เมนูไข่ไข่ 4 เมนู จากไมโครเวฟ (ง่ายๆฉบับเด็กหอก็ทำได้ ถ้ามีไมโครเวฟ)


จากบทความครั้งที่แล้ว ที่พูดกันถึง เมนูชีส.. ใครยังไม่เคยอ่าน คลิ้กกกกกก

ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น !! วันนี้ น้องหมูหัน Moohundesign จึงแวะมาอัพเดตเรื่องใหม่ๆให้ได้อ่านกันอีก

มาครั้งนี้ เด็ดเหมือนเคยแน่นอน เพราะ เรานำเมนูที่ทำง่ายมากกกก แค่มีไมโครเวฟ และ ไข่

รอบนี้จะเขียนกันได้กี่เมนู ต้องคอยติดตามดู 55555+ (จำได้ว่าครั้งที่แล้วกะจะทำสัก 10 ทำไปทำมาเหลือ 4 ซะงั้น > < )

เมนูที่ 1 ไข่ดาวน้ำ หรือ ไข่ดาวไมโครเวฟ – Fried Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10913393/D10913393.html

เมนูแรก เป็นเมนูสุดง่าย แถมยังไม่มีไขมันส่วนเกิน (แต่คอเรสเตอรอลเท่าเดิม) เนื่องจากว่าไม่ใช่น้ำมันหรือเนยแต่อย่างใด

ที่เราต้องใช้ มีเพียง ไข่ไก่ (หรือจะไข่อย่างอื่นก็ได้) และ น้ำเปล่า เท่านั้น

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)  (มีคลิปด้วยแหละ)

ตอกไข่ใส่ถ้วยหรือชามก้นลึก (ควรเลือกถ้วยหรือชามที่เข้าไมโครเวฟได้นะคะ) ไข่จะออกมาเป็นทรงของก้นชามค่ะ

เติมน้ำเปล่าลงไปพอประมาณ กะให้ไข่ลอยพ้นจากก้นชาม (2-3 ช้อนโต๊ะ) ใช้ส้อมจิ้มไข่แดงสัก 2-3 ครั้ง กันไข่ระเบิด

นำเอาฝาหรือชามมาครอบ.. จะทำให้ไข่สุกไวและสุกทั่วกันค่ะ รวมทั้งยังป้องกันไข่ระเบิดเลอะไมโครเวฟด้วยค่ะ

จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟค่ะ ตั้งไฟปานกลาง (800 W)

เปิดเริ่มแรก 30- 40 วินาที นำออกมาเช็คดู หากต้องการสุกกว่านี้ให้เวฟอีกครั้ง เพิ่มอีก 10 วินาที จนได้ตามที่ต้องการ

ไข่ที่ได้ จะออกมาเหมือนกับที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ทำ เราสามารถนำเอาไข่ดาวน้ำไปรับประทานคู่กับอาหารจานหลักได้

ไม่ว่าจะเป็นข้าว มาม่า โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว สลัด หรือว่าจะใส่ใน ขนมปัง หรือจะทำเป็นแซนด์วิชทาน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ

 

ใครไม่เข้าใจ ลองเข้าไปชมได้ตามคลิปด้านล่างเลยนะคะ

**แถมท้ายอีกนิด**

สำหรับผู้ที่กลัวว่าทานไข่ทุกวันจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย น้องหมูหันมีความรู้มาฝากกันค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://pirun.ku.ac.th/

กินไข่ไม่ทำให้อ้วน
จากการติดตามศึกษากลุ่มคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นไข่เทียบกับกลุ่มที่ทานซีเรียลและขนมปัง เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กินไข่เป็นอาหารเช้าจะมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยต่ำกว่าอีกกลุ่ม เป็นเพราะโปรตีนจากไข่ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ไม่เหมือนกับการกินคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันที่จะย่อยเร็วกว่า จึงทำให้หิวเร็วกว่าและทานซ้ำมากกว่า

แม้ว่าไข่จะมีโคเลสเตอรอลสูงถึง 200 มิลลิกรัมซึ่งสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา (American Heart Association) ได้ให้ข้อกำหนดว่าเราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาว่าการกินไข่มากกว่าวันละฟองไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่การปฏิเสธไม่กินไข่เลยหรือเลือกกินเฉพาะไข่ขาวไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะร่างกายหากได้โคเลสเตอรอลไม่เพียงพอร่างกายเราก็จะพยายามผลิตออกมาเอง ซึ่งอาจจะมากกว่าการกินเข้าไป

การกินแบบพอดี ไข่วันละฟองหรือสัปดาห์หนึ่ง 3-4 ฟอง ไม่ก่อปัญหาให้มากแต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการได้ไขมันส่วนเกินจากเครื่องเคียงเสียมากกว่า เช่น ไส้กรอกทอดที่อุดมด้วยน้ำมันทั้งนอกและใน ไข่เจียวอมน้ำมัน หรือขนมปังทาเนยจริงหรือเทียม ล้วนเป็นตัวสร้างปัญหาให้มากกว่าตัวไข่เอง

กินไข่ต้มรับรองว่าคุณได้สารอาหารที่ครบคุณค่าและปลอดภัยจากไขมันที่มาจากการปรุง สำหรับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพก็ควรระมัดระวัง แต่สำหรับเด็ก ๆ ไข่คืออาหารที่วิเศษที่คุ้มค่าราคาเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

รูปภาพ : เครดิตตามรูป

 

เมนูที่ 2 ไข่ตุ๋นไมโครเวฟ เนื้อเนียนนุ่มสุดอร่อย – Thai Steamed Eggs

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10940148/D10940148.html

จะมีอะไรง่ายไปกว่าเมนูนี้อีกมั๊ย.. เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ปรับสูตรได้ตามใจ ตามความชอบ

ให้เด็กรับประทานก็ทำสูตรเนื้อเนียนๆ ใส่ผักสีๆเพิ่มวิตามิน อาจมีการใส่เนื้อสัตว์ เช่น หมู หรือ ปูอัด ทำให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น

หากทำให้ผู้ใหญ่รับประทาน หรือทำทานเอง ก็ทำสูตรฮาร์คคอร์ขึ้นมาอีกนิด เพิ่ม เติม แต่ง ได้ตามใจ

อยากได้รสชาติแบบไหนก็ปรุงเพิ่มได้เลย.. ทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไม่น้อย

 

ส่วนประกอบ

รูปภาพ : http://goo.gl/xgncYR

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

3.) เครื่องปรุงรส (โชยุ, ซีอิ๊ว, น้ำปลา, เกลือ, พริกไทย, ผงปรุงรสอื่นๆ ตามแต่ชอบ)

4.) ผัก ตามชอบ (ที่นิยมจะมี แครอท เห็ดหอม ต้นหอม เป็นต้น)

5.) เนื้อสัตว์ ตามชอบ (แนะนำให้ลวกเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนจะดีกว่า)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทริคเด็ดๆของสูตรไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม น่าจะเป็นขั้นตอนของการตีไข่

เริ่มต้นการทำ ตอกไข่ใส่ถ้วย เลือกถ้วยที่มีขนาดพอเหมาะ และสามารถใช้กับไมโครเวฟได้

เริ่มใส่ผงปรุงรส ทริคเล็กน้อย หากต้องการให้ไข่มีสีขาวนวลสวย ควรใช้แค่เกลือและพริกไทย ไม่แนะนำให้ใช้ซีอิ๊วหรือซอสที่มีสีดำ

เพิ่มนมสดจืดเข้าไปเล็กน้อย (ให้มีรสชาติมัน) คนให้ทุกอย่างเข้ากัน ขั้นตอนนี้ตีไข่ได้ แต่ต้องเบามือหน่อย พยายามอย่าให้เกิดฟอง

เมื่อตีทุกอย่างจนเนียนเข้ากันแล้ว หากเกิดฟอง ให้พยายามช้อนเอาฟองออกให้หมด ไม่ก็ใช้ที่กรองกรองเอาฟองออกอีก 1 รอบ ก็ได้

ใส่น้ำต้มสุกลงไป (หรือจะเป็นน้ำธรรมดาก็ได้) กะปริมาณให้สัดส่วนเป็น ไข่ 1 ต่อ น้ำ 1.5 (น้ำมากกว่าไข่ ไม่เกิน 2เท่าของปริมาณไข่)

คนให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จเรียบร้อย หากมีเนื้อสัตว์หรือส่วนผสมอื่น ใส่ขั้นตอนนี้เลยค่ะ ปิดฝาจากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ

ปล. ขั้นตอนการใส่ส่วนผสม และ ส่วนผสม แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล และ ความถนัดในการทำนะคะ อาจใส่น้ำก่อนหรือหลังก็ได้ค่ะ มีผลแค่จะทำให้ตีไข่ยากขึ้น หมูหันแนะนำให้ตีไข่และเครื่องปรุงก่อน จึงใส่น้ำขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

อาจดัดแปลงสูตรด้วยการลดน้ำ เพิ่มนมสดจืด หรือ ไม่ใช้น้ำเปล่า แต่ใช้นมสดจืดอย่างเดียวก็ได้นะคะ (อาจต้องปรับสูตรเล็กน้อย)

** กำลังไฟ และ ความแรงของไฟ แล้วแต่ปริมาณของไข่ที่เราทำ ลักษณะของภาชนะที่เราใส่ และ เตาอบไมโครเวฟด้วยค่ะ

ทริคอีกนิดเพื่อให้ไข่ตุ๋นหน้าเนียนสุดกำลัง.. ให้ใช้ไฟต่ำสุดค่ะ หากใช้ไฟแรงจะทำให้เกิดฟองอากาศที่หน้า ทำให้หน้าไข่ตุ๋นไม่สวยค่ะ

ทริคที่ 2 เพื่อทำให้ไข่น่ารับประทานมากขึ้น ให้ทำการอบ 5 ครั้ง ครั้งละ 3 นาทีี พัก 1 นาที เพื่อที่ไข่จะได้ไม่โดนความร้อนมากเกินไป รวมทั้งสิ้น 15 นาทีค่ะ

ไข่ตุ๋น สูตรหน้าเนียน จากบล็อก คุณ EskimoPie

รูปภาพและข้อมูล : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=baan-nana&month=09-2012&date=01&group=3&gblog=14

เมนูที่ 3 ไข่คนสูตรไมโครเวฟ – Microwave Scrambled Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/W2ODur

รูปภาพ : http://chefsunter.blogspot.com/2012/12/scramble-egg.html

ไข่อะไรเอ่ยยย ดูเละเทะ ไม่น่าทาน แต่รสชาติอร่อยสุดยอดดด!!

เฉลย.. นั่นคือ ไข่คน นั่นเอง !!  อยากรู้มั๊ยคะ ว่าไข่คนมีวิธีทำอย่างไร ถ้าน้องหมูหันจะบอกว่า ก็เอาไข่มา คน คน คน ไงล่ะ จะโดนมั๊ยนิ > <

เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ส่วนผสมและวิธีทำ เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยจ้าาาา..

