ด่วน!!! Kitty Resort สุดสะพรึง!!! ฝันร้ายสำหรับคนรักคิดตี้ [Pantip]


สวัสดีปีใหม่ 2558 ค่ะ แพะ
วันนี้เป็นวันต้นปีทุกคนคงกำลังเที่ยวปีใหม่กันอยู่
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาเราและครอบครัวได้ไปเที่ยวภูเรือ จังหวัดเลย
โดยได้จองที่พักของ Kitty Resort เป็นเต๊นท์ 3 ห้อง ราคาห้องละ 1,500 บาท และบ้าน 1 หลัง ราคา 2,500 บาท
โดยทางรีสอร์ทให้โอนเต็มจำนวนคือ 7,000 บาท เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้โอนไปเต็มจำนวน
และขับรถไปเที่ยวอย่างสบายใจ แต่เมื่อไปถึงเท่านั้นละค่ะ ก็เจอเรื่องสุดสะพรึง แต่ก่อนจะเข้าสู่เรื่องสุดสะพรึงเราจะขอโชว์รูปที่รีสอร์ทนี้โพสลงเพื่อ โฆษณาว่าจะเปิดรีสอร์ทอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม 2557 เพื่อให้ลูกค้าโทรจองห้องพักได้ ซึ่งเมื่อเห็นจากรูปภาพจะเห็นได้ชัดว่ารีสอร์ทค่อนข้างสวยและเสร็จสมบูรณ์ เพียงพอที่จะเปิดรับลูกค้าให้เข้าพักได้แล้ว





เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 เราและครอบครัวได้ไปถึงรีสอร์ทเวลาประมาณ 12.00 น. เราจึงได้เข้าไปดูก่อนว่าจะต้องเช็คอินตรงไหน
ซึ่งเมื่อขับรถเข้าไปถึงสะพรึงแรกคือ คนเยอะมากเนื่องจากทางรีสอร์ทคิดค่าเข้าชมสวนดอกคนละ 20 บาท จึงมีคนให้ความสนใจเข้าไปชมกันอย่างล้นหลาม ประเด็นคือทุกคนไม่ได้เข้าชมดอกไม้ส่วนมากจะเข้ามาชมตัวรีสอร์ทมากกว่า และเมื่อเราลงจากรถเพื่อเดินหาออฟฟิตของรีสอร์ทเพื่อจะเช็คอินเราเดินหาไม่ เจอเพราะคนเยอะแล้วรีสอร์ทยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่เลย เราก็งงว่าเราจะพักตรงไหนได้?

จึงเกิดสะพรึงที่สองก็คือเต๊นท์ก็ยังพึ่งกาง เตียงก็ยังอยู่ในถุงวางอยู่นอกเต๊นท์ แต่จะมีเต๊นที่เสร็จสมบูรณ์อยู่ไม่กี่เต๊นท์



ส่วนห้องพักที่เป็นบ้านหลังๆก็มีช่างกำลังทาสีอยู่ ห้องก็โล่งๆยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เรยสักชิ้น พื้นห้องก็มีรอยสีเลอะเต็มพื้น ห้องน้ำก็เลอะมาก หลังห้องก็มีถังสี ผ้าม่านก็ยังไม่ได้ติด



