กฎหมายอเมริกา แปลกแต่จริง!


 

รัฐเคนทักกี ห้ามระบายสีหญ้าด้วยสีแดง

loptimum-thai-artist-10

รัฐเนวาดา ผู้ชายมีหนวด ห้ามจูบกับผู้หญิง

 

loptimum-thai-artist-9

รัฐนิวเจอร์ซีย์ คุณอาจจะถูกจับได้ถ้าคุณซดซุปเสียงดัง

loptimum-thai-artist-8

รัฐฟลอริดา ห้ามใส่ชุดที่ทาด้วยของเหลวในที่สาธารณะ

loptimum-thai-artist-7

รัฐแมริแลนด์ ตอกตะปูบนต้นไม้ ถูกปรับ 50 ดอลล่าร์

loptimum-thai-artist-5

รัฐแอละแบมา ห้ามนำไอติมใส่ในกระเป๋ากางเกงข้างหลัง

loptimum-thai-artist-1

รัฐเทกซัส ห้ามเด็กตัดผมทรงแปลกๆ

loptimum-thailand-artist-6

รัฐเดลาแวร์ ห้ามมิให้ผู้ใดสวมใส่กางเกงรัดรูปบริเวณเอว

loptimum-thailand-artist-5

รัฐแคนซัส ห้ามเซิร์ฟไวน์ในแก้วกาแฟ

loptimum-thailand-artist-4

รัฐโอคลาโฮมา ห้ามร่วมรักกับรถ

loptimum-thailand-artist-3

รัฐวอชิงตัน ห้ามวาดรูปจุดๆบนธงชาติ

loptimum-thailand-artist-2

รัฐอินดีแอนา ห้ามผู้ชายมีอารมณ์จนเป้าตุงในที่สาธารณะ!

loptimum-thailand-artist-1

รัฐวิสคอนซิน ห้ามมิให้ร้านอาหารทั่วไปเสิร์ฟเมนูพายแอปเปิ้ลโดยไม่ใส่ชีส

loptimum-thai-artist-17

รัฐแคลิฟอร์เนีย ห้ามขี่จักยานในสระน้ำ

loptimum-thai-artist-16

รัฐฮาวาย ไม่อนุญาตให้เอาเหรียญไปใส่ไว้ในหู

loptimum-thai-artist-15

รัฐแอริโซนา ห้ามมีดิลโด้มากกว่า 2 อันในบ้าน

loptimum-thai-artist-14

รัฐยูทาห์ เวลาเดินตามถนน อย่าถือถุงกระดาษที่ใส่ไวโอลีน

loptimum-thai-artist-12

รัฐโรดไอแลนด์ ห้ามใส่ชุดที่โปร่งใส

loptimum-thai-artist-11

Cr: loptimumthailand

จีนอีกแล้ว พาไปดู 10 สุดยอด “ของปลอม” แดนมังกรที่โลกต้องตะลึง!!


 

เชิญชมกับ 10 สุดยอดโลกตะลึง ผลิตภัณฑ์ปลอมสุดยี้

 

ว่าด้วยเรื่องของปลอมแล้ว แหล่งใหญ่ในโลกนี้คงหนีไม่พ้นประเทศจีน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในการลอกเลียนแบบสิ่งของและผลิตภัณฑ์มายมาก ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง ถ้าได้ผ่านกระบวนการผลิตของจีนแล้วนั้นจะต้องทำให้ชาวโลกตกตะลึงกับความสามารถในด้านนี้ของเขากันทีเดียว นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ที่ผลิตออกมาโดยไม่ห่วงสุขภาพของผู้บริโภคแต่อย่างใด ต่อไปนี้เชิญพบกับ 10 สุดยอด “ปลอม” แห่งเมืองจีน

 

10.ซอสถั่วเหลือง
ซอสปลอมที่ว่านี้ทำมาจากเส้นผม นอกจากเส้นผมแล้ว ก็เป็นขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ขนอะไรก็ตามในร่างกาย สามารถนำมาทำได้ทั้งนั้น ทำไมต้องเป็นเส้นขน? เพราะในเส้นขนมีสารประกอบของโปรตีนรวมเยอะ ที่สำคัญถั่วเหลืองแพง(ประมาณว่าเป็นวัสดุทดแทนแต่คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน)แต่ถ้าผู้บริโภคได้รู้ถึงวัสดุผลิตแล้ว ก็อาจจะเขวี้ยงทิ้งทันทีทันใดก็ว่าได้

 

 

9.วอลนัตปลอม
“วอลนัต” ของโปรดของใครหลายๆ คน วอลนัตที่จีนนั้นเมื่อแกะเปลือกออกมาจะพบว่ามันคือก้อนปูนซีเมนต์ เจอแบบนี้เข้าไปถึงกับสตั้นกันเต็มๆ

 

8.ยา
ยานี้ถูกพบที่เขตการค้าเสรี ในประะเทศดูไบ ตรวจไปตรวจมาความก็แตกว่าถูกผลิตขึ้นที่จีน ที่มาของยาเหล่านี้มีโครงข่ายอุปทาน ที่จัดว่าซับซ้อนมาก โดยยาปลอมที่ผลิตในจีนได้ส่งผ่านมาทางฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรท อังกฤษ บาร์ฮามาส สุดท้ายก็ไปถึงยังร้านยาออนไลน์ RxNorth ซึ่งเป็นร้านขายยาออนไลน์ในแคนาดาที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก มีรายงานว่าเคยมีกรณียาน้ำแก้ไอจากจีน ที่มีไดเอธีลีนไกลโคล ( diethylene glycol) ซึ่งจัดเป็นยาอันตรายที่มีผลถึงชีวิตผสมอยู่ ทำให้มีชาวปานามาเสียชีวิตไปถึง 100 กว่าคน

 

 