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่นตามชอบ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 55)

2.) นมสด(จืด)

3.) ผงปรุงรส (แนะนำ เกลือป่น และ พริกไทย เพื่อรสชาติและกลิ่นที่ออกไปทางยุโรป ใครไม่คุ้นอยากไปทางญี่ปุ่นหรือกลับมาไทย ก็เปลี่ยนเป็นโชยุหรือซีอิ๊วขาว ตามสะดวกจ้าาาาา)

4.) เนยสดจืดทำให้ละลาย (บางท่านชอบน้ำมันพืช หรือ มีแต่น้ำมันพืชก็แทนได้นะ แต่ความหอมจะต่างกันจ้ะ)

5.) เนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม ผักสด ตามใจชอบ.. มีอะไรก็ใส่ลงไป กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 555

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทาเนยสด(ละลาย)ลงบนชามที่ใช้ใส่ไข่บางๆ

ตอกไข่ใส่ลงไป ตีให้เข้ากัน เหมือนทำไข่เจียว ฟองมาก ฟองน้อย ไม่เป็นไร ตีไปเถอะ.. ยิ่งเนียนยิ่งดี

ปรุงรส.. ใส่เนื้อสัตว์หรือผักที่มีลงไป ตีๆๆๆ คนๆๆๆ เข้ากันรึยัง ? ถ้าเข้ากันแล้วก็กินได้ !! … เอ๊ยยย นำเข้าไมโครเวฟได้

ลืมอะไรรึเปล่า ? คิดให้ดีๆ ใส่ไข่แล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยแล้ว เนื้อสัตว์แล้ว แฮมแล้ว ผักแล้ว.. อ้อ อย่าลืมนมสด(จืด)ด้วยนะ ใส่ไปประมาณ 3 ช้อนชา (ต่อ ไข่ 2 ใบ) หรือตามแต่ชอบ ชอบมันๆก็ใส่เยอะ แต่อย่าเยอะมาก เดี๋ยวไข่จะไม่แข็ง

**แอบกระซิบว่า ถ้ามีชีสสสส (พาร์มีซานชีสขูด) ใส่ไปด้วยจะได้อารมณ์ยุโรปม๊ากมากกก**

โอเค เรียบร้อยแล้ว เข้าไมโครเวฟได้เลย

ตั้งไฟปานกลางละกัน 800 วัตต์ อบไป 1 นาที (รอดูจนไข่เริ่มฟู) นำออกมาค่ะ..

แล้วก็ คนๆๆๆ เขี่ยๆๆๆ (อย่าใช้นิ้วเขี่ยนะคะ มันร้อนค่ะ !!) ใช้ส้อมแทนนะ จะเอาเละแค่ไหนก็เขี่ยไปเลย ทำแล้วต้องกินให้ได้ด้วยนะ

ถ้าใช้ไข่น้อย เข้าไมโครเวฟอีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนอีกครั้ง สังเกตุเนื้อไข่ว่าสุกพอใจเราแล้วหรือยัง

หากยังก็นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนค่ะ สัก 2-3 ครั้ง เมื่อได้ที่ก็จัดจานค่ะ พร้อมรับประทาน

**บางสูตร เริ่มต้นที่ 1 นาที นำออกมาคน แล้วใส่เข้าไปต่ออีก 1 นาที นำออกมาคน ทำอีก 3 ครั้ง (อันนี้แล้วแต่ปริมาณไข่นะคะ) ลองทำดูเนอะ

 

เมนูที่ 4 ไข่กระทะ หรือ ไข่ระเบิด สูตรไมโครเวฟ

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

เมนูนี้ง่ายพอๆกับไข่ดาวน้ำเลย (จริงๆนะ) ไม่เชื่อใช่ป่ะ งั้นลองไปดูวิธีทำกันเลย

พูดง่ายๆว่า ทำมาม่าได้ ก็ทำไข่กระทะได้อ่ะ.. จบป่ะ !!

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อื่นๆ อยากกินไข่อะไรก็ใส่ลงไป)

2.) น้ำมันพืช

3.) น้ำเปล่า

4.) หมูสับ หรือ แฮม หรือ กุนเชียง หรือ อื่นๆ แล้วแต่จะใส่

5.) ผงปรุงรส (เกลือ พริกไทย ซีอิ๊ว น้ำปลา โชยุ เลือกเอา..ไม่ต้องใส่ทั้งหมดนะ)

6.) เกือบลืม นมสด กับ ชีส อันนี้เป็นส่วนผสมสิ้นเปลือง แถมกินแล้วอ้วน.. ถามว่าใส่ได้มั๊ย ตอบว่า ได้ ! อยากกินก็ใส่..

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ) (มีคลิป)

เทน้ำ+น้ำมันอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะลงไปในชาม

ตอกไข่และใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปบนไข่ ไม่ต้องตีนะ.. !! อ้อออ อย่าลืมเจาะไข่แดงด้วย ไข่แดงจะได้ไม่ระเบิด

แค่นั้นล่ะ นำเข้าไมโครเวฟ อบ ไฟแรง สัก 1 นาที – 1 นาที 30 วินาที

เสร็จจ้า !! เออ.. ลืม = = ; ความจริงน้องหมูหันว่า เครื่องปรุงทั้งหลาย ใส่ตอนอบเสร็จดีกว่าเนอะ.. 555

เหมือนที่ร้านเขาทำ เขาจะทำไข่ ใส่เครื่องบนไข่.. ใส่ซีอิ๊ว โรยพริกไทย แล้วเสิร์ฟ แบบนั้นแหละ !! แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว

ไม่เข้าใจวิธีทำ เข้าไปดูคลิปได้นะจ๊ะ

 

พอก่อนเนอะ จบละ..

สรุปแล้วครั้งนี้แอดมิน น้องหมูหัน เขียนไปได้ทั้งหมด 4 เมนูค่ะ

สำหรับเมนูอื่นๆ ที่ทำจากไข่ สามารถนำเอาสูตรที่ลงไว้ไปดัดแปลงได้เลย..

เรื่องระยะเวลา และ กำลังไฟในการอบ ให้ปรับสูตรเอาตามสมควร แนะนำให้ทดลองทำก่อนค่ะ สนุกนะ.. ลองดูซิ !!

ที่จริงแล้ว น้องหมูหันว่าจะลงเมนู ออมเล็ต หรือ ไข่ยัดไส้ กับ ไข่ม้วน ด้วยแหละ

แต่หาสูตรที่ทำจากไมโครเวฟไม่ได้เลย มีแต่สูตรทำจากกระทะธรรมดา ถ้ามีเพื่อนๆคนไหนมีสูตร จะส่งมาให้ หมูหันจะขอบคุณมากกกกก

ที่คิดๆไว้ หมูหันว่า ถ้าเทไข่ที่ตีแล้ว ลงชามหรือถาดแบนๆ ที่เข้าเวฟได้ แล้วนำไปเวฟสัก 1 นาที แล้วนำมาม้วน หรือเทไส้ใส่แล้วม้วน

น่าจะได้อีกเมนู หรือ อีก 2 เมนูเลยนะ.. ไม่รู้ล่ะ ใครว่าง อย่าลืมไปลองทำกันดูนะจ๊ะ..

สำหรับวันนี้ หมูหันขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะค๊าาาา.. บัยยยยส์..

 

เครดิต : http://moohundesign.com

ด่วน!!! Kitty Resort สุดสะพรึง!!! ฝันร้ายสำหรับคนรักคิดตี้ [Pantip]


สวัสดีปีใหม่ 2558 ค่ะ แพะ
วันนี้เป็นวันต้นปีทุกคนคงกำลังเที่ยวปีใหม่กันอยู่
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาเราและครอบครัวได้ไปเที่ยวภูเรือ จังหวัดเลย
โดยได้จองที่พักของ Kitty Resort เป็นเต๊นท์ 3 ห้อง ราคาห้องละ 1,500 บาท และบ้าน 1 หลัง ราคา 2,500 บาท
โดยทางรีสอร์ทให้โอนเต็มจำนวนคือ 7,000 บาท เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้โอนไปเต็มจำนวน
และขับรถไปเที่ยวอย่างสบายใจ แต่เมื่อไปถึงเท่านั้นละค่ะ ก็เจอเรื่องสุดสะพรึง แต่ก่อนจะเข้าสู่เรื่องสุดสะพรึงเราจะขอโชว์รูปที่รีสอร์ทนี้โพสลงเพื่อ โฆษณาว่าจะเปิดรีสอร์ทอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม 2557 เพื่อให้ลูกค้าโทรจองห้องพักได้ ซึ่งเมื่อเห็นจากรูปภาพจะเห็นได้ชัดว่ารีสอร์ทค่อนข้างสวยและเสร็จสมบูรณ์ เพียงพอที่จะเปิดรับลูกค้าให้เข้าพักได้แล้ว





เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 เราและครอบครัวได้ไปถึงรีสอร์ทเวลาประมาณ 12.00 น. เราจึงได้เข้าไปดูก่อนว่าจะต้องเช็คอินตรงไหน
ซึ่งเมื่อขับรถเข้าไปถึงสะพรึงแรกคือ คนเยอะมากเนื่องจากทางรีสอร์ทคิดค่าเข้าชมสวนดอกคนละ 20 บาท จึงมีคนให้ความสนใจเข้าไปชมกันอย่างล้นหลาม ประเด็นคือทุกคนไม่ได้เข้าชมดอกไม้ส่วนมากจะเข้ามาชมตัวรีสอร์ทมากกว่า และเมื่อเราลงจากรถเพื่อเดินหาออฟฟิตของรีสอร์ทเพื่อจะเช็คอินเราเดินหาไม่ เจอเพราะคนเยอะแล้วรีสอร์ทยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่เลย เราก็งงว่าเราจะพักตรงไหนได้?

จึงเกิดสะพรึงที่สองก็คือเต๊นท์ก็ยังพึ่งกาง เตียงก็ยังอยู่ในถุงวางอยู่นอกเต๊นท์ แต่จะมีเต๊นที่เสร็จสมบูรณ์อยู่ไม่กี่เต๊นท์



ส่วนห้องพักที่เป็นบ้านหลังๆก็มีช่างกำลังทาสีอยู่ ห้องก็โล่งๆยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เรยสักชิ้น พื้นห้องก็มีรอยสีเลอะเต็มพื้น ห้องน้ำก็เลอะมาก หลังห้องก็มีถังสี ผ้าม่านก็ยังไม่ได้ติด



