Before & After : หุ่นดีได้ต้องใจเย็น และพลีชีพครับ [Pantip]


แชร์ประสบการณ์ในการลดน้ำหนักและเพิ่มกล้ามเนื้อตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาน๊ะครับ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในหลายๆคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ เอาหละมาเข้าเรื่องเลย ตอนแรกผมก็เล่นกล้ามแบบกระโหลกกะลาไปวันๆ จนกระทั่งพี่ในยิมคนนึงเดินเข้ามาคุยแล้วบอกว่า ” ถ้ามาทุกวันแบบนี้ ทำไมไม่ลองเล่นเพื่อแข่งเลยหละ” นั่นแหละครับจุดเริ่มต้นของการเล่นแบบจริงจังจึงเกิดขึ้น…….

หมายเหตุ    * คาร์บ = คาร์โบไฮเดรต (เพราะจะเขียนคาร์บเยอะครับ อธิบายไว้ตรงนี้เลย

ครั้งแรกที่จริงจัง : มันเริ่มหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 หนีน้ำท่วมจาก กทม. ก็ไปเจอกับน้ำท่วมที่บ้าน วันๆไม่ต้องทำอะไร กินๆ นอนๆ จนอ้วน ในระหว่างที่กินก็เริ่มศึกาาแนวทางการฟิตหุ่นไปเรื่อยๆ (ตอนนั้นยังไม่คิดจะแข่งอะไร แค่อยากลองดูว่าจะทำให้ตัวเองมี 6 – Pack ได้มั้ย) และก็เจอว่าการจะเพิ่มกล้ามเนื้อต้องทำการ Bulk ก่อน ซึ่งครั้งแรกที่ทำเข้าใจว่ากินอะไรก็ได้ให้น้ำหนักเพิ่มเยอะๆ ทำอยู่ 8 – 9 เดือน สุดท้ายได้ไขมันมาเต็มๆ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการ Diet ช่วงนี้โชคดีมากตรงที่อ่านจากนิตรสาร Train, Fitness deliver และ Flex magazine ทำให้ความมั่วในการ Diet ไม่มากเท่าตอน Bulk จะสรุปสิ่งที่ทำดังนี้
ช่วง Bulk
– เข้ายิม วันละ 1 เวลา 3 – 4 ชั่วโมง เข้า 5 วัน / สัปดาห์
– อาหารกินทุกอย่างโดยไม่ได้คำนวน
– ระยะเวลาที่ทำ 8- 9 เดือน
ช่วง Diet
– เข้ายิมวันละ 2 เวลา แบ่งเป็น ตอนเช้าและเย็น cardio 1 ชั่วโมง เวทตอนเย็น 3 – 4 ชั่วโมง 6 วัน/สัปดาห์
– อาหาร มีการคำนวนปริมาณ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แต่ก็กินเกินเป็นส่วนมาก เพราะยังทำใจกับรสชาติไม่ได้
– ระยะเวลาที่ทำ 3 เดือน
และนี่คือผลที่ได้ในการ Bulk และ Diet ในปีแรก

เข้าสู่ปีที่ 2 : หลังจากที่ Diet ครั้งแรกเสร็จ ก็ไปสมัครแข่งขันรายการแรกในชีวิต ผลที่ได้ก็เกินความคาดหมาย ทำให้เป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อไป และเมื่อเข้าปีที่ 2 อะไรๆต่างก็เริ่มดีขึ้นเพราะได้ความรู้จากพี่ๆในวงการเพาะกาย เช่นหาบทความมาให้อ่าน เอาหนังสือวิธีการ bulk และ Diet ที่ถูกต้องมาให้ ผมก็ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจังสงสัยตรงไหน โทรไปถามหรือไม่ก็คุยกันใน Facebook ทำให้การพัมนาในปีนี้ดีขึ้นเยอะมาก รู้จักการแบ่งมัดกล้ามเนื้อในการเล่นในแต่ละครั้ง เรื่องของวันพัก และเรื่องการกินอาหารที่ถูกในช่วง Bulk และ Diet
*** ปีนี้มีการคำนวน BMR , Protien : carbohydrate : Fat Ratio หาได้ในอากู๋ เลยครับ อธิบายยาวมาก ขอผ่านครับ
ช่วง Bulk
– เข้ายิม วันละ 1 ครั้ง 1 – 2 ชั่วโมง 5 วัน/ สัปดาห์ ส่วน cardio จะพยายามทำให้ได้อาทิตย์ละ 1- 2 ครั้ง
– ในส่วนของอาหาร ปีนี้ผมจะนับโปรตีนให้ครบ ส่วนคาร์บและไขมันกินกระจาย กิน 5- 6 มื้อ
– ระยะเวลาที่ bulk 7 – 8 เดือน
ช่วง Diet
– เข้ายิมเล่นเวท วันละ 1 ครั้ง 1 – 2 ชั่วโมง
– cardio วันละ 2 ครั้ง เช้า 1 ครั้ง 1 ชั่วโมง หลังเวท 1 ครั้ง 1 ชั่วโมง
– อาหารช่วง Diet นับทุกอย่างเป๊ะ มีวันหลุดทุกอาทิตย์ กิน 5-6 มื้อ
– ระยะเวลาที่ทำ 3 เดือน
ผลที่ได้

เข้าสู่ปีที่ 3 : ปีนี้ถือว่าทำการบ้านดีมากๆวางแผนทุกอย่างตั้งแต่หลังแข่ง แต่ก็แหกโค้งในช่วงสุดท้ายเพราะ Thesis ช่วงนั้นเครียดมาก กินขนมไม่ยั้งจนน้ำหนักที่คุมไว้ทะลุไป 108 กิโลกรัม ทำให้แผนการ Diet ปีนี้ โหดร้ายถึงขั้นทารุณมาก เพราะต้องลดน้ำหนักถึง 32 กิโลกรัม เพื่อให้ลงแข่งได้ ดังนั้นทุกอย่างต้องมีการคำนวนแบบเป๊ะๆ ผิดพลาดไม่ได้ ในส่วนนี้ถ้าใครไม่ได้คิดจะแข่งขอให้ผ่านไปครับ มันเครียดมากกกกกก!!!!!
*** มีการคำนวนเหมือนปีที่ 2 เพิ่ม LBM เข้ามาอีกตัว และ การคำนวน calorie ในช่วง เดืนสุดท้ายของการ Diet
ช่วง Bulk
– เหมือนปีที่ 2
ช่วง Diet
– เวทวันละ 2 เวลา ครั้งละ 1 – 1 ชั่วโมงครึ่ง
– cardio หลังเวท ทุกครั้ง
– อาหาร มีการ ชั่ง ตวง วัด และทำกินเองทุกอย่าง กิน 6 – 7 มื้อ
– Cheat Day จะทำ 3 อาทิตย์ 1 ครั้ง
– ระยะเวลาที่ทำ 4 เดือนกว่าๆ
ผลที่ได้

สรุป
– วิธีนี้ อิ่มไม่มีหิวครับ ช่วงbulk จะกินคาร์บเยอะ ช่วงDiet จะกินโปรตีนเยอะ อิ่มแน่นอน
– สามารถคงสภาพหุ่นไว้ได้ครับ แต่ต้องวางแผนการกินอาหารให้ดีทุกอย่างต้องคำนวนครับ
– ถ้าถามว่าเหมาะกับบุคคลทั่วไปที่จะลดน้ำหนักมั้ย เมหาะมากครับเพราะสามารถคำนวนให้เหมาะกับแต่ละคนได้
– ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ ยืนยันว่า เฟิร์มแน่นอนครับ
– ที่ไม่พูดถึงปริมาณอาหารเพราะทุกคนต้องไปคำนวนหาปริมาณเองครับ

เป้าหมายต่อไปของผม : ขอตัวใหญ่และชัดกว่านี้ครับ

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ในการลดน้ำหนักและการเพิ่มกล้ามเนื้อน๊ะครับ ผมไม่ชอบเขียนอะไรเยอะๆครับ ถ้าขาดตกบกพร่องตรงไหนจะกลับมาแก้เพิ่มให้ครับ ขอบคุณครับ

ขอลงรูปวันที่หุ่นดีที่สุดเพิ่มเติมครับ
ปล. ที่หน้าลอยๆ ไม่ใช่รองพื้นผิดเบอร์น๊ะครับ ทาสีให้ผิวแทนครับ


ปล. ฝากเพจที่ผมร่วมทำอยู่กับพี่อีก 2 คนด้วยครับ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1/245948575466355?ref=bookmarks

ส่วนอันนี้ IG ผมครับ IG : atomicorbital

 

 3 ปีได้ขนาดนี้ถือว่า…..สุดยอดฮ่ะพี่  ทิมมี่ช้อบบบบ ชอบ

http://pantip.com/topic/32967649

หนุ่มผงะเจอศพบนตึกร้าง กลางกรุง หลังเดินขึ้นไปถ่ายรูป [Pantip]


ศพบนตึกร้าง
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก จส.100
             หนุ่มผงะ เจอศพที่ตึกร้าง หลังเดินขึ้นไปถ่ายรูป ติดต่อตำรวจไม่ได้ โพสต์ลงพันทิป โดนสงสัยเป็นเรื่องแต่ง ก่อนประสาน จส.100 จนพบ #ศพบนตึกร้าง
            เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 คุณ สมาชิกหมายเลข 1867995 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมได้ตั้งกระทู้ “เจอศพ ที่ตึกร้าง!!!” เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญ หลังจากได้เดินทางไปเที่ยวสถานที่ถ่ายรูปสุดฮิตในตอนนี้ คือตึกร้างแห่งหนึ่ง ระหว่างที่กำลังเดินลงจากตึกพลางถ่ายรูปไปด้วย เขาก็พบศพภายในตึก แต่เกิดปัญหาคือ เมื่อโทร.ไปแจ้งที่ศูนย์นรินทร เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าต้องแจ้งตำรวจก่อนจึงจะดำเนินการได้
             จากนั้นเขาจึงได้โทร 191 หาตำรวจ แต่สายไม่ว่าง โทร.อย่างไรก็ไม่ติด ระหว่างโทร.เขาลงจากตึกแล้ว อยู่บนสถานี BTS เขาต้องเดินลงมาที่ป้อมจราจร ตำรวจก็ไม่อยู่ จากนั้นจึงโทร. 199 เจ้าหน้าที่ก็ถามชื่อและรับฟังเรื่องราว ก่อนจะแนะนำให้โทร. 193 แต่ก็สายไม่ว่างเหมือนเดิม เขารู้สึกหมดหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ และคิดว่า 199 รับเรื่องแล้ว จึงนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านเลย แต่รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อถึงสถานีปลายทางจึงได้เดินไปหาตำรวจแล้วเล่าให้ฟังว่าเขาเจออะไรมา พร้อมถามว่าจะเช็กได้อย่างไรว่ามีการนำศพลงมาหรือยัง
             โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำว่า พอดีคนละเขตกัน ให้ลองโทร.หาตำรวจในพื้นที่ดู เขาจึงบอกไปว่า “ถ้างั้นก็ปล่อยให้มันแห้งไปอย่างนั้นแล้วกัน” และสงสัยว่า เขาจะเช็กได้อย่างไรว่าเอาศพลงมาแล้ว เขาได้ฝากเรื่องนี้ไว้กับ 199 ว่าศพอยู่ชั้น 30 กว่า ขึ้นบันไดเหล็กหลังตึก ห้องอยู่ซ้ายมือ ศพอยู่ในห้องน้ำ หากหาไม่เจอให้เขาพาไปก็ได้ เขาอยากให้เอาศพลงมา เพราะสภาพศพจะระเบิดอยู่แล้ว ยอมรับว่าตนเองตกใจมาก ถ้าไม่มีสติ คงได้ตกตึกตายเป็นแน่
             ทั้งนี้กระทู้ดังกล่าว ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันแล้วหลายร้อยคอมเม้นท์ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยหลายคนแนะนำให้ลองแจ้งเรื่องไปที่ จส.100 ในขณะที่บางคนก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เกรงว่าจะเป็นการตั้งกระทู้เล่าเรื่องแต่ง พร้อมถามหาหลักฐาน บ้างก็สงสัยว่าที่เจ้าของกระทู้เห็น อาจจะไม่ใช่ศพคนก็เป็นได้
            ทางด้านสถานีวิทยุ จส.100 ระบุว่า ได้รับแจ้งจาก คุณนัฐวัฒน์ วเสถียร หรือเจ้าของกระทู้“เจอศพ ที่ตึกร้าง!!!” ว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2557 เขาได้ขึ้นไปที่ตึกสาธรยูนิคทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกร้างสูงประมาณ 50 กว่าชั้น โดยขึ้นไปถ่ายรูปวิวที่ประมาณชั้น 30 กว่า ได้พบศพคนผูกคออยู่ในห้องใกล้บันไดเล็กหลังตึก จึงวิ่งหนีลงมาข้างล่างและแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจอ้างว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ เขาจึงเดินทางกลับบ้าน แล้วโพสต์เรื่องราวลงในเว็บไซต์พันทิป จากนั้นจึงได้รับคำแนะนำให้แจ้งมาที่ จส.100
             หลังได้รับแจ้ง จส.100 ได้ประสานไปยังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอกำลังให้ขึ้นไปตรวจสอบ จนเมื่อเวลา 19.25 น. คุณปิยวัช เมฆา 003 จนท.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจ้งว่าถึงที่เกิดเหตุแล้ว แต่ยังไม่ขึ้นไปเพราะอาคารนี้เป็นอาคารร้าง แต่เปิดให้คนเข้าไปถ่ายภาพด้านบนได้โดยต้องเสียค่าขึ้น ต่อมาเวลา 21.30 น. รตท.วรวุธ ร้อยเวร สน.ยานนาวา แจ้งว่า ไปที่เกิดเหตุแล้ว คนดูแลตึก 4-5 คนที่อยู่ด้านล่างบอกว่าเดินขึ้นไปดูก็ไม่พบ ทาง จนท.มูลนิธิ ขึ้นไปก็ไม่พบ จนเมื่อเวลา 21.50 น. คุณนัฐวัฒน์ ได้เดินทางมาจากบ้านเพื่อร่วมค้นหาศพพร้อมเจ้าหน้าที่ จนถึงเวลา 22.20 น. จึงได้พบศพดังกล่าวจริง ในห้องน้ำชั้น 43
            สำหรับสาเหตุที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิค้นหาศพไม่พบในช่วงแรก เนื่องจากมีการค้นหาในชั้น 30-39 แล้วไม่พบ จนกระทั่งผู้พบศพมาร่วมค้นหา จึงเดินต่อไปจนพบศพที่ชั้น 43 ในที่สุด เพราะมีรอยคราบเลือดและน้ำเหลืองไหลลงมาถึงชั้น 39 จึงได้ค้นหาต่อขึ้นไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเผยว่า ศพดังกล่าวน่าจะเป็นชาวต่างชาติ คาดว่าคงเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน ซึ่งต้องรอแพทย์มาชันสูตรก่อนเคลื่อนย้ายศพต่อไป
             ส่วน คุณนัฐวัฒน์ ผู้พบศพบนตึกร้าง เผยว่า ช่วงแรกเดินหาอยู่นานก็ไม่พบ เมื่อพบศพรู้สึกดีใจเพราะจะได้ยืนยันว่าสิ่งที่พบเป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  

 

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/112453

 

กระทู้ต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32943074 [เจอศพ ที่ตึกร้าง!!!]

 

สวัสดีครับนี่เป็นกระทู้แรกของผม ซึ่งน่าจะเป็นกระทู้แนะนำตัวมากกว่า
แต่ผมมีทริปที่น่าจดจำไปอีกนานเลยครับ วันนี้ผมไปเที่ยวสถานที่ถ่ายรูปสุดฮิตในตอนนี้มา แต่ผม “พบผู้เสียชีวิต” ขณะที่ผมกำลังเดินลงพลางถ่ายรูปไปพลาง แต่ปัญหาของผมคือ ผมโทรไปแจ้งศูนย์นรินทรว่าเจออะไร เจ้าหน้าที่ผู้หญิงรับแนะนำว่ายังไงๆก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนถึงจะดำเนินการได้ ผมวางสายแล้วกด191 หาตำรวจสายไม่ว่าง โทรยังไงก็ไม่ติด ขณะที่โทรผมอยู่บนสถานีbtsนะครับ โทรศัพท์ตู้ ผมต้องเดินลงมาที่ป้อมจราจรตำรวจก็ไม่อยู่ ผมต้องเดินขึ้นมาบนสถานีbtsอีก นเรนทรไม่รับ191ไม่ติด ผมโทร199ครับ เจ้าหน้าที่หญิงรับ ดีที่ถามชื่อผมบ้าง แต่ทำได้แค่ฟังเรื่องที่ผมเล่าว่าเจออะไรมา และแนะนำให้โทร193 เบอร์อะไรไม่รู้โทรไปสายไม่ว่างเหมือนเดิม ตอนนั้นหมดหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ และคิดว่ายังไง199ก็รับเรื่องแล้ว ผมนั่งรถไฟฟ้าตั้งใจจะกลับบ้านเลย แต่รู้สึกไม่สบายใจพอผมลงสถานีปลายของผม ผมเดินไปหาเจ้าหน้าตำรวจเล่าให้ฟังอีกว่าผมเจออะไรมา และจะเช็คไอย่างไรได้บ้างว่าเอาศพลงมาหรือยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำดีมากเลยครับ พอดีคนล่ะเขตกันยังไงก็ลองโทรหาตำรวจพื้นที่ดู ผมก็เลยพูดกับเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ถ้างั้นก็ปล่อยให้มันแห้งไปอย่างน้นแล้วกัน
สรุป ผมจะเช็คได้อย่างไรว่าเอาศพลงมาแล้ว ผมฝากเรื่องนี้ไว้กับ199 ว่าอยู่ชั้นสามสิบกว่า ขึ้นบรรไดเล็กหลังตึก ห้องอยู่ซ้ายมือ ศพอยู่ในห้องน้ำ ถ้าหาไม่เจอผมพาไปก็ได้
ผมไปสถานที่นี้มาแล้วทั้งกลางวันและกลางคืน และไม่คิดว่าจะไปอีกเพราะสัมผัสและถ่ายภาพมาจุใจแล้วครับ ยามที่เฝ้าอนุญาตให้ขึ้นไปนะครับ
ครั้งที่สามแอบขึ้นไปนะครับ เพราะเค้าไม่อนุญาตให้ขึ้นแล้ว ตอนลงมาเพื่อไปโทรแจ้งตำรวจก็แอบออกมานะครับ
ผมมาเล่าแบบนี้จะโดนข้อหาบุกรุกหรือป่าว แล้วยามรู้มั้ยว่ามีอะไรอยู่ข้างบน
ตอนที่ผมกลับจากครั้งที่สอง ผมนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เหมือนว่ามันเรียกร้องให้ไปอีก
ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่หลังจากกลับครั้งที่สองความรู้สึกบางอย่างผิดปกติ เหมือนมีคนเดินตาม เรียก แต่ผมคิดว่าผมมโนไปเอง
ที่ผมอยากรู้ว่าเค้าเอา ศพ ลงมาหรือยัง จะได้เอาเป็นหลักฐานว่าผมตาไม่ฝาด และมโน ไปเอง
ผมอยากให้เอา ศพ ลงมาครับ สภาพจะระเบิดอยู่แล้ว
ผมช่วยคุณแล้วนะ
ผมยอมรับว่า ตกใจมากครับ แต่ถ้าไม่มีสติ ได้ตกตึกตายแน่ครับ
ไม่รู่ว่าจะแท็กอะไร ถ่ายรูปกับเที่ยวแล้วกัน เพราะผมเชื่อว่ายังมีคนอยากไปอีก

 

By สมาชิกหมายเลข 1867995

ชาวเน็ตจวกยับ!”ข้าวมัน(วิญญาณ)ไก่” ราคาโหด! [Pantip]


 

ชาวบ้านสุดทน!!หลัง รัฐบาลไฟเขียวเพิ่มค่าครองชีพข้าราชการ ส่งผลให้ราคาสินค้าขึ้นตามทันที ล่าสุดสมาชิกเว็บดังโพสต์ภาพข้าวมัน(วิญญาณ)ไก่ ราคาสุดโหด!
กรณีรัฐบาลไฟเขียว ประกาศขึ้นค่าครองชีพข้าราชการลูกจ้าประจำและชั่วคราวที่ได้รับเงินเดือนไม่ ถึง 10,000 บาท และเตรียมปรับเงินเดือนข้าราชการ 5% นั้น ส่งผลให้ร้านค้าต่างๆ เตรียมปรับขึ้นราคาสินค้ารอรับทันที ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเกี่ยวกับปัญหาปากท้องชาวบ้าน ล่าสุด วันที่ 19 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสมาชิกเว็บฯดังคนหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับปัญหา ราคาอาหารแพง หลังใช้บริการร้านข้าวมันไก่แห่งหนึ่งใน จ.ระยอง สั่งข้าวมันไก่ในราคา 45 บาท แต่กลับได้ข้าวมันเศษไก่ฉีกในปริมาณน้อยมาก จนอดรนทนไม่ไหวต้องบันทึกภาพ นิ่งไว้แล้วนำมาเผยแพร่เพื่อเตือนผู้บริโภค
โดยเจ้าตัวโพสต์อ้าง ว่า “อุบาทว์ที่สุดในชีวิตนี่คือ…ราคา 45 บาท ปล.สภาพนี้คือเราเขี่ยเองค่ะ ให้เห็นชิ้นไก่ชัด ๆ น่ะค่ะ แต่ยังไม่ได้กินหรือดมสักแอะเลยนะคะ อดรนทนไม่ไหวถึงกับมาตั้งกระทู้ ตั้งแต่เกิดมา กินข้าวมาเพิ่งเคยเจออะไรที่อดสูอุบาทว์ที่สุดในชีวิตกับมื้อนี้ จานละ 45 บาท ให้ทายกันว่าคืออะไรค่ะ มันเกินไปไหม ขายผ่อนตึก 10 ชั้นรึคะ
เราก็ไม่ได้บ่นอะไรนะ คะ แต่พอเค้าเอามาเสริฟเราอึ้งไปเลย พูดไม่ออกนั่งจ้องมัน และส่งสายตากะแฟนสักพักนึงก็ลงมือกิน คือแบบเราก็แสดงