เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring


The conjuring หรือชื่อภาษาไทยว่า คนเรียกผี นั้นเรียกได้ว่ากวาดรายได้มหาศาลในอเมริกา หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ากลัว หลอนสุดๆ!! ซึ่ง The conjuring นี้ดูเผินๆอาจจะเหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป คือมักจะมีจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์บางอย่างจากบ้านร้างหลังหนึ่ง ตามหลอกหลอนกันในรูปแบบต่างๆ เช่นห้องปิดตาย เครื่องลาง หรือประวัติศาสตร์อิงศาสนา แต่สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่ที่ หนังสร้างจากแฟ้มประวัติที่เกิดจากเหตุการณ์จริงตะหาก!! เรื่องจริงสุดสยองขวัญชวนผวานี้จะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยคะ .. เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

เรียบเรียงและแปลโดย teen.mthai 

ภาพถ่ายเดียวที่มีนั้น หลายคนคาดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสวมหน้ากากผ้า อาจจะเป็น Bathsheba Sherman ผู้ต้องสงสัยว่าแม่มดอยู่ด้วย (ยืนตรงกลาง)

ภาพถ่ายเดียวที่มีนั้น หลายคนคาดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสวมหน้ากากผ้า อาจจะเป็น Bathsheba Sherman ผู้ต้องสงสัยว่าแม่มดอยู่ด้วย (ยืนตรงกลาง)

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งชื่อว่า Harrisville ใน Rhode Island อเมริกา เรื่องจริงจากคดีของสองสามีภรรยา เอ็ด และลอเรน วอเรน นักสืบสวนเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ที่มักถูกเชิญไปปราบผี หรือเวลาที่ไหนเกิดเหตุการณ์ของผีหลอกวิญญาณหลอน ซึ่งทั้งคู่ถูกเชิญไปโดยครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้วเผชิญกับอำนาจลึกลับดำมืด ตัวอย่างหนังยังไม่บอกเนื้อเรื่องเต็มๆ แต่เล่นเฉพาะฉากที่แม่ของครอบครัวนี้ที่รับบทโดยลิลลี่ เทย์เลอร์ ถูกหลอกหลอนอย่างชวนให้สะดุ้งโหยง

*?The Conjuring ถ่ายทำตามลำดับเหตุการณ์ในเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่ฉากแรกมาจนถึงฉากสุดท้าย ..*

บ้านในอดีต ที่ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) เคยอาศัยอยู่ เป็นภาพยุคปัจจุบันของที่ดินและบ้านหลังนี้อันมีตำนาน

บ้านในอดีต ที่ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) เคยอาศัยอยู่ เป็นภาพยุคปัจจุบันของที่ดินและบ้านหลังนี้อันมีตำนาน

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) อาศัยอยู่ในบ้านผีสิง!

  • ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) อาศัยจอยู่ในบ้านผีสิงนี้เป็นเวลาเกือบสิบปี โรเจอร์และแคโรลีน(คู่สามี-ภรรยา) ซื้อบ้านนี้ในช่วงฤดูหนาวปี 1970 ซึ่งพื้นที่ของที่นี่นั้นมีมากถึง 200 เอเคอร์ คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของครอบครัวเพอร์รอนและลูกสาวทั้ง 5 แต่!ในมิถุนายน 1980 พวกเขาก็ย้ายออก

เรื่องราวชีวิตของ บีทชีบ้า Bathsheba Sherman (ผีในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด!)

  • ใครที่ยังไม่ได้ดูหนัง บีทชีบ้า คือคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ฆ่าลูกตัวเองสังเวยซาตาน และเป็นวิญญาณที่ตามอาฆาต หลอกหลอนทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่บ้านของเธอ
  • Bathsheba Sherman?เกิดใน Rhode Island ในปี 1812 ต่อมาเธอได้แต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน Judson Sherman ซึ่งเธอแก่กว่าหนึ่งปี ที่ Connecticut ในเดือนมีนาคม 1844
  • Bathsheba เป็นแม่บ้านในขณะที่สามีของเธอทำงานเป็นเกษตรกรบนที่ดินของพวกเขาเอง
  • ต่อมาในเดือนมีนาคม 1849 Bathsheba และ?Judson ได้มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ?Herbert L. Sherman

 

รูปภาพในปี 1970-1971 ช่วงคาบเกี่ยวปลายปีที่ครอบครัวเพอร์รอนเริ่มเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ บ้านและที่ดิน ของ บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) ในสมัยยุคบุกเบิกนั้น ต้องบอกว่ายุคนั้นมีกล้องถ่ายรูปแล้ว หลังจากก่อสร้างมานานและอยู่มาหลายปีหลายสมัย จนถึงยุคกล้องถ่ายรูป แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายในมุมกว้าง จัดว่าเป็นคนมีฐานะ คนนึงในสมัยนั้น

รูปภาพในปี 1970-1971 ช่วงคาบเกี่ยวปลายปีที่ครอบครัวเพอร์รอนเริ่มเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ บ้านและที่ดิน ของ บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) ในสมัยยุคบุกเบิกนั้น ต้องบอกว่ายุคนั้นมีกล้องถ่ายรูปแล้ว หลังจากก่อสร้างมานานและอยู่มาหลายปีหลายสมัย จนถึงยุคกล้องถ่ายรูป แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายในมุมกว้าง จัดว่าเป็นคนมีฐานะ คนนึงในสมัยนั้น

Bathsheba Sherman เป็นแม่มดจริงหรือไม่!

  • ยังไม่มีหลักฐานพอที่จะบอกได้ว่า Bathsheba Sherman เป็นแม่มดจริง มีเพียงชาวบ้านในท้องถิ่นเล่าต่อกันว่า หลังจากที่อาศัยอยู่ในฟาร์ม ได้มีทารกอย่างลึกลับเสียชีวิตในความดูแลของเธอ เมื่อทารกถูกตรวจสอบ ผลออกมาว่าบาดแผลมีสาเหตุมาจากเข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่เสียบที่ฐกะโหลกศีรษะของเด็ก แม้ว่าชาวเมืองเชื่อว่า Bathsheba เสียสละทารกเพื่อสักการะปีศาจ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอที่ศาลพบว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดใดๆ แต่ประชาชนไม่เชื่อ

Bathsheba Sherman ตายยังไง?

  • ในการค้นคว้า วิจัยนั้นที่ หลุมฝังศพของเธอ ใน Harrisville, Rhode Island พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราคนหนึ่งเมื่อ 25 พฤษภาคม 1885 ประมาณสี่ปีหลังจากการตายของสามีของเธอ Judson ในปี 1881

การสื่อสารวิญญาณ Bathsheba กับ แคโรลีน เพอร์รอน 

  • แคโรลีน เพอร์รอน บอกเรื่องที่เหนือธรรมชาติกับ เอดและลอรเรน วอรเรน ว่าขณะที่เธอนอนอยู่บนโซฟานั้น จู่ๆเธอรู้สึกว่ามีของแหลมทิ่มที่ตัวเธอทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมาก เธอจึงสะดุ้งตื่น และเมื่อ เธอสังเกตที่ตัวก็พบรอยช้ำเป็นจ้ำๆ?ราวกับเข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่ได้เสียบผิวของเธอ?เธอได้ดูบริเวณรอบๆตัวคิดว่าเป็นผึ้งเจาะรึเปล่า แต่ก็ไม่เจอ! (ที่มาจากหนังสือของลูกสาวของเธอเอนเดรีย เพอร์รอน)

มีกี่คนที่เสียชีวิตในบ้านหลังนั้น?

  • 8 generations ในครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่และเสียชีวิตในบ้านว่าก่อนที่จะมาถึงเรา” ลูกสาวคนโตของครอบครัวเพอร์รอน ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ยังมีต่ออีกว่า ภายในห้องใต้ดินนั้ันมีสิ่งของบางส่วนของพวกเขาที่ไม่เคยทิ้งยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังมี The Black Book of Burrillville สมุดบันทึกสาธารณะของเมืองนี้ เผยให้เห็นว่าในช่วงเวลาหนึ่งในบ้านหลังนี้ได้เคยมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นหลายคดี เช่น ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ, ฆ่าตัวตายด้วยยาพิษ, ฆ่าข่มขืน, ฆ่าตกรรม, คนหายสาปสูญ เป็นต้น
ครอบครัว Perron

ครอบครัว Perron

แถวด้านหน้านั้น คือ 5 เด็กแสดงในหนัง  The conjuring และแถวบนคือในแต่ตัวละครที่มีชีวิตอยู่จริงทั้งหมด!

  • พี่คนโต : Andrea Perron คือคนขวาสุด รับบทโดย Shanley Caswell
  • คนที่ 2 : Nancy Perron คือที่นับจากซ้ายมาเป็นคนที่2 ? รับบทโดย Hayley McFarland
  • คนที่ 3 : Christine Perron คือคนที่2นับจากขวา ?รับบทโดย Joey King
  • คนที่ 4 : Cindy Perron คือคนซ้ายสุด รับบทโดย Mackenzie Foy
  • และคนสุดท้องคนที่ 5  : April Perron คือคนอ้วนตรงกลาง รับบทโดย Kyla Deaver
ครอบครัว เพอร์รอน (Perron )

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron )

หนึ่งเคสที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านผีสิงหลังนั้น และได้เอด และ ลอรเรนวอลเลนเข้ามาช่วย

ลูกสาวทั้งห้าคน

ลูกสาวทั้งห้าคน

 

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) : แม่ (แคโรลีน เพอร์รอน) และลูกสาวทั้งห้าคน

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) : แม่ (แคโรลีน เพอร์รอน) และลูกสาวทั้งห้าคน

 

แคโรลีน เพอร์รอน (Carolyn Perron), the mother in The Conjuring, today

แคโรลีน เพอร์รอน (Carolyn Perron), the mother in The Conjuring, today

แม่ที่ถูกวิญญาณร้าย บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) เข้าสิง ทำให้ตัวเองเกือบฆ่าลูกสาวคนสุดท้อง