7.ไข่
มองเผินๆ เรียกว่าแทบจะแยกกันไม่ออก โดยเปลือกของไข่นั้นทำมาจากแคลเซียมคาร์บอเนตที่ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษและพลาสติก ส่วนไข่แดงและไข่ขาวนั้นทำจากโซเดียมแอลจิเนต,สารส้ม,เจลาติน,แคลเซียมคลอไรต์และนํ้า แต่งสีซักนิดหน่อยเป็นอันเสร็จ วิธีพิสูจน์ก็คือตีไข่แดงและไข่ขาวผสมกัน มันจะรวมตัวกันได้เร็วมากและเป็นเนื้อเดียวกันสนิท หากกินเข้าไปมีสิทธิ์เสียชีวิตได้ RIP

 

 

6.บะหมี่
หากเก็บข้าวไว้นานเกินไปมันแน่นอนว่าข้าวต้องมีเน่าเสีย ซึ่งเมื่อเสียแล้วก็ต้องทิ้งไปไม่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ แต่มันดันมีคนที่เห็นแก่ตัวฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนคนอื่น เอาไอ้ของเน่าๆ มาแปรรูปเป็นบะหมี่หลอกขายผู้บริโภค ซึ่งมันก็อุดมไปด้วยเชื้อราเน่าๆ อาจทำให้ท้องร่วง รวมถึงลำไส้ติดเชื้อได้

 

 

5.เนื้อวัว
เนื้อวัวนั้นถือว่าเป็นหนึ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งปวง เนื้อวัวนั้นจึงถือว่าเป็นที่นิยมมากของเหล่าคนรักเนื้อ ถ้าเป็นเนื้อเกรดดีๆ ก็จะมีราคาแพงหูฉี่เลยทีเดียว จีนก็เลยสรรหาเนื้อปลอมๆ มาหลอกลวงผู้บริโภคโดยการเอาเนื้อหนู,มิงค์และจิ้งจอกมาผสมปรุงแต่งเป็นเนื้อวัวซะเลย

 

 

4.นม
เคยตกเป็นข่าวดังครึกโครม เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวนมปนเปื้อนสารเมลามีน ที่ทำเอาคนไม่กล้ากินนม เนื่องจากกลัวว่าไอ้สารตัวนี้จะหลุดเข้ามาในนมที่วางจำหน่ายในไทยด้วย ซึ่งงานนี้ต้องทำให้เด็กผู้ไร้เดียงสาต้องเสียชีวิตไปถึง 4 คน และต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนับหมื่นราย

 

 

3.ยางมัด
ยางมัดผมแสนงามคุคิฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งกิงก่องแก้ว แต่เมื่อเราแกะเส้นดายที่พันอยู่รอบยางเรากลับพบว่า……….มันไม่ใช่ยางสำหรับทำยางมัดผม แต่มันคือถุงยางอนามียที่ใช้แล้ว!!!!!!!!!!!โดยกระบวนการการทำนั้นจะใช้ถุงยางที่ใช้แล้วมาม้วนให้เป็นทรงกลมแล้วพันด้วยด้าย Oh My Goddddddddd

 

 

2.คอนแทคเลนส์
ตอนนี้กำลังระบาดหนักในมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากแต่หารู้ไม่ว่ามีผลกระทบต่อดวงตาเป็นอย่างมาก เลนส์ปลอมใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานและใช้สีในการเลนส์สีของเลนส์ไม่ได้ตามมาตรฐานจึงอาจจะทำให้ตาบอดได้ เมื่อใช้ไปนานๆ สีของเลนส์จะซีดจางลง และอาจจะใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี ได้ทางบริษัทจากเกาหลีจึงได้มีข่าวแจ้งมาให้ผู้บริโภครับทราบและเข้าใจว่าของถูกที่เกลื่อนตลาดในตอนนี้ไม่ได้รับการรับรองจากทางเกาหลีว่าปลอดภัยหรือไหม (แม้ที่ข้างขวดอาจจะเขียนว่ามาจากเกาหลีก็ตาม) จึงขอให้ผู้บริโภคควรตรวจสอบผู้ขายว่ามีใบอนุญาตหรือ Certificate Of Product เพื่อเป็นการระวังและให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ดวงตา จึงขอให้ผู้บริโภคพิจารณาให้ดี ระวังของถูกและควรใช้ของที่ดีมีคุณภาพ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องอยู่กับดวงตาของเราไม่ได้ใช้ผ่านสิ่งอื่นๆ หรือภายนอกเลย ซึ่งเลนส์นั้นได้สัมผัสต่อดวงตาของเราโดยตรง น่ากลัวมากๆ ขอบอก

 

 

1.ข้าว
ข้าวปลอมนี้ขายเกลื่อนกลาดในเมืองไท่หยวน มณฑลชานซี ประเทศจีน โดยข้าวสารปลอมนี้ทำจากส่วนผสมของมันฝรั่งกับเม็ดพลาสติก โดยการผลิตข้าวสารปลอมนั้นมีกรรมวิธีผลิตขั้นตอนแรกโดยการนำมันฝรั่งมาบดแล้วนำมาผสมกับเรซิ่นสังเคราะห์ (พลาสติกเหลว เมื่อนำมาผสมสารทำให้แข็งตัวจะจับตัวแข็ง) ต่อมาก็จะนำมาขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดเม็ดให้มีลักษณะที่เหมือนกับรูปร่างของเมล็ดข้าวจริง ๆ ซึ่งข้าวสารปลอมพวกนี้เมื่อนำไปหุงจะมีลักษณะที่แข็งกว่าข้าวธรรมดา จะไม่เละหรือเหลวเมื่อหุง ซึ่งไม่มีประโยชน์คุณค่าทางอาหาร แต่ที่น่ากลัวคือสารเคมีอันตรายมากจริงๆ

 

 

ที่มา: social.tnews.co.th/content/117464

มาดูตัวการ์ตูน Disney ในยุคสมัยก่อนกัน ขอบอกว่า “น่ากลัว” เกินกว่าจะบรรยาย


Disneyland เป็นความใฝ่ฝันของเด็กๆหลายคนที่อยากไปเยือน เพราะมันเต็มไปด้วยสวรรค์แห่งนิทานสมัยเด็กๆที่เราคุ้นเคยกันดี อย่าง เจ้าหญิงนิทรา โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เด็กหลายคนก็อยากเจอตัวเป็นๆของเหล่าการ์ตูนเหล่านี้