เราเริ่มมองหน้ากับคุณพ่อว่าเอาไงดีนี่จะนอนกันยังไง เริ่มนึกว่านี่เรามากันผิดที่รึเปล่า??
และอากาศก็ร้อนมากๆเราก็เริ่มหงุดหงิด แถมคนที่จ่าย 20 บาทเพื่อเข้าชมสวนดอกไม้ก็เดินมาเปิดเต๊นท์เพื่อดูภายในเต๊นท์กันอย่างสนุก สนาน เดินเข้าเต๊นท์นี้ออกเต๊นท์นู้น เข้าบ้านนี้ออกบ้านนู้น อย่างกับสวนสนาม เพื่อให้อารมณ์เย็นลงเราเรยตัดสินใจไปทานข้าวรอเพื่อให้น้าสาวที่เป็นคนโทร จองติดต่อกับคนที่รับจองว่าต้องไปเช็คอินที่ไหนอะไรยังไง แล้วจะเข้าพักได้ยังไงในเมื่อมันยังไม่เสร็จเรย เมื่อน้าสาวเข้าไปเช็คอินตอน 14.00 น. น้าสาวเห็นสภาพรีสอร์ทถึงกับช็อคเรยคุยกับผู้จัดการรีสอร์อทว่าในเมื่อ รีสอร์ทยังสร้างไม่เสร็จแล้วจะพักได้ยังไง จึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่งในตอนแรกผู้จัดการก็จะคืนให้ แต่เจ้าของรีสอร์ทเค้าอยู่แถวนั้นและได้ยินที่น้าสาวเราขอคืนเงินจึงเดิน เข้ามาจัดการคุยเอง
น้าสาว : ขอคืนเงินครึ่งหนึ่งค่ะ ห้องยังไม่เสร็จแบบนี้จะพักได้ยังไง
เจ้าของรีสอร์ท : ผมไม่คืนเงิน เพราะผมมีห้องให้คุณ ถ้าผมไม่มีห้องให้คุณผมถึงจะคืนเงินให้คุณ และถ้าผมคืนเงินให้คุณผมจะขายห้องพักต่อให้ใครได้
น้าสาว : (คิดในใจ เออ ก็จริงของมัน ถ้าคนมาเห็นสภาพห้องแบบนี้ใครมันจะโง่จ่ายเงินเข้าพักวะ!!! นี่ถ้าโอนเงินมาแค่ครึ่งหนึ่งนะข้าไปนานแล้วไม่นงไม่นอนมันแล้วสภาพแย่ๆแบบ นี้) ห้องนี่ยังสร้างไม่เสร็จเรยนะค่ะ
เจ้าของรีสอร์ท : เนี้ยเสร็จแล้ว ห้องอื่นเค้าก็เข้าพักกันได้ไม่เห็นมีปัญหา
น้าสาว : อึ้ง (คิดในใจ สภาพนี้เนี้ยนะเสร็จแล้ว และนี่ด่าว่าข้าเรื่องมากมีปัญหาอยู่กลุ่มเดียวอีก)
เจ้าของรีสอร์ท : นี่ขนาดให้โอนมาเต็มจำนวนนะยังจะไม่พัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าข้าไม่โอนมาเต็มจำนวนแล้วมาเห็นสภาพห้องพักเป็นแบบนี้ข้างก็คงไม่พักหลอกโว้ย)
เจ้าของรีสอร์ท : พูดประมาณว่า รีสอร์ทผมใครๆก็อยากพัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าใครๆก็อยากเข้าพักทำไมไม่คืนเงินล่ะ ห๊าาาาา)
แถมต้องมัดจำค่าห้องห้องละ 500 บาท เผื่อของเค้าเสียหายด้วยนะ สมควรต้องเก็บอ่ะของทุกอย่างก๊อกแก๊กมากอ่ะ คือพังง่ายมาก จับเบาๆก็เอียงจะล้มละ และด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา ครอบครัวเราจึง เออพักก็พักวะ เพราะแลดูเจ้าของรีสอร์ทเค้าจะเป็นใหญ่เป็นโต ถึงขนาดที่กล้าพูดจาไม่ง้อลูกค้าขนาดนี้ แสดงว่าเค้าคงมีดีพอตัว (อยากรู้ว่าใหญ่รึเปล่าก็ไปสือกันเอาเองนะจ๊ะ)

ครอบครัวเราไปเช็คอินตอน 14.00 น. แต่ยังไม่สามารถเข้าพักได้ เพราะอากาศร้อนมาก ภายในเต๊นท์ไม่มีแอร์หรือพัดลมเลย เราจึงต้องไปหาที่นอนเล่นแถวน้ำตกเพื่อรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนและเพื่อให้ อากาศเย็นตัวลงจึงจะเข้าพักได้
เมื่อเวลา 18.00 น. เราจึงเข้าที่พักได้เพราะอากาศเริ่มเย็นบ้างแล้ว แต่ก็มีคนที่ยังเข้ามาชมไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนว่าเราเป็นสัตว์ให้คนเข้ามาเดินชม ชะโงกดูในเต๊นท์บ้างตามอัธยาศัยหรือตามมรรยาทของแต่ละบุคคล อีกทั้งเต๊นท์นั้นไม่มีห้องน้ำในตัวจึงต้องเข้าห้องน้ำรวม และช่วยดูสภาพห้องน้ำรวมหน่อยว่ามันเข้าได้ไหม? พูดสิพูด





แถมเต๊นท์นั้นไม่มีกุญแจล็อคเลย เราจึงถามพนักงานเพราะกลัวของหาย พนักงานวิ่งไปถามเจ้าของและวิ่งกลับมาบอกเราว่า
“ถ้าของหายทางเราจะรับผิดชอบค่ะ” โห!!! รวยชะมัด แล้วภายในเต๊นท์นั้นสิ่งของทุกอย่างเปราะบางมาก พื้นเต๊นท์ก็ใช้เสื่อน้ำมัน แถมจานชามช้อนยังไม่ได้แกะป้ายราคา แถมมีใบคู่มือการใช้งานตู้เย็นแช่อยู่ในตู้เย็นด้วยค่ะ สงสัยกลัวลูกค้าใช้ตู้เย็นไม่เป็น