ลอรเรน วอรเรน (ยังมีชีวิตอยู่) ผู้มีญาณทิพย์ กับผู้แสดง เวร่า ฟาร์มิก้า Vera Farmiga ในบทบาทของเธอ

ลอรเรน วอรเรน (ยังมีชีวิตอยู่) ผู้มีญาณทิพย์ กับผู้แสดง เวร่า ฟาร์มิก้า Vera Farmiga ในบทบาทของเธอ

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน ทั้งคู่คือ นักปีศาจวิทยา

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน ทั้งคู่คือ นักปีศาจวิทยา

ผู้ที่ปราบผีและสืบค้นคดีในบ้านที่ปัญหาในแต่ละที่ ตลอด50ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันทั้งสองทำคดีช่วยเหลือผู้คนมากถึง 5000 เคส

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน

 

ภาพบันทึก ถึงการทำงานใน บ้านผีสิง และผู้เป็นเจ้าของบ้าน (นั่งหันหลัง)

ภาพบันทึก ถึงการทำงานใน บ้านผีสิง และผู้เป็นเจ้าของบ้าน (นั่งหันหลัง)

กับสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ประหลาดทั้งในส่วนของเสียง จากเครื่องบันทึกเทป

เพื่อนำเก็บเป็นข้อมูลสืบค้นและการจัดการกับสิ่งชั่วร้ายที่แฝงตัวในบ้านแต่ละหลัง

ลอร์เรน วอลเลน ถ่ายรูปร่วมกับสิ่งของต้องสาป ในพิพิธภัณฑ์ที่บ่านของตนที่ได้รวบรวมไว้

ลอร์เรน วอลเลน ถ่ายรูปร่วมกับสิ่งของต้องสาป ในพิพิธภัณฑ์ที่บ่านของตนที่ได้รวบรวมไว้

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

ลอร์เรน วอลเรน ถ่ายรูป กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล (ตุ๊กตาตอนต้นเรื่อง)

ลอร์เรน วอลเรน ถ่ายรูป กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล (ตุ๊กตาตอนต้นเรื่อง)

เรื่องจริงดูน่ารักกว่าในหนังอีกนะเนี่ย!!

เอด – ลอร์เรน วอลเรน กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล

เอด – ลอร์เรน วอลเรน กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล

“เตือนด้วยความหวังดี อย่าเปิดมัน!!”

The conjuring

The conjuring

 

ของจริง! ห้องที่รวบรวม สิ่งของต้องสาป ที่เอด – ลอร์เรน วอลเรน เก็บไว้ภายในบ้าน

ของจริง! ห้องที่รวบรวม สิ่งของต้องสาป ที่เอด – ลอร์เรน วอลเรน เก็บไว้ภายในบ้าน

 

อุ้มให้ดูกันอีกซักรอบ .. ขนลุก!!!

อุ้มให้ดูกันอีกซักรอบ .. ขนลุก!!!

ตุ๊กตาแอนนาเบล?เป็นบันทึกที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด

ในบรรดาวัตถุทางวิญญาณที่ทั้งสองทำการสืบสวนมา

หลุมฝังศพ ของ เจ้าของที่ดิน นาง Bathsheba Sherman ผีต้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้

หลุมฝังศพ ของ เจ้าของที่ดิน นาง Bathsheba Sherman ผีต้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

หนังสือ House of Light ที่ลูกสาวคนโต เอนเดีย เพอร์รอน

หนังสือ House of Light ที่ลูกสาวคนโต เอนเดีย เพอร์รอน

เป็นคนเขียนขึ้นเล่าถึงประสบการณ์ในบ้านที่ตนอาศัยในวัยเด็ก และเรื่องราวของบ้านและที่ดินพื้นนี้

(มี 2เล่มกำลังออกเล่ม3)

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

วิดิโอคลิป ที่เหล่าสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นพูดถึง

 

เรียบเรียงและแปลโดย teen.mthai 

ขอบคุณข้อมูล houseofdarknesshouseoflight, historyvshollywood, pantip.com/topic/30857629

 

แนะนำ 25 สถานที่ท่องเที่ยวในแบบ “Dark Tourism” สำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ!


แนะนำ 25 สถานที่ท่องเที่ยวในแบบ “Dark Tourism” สำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ!!

หากพูดถึงการท่องเที่ยว แน่นอนว่าทุกคนจะนึกถึงสถานที่ที่ไปแล้วมีความสนุกสนาน ความท้าทาย และเปิดรับประสบการใหม่ๆ แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่า ในปัจจุบันมีการท่องเที่ยวประเภทหนึ่งที่ไม่ได้เป็นตามกระแส และถึงอย่างนั้นก็มีจำนวนผู้สนใจมากขึ้นทุกที

 

นั่นก็คือการท่องเที่ยวแบบ “Dark Tourism” โดยนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้จะนิยมไปเยี่ยมสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเพราะอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การฆาตกรรมหรือถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย พวกเขาไปดูซากปรักหักพังต่างๆ หรือไปเพื่อย้อนรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์นั่นเองครับ

 

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากจะลองมาท่องเที่ยวแบบ Dark Tourism ดูบ้าง ผมก็มีสถานที่อย่างว่ามาแนะนำให้เพื่อนๆถึง 25 แห่งด้วยกัน ถ้าหากว่ามีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันดูนะครับ

 

1.) Kigali Genocide Memorial Centre, Rwanda

dt1

 

2.) Auschwitz Concentration Camp, Poland

dt2

 

3.) Alcatraz, California

dt3

 

4.) Banff Springs Hotel, Canada

dt4

 

5.) Fukushima, Japan

dt5

 

6.) Babenhausen Barracks, Germany

dt6

 

7.) London Dungeon, England

dt7

 

8.) Riddle House, Florida

dt8

 

9.) Choeung Ek, Cambodia

dt9

 

10.) Ground Zero, New York

dt10

 

11.) Pompeii, Italy

dt11

 

12.) Island of the Dolls, Mexico

dt12

 

13.) Costa Concordia Shipwreck, Italy

dt13

 

14.) Oradour-sur-Glane, France

dt14

 

15.) Bran Castle, Romania

dt15

 

16.) Stull Cemetery, Kansas

dt16

 

17.) Leap Castle

dt17

 

18.) Suicide Forest, Japan

dt18

 

19.) The Ridges, Ohio

dt19

 

20.) Somme Battlefields, France

dt20

 

21.) Pripyat, Ukraine

dt21

 

22.) Belchite, Spain

dt22

 

23.) La Noria Cemetery, Chile

dt23

 

24.) Sedlec Ossuary, Czech Republic

dt24

 

25.) Okpo Land, South Korea

dt25

ข้อมูลจาก: viralnova

ที่มา:h ttp://www.wegointer.com/2014/10/dark-tourism/

15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย (คัดมาแล้วแบบเน้นๆ)


ผีดุ

เรียบเรียงและรวบรวม : teen.mthai.com
ข้อมูลและภาพ : A-DASH – bloggang.com / aonnaja555.blogspot.com / ff-napat.blogspot.com

ทุกที่มีเรื่องเล่า ทุกแห่งมีเจ้าของ และ มหาวิทยาลัยผีดุ สถานที่เหล่านี้ก็เป็นแหล่งลองของชั้นเลิศ ของผู้ที่ชอบท้าทายกับสิ่งเล้นลับ หากคุณเป็นคนที่ชอบค้นหาสิ่งลึกลับที่ไม่อาจหาคำตอบได้ teen.mthai.com จะพาคุณไปรู้จักนิยามแห่งความหวาดกลัว จิตตก และ ความหลอน มันเป็นยังไง!

แน่ใจหรึว่า คุณกำลังอ่าน 15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย อยู่ตามลำพัง ?

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ลิฟท์แดง ม. ธรรมศาสตร์

สถานที่เกิดเหตุ : ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ลิฟท์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี้มีเรื่องเล่าว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พวกทหารได้บุกเข้ามาใน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวก นักศึกษา ต่างหลบหนีเข้ามาใน ลิฟท์ ตัวหนึ่ง พอ ลิฟท์ ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่ว ลิฟท์ ต่อมาทาง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ ลิฟท์ ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง

มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ ลิฟท์ ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งมาขึ้น ลิฟท์ ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่า นักศึกษา อาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับ อาถรรพ์ ลิฟท์แดง ตัวนี้เข้า ทำให้ทาง มหาวิทยาลัย ต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตู ลิฟท์แดง ที่ถูกถอดออกไป ตอนนี้นี้ยังตั้งอยู่ที่ ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ ศาลในห้องน้ำหญิง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สถานที่เกิดเหตุ :  ตึกวิศวะฯ ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ศาลเจ้า ที่ติดอยู่บนผนัง ห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาว สถาปัตยฯ อกหักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ ห้องน้ำ ดังกล่าว

ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่…

บันไดหลอกผีที่ตึก B 
ที่ตึก B ถ้าใครเคยเข้าไปจะมีบันไดแปลกๆ ตั้งไข้วกันไปมาแบบเล่นระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าสวยดี แต่หากสังเกตจะพบว่ามีความแปลกอยู่ โดยสถานที่ตรงบันไดนั้นเคยเป็นลิฟต์มาก่อน แล้วตอนก่อสร้างมีคนงานตกลงมาตาย เขาเลยแก้เคล็ดด้วยการไม่สร้างลิฟต์ขึ้นมาอีก เปลี่ยนมาเป็นบันไดแทน และทำเล่นระดับไว้หลอกผีอีกด้วย

ตึกทรงไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ตึกทรงไทยนี้สร้างมานานพอๆ กับอายุของมหาวิทยาลัย เขาเล่ากันมาว่าตอนที่จะสร้างตึกเรือนไทย ได้มีการขุด ดินก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็ม แต่พอขุดไปสักพักกลับเจอโครงกระดูกเต็มไปหมด แต่ไม่มีส่วนหัว พอสืบไปสืบมา ปรากฎว่าส่วนหัวถูกนำไปฝังไว้ตรงคณะวิทย าศาสตร์ เท่าที่เล่าลือกันมา เมื่อก่อนบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งซ่องสุมของโจรแขก แล้วเจ้าคุณทหารฯ ก็เป็นคนที่โหดเยมเลยฆ่าตัดหัวทิ้ง แบบไม่ให้ไปผุดไป เกิดเพื่อจะได้เป็นผีเจ้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่นั้นๆ ต่อมาเจ้าคุณทหารฯ ได้บริจาคที่ดิน บริเวณนี้เพื่อการศึกษา พื้นที่ตรงนั้นเจ้าที่แรงมากจึงได้มีการสร้างศาลพระภูมิไว้ และถูกปล่อยให ้เป็นที่โล่งกว้างสืบไปสืบมาที่ตรงนั้น คือลานประหารมาก่อนด้วย ทุกวันนี้ตึกทรงไทยก็ยังน่ากลัวอยู่ เพราะเป็นตึกเก่าๆ โทรมๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศวังเวงสุดๆ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ slient hill movie

มหาวิทยาลัยผีดุ พยาบาลชุดแดง ม. เชียงใหม่

สถานที่เกิดเหตุ :  คณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่อง  พยาบาลชุดแดง คณะแพทย์ฯ ม.เชียงใหม่ เล่ากันว่าเคยมี นักศึกษา ชายคนหนึ่งของ คณะแพทย์ฯ ทำงานใน ตึกของฝั่งสวนดอกจนดึก เมื่อเสร็จจากงานจึงลง ลิฟต์ มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมองเห็นก็ พยาบาล คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะ พยาบาล กับ แพทย์ ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว ระหว่างรอ ลิฟต์ นักศึกษา คนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมอง พยาบาล คนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำ พยาบาล คนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปใน ลิฟต์ พยาบาล คนนี้ก็ถามว่า

พยาบาล ”มาทำอะไรดึกๆ”
นักศึกษา “มาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ”
พยาบาลคนนั้นเลยบอกว่า “ ให้ฉันช่วยนะ ”

นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าที่คอของ พยาบาลสาว เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมากและพยายามที่จะหนีออกมาจาก ลิฟต์ แต่ ลิฟต์ เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนาง พยาบาล คนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอน นักศึกษาแพทย์ คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมองหัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นมีคนพบ นักศึกษา ชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตู ลิฟต์ ซึ่งเปิดคาอยู่ เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างกับคนบ้าว่า “พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง ”

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ป๊อก…ป๊อก…ครืด ม. เชียงใหม่ 

สถานที่เกิดเหตุ : หอหญิงเจ็ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาว คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของ หอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษา ต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า(หรืออะไรซักอย่าง)

หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก … ป๊อก … ป๊อก … เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด …. ครืด … เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง  นักศึกษาหญิง เริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษา สะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได

รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิง คนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิง ที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง … ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน

ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยผีดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

สถานที่เกิดเหตุ : ทางเดินระหว่างตึกของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ / ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า สมัยก่อนมีคู่สามีภรรยานักการฯ ของ คณะสถาปัตย์ ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งสักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้

ที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป

เมื่อถามรุ่นพี่ๆ ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1

มหาวิทยาลัยผีดุ

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ . นครปฐม 

สถานที่เกิดเหตุ : หอเพชรรัตน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
ที่เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งมี นักศึกษา นอนอยู่ในห้องพักคนเดียวได้ยินเสียงคนเดินมาช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก นักศึกษา คนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่าเห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป

ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

สถานที่เกิดเหตุ : ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมี นักศึกษาหญิง ถูกข่มขืนและถูกฆ่าตายที่ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นนั้นคนเดียวในช่วงเย็น เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้วมองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใคร

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณ ป่ารกข้างหอ 9
หลัง เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน มีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลย เหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปดูจะเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพ ตึกเหลือง ตึกที่เก่าที่สุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อสร้างตั้งแต่สมัย ร.5

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สถานที่เกิดเหตุ : โต๊ะตรงคณะอุตสาหกรรม / ตึกคณะนิเทศศาสตร์
ในบริเวณนั้นมักมีคนได้กลิ่นหอมของดอกไม้โบราณหอมแบบ เย็นๆ นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงกระพรวนที่เท้าเด็กดัง เหมือนเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ หันไปหันมาจะเจอเด็กผมจุกนั่งอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเขาแค่อยาก ชวนเล่นด้วย หรือที่ ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ดึกๆ จะมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเดินไปเดินมา อาจเพราะบริเวณนี้ของ มหาวิทยาลัย เป็นรั้ววังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายในรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มครึ้ม ทั่วบริเวณ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
มีหอหนึ่งเคยเป็น โรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยสักคน และที่หอใน ชั้น 2 เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเห็นว่านักศึกษาคนนี้ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท 

สถานที่เกิดเหตุ : ลิฟต์อาคาร 9 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
ใครที่ขึ้นลิฟต์นี้ตอนดึกๆ จะมีคนกดเรียกลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แต่จะรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สถานที่เกิดเหตุ : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
คำบอกเล่าจาก อ . คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะ โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะ พยาบาล เป็นลมเพราะเห็น กองทัพพระนเรศวร เดินทัพลอยมาจากบนฟ้า

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

สถานที่เกิดเหตุ : ศาลาเขียว
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีศาลาประจำเอกคือ ศาลาเขียว ศาลานี้มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแผ่นป้ายที่ติดอยู่ ในศาลานั้นว่าทำมาจากต้นตะเคียน วันดีคืนดีจะมีผู้หญิงผมยาวๆ มานั่งอยู่เดียวดายในศาลา

มหาลัยผีดุ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

สถานที่เกิดเหตุ : ลานจอดรถยนต์ข้างศูนย์บรรณาสาร ( หอสมุด )

ว่ากันว่าเป็นแดนประหารเก่า และว่ากันมาว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกคนหนึ่งเคยเห็นผีคอขาด เดินลากโซ่เสียงดังเกรียวกราวไปมา และถ้าดึกๆ ใครขับรถผ่านก็จะขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยรังสิต

สถานที่เกิดเหตุ : หอชายเก่า
ที่หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์ และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติ จนกระทั่งตี 1 มีคนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้น มาไม่ได้ เพราะความเมา และคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นานก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็ม และหอนี้ไม่เคยปิดเป็นเวลา จึงมีนักศึกษาเข้า-ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่ หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยบูรพา

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักหญิงตรงลานเกือกม้า
หอพักหญิงชวนขนหัวลุกนี้ มีเพื่อนสนิทที่เจอผีเข้าจังๆ ที่ห้อง 516 เตียง 7 เป็นเตียงชั้นบน (เตียง 2 ชั้น) เวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วงตะวันใกล้โพล้เพล้แล้ว เพื่อนนอนหลับ แต่ระหว่างที่สะลึมสะลือจะตื่น ก็เห็นผู้หญิงไต่เตียงขึ้นไปหา ผู้หญิงที่เห็นใส่ชุดดำ ไว้ผมยาว กระโดดมาทับตัวเพื่อน ดิ้นไม่ได้เลย ทั้งยังบีบคอ จนต้องท่องนโมหลายจบ แล้วเขาก็หายไปในที่สุด พอสะดุ้งตื่นมาจริงๆ ไม่เจอใครในห้อง แล้วเตียงนั้นก็ไม่มีใครยอมมานอนอีกเลย

ตึกภาพพิมพ์ (ปัจจุบันโดนทุบทิ้งไปแล้ว)
ตึกภาพพิมพ์ ซึ่งเมื่อก่อนมีคนโดนฆ่าแล้วถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่บ่อนข้างๆ ตึก ในตอนนั้นหลายคนนึกว่าเป็นหุ่นของทางคณะศิลปกรรมนำมา ใช้โปรโมตละครเวที จนเวลาผ่านไป 2-3 วัน ศพเริ่มเน่าและอืดอยู่ในบ่อน้ำ จึงได้รู้ความจริงกันว่าไม่ใช่หุ่นธรรมดา

ตึกวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 8
ตามที่ร่ำลือกันมาว่ามีอาจารย์ เสียชีวิตอยู่ในห้องดรอว์อิ้ง ขณะที่กำลังสำรวจนั้น อยู่ดีๆ ลิฟต์ก็เปิดออกและปิดในทันทีพร้อมกับขึ้นไปที่ชั้น 8 โดยที่ยังไม่มีใครกดลิฟต์ในชั้นใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นเพื่อนทุกคนก็ถอยกรู ขนลุก ปรากฏว่าไม่มีใครอยาก ขึ้นไปอีกเลย

ห้องเซรามิก คณะศิลปกรรมศาสตร์
เล่ากันมาจากรุ่นพี่ที่มีสัมผัสที่ 6 คนหนึ่งว่า เห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยใส่ชฎารำอยู่ข้างในห้อง ตอนแรกก็คิดว่าเด็กเรียนรำไทยมาฝึกซ้อมที่นี่กันหรือ เปล่า พอตอนเช้าเขาไปถามได้คำตอบว่าไม่มี และเป็นประจำที่หน้าห้องนี้ดึกๆ หมาจะหอนกันเกรียวเลย

 

Credit  Mthai.com / unigang.com/Article/12690

8 วิธีเห็นผี!! ทดลองจริงจากคน 50 คน


ทุกวิธีต้องทำระหว่าง 4ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน และต้องไม่เลยเที่ยงคืนเพราะจะถือว่าเป็นวันใหม่

ทุกวิธีห้ามใส่พระ ยกเว้นวิธีที่8

วันที่ทำแล้วมีโอกาสเห็นมากที่สุดคือวันพุธ และ วันอาทิตย์

คนที่มีโอกาสเห็นได้ง่ายสุดคือคนที่เกิดวันพุธ วันศุกร์ และ วันอาทิตย์

ทุกวิธีอาจจะให้มีคนอื่นอยู่ด้วยก็ได้ยกเว้นบางวิธีที่จะระบุว่าคุณต้องทำคนเดียว

ทุกวิธีที่ต้องหลับตาหากคุณเปลี่ยนใจไม่อยากเห็น ให้เอาอุปกรณ์ทุกอย่างออก แล้วค่อยลืมตา

 

 

*วิธีที่1* “มองลอดใต้หว่างขา” (เห็นผี 21 คน)