ในปัจจุบัน Disneyland เต็วไปด้วยตัวการ์ตูนและของเล่น และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ได้เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเด็กเท่านั้น เพราะมีร้านอาหาร โรงแรมต่างๆในสไตล์ดิสนีย์ให้ได้ไปเสพความเป็นเด็กกัน

แต่กว่าจะมาเป็นดิสนีย์ทุกวันนี้  Disneyland ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้การผลิตสินค้าตุ๊กตาต่างๆยังไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ มาดูกันว่าเมื่อก่อนมันน่ากลัวขนาดไหน

ดิสนี่ (1)

ดิสนี่ (1)

ดิสนี่ (2)

ดิสนี่ (2)

ดิสนี่ (3)

ดิสนี่ (3)

ดิสนี่ (4)

ดิสนี่ (5)

ดิสนี่ (6)

ดิสนี่ (7)

ดิสนี่ (8)

ดิสนี่ (9)

ดิสนี่ (10)

ดิสนี่ (11)

ดิสนี่ (12)

ดิสนี่ (13)

ดิสนี่ (14)

ดิสนี่ (15)

ดิสนี่ (16)

ดิสนี่ (17)

ดิสนี่ (18)

ดิสนี่ (19)

ดิสนี่ (20)

ที่มา viralnova

ที่มา : catdumb

21 สุดยอดของกินรสชาติ ‘พิเศษ’ ที่มีขายเฉพาะบางประเทศและไทยไม่มีแน่นอน


มาพูดถึงเรื่องอาหารที่วางขายตามร้านค้าปลีกย่อยต่างๆ กันดีกว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้ซื้อได้นั่นก็คือ “รสชาติแปลกใหม่” ที่ไม่เคยทำขายมาก่อน สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลากรสาชาติในเมืองไทยก็คงไม่พ้นมันฝรั่งทอดเลย์และมา ม่าแน่นอน แต่คราวนี้เหมียวขอพาทุกท่านไปชมของกินรสชาติพิเศษที่ไม่มีขายในไทย เห็นแล้วอยากลองกินสุดๆ อ่ะ!!

1. โดนัทหน้าหมูหยองสาหร่าย มีขายเฉพาะที่ดังกิ้นโดนัทที่ประเทศสิงคโปร์

special-flavors (8)

2. โดริโทสรสไส้กรอกและเบียร์ ขายที่ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (14)

3. คิทแคทรสข้าวโพดปิ้ง มีเฉพาะที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว

special-flavors (17)

4. ขนมมันฝรั่งทอดลุงหนวด รสปูนิ่ม, สาหร่าย และกุ้งย่าง ขายในทวีปเอเชีย

special-flavors (21)

5. เป๊บซี่โยเกิร์ต ญี่ปุ่นอีกแล้วจ๊ะ

special-flavors (15)

6. ไอศกรีมรสเนื้อม้าดิบ ที่ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (2)

7. โดนัทรสวาซาบิชีสกับสาหร่ายชีส มีขายที่ดังกิ้นโดนัทที่สิงคโปร์อีกเช่นเคย

special-flavors (18)

8. น้ำมะนาวผงผสมพริกไทยที่ปากีสถาน

special-flavors (16)

9. ชีโตสรสอโวคาโดสลัด ขายที่ญี่ปุ่น

special-flavors (11)

10. สเลอปี้รสพิซซ่าและสปาเกตตี้ ที่ควิเบก

special-flavors (20)

11. โอริโอรสชาเขียว วางขายที่ประเทศจีน

special-flavors (13)

12. โดริโทสรสโยเกิร์ตมิ้นท์ จากประเทศตุรกี

special-flavors (4)

13. คิทแคทรสวาซาบิ จากประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (9)

14. เบอร์เกอร์ดำ ประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (19)

15. กาแฟปั่นเจลลี่ จากสตาร์บัคในแถบเอเชียแปซิฟิค

special-flavors (10)

16. โดนัทไส้มะเขือเทศ จากคริสปี้ครีมประเทศญี่ปุ่น

special-flavors (5)

17. เลย์รสซุปปลาเผ็ดร้อน จากจีน

special-flavors (7)

18. เป๊บซี่รสคาปูชิโน่ มีขายในยุโรปและรัสเซีย

special-flavors (3)

19. ชีโตสเมาเทนดิว จากญี่ปุ่น

special-flavors (12)

20. ไอศกรีมรสมะเขือเทศและแครอท ญี่ปุ่นอีกละ

special-flavors (6)

21. อันดับสุดท้ายก็ญี่ปุ่นอีก เครื่องดื่มรสแพนเค้ก

special-flavors (1)

แต่ละอย่างนี่ไม่น่าจะเอามาทำเป็นรสชาติอาหารได้เลยนะ เพราะบางอย่างเป็นของหวานแต่ดันเอารสชาติแบบของคาวมาใส่ เอ๊ะ!? หรือว่ามันอาจจะอร่อยก็ได้นะ อร่อยแบบแปลกๆ ใครเคยกินอันไหนบอกเหมียวมั่งดิ รสชาติดีมั้ยเมี๊ยวววว

ที่มา : distractify

ที่มา : catdumb

หงายเงิบ!! ยล 13 มะหมาประหลาด ที่หน้าตาดันดูไม่เหมือนหมาซะนี่


เอ…บางทีหมีขาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะเกิดความรู้สึกงงปนเงิบสักแค่ไหนกันนะ ถ้าหากบรรดามะหมาที่เราเลี้ยงอยู่ทำทุกอย่างเหมือนหมา แต่หน้าตามันดันไม่เหมือนหมาซะนี่!!!!