และเมื่อเราเดินไปดูที่พักที่เป็นบ้านหลังๆที่น้าสาวพักก็อยากจะวิ่งออกมา กรี๊ดดังๆ คือ จัดเตียงได้แปลกแหวกแนวมาก กล่องทีวีดาวเทียมก็ติดตั้งได้แปลกเช่นกัน อีกทั้งกระจกแต่งหน้าก็สูง(ไม่แน่ใจว่าเราเตี้ยไปหรือมันสูงไปกันแน่) ระเบียงก็ยังมีถังสีอยู่เลยสงสัยจะให้เราช่วยทาให้ อีกทั้งห้องน้ำนั้นเป็นปัญหาใหญ่สุดเลย ท่อยังไม่มีฝาปิด ฝ้ายังไม่ปิด และน้ำในโถส้วมเป็นสีเหลือง แถมน้ำมีกลิ่นสนิมอีก จะอาบได้ยังไงละทีนี้ สรุปจึงต้องไปอาบน้ำที่ปั๊มตามระเบียบ ส่วนเรื่องล้างหน้าแปลงฟันนั้นไม่ต้องพูดถึงน้ำขวดแน่นอนอยู่แล้วค่ะ










และตอนกลางคืนน้าชายตื่นจ้า ไม่ใช่เจอผีหรืออะไรนะ แต่เพราะแสบจมูกเหม็นกลิ่นสีภายในห้อง เนื่องจากพึ่งทาสีเสร็จสดๆร้อนๆกลิ่นเลยแรงมาก อีกทั้งเราได้เข้าพักก็เย็นมากแล้ว แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตี5เพื่ออาบน้ำและเก็บของออกจากรีสอร์ทเพราะกลัวถ้า ตื่นสายจะมีคนที่เข้ามาชมดอกไม้แล้วมาเปิดเต๊นท์เจอเราหลับ มันไม่โอเคมากๆเลยนะ ส่วนอาหารเช้านั้นอย่าได้พูดถึง มีขนมครก 3 ฝา ปาท่องโก๋ 4 ตัว ข้าวต้ม และน้ำเต้าหู้ นี่คืออาหารสำหรับ 9 คนนะค่ะ

จะบ้าตาย รีบเรยจ๊ะไม่กงไม่กินละ เก็บของๆเช็คเอ้าค่ะ ก่อนออกแอบหันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใส่ผ้าเช็ดตัวกับหมวกคลุมผมเดินออกมา จากเต๊นท์เพื่อจะเดินไปอาบน้ำ แอบสงสารเลยอ่ะ คือมีคนมาเข้าชมตั้งแต่ 7.30 น. ได้ คือไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่จ่ายเงินมาแพงกว่าคนที่จ่าย20บาทเลยอ่ะ ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าอยากได้ภาพสวยๆ และไม่อยากตื่นเช้าทำอะไรรีบๆ และไม่อยากอารมณ์เสียกับเจ้าของรีสอร์ทควรจ่ายแค่ 20 บาทพอนะคะ ไม่ควรจ่าย 1,500 หรือ 2,500 เด็ดขาด

ด้วยความที่ครอบครัวเราก็ทำธุรกิจรีสอร์ทเหมือนกันจึงคิดว่า ในเมื่อคุณยังสร้างไม่เสร็จ แล้วคุณจะเปิดเพื่อให้ลูกค้าจองห้องเข้าพักทั้งๆที่ยังทำไม่เสร็จทำไม ให้ลูกค้าด่าคุณทำไม? และด้วยจรรยาบรรณแล้ว คนทำงานบริการก็ควรจะง้อลูกค้า ไม่ใช่พูดจาแบบนี้ ในเมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้แล้วคุณควรศึกษาให้ดีกว่านี้ และถ้าคุณบริการใครไม่เป็นก็ควรจ้างคนมาทำงานด้านบริการแทนซะ ถึงค่าห้องจะไม่มากแต่คุณก็ได้เงินจากเราซึ่งถือเป็นลูกค้า ไม่ใช่ว่าเรามาขอพักฟรี ดังนั้นคุณก็ควรบริการเรา ซึ่งแม้ตามความเป็นจริงแล้วคุณจะร่ำรวยมหาศาลกว่าเราก็ตาม แต่เมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้คุณต้องถือว่าลูกค้าเป็นพระเจ้า ลูกค้าถูกเสมอ แม้ลูกค้าจะงี่เง้าขนาดไหนก็ตามคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปด่าเค้าเพราะเค้าจ่ายเงิน เพื่อมาพักไม่ได้มาขอพักฟรีๆ เพราะมันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจรีสอร์ทดำเนินต่อไปได้ และถ้ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่าการก่อสร้างคุณก็ควรจะแจ้งลูกค้าให้ทราบถึง ข้อเท็จจริงก่อนว่ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ถ้ารับได้ก็ให้โอนเงินจอง ถ้ารับไม่ได้ก็ยังไม่ต้องจอง แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ทางเราทราบก่อนจองเลย ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและ เพียงพอเกี่ยวกับบริการ แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งเรา ทำให้เราได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม

และอีกประเด็นหนึ่งที่เราสงสัยคือ รีสอร์ทนี้ได้ขอลิขสิทธิ์แล้วหรือยัง? และของที่ใช้ภายในรีสอร์ทนั้นเป็นของลิขสิทธิ์ที่หิ้วเข้ามาโดยไม่เสียภาษี หรือซื้อจากช็อปภายในประเทศที่เสียภาษีแล้วกันแน่น?