เราเริ่มมองหน้ากับคุณพ่อว่าเอาไงดีนี่จะนอนกันยังไง เริ่มนึกว่านี่เรามากันผิดที่รึเปล่า??
และอากาศก็ร้อนมากๆเราก็เริ่มหงุดหงิด แถมคนที่จ่าย 20 บาทเพื่อเข้าชมสวนดอกไม้ก็เดินมาเปิดเต๊นท์เพื่อดูภายในเต๊นท์กันอย่างสนุก สนาน เดินเข้าเต๊นท์นี้ออกเต๊นท์นู้น เข้าบ้านนี้ออกบ้านนู้น อย่างกับสวนสนาม เพื่อให้อารมณ์เย็นลงเราเรยตัดสินใจไปทานข้าวรอเพื่อให้น้าสาวที่เป็นคนโทร จองติดต่อกับคนที่รับจองว่าต้องไปเช็คอินที่ไหนอะไรยังไง แล้วจะเข้าพักได้ยังไงในเมื่อมันยังไม่เสร็จเรย เมื่อน้าสาวเข้าไปเช็คอินตอน 14.00 น. น้าสาวเห็นสภาพรีสอร์ทถึงกับช็อคเรยคุยกับผู้จัดการรีสอร์อทว่าในเมื่อ รีสอร์ทยังสร้างไม่เสร็จแล้วจะพักได้ยังไง จึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่งในตอนแรกผู้จัดการก็จะคืนให้ แต่เจ้าของรีสอร์ทเค้าอยู่แถวนั้นและได้ยินที่น้าสาวเราขอคืนเงินจึงเดิน เข้ามาจัดการคุยเอง
น้าสาว : ขอคืนเงินครึ่งหนึ่งค่ะ ห้องยังไม่เสร็จแบบนี้จะพักได้ยังไง
เจ้าของรีสอร์ท : ผมไม่คืนเงิน เพราะผมมีห้องให้คุณ ถ้าผมไม่มีห้องให้คุณผมถึงจะคืนเงินให้คุณ และถ้าผมคืนเงินให้คุณผมจะขายห้องพักต่อให้ใครได้
น้าสาว : (คิดในใจ เออ ก็จริงของมัน ถ้าคนมาเห็นสภาพห้องแบบนี้ใครมันจะโง่จ่ายเงินเข้าพักวะ!!! นี่ถ้าโอนเงินมาแค่ครึ่งหนึ่งนะข้าไปนานแล้วไม่นงไม่นอนมันแล้วสภาพแย่ๆแบบ นี้) ห้องนี่ยังสร้างไม่เสร็จเรยนะค่ะ
เจ้าของรีสอร์ท : เนี้ยเสร็จแล้ว ห้องอื่นเค้าก็เข้าพักกันได้ไม่เห็นมีปัญหา
น้าสาว : อึ้ง (คิดในใจ สภาพนี้เนี้ยนะเสร็จแล้ว และนี่ด่าว่าข้าเรื่องมากมีปัญหาอยู่กลุ่มเดียวอีก)
เจ้าของรีสอร์ท : นี่ขนาดให้โอนมาเต็มจำนวนนะยังจะไม่พัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าข้าไม่โอนมาเต็มจำนวนแล้วมาเห็นสภาพห้องพักเป็นแบบนี้ข้างก็คงไม่พักหลอกโว้ย)
เจ้าของรีสอร์ท : พูดประมาณว่า รีสอร์ทผมใครๆก็อยากพัก
น้าสาว : (คิดในใจ ถ้าใครๆก็อยากเข้าพักทำไมไม่คืนเงินล่ะ ห๊าาาาา)
แถมต้องมัดจำค่าห้องห้องละ 500 บาท เผื่อของเค้าเสียหายด้วยนะ สมควรต้องเก็บอ่ะของทุกอย่างก๊อกแก๊กมากอ่ะ คือพังง่ายมาก จับเบาๆก็เอียงจะล้มละ และด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา ครอบครัวเราจึง เออพักก็พักวะ เพราะแลดูเจ้าของรีสอร์ทเค้าจะเป็นใหญ่เป็นโต ถึงขนาดที่กล้าพูดจาไม่ง้อลูกค้าขนาดนี้ แสดงว่าเค้าคงมีดีพอตัว (อยากรู้ว่าใหญ่รึเปล่าก็ไปสือกันเอาเองนะจ๊ะ)

ครอบครัวเราไปเช็คอินตอน 14.00 น. แต่ยังไม่สามารถเข้าพักได้ เพราะอากาศร้อนมาก ภายในเต๊นท์ไม่มีแอร์หรือพัดลมเลย เราจึงต้องไปหาที่นอนเล่นแถวน้ำตกเพื่อรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนและเพื่อให้ อากาศเย็นตัวลงจึงจะเข้าพักได้
เมื่อเวลา 18.00 น. เราจึงเข้าที่พักได้เพราะอากาศเริ่มเย็นบ้างแล้ว แต่ก็มีคนที่ยังเข้ามาชมไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนว่าเราเป็นสัตว์ให้คนเข้ามาเดินชม ชะโงกดูในเต๊นท์บ้างตามอัธยาศัยหรือตามมรรยาทของแต่ละบุคคล อีกทั้งเต๊นท์นั้นไม่มีห้องน้ำในตัวจึงต้องเข้าห้องน้ำรวม และช่วยดูสภาพห้องน้ำรวมหน่อยว่ามันเข้าได้ไหม? พูดสิพูด





แถมเต๊นท์นั้นไม่มีกุญแจล็อคเลย เราจึงถามพนักงานเพราะกลัวของหาย พนักงานวิ่งไปถามเจ้าของและวิ่งกลับมาบอกเราว่า
“ถ้าของหายทางเราจะรับผิดชอบค่ะ” โห!!! รวยชะมัด แล้วภายในเต๊นท์นั้นสิ่งของทุกอย่างเปราะบางมาก พื้นเต๊นท์ก็ใช้เสื่อน้ำมัน แถมจานชามช้อนยังไม่ได้แกะป้ายราคา แถมมีใบคู่มือการใช้งานตู้เย็นแช่อยู่ในตู้เย็นด้วยค่ะ สงสัยกลัวลูกค้าใช้ตู้เย็นไม่เป็น



และเมื่อเราเดินไปดูที่พักที่เป็นบ้านหลังๆที่น้าสาวพักก็อยากจะวิ่งออกมา กรี๊ดดังๆ คือ จัดเตียงได้แปลกแหวกแนวมาก กล่องทีวีดาวเทียมก็ติดตั้งได้แปลกเช่นกัน อีกทั้งกระจกแต่งหน้าก็สูง(ไม่แน่ใจว่าเราเตี้ยไปหรือมันสูงไปกันแน่) ระเบียงก็ยังมีถังสีอยู่เลยสงสัยจะให้เราช่วยทาให้ อีกทั้งห้องน้ำนั้นเป็นปัญหาใหญ่สุดเลย ท่อยังไม่มีฝาปิด ฝ้ายังไม่ปิด และน้ำในโถส้วมเป็นสีเหลือง แถมน้ำมีกลิ่นสนิมอีก จะอาบได้ยังไงละทีนี้ สรุปจึงต้องไปอาบน้ำที่ปั๊มตามระเบียบ ส่วนเรื่องล้างหน้าแปลงฟันนั้นไม่ต้องพูดถึงน้ำขวดแน่นอนอยู่แล้วค่ะ










และตอนกลางคืนน้าชายตื่นจ้า ไม่ใช่เจอผีหรืออะไรนะ แต่เพราะแสบจมูกเหม็นกลิ่นสีภายในห้อง เนื่องจากพึ่งทาสีเสร็จสดๆร้อนๆกลิ่นเลยแรงมาก อีกทั้งเราได้เข้าพักก็เย็นมากแล้ว แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตี5เพื่ออาบน้ำและเก็บของออกจากรีสอร์ทเพราะกลัวถ้า ตื่นสายจะมีคนที่เข้ามาชมดอกไม้แล้วมาเปิดเต๊นท์เจอเราหลับ มันไม่โอเคมากๆเลยนะ ส่วนอาหารเช้านั้นอย่าได้พูดถึง มีขนมครก 3 ฝา ปาท่องโก๋ 4 ตัว ข้าวต้ม และน้ำเต้าหู้ นี่คืออาหารสำหรับ 9 คนนะค่ะ

จะบ้าตาย รีบเรยจ๊ะไม่กงไม่กินละ เก็บของๆเช็คเอ้าค่ะ ก่อนออกแอบหันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใส่ผ้าเช็ดตัวกับหมวกคลุมผมเดินออกมา จากเต๊นท์เพื่อจะเดินไปอาบน้ำ แอบสงสารเลยอ่ะ คือมีคนมาเข้าชมตั้งแต่ 7.30 น. ได้ คือไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่จ่ายเงินมาแพงกว่าคนที่จ่าย20บาทเลยอ่ะ ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าอยากได้ภาพสวยๆ และไม่อยากตื่นเช้าทำอะไรรีบๆ และไม่อยากอารมณ์เสียกับเจ้าของรีสอร์ทควรจ่ายแค่ 20 บาทพอนะคะ ไม่ควรจ่าย 1,500 หรือ 2,500 เด็ดขาด

ด้วยความที่ครอบครัวเราก็ทำธุรกิจรีสอร์ทเหมือนกันจึงคิดว่า ในเมื่อคุณยังสร้างไม่เสร็จ แล้วคุณจะเปิดเพื่อให้ลูกค้าจองห้องเข้าพักทั้งๆที่ยังทำไม่เสร็จทำไม ให้ลูกค้าด่าคุณทำไม? และด้วยจรรยาบรรณแล้ว คนทำงานบริการก็ควรจะง้อลูกค้า ไม่ใช่พูดจาแบบนี้ ในเมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้แล้วคุณควรศึกษาให้ดีกว่านี้ และถ้าคุณบริการใครไม่เป็นก็ควรจ้างคนมาทำงานด้านบริการแทนซะ ถึงค่าห้องจะไม่มากแต่คุณก็ได้เงินจากเราซึ่งถือเป็นลูกค้า ไม่ใช่ว่าเรามาขอพักฟรี ดังนั้นคุณก็ควรบริการเรา ซึ่งแม้ตามความเป็นจริงแล้วคุณจะร่ำรวยมหาศาลกว่าเราก็ตาม แต่เมื่อคุณตัดสินใจทำธุรกิจนี้คุณต้องถือว่าลูกค้าเป็นพระเจ้า ลูกค้าถูกเสมอ แม้ลูกค้าจะงี่เง้าขนาดไหนก็ตามคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปด่าเค้าเพราะเค้าจ่ายเงิน เพื่อมาพักไม่ได้มาขอพักฟรีๆ เพราะมันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจรีสอร์ทดำเนินต่อไปได้ และถ้ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่าการก่อสร้างคุณก็ควรจะแจ้งลูกค้าให้ทราบถึง ข้อเท็จจริงก่อนว่ารีสอร์ทนั้นอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ถ้ารับได้ก็ให้โอนเงินจอง ถ้ารับไม่ได้ก็ยังไม่ต้องจอง แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ทางเราทราบก่อนจองเลย ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและ เพียงพอเกี่ยวกับบริการ แต่คุณก็ไม่ได้แจ้งเรา ทำให้เราได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม

และอีกประเด็นหนึ่งที่เราสงสัยคือ รีสอร์ทนี้ได้ขอลิขสิทธิ์แล้วหรือยัง? และของที่ใช้ภายในรีสอร์ทนั้นเป็นของลิขสิทธิ์ที่หิ้วเข้ามาโดยไม่เสียภาษี หรือซื้อจากช็อปภายในประเทศที่เสียภาษีแล้วกันแน่น?

 

รวมแบบบ้าน บ้านน่ารัก สีหวานๆ หลากสไตล์


บ้านที่อยู่จริง กับ บ้านในฝัน อาจจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันคนละโยด… ด้วยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ สถานะทางการเงิน หรือความพร้อมในด้านอื่นๆ ฯลฯ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะเก็บมาฝาก ..เพราะแบบบ้านน่ารักที่เรานำมาฝากนี้ ใครๆ ก็สามารถมีและครอบครองไว้ในฝันได้ทั้งนั้น ดูไว้เป็นไอเดียนะคะ เผื่อวันหนึ่งจะมีฝันที่เป็นจริงกันบ้าง

รวมแบบบ้านสวยๆ น่ารักๆ ที่สาวๆ ต้องแอบกรี๊ดเบาๆ ^^

รวมแบบบ้าน บ้านน่ารัก สีหวานๆ หลากสไตล์

cute-pink-purple-house

บ้านสไตล์ตุ๊กตา สีม่วงชมพูแสนหวาน อยู่ที่ Orlando, Florida.