ซึ่งนี่คือ 13 สุนัขสุดประหลาดที่มีหน้าตาโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แถมยังยียวนกวนประสาท จนใครหลายคนเริ่มคิดว่ามันไม่น่าจะใช่หมาอีกต่อไปแล้ว ส่วนแต่ละตัวจะฮาแค่ไหนตามมาชมภาพกันโลด

1.นี่คือน้องหมาพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่ดันดูคล้ายเจ้าป่าสิงโต

dog1
2.ส่วนนี่ก็คือน้องหมาที่หน้าตาดันเหมือนตุ๊กตาเทดดี้แบร์เป๊ะ

dog2
3.เอ๊ะ นี่มันมะหมา,พาย หรือครัวซองกันแน่นะ?

dog3
4.เอิ่ม…ทำไมขนมมัฟฟินชิ้นนี้ หน้าตาคล้ายนายขนาดนั้นล่ะ

dog4
5.เวงกรำ ตรูนึกว่ามีผ้าเช็ดตัวสีขาววางอยู่

dog5
6.ส่วนเจ้านี่ก็หน้าคล้ายดาราเป็นบ้า

dog6
7.แถมบางตัวก็เหมือน เจ้าตัวละครสุดเด็ด “Chewbacca” ที่พุ่งหลุดมาจากหนังเรื่องสตาร์วอร์ส

dog7
8.ส่วนเจ้านี่ก็ดูเหมือนนักธุรกิจชื่อดัง Richard Branson

dog8

dog14
9.ส่วนนี่น่ะเหรอ แค่เห็นแวบเดียวก็นึกว่าเป็นไก่ทอดแว้ว

dog9
10.เห้ย นั่นมันไม้ถูพื้นไม่ใช่เรอะ ไหงวิ่งได้ด้วยง้ะ

dog10
11.มะหมาน้อยที่่หน้าละม้ายคล้ายแกะ

dog11
12..มะหมาอวบอ้วนที่หน้าตาคล้ายแพนด้าเป๊ะ

dog12
13.ปิดท้ายด้วยมะหมารุ่นใหญ่ ที่มีใบหน้าคล้ายผู้นำจอมแสบแห่งรัสเซีย “ปูติน”

dog13

เอิ่ม…แต่ละตัวนี่หน้าตาจะแหวกแนวไปถึงไหนกันนะลูกเพ่!!!

ที่มา: huffingpost รูปภาพ: forbes

8 การตัดต่อพันธุกรรม สร้างสิ่งมีชีวิตสุดประหลาด!


พันธุกรรม…การถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น แต่มนุษย์เราก็โกงธรรมชาติโดยการเข้าไปตัดต่อเปลี่ยนแปงส่วนประกอบบางอย่าง เพื่อให้เกิดลักษณะพิเศษขึ้นตามที่เราต้องการ และต้องผ่านการทดลองแปลกๆ แหวกแนวธรรมชาติขึ้นมาหลายครั้งหลายครา เราจะพาคุณไปดู 8 ผลผลิตการตัดต่อทางพันธุวิศวกรรม ที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสุดประหลาดขึ้นมา ทั้งพืช สัตว์ หรือแม้แต่ คน!


8. Venomous cabbage : กะหล่ำปลีพิษแมงป่อง

เมื่อ กะหล่ำปีมารวมตัวกับพิษจากหางแมงป่อง ก่อให้เกิดเป็นกะหล่ำปลีสุดสะพรึงที่มีพิษอยู่ในตัวเอง ซึงเมื่อมีหนอน หรือแมลงกัดเข้าไปแค่คำเดียว พิษแมงป่องก็จะเข้าขู่โจม ทำให้มันกลายเป็นกะหล่ำปีที่ไม่สารพิษจากยาฆ่าแมลงตกค้าง แค่มีพิษจากแมงป่องแค่นั้นเอง โดยที่พิษนี้จะเป็นอันตรายต่อศัตรูพืชของกะหล่ำปีเท่านั้น  และปลอดภัยสำหรับคนกิน…แต่จะแน่นอน 100% หรือเปล่าอันนี้เราไม่ฟันธง


7. Human milk from cow : วัวผลิตน้ำนมคน

นัก วิทยาศาสตร์อาร์เจนตินาโชว์เทพ ด้วยการโคลนนิ่งวัวที่มียีนส์ของคนผสมอยู่ชื่อว่า ‘โรสิตา ไอเอสเอ’ ก่อเกิดเป็นวัวสายพันธุ์ใหม่ที่ผลิตนมซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงเทียบเท่านม ของคน โดยมีโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญอย่าง แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) และ แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของของจุลินทรีย์ เช่น เชื้อรา และช่วยต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ อีกด้วย


6. Three eyes tadpoles : ลูกอ๊อด 3 ตา

มหาวิทยาลัย Warwick ซึ่งนำทีมโดย Nick Dale และ Elizabeth Jones ศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ชีววิทยาได้ตีพิมพ์ผลงานชวนตะลึงเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2007 นักวิจัยในทีมค้นพบว่า ATP หรือ Adenosine Triphosphate เป็นสารที่ให้พลังงานแก่เซลล์นั้นมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการเคลื่อนไหวของกบ โดยทีมนักวิจัยนำโมเลกุลที่เรียกว่า “ectoenzymes” ใส่เข้าไปในตัวอ่อนของกบ จากนั้นรอให้เซลล์เจริญเติบโต ตัวอ่อนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นลูกอ๊อดที่มี 3 ตา แค่นั้นยังไม่พอนักวิจัยต้องอึ้งต่อระลอก 2 เมื่อเซลล์มีการเจริญเติบโตบนส่วนอื่นนอกจากตา เช่น ส่วนหาง และหน้าท้อง ส่วนที่ทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อนำไปรักษามนุษย์ที่สูยเสียการมองเก็น นั่น…งานนี้ต้องขอขอบคุณลูกอ๊อดซะแล้ว


