30 “สีสัน” ของสัตว์ ที่คุณต้องคิดว่าโฟโต้ชอป!


 

บอกก่อนเลยว่า รูปภาพเหล่านี้ ไม่ใช่ภาพจากการแต่งโฟโต้ชอป แต่มันคือภาพสัตว์โลกใน “สีสัน” แปลกตาที่คุณคาดไม่ถึงล้วนๆ

ทั้ง นี้ หากเรามาดูกันจริงๆ สัตว์โลกส่วนมากมักจะมี สีสัน เดิมๆ เช่น ดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม เหลือง แดง เขียว แต่สัตว์ที่เราเอามาให้ดูกันวันนี้ มันมีสีสันที่โคตรแปลก แต่สวยสุดๆ จนแทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่ามีอยู่จริงในธรรมชาติ!

เราไปดูกันเลยว่ามีสีอะไรบ้าง:

#1 Nicobar Pigeon

#2 Purple Snail

#3 Black Rooster Ayam Cemani

#4 Pink Katydid

#5 Blue And Green Parakeet

#6 White Peacock

#7 Rainbow Cricket

#8 Pink Dolphin

#9 Pink Orchid Mantis

#10 The Regal Ring-neck Snake

#11 Albino Crow

#12 Indian Bull Frog

#13 Albino Squirrel

#14 Northern Cardinal

#15 Halloween Crab

#16 Pink Robin

#17 Red Velvet Ant

#18 Chimeric Lobster

#19 Blue Lobster

#20 Red Slug

#21 Rosy Maple Moth

#22 Mantis Shrimp

#23 White Lion

#24 Blue Carpenter Bee

#25 “cobalt Blue” Tarantula

#26 Violet-backed Starling

#27 Mandarin fish

#28 Thamnophis Sirtalis

#29 Albino Yellow Bellied Slider Turtle

#30 Maratus Volans (peacock Spider)

H/T: Boredpanda

ที่มา: kiitdoo

เมนูอาหาร : ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้


 

เหตุ มันเกิดจากว่าช่วงนี้ฝนตกชุก กอตะไคร้ที่บ้านเลยงามมาก แล้วพอตะไคร้งามจัด ถ้าไม่ตัดมากิน มันก็จะโทรมไว เลยเป็นที่มาที่ไปของเมนูนี้ในวันนี้ล่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-11.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

– ปลาทับทิมน้ำหนัก 500 กรัม 1 ตัว แล่เอาแต่เนื้อหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน
– เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบเต็มเม็ด ทอดสุกแล้ว 1/2 ถ้วย
– กุ่งแห้งเนื้อ ตัวใหญ่หน่อย ทอดกรอบ 1/3 ถ้วย
– ตะไคร้ต้นอวบ ๆ 5 ต้นซอยบางๆ  …… (ส่วนที่เขียวจัด ไม่ใช้)
– พริกขี้หนูสวนเขียวแดง 15 เม็ด
– น้ำตาลปี๊บ 1 + 1/2 ชต.
– น้ำปลาดัๆ 2 ชต.
– น้ำมะนาว 3 ชต.
– น้ำต้มสุก 1/2 ชต.
– สะระแหน่ 2 กิ่ง

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-03.JPG

:: วิธีทำ ::

อันดับแรก …. พิมก็จะขออธิบายวิธีการทำปลาทับทิมทอดสำหรับเมนูนี้ให้ฟังกันก่อนนะคะ

เริ่ม ต้นเลยให้เพื่อน ๆ ซื้อปลาทับทิมมาตัวนึงค่ะ น้ำหนักประมาณ 500 กรัมนะคะ  แล่เอาแต่เนื้อออกมา  (หรือซื้อตัวใหญ่สัก 700-800 กรัม แล้วแล่เอาเนื้อมาใช้เพียงด้านเดียว ส่วนเนื้ออีกด้านเก็บไว้ทำเมนูอื่น)  .. หั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ (คำโตหน่อย)   ล้างด้วยน้ำสะอาดสัก 2 ครั้ง เทใส่กระชอนโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ … พอสะเด็ดน้ำดี ก็เอาเกลือป่นสัก 1/4 ชช.  ลงไปเคล้าให้พอเข้ากัน  แล้วนำลงไปทอดในกระทะที่มีน้ำมันท่วมจนเหลืองสวย และมีลักษระกรอบนอกนุ่มในแบบในภาพด้านล่าง ……. ก่อนที่จะตักขึ้นด้วยตะหลิวโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-02.jpg

ระหว่าง รอปลาสะเด็ดน้ำมัน ……. เราก็หันมาปรุงรสน้ำยำกันไปพลางๆ นะคะ ด้วยการเอาน้ำตาลปี๊บใส่ลงไปในกาละมังใบย่อม ๆ ที่เราจะใช้ยำ   แล้วใส่น้ำมะนาว น้ำปลา  และน้ำต้มสุกตามลงไป ….. คนไปจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บละลายหมด ก็ค่อยใส่พริกขี้หนูลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-04.jpg