 

พาเที่ยว…หนาวนี้ที่…เชียงราย


 

นี่ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วถือได้ว่าเป็นช่วงสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยเลยทีเดียว

เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นนั่นเอง ใครหลายๆคนอาจจะมองหาที่เที่ยวไว้กันบ้างแล้ว

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลน วันนี้ผมอยากจะลองให้คุณได้เปิดใจกับจังหวัดหนึ่ง

ที่มีความงดงามอย่างลงตัวจนอาจจะทำให้ใครหลายๆคนตกหลุมรักเมื่อไปเยือนก็เป็นได้

นั่นก็คือ จังหวัดเชียงราย นั่นเอง

เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง

เมืองแห่ง 7 สายน้ำ 3 ฝ่ายฟ้า 35 ม่อนดอย

มีดอกไม้ประจำจังหวัดคือ ดอกพวงแสด และต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นกาสะลองคำ

มีสีประจำจังหวัดคือ สีม่วง และตราประจำจังหวัดคือ ช้างเผือก

 

 เรามาเริ่มกันที่พ่อบ้านพ่อเมืองที่ชาวเชียงรายรวมถึงชาวล้านนาต่างให้ความเคารพสักการะกันก่อนเลยนะครับ

นั่นก็คือ พระราชานุสาวรีย์พญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่หลายคนคงเคยได้ยิน

พญามังรายเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาราชวงศ์มังราย

โดยพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างเมืองหลวงของล้านนาทั้ง 3 แห่งคือ เชียงราย เวียงกุมกาม และเชียงใหม่ตามลำดับ

อีกทั้งยังผูกไมตรีกับอาณาจักรของพระสหาย คือ พญาร่วง(พ่อขุนรามคำแหงมหาราช)แห่งเมืองสุโขทัย

และพญางำเมืองแห่งเมืองภูกามยาว(พะเยา) อีกด้วยครับ

 

มาถึงสถานที่สำคัญอย่างสถาบันการศึกษากันบ้างนะครับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยประจำจังหวัด

เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย มีสโลแกนว่า University in The Park

มีดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ ดอกหอมนวล หรือ ลำดวน

มีตราพระราชทานประจำมหาวิทยาลัยเป็นพระนามาภิไทยของสมเด็จพระศรีนคริทราบนมราชชนนี หรือแม่ฟ้าหลวงของชาวเชียงราย

 

สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เป็นสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมระหว่าง

อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย สปป.ลาว เพื่อเปิดเส้นทางสู่ประเทศจีนตอนใต้ และเป็นการขยายเขตเศรษฐกิจใหม่ด้วย

 

มาต่อที่วัดวาอารามกันบ้างนะครับ จังหวัดเชียงรายถือว่าเป็นจังหวัดที่มีวัดมากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศไทย

โดยมีวัดทั้งสิ้น 858 แห่ง จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อมาเยือนเชียงรายแล้ว จะต้องมีการไปเที่ยววัดสำคัญๆอย่างแน่นอน

 

วัดแรกนั้นเป็นวัดที่หลายคนต้องรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะแทบจะเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดเลยก็ว่าได้

เป็นวัดที่ต่างประเทศให้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในโลก นั่นก็คือ วัดร่องขุ่น ซึ่งสร้างโดย อ.เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาตินั่นเอง

 

วัดต่อมาคือ วัดพระแก้ว วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญมากอีกวัดหนึ่ง เพราะเป็นสถานที่แรกที่พบองค์พระแก้วมรกต

โดยได้เกิดอสุนีบาตผ่ามาที่องค์เจดีย์ จึงทำให้เห็นองค์พระเนื้อมรกตภายในองค์เจดีย์

ชาวเมืองจึงได้นำมาแห่แหนและประดิษฐานยังหอพระแก้ว ก่อนจะย้ายไปประดิษฐานยังเมืองลำปาง เชียงใหม่ เชียงทอง(หลวงพระบาง)

เวียงจันท์ และกรุงเทพฯ ตามลำดับ

 

วัดที่สามคือ วัดพระสิงห์ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์หรือพระพุทธสิหิงห์ พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่งดงาม

เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวล้านนา วัดนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เมื่อถึงวันสำคัญ เช่น ประเพณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

ก็จะมีการนำพระมาแห่รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำตามความศรัทธา ความงามของวัดยังอยู่ที่ลายปูนปั้นสีขาว ณ ซุ้มประตูโขง

และสถาปัตยกรรมวิหารทรงล้านนานั่นเอง

 

วัดที่สี่เป็นวัดที่ตั้งของสะดือเมืองเชียงรายในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ ณ ดอยจอมทอง ดอยขนาดเล็กกลางเวียงเชียงราย

วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งพญามังรายได้ตามช้างเผือกหลวงมาถึงยังจุดนี้ แล้วได้ทอดพระเนตรเห็นถึงชัยภูมิที่เหมาะสม