ภาพจาก http://www.pandashouse.com

บ้านน่ารัก

ภาพจาก http://www.christajae.com

บ้านน่ารัก2

ภาพจาก Tumblr.com

บ้านน่ารัก5

คิดถึงวันคริสต์มาส กับไฟอบอุ่นในบ้าน … บ้านหลังนี้น่ารักจริงๆ

บ้านน่ารัก7

เหมือนบ้านมนุษย์หิน

บ้านน่ารัก1

บ้าน หลังน้อยในสวน ที่ทำไว้เหมือนกับพักผ่อนสบายๆ แต่หากบ้านสไตล์นี้มีผ้าม่านปิดมิดชิด มีห้องน้ำสักห้อง ก็จะเหมือนห้องที่อยู่ในคอนโดสักที่ เพียงแต่อยู่ติดกับพื้นดินเท่านั้นเอง

บ้านน่ารัก3

บ้านน่ารัก เหมือนปราสาทเจ้าหญิงหลักน้อย

บ้านน่ารัก6

ภาพจาก flickr.com/photos/jeffclow

คำ ว่า แบบบ้านน่ารัก มักจะอยู่ในรูปแบบบ้านหลังเล็กๆ บ้านการ์ตูนในสถานที่ท่องเที่ยว หรือเป็นสไตล์กระท่อม รวมถึงการตกแต่งของร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ดังนั้นภาพของบ้านที่เรารวมมาฝากนี้ อาจจะเป็นได้ในหลายแบบ ดังที่ได้กล่าวข้างต้นนะคะ

บ้านน่ารัก8

บ้านน่ารัก มักคู่กับสวนดอกไม้

บ้านน่ารัก2

บ้านหลังเล็กสีน้ำเงินนี้ อยู่ที่ออสเตรีย สวย น่ารักท่ามกลางหิมะ

บ้านน่ารัก9

บ้านน่ารัก10

บ้านน่ารัก11

รวมแบบบ้าน บ้านน่ารัก สีหวานๆ หลากสไตล์

คิด ว่าน่าจะเต็มอิ่มกันพอสมควรนะคะ กับบ้านหลังเล็กแต่น่ารัก ที่เรานำมาฝาก ใครมีพื้นที่แล้วอยากมีบ้านหลังน้อยแบบนี้บ้าง ก็ต้องหาแปลนหาทางทำตามฝัน ส่วนใครที่ยังไม่มีโอกาส ก็เก็บความฝันนั้นไว้ก่อน สักวันความฝันเราต้องเป็นจริง แน่นอน…

ที่มา : bloggang.com/viewdiary.php?id=thewho&month=08-2014&date=26&group=9&gblog=29

Halloween Day The Shock รวมเรื่องน่ากลัว 13/10/2557 Part1


The Shock ย้อนหลัง ติดตามทางช่อง
http://www.youtube.com/theshockreplay

Fanpage
http://goo.gl/2Vu636

00:00 ทนอยู่ได้ไง
16:28 ชวนไปอยู่ด้วย
32:24 มารู้ทีหลัง
45:54 แท็กซี่มีวิญญาณ
54:08 ห้องมุม
01:03:35 บ้านกระตุกขวัญ
01:22:05 สยองขวัญ
01:43:54 กฏแห่งกรรม
02:05:17 Bonus – เดินสาย หมอดูวิญญาณ ปทุมธานี

10 อันดับเรื่องเล่าโรงแรมผีดุ..สุดหลอนในไทย!! ต้อนรับวันฮาโลวีน


เรียกได้ว่าเป็นอีกที่ที่มีคนพบเห็นผี หรือเรื่องลึกลับบ่อยสุดๆไปเลย ก็เพราะก่อนจะมาเป็นโรงแรมผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ หรือตอนเป็นโรงแรมแล้วก็เถอะ อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ที่เราไม่มีทางรู้ จึงไม่แปลกที่จะมีผีอยู่ตามโรงแรมต่าง วันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมเรื่องผีที่หลายๆคนได้เขียนไว้ตาม Pantip หรือบอร์ดผีต่างๆ นำมาจัด 10 อันดับเรื่องเล่าผีๆ ที่แน่นอนว่าต้องขนลุก ต้องหลอน จนคุณไม่กล้าไปนอนโรงแรมอีกนาน!!

อันดับ 10 ณ ภูเก็ต..ห้อง 519

เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวกันที่ภูเก็ต ได้ทำการจองห้องพักเบอร์ 518-519 ไว้ พอเข้ามาถึงโรงแรมก็แค่มาเอาของเก็บ และพร้อมออกไปเที่ยวกลางคืนกันยาว แต่ดันมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่สบาย จึงขอนอนรอที่ห้อง 519 ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเที่ยวเพลินๆ เวลาประมาณตี 2 เพื่อนคนนี้ก็โทรมาตะคอกใส่ว่า “เลิกมาเคาะประตูแกล้งเถอะ..จะนอน!!” ทุกคนก็ได้แต่งง และคิดว่าเพื่อนคงละเมอโทรมา พอทุกคนกลับถึงโรงแรมก็ประมาณตี 4 ได้ เปิดห้อง 519 เข้าไปก็เจอเพื่อนที่ป่วยเนี่ยนอนสลบอยู่ จึงรีบพาตัวไปโรงพยาบาล พอฟื้นก็ได้เล่าให้ฟังว่า มีคนมาเคาะประตูหน้าห้องถี่มากๆ จนโมโห เลยมายืนรอเพื่อดูว่าใคร สักพักก็เห็นผู้หญิงผมดำ คลานเข้ามาเคาะห้อง และมองมาที่เค้าด้วยสภาพที่ช่วงปากถึงคางหายไป มีเพียงแค่ผม หน้าผาก ตา จมูก และลิ้นที่ห้อยติดอยู่กับลำคอ เท่านั้นแหละเลยสลบไปเลย!!

ขอบคุณภาพจาก http://board.postjung.com/522051.html

อันดับ 9 เจ เจตริน เจอเองที่อุบลฯ

เป็นเรื่องที่ดังอยู่ช่วงหนึ่ง ที่นักร้องชื่อดังอย่างเจ เจตริน ได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.อุบลราชธานี แล้วได้นอน ณ โรงแรมหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ที่ในระหว่างอาบน้ำอยู่ก็มีรายนิ้วมือปรากฏอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ ที่ตอนแรกก็คิดว่าเป็นมือแม่บ้าน แต่ด้วยความที่มันอยู่สูง และยังใหญ่กว่ามีผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ ทำเอาต้องถ่ายรูปลงโซเชียลเลยทีเดียว มันไม่จบแค่นั้น เพราะมีคนตาดีมาบอกว่าเห็นเป็นรูปหน้าคนอยู่ตรงหน้ากระจก!!! ที่พอสังเกตดีๆก็เหมือนอยู่นะ

ขอบคุณภาพจาก Twitter

อันดับ 8 ที่ห้องตรงข้ามดาดฟ้าโรงพยาบาล

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ที่กลุ่มเพื่อนๆได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ ได้จองโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งไว้ ที่ได้ห้องพักที่มองจากหน้าต่างออกไปก็เห็นดาดฟ้าของโรงพยาบาลตรงข้ามพอดี และที่สำคัญยังเห็นผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ตรงดาดฟ้าด้วย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเค้าอาจจะมาดูพลุในวันปีใหม่ก็ได้ พอเพื่อนๆไปเที่ยวกันกลับมานอนก็ได้ยินเสียงคนใช้เล็บกรีดกระจกเป็นทางยาว ทั้งยังมีเสียงกรี๊ดปนหัวเราะดังออกมาตลอด จึงได้เปิดผ้าม่านดู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเอาหน้ามาติดกระจก ทั้งหมดจึงรีบวิ่งลงไปยังล็อบบี้โรงแรม วันต่อมาได้เปลี่ยนห้องก็ยังเจอเหตุการณ์แบบเดิม ด้วยความอยากรู้จึงมาถามคนขายของแถวนั้น ได้ความว่าเคยมีสามีมาพักกับภรรยาที่กำลังตั้งท้อง ส่วนมาสีก็เอาแต่เที่ยวไม่สนใจ เช้าวันนั้นภรรยาจึงได้โทรหาสามีและบอกให้มองออกมานอกหน้าต่าง เธอจึงกระโดดลงมาต่อหน้าต่อตาสามีเลย

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=06-01-2014&group=2&gblog=10

อันดับ 7 ห้องไม่ว่าง ที่สระบุรี

เป็นเหตุการณ์ที่หลายๆคนคงเคยเผชิญ เวลาโทรไปจองโรงแรมแต่บอกว่าห้องหมด เซ้าซี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ห้องพักเอง คนเล่าเรื่องนี้ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ พอเค้าไปพักเท่านั้นก็รู้เลยว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะตอนจะนอนก็ลุกไปปิดไฟ จะเอนตัวลงเท่านั้นแหละ ได้ยินเสียงโยนกระเป๋าลงพื้นดัง ตุ๊บ!! ตอนแรกๆก็คิดว่าต่างคนต่างแกล้งกัน แต่มันมีครั้งที่ 2 3 4 ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เลยลุกขึ้นเปิดไฟ และตัดสินใจนอนลงไปอีกรอบ คราวนี้ดังสุดๆ อยู่ข้างหัว เลยทนไม่ไหวต้องโทรลงไปที่ล็อบบี้ พนักงานพูดเสียงดังไปหน่อย ปลายสายเลยได้ยินว่า “แขกโดนอีกแล้ว” แต่ทำยังไงได้ก็ต้องนอน เลยหยิบพระออกมาจากกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียง แต่ก็ต้องตกใจจนขนหัวลุกเมื่อพระที่วางไว้หายไป และกลับไปอยู่ในกระเป๋าใบเดิม ทำเอาต้องวิ่งออกจากห้องกันให้เร็ว

ขอบคุณภาพจาก http://writer.dek-d.com/moonlight_yue/story/view.php?id=601499

อันดับ 6 โรงแรมไม้สุดสยอง

โรงแรมนี้อยู่ที่สุโขทัย ที่ทางเจ้าของเรื่องเล่าว่าได้ขับรถเที่ยวตะลอนๆมากว่า 1 เดือน ค่ำไหนนอนนั่น คืนนั้นดันโชคร้ายเจอโรงแรมสไตล์ไทยๆเป็นเรือนไม้เข้าให้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร พอตี 1 เท่านั้นแหละก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ แถวโต๊ะที่วางแผนที่ไว้ เลยสะลึมสะลือลืมตาขึ้นดู พี่สาวที่นอนข้างๆก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ บีบมือสุดแรง พอมองไปที่โต๊ะเท่านั้นแหละก็เงาคน 2 คน คนนึงกำลังนั่งดูแผนที่ที่วางไว้ อีกคนกำลังมองมาที่เตียง!! ตอนนั้นขยับตัว หรือส่งเสียงก็ไม่ได้ จึงทำได้แค่สวดมนต์ แผ่เมตตาในใจ สักพักก็เริ่มมีเสียงลอดออกมา เงาก็เดินเข้ามาตรงปลายเตียง และห่างออกไปทะลุผนังในที่สุด พอเงาหายไปแผนที่บนโต๊ะก็ตกลงมาอย่างไม่มีสาเหตุ!!

