitz ของพรรคนาซี นักวิทยาศาสตร์ผู้ชี้เป็นชี้ตายแก่นักโทษ ด้วยหน้าตาท่าทางหล่อเหลา และทำการทดลองมหาโหดอย่างสุดขั้ว จนได้รับฉายาว่า เทพเจ้าแห่งความตาย (Angel of Death) ซึ่งภารกิจของเขาคือ การค้นคว้าความลับทางพันธุกรรมของพวกฝาแฝดเพื่อสร้างชนเผ่าอารยันที่สมบูรณ์ แบบ ตามความต้องการของผู้นำสูงสุดของเยอรมัน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม็งเกเล่ หลบหนีไปประเทศบราซิล หากแต่ยังไม่หยุดทำการทดลองทางพันธุกรรมชิ้นนี้  หลักฐานคือชาวเมืองในแคนดิดู โกดอล เมืองเล็กๆ ในประเทศบราซิล 80 ครัวเรือนในพื้นที่ 1 ตารางไมล์ จะให้กำเนิดเด็กแฝดถึง 38 คู่ และแต่ละคู่จะมีผมสีทอง ตาสีฟ้าเหมือนกันหมด แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการที่ชาวเมืองมีลูกแฝดผมทองตาฟ้านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแม็งเกเล่เลย แต่หากเป็นเพราะเมืองถูกตัดขาดจากภายนอกเป็นเวลานาน พันธุกรรมที่ได้รับจากบรรพบุรุษกลุ่มแรก ๆ จึงยังไม่มีการผสมของเชื้อชาตินั่นเอง

การตัดต่อพันธุกรรมทั้งหมดนั้น ถ้าอ่านดูดีๆ จะรู้ว่าผลประโยชน์นั้นตกอยู่ที่มนุษย์เราล้วนๆ จนงานนี้ต้องขอไหว้งามๆ ให้สัตว์ผู้โชคดี หรือโชคร้ายก็ไม่รู้ เลยละกัน

ที่มา: fhmthailand

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ


 

ตอนนี้เทรนด์แต่งหน้าแบบสาวเกาหลีนั้นมาแรงมากๆ สาวไทยหลายๆ คนอยากที่จะมีใบหน้าขาวใสเกลี้ยงเกลา ผิวใสโกลว์เหมือนสาวเกาหลีด้วยกันทั้งนั้น อย่างที่เรารู้กันว่า เครื่องสำอางนั้นสามารถแปลงโฉมสาวๆ จากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นซินเดอเรลล่าก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีเทคนิคในการแต่งหน้าเท่านั้น แต่! สาวๆ ที่ชอบดูรีวิวแต่งหน้าของเน็ตไอดอลเกาหลีหลายๆ คนเนี่ย รู้ไหมว่า? ถ้าพวกเธอล้างหน้า ลบเครื่องสำอางทิ้งแบบเกลี้ยงเกลา เอาแบบเกลี้ยงจริงๆ นะ พวกเธอจะแตกต่างจากตอนแต่งหน้ารึเปล่า อยากรู้ไหม ตามทีนเอ็มไทยมาดูกันเลย .. ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

ช็อค! เมื่อเน็ตไอดอลเกาหลีล้างหน้าจะเป็นยังไง งานนี้มีเงิบ

Cr : pann.nate.com

 

งามจริง! มาดู 15 “ถ้ำ” ที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลก!!


 

ถ้าคุณดูภาพ “ถ้ำ” อันสวยงามตระการตาเหล่านี้ คุณอาจจะคิดว่ามันมาจากภาพยนตร์ หรือเทพนิยายหรือเปล่า แต่ต้องบอกว่า มันคือสถานที่จริงๆ ที่คุณพบได้ในป่าอันไกลโพ้น แถบเอเชีย อเมริกาเหนือ หรือยุโรป

สถานที่บางแห่งในนี้ เกิดจากการที่น้ำค่อยๆ เซาะหินปูนเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปนับล้านปี ก็เกิดเป็นความสวยงามของหินงอก และหินย้อย ดังภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้

ขณะที่ “ถ้ำ” อีกส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล หรือทะเลสาบ ซึ่งถ้าคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ถ้ำเหล่านี้ บางแห่ง ก็มีการเปิดให้ชมแก่สาธารณชนทั่วไป อาทิ ถ้ำพระยานคร ในประเทศไทย แต่บางแห่งก็อนุญาตให้ผู้ที่มีความชำนาญในการเดินทางแบบผจญภัย และต้องได้รับการอนุญาตก่อนเท่านั้น และต้องใช้เครื่องมือสำหรับการเดินป่า และปีนผาเข้าช่วย

แต่กระนั้น หากท่านไม่อยากเดินทางเสี่ยงภัยไปดูด้วยตาของตนเอง เราก็ยังโชคดี ที่มีช่างภาพใจกล้า บุกร่วมทริปไปกับนักผจญภัย เพื่อเก็บภาพสวยๆ มาฝากเราแล้ว ซึ่งภาพเหล่านี้แหละ จะทำให้คุณรู้ว่า “ธรรมชาติ” ยังมีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจรอการค้นพบอีกเยอะเลยทีเดียว