จึงได้เกณฑ์ชาวเมืองเชียงแสนมาสร้างเมืองเชียงราย แล้วสถาปนาเป็นเมืองหลวงแทนเชียงแสน โดยถือเอาดอยแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ตามคติพราหมณ์ที่เชื่อว่าเขาพระสุเมรุคือศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง

จากนั้นจึงให้สร้างวัดขึ้นบนดอยแห่งนี้แล้วให้ชื่อว่า วัดพระธาตุดอยจอมทอง

 

วัดที่ห้าได้แก่ วัดมิ่งเมือง หรือ วัดช้างมูบ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระนางอุสาปายะโคเทวี

ธิดากษัตริย์มอญหงสาวดี มหาเทวีองค์ที่สองของพญามังราย พระนางได้สร้างวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

โดยได้ตั้งสัจจะอธิษฐานเมื่อครั้งก่อนที่จะเสด็จมายังล้านนา ต่อมาวัดนี้มีผู้คนศรัทธาเป็นจำนวนมาก

และในทุกๆคืนวันพุธที่พระจันทร์เต็มดวง จะมีการอัญเชิญพระอุปคุตเพื่อให้ชาวเมืองได้ตักบาตรเที่ยงคืนกัน

หรือที่เรียกกันว่า ตักบาตรเป็งปุ๊ด นั่นเอง

 

วัดที่หกเป็นวัดที่สำคัญต่อชาวล้านนามากอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวัดประจำปีนักษัตรของคนที่เกิดในปีกุน ปีหมู

หรือปีช้างตามแบบล้านนา ผู้ที่เกิดปีกุนจะต้องมาสักการะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ

วัดแห่งนี้ก็คือ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า หรือ วัดพระธาตุดอยตุง นั่นเอง

ภายในองค์พระธาตุนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายไว้ ซึ่งพระมหากัสสปะได้นำมามอบให้แก่

พระเจ้าอชุตราชแห่งอาณาจักรโยนกนาคพันธุ์ แล้วท่านได้อธิษฐานตุงทิพย์ยาวพันวาปักไว้บูชาแด่พระพุทธเจ้า

 

วัดที่เจ็ดได้แก่ วัดพระธาตุดอยเขาควาย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ยอดดอยเขาควาย ดอยขนาดเล็กชานเมืองเชียงราย

ความโดดเด่นอยู่ที่เมื่อเราอยู่บนวัดจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพบางส่วนของเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งยังมี ถ้ำแมงสี่หูห้าตา ที่มีรูปร่างเหมือนหมีกินถ่านไฟร้อนๆแล้วถ่ายออกมาเป็นทองในตำนานอีกด้วย

 

วัดที่แปดเป็นวัดที่มักจะออกอยู่ข่าวบ่อยๆ เนื่องจากมีศรัทธาเป็นจำนวนมากรวมทั้งดารานักแสดงอีกมากมาย

ซึ่งก็คือ วัดห้วยปลากั้ง นั่นเอง วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นที่เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมไม้หอม และยังมีโครงการสร้างรูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย จึงถือว่าเป็นวัดที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการโชคลาภด้านการงาน การเงินเป็นอย่างมาก

 

วัดที่เก้าคือ วัดพระธาตุดอยเวา วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนไทยพม่า อ.แม่สาย-เมืองท่าขี้เหล็ก

คำว่า เวา นั้นหมายถึง แมงป่องขนาดเล็ก ดั้งนั้นดอยเวา จึงมาจากดอยที่เป็นที่อยู่ของสัตว์พวกนี้นั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่บนวัดสามารถมองเห็นทัศนียภาพของด่านชายแดนได้อย่างสวยงาม

 

วัดที่สิบได้แก่ วัดจี้กง หรือ ศาลเจ้าหน่ำพิ้งฮง อยู่ในเขต อ.พาน ตั้งอยู่ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

มีความโดดเด่นจาก เสาสี่ต้น บันไดสวรรค์และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในประดิษฐานพระอรหันต์จี้กงไม้หอม ที่ให้โชคลาภด้านเงินทอง

ตัววัดนั้นมีความงามเป็นอย่างมากเมื่อมองจากด้านหน้าไปถึงดอยด้านหลัง ทำให้เหมือนเรามองภาพวาดสีน้ำมันเลยทีเดียว

 

จากวัดแล้วมาต่อที่ไลฟ์สไตล์ในเมืองกันเลยนะครับ

 

อย่างแรกคือ หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งออกแบบและสร้างโดย อ.เฉลิมชัย

ตัวเรือนนาฬิกานั้นมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ อ.เฉลิมชัย และมีกลไกที่สำคัญคือเมื่อถึงเวลา

19.00 น. 20.00 น. 21.00 น. จะมีแสงสีเสียงและดอกบัวผุดขึ้นในตัวเรือนนาฬิกาอย่างสวยงาม

และมักจะมีนักท่องเที่ยวมารับชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งในตัวเมืองเลยทีเดียว

 

 