5. GM mosquito : ยุงสายพันธุ์ใหม่ปลอดไข้มาลาเรีย

โรค มาลาเรียเกิดจากปรสิต ’พลาสโมเดียม’ ที่อยู่ในน้ำลายยุง จากนั้นจะเข้าสู่คนเมื่อโดนกัด นักวิจัยของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาจึงได้ทำการทดลองดัดแปลงยีนยุง เพื่อให้ยุงมีภูมิต้านทานปรสิต ‘พลาสโมเดียม’ และเมื่อนำยุงที่ผ่านการตัดต่อยีนไปปล่อยสู่ธรรมชาติ ยุงเหล่านี้จะเข้าไปแย่งผสมพันธุ์กับยุงสายพันธุ์เดิม และยุงที่เกิดมาใหม่นั้นจะเป็นยุงที่ไม่แพร่เชื้อมาลาเรีย อัตราการเกิดโรคนี้ก็จะลดลง แต่ว่าโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นการทดลอง ซึ่งถ้าจะทำได้จริงๆนั้น ต้องนำยุงปล่อยสู่ธรรมชาติไม่ใช่แค่การทดลองในห้องแล็บเท่านั้น และยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตามมาเป็นขบวนอีกด้วย


4. Mouse frozen cloned : โคลนนิ่งหนูแช่แข็ง

ทีม นักวิจัยของสถาบัน Riken ประเทศญี่ปุ่นโชว์เทพ โคลนนิ่งหนูตายที่ถูกแช่แข็งไว้นานถึง 16 ปี ในอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส โดยการการเอานิวเคลียสบริเวณสมองที่ไม่ได้โดนนำแข็งทำลาย เหมือนกับเซสล์ในบริเวณอื่น ๆ เนื่องจากมีไขมันห่อหุ้มอยู่จากหนูที่ถูกแช่แข็ง ไปฉีดใส่หนูอีกตัวที่ยังมีชีวิตเพื่อเป็นหนูอุ้มบุญ จากนั้น 3 สัปดาห์ หนูอุ้มบุญก็จะคลอดหนูตัวใหม่ที่มี DNA เหมือนกับหนูที่ตายไปแล้วเป๊ะๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นการทดลองสำเร็จไปได้ด้วยดี หนูที่คลอดออกมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ ผสมพันธุ์ได้ตามปกติ ส่วนขั้นต่อไปนักวิจัยหวังว่ามันจะสามารถคืนชีพให้กับแมมมอธ และสัตว์สูญพันธุ์อื่นๆ ให้กลับมามีชีวิตลั้ลลากันบนโลกได้อีกครั้งหนึ่ง


3. Glow in the Dark Pigs : หมูเรืองแสง

เรื่อง หมูๆ ที่ทำให้ทั่วโลกต่างตะลึงเมื่อนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย South China Agriculture ประเทศจีนได้พัฒนาหมูเรืองแสง โดยฉีดโปรตีนฟลูออเรสเซนต์จากแมงกะพรุนเข้าไปในเซลล์ตัวอ่อนหมู ให้หมูเรืองแสงจากภายในสู่ภายนอก จุดประสงค์ให้นักวิจัยสามารถเห็นพัฒนาการของเนื้อเยื่อ เพื่อนำพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์ เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าร่างกายของหมูมีสภาพเหมือนของมนุษย์มากที่สุด กลายเป็นว่าเรื่องหมูๆ มันไม่หมูอีกต่อไป เพราะมันได้กลายเป็นหมูพลีชีพให้เราทดลองไปซะแล้ว


2. Spider Goats : แพะแมงมุม

การ ข้ามสายพันธุ์สุดประหลาดระหว่างแมงมุมและแพะ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไวโอมิง ทำการตัดต่อยีนจากแมงมุมไปใส่ในตัวอ่อนของแพะ ก่อเกิดเป็นแพะสายพันธุ์ใหม่ที่ผลิตนมผสมโปรตีนใยไหม นอกจากนั้นยังนำมาทำเป็นเอ็นเทียม เสื้อกันกระสุน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่นักวิจัยยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น แว่ว ๆ มาว่า ต่อไปจะเป็นการพัฒนานำยีนไหมไปใส่ในถั่วเพื่อให้ได้นมถั่วเหลืองที่มีโปรตีน สูงยิ่งกว่าเวอร์ชั่นเดิม บางคนอาจสงสัยแล้วทำไมไม่เลี้ยงแมงมุมมันซะเลยล่ะไปทำกับแพะอย่างนั้นทำไม เหตุเป็นเพราะว่าแมงมุมจะมีนิสัยปกป้องรังของตัวเอง เวลาที่เลี้ยงไว้มากๆ มันจะต่อสู้กันเองจนตายกันเกลื่อนกลาด สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์เลยต้องมาลงเอยที่แพะซะงั้น


1. Twin town in Brezil : เมืองฝาแฝดในบราซิล

ดร.โจ เซฟ แม็งเกเล่ (Josef Mengele) นักวิทยาศาสตร์ในค่าย Auschwitz ของพรรคนาซี นักวิทยาศาสตร์ผู้ชี้เป็นชี้ตายแก่นักโทษ ด้วยหน้าตาท่าทางหล่อเหลา และทำการทดลองมหาโหดอย่างสุดขั้ว จนได้รับฉายาว่า เทพเจ้าแห่งความตาย (Angel of Death) ซึ่งภารกิจของเขาคือ การค้นคว้าความลับทางพันธุกรรมของพวกฝาแฝดเพื่อสร้างชนเผ่าอารยันที่สมบูรณ์ แบบ ตามความต้องการของผู้นำสูงสุดของเยอรมัน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม็งเกเล่ หลบหนีไปประเทศบราซิล หากแต่ยังไม่หยุดทำการทดลองทางพันธุกรรมชิ้นนี้  หลักฐานคือชาวเมืองในแคนดิดู โกดอล เมืองเล็กๆ ในประเทศบราซิล 80 ครัวเรือนในพื้นที่ 1 ตารางไมล์ จะให้กำเนิดเด็กแฝดถึง 38 คู่ และแต่ละคู่จะมีผมสีทอง ตาสีฟ้าเหมือนกันหมด แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการที่ชาวเมืองมีลูกแฝดผมทองตาฟ้านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแม็งเกเล่เลย แต่หากเป็นเพราะเมืองถูกตัดขาดจากภายนอกเป็นเวลานาน พันธุกรรมที่ได้รับจากบรรพบุรุษกลุ่มแรก ๆ จึงยังไม่มีการผสมของเชื้อชาตินั่นเอง

การตัดต่อพันธุกรรมทั้งหมดนั้น ถ้าอ่านดูดีๆ จะรู้ว่าผลประโยชน์นั้นตกอยู่ที่มนุษย์เราล้วนๆ จนงานนี้ต้องขอไหว้งามๆ ให้สัตว์ผู้โชคดี หรือโชคร้ายก็ไม่รู้ เลยละกัน

ที่มา: fhmthailand

30 “สีสัน” ของสัตว์ ที่คุณต้องคิดว่าโฟโต้ชอป!