ขอบคุณภาพจาก http://talung.gimyong.com/index.php?topic=121697.0

อันดับ 5 ผีอาเสี่ยมาเอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิง-ชายคู่หนึ่ง ที่ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ที่เค้าว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนตอนกลางคืนฝ่ายชายก็เผลอหลับไป ส่วนผู้หญิงก็นั่งดูทีวีอยู่ เริ่มรู้สึกง่วง กำลังจะปิดตาก็เหมือนเห็นชายอ้วนคนนึงลอยผ่านประตูเข้ามา และตรงเข้ามาที่ปลายเตียงของเธอ แต่ส่วนคอดันยื่นมาถึงหัวเตียง เธอก็ได้แต่หลับตาปี๋ และได้ยินเสียงถามมาว่า เธอเป็นใคร? มานอนห้องนี้ได้ไง? คนนั้นคือใคร? (ชี้ไปที่แฟน) ตอนนั้นอ้าปากก็ไม่ได้เลยได้แต่ตอบในใจ (ผี)ชายอ้วนเลยบอกว่าไม่ต้องกลัว เขาไม่ได้จะทำอะไร แล้วก็หายไปจากห้อง เธอจึงไปปลุกแฟน พร้อมกับขอย้ายห้อง แต่ทางโรงแรมบอกว่าห้องเต็ม แต่ก็เอาพระที่หิ้งบูชามาตั้งไว้ในห้อง ตอนเช้าแฟนก็บอกว่าตอนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียง หนึ่งสอง หนึ่งสอง เลยเอาไปซื้อหวยดันถูกซะงั้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=08-01-2014&group=2&gblog=11

อันดับ 4 อะไรอยู่ในช่องระบายอากาศ

พออ่านเรื่องนี้จบเชื่อเลยว่าคงไม่มีใครกล้าแหงนหน้ามองช่องระบายอากาศแน่ๆ โดยเรื่องนี้เกิดกับชายคนนึงที่เข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวๆตลาดอวยชัย จ.ชุมพร ที่เปิดประตูเข้าไปก็เจอกลิ่นแปลกๆซะแล้ว จึงรีบอาบน้ำ แปรงฟันเตรียมตัวนอน แต่ขณะที่กำลังแปรงฟันอยู่นั้นก็เห็นเหมือนมีใครส่องออกมาจากช่องระบายอากาศ จึงหันกลับไปดู ก็ไม่เห็นจะมีอะไร สักพักเริ่มรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอด จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปดูก็เห็นว่ามันเป็นช่องแคบๆที่ไม่มีทางที่คนจะเข้าไป อยู่ได้ เลยคิดว่าตาฝาดไปเอง เลยเข้าไปอาบน้ำ จนได้ยินเสียครืด ครืด พอหันขึ้นไปมองก็เห็นเป็นคนคลานออกมาจากช่องนั้นอย่างเร็ว จึงรีบคว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งออกจากห้องแต่มันก็ยังคลานตามมาไม่หยุดพร้อมกับ เสียงหัวเราะ แฮ่ๆ พอถึงล็อบบี้เลยทำได้แต่ตะโกนบอกพนักงานว่า “ผีหลอก!!!”

ขอบคุณภาพจาก http://xn--42caim3c2a6bxhb2ah5pud.blogspot.com/2013_09_01_archive.html

อันดับ 3 สัญญาณมือถือประหลาด!!

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมเก่าใกล้ตลาด จ.สุรินทร์ เนื่องจากเป็นโรงแรมเก่าๆบรรยากาศก็ต้องน่ากลัวเป็นธรรมดา ยิ่งพอเปิดประตูห้องเข้าไปเท่านั้นแหละ ก็เจอพวกมาลัยแขวนอยู่ในห้องซะแล้ว แต่ก็ไม่คิดอะไรมากจึงจัดข้าวจัดของเข้าอาบน้ำ แบบเปิดทีวีไปด้วย เสียงทีวีเป็นของผู้ประกาศข่าวชาย แต่ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงนั่งคุยกันอยู่นอกห้อง จึงรีบโผล่หน้าออกไปดูแต่ก็ไม่เห็นอะไร จึงเข้ามาอาบน้ำต่อแต่เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอก พอเดินไปถอดแบตโทรศัพท์ออกเท่านั้นแหละ ก็ยังพบว่าถอดออกแล้วมันยังชาร์ตต่อ!! เลยกดปิดเครื่อง มันก็ยังขึ้นสัญญาณชาร์ตต่ออยู่ดี จึงรีบเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูห้องสัญญาณก็กลับมาเป็นปกติ พอกลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงรีบนอน สรุปว่าโดนผีอำทั้งคืน ทั้งยังมีเสียงคนมาขยับหน้าต่างห้องนอนจนถึงเช้าเลย

ขอบคุณภาพจาก http://news.tlcthai.com/news/65352.html

อันดับ 2 เรื่องเล่าจากกาญจนบุรี

เป็นเรื่องของชายคนนึงที่ได้ไปสัมมนาที่จังหวัดนั้นพอดี และเผอิญนอนคนเดียว กลางคืนก็มัวแต่ดูบอล จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูเลยเดินไปเปิด ก็ไม่เห็นมีใคร เป็นแบบนั้นประมาน 3 ครั้ง เลยคิดว่าเพื่อนแกล้ง ครั้งที่ 4 เลยส่องดูผ่านตาแมวเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวๆยืนหันหลัง ใส่เสื้อสีเขียว ลายดอก เลยเปิดประตูไปแต่ก็ไม่เจออะไร มีแต่ลมพัดเข้ามาในห้องอย่างแรงวูบหนึ่ง จึงรีบปิดประตูและนอน ดึกๆมาดันรู้สึกตัวอีกทีเพราะได้ยินเสียงน้ำหยดแถวๆปลายเตียง พอลืมตาขึ้นเท่านั้น..ก็แทบจะหยุดหายใจ!! เพราะเธอคนนั้นนั่งอยู่เตียงข้างๆที่ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น ด้วยสภาพเปียกไปทั้งตัว ผมยาวปิดหน้า นั่งเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ เลือดก็ไหลออกมาเต็มเตียง พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นก็ต้องช็อค!! เพราะเธอไม่มีลูกตา เขาจึงทำได้แค่วิ่งและไม่กล้านอนอีกทั้งคืน

ขอบคุณภาพจาก http://diiwunlimited.blogspot.com/2012/07/blog-post.html

อันดับ 1 เจอดีจนได้..ณ หาดป่าตอง

คงมีหลายคนเล่ามาแล้วบ้าง เรื่องของหาดป่าตองที่เคยเกิดสึนามิไปเมื่อหลายปีก่อน และเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะทำให้คุณขนลุกสุดๆไปเลย เป็นเรื่องของพนักงานสาวที่ไปสัมมนากับหัวหน้า พอคืนแรกหัวหน้าก็ฝันเห็นอะไรแปลกๆเลย คือเห็นวิญญาณฝรั่ง 2 คนมายืนอยู่หน้าห้องเธอ พอเปิดประตูออกมาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของหัวหน้าและภรรยาขอนอนด้วย ตอนนั้นผีฝรั่งก็เดินตามมาแบบติดๆ พอเล่าแบบนั้นเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยความที่สัมมนาหลายวันเลยใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมนานหน่อย เกือบทุกวันเธอจะเจอเด็กฝรั่งผมแดงอายุประมาณ 13-14 เดินสวนกับเธอที่เดิมทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เรื่องประหลาดยังไม่หมดแค่นี้ เพราะทุกครั้งที่เธอวางผ้าเช็ดตัวทิ้งไว้ตามที่ต่างๆในห้อง พอเดินกลับเข้ามามันจะถูกจัดวาง พับอย่างเป็นระเบียบ พอไปถามแม่บ้านก็บอกไม่ได้ทำ เธอจึงเรียกให้ภรรยาหัวหน้ามาดู ว่าก่อนออกจากห้องเธอโยนผ้าไว้ที่เตียง แป๊บเดียวเท่านั้นพอเปิดเข้ามาผ้าก็ถูกพับเหมือนเดิม!! หัวหน้าจึงมาดูให้ พอเดินผ่านห้องน้ำเท่านั้นแหละ ก็บอกว่าเห็นเด็กฝรั่งกำลังพับผ้าอยู่ในห้องน้ำ หัวหน้าจึงรีบวิ่งกลับห้อง แต่พอไปดูกล้องวงจรปิดกลับไม่มีใครเห็นเด็กคนนั้น ซึ่งเป็นคนที่เดินสวนกับเธอทุกวัน..
ขอบคุณภาพจาก services.flikie.com/view/v3/android/wallpapers/33566957
ที่มา : toptenthailand.com/topten/detail/20141009165950123

10 ไอเดียบ้าน “แปลก” ที่สุดในโลกแต่เจ๋ง!!


 

แน่นอนว่าการย้ายบ้าน หรือการสร้างบ้าน คือเรื่องที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มี ไอเดียบ้าน อยู่ในหัวมากมาย ยิ่งทำให้การออกแบบบ้านของพวกเขาเป็นเรื่องที่สนุกสนานสุดๆ

ซึ่งหากเรามาดูย้อนกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น คนเราพัฒนาที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ อาศัยในถ้ำ มาจนถึงกระท่อม บ้าน และตึกสูง ซึ่งในปัจจุบัน คนเราเริ่มมีไอเดียแปลกๆ และเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครมากขึ้น เพราะบางทีมันก็มีข้อจำกัดบางประการที่บังคับเราให้ต้องคิดไอเดียที่จะสร้างบ้านให้ดีและคุ้มเงินที่สุด เช่น สถานที่มีจำกัด เป็นต้น

เอาเป็นว่า หากคุณกำลังมองหาแบบบ้านสวยๆ เก๋ๆ แต่ไม่ซ้ำใครบนโลกใบนี้ เรื่องราวที่เราเอามาฝากวันนี้ น่าจะเหมาะกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นไอเดียบ้านที่สร้างในพื้นที่ที่แคบที่สุดในโลก หรือบ้านที่สร้างมาจากแท๊งก์น้ำสูงเก่า เรามาดูกันเลยว่าไอเดียเหล่านั้น มันจะแปลกแต่เจ๋งแค่ไหน

1. บ้านโปร่งใส ประเทศญี่ปุ่น


 

บ้านหลังนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากมนุษย์ยุคโบราณที่อยู่อาศัยกันบนต้นไม้ โดยบ้าน “โปร่งใส” หลังนี้ที่ชื่อ “House NA” ในประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้รับแสงเต็มๆ ในแต่ละวัน แต่ข้อเสียคือเรื่องความเป็นส่วนตัว ที่แทบจะไม่มีเลยทีเดียว 

 

2. บ้านสเก็ตบอร์ด สหรัฐอเมริกา

ความฝันของนักเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นจริงแล้ว ที่จะทำให้พวกเขาสามารถฝึกสเก็ตบอร์ดได้ทุกเวลาแม้อยู่ในบ้าน ซึ่งบ้าน PAS หลังนี้ เป็นหลังแรกที่มีการออกแบบให้เล่นสเก็ตบอร์ดได้ และเป็นที่อยู่อาศัยได้ด้วยในตัว 

3. บ้านที่ทรงผอมที่สุดในโลก ประเทศโปแลนด์ 

The Keret House อยู่ระหว่างตึก 2 ตึก และมีความกว้างเพียง 92 ถึง 152 เซ็นติเมตรเท่านั้น

4. บ้านหลังใหม่ ดัดแปลงมาจากแท็งก์น้ำเก่า ประเทศเบลเยี่ยม

แท็งก์น้ำเก่าสูงกว่า 100 ฟุตแห่งนี้ ถูกใช้เป็นที่ซ่อนตัวของนาซีในช่วงสงครามโลก ซึ่งตอนนี้ ได้ถูกนำมาทำเป็นที่พักอาศัยเรียบร้อยแล้ว 

5. บ้านของ Dick Clark ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านของฟลินท์สโตน ที่สหรัฐอเมริกา

บ้านชั้นเดียวหลังนี้ ตั้งอยู่ที่มาลิบู สหรัฐอเมริกา ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนในยุค 1960s เรื่องฟลินท์สโตน ซึ่งเป็นของ Dick Clark โดยมีมูลค่าสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 112 ล้านบาท

บ้านประดิษฐ์จากไม้ที่เคลื่อนย้ายได้หลังนี้ มีขนาดเพียง 1 ตารางเมตร ซึ่งเป็นบ้านที่เล็กที่สุดในโลก และเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ทั่วเยอรมนี

7. บ้านสไลด์ ประเทศญี่ปุ่น

บ้านสไลด์สามชั้นหลังนี้ มีบันไดด้านหนึ่งปกติ แต่อีกด้านหนึ่ง เป็นบันไดที่เป็นสไลเดอร์ได้ ตั้งแต่ชั้น 3 ถึงชั้น 1!!