1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี

2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม
จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก

3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ (จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)

4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม (ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
“พุทโธทายะ” (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)

***เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า

“พุทโธทายะ” และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3

5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้ แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้

และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด) เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว “ให้ตั้งสติดี ๆ” แล้วลืมตา

7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน***
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง) 3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่อง “พุทโธ” แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง

 

 

*วิธีที่2* “ตัดเล็บตอนกลางคืน” (เห็นผี 12 คน)

***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่”***

1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย

*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*

2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ (ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)

3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พัก

4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง “แก๊กๆ” นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ

5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้ (เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน

6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ

7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ” แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ (แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)

 

 

*วิธีที่3* “หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย” (เห็นผี 16 คน)

วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น

วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที

นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย

1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที

2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที

3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี

4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก (จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น

5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี

 

 

*วิธีที่4* “ดีดลูกคิดตอนกลางคืน” (เห็นผี 32 คน)

ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น

ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก

1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา

2. ดีดีลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย

3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก

4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น

5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด

 

 

*วิธีที่5* “เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน” (เห็นผี 6 คน)

1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)

2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)

3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น

 

 

*วิธีที่6* “ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว” (เห็นผี 31 คน)

ต้องทำคนเดียว

1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า (ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)

2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)

3. แล้วผีจะมาให้เห็น

 

 

*วิธีที่7* “แหงนหน้ามองตรงบันได” (เห็นผี 42 คน)

ต้องทำคนเดียว

1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่ (ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)

2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด

3. แล้วผีจะมาให้เห็น

 

 

*วิธีที่8* “สวมพระกลับหลัง” (เห็นผี 28 คน)

ต้องทำคนเดียว
1. สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)

2. ยื่นแขนซ้ายออกไปข้าง ๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น

3. มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็น

 

 

 

ที่มา: blog.eduzones.com/rangsit/78145

รอยสัก 15 แบบจากหนังสยองขวัญ ที่สวยและสยองที่สุด


หนังสยองขวัญมักสร้างความตื่นเต้นและเป็นภาพติดตาตั้งแต่ได้ดู เลยมีคนหัวใสเมื่อเห็นภาพมันในหัวอยู่บ่อยๆ

ก็เลยสักมันไว้บนร่างกายซะเลย ซึ่งนอกจากจะออกมาสวยงามแล้วมันยังสร้างความสยองให้คนที่เห็นอีกด้วยนะ

แต่สำหรับคนที่ชอบแนวนี้ ก็ชมภาพสวยๆสยองๆได้เลยค่ะ

 

รวมมิต The ExorcistPsychoFrankenstein และหลายๆเรื่อง

Horror Movie Tattoos (1)

 

Dead Snow

Horror Movie Tattoos (5)

 

Halloween

Horror Movie Tattoos (4)

 

Re-Animator

Horror Movie Tattoos (3)

 

The Exorcist

Horror Movie Tattoos (2)

 

FrankensteinThe WolfmanBride of Frankenstein บลาๆๆ

Horror Movie Tattoos (6)

 

ผีตัวตลก สุดหลอน

Horror Movie Tattoos (10)

 

Child’s Play

Horror Movie Tattoos (9)

 

Evil Dead 2

Horror Movie Tattoos (8)

 

Friday the 13th

Horror Movie Tattoos (7)

 

Tales from the Crypt

Horror Movie Tattoos (11)

 

Nightmare on Elm Street

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

Creepy Chestpiece

Horror Movie Tattoos (14)

 

Tales From the Crypt

Horror Movie Tattoos (13)

 

Pinhead

Horror Movie Tattoos (12)

 

หลอนกันเลยทีเดียว เห็นแค่รอยสักก็ขนลุกละ 

ที่มา oddee

            

ที่มา: catdumb.com/15-horror-movie-tattoos

เปิดตำนาน 52 เรื่องผี และสิ่งลี้ลับในจังหวัดสงขลา!


เรื่องที่จะนำมาเล่าต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้รับทราบจากการออกเดินทางไปทำงานวิจัย ตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดสงขลา  เเน่นอนล่ะว่าการออกเก็บข้อมูลงานทางไทยคดีศึกษาในเรื่องต่างๆ ตามสถานที่ต่างๆย่อมต้องได้รับทราบข้อมูลทั้งเชิงประจักษ์ เเละความเชื่อในเเนวทางเฉพาะถิ่น อาทิ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องภูติผี เเละดวงวิญญาณ(ลัทธิวิญญาณนิยม)เพื่อนๆ หลายๆ คนของผู้เขียนเลยขอให้ทำการรวบรวมนำมาเล่าสู่กันฟัง(บ้าง)  เพื่อเป็นประสบการณ์เเลกเปลี่ยนกัน

ปล.  เชื่อก็ได้…ไม่เชื่อก็ได้..เเล้วเเต่จะคิดนะคะ

1.หน้าโรงเรียนอุดมศึกษาพานิช.. สมัยก่อนล่วงผ่านเลยมามีเรื่องเล่ากันปากต่อปากจากผู้สูงวัยว่าที่เชิงสะพานตอนเช้าตรู่(ราวตี 4-6 โมงเช้า)มักจะมีสาวสวยผมยาวผิวขาวมากๆ  ใส่ชุดขาวมายืนโบกรถอยู่  หากใครจอดรถรับ  เธอจะหายไปพร้อมกับความซวย  หรือเรื่องร้ายๆที่เข้ามาเยือนคนดวงซวยคนนั้น…บรื๋ออออ

2.บริเวณถนนศรีภูวนารถ มีซอยหลายซอยมากๆ  มีอยู่ซอยหนึ่งคือซอย 12  ซอยนี้เองมีโรงเก็บหัวหอมร้างอยู่ซอยหนึ่ง  เล่าลือกันว่าผีดุมากๆ  มีเรื่องเล่าว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมีลูกจ้างโรงเก็บหัวหอมถูกบานประตูเหล็กตกใส่ ทับจนร่างกายเเหลก เละทั้งตัว  ไม่มีใครสามารถจะนอนค้างคืนในโรงเก็บหัวหอมร้างซอย 12 ได้เพราะถูกหลอกกันมานับไม่ถ้วนเเล้ว

3.สะพานรถไฟ(มีราวเหล็ก)ที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านน้ำน้อย  เคยมีคนตายกว่า 400 ศพ  ที่สำคัญเป็นการตายโหง ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยเชื่อกันว่าที่นี่เฮี๊ยนมาก  คนเฒ่าคนแก่หลายคนเรียกสะพานรถไฟแห่งบ้านน้ำน้อยว่าสะพานสายมรณะ  บ้างก็ว่าเป็นสะพานผีตายโหง  เคยมีเรื่องเล่าในอดีตว่า  เคยมีกลุ่มคนมายืนโบกรถอยู่ที่แถวๆสะพานรถไฟดังกล่าว  โบกรถเพื่อจะไปสงขลา  พอรถให้ขึ้นมาปรากฏว่าระหว่างขับกลุ่มคนดังกล่าวก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย  ทำเอาคนขับรถถึงกับจับไข้ไปหลายวัน

4.ซอยๆหนึ่งข้างวัดโคกนาว กับห้างโลตัส เด็กหาดใหญ่เรียกกันว่า…” ซอยคุณยายสปีด ” เชื่อกันว่าหากขับรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาในซอยคนเดียวหลังเที่ยงคืนในคืนเดือนมืดเเล้วจะเจอกับผีคุณยายสปีดหลอกเอา  ด้วยการกระโดดขึ้นมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์  ใครดวงซวยอาจถึงตายได้

5.ถนนสายหาดใหญ่-สงขลา(สายใหม่)ก่อนถึงปั้นน้ำมันมีเรื่องสยองเล่าว่า  เคยมีกลุ่มรถซิ่งถูกสายสลิงที่ขึงไว้กับต้นไม้ใหญ่ 2 ข้างทาง  ตัดเอาคนนั่งซ้อนท้ายซึ่งเป็นผู้หญิงจนหัวขาดมาเเล้ว…เชื่อกันว่าหากขับรถมาตอนกลางคืนเเล้วเห็นคนขับมอเตอร์ไซด์ไม่มีหัว…อย่ามอง หรือชี้มือไปหา  เพราะท่านอาจจะซวยเอาได้

6.บริเวณเปิดท้ายกรีนเวย์(ข้างป่าช้าโคกโพธิ์)…เเต่เดิมเป็นวังน้ำขนาดใหญ่  ชาวบ้านคลองเรียนเรียกกันว่า ” วังน้ำดำ ”  เชื่อว่าเป็นดินเเดนอาถรรณ์ที่ผู้มีวิชาอาคมมักมาลองปล่อยของกัน

7.วัดโคกนาว..สมัยก่อนเรียก ” โคกเน่า ”  เพราะเคยมีการฝังศพกันเป็นจำนวนมาก  เเต่ปรากฏว่ามีน้ำท่วมขังในบริเวณดังกล่าวในปีหนึ่ง  ชาวบ้านเลยจำต้องนำศพไปผูกติดเอาไว้กับกิ่งไม้ใหญ่  บ้างก็ว่ามีนายพรานหลายคนไปยิงสัตว์ในโคกเน่า  ถูกซากศพที่เน่าเปื่อยตกใส่จนขวัญหนีตามๆกัน  ผู้เขียนเคยสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้เเก่ท่านหนึ่ง  ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า…หากมืดค่ำจะไม่ยอมเดินทางผ่านโคกเน่าเป็นอันขาดเพราะผีที่นี่หลอกเก่งที่สุด

8.หน้าสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่…เชื่อกันว่าเฮี๊ยนน่าดูชม..เพราะจะต้องมีคนถูกรถชนตาย หรือรถทับตายทุกปี  หลายคนบอกว่าเขาต้องการ  ” ตัวตายตัวเเทน ”

9.หน้าวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่….บริเวณใต้สะพานลอยหน้าวิทยาลัย  เชื่อกันว่ามีผีเฝ้าอยู่ใต้สะพานลอย…ใครดวงถึงฆาตจะถูกผีผลักให้รถชนเพื่อเป็นตัวตายตัวเเทนตน(เด็กเทคนิคหาดใหญ่เล่ากันภายใน)