 

บอกก่อนเลยว่า รูปภาพเหล่านี้ ไม่ใช่ภาพจากการแต่งโฟโต้ชอป แต่มันคือภาพสัตว์โลกใน “สีสัน” แปลกตาที่คุณคาดไม่ถึงล้วนๆ

ทั้ง นี้ หากเรามาดูกันจริงๆ สัตว์โลกส่วนมากมักจะมี สีสัน เดิมๆ เช่น ดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม เหลือง แดง เขียว แต่สัตว์ที่เราเอามาให้ดูกันวันนี้ มันมีสีสันที่โคตรแปลก แต่สวยสุดๆ จนแทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่ามีอยู่จริงในธรรมชาติ!

เราไปดูกันเลยว่ามีสีอะไรบ้าง:

#1 Nicobar Pigeon

#2 Purple Snail

#3 Black Rooster Ayam Cemani

#4 Pink Katydid

#5 Blue And Green Parakeet

#6 White Peacock

#7 Rainbow Cricket

#8 Pink Dolphin

#9 Pink Orchid Mantis

#10 The Regal Ring-neck Snake

#11 Albino Crow

#12 Indian Bull Frog

#13 Albino Squirrel

#14 Northern Cardinal

#15 Halloween Crab

#16 Pink Robin

#17 Red Velvet Ant

#18 Chimeric Lobster

#19 Blue Lobster

#20 Red Slug

#21 Rosy Maple Moth

#22 Mantis Shrimp

#23 White Lion

#24 Blue Carpenter Bee

#25 “cobalt Blue” Tarantula

#26 Violet-backed Starling

#27 Mandarin fish

#28 Thamnophis Sirtalis

#29 Albino Yellow Bellied Slider Turtle

#30 Maratus Volans (peacock Spider)

H/T: Boredpanda

ที่มา: kiitdoo

มาดู “การแข่งขัน” ในโลกนี้ที่โคตรแปลก แต่มีอยู่จริง!!


ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ข้อหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ มนุษย์เราชอบ “การแข่งขัน” เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งแข่งกีฬา แข่งร้องเพลง แข่งวิชาการ มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และคนก็ชื่นชอบที่จะดูกันอีกด้วย แต่กระนั้น บาง “การแข่งขัน” เนี่ย มันก็โคตรแปลกเลยทีเดียว แล้วแถมบางอัน ดูเหมือนจะมีรางวัลใหญ่ด้วยนะ!

เอาเป็นว่า ลองไปดูกันเลยว่า การแข่งขัน ทั้งหมด 22 รายการนี้ จะแปลกโดนใจแค่ไหน!

1. World Beard and Moustache Championship


Source: xcitefun.net

“การ แข่งขันหนวดและเคราชิงแชมป์โลก” มีอยู่จริง กับประเภทการแข่งขันกว่า 15 ประเภท ตั้งแต่แบบธรรมชาติ จนถึงแนวสร้างสรรค์หลุดโลก และจัดขึ้นมาแล้วหลายที่ทั้งในแถบอเมริกา และยุโรป ตั้งแต่ปี 1990

2. Cooper’s Hill Cheese-Rolling and Wake


Source: wikimedia.org 

แปลก ไม่แพ้กันคือ “การแข่งขันวิ่งก้อนชีส” หนักขนาด 9 ปอนด์ลงจากหุบเขา ใครเข้าเส้นชัยก่อนก็จะได้รางวัลเป็นก้อนชีสไปเลย เหตุการณ์ที่โด่งดัง คือเมื่อปี 2005 มีคนบาดเจ็บจากการแข่งขันหลายคน จนต้องหามผู้เข้าแข่งขันส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว

3. Air Guitar Championships


Source: finland.fi 

มี การแข่งขัน “กีต้าร์อากาศ” ทั่วโลก แต่ที่ใหญ่ที่สุดคือ “The Annual Air Guitar World Championship Contest” ซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่ประเทศฟินแลนด์ตั้งแต่ปี 1996 

4. Worm Charming Championships


Source: wormcharming.com 

“การ แข่งขันหาหนอน” โดยผู้เข้าแข่งขันหาหนอน จะต้องพยายามหาหนอนให้มากที่สุดในเวลาที่กำหนด ซึ่งการแข่งขันนี้จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งสถิติคือ เด็กหญิงอายุ 10 ขวบจับหนอนได้มากที่สุดที่ 567 ตัว

5. Wife-Carrying Races


Source: worldalldetails.com 

“การแข่งขันวิ่งอุ้มภรรยา” เป็นที่นิยมมากในหลายประเทศ แต่การแข่งขันระดับโลกของรายการนี้จัดขึ้นที่ฟินแลนด์ เป็นประจำทุกปี 

6. Baby Crying Contest


Source: dailymail.co.uk 

“การ แข่งขันเด็กร้องไห้” มีอายุยืนยาวกว่า 400 ปีแล้ว จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ โดยเด็กนักเรียนซูโม่ จะต้องพยายามทำให้เด็กร้องไห้ ด้วยการทำเสียงและหน้าตา มีการเล่าว่า จะทำให้เด็กสุขภาพดีขึ้น 

7. Toe Wrestling


Source: chillisauce.co.uk 

การ แข่งขันงัดข้อด้วยนิ้วโป้งเท้าชิงแชมป์โลก จัดขึ้นทุกปีที่ประเทศอังกฤษ ที่ Bentley Brook Inn มันเริ่มต้นมาจาก ชาย 4 คนลองเล่นกันในผับแห่งหนึ่งในปี 1974 จนกลายเป็นการแข่งขันจริงจังจนถึงทุกวันนี้ 