1. Son Doong Cave, Vietnam

 

Son Doong cave ที่ประเทศ Vietnam คือถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ และการก่อตัวของถ้ำที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ

2. Ice Cave Near The Mutnovsky Volcano, Russia

 

 

ถ้ำน้ำแข็งแบบนี้ เกิดจากธารน้ำแข็งรอบๆ ภูเขาไฟ Mutnovsky ในประเทศ Russia ซึ่งบางส่วนเกิดจากการระเบิดของลาวาและก๊าซร้อนที่เรียกว่า Fumaroles 

 

3. Naica Mine, Mexico

Naica Mine caves ในประเทศ Mexico ถือว่าเป็นแหล่งของคริสตัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ำคริสตัลเหล่านี้ ถูกปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชมเพราะมันลึก และร้อนมาก เพื่อความปลอดภัยมันจึงถูกปิด แต่ภาพเหล่านี้ คือการถ่ายทำสารคดีที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายนั่นเอง

4. Vatnajokull Glacier Cave, Iceland

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ธารน้ำแข็ง Vatnajokull ในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งถ้ำแบบนี้ปกติเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงค่อนข้างอันตราย

 

5. Batu Caves, Malaysia

Batu Caves ในประเทศมาเลเซีย ถูกใช้ในการตั้งรกรากจากชาวจีน และชาวอังกฤษมาก่อน รวมไปถึงชนพื้นเมือง Temuan นอกจากนี้ยังถูกขุดทำเป็นเหมืองเพื่อการเกษตรมาก่อนอีกด้วย โดยในปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้เปิดให้ชมโดยบุคคลทั่วไป และมีการสร้างอนุสาวรีย์รำลึกต่างๆ อีกด้วย

6. Mendenhall Glacier Cave, USA

ถ้ำน้ำแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง Mendenhall ใกล้ๆ Juneau, Alaska ซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง และด้วยความเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งที่มีขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่แน่ว่าถ้ำนี้จะคงอยู่ตลอดไปหรือไม่

7. Cave in Algarve, Portugal

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Algarve ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งน่าจะเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล โดยถ้ำนี้ อยู่ใกล้กับท่าเรือ Lagos โดยการเดินทาง ต้องเดินทางทางเรือเท่านั้น

 

8. Glowworms Cave, New Zealand

Waitomo glowworm caves ในประเทศ New Zealand เป็นที่อยู่ของแมลงชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์มาก คือ “glowworm” ที่สามารถปล่อยเส้นไหมออกมาจากตัวที่สามารถส่องแสงได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีไว้จับเหยื่อนั่นเอง 

9. Tham Lod Cave, Thailand

 

แม่น้ำลาง ไหลผ่านถ้ำลอด ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยถ้ำแห่งนี้มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงามมากมาย และเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นจำนวนมาก ที่อพยพมาอยู่ในบางช่วงของชีวิตมัน

10. Kyaut Sae Cave, Myanmar

 

ยังเป็นที่รู้จักกันน้อยมากกับถ้ำแห่งนี้ในเมือง Kyaut Se ประเทศ Myanmar ซึ่งในถ้ำแห่งนี้มีการสร้างวัดพระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย

11. Marble Caves, Patagonia

ถ้ำหินอ่อนแห่งนี้ใน Patagona มีชื่อเสียงมากในเรื่องของน้ำสีฟ้าที่สะท้อนขึ้นไปบนเพดานหินอ่อน มันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ และบางคนยังเรียกถ้ำแห่งนี้ว่าเป็น Marble Cathedral เพราะความสวยงามของมัน และลักษณะที่โค้งได้รูปนั่นเอง

12. Antelope Canyon, USA

Antelope Canyon ใน Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของลมและน้ำท่วมเป็นเวลาหลายพันปี ซึ่งในหน้ามรสุมนั้น บางทีเพราะฝนที่ตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และเคยคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวมาแล้วบางราย

13. Phraya Nakhon Cave, Thailand

ถ้ำพระยานครในประเทศไทย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์ไทยมักเสด็จมาเยี่ยมชม เพราะความสวยงามของแสงที่ตกลงมากลางถ้ำ ซึ่งในภาพคือศาลาที่สร้างขึ้นโดยรัชกาลที่ 5 ในปี 2433 

14. Ellison’s Cave, USA

นี่คือ Cave pit หรือถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ตั้งอยู่ที่ Georgia สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่ชอบความท้าทายในการทิ้งตัวเองลงสู่ใต้ดินเพื่อชมความงามของธรรมชาติเบื้องล่าง

15. Reed Flute Cave, China

Reed Flute Cave ตั้งอยู่ที่ Guangxi ประเทศจีน เป็นที่ท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 1,200 ปีแล้ว ซึ่งที่นี่มีหินงอก หินย้อยสวยงามมาก ส่วนชื่อนั้นมาจากพืชจำพวก กก หรือ อ้อ ที่ขึ้นมากบริเวณปากถ้ำ และสามารถนำมาทำขลุ่ยได้นั่นเอง 

H/T: Boredpanda

ที่มา: http://www.kiitdoo.com/