10.เจ้าที่ที่ปกป้องรักษาวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่นอกจากจะมีพระวิษณุกรรมแล้ว  บริเวณเชิงเขา(ข้างแผนกช่างยนต์)ยังมีเจ้าที่เก่าของที่นี่ปรากฏให้ได้เห็น  ครู-อาจารย์ เรียกท่านว่า “ทวดตาเดียว”  ส่วนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่เรียก “เจ้าพ่อตาเดียว”  ถือกันว่าท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์มากๆ  บูชาหรือเซ่นด้วยอะไรก็ได้  ยกเว้นเนื้อสุกร(เพราะท่านเป็นมุสลิม)

11.เจ้าที่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณเด็กที่นี่เรียกกันว่า..” ทวดเลียบ ”  เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่  ปรากฏในรูปของต้นไม่ใหญ่  เชื่อกันว่าหากใครขวัญอ่อน หรือต้องการเจริญก้าวหน้าในการเรียน หรือการงานด้านต่างๆให้บูชาท่านด้วยยาคูลท์ เท่านั้น

12.หน้าตึกเรียนอาคาร 13 ภายในมหาวิทยาลัยทักษิณ  เชื่อกันว่ามีความเฮี๊ยนระดับสูงมากๆ  เเละที่หน้าตึกเรียนอาคาร 13 นี้เองที่มีฮวงซุ้ยขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าตึก(น่าจะเป็นตึกเรียนตึกเดียวในประเทศไทยที่มีฮวงซุ้ยตั้งอยู่ด้านหน้า)  เล่าลือกันว่าบางครั้งดึกๆจะมีคนเดินไปเดินมาที่หน้าฮวงซุ้ย  มองนานๆเเล้วท่านก็จะหายไป

13.ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา  เชื่อกันว่าสระน้ำหน้าอาคารตึกอำนวยการหลังเก่า…เคยมีเด็กผู้หญิงที่มาเข้าค่ายที่นี่จมน้ำตาย  เธอมักชอบออกมาเล่นงานคนที่ดวงถึงฆาตด้วยการดึง หรือลากลงไปในน้ำ

14.ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา  อาคารหอสมุด(หลังเก่า)…เชื่อกันว่าที่ บล็อก ฮ. นกฮูก  มีดวงวิญญาณของนักศึกษาที่นี่สิงอยู่  ท่อนบนเป็นผู้ชายใส่ชุดช่างอุตสาหกรรม  ท่อนล่าง…..ไม่มี !!!

15.เเถวๆท้ายวัดคลองเรียน…ในอดีตยังมีต้นยางใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง  บนต้นยางปรากฏเป็นฝูง “ชิน” จำนวนมากลอยอยู่(ชิน  หลายคนเชื่อว่าเป็นผีชนิดหนึ่ง รูปลักษณะเป็นดวงไฟสีขาวขุ่นใหญ่ประมาณเท่าลูกฟุตบอล-1 เมตร) ปัจจุบันเชื่อว่าต้นยางใหญ่ดังกล่าวไม่มีเเล้ว  เเละน่าจะเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านร่มเย็น(ตรงบริเวณไหนไม่อาจคาดเดาได้เเน่ชัด)

16.รถเมล์สายหาดใหญ่-สงขลา(เด็กหาดใหญ่เรียก รถโพธิ์ทอง)….เชื่อกันว่ามีรถโพธิ์ทองอยู่คันหนึ่งมักปรากฏหญิงสาวในชุดนักศึกษา  ผมยาว  เธอมักชอบนั่งอยู่เก้าอี้เกือบท้ายสุดในยามหัวค่ำ  พอมองไปนานๆเธอจะหายไป

17.หลังวัดคลองเเห  ตำบลคลองเเห  อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา…เชื่อกันว่ามีเนินดินสูงอยู่เนินหนึ่ง เรียก…” โคกนกคุ่ม ” ภายในเนินดินว่ามีทรัพย์สมบัติฝังอยู่  เเละมีผีนานาชนิดเฝ้าดูเเล  อาทิ ผีปลาหัวกระโหลก

18.เเถววัดคูเต่า ตำบลเเม่ทอม สงขลา(วัดคูเต่าหลังเเรก…วัดสระเต่า)เคยมี ?เสือสมิง? อาศัยอยู่ใกล้บริเวณวัดได้เข้าทำร้ายสามเณรมรณภาพ 1 รูป คือสามเณรถูกกัดจนศีรษะขาดและถูกกินเป็นอาหารเป็นที่เล่าลืออย่างสยดสยองต่างๆนานา(เสือสมิง คือ เสือร้ายที่เชื่อกันว่าเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณร้ายที่แปลงร่างขึ้นมา)

19.วัดโลการาม  บ้านสะทิ้งหม้อ  สิงหนคร สงขลา…มีเจ้าที่ประจำวัดเป็นพญางูจงอางขนาดใหญ่  เรียก ” ทวดตาหลวงรอง ” เชื่อว่าใครบูชาเเล้วจะเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ…นอกจากนี้ยังเชื่ออีกด้วยว่าหากใครจะเข้ามาขโมยทรัพย์สมบัติของทางวัดจะโดนงูทวดเล่นงานจนต้องหนีกระเจิงทุกรายไป

20.หน้าอุโบสถวัดพรุเตาะ  หาดใหญ่  สงขลา มีต้นโพธิ์อยู่ต้นหนึ่ง…เชื่อว่าต้นโพธิ์นี้เเต่เดิมคือเจ้าอาวาสวัดพรุเตาะ  ครั้งหนึ่งท่านได้ใช้น้ำมันราดเเละเผาตนเองจนมรณภาพ  เเล้วท่านก็ได้เกิดใหม่เป็นต้นโพธิ์หน้าอุโบสถ(ชาวบ้านเขาเชื่อกัน)

21.บริเวณหัวเขาแดง-สงขลา  เชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยป้องปกดูแลอยู่เรียกว่า ?ทวดหัวเขาแดง?  เชื่อกันว่าท่านนั้นมักปรากฏกายให้ได้เห็นในรูปของจระเข้ใหญ่มีนัยตาสีแดงเพลิง

22.น้ำตกโตนงาช้างที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง  ปรากฏมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ป้องปกอยู่เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ-ทวดโต๊ะปะหวัง”  ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับน้ำตกเชื่อว่าท่านนั้นมีรูปกายเป็นเสือดำขนาดใหญ่ มีเรื่องเล่าว่าราวปี พ. ศ. 2549 ได้มีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์คนหนึ่งเดินทางมาเที่ยวน้ำตกโตนงาช้าง  จนตกช่วงเย็นชายคนดังกล่าวได้ออกเดินทางปีนขึ้นไปชมทัศนียภาพบนน้ำตกโตนงาช้าง จากนั้นจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  เพื่อนๆที่มาด้วยกันจึงออกตามหาแต่ก็หาไม่พบจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของทางน้ำตกทราบช่วยกันตามหาจนช่วงดึกจึงต้องยกเลิกไปแล้วออกหาตอนเช้าอีกที  หาอยู่ 3 วัน 3 คืนก็ยังหานักท่องเที่ยวชายชาวสิงคโปร์คนดังกล่าวไม่พบ  จึงได้เชิญหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีกรรม “เข้าทรง”  และพอได้รับข้อมูลมาว่านักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่หลงป่ายังมีชีวิตอยู่  ประทังชีพด้วยการกินยอดไม้ และน้ำเป็นอาหาร เขาเพียงโดน “ผีบังตา” เอาไว้ท่านมิต้องเป็นห่วงแต่ประการใด  ถึงเวลาเขาก็จะกลับมาเอง  แต่หลังจากนั้นก็ขอให้ช่วยสร้างศาลให้เราอยู่ด้วย  หัวหน้าทีมค้นหาจึงสัญญาว่าหากหาเจอก็จะสร้างศาลสถิตบูชาให้  วันที่ 4 ที่ออกค้นหาจึงหานักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจนพบแล้วสร้างศาลให้เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ-ทวดโต๊ะปะหวัง”

23.ห้องเบอร์ 333  ณ โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่เยื้องๆกับฟาร์มจระเข้เก่า…เชื่อกันว่ามีผีฝรั่งสิงสถิตอยู่  หากใครจิตอ่อนเวลานอนอยู่บนเตียงจะถูกลากขา  หรือบีบนวดขาให้ในเวลากลางคืน..ให้แก้เคล็ดด้วยการนำเหรียญบาท 3 เหรียญมาวางไว้ตรงมุมบานประตูทางเข้าห้อง(ด้านใน)แล้วบอกกล่าวขอเช่าห้องกับผีเจ้าของห้องก่อนจึงจะอยู่ได้อย่างปกติสุข(เจอกันหลายคนแล้วห้องเบอร์นี้)

24.ชาวอำเภอเมืองสงขลา  เชื่อกันว่า ณ เขารูปช้างมีผีฟ้า-เทวดาป้องปกรักษาอยู่เรียกกันว่า “ทวดช้าง” หรือ“พ่อทวดช้าง”  เชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของควาญช้างและพญาช้างใหญ่ 2 เชือก(พ่อพลายแก้ว  และแม่พังงา)