ที่ต่อมาเมื่อมาถึงเชียงรายแล้วขาดไม่ได้เลยก็คือ ถนนคนเดิน นั่นเอง ถนนคนเดินนั้นจะมีทุกเย็นวันเสาร์

โดยจะมีการขายสินค้าต่างๆมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานแฮนด์เมท มีการขายอาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงรำวงย้อนยุคอีกด้วย ส่วนทุกเย็นวันอาทิตย์นั้นจะเป็นการจัด ถนนคนม่วน

ซึ่งเทศบาลนครเชียงรายจัดให้เป็นถนนวัฒนธรรม จะมีการขายสินค้าและอาหารตามแบบท้องถิ่นและมีการแสดง

ของชาวบ้านและเยาวชนต่างๆ เช่น การฟ้อน การขับซอ ให้รับชมอีกด้วย

 

 

 

อีกอย่างที่ต้องนึกถึงก็คือ เชียงรายไนท์บาซ่า นั่นเอง เชียงรายไนท์บาซ่านั้นถือเป็นแหล่งซื้อขายสินค้า อาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงพื้นบ้านและโชว์ต่างๆให้รับชมเช่นเดียวกับถนนคนม่วนอีกด้วย

 

หลายคนอาจจะยังติดชีวิตความเป็นคนเมืองอยู่ เชียงรายนั้นก็มีศุนย์การค้าชั้นนำ เช่นกันะครับ

นั่นก็คือ เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย นั่นเองและยังมีห้างเล็กอีกหลายห้าง เช่น บิ๊กซี โฮมโปร แมคโคร อภิสแควร์ เอดิสัน เป็นต้น

 

หลายคนคงรู้แล้วว่าเชียงรายถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นนำระดับโลกหลายแบรนด์เลยทีเดียวเช่น กาแฟวาวี กาแฟดอยช้าง เป็นต้น

เมื่อมาถึงเชียงรายทั้งทีไม่ได้ชิมกาแฟคงเสียใจแย่ ผมจึงมี ร้านกาแฟ+ร้านอาหาร น่ารักๆ เก๋ๆมาให้ชมกันเล็กๆน้อยๆนะครับ

 

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการได้ช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน และที่ๆเหมาะแก่การช้อปเป็นอย่างมากก็คือ

ด่านชายแดนแม่สาย นั่นเอง เพราะที่นี่มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยจริงๆ

 

ต่อมาคือการ นั่งรถรางชมเมือง เทศบาลนครเชียงรายได้มีการจัดให้บริการรถราง

เพื่อให้นักท่องเที่ยวชมเมือง และเก็บภาพต่างๆของเมืองเชียงรายได้อย่างน่าสนใจ โดยรถรางจะมีจุดบริการต่างๆ

ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเก็บภาพและเยี่ยมชมมากมาย เช่น วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ บ้านพักจอมพล ป. เป็นต้น

โดยรถรางชมเมืองจะมีจุดให้บริการอยู่ที่ด้านหลังพระราชานุสาวรีย์พญามังราย

 

เบื่อชีวิตในเมืองแล้ว เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันบ้างนะครับ

เชียงรายนั้นตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบที่ราบเชิงเขา มีแม่น้ำสำคัญคือ โขง กก ลาว อิง จัน สาย คำ

มีอาณาเขตติดต่อ 2 ประเทศ คือ พม่า และลาว มีจุดติดต่อกันทั้ง 3 ประเทศเรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ

ในเขต อ.เชียงแสนประเทศไทย เมืองท่าขี้เหล็กประเทศพม่า และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้น

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอากาศจึงมักจะร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน และหนาวจัดในช่วงของฤดูหนาว

สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เชียงรายมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นเอง

 

ที่แรกที่แนะนำเลยก็คือ วนอุทยานภูชี้ฟ้า นั่นเอง ภูชี้ฟ้าเป็นแนวผาที่ยื่นออกจากดอยผาหม่นไปทางฝั่งของ สปป.ลาว

โดยในฤดูหนาวจะทำให้เห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงามและชัดเจนมาก

 

ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาและโรงงานผลิตชาชั้นนำของเชียงราย

 

 

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง-น้ำตกปูแกง  เป็นต้นน้ำของแม่น้ำวัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในเขต

รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา และลำปาง

 

ซากุระเมืองไทย หรือ นางพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง ดอยแม่สลองถือเป็นที่อาศัยของชนเผ่า

หลากหลายเผ่า เช่น จีนฮ่อ มูเซอ เป็นต้น จึงทำให้มีความหลากหลายวัฒนธรรม และที่สำคัญคือมีพันธุ์ไม้

ที่มีความสวยงามอย่างนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

 

พระตำหนักดอยตุง โครงการหลวงพัฒนาดอยตุง เป็นตำหนักที่ประทับของสมเด็จย่า

รวมถึงพระราชวงศ์ทุกพระองค์ยามเสด็จเยือนเชียงราย สมเด็จย่าท่านทรงรับสั่งให้ฟื้นผืนป่าที่ถูกใช้ปลูกฝิ่น