8. Lawn Mower Racing


Source: acidcow.com 

“การ แข่งขันวิ่งเครื่องตัดหญ้า” ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่เป็นที่นิยมเท่าการแข่งขันรถแข่งอย่าง Nascar แต่การแข่งขันนี้ ก็มีหน่วยงานระดับชาติหลายแห่งในสหรัฐฯ จัดขึ้น และยังเป็นที่นิยมในอังกฤษ และออสเตรเลียอีกด้วย 

9. Rock-Paper-Scissors


Source: priceonomics.com 

การ แข่งขัน “เป่า ยิง ฉุบ” มีการจัดแข่งขันในหลายประเทศ และยังมีการแข่งขันเป็นลีกที่สนับสนุนโดย Bud Light อีกด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าการแข่งขันนี้จะขึ้นอยู่กับโชคล้วนๆ แต่ก็มีผู้เข้าแข่งขันไม่น้อย ที่พยายามหาแทคติกเพื่อชัยชนะ อย่างเช่น พยายามสังเกตพฤติกรรมของคู่แข่ง เป็นต้น

10. Gurning Championship


Source: benrussell.photoshelter.com 

“การแข่งขันทำหน้าบูดเบี้ยว” จัดขึ้นเป็นประจำที่ประเทศอังกฤษ ในเทศกาล “Crab Fair”

11. Cherry Pit Spitting


Source: concordmonitor.com 

“การแข่งขันถ่มน้ำลาย” จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 41 แล้ว โดยจัดขึ้นที่ Tree-Mendus Fruit Farm ใน Michigan สหรัฐอเมริกา โดยสถิติของการแข่งขันนี้อยู่ที่ 93.5 ฟุต!

12. Black Pudding Throwing


Source: lancashiretelegraph.co.uk 

“การ แข่งขันปาใส้กรอกสีดำชิงแชมป์โลก” จัดขึ้นทุกปีที่อังกฤษ ในวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกันยายน โดยในการแข่งขันนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะมีโอกาส 3 ครั้งในการปาใส้กรอกดำ ให้โดนขนมปัง Yorkshire pudding ที่อยู่บนแท่นสูง 20 ฟุต ให้หล่นลงมามากที่สุด

13. Cockroach Racing


Source: paulcs.wordpress.com 

“การ แข่งขันวิ่งแมลงสาบ” จัดขึ้นที่ Story Bridge Hotel โดยผู้เข้าแข่งขันจะนำแมลงสาบของตนเองมา แล้วปล่อยจากตรงกลาง ตัวไหนไปถึงขอบก่อนชนะ!

14. Areca Tree Climbing 


Source: flickr.com 

การ แข่งขันปีนต้นหมาก ที่อินโดนีเซีย จะจัดขึ้นในวันประกาสอิสรภาพของอินโดนีเซีย ที่ Bondowoso โดยให้ผู้แข่งขันปีนต้นหมากสูงกว่า 30 ฟุต เพื่อหยิบของรางวัลที่อยู่ด้านบน 

15. Bed Racing


Source: artery.wbur.org 

“การ แข่งขันวิ่งเตียง” มีขึ้นหลายที่ทั่วโลก ซึ่งกติกาคือต้องมีหนึ่งคนอยู่บนเตียง ซึ่งการแข่งขันหลายๆ อันจะมีขึ้นเพื่อการกุศล และในปีหน้า จะเป็นการแข่งขัน The 50th Great Knaresborough Bed Race ที่อังกฤษซึ่งจะเป็นการวิ่งระยะทางยาวกว่า 2.4 ไมล์!

16. Bee-Wearing Competition


Source: bbc.co.uk 

“การ แข่งขันห่มผึ้ง” จัดขึ้นที่ประเทศจีนในทุกๆ ปี ซึ่งตัดสินกันที่น้ำหนักของผึ้งที่อยู่บนตัวผู้เข้าแข่งขัน และสติถิกินเนสบุ๊คอยู่ที่ 87 ปอนด์ หรือคิดเป็นผึ้งจำนวนกว่า 350,000 ตัวเลยทีเดียว 

17. Shovel Racing


Source: firsttracksonline.com 

“การ แข่งขันวิ่งพลั่ว” ซึ่งอาจจะมีการปรับแต่งพลั่ว ให้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 60 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือไม่ก็ได้ และกติกาคือต้องไถลไปตามทางของสกีนั่นเอง มันเคยบรรจุลงใน X Games แต่ถูกตัดออกไปแล้วเพื่อความปลอดภัย 

18. Nailympia


Source: sochoice.co.uk 

ถือ เป็นการแข่งขันระดับโอลิมปิกของ การไว้เล็บและตกแต่งเล็บ เลยก็ว่าได้ โดยมีประเภทต่างๆ มากมายอาทิ การทำ French manicure รวมไปถึงการแข่งประเภทแฟนซีด้วย!

19. Baby Crawling


Source: nyctri.com 

“การ แข่งขันเด็กคลาน” เกิดขึ้นในหลายๆ ที่ทั่วโลก ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นสถิติโลกคือ ที่ประเทศจีน มีเด็กกว่า 451 คนเข้าร่วมการแข่งขัน

20. Cell Phone Throwing


Source: cameracrewgermany.com 

“การ แข่งขันขว้างมือถือ” จัดขึ้นในหลายที่ทั่วโลก แต่การแข่งขันระดับโลกจัดขึ้นที่ฟินแลนด์ ซึ่งบริษัทที่สนับสนุนส่วนมากคือบริษัทรีไซเคิล และผู้เข้าแข่งขันหวังรางวัลในการได้มือถือเครื่องใหม่ ซึ่งผู้ทำสติถิปาได้ไกลถึง 360 ฟุตเลยทีเดียว

21. Air Sex World Championships


Source: k106fm.com 

ถ้า “กีตาร์อากาศ” ยังไม่แปลกพอ ต้องเจอนี้ “การแข่งขันมี sex ในอากาศ” ซึ่งในสหรัฐฯ เริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2009 โดยมีการแข่งในระดับภูมิภาค เพื่อหาผู้ชนะไปแข่งในระดับชาติด้วย!

