49 ข้อสังเกตแปลกๆ บนสังคมเว็บ (ขำๆ นะ)


simondseconoart-small

เอากลับมาให้อ่านอีกครั้ง กับ ข้อสังเกตุแปลกๆ บนสังคมอินเตอร์เน็ต
บ้างก็ใช่ .. บ้างก็ไม่ ยังไงก็อย่าคิ๊ดดดดดดดดดดดดมากคร่า อ่านเอาขำๆ จ๊ะ

1. คนรู้เรื่องของคนที่เขาเกลียดดีกว่าคนที่รัก

2. คนชอบถามหาหลักฐาน แต่เวลาตัวเองอ้าง มักไม่ค่อยจะมีหลักฐาน

3. เขียนยาวไปคนไม่อ่าน

4. เขียนสำนวนเคร่งขรึมคนก็ไม่อ่าน

5. ชาวเว็บไม่ชอบเรื่องซีเรียส ถึงเป็นเรื่องเครียดก็ต้องเขียนให้ฮา

6. ยอดคนคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เป็นเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง

7. มีคนคอยตามอ่านเงียบๆ มากมายที่ไม่โผล่ตัวออกมา

8. บางทีเรื่องที่เถียงกันไม่มีสาระอะไร แต่เถียงกันไปเพราะแค่อยากเอาชนะ

9. ปิดจอคอมไปนอนก่อนซะ อาจจะดีกว่านั่งเถียงแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ

10. เกรียนปากดีตามเว็บบอร์ด พอเจอตัวจริงมักเจี๋ยมเจี้ยม

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

11. แต่คนอัธยาศัยดีในบอร์ด ตัวจริงก็อัธยาศัยดีเหมือนกัน

12. มนุษย์สายพันธุ์กูเกิลรู้ทุกเรื่อง แต่ถ้าคุยลึกๆ จริงๆ แล้วจะไม่รู้สักเรื่อง

13. แถมวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่ได้อีกตะหาก

14. เรื่องดราม่ามักจบลงด้วยคำว่า “ขอโทษ”

15. แต่ถ้ามีเรื่องครั้งใหม่ เรื่องเดิมก็จะถูกขุดโคตรเหง้าศักราชมายำต่อ

16. คำด่าในเว็บ โดยมากมักจะไม่ใช่คำด่าจริงๆ ที่คนพิมพ์กล้าพูดต่อหน้า

17. คนด่าบางทีก็ลืมไปว่าตัวเองเคยด่าเรื่องอะไรไว้

18. แต่คนถูกด่ามักจะไม่ลืม

19. คอมเมนต์มักถูกชี้นำด้วยความคิดเห็นแรกเสมอ

20. โดยเฉพาะเว็บเด็ก X และพันติ๊ปเฉลิม X

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

21. เวลาไพรม์ไทม์ในการตั้งกระทู้ คือ 17.00-22.00

22. แต่เวลาอัพบล็อกจะเป็น 9.00-12.00 และ 19.00-23.00

23. อยากดราม่าให้เริ่มประเด็นต่อไปนี้ การเมือง สถาบันการศึกษา ภาษา ศาสนา ความเชื่อ และ XXX

24. แล้วอีกไม่นานคุณก็จะได้พาดหัวขึ้นดราม่าแอดดิคต์เอง

25. อีกวิธีคือไปหาเรื่องเมมเบอร์ดังๆ

26. เกือบทุกความคิดเห็นพร้อมจะเปลี่ยนข้างเมื่อกระแสเปลี่ยน

27. ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันไม่เปลี่ยน

28. คนที่ไม่เปลี่ยนข้างมีสองกรณี คือเกรียน กับ มั่นใจ

29. ซึ่งทั้งสองประเภทแยกออกได้จากลักษณะการใช้คำ

*30. คนตั้งกระทู้/เขียนบล็อกมีสามแบบ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

31. หนึ่งคือเขียนแล้วทิ้ง กลับมาดูแต่ไม่ให้ความเห็นตอบ

32. สองคือตะบี้ตะบันขยันตอบมันทุกคอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หาเรื่องหรือคอมเมนต์ดีๆ