ให้กลายเป็นสวนไม้ดอกนานาพันธุ์ อีกทั้งยังจัดตั้งโครงการหลวงพัฒนาดอยตุงขึ้น เพื่อใช้เพาะพันธุ์ไมเดอกเมืองหนาวอีกด้วย

 

แก่งผาได แก่งหินกลางแม่น้ำโขง ณ อ.เวียงแก่น ซึ่งเกิดจากการกัดเซาของกระแสน้ำ

ถือเป็นช่วงที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง เพราะสามารถเดินข้ามไปยัง สปป.ลาว ได้อย่างง่ายดาย

 

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกขุนกรณ์ เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดเชียงราย

 

หาดเชียงราย เป็นหาดทรายกลางเมืองที่เกิดขึ้นจากการลดระดับของแม่น้ำกก ซึ่งจะเห็นหาดได้ชัดในช่วงฤดูร้อน

หาดเชียงรายจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง

 

ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

 

ไร่บุญรอด สิงห์คอเปอเรชั่น

 

ดอยนางนอน ที่มาของตำนานรักของหญิงสาวผู้พลีกายเพื่อความรักจนกลายเป็นดอยแห่งนี้

 

หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงหรือปกากะญอ ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบควาญช้างไว้อย่างภูมิใจ

 

ชมวิวริมโขงที่เมืองเชียงแสน จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จุดนี้เพื่อนๆยังสามารถล่องเรือข้ามฝาก

ไปยัง สปป.ลาวได้อีกด้วย

 

ต่อมาเราก็มาดูแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันบ้างนะครับ เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าเชียงรายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญ

เพราะประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ผู้คนกลุ่มใหญ่ในเมืองก็ได้แก่ชาติพันธุ์ไท หรือไต ทั้ง 4 กลุ่ม

คือ ไท-ยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ และไทเขิน หรือเรียกรวมว่า คนเมือง ส่วนผู้คนบนที่สูงก็มีอีกมากมาย

เช่น ปกากะญอ อาข่า เป็นต้น และยังมีชาติพันธุ์กลุ่มใหม่ที่อพยพเข้ามาภายหลังอีกยามสงคราม

เช่น ชาวจีนฮ่อที่นำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง เป็นต้น จึงทำให้สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เชียงราย

กลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลายเลยทีเดียว อีกทั้งเชียงรายยังเปรียบเป็นอู่ศิลปิน

เพราะมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินพื้นบ้านผู้ที่สืบสานความเป็นตำนานมาอย่างต่อเนื่อง

 

ที่แรกที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญเลยก็คือ หอวัฒนธรรมเชียงราย ที่แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ต่างๆ

ของเมืองเชียงรายไว้ โดยการแปรสภาพจากอาคารศาลากลางหลังเดิมให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญนั่นเอง

และที่แห่งนี้ยังมีการนำเอาตู้รถไฟเดิมมาทำเป็นห้องสมุดรถไปอีกด้วย

 

ที่ต่อมาคือ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง สถานที่แห่งนี้คือแหล่งเก็บรักษาและให้ความรู้

เกี่ยวกับของโบราณในล้านนาเช่น สัตบริพัณฑ์ เชิงเทียน หีบ กลอง เป็นต้น ลักษณะอาคารเป็นอาคารทรงล้านนา

สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ภายในยังมีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพันธุ์ไม้สักในภาคเหนือ

ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือ และยังมีนิทรรศการไม้กลายเป็นหินอีกด้วย

 

ต่อมาคือ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นพิพิธภันณฑ์เกี่ยวกับฝิ่น พืชเสพติดชนิดต้องห้าม

ที่เคยกระจายอยู่ทั่วไปในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถาน

ในการปราบปรามฝิ่นในเชียงรายนั่นเอง โดยเฉพาะในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ภายในอาคารมีการจัดแสดงขั้นตอน

และกระบวนการปลูกฝิ่น รวมถึงโทษของสิ่งเสพติด และเล่าถึงสงครามฝิ่นในแต่ละประเทศ

 

แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับชาติพันธุ์อีกที่หนึ่งที่สำคัญก็คือ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ

เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นคุกกลางเวียง แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปชาวเมืองจึงร่วมใจกันย้ายคุกไปไว้นอกเมือง

และบูรณะพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะและแหล่งเรียนรู้ใจกลางเมือง

ยังมีการจัดงานสำคัญๆเช่น เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม อีกด้วย

 

ต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์อูบคำ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของชาวเชียงราย

โดยภายในจะมีนิทรรศการประวัติความเป็นมา และสิ่งของล้ำค่าต่างๆของชาวล้านนามากมาย

 

สำนักวิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นที่ตั้งของมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญอีกด้วย

 

อีกที่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ บ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับนั่นเอง

บ้านดำนั้นเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของ อ.ถวัลย์ โดยได้พลิกฟื้นผืนดินเปล่าๆให้กลายเป็นอุทยานศิลปะขึ้นมา