22. Ostrich Racing


Source: nbcnews.com 

“การแข่งวิ่งนกกระจอกเทศ” เป็นที่นิยมในแอฟริกา และบางส่วนในสหรัฐฯ ซึ่งดูไม่ต่างอะไรมากจากการแข่งม้า แต่แค่ว่า ดูเหมือนนกกระจอกเทศเหล่านี้ จะดูควบคุมยากขึ้นมาหน่อย


H/T: Distractify

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Mr.Bean


พวกเราหลายคนคงรู้จักตลกกวนเท้ากวนประสาทจอมต๊องอย่างนายบีน เพราะวีรกรรมของมันสนุกดีและขำๆด้วย (มีความกวนTีนเป็นหลัก) พวกเราตั้งแต่เล็กจนโตมาก็ยังดูบีนเสมือนว่าชาตินี้มันก็ยังไม่จบซะที คราวนี้เรามาลองเจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับบีน ผู้นี้กันดีกว่า เพราะมีบางเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!!!

1.ชื่อจริงของ mr.Bean

มิสเตอร์บีน มีชื่อจริงว่า “จูเลี่ยน บีน” ตามบทสัมภาษณ์ของผู้แสดงบทมิสเตอร์บีน “โรแวน แอทคินสัน” แต่ในภาพยนตร์ “มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” ชื่อจริงของบีนถูกเปลี่ยนเป็น “โรแวน บีน” ตามในพาสปอร์ตของบีน

2.จำนวนตอนของมิสเตอร์บีน

เชื่อหรือไม่ว่าพวกหนังบีนที่เราชอบดูกันโดยไร้ที่สิ้นสุดนั้น แท้จริงแล้วตอนมิสเตอร์บีนจริงๆ มีแค่ 14 ตอนเท่านั้น!! เพราะใน 14 ตอนใหญ่มีตอนย่อยๆอีกหลายตอน แล้วก็เยอะเหลือนเกินจนเรารู้สึกว่าตอนมันไม่รู้จบจริงๆ

3.การงานของบีน

รู้หรือไม่ว่าบีนก็มีงานทำเหมือนกัน จากภาพยนตร์เรื่อง “บีน เดอะมูฟวี่” บีนเป็นยามที่หอศิลป์แห่งชาติกรุงลอนดอนเชียวนา… (ไม่รู้ว่ามันผ่านเข้ามาได้ยังไง…) ชีวิตการเป็นยามก็ง่ายๆ สบายๆ ไม่เครียด เพราะมันหลับตลอดเวลาที่ประจำการ เจริญล่ะพ่อเอ๊ย… ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์อยากไล่ออกมันใจจะขาด เมื่อทางบอสใหญ่กว่าส่งบีนไปดูงานศิลปะที่อื่นทุกคนก็ดีใจกันใหญ่เลยทีเดียว (ถ้าอยากรู้ว่าความวุ่นวายหลังจากนั้นจะเป็นยังไง ไปดูหนัง “บีน เดอะมูฟวี่” กันเองเลยนะจ๊ะ)

(ป.ล.ปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าบีนยังได้เป็นยามต่อหรือถูกไล่ออกแล้วกันแน่ เพราะซีรีย์แต่ละตอนดูพี่แกว่างเหลือเกิน…)

4.ที่มาของแสงลึกลับที่มาส่งบีน

อยากรู้มั้ยครับว่าลำแสงลึกลับในอินโทรเปิดมิสเตอร์บีนที่มาส่งบีนยังถนน (ร่วงหล่นดังตุ้บ!) คือแสงอะไร? หรือบีนเป็นมนุษย์ต่างดาว? หรืออะไรยังไง? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ
แล้วก็ได้คำตอบแล้วครับว่าแสงนั่นคือ UFO จริงๆ!! มา จากบีนฉบับการ์ตูน ตอน “Double Trouble” ที่บีนได้พบกับเพื่อนๆมนุษย์ต่างดาวที่ลักษณะเหมือนบีนทุกอย่าง ทั้งหน้าตา นิสัย เสียง ชุด ทุกอย่างเลย!! ยกเว้นตุ๊กตา (มนุษย์ต่างดาวบนยานแต่ละคนจะมีตุ๊กตาสัตว์แตกต่างกัน) ทุกคนหน้าตาแบบเดียวกันเป๊ะๆ ใครได้มาเจอเป็นต้องลายตา เหตุด้วยมนุษย์ต่างดาวคนหนึ่งได้เป็นเพื่อนกับบีนและพาบีนมาพบเพื่อนบนยาน ทุกคน ซึ่งทุกคนยินดีมากที่ได้เจอบีนและบอกว่าบีนเป็น หนึ่งเดียว ที่เป็นมนุษย์โลก เมื่อถึงเวลากลับพวกเขาก็ส่งบีนลงมาด้วยแสงจากยานนั่นเอง…

5.ครั้งสุดท้ายของบีน

อยากรู้มัยครับว่าตอนจบของบีนเป็นยังไง บีนก็มีตอนจบหรือตอนอวสานเหมือนกัน…
คำ ตอบอยู่ในหนังเรื่อง “มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” ไงครับ นั่นคือการแสดงเป็นบีนครั้งสุดท้ายของ โรแวน แอทคินสัน เนื่องด้วยถึงจุดอิ่มตัวและอายุก็เยอะแล้ว ทำให้โรแวนวางมือจาก บีน นับแต่นี้ไป…
“มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา” จึงกลายเป็นหนังและการแสดงเรื่องสุดท้ายของบีน…
แต่ ว่าเมื่อมีการสร้าง “มิสเตอร์บีนฉบับการ์ตูนซีรีย์” ขึ้นมา โรแวนก็กลับมาเป็นบีนอีกครั้งโดยการให้เสียงตัวละคร “บีน” ในการ์ตูนเรื่องนี้มาจวบจนปัจจุบัน…

ขอจบการเล่าเรื่องไว้เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ…

ที่มา: pantip.com/topic/30810532