ก็ จะได้น้ำยำออกมาหน้าตาประมาณในภาพนี่ค่ะ  …. ชิมรสชาติเอาตามชอบ หากเปรี้ยวไปเติมน้ำตาลกับน้ำปลา หากหวานไปเติมน้ำมะนาวกับน้ำปลา หากเค็มเกินก็เติมน้ำตาล น้ำมะนาวและน้ำต้มสุกเล็กน้อยเพื่อเจือจางรสสักนิดนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-05.JPG

แล้วก็ค่อยใส่ตะไคร้ซอย  เนื้อปลาทอด  เม็ดมะม่วง และกุ้งแห้งลงไปค่ะ …… คนให้เข้ากันดี

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-060.jpg

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-07.JPG

จากนั้นก็ตักใส่จาน ตกแต่งด้านบนด้วยใบสะระแหน่สักเล็กน้อยพองาม……. แล้วเราก็จะได้ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-08.JPG

ขอบอก ว่ารสชาติกำลังดีเลยค่ะ …. เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานกลมกล่อมสมเป็นน้ำยำ …. จนุคุณสามีพิมเผลอกินเพลิน กินคนเดียวหมดเลยทั้งจานนี้อ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

ซึ่ง ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนอยากทำทาน แต่หากปลาทับทิมไม่ได้ สามารถใช้พวกปลาเก๋า ปลากะพงแทนได้ค่ะ พิมเคยใช้อยู่ …. แต่ว่าถ้าเป็นปลานิลนี่พิมไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่เคยใช้ แต่คิดว่าก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่รสชาติ กลิ่น อาจจะไม่โอเคเท่าปลาที่พิมบอกมาอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-10.JPG

ยังไงก็สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยลองทำเมนูนี้ … ก็อยากให้ลองทำดูนะคะ ถือว่าเป็นอีกเมนูนึงที่พิมภูมิใจนำเสนอเลยจ้า ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-12.JPG

 

 

จริงหรือไม่?! ที่ปลา, กุ้ง, ปู นั้นไม่มีความเจ็บปวด!!!


 

สมัยเด็กๆ เคยมีคนบอกว่าเวลาเอาเบ็ดเกี่ยวปากปลา ปลามันไม่เจ็บหรอก เราก็ได้แต่แปลกใจว่า “เฮ้ย มันดิ้นขนาดนั้น ไม่เจ็บตรงไหนฟร่ะ” ซึ่งก็เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ประมาณนี้เหมือนกัน และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบกันได้ แต่แล้วก็มีคนมาพิสูจน์เรื่องนี้ให้เราฟังจนได้

เรื่องมีอยู่ว่า มีทีมนักวิจัยพฤติกรรมสัตว์กลุ่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เขาก็สงสัยแบบเดียวกับเรานี่แหละ ว่าปลามันเจ็บปวดเวลาถูกเบ็ดเกี่ยวปากจริงหรือเปล่า เขาเลยทำการทดลองและพบคำถามที่ช็อกคนทั้งโลก นั่นคือการยืนยันว่าปลานั้นเป็นสัตว์ที่แสดงอาการเจ็บปวดช้ามาก เพราะมันมีระบบสมองหรือหน่วยรับความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในเซลล์ประสาทน้อยกว่า สัตว์อื่นหลายเท่า จึงทำให้เวลามันถูกเบ็ดเกี่ยวจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากเท่ากับที่สัตว์อื่น รู้สึก

ส่วนการที่เราเห็นปลาดิ้นนั้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มเดิมได้อธิบายว่า ที่ปลาดิ้น ไม่ใช่เพราะมันเจ็บปวด แต่เป็นการแสดงอาการขัดขืนและเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ ยิ่งกว่านั้นปลายังไม่แสดงอาการเจ็บปวดอื่นๆ เช่น แสดงความอ่อนแอเมื่อถูกพิษ และจากทดลองโดยเอาเข็มหลายเล่มแทงสอดเข้าไปในปากของปลาเทราต์ เรนโบว์ตัวหนึ่ง แล้วฉีดพิษเหล็กในของผึ้งเข้าไป ปลาตัวดังกล่าวก็ยังไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แถมระบบต่างในร่างกายก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และพอปล่อยลงน้ำมันก็ว่ายน้ำได้ปกติอีกด้วย

แล้วจริงหรือไม่?!…ที่ว่ากุ้งปูไม่มีความเจ็บปวด!!