25.แถวน้ำตกโตนงาช้าง  และย่านหูแร่ในสมัยก่อนเชื่อกันว่ายังมี ?ผีหลังกลวง? อาศัยอยู่เชื่อกันว่าผีหลังกลวงเป็นความเชื่อของชาวไทยภาคใต้มีลักษณะเป็นเหมือนกับคนธรรมดาแบบเราๆท่านๆนี่แหล่ะ แต่มันไม่ชอบใส่เสื้อผ้า(ประมาณว่าใส่แต่กางเกงที่ขาดรุ่งริ่ง)และที่สำคัญคือมันมีสันหลังที่กลวงโบ๋วมีน้ำหนองไหลออกมาอย่างน่ากลัว ผีหลังกลวงชอบอาศัยอยู่ในแถบสถานที่ๆมีอากาศเย็นโดยเฉพาะในบริเวณน้ำตกต่างๆของทางภาคใต้ เชื่อกันว่ามันชอบกินของดิบๆเป็นนิสัย ส่วนกรรมวิธีในการหลอกคนก็คือ มันจะมาทำทีพูดจา-เจรจาเป็นมิตรกับผู้ที่ผ่านถิ่นที่อยู่ของมันในยามค่ำคืน  จากนั้นมันจะแกล้งคันหลังแล้วขอให้มิตรใหม่ช่วยเกาหลังให้… หันหลังให้คนที่มันจะหลอกดู(หลายคนพอได้เห็นหลังอันกลวงโบ๋วของมันแล้วก็อาจจะกลัวจนวิ่งหนีไปเลยก็มี) แต่ผีหลังกลวงในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดพัทลุงนั้นมันมีวิธีหลอกโดยการเดินมาตอนกลางคืนแล้วอาสาว่าจะช่วยตำข้าวให้ พอเจ้าของบ้านเผลอมันจะฉวยโอกาสหักคอกับครกตำข้าว(คนพัทลุงในสมัยก่อนเลยไม่ค่อยมีใครนิยมตำข้าวตอนเวลากลางคืน)

26.บ้านคูเต่า  อำเภอบางกล่ำ  จังหวัดสงขลา  ยังเชื่อว่าในเครื่องดนตรีของถิ่นตนมีผีชนิดหนึ่งสถิตอยู่เรียก “โต๊ะเคร็ง”  เชื่อกันว่าโต๊ะเคร็งเป็นผีที่สถิตอยู่ในเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคใต้ โดยหากมีการเซ่นสรวงที่ดีโต๊ะเคร็งจะทำให้การประกอบอาชีพทางด้านเป็นนักดนตรีเจริญก้าวหน้า แต่หากทำผิดกฎการเซ่นสรวงบูชาแล้วโต๊ะเคร็งจะนำพาความวิบัติมาให้ได้

27.เชื่อกันว่าในคลองอู่ตะเภาในอดีตยังมีจระเข้ผีสิงสถิตอยู่  มีตำนานเล่าว่า  ในอดีตลำคลองอูตะเภายังอุดมสมบูรณ์มีจระเข้อาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น  เนื่องด้วยมีปลาอย่างชุกชุมทำให้วิถีทางการดำเนินชีวิตของคน และจระเข้ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  จวบอยู่มายุคหนึ่งเกิดเหตุจระเข้กินคนเกิดขึ้นลือว่าเป็นจระเข้ผีสิง  ขึ้นมาจากน้ำ  คาบ กัดกินเด็กที่เล่นน้ำบริเวณท่าน้ำวัดท่าแซไปหลายรายจนเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของผู้คนในสมัยนั้นเป็นยิ่ง  จวบจนความเจริญได้เดินทางเข้ามาสู่ชุมชนคลองอูตะเภามากขึ้น  ตำนานจระเข้กินคนเลยลบหายไปกับกาลเวลาเหลือเพียงคำเล่าลือจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า….ในอดีตลำคลองแห่งนี้ยังเคยมีจระเข้ผีสิงที่ชอบกินเด็กเป็นอาหารอาศัยอยู่

28.เชื่อกันว่าทะเลสาบสงขลายังมีนางเงือก(ผีนางเงือก)อาศัยอยู่  ณ ยามใดก็ตามที่เป็นคืนจันทร์เดือนเพ็ญสว่างเต็มท้องน้ำ  ผีนางเงือกจะขึ้นมาจากท้องน้ำ  นั่งอยู่บนโขดหิน  ใช้หวีที่ทำจากก้างปลาหวีผมอย่างน่าดูชม…..ใครดวงถึงฆาตนางจะลากลงไปในท้องน้ำเอาบุรานายนั้นทำสามี

29.ถนนสายบ้านในไร่-เขากลอย(ทางโค้งข้อศอก)…ยามค่ำคืน   หากเห็นหญิงสาวรถมอเตอร์ไซด์เสีย  ยืนคนเดียว… อย่าชี้นิ้วไปหา-อย่ารับขึ้นรถ…เพราะไม่ใช่คน!!!

30.ต้นไทรใหญ่หน้าวัดคลองเรียน  มีอายุนานมากแล้ว(อาจจะถึง หรือเกิน 100 ปี)…..ยามค่ำคืนมักปรากฏผู้คนมากมายพร้อมเทียนส่องสว่าง  พวกเขามาหาตัวเลขก่อนวันหวยออกกันน่ะ  แต่….หากเห็นผู้คนมากมายอันตรธานหายไปในพริบตาที่ชี้มือไปหา…ท่านจะซวยเอาได้!!!

31.พระคเณศ  หน้าภาควิชาศิลปะ  ว.ค.สงขลา  เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ…..หากใครอยากลองดีให้มาตอนเที่ยงคืน  พร้อมกับหันก้นเข้าหาและ…เกาใส่หน้าท่าน(เชื่อกันว่าจะโดนดีทุกรายไป)

32.ข้างภาคศิลปะ ว.ค.สงขลา  สมัยก่อนยังมีต้นมะพร้าวใหญ่อยู่ต้นหนึ่งข้างสระน้ำ(ปัจจุบันตัดทิ้งแล้ว)…..ยามดึกๆเด็กๆที่นี่อาจจะเห็นชายหนุ่มร่างกำยำผิวดำหัวหยิก  ไม่ใส่เสื้อผ้า  พุ่งดิ่งลงมาจากต้นมะพร้าว  ลงสู่สระน้ำข้างภาควิชา…หายลงไปไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย.. ไม่ต้องตกใจ  เขาแค่ทักทายเด็กศิลป์น่ะ(สมัยก่อนเจอกันบ่อย)

33.ตำนานบ้านโลงศพ (หน้าซอย 10 ราษฏร์อุทิศ) เคยได้ยินเรื่องเล่าในหาดใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนคือเรื่องตำนานบ้านโลงศพ  ว่ากันว่ามีบางส่วนของตัวบ้านดังกล่าวที่สร้างออกมาเหมือนรูปโลงศพยังไงยังงั้น  เล่าลือกันอีกต่อว่าหลังจากเจ้าของบ้านได้เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุหมู่ยกครัว  (บางคนก็เล่าลือว่ามันเห็นเรื่องแปลกๆเวลาขับรถผ่านบ้านหลังดังกล่าว(ปัจจุบันบ้านโลงศพกลายเป็นร้านถ่ายรูปไปแล้ว)

34.บ้านรูปยิ้ม (ท้ายซอย 7 ราษฏร์อุทิศ)เป็นภาพขาว-ดำ ของหญิงสาวนางหนึ่งที่เล่าลือกันว่าเธอผูกคอตายภายในบ้าน ได้มีการนำรูปภาพดังกล่าวมาแขวนไว้บริเวณหน้าบ้าน  ลือกันอีกว่าหากใครดวงซวยเวลาขับรถผ่านหญิงสาวในภาพจะยิ้มให้(รีบไปทำบุญล้างซวยโดยด่วน!!!)

35.ตำนานผีช่องแอร์ที่หาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ที่เป็นต้นเหตุแห่งตำนานผีช่องแอร์(ฆาตกรรมยัดช่องแอร์) และก็มีการเล่าลือกันว่าห้องดังกล่าวของโรงแรมที่เกิดเหตุมีอัตราความเฮี๊ยนสูงมากๆ!!!  ใครมาพักมักเจอดีเข้าแทบทุกราย  เส้นผมหญิงสาวร่วงลงมาจากเพดาน  เสียงประหลาดยามค่ำคืน  กลิ่นศพเน่าโชยมาโดยหาสาเหตุไม่ได้!!!  หลายคนมาถามผมว่าแล้วมันที่ไหนกันล่ะโรงแรมนั้น  แน่นอนว่าไม่ใช่โรงแรมกลางเมืองหาดใหญ่แน่  โรงแรมนี้ร้างมากว่า 10 ปีตั้งแต่น้ำท่วงใหญ่คราวนั้นแล้ว หลายคนบอกว่ามันคือโรงแรมหาดใหญ่ออxxxจริงหรือไม่?

36.เรื่องผีที่อาคาร 3 เด็กเทคนิครุ่นเก่าๆเขาเล่าลือกันนักกันหนาว่าแต่เดิมอาคาร 3 ในวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่เคยมีคนตกลงมาตาย(ครูหลายคนยืนยันว่าจริง)หากยืนมองวิวทิวทัศน์อยู่ดีๆมีใครตกลงมาแล้วปรากฏว่าร่างนั้นอันตรธานหายไป  ขอร้อง…อย่าไปทักเดี๋ยวซวย!!!

37.ตำนานต้นจามจุรีให้โชค-หาดใหญ่ใน  หลายคนเรียกกันว่าทวดแม่จามจุรี หรือทวดไกรสิงห์-ราชสีห์จามจุรีใหญ่อันเป็นที่สิงสถิตของทวดแม่จามจุรีตั้งอยู่ ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่ ลือกันว่าต้นไม้ต้นนี้เคยเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ผู้คอตาย)สืบตำนานพอได้ว่าในราวปี พ.ศ. 2552  ภรรยาของตำรวจชั้นประทวนซึ่งทำงานอยู่ใน สภ.หาดใหญ่   ได้หลับลงด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการปฏิบัติภาระหน้าที่ประจำวันที่บ้านพักใกล้กับต้นจามจุรี  ครั้งหลับก็ฝันไปว่ามีเจ้าแม่จามจุรี สถิตอยู่ ณ ต้นจามจุรีใหญ่ใกล้กับที่พักของตน  เจ้าแม่จามจุรี  หรือทวดแม่จามจุรีบอกว่าจะให้เลขเด็ดแต่มีข้อแม้ว่าขอให้ตั้งศาลให้ที่ใต้ต้นจามจุรีเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน  ปรากฏว่าถูกหวยจริง  แต่ผู้เป็นภรรยาของตำรวจชั้นประทวนนางนี้ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียเท่าใดนักจึงไปทำการบนกับทวดแม่จามจุรีว่าขอให้ถูกหวยเป็นครั้งที่สองแล้วจะสร้างศาลแก้บนให้  ปรากฏถูกหวยมาเลย์จริงดังที่ทำการบนไว้  ต่อมาจึงมีการสร้างศาลเพียงตาไว้ให้สำหรับเป็นที่สถิตแก่ทวดแม่จามจุรี  ครั้งข่าวลือเรื่องทวดแม่จามจุรีให้เลขเด็ดได้อย่างแม่นยำยิ่งนักรู้ถึงหูเซียนหวย  นักเลงตัวเลขจากทั่วประเทศจึงแห่กันเดินทางมาเพื่อขอเลขเด็ด  ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างประเทศที่ทราบข่าว อาทิ ชาวมาเลย์  สิงคโปร์  จีน  เป็นต้น  จามจุรีอันเป็นที่สิงสถิตของทวดแม่จามจุรี ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่จึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วทุกสารทิศ  ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  อันมีสิ่งมุ่งหวังอันเดียวกันคือ “เลขเด็ด” นั่นเอง  นอกจากเรื่องเลขเด็ดที่ชาวบ้านนิยมมาขูด  ทาแป้ง  ลูบหากันแล้วนี่ยังปรากฏความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่แพร่สะพัดกันไปในวงกว้าง  คือเชื่อกันว่าทวดแม่จามจุรีนี้ไม่ชอบให้ใครมาตัดกิ่ง ก้าน ใบโดยไม่ได้รับอนุญาต  ดังเรื่องเล่าลือที่ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเคยมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ จะทำการตัดแต่งกิ่งไม้ข้างถนน  ครั้งตัดแต่งมาเรื่อยๆจนถึงต้นจามจุรีใหญ่ต้นดังกล่าวปรากฏว่าอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ทำงานอยู่นาน  พยายามอย่างไรก็ไม่สามารถซ่อมอุปกรณ์ดังกล่าวได้  จึงต้องล้มเลิกการตัดแต่งกิ่งต้นจามจุรีออกไป  ครั้งเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่มาทำการตัดแต่งกิ่งไม้ในครั้งที่สองก็ปรากฏว่าอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ทำงานเหมือนครั้งแรก  จึงเกิดการเล่าลือกันถึงเรื่องความเฮี๊ยนของต้นจามจุรีใหญ่ ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  กันอย่างกว้างขวาง

38.ตำนานผีทวดเฝ้าถ้ำ  หรือตำนานทวดแหลมจาก  เป็นความเชื่อของชาวบ้านตำบลเกาะใหญ่  อำเภอกระแสสินธุ์  จังหวัดสงขลา ตำนานทวดแหลมจากมีดังนี้กล่าวคือ  ภายในอาณาบริเวณของหมู่ที่ 1  ตำบลเกาะใหญ่  อำเภอกระแสสินธุ์  จังหวัดสงขลา  ปรากฏว่ามีถ้ำใหญ่อยู่แห่งหนึ่งที่ซึ่ง ณ ถ้ำแห่งนี้เองชาวบ้านล้วนเชื่อกันว่าภายในถ้ำมีทรัพย์สมบัติ  แก้วแหวนเงินทอง  ถ้วยชามที่เป็นทองคำฝังเอาไว้อยู่ภายในเป็นจำนวนมาก  และภายในถ้ำนี้เองปรากฏว่ามีจระเข้ใหญ่  ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นจระเข้เจ้าและศักดิ์สิทธิ์

พร้อมทั้งขนานนามให้ว่า  “ทวดแหลมจาก”  มีหน้าที่เฝ้าปกปักรักษาทรัพย์สมบัติดังกล่าวอยู่  คนแต่ครั้งโบราณหรือชาวบ้านในสมัยก่อนจะสามารถเข้าไปหยิบยืมทรัพย์สมบัติต่างๆของทวดแหลมจากได้แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนด  ครั้งกาลต่อมามีคนพาลเข้าไปหยิบยืมทรัพย์ของทวดแล้วไม่ได้นำไปคืนให้  ทวดแหลมจากจึงโกรธและปิดถ้ำลงด้วยหินก้อนขนาดใหญ่ตรงบริเวณปากทางเข้าถ้ำ  ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครสามารถเข้าไปหยิบยืมทรัพย์สมบัติของทวดได้อีก  แต่ชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวก็ยังเชื่อว่าทวดแหลมจากในรูปของจระเข้ทวดขนาดใหญ่ยังคงสถิตอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้น

ทวดท่าข้าม  หรือ  ทวดพญาท่าข้าม

39.ตำนานทวดแม่กง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งบ้านเกาะหมี มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึงรูปแบบ-ความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กงเอาไว้ว่า…..เมื่อนานมาแล้วยังมีชายชาวบ้านเกาะหมีคนหนึ่งนั่งคุยกับเพื่อนที่ชานเรือน  เขาท้าเพื่อนๆเอาไว้ว่าไม่เชื่อในตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กง…..“ถ้าทวดแม่กงศักดิ์สิทธิ์จริง  ขอให้ขึ้นมาหาเขาบนเรือน เขาจะยอมให้ทวดกัดให้ถึงแก่ชีวิต”   ขณะเดียวกันนั้นเองปรากฏว่ายังมีพญาคางคก(แม่กง)ใหญ่อยู่ตนหนึ่ง  นั่งอยู่บนโขดหินริมฝั่งน้ำ ณ บ้านเกาะหมี  โจนทะยานลงจากโขดหินลงสู่แม่น้ำดังกล่าวเสียงดังสนั่น…..กลายร่างเป็นเข้เจ้า(จระเข้ใหญ่)ในทันทีทันใด  ว่ายตรงไปสู่บ้านของชายหนุ่มผู้ท้าทาย  ถึงริมฝั่งได้  ทวดแม่กงมองชายผู้ท้าทายด้วยสายตาที่โกรธอย่างถึงที่สุด  พร้อมลำเลียงตนขึ้นสู่บนฝั่งพร้อมกลายร่างเป็นงูบองหลาขนาดใหญ่(งูจงอางขนาดใหญ่)  เลื้อยตรงรี่เข้าไปจนถึงบ้านของชายผู้ท้าทาย  ขึ้นไป ณ เรือนชานได้ก็ตรงเข้าหาชายคนดังกล่าว…เล่นเอาท่านเจ้าของบ้านถึงกับหน้าถอดสี  จำต้องยอมขอขมาโทษแก่ทวดแม่กงในทันทีทันใด   ทวดจึงยอมกลับลงสู่แม่น้ำ  มิทำร้ายเอา(สืบทราบว่าปัจจุบันชาวบ้านเกาะหมีก็ยังคงเชื่อกันอยู่)

40.ตำนานผีนางรำไร้หน้าที่โรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งแถวย่านหาดใหญ่ใน เป็นเรื่องเล่ากันในหมู่นักเรียนโรงเรียนนี้มานานแล้วว่าที่ตึกศูนย์ศิลป์ มักมีเหตุการณ์แปลกๆในค่ำคืนวันทางศาสนา เช่น วันพระ เป็นต้น กล่าวคือมักมีคนได้ยินเสียงดนตรีไทยแว่วมาตามลม  บางคนที่ดวงไม่ค่อยดีอาจเห็นนางรำไร้หน้ากำลังร่ายรำกันอย่างสวยงาม…บรื๋อ!!!

41.ตำนานผีผ้าม่านในตึกศูนย์ศิลป์ที่โรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งแถวย่านหาดใหญ่ใน เรื่องเล่าของเด็กวงโยฯเก่าๆเขาเล่ากันให้ฟังมาว่า  มักมีอะไรแปลกๆชอบเดินไปมาผ่านผ้าม่านในตึกหลังดังกล่าว  เป็นเงาดำๆ แต่พอเดินตามมันไปมันก็จะหายไป  เด็กรุ่นเก่าๆเขาเล่าให้ฟังมาน่ะ!!!

42.ตำนานกระดาษข้อสอบที่เกินมาในอาคาร 2 ม.หาดใหญ่  เล่าลือกันในหมู่นักศึกษาว่า ณ ห้องสอบห้องหนึ่งในอาคารดังกล่าวอาจารย์จะต้องแจกข้อสอบให้เกินมา 1 ชุดเสมอๆเพราะเคยมีเหตุนักศึกษาตายในระหว่างสอบ  หากข้อสอบไม่เหลือ 1 ชุดมักมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นเสมอๆ(เด็กที่นี่เขาเล่าลือกันน่ะ)

43.เรื่องผีห้อยขา  ม.หาดใหญ่  ลือกันในหมู่นักศึกษาว่า ณ ตึกๆหนึ่งใน ม.หาดใหญ่หากใครเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่ที่เหนือบันไดตัวหนึ่ง  อย่าไปร้องทัก(เพราะไม่ใช่คน)

44.ตำนานเสียงซอดังแว่ว ณ ห้องดนตรีไทยโรงเรียนวรนารีเฉลิม เชื่อกันในหมู่เด็กนักเรียนว่าเวลาดึกๆมักได้ยินเสียงดนตรีไทย(โดยเฉพาะเสียงซอ)ดังแว่วมาจากตึกดังกล่าว(ชั้น 3) ข้างในมีใครอยู่หรือเปล่า? นั่นสิ ไม่รู้  เพราะประตูทางเข้ามันล็อคจากข้างนอก!!!

ปล.  ผู้เขียนเองก็เคยไปฝึกสอนที่โรงเรียนนี้มาแล้ว  ปรากฏว่าเจอเหตุการณ์แปลกๆที่อาคารดังกล่าวเหมือนกัน  กล่าวคือคืนนั้นต้องมาช่วยท่าน อ.สืบ  แกะแผ่นโฟมที่ห้องศิลปะทั้งคืน  ผมอยู่กับเพื่อนรวม 3 คนปรากฏว่าตกดึกเพื่อนๆอีก 2 คนออกไปกินกาแฟ  ส่วนผมอาบน้ำ(ราวตี 2) ขณะอาบน้ำนั้นเอง(ห้องน้ำครูชั้น 2)มีคนมาเคาะประตูแรงๆ 2 ที  พอใส่กางเกงได้ก้รีบออกมาดุปรากกว่าไม่เจอใคร  มองออกไปที่หน้าต่างพบเพื่อน 2 คนยังนั่งอยู่ร้านกาแฟ ในตึกมีผมอยู่คนเดียว  และยังคงสงสัยอยู่ทุกวันนี้ว่า  ใครกันเล่าที่กรุณามาเคาะประตูห้องน้ำตอนตี 2  ส่วนเหตุการณ์เสียงซอดังแว่วก็เคยได้ยินนะ ได้ยินพร้อมกันทั้ง 3 คนตอนเที่ยงคืนตรง  แต่พอออกหาต้นตอของเสียงกลับมาจากซอของ อ.สืบ ที่แอบเล่นอยู่ข้างล่าง(นอนดึกจริงนะท่าน)

45.เรื่องเล่าสายลมที่พัดแรงในห้องสมุดโรงเรียนวรนารีเฉลิม  สายลมดังกล่าวมักพัดในเวลาช่วงเช้าทำให้เก้าอี้ในห้องสมุดหกล้มระเนระนาดไปหลายตัว  ทั้งๆที่ปิดหน้าต่างหมดทุกบานแล้วนะ!!!

46.ตำนานผีวิ่งเล่น ที่อาคารเรียนอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่  เล่าลือกันในหมู่นักศึกษาอิเล็กรุ่นเก่าๆ(ราวปี 36)ว่าชั้น 4 อาคารเรียนอิเล็กยามค่ำมักมีเรื่องแปลกๆ  เคยมีเด็กที่เรียนภาคบ่าย(สมัยก่อน)ช่วยปิดประตูอาคารเรียนให้อาจารย์  ตรวจเช็คว่าไม่มีใครอยู่ในตึกแล้ว แต่…ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนวิ่งอยู่ข้างบน  พอขึ้นไปดูอีกครั้งก็ไม่ปรากฏใครบนอาคาร  ว่ากันว่าคนที่ดวงซวยมากๆอาจเจอเป็นเงา  เป็นร่างให้ได้เห็น  อาทิ บริเวณแท้งเก็บน้ำอาคารอิเล็กที่หลายๆคนเคยเจอมาไง!!!

47.ตำนานนักเรียนหญิงถักเปีย ณ บันไดเวียนโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ เล่าลือกันว่าหากใครดวงซวยจะเจอเข้ากับเธอ  บางครั้งเธอจะมาให้คุณเห็น  บางครั้งจะมาเป็นเสียงเหมือนคนตกบันได  อย่าพยายามวิ่งค้นหาเธอล่ะ  ยังไงก็หาไม่พบ

48.ตำนานผีบูม ของคณะ วจก. เชื่อกันว่า ณ มหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่(ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างโลตัส)ยังปรากฏเรื่องเล่าที่น่าขนพองสยองเกล้าเรื่องหนึ่งว่า  เคยมีรุ่นพี่คณะ วจก.เช่ารถตู้เหมารวมกันจะไปรับปริญญาที่จังหวัดหนึ่งทางตอนล่างของภาคใต้(วิทยาเขต)  แล้วรถตู้ประสบอุบัติเหตุตายหมู่หลายศพ  พอถึงเวลาผ่านมาบรรจบรุ่นพี่ที่ตายไปมักจะกลับมาบูมถึงห้องน้องๆคณะ วจก. เพราะยังไม่ได้รับปริญญา  เล่ากันต่ออีกว่าหลายคนเจอเข้ากับตัวถึงกับจับไข้ไปหลายวัน

49.ตำนานแขน-มือปริศนา  เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของนักเรียนโรงเรียนกอบกุลวิทยาคม หมู่บ้านคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาคารห้องสมุดเก่าของโรงเรียนว่า  หลายคนมักจะเห็นแขน-มือปริศนาที่มีเล็บยาวและแหลมมากเป็นบางครั้งในเวลาเย็นๆ หรือกลางคืน หากมองนานๆแขน-มือดังกล่าวจะหายไป!!!

50.ตำนานผีทหารที่โรงเรียนบ้านคลองแงะ (ชาติบุณยวิทยาการ) อำเภอสะเดา เล่าลือกันในหมู่คนเฒ่าคนแก่ ณ บริเวณใกล้กับโรงเรียนว่าสถานที่ตั้งโรงเรียนเดิมทีเป็นสุสานทหารญี่ปุ่น  เคยมีคนมาลองของกันตอนดึกปรากฏเจอผีทหารญี่ปุ่น(ไม่มีหัว)ต้องวิ่งกันกระเจิง

51.ตำนานผีผูกคอในตู้เหล็ก  เป็นเรื่องเล่าของนักศึกษาหอพักอาคาร 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง(ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างโลตัส)เล่าลือกันในหมู่เด็กหอพักว่ามักเจอเหตุการณ์แปลกๆเวลาเอาเสื้อผ้า-วัสดุอุปกรณ์ไปเก็บในล็อคเกอร์-ตู้เหล็กภายในหอพักดังกล่าว  ว่ากันว่าคนที่ดวงซวยมากๆจะเห็นเป็นนักศึกษา(ชาย)ผูกคอตายในตู้เหล็ก!!!

52.ตำนานชุดนอนสีแดงหอพักในและตำนานเต่าปริศนา เป็นเรื่องเล่าในหมู่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทักษิณว่า ห้ามใส่ชุดนอนสีแดง และห้ามร้องเพลง “แต่ปางก่อน” ในหอพัก  ไม่งั้นจะเรียนไม่จบและอาจเจอดีในหอพัก  หลายคนเล่าให้ฟังว่าหากใส่ชุดนอนสีแดงจะถูกผีดึงลงมาจากเตียงนอน  หากร้องเพลง “แต่ปางก่อน” ภายในหอพักจะมีเสียงร้องคลอตามมา…บรื๋อ!!!  ตำนานเต่าปริศนา ณ สระน้ำหน้าหอพักริมบึง  เด็กที่ ม.ทักษิณเชื่อกันว่าหากใครมานั่งเล่นในยามค่ำคืนแล้วเห็นเต่าในสระน้ำหน้าหอพักริมบึงแล้วจะทำให้เรียนไม่จบ

ที่มา : webboard.yenta4.com/topic/482335

รวม 22 ภาพ GIF ที่จะทำให้คุณนอนไม่หลับทั้งคืน ใจไม่แข็งห้ามดูนะ


822368-top

หมูหันได้รวบรวมเอาภาพ GIF อันน่าสยดสยองที่บางอันมาจากภาพในจินตนาการ บางอันมาจากภาพยนตร์ดังที่เราอาจจะเคยดูมาบ้างแล้ว มันอาจจะหลอกหลอนคุณจนนอนไม่หลับเลยก็ได้นะ เราเตือนแล้วนะ ว่าใจไม่แข็งห้ามดู งั้นถ้าเตรียมใจแล้วก็ไปดูได้เลยจ้าาาา !!

1. ก็แค่หมอนข้างเท่านั้นเอง

Ghost GIF (1)

2. มาให้กอดหน่อยซิ

Ghost GIF (2)

3. โบกมือให้กล้องหน่อยซิ

Ghost GIF (3)

4. จะหนีไปไหนล่ะ!!

Ghost GIF (4)

5. แม่และลูกๆของมัน

Ghost GIF (5)

6. ความจริงแล้วนี่อาจจะเป็นแค่กองเสื้อผ้าก็ได้

Ghost GIF (6)

7. หยดเลือดอะไร?

Ghost GIF (7)

8. สัตว์ลึกลับ

Ghost GIF (8)

9. ใช้แค่ปืนมันก็เอาไม่อยู่

Ghost GIF (9)

10. กระพริบตาดูหน่อยซิ

Ghost GIF (10)

 11. มันจะมาเวลาสลึมสลือ

Ghost GIF (12)

12. นางพยาบาลมาแล้ว

Ghost GIF (13)

13. มันมาจากหน้าต่าง

Ghost GIF (14)

14. ฝันร้ายอาหารค่ำ

Ghost GIF (15)

15. เพื่อนยามหลับ

Ghost GIF (16)

16. เซอร์ไพรซ์ตอนเดทผ่านเว็บแคม

Ghost GIF (17)

17. เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า

Ghost GIF (18)

18.:D

Ghost GIF (19)

19. เด็กไต่กำแพง

Ghost GIF (20)

20. ระวังแฟนมาปลุกตอนดึกๆ

Ghost GIF (21)

21. มนุษย์หน้ากาก

Ghost GIF (22)

22. เอ๊ะ ในแฟลชนั่นมีอะไร?

Ghost GIF (23)

หวังว่าคงจะทำให้สนุกสนานไปไม่มากก็น้อยนะ คืนนี้หลับฝันดีนะเมี๊ยววว

ที่มา ranker

ภาพบรรยากาศงานวันฮาโลวีน ที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองชิบูย่า


เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เมืองชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเทศกาลฮาโลวีนขึ้น และยังคงเป็นความจริงที่ว่า เมื่อคืนวันศุกร์นี้ มีคนแต่งผีมาร่วมสนุกกันอย่างคับคั่ง ทั้งชายและหญิง พร้อมด้วยมีตำรวจคอยตรวจดูความเรียบร้อยในบริเวณนั้นด้วย

สาวๆ หนุ่มๆ ชาวญี่ปุ่น จะแต่งได้โหด หวีด สยอง กันแค่ไหน.. เราไปดูกันเลยดีกว่า

渋谷 ハロウィン スナップ tokyo shibuya halloween snap
渋谷 ハロウィン スナップ tokyo shibuya halloween snap

Halloween Day The Shock รวมเรื่องน่ากลัว 13/10/2557 Part1


The Shock ย้อนหลัง ติดตามทางช่อง
http://www.youtube.com/theshockreplay

Fanpage
http://goo.gl/2Vu636

00:00 ทนอยู่ได้ไง
16:28 ชวนไปอยู่ด้วย
32:24 มารู้ทีหลัง
45:54 แท็กซี่มีวิญญาณ
54:08 ห้องมุม
01:03:35 บ้านกระตุกขวัญ
01:22:05 สยองขวัญ
01:43:54 กฏแห่งกรรม
02:05:17 Bonus – เดินสาย หมอดูวิญญาณ ปทุมธานี