อาคารส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานศิลปะล้านนาเข้ากับสไตล์และเอกลักษณ์ของ อ.ถวัลย์ ได้อย่างชัดเจน

มีคนเคยเปรียบผลงานของ อ.เฉลิมชัย กับ อ.ถวัลย์ อ.เฉลิมชัยวาดสวรรค์ อ.ถวัลย์วาดนรก

 

แหล่งเรียนรู้แหล่งสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

และเมืองโบราณเชียงแสน เมืองเชียงแสนนั้นถือว่าเป็นเมืองโบราณที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี

เป็นเมืองหลวงของ 3 อาณาจักร และเป็นเมืองเก่าที่มีโบราณสถานที่เห็นได้ชัดเจน มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอย่างต่อเนื่อง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและบันทึกต่างๆเกี่ยวกับเชียงแสนและล้านนาไว้อย่างมากมาย

 

และสุดท้ายก็คืองานเทศกาลต่างๆบางส่วนที่ทางจังหวัดจัดขึ้นเป็นประจำครับ

 

ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งไม้ดอกทั้งทีงานแรกที่อยากแนะนำก็คือ เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม

งานนี้จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดย อบจ.เชียงราย ถือเป็นงานใหญ่ที่รวมพืชพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมาจัดแสดงอย่างมากมาย

อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการชาติพันธุ์และชนเผ่า ประกวดขบวนบุปผาชาติ ภาพวาดสีน้ำมัน ภาพถ่าย บายศรี ประกวดดอกกล้วยไม้

รวมไปถึงการแสดง และเวทีการประกวดนางงามเวทีใหญ่เวทีหนึ่ง นั่นก็คือ การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม

และที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ สวนทิวลิป ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั่นเอง

 

 

 

 

ต่อมาคือ เทศกาลสับปะรดนางแลและลิ้นจี่ของดีเมืองเชียงราย เป็นที่รู้กันอยู่ว่าสับปะรดของเชียงราย

มีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ผมจึงมีเทศกาลของดีเมืองเชียงรายที่รวบรวมเอาสับปะรดและลิ้นจี่ชั้นดี

มาให้ชมกันครับ ภายในงานก็จะมีการประกวดสับปะรดและลิ้นจี่ และนางงามสับปะรดลิ้นจี่ ประกวดสวนดีเด่น เป็นต้น

 

เทศกาลชิมชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า เป็นงานที่จัดขึ้น ณ ดอยแม่สลอง

เพื่อเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวให้น่าสนใจ โดยมีการจัดงานชิมชา และชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

หรือซากุระเมืองไทย และยังมีอาหารชนเผ่าให้เลือกชิมอีกมากมาย รวมไปถึงการแสดงของชนเผ่าต่างๆอีกด้วย

 

งานที่สำคัญอีกงานหนึ่งก็คือ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

งานนี้ถือเป็นงานใหญ่มากงานหนึ่งเพราะถือเป็นงานปีใหม่ของชาวล้านนา โดยจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญๆ

ขึ้นสู่บุษบกแล้วแห่รอบเมืองให้ประชาชนสรงน้ำกัน เช่น พระสิงห์ เป็นต้น จะมีการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่

มีการขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์สุดส้าว หรือเจดีย์ทรายขนาดใหญ่พร้อมทั้งปักตุงนักษัตรเพื่อความเป็นสิริมงคล

บางวัดก็จะมีการสืบชะตาเพื่อต่ออายุอีกด้วย

 

งานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัด หรือ งานไหว้สาสักการะพญามังราย

เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ผู้สร้างเมืองเชียงราย

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติซึ่งตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ภายในงานก็มีการขายสินค้าต่างๆมากมาย

และจัดซุ้มของดีประจำอำเภอ และยังมีการประกวดขบวนเครื่องสักการะแด่พญามังรายมหาราชของแต่ละอำเภออีกด้วย

 

 

งานสุดท้ายที่อยากแนะนำก็คือ งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง เป็นงานที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน

และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก

ภายในงานก็จะมีขบวนผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันต่างๆ มาวางพานพุ่ม

และฟ้อนถวายพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่าเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมได้นำมาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกัน จังหวัดเชียงรายยังมีแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งธรรมมะ

ที่รอให้เพื่อนๆได้ไปสัมผัสกันอีกมากมาย หากใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนในซีซั่นนี้ อยากให้เพื่อนๆลองมาเชียงราย

แล้วคุณจะหลงรักเชียงรายเหมือนที่เจ้าของกระทู้ภูมิใจที่เกิดเป็นคนเชียงรายแน่นอนครับผม

สุดท้ายอยากขอบคุณภาพสวยๆจากเจ้าของภาพทุกท่าน และอยากฝากไว้ว่าเมืองไทยยังมีอะไรให้ไปค้นหาอีกเยอะ

ไทยเที่ยวไทยเศรษฐกิจไทยยั่งยืนนะครับ อิอิ 

เนื้อหาโดย: ศรีลานนา