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยกุ้งแห่งรัฐเมนที่ได้ทดสอบการแสดงความเจ็บ ปวดในสัตว์น้ำเปลือกแข็งโดยใช้กุ้ง Lobster เป็นตัวอย่างการทดลอง พบว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่มีระบบประสาทน้อยมาก และที่สำคัญคือพวกมันแทบไม่มีปลายประสาทสำหรับตอบสนองความเจ็บปวดเลย

“ถ้าคุณลังเลที่จะฆ่ากุ้งสักตัว คุณควรลังเลที่จะตบยุงด้วย เพราะระบบประสาทในส่วนนี้ของพวกมันแทบไม่มีอะไรต่างกันเลย” Robert Bayer ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกุ้งแห่งรัฐเมนกล่าวไว้

อ้าว ถ้ามันไม่เจ็บไม่ปวดจริงๆ แล้วทำไมมันถึงดิ้นตอนเจอน้ำร้อนล่ะ!?

เชื่อว่าหลายๆ คนคงคิดแบบนี้อยู่สิท่า งานนี้ทีมวิจัยเขาก็ได้ทดสอบด้วยการเอา Lobster เป็นๆ ไปจ่อน้ำร้อน และใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ซึ่งพบว่ากุ้งมีการดีดตัวเมื่อเข้าให้ความร้อนด้วย ซึ่งตรงนี้ทีมนักวิจัยกลุ่มดังกล่าวได้อธิบายว่า มีความเป็นได้ที่พวกมันอาจจะรู้สึกเจ็บปวด แต่เนื่องจากระบบประสาทที่มีอยู่น้อยมาก จึงทำให้เชื่อว่าการดิ้นของกุ้งนั้นเป็นการตอบสนองเพื่อเอาตัวรอดจากอันตราย มากกว่าการตอบสนองจากความเจ็บปวด

ได้ยินอย่างนี้หลายๆ คนคงอยากจะด่านักวิทย์ใจบาปพวกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าคิดจะด่าจริงๆ คงไม่ได้มีแค่นักวิทย์กลุ่มนี้เท่านั้นที่โดน แต่ยังมีพ่อครัวร้านอาหารทั่วโลกที่น่าจะโดนไปด้วยแน่ๆ เพราะวิธีทำอาหารจากปูและกุ้งที่ได้รับการการันตีว่าให้รสชาติดีที่สุด คือต้องทำขณะที่มันยังมีชีวิตอยู่

แต่เพื่อรักษาน้ำใจคนกินหลายๆ ท่านที่รู้สึกว่าวิธีนี้บาปและโหดร้ายไปสักนิด จึงมีการคิดขั้นตอนการทำอาหารจากกุ้งปูเพื่อให้พวกมันทรมานก่อนตายน้อยที่ สุด เช่น การน็อคด้วยน้ำแข็งแบบฉับพลัน การอัดด้วยน้ำแรงดันสูง และรวมถึงการหั่นที่ทำให้พวกมันตายทันทีแบบวิธีข้างล่างนี้เป็นต้น

ปล. “การดิ้นของกุ้งนั้นเป็นการตอบสนองเพื่อเอาตัวรอดจากอันตรายมากกว่าการตอบ สนองจากความเจ็บปวด ข้อสรุปของการวิจัย เป็นเพียงการคาดเดา ไม่ได้มีหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ กุ้งมีประสาทรับความรู้สึก แต่น้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดนะครับ”

 

นัก วิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยควีนเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์ศึกษาพบว่า สัตว์ก็รู้จักเจ็บและกลัวเช่นกันโดยได้พบว่า เมื่อทดลองเอากระแสไฟอ่อน ๆ ให้ดูดปูเสฉวน มันแสดงให้เห็นว่ามันเจ็บปวดและรู้จักเข็ด

ศาสตราจารย์ บ็อบ เอลวูด หัวหน้าคณะนักวิจัยได้แจ้งถึงการทดลองว่า ได้โยงสายไฟไปต่อกับปูเสฉวน ซึ่งเป็นปูที่ไม่มีเปลือก ต้องอาศัยอยู่ในเปลือกของปูอื่นเมื่อเดินกระแสไฟอ่อน ๆ ปูเสฉวนตัวที่โดนถูกช็อต จะทิ้งบ้านหนี แสดงว่ามันได้รับความเดือดร้อน แม้แต่ตัวอื่นที่ใช้กระแสไฟอ่อน จนมันไม่รู้สึก ถึงมันจะคงอยู่ในเปลือกเก่า แต่มันก็คอยทีอยู่ พอมีโอกาสก็จะผละไปอยู่บ้านใหม่ทันที