33. สามคือเลือกตอบเฉพาะคอมเมนต์ที่พอใจจะตอบหรือมีสาระพอจะตอบ

34. หลายคนอ่านแค่หัวเรื่องแล้วพิมพ์ตอบเลย

35. ซึ่งทำให้เกิดดราม่าหรือเรื่องฮา ขึ้นอยู่กับความซีเรียสของเนื้อหาและคำตอบ

36. แต่หลายคนอ่านจนครบแล้วก็ยังตอบไม่เข้าเรื่อง

37. เรียกว่าอ่านหนังสือไม่แตก เป็นปัญหาของระบบการศึกษาภาษาไทย

38. ทำให้เกิดดราม่ามากมาย หาได้ตามเว็บบอร์ดทั่วไป

39. การเถียงกันบนกระทู้สาธารณะ ไม่ร้ายเท่าการถูกส่งเมล์ด่า เอ็มเอสเอ็นด่า หรือหนักสุดคือโทรตามด่า

40. กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นโรคจิตคุกคาม คนที่เคยโดนควรแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
41. อย่าปล่อยให้คนโรคจิตบนเน็ตลอยนวล

42. คนที่อ้างว่าเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางจริงๆ

43. บางทีคนเลือกข้างยังเป็นกลางกว่า

44. อำนาจโฟโต้ช็อปเหนือทุกสิ่ง

45. แต่ที่เหนือกว่าคือ ICT

46. เพราะประเทศนี้มีระบบกรองข้อมูลจากต่างประเทศระดับสูงที่มีเพียงสามประเทศในโลก

47. ซึ่งอีกสองประเทศคือจีนแดง และเกาหลีเหนือ

48. อย่าซีเรียสกับเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนสังคมอินเตอร์เน็ต

49. สุดท้ายแล้วเราก็ต้องทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ-ค่าเน็ตเองอยู่ดี ฮ่า

————————————————

ที่มา http://terasphere.exteen.com/20091217/entry

กฎหมายอเมริกา แปลกแต่จริง!


 

รัฐเคนทักกี ห้ามระบายสีหญ้าด้วยสีแดง

loptimum-thai-artist-10

รัฐเนวาดา ผู้ชายมีหนวด ห้ามจูบกับผู้หญิง

 

loptimum-thai-artist-9

รัฐนิวเจอร์ซีย์ คุณอาจจะถูกจับได้ถ้าคุณซดซุปเสียงดัง

loptimum-thai-artist-8

รัฐฟลอริดา ห้ามใส่ชุดที่ทาด้วยของเหลวในที่สาธารณะ

loptimum-thai-artist-7

รัฐแมริแลนด์ ตอกตะปูบนต้นไม้ ถูกปรับ 50 ดอลล่าร์

loptimum-thai-artist-5

รัฐแอละแบมา ห้ามนำไอติมใส่ในกระเป๋ากางเกงข้างหลัง

loptimum-thai-artist-1

รัฐเทกซัส ห้ามเด็กตัดผมทรงแปลกๆ

loptimum-thailand-artist-6

รัฐเดลาแวร์ ห้ามมิให้ผู้ใดสวมใส่กางเกงรัดรูปบริเวณเอว

loptimum-thailand-artist-5

รัฐแคนซัส ห้ามเซิร์ฟไวน์ในแก้วกาแฟ

loptimum-thailand-artist-4

รัฐโอคลาโฮมา ห้ามร่วมรักกับรถ

loptimum-thailand-artist-3

รัฐวอชิงตัน ห้ามวาดรูปจุดๆบนธงชาติ

loptimum-thailand-artist-2

รัฐอินดีแอนา ห้ามผู้ชายมีอารมณ์จนเป้าตุงในที่สาธารณะ!

loptimum-thailand-artist-1

รัฐวิสคอนซิน ห้ามมิให้ร้านอาหารทั่วไปเสิร์ฟเมนูพายแอปเปิ้ลโดยไม่ใส่ชีส

loptimum-thai-artist-17

รัฐแคลิฟอร์เนีย ห้ามขี่จักยานในสระน้ำ

loptimum-thai-artist-16

รัฐฮาวาย ไม่อนุญาตให้เอาเหรียญไปใส่ไว้ในหู

loptimum-thai-artist-15

รัฐแอริโซนา ห้ามมีดิลโด้มากกว่า 2 อันในบ้าน

loptimum-thai-artist-14

รัฐยูทาห์ เวลาเดินตามถนน อย่าถือถุงกระดาษที่ใส่ไวโอลีน

loptimum-thai-artist-12

รัฐโรดไอแลนด์ ห้ามใส่ชุดที่โปร่งใส

loptimum-thai-artist-11

Cr: loptimumthailand

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง

ใบไม้แดงในสวน Rikugien by 工藤隆蔵

5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น

อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien)

Rikugien by japan-guide.com

สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่300 เยน

สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย

ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen)

Koishikawa Korakuen by Japan Web Magazine

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai)

University of Tokyo by <a href=

ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม

การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานีTodaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง

อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park)

Showa Kinen by <a href=

โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว

โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ

อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson)

วัดโทโดโระคิ by <a href=

เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ

ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร

สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น

เครดิต : j-reco.com
เรียบเรียงโดย : travel mthai

ที่มา: travel.mthai.com/world-travel/100594

“เส้นแบ่งแยกดินแดน 20 แห่ง” ที่เพื่อนๆได้เห็นแล้วจะต้องทึ่ง!!


บทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปดู เส้นแบ่งแยก 2 ดินแดนบนโลกใบนี้ ที่สามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งบ้างแห่งก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และบางแห่งก็สร้างขึ้นมาจากมือมนุษย์เอง ส่วนจะน่าทึ่งขนาดไหนลองไปชมกันครับ

น้ำตกที่กั้นระหว่างอาร์เจนติน่าและบราซิล

bd

แม่น้ำที่มาเป็นทางสามแยกแบ่งอาร์เจนติน่า บราซิล และปารากวัย

bd(1)

พรมแดนระหว่างออสเตรียและสโลวาเกีย

bd(2)

สองฝั่งของเบอร์ลินที่เห็นได้ชัดจากสีของแสงไฟ เพราะแต่ละฝั่งใช้หลอดไฟคนละชนิดกัน แม้ปัจจุบันจะรวมเป็นเบอร์ลินเดียวกันก็ตาม

bd(3)

ทางซ้ายคือบราซิล ส่วนทางขวาที่ยังมีป่าดิบชื้นอุดมสมบูรณ์คือโบลิเวีย

bd(4)

บริเวณชายแดนของจีนและมาเก๊า ซึ่งจีนขับรถด้านขวาแต่มาเก๊าขับรถด้านซ้าย ดังนั้นเมื่อจะขับรถข้ามไปมาระหว่าง 2 ที่นี้จึงต้องทำทางวนๆ ไว้เปลี่ยนฝั่งถนน

bd(5)

พรมแดนของเยอรมนีและเชกบริเวณนี้แยกกันได้จากต้นไม้ เพราะเยอรมนีดูแลต้นไม้ดี แต่ทางเชกไม่ได้สนใจต้นไม้ตรงชายแดนนี้เลย

bd(6)

ทางแม่น้ำแบ่ง 3 ประเทศคือเยอรมนี เชก และโปแลนด์

bd(7)

ฝั่งที่ไม่ค่อยเหลือต้นไม้คือเฮติ ส่วนฝั่งที่มีต้นไม้เยอะๆ คือโดมินิกันผ

bd(8)

ภาพอีกมุมหนึ่งของเฮติและโดมินิกัน

bd(9)

เส้นสีส้มๆ ที่มองเห็นจากอวกาศคือรั้วที่กั้นระหว่างอินเดียและปากีสถาน

bd(10)

bd(11)

เกาหลีเหนือจะมืดสนิทยกเว้นที่เปียงยางเมืองหลวงของประเทศ ส่วนเกาหลีใต้จะสว่างจ้า

bd(12)

ฝั่งที่ถนนพังคือเบลเยี่ยม ส่วนอีกฝั่งคือเนเธอร์แลนด์

bd(13)

เส้นแบ่งเขตระหว่างนอร์เวย์และสวีเดน

bd(14)

เส้นแบ่งเขตระหว่างโปแลนด์กับยูเครน งานศิลปะรูปปลาสื่อถึงความรักใคร่ และความเป็นมิตรทางการค้าระหว่างสองประเทศนี้

bd(15)

รั้วที่กั้นเมืองซเวตาของสเปนออกจากดินแดนโมร็อกโก เพราะซเวตาเป็นแผ่นดินสเปน แต่ตั้งอยู่อีกฝั่งของช่องแคบยิบรอลต้า ติดกับโมร็อกโก

bd(16)

bd(17)

 ฝั่งที่ถนนดีเหมือนถนนใหญ่คือสเปน ส่วนฝั่งที่เหมือนถนนนอกเมืองคือโปรตุเกส ซึ่งโปรตุเกสขึ้นชื่อเรื่องถนนที่ไม่ค่อยจะดีนัก

bd(18)

 เส้นแบ่งเขตสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

bd(19)

 ชายแดนสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

bd(20)

bd(21)

ภูเขาโรไรม่าทีกั้นระหว่าง 3 ประเทศ คือเวเนซูเอล่า บราซิล และกายอาน่า

bd(22)

bd(23)

ข้อมูลจาก: distractify

ที่มา: wegointer.com/2014/11/interesting-borders