8. บ้านหิน โปรตุเกส

ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนก้อนหินขนาดยักษ์ แต่บ้านหลังนี้ที่โปรตุเกส เป็นบ้านจริงๆ ที่มีประตูบ้าน หน้าต่าง และปล่องไฟเหมือนบ้านทั่วไป แต่มันแปลกจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว

9. บ้านสมัยใหม่ แปลงมาจากโบสถ์ ประเทศฮอลแลนด์ 

Zecc Architecten ออกแบบและแปลงร่างโบสถ์เก่า 2 โบสถ์ที่ Utrecht ประเทศฮอลแลนด์ ให้กลายเป็นที่พักอาศัยสไตล์โมเดิร์นไปโดยปริยาย

10. บ้านเปลือกหอยยักษ์ เม็กซิโก

H/T: Boredpanda

ที่มา: http://www.kiitdoo.com/

พาเที่ยว…หนาวนี้ที่…เชียงราย


 

นี่ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วถือได้ว่าเป็นช่วงสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยเลยทีเดียว

เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นนั่นเอง ใครหลายๆคนอาจจะมองหาที่เที่ยวไว้กันบ้างแล้ว

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลน วันนี้ผมอยากจะลองให้คุณได้เปิดใจกับจังหวัดหนึ่ง

ที่มีความงดงามอย่างลงตัวจนอาจจะทำให้ใครหลายๆคนตกหลุมรักเมื่อไปเยือนก็เป็นได้

นั่นก็คือ จังหวัดเชียงราย นั่นเอง

เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง

เมืองแห่ง 7 สายน้ำ 3 ฝ่ายฟ้า 35 ม่อนดอย

มีดอกไม้ประจำจังหวัดคือ ดอกพวงแสด และต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นกาสะลองคำ

มีสีประจำจังหวัดคือ สีม่วง และตราประจำจังหวัดคือ ช้างเผือก

 

 เรามาเริ่มกันที่พ่อบ้านพ่อเมืองที่ชาวเชียงรายรวมถึงชาวล้านนาต่างให้ความเคารพสักการะกันก่อนเลยนะครับ

นั่นก็คือ พระราชานุสาวรีย์พญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่หลายคนคงเคยได้ยิน

พญามังรายเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาราชวงศ์มังราย

โดยพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างเมืองหลวงของล้านนาทั้ง 3 แห่งคือ เชียงราย เวียงกุมกาม และเชียงใหม่ตามลำดับ

อีกทั้งยังผูกไมตรีกับอาณาจักรของพระสหาย คือ พญาร่วง(พ่อขุนรามคำแหงมหาราช)แห่งเมืองสุโขทัย

และพญางำเมืองแห่งเมืองภูกามยาว(พะเยา) อีกด้วยครับ

 

มาถึงสถานที่สำคัญอย่างสถาบันการศึกษากันบ้างนะครับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยประจำจังหวัด

เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย มีสโลแกนว่า University in The Park

มีดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ ดอกหอมนวล หรือ ลำดวน

มีตราพระราชทานประจำมหาวิทยาลัยเป็นพระนามาภิไทยของสมเด็จพระศรีนคริทราบนมราชชนนี หรือแม่ฟ้าหลวงของชาวเชียงราย

 

สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เป็นสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมระหว่าง

อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย สปป.ลาว เพื่อเปิดเส้นทางสู่ประเทศจีนตอนใต้ และเป็นการขยายเขตเศรษฐกิจใหม่ด้วย

 

มาต่อที่วัดวาอารามกันบ้างนะครับ จังหวัดเชียงรายถือว่าเป็นจังหวัดที่มีวัดมากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศไทย

โดยมีวัดทั้งสิ้น 858 แห่ง จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อมาเยือนเชียงรายแล้ว จะต้องมีการไปเที่ยววัดสำคัญๆอย่างแน่นอน

 

วัดแรกนั้นเป็นวัดที่หลายคนต้องรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะแทบจะเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดเลยก็ว่าได้

เป็นวัดที่ต่างประเทศให้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในโลก นั่นก็คือ วัดร่องขุ่น ซึ่งสร้างโดย อ.เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาตินั่นเอง

 

วัดต่อมาคือ วัดพระแก้ว วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญมากอีกวัดหนึ่ง เพราะเป็นสถานที่แรกที่พบองค์พระแก้วมรกต

โดยได้เกิดอสุนีบาตผ่ามาที่องค์เจดีย์ จึงทำให้เห็นองค์พระเนื้อมรกตภายในองค์เจดีย์

ชาวเมืองจึงได้นำมาแห่แหนและประดิษฐานยังหอพระแก้ว ก่อนจะย้ายไปประดิษฐานยังเมืองลำปาง เชียงใหม่ เชียงทอง(หลวงพระบาง)

เวียงจันท์ และกรุงเทพฯ ตามลำดับ

 

วัดที่สามคือ วัดพระสิงห์ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์หรือพระพุทธสิหิงห์ พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่งดงาม

เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวล้านนา วัดนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เมื่อถึงวันสำคัญ เช่น ประเพณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

ก็จะมีการนำพระมาแห่รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำตามความศรัทธา ความงามของวัดยังอยู่ที่ลายปูนปั้นสีขาว ณ ซุ้มประตูโขง

และสถาปัตยกรรมวิหารทรงล้านนานั่นเอง

 

วัดที่สี่เป็นวัดที่ตั้งของสะดือเมืองเชียงรายในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ ณ ดอยจอมทอง ดอยขนาดเล็กกลางเวียงเชียงราย

วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งพญามังรายได้ตามช้างเผือกหลวงมาถึงยังจุดนี้ แล้วได้ทอดพระเนตรเห็นถึงชัยภูมิที่เหมาะสม

จึงได้เกณฑ์ชาวเมืองเชียงแสนมาสร้างเมืองเชียงราย แล้วสถาปนาเป็นเมืองหลวงแทนเชียงแสน โดยถือเอาดอยแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ตามคติพราหมณ์ที่เชื่อว่าเขาพระสุเมรุคือศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง

จากนั้นจึงให้สร้างวัดขึ้นบนดอยแห่งนี้แล้วให้ชื่อว่า วัดพระธาตุดอยจอมทอง

 

วัดที่ห้าได้แก่ วัดมิ่งเมือง หรือ วัดช้างมูบ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระนางอุสาปายะโคเทวี

ธิดากษัตริย์มอญหงสาวดี มหาเทวีองค์ที่สองของพญามังราย พระนางได้สร้างวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

โดยได้ตั้งสัจจะอธิษฐานเมื่อครั้งก่อนที่จะเสด็จมายังล้านนา ต่อมาวัดนี้มีผู้คนศรัทธาเป็นจำนวนมาก

และในทุกๆคืนวันพุธที่พระจันทร์เต็มดวง จะมีการอัญเชิญพระอุปคุตเพื่อให้ชาวเมืองได้ตักบาตรเที่ยงคืนกัน

หรือที่เรียกกันว่า ตักบาตรเป็งปุ๊ด นั่นเอง

 

วัดที่หกเป็นวัดที่สำคัญต่อชาวล้านนามากอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวัดประจำปีนักษัตรของคนที่เกิดในปีกุน ปีหมู

หรือปีช้างตามแบบล้านนา ผู้ที่เกิดปีกุนจะต้องมาสักการะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ

วัดแห่งนี้ก็คือ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า หรือ วัดพระธาตุดอยตุง นั่นเอง

ภายในองค์พระธาตุนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายไว้ ซึ่งพระมหากัสสปะได้นำมามอบให้แก่

พระเจ้าอชุตราชแห่งอาณาจักรโยนกนาคพันธุ์ แล้วท่านได้อธิษฐานตุงทิพย์ยาวพันวาปักไว้บูชาแด่พระพุทธเจ้า

 

วัดที่เจ็ดได้แก่ วัดพระธาตุดอยเขาควาย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ยอดดอยเขาควาย ดอยขนาดเล็กชานเมืองเชียงราย

ความโดดเด่นอยู่ที่เมื่อเราอยู่บนวัดจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพบางส่วนของเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งยังมี ถ้ำแมงสี่หูห้าตา ที่มีรูปร่างเหมือนหมีกินถ่านไฟร้อนๆแล้วถ่ายออกมาเป็นทองในตำนานอีกด้วย

 

วัดที่แปดเป็นวัดที่มักจะออกอยู่ข่าวบ่อยๆ เนื่องจากมีศรัทธาเป็นจำนวนมากรวมทั้งดารานักแสดงอีกมากมาย

ซึ่งก็คือ วัดห้วยปลากั้ง นั่นเอง วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นที่เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมไม้หอม และยังมีโครงการสร้างรูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย จึงถือว่าเป็นวัดที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการโชคลาภด้านการงาน การเงินเป็นอย่างมาก

 

วัดที่เก้าคือ วัดพระธาตุดอยเวา วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนไทยพม่า อ.แม่สาย-เมืองท่าขี้เหล็ก

คำว่า เวา นั้นหมายถึง แมงป่องขนาดเล็ก ดั้งนั้นดอยเวา จึงมาจากดอยที่เป็นที่อยู่ของสัตว์พวกนี้นั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่บนวัดสามารถมองเห็นทัศนียภาพของด่านชายแดนได้อย่างสวยงาม

 

วัดที่สิบได้แก่ วัดจี้กง หรือ ศาลเจ้าหน่ำพิ้งฮง อยู่ในเขต อ.พาน ตั้งอยู่ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

มีความโดดเด่นจาก เสาสี่ต้น บันไดสวรรค์และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในประดิษฐานพระอรหันต์จี้กงไม้หอม ที่ให้โชคลาภด้านเงินทอง

ตัววัดนั้นมีความงามเป็นอย่างมากเมื่อมองจากด้านหน้าไปถึงดอยด้านหลัง ทำให้เหมือนเรามองภาพวาดสีน้ำมันเลยทีเดียว

 

จากวัดแล้วมาต่อที่ไลฟ์สไตล์ในเมืองกันเลยนะครับ

 

อย่างแรกคือ หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งออกแบบและสร้างโดย อ.เฉลิมชัย

ตัวเรือนนาฬิกานั้นมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ อ.เฉลิมชัย และมีกลไกที่สำคัญคือเมื่อถึงเวลา

19.00 น. 20.00 น. 21.00 น. จะมีแสงสีเสียงและดอกบัวผุดขึ้นในตัวเรือนนาฬิกาอย่างสวยงาม

และมักจะมีนักท่องเที่ยวมารับชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งในตัวเมืองเลยทีเดียว

 

 

ที่ต่อมาเมื่อมาถึงเชียงรายแล้วขาดไม่ได้เลยก็คือ ถนนคนเดิน นั่นเอง ถนนคนเดินนั้นจะมีทุกเย็นวันเสาร์

โดยจะมีการขายสินค้าต่างๆมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานแฮนด์เมท มีการขายอาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงรำวงย้อนยุคอีกด้วย ส่วนทุกเย็นวันอาทิตย์นั้นจะเป็นการจัด ถนนคนม่วน

ซึ่งเทศบาลนครเชียงรายจัดให้เป็นถนนวัฒนธรรม จะมีการขายสินค้าและอาหารตามแบบท้องถิ่นและมีการแสดง

ของชาวบ้านและเยาวชนต่างๆ เช่น การฟ้อน การขับซอ ให้รับชมอีกด้วย

 

 

 

อีกอย่างที่ต้องนึกถึงก็คือ เชียงรายไนท์บาซ่า นั่นเอง เชียงรายไนท์บาซ่านั้นถือเป็นแหล่งซื้อขายสินค้า อาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงพื้นบ้านและโชว์ต่างๆให้รับชมเช่นเดียวกับถนนคนม่วนอีกด้วย

 

หลายคนอาจจะยังติดชีวิตความเป็นคนเมืองอยู่ เชียงรายนั้นก็มีศุนย์การค้าชั้นนำ เช่นกันะครับ

นั่นก็คือ เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย นั่นเองและยังมีห้างเล็กอีกหลายห้าง เช่น บิ๊กซี โฮมโปร แมคโคร อภิสแควร์ เอดิสัน เป็นต้น

 

หลายคนคงรู้แล้วว่าเชียงรายถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นนำระดับโลกหลายแบรนด์เลยทีเดียวเช่น กาแฟวาวี กาแฟดอยช้าง เป็นต้น

เมื่อมาถึงเชียงรายทั้งทีไม่ได้ชิมกาแฟคงเสียใจแย่ ผมจึงมี ร้านกาแฟ+ร้านอาหาร น่ารักๆ เก๋ๆมาให้ชมกันเล็กๆน้อยๆนะครับ

 

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการได้ช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน และที่ๆเหมาะแก่การช้อปเป็นอย่างมากก็คือ

ด่านชายแดนแม่สาย นั่นเอง เพราะที่นี่มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยจริงๆ

 

ต่อมาคือการ นั่งรถรางชมเมือง เทศบาลนครเชียงรายได้มีการจัดให้บริการรถราง

เพื่อให้นักท่องเที่ยวชมเมือง และเก็บภาพต่างๆของเมืองเชียงรายได้อย่างน่าสนใจ โดยรถรางจะมีจุดบริการต่างๆ

ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเก็บภาพและเยี่ยมชมมากมาย เช่น วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ บ้านพักจอมพล ป. เป็นต้น

โดยรถรางชมเมืองจะมีจุดให้บริการอยู่ที่ด้านหลังพระราชานุสาวรีย์พญามังราย

 

เบื่อชีวิตในเมืองแล้ว เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันบ้างนะครับ

เชียงรายนั้นตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบที่ราบเชิงเขา มีแม่น้ำสำคัญคือ โขง กก ลาว อิง จัน สาย คำ

มีอาณาเขตติดต่อ 2 ประเทศ คือ พม่า และลาว มีจุดติดต่อกันทั้ง 3 ประเทศเรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ

ในเขต อ.เชียงแสนประเทศไทย เมืองท่าขี้เหล็กประเทศพม่า และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้น

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอากาศจึงมักจะร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน และหนาวจัดในช่วงของฤดูหนาว

สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เชียงรายมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นเอง

 

ที่แรกที่แนะนำเลยก็คือ วนอุทยานภูชี้ฟ้า นั่นเอง ภูชี้ฟ้าเป็นแนวผาที่ยื่นออกจากดอยผาหม่นไปทางฝั่งของ สปป.ลาว

โดยในฤดูหนาวจะทำให้เห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงามและชัดเจนมาก

 

ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาและโรงงานผลิตชาชั้นนำของเชียงราย

 

 

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง-น้ำตกปูแกง  เป็นต้นน้ำของแม่น้ำวัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในเขต

รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา และลำปาง

 

ซากุระเมืองไทย หรือ นางพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง ดอยแม่สลองถือเป็นที่อาศัยของชนเผ่า

หลากหลายเผ่า เช่น จีนฮ่อ มูเซอ เป็นต้น จึงทำให้มีความหลากหลายวัฒนธรรม และที่สำคัญคือมีพันธุ์ไม้

ที่มีความสวยงามอย่างนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

 

พระตำหนักดอยตุง โครงการหลวงพัฒนาดอยตุง เป็นตำหนักที่ประทับของสมเด็จย่า

รวมถึงพระราชวงศ์ทุกพระองค์ยามเสด็จเยือนเชียงราย สมเด็จย่าท่านทรงรับสั่งให้ฟื้นผืนป่าที่ถูกใช้ปลูกฝิ่น

ให้กลายเป็นสวนไม้ดอกนานาพันธุ์ อีกทั้งยังจัดตั้งโครงการหลวงพัฒนาดอยตุงขึ้น เพื่อใช้เพาะพันธุ์ไมเดอกเมืองหนาวอีกด้วย

 

แก่งผาได แก่งหินกลางแม่น้ำโขง ณ อ.เวียงแก่น ซึ่งเกิดจากการกัดเซาของกระแสน้ำ

ถือเป็นช่วงที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง เพราะสามารถเดินข้ามไปยัง สปป.ลาว ได้อย่างง่ายดาย

 

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกขุนกรณ์ เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดเชียงราย

 

หาดเชียงราย เป็นหาดทรายกลางเมืองที่เกิดขึ้นจากการลดระดับของแม่น้ำกก ซึ่งจะเห็นหาดได้ชัดในช่วงฤดูร้อน

หาดเชียงรายจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง

 

ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

 

ไร่บุญรอด สิงห์คอเปอเรชั่น

 

ดอยนางนอน ที่มาของตำนานรักของหญิงสาวผู้พลีกายเพื่อความรักจนกลายเป็นดอยแห่งนี้

 

หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงหรือปกากะญอ ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบควาญช้างไว้อย่างภูมิใจ

 

ชมวิวริมโขงที่เมืองเชียงแสน จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จุดนี้เพื่อนๆยังสามารถล่องเรือข้ามฝาก

ไปยัง สปป.ลาวได้อีกด้วย

 

ต่อมาเราก็มาดูแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันบ้างนะครับ เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าเชียงรายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญ

เพราะประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ผู้คนกลุ่มใหญ่ในเมืองก็ได้แก่ชาติพันธุ์ไท หรือไต ทั้ง 4 กลุ่ม

คือ ไท-ยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ และไทเขิน หรือเรียกรวมว่า คนเมือง ส่วนผู้คนบนที่สูงก็มีอีกมากมาย

เช่น ปกากะญอ อาข่า เป็นต้น และยังมีชาติพันธุ์กลุ่มใหม่ที่อพยพเข้ามาภายหลังอีกยามสงคราม

เช่น ชาวจีนฮ่อที่นำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง เป็นต้น จึงทำให้สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เชียงราย

กลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลายเลยทีเดียว อีกทั้งเชียงรายยังเปรียบเป็นอู่ศิลปิน

เพราะมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินพื้นบ้านผู้ที่สืบสานความเป็นตำนานมาอย่างต่อเนื่อง

 

ที่แรกที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญเลยก็คือ หอวัฒนธรรมเชียงราย ที่แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ต่างๆ

ของเมืองเชียงรายไว้ โดยการแปรสภาพจากอาคารศาลากลางหลังเดิมให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญนั่นเอง

และที่แห่งนี้ยังมีการนำเอาตู้รถไฟเดิมมาทำเป็นห้องสมุดรถไปอีกด้วย

 

ที่ต่อมาคือ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง สถานที่แห่งนี้คือแหล่งเก็บรักษาและให้ความรู้

เกี่ยวกับของโบราณในล้านนาเช่น สัตบริพัณฑ์ เชิงเทียน หีบ กลอง เป็นต้น ลักษณะอาคารเป็นอาคารทรงล้านนา

สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ภายในยังมีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพันธุ์ไม้สักในภาคเหนือ

ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือ และยังมีนิทรรศการไม้กลายเป็นหินอีกด้วย

 

ต่อมาคือ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นพิพิธภันณฑ์เกี่ยวกับฝิ่น พืชเสพติดชนิดต้องห้าม

ที่เคยกระจายอยู่ทั่วไปในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถาน

ในการปราบปรามฝิ่นในเชียงรายนั่นเอง โดยเฉพาะในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ภายในอาคารมีการจัดแสดงขั้นตอน

และกระบวนการปลูกฝิ่น รวมถึงโทษของสิ่งเสพติด และเล่าถึงสงครามฝิ่นในแต่ละประเทศ

 

แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับชาติพันธุ์อีกที่หนึ่งที่สำคัญก็คือ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ

เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นคุกกลางเวียง แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปชาวเมืองจึงร่วมใจกันย้ายคุกไปไว้นอกเมือง

และบูรณะพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะและแหล่งเรียนรู้ใจกลางเมือง

ยังมีการจัดงานสำคัญๆเช่น เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม อีกด้วย

 

ต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์อูบคำ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของชาวเชียงราย

โดยภายในจะมีนิทรรศการประวัติความเป็นมา และสิ่งของล้ำค่าต่างๆของชาวล้านนามากมาย

 

สำนักวิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นที่ตั้งของมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญอีกด้วย

 

อีกที่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ บ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับนั่นเอง

บ้านดำนั้นเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของ อ.ถวัลย์ โดยได้พลิกฟื้นผืนดินเปล่าๆให้กลายเป็นอุทยานศิลปะขึ้นมา

อาคารส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานศิลปะล้านนาเข้ากับสไตล์และเอกลักษณ์ของ อ.ถวัลย์ ได้อย่างชัดเจน

มีคนเคยเปรียบผลงานของ อ.เฉลิมชัย กับ อ.ถวัลย์ อ.เฉลิมชัยวาดสวรรค์ อ.ถวัลย์วาดนรก

 

แหล่งเรียนรู้แหล่งสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

และเมืองโบราณเชียงแสน เมืองเชียงแสนนั้นถือว่าเป็นเมืองโบราณที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี

เป็นเมืองหลวงของ 3 อาณาจักร และเป็นเมืองเก่าที่มีโบราณสถานที่เห็นได้ชัดเจน มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอย่างต่อเนื่อง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและบันทึกต่างๆเกี่ยวกับเชียงแสนและล้านนาไว้อย่างมากมาย

 

และสุดท้ายก็คืองานเทศกาลต่างๆบางส่วนที่ทางจังหวัดจัดขึ้นเป็นประจำครับ

 

ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งไม้ดอกทั้งทีงานแรกที่อยากแนะนำก็คือ เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม

งานนี้จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดย อบจ.เชียงราย ถือเป็นงานใหญ่ที่รวมพืชพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมาจัดแสดงอย่างมากมาย

อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการชาติพันธุ์และชนเผ่า ประกวดขบวนบุปผาชาติ ภาพวาดสีน้ำมัน ภาพถ่าย บายศรี ประกวดดอกกล้วยไม้

รวมไปถึงการแสดง และเวทีการประกวดนางงามเวทีใหญ่เวทีหนึ่ง นั่นก็คือ การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม

และที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ สวนทิวลิป ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั่นเอง

 

 

 

 

ต่อมาคือ เทศกาลสับปะรดนางแลและลิ้นจี่ของดีเมืองเชียงราย เป็นที่รู้กันอยู่ว่าสับปะรดของเชียงราย

มีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ผมจึงมีเทศกาลของดีเมืองเชียงรายที่รวบรวมเอาสับปะรดและลิ้นจี่ชั้นดี

มาให้ชมกันครับ ภายในงานก็จะมีการประกวดสับปะรดและลิ้นจี่ และนางงามสับปะรดลิ้นจี่ ประกวดสวนดีเด่น เป็นต้น

 

เทศกาลชิมชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า เป็นงานที่จัดขึ้น ณ ดอยแม่สลอง

เพื่อเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวให้น่าสนใจ โดยมีการจัดงานชิมชา และชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

หรือซากุระเมืองไทย และยังมีอาหารชนเผ่าให้เลือกชิมอีกมากมาย รวมไปถึงการแสดงของชนเผ่าต่างๆอีกด้วย

 

งานที่สำคัญอีกงานหนึ่งก็คือ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

งานนี้ถือเป็นงานใหญ่มากงานหนึ่งเพราะถือเป็นงานปีใหม่ของชาวล้านนา โดยจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญๆ

ขึ้นสู่บุษบกแล้วแห่รอบเมืองให้ประชาชนสรงน้ำกัน เช่น พระสิงห์ เป็นต้น จะมีการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่

มีการขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์สุดส้าว หรือเจดีย์ทรายขนาดใหญ่พร้อมทั้งปักตุงนักษัตรเพื่อความเป็นสิริมงคล

บางวัดก็จะมีการสืบชะตาเพื่อต่ออายุอีกด้วย

 

งานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัด หรือ งานไหว้สาสักการะพญามังราย

เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ผู้สร้างเมืองเชียงราย

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติซึ่งตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ภายในงานก็มีการขายสินค้าต่างๆมากมาย

และจัดซุ้มของดีประจำอำเภอ และยังมีการประกวดขบวนเครื่องสักการะแด่พญามังรายมหาราชของแต่ละอำเภออีกด้วย

 

 

งานสุดท้ายที่อยากแนะนำก็คือ งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง เป็นงานที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน

และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก

ภายในงานก็จะมีขบวนผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันต่างๆ มาวางพานพุ่ม

และฟ้อนถวายพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่าเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมได้นำมาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกัน จังหวัดเชียงรายยังมีแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งธรรมมะ

ที่รอให้เพื่อนๆได้ไปสัมผัสกันอีกมากมาย หากใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนในซีซั่นนี้ อยากให้เพื่อนๆลองมาเชียงราย

แล้วคุณจะหลงรักเชียงรายเหมือนที่เจ้าของกระทู้ภูมิใจที่เกิดเป็นคนเชียงรายแน่นอนครับผม

สุดท้ายอยากขอบคุณภาพสวยๆจากเจ้าของภาพทุกท่าน และอยากฝากไว้ว่าเมืองไทยยังมีอะไรให้ไปค้นหาอีกเยอะ

ไทยเที่ยวไทยเศรษฐกิจไทยยั่งยืนนะครับ อิอิ 

เนื้อหาโดย: ศรีลานนา

ทายนิสัยคนใกล้ตัวจากห้องที่ชอบ..


 

:+: จากบริเวณในบ้านที่ชอบอยู่ :+:

เคยนึกแปลกใจกันบ้างมั๊ย ว่าทำไมเวลาอยู่บ้าน บางคนถึงได้ชอบอยู่แต่ในห้องนอนเสียนักหนา แต่บางเจ้าก็เอาแต่นอนเขลงอยู่ในห้องพักผ่อนอยู่นั่นแล้ว จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ ได้บอกเอาไว้ว่าการชอบอยู่ในแต่ละที่แต่ละห้องภายในบ้านของคนเรานั้น ก็สามารถบอกถึงนิสัยใจคอได้ งั้นมาดูกันสิว่านิสัยใจคอของเราเป็นอย่างไรบ้าง?

ชอบอยู่ในห้องนอน

สำหรับคนที่ชอบขลุกอยู่ใสห้องนอนของตนเองเป็นส่วนใหญ่นั้น จะเป็นคนที่ชอบความละเมียดละไม ยิ่งถ้ามีความรักจะโรแมนติคที่สุด และเป็นคนที่มีความรักเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบอยู่ในสิ่งแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยความรักใคร่ บางครั้งจึงเหมือนคนเจ้าชู้ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นคนขี้เหงา ช่างว้าเหว่ อ้างว้างอยู่นั่นแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้พบความรักอันมั่นคงอบอุ่นหัวใจ ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่เจ้าชู้หรือหนีไปไหนอีกเลย

ชอบอยู่ในห้องนั่งเล่น

สำหรับคนที่ชอบอยู่ในห้องนั่งเล่นมากที่สุดนั้น บอกถึงความเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเยี่ยมเลยทีเดียว และยังเป็นคนที่เปิดเผยตัวเอง ชอบการได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้คนมากหน้าหลายตาในวัฒนธรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีความร่าเริงเป็นเสน่ห์ ทั้งยังเป็นคนใจดีอ่อนหวาน ชอบช่วยเหลือและบริการคนอื่น และแน่ล่ะก็เขาผู้นี้ต้องการเป็นที่ชื่นชอบประทับใจของใคร ๆเหลือเกินนี่

ชอบอยู่ในห้องครัว

อุปนิสัยของคนที่ชอบอยู่ในห้องครัวมากที่สุดนั้น ใคร ๆ คงนึกว่าเขาคนนั้นเป็นนักบริโภคตัวฉกาจแน่ ๆ แต่จากการวิเคราะห์แล้ว หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แต่กลับบอกถึงความเป็นผู้ที่มีนิสัยจิตใจดี ใครอยู่ด้วยมักรู้สึกสบายใจ ทั้งยังมีเหตุผลเข้าใจชีวิตได้ดียิ่ง ใครมีปัญหาอะไรมาปรึกษาก็จะรับฟังและช่วยแก้ไขได้เป็นอย่างดี ชอบการเอาอกเอาใจหรือบริการคนใกล้ชิดให้ได้รับความสุข นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบความเรียบง่าย และไม่มีแบบแผนกับชีวิตมากนัก

ชอบอยู่ในห้องน้ำ

ปัจจุบันนี้ห้องน้ำก็เป็นอีกห้องภายในบ้านที่ได้รับความสำคัญไม่แพ้ห้องใด ๆ เลย โดยเฉพาะในสายตาของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มองว่าห้องน้ำเป็นเพียงห้องทำธุระส่วนตัวเท่านั้น แถมบางคนถึงกับใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวไปเลยก็มี ส่วนอุปนิสัยของคนที่ชอบอยู่ในห้องน้ำมากที่สุดนี้ จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพอนามัยของตนเองเป็นพิเศษและใช้ชีวิต ในทุก ๆ เรื่องด้วยสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ตนหาได้ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเอามาก ๆ เสียด้วย

ชอบอยู่ในห้องโถง

คนที่ชอบอยู่ในห้องโถงของบ้าน ซึ่งเป็นห้องรวมสำหรับสมาชิกทุก ๆ คนในบ้านนั้น มักจะเป็นคนที่มีลักษณะของพ่อบ้านไม่บ้านค่อนข้างสูง บุคลิกอบอุ่นและสนุกสนานร่าเริง มีความเป็นกันเองกับทุก ๆ คน เข้ากับคนง่าย และก็มักจะได้รับความชื่นชมจากคนรอบข้างง่ายเสียด้วย รู้จักการประนีประนอมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก มีความมานะและพยายามทำทุกอย่างเพื่อบ้านและครอบครัวที่ตนรัก

ชอบอยู่ในห้องรับประทานอาหาร

แน่ล่ะห้องนี้ ย่อมเป็นคนละห้องกับห้องครัว ดังนั้นนิสัยของคนที่ชอบอยู่ในห้องนี้จึงแตกต่างกันไป คือคนที่ชอบอยู่ในห้องรับประทานอาหารนี้ มักจะเป็นคนที่ออกไปทางอนุรักษ์นิยมสูง และก็ยึดติดอยู่ในขนบธรรมเนียมดั้งเดิมที่ตนคุ้นเคยมาอย่างมั่นคง ทั้งยังหวาดหวั่นต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย แต่ว่าก็เป็นคนที่จิตใจสงบเยือกเย็นดีอย่างผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญต่อสถาบันของครอบครัวอย่างสูงส่งอีกด้วย

ชอบอยู่ในห้องส่วนตัว

ณ ที่นี้ ห้องส่วนตัวไม่จำเป็นต้องเป็นห้องนอนเสมอไป หากแต่คือห้องใดก็ได้ ที่อยู่แล้วรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวของตนเองมากที่สุด ซึ่งบางคนอาจจะยกให้ห้องน้ำ ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดแต่ประการใด ผู้ที่ชอบอยู่ในห้องส่วนตัวมากที่สุดนี้ มักเป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีลักษณะของนักคิดนักวางแผน ทำอะไรสักอย่างก็มีขั้นตอนละอียดถี่ถ้วน จึงมักได้รับความนิยมยกย่องจากผู้ใกล้ชิดสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูง จนเหมือนคนจู้จี้จุกจิก

ชอบอยู่ในห้องทำงานอดิเรก

หัวข้อนี้สำหรับผู้ที่รักงานอดิเรกที่จำเป็นต้องมีห้องหับต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น หรือบรรดาสตรีที่ชอบงานเย็บปักถักร้อย และก็มักจะชอบขลุกอยู่ในห้องที่ว่านี้ครั้งละนาน ๆ อีกต่างหาก อุปนิสัยของคนที่ชอบอยู่ในห้องนี้บอกถึงการเป็นคนที่ชอบพึ่งพาตนเอง และมีความคาดหวังสูงที่จะพาชีวิตให้ไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็วางตัวเป็น และเข้าสังคมได้เก่งทีเดียว

ชอบอยู่ตรงระเบียงบ้าน

คนที่ชอบนั่งเล่นนอนเล่นบริเวณระเบียงบ้านมากที่สุดนั้น บอกถึงนิสัยที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องของความอิสระเสรีเป็นอย่างยิ่ง ชอบทำงานโดยใช้ความคิดและจินตนาการของตนมากกว่าทำตามบังคับบัญชา และแน่นอน ว่างานนั้นจะต้องไม่เป็นงานไร้สาระ หรืองานที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ขณะเดียวกันก็ชอบการเดินทาง รวมทั้งการใช้ชีวิตในที่แปลกถิ่น มีสิ่งให้ตื่นเต้นและได้ผจญภัย และก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ในชีวิตได้อย่างไม่เกรงกลัว

ชอบอยู่ตรงสนามหญ้า

ส่วนผู้ที่ชมชอบการได้อยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านหรือสวนหย่อมอะไรก็แล้วแต่ตามที่จะเรียกกันนั้น บ่งบอกถึงนิสัยของเขาผู้นั้นว่าเป็นคนที่รักความสนุกสนาน ชอบชีวิตที่มีอิสระเสรี และเป็นคนที่มีความเรียบง่าย ติดดิน ในขณะเดียวกันก็มีความอดทนสูง และยังเป็นคนที่ใจกว้าง สามารถเรียนรู้หรือรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ไม่คิดอะไรมากจนซับซ้อน แต่เปิดเผยมาก ซึ่งบางครั้งก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับตนเองไปเหมือนกัน

อยู่ได้ทุกที่ภายในบ้าน

ส่วนคนที่ไม่ชอบอยู่ในห้องหรือบริเวณหนึ่งบริเวณใดของบ้านเป็นพิเศษ แต่ว่าสามารถอยู่ได้ในทุกที่ที่เป็นบ้านของตนนั้น บ่งบอกถึงนิสัยของการเป็นคนรู้จักการออมชอม หรือมักจะประนีประนอมในทุกเรื่องนั่นเอง จึงเป็นคนที่สามารถเข้ากับคนได้ง่ายหรือปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้ดี และยังเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ความสนใจต่อเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัวมากมายเหลือเกิน

———————————————————————————————————–