อาจารย์บ็อบกล่าวต่อไปว่า “การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า มันรู้จักยอมได้อย่างเสียอย่าง ยอมสละที่อยู่เก่า เพื่อแห่งใหม่ ในอันที่จะหลีกหนีอันตรายให้พ้น พฤติกรรมแบบนี้ เคยพบแต่ในสัตว์พวกที่มีกระดูกสันหลังเท่านั้น เมื่อมันรู้สึกเจ็บปวด แต่ยังไม่เคยพบในสัตว์พวกที่มีเปลือกแข็งหุ้มตัวเลย ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสัตว์เหล่านี้ก็รู้จักเจ็บปวดเช่นกัน

ผู้ เชี่ยวชาญในวงการศาสนา ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า เรื่องนี้จะยังผลให้เกิดกับอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์พวกที่มีเปลือกแข็งหุ้มตัวขึ้นมา บ้างอย่างกว้างขวางนอกจากนั้นยังจะพลอยทำบรรดาพ่อครัวแม่ครัวตามภัตตาคาร ซึ่งปิ้งย่างพวกสัตว์เหล่านี้เป็น ๆ โดยเคยคิดเสียว่าพวกมันเจ็บปวดไม่เป็นมาก่อน อดพลอยสะดุ้งสะเทือนไปด้วยไม่ได้

ฮือฮาชายหนุ่มจากเมกาตกปลาอายุ 200 ปีได้


 

คุณอ่านไม่ผิดหรือว่าผมพิมพ์ไม่ผิดแต่ประการใดครับสำหรับ หัวข้อข่าวที่ทุกท่านได้เห็นด้านบน มันคือความจริง จากข่าวที่รายงานมาว่ามีคนที่สามารถตกปลาที่มีอายุมากที่สุดในโตอนนี้ก็ว่า ได้คืออายุ 200 ปี มันจะจริงหรือเปล่าน่ะอันนี้ก็น่าสงสัยอยู่แต่ตามรายงานระบุว่า ปกติ แล้วสิ่งมีชีวิตอย่างปลามักจะมีอายุไม่ยืนยาวเท่าไหร่ เพราะหากไม่สิ้นใจตามวงโคจรชีวิต ก็มักจะถูกจับไปเป็นอาหารอยู่บ่อยครั้ง แต่ล่าสุดกลับต้องมีเรื่องน่าทึ่ง เมื่อ เฮนรี่ ลีบแมน ชายชาวอเมริกันคนหนึ่ง สามารถตกปลาที่มีอายุมากกว่า 200 ปีขึ้นมาได้!

ลีบแมน ซึ่งมีบ้านอยู่ในเมืองซีแอตเทิ่ล กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เดินทางไปตกปลาเพื่อคลายเครียดที่รัฐอลาสก้า และพอหย่อนเบ็ดไปที่ความลึก 900 ฟุต ก็มีปลาตัวหนึ่งมากินเบ็ดของเขา เขาจึงออกแรงดึงมันขึ้นมาทันที
ปลาอายุ 200 ปี
สุดท้ายแล้ว ลีบแมน ก็เป็นฝ่ายมีชัย แต่เขาก็ต้องตะลึงไม่น้อยกับผลงานของตัวเอง เมื่อปลาที่เขาตกมาได้ เป็นปลาที่มีอายุเกิน 200 ปีเลยทีเดียว ซึ่งเชื่อกันว่า นี่เป็นปลาที่แก่ที่สุด ที่มีการตกขึ้นมาได้ด้วย โดย ลีบแมน เปิดอกว่า “ผมก็พอรู้ว่ามันอายุมากอยู่ล่ะนะ แต่ผมไม่รู้เลยว่ามันเป็นปลาที่แก่ที่สุด จนกระทั่งเราได้ดูไกด์บุ๊กนี่แหละ”

 

^^ ^%^ Y^^ Y^Y M.M J^J >: :- .^*^. .+7+. .+6+.

 

 

ภาพ “ปลากัดไทย” สุดงดงาม โดยช่างภาพชาวไทย ‘วิศรุต อังคทะวานิช’


นำเสนอศิลปินชาวไทยบ้าง ครั้งนี้เป็นศิลปินจากกรุงเทพฯชื่อว่าคุณ ‘วิศรุต อังคทะวานิช’

เขาได้ถ่ายภาพปลากัดพันธุ์ไทยแท้ออกมาได้สวยงามมากๆ

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Popular Photography ว่าได้แรงบันดาลใจการถ่ายภาพนี้มาจากการไปดูโชว์ปลา

ได้เห็นปลาหลากหลายชนิด แตกต่างกันทั้งรูปร่าง สี จึงเกิดเป็นผลงานชิ้นนี้ถึงมา

 

fish 1

 

fish-2

 

fish-3

 

fish-4

 

fish-5

 

fish-6

 

fish-9

 

fish-10

 

ดีใจจริงๆที่ผลงานของคนไทยดังไกลไปถึงต่างแดน

ที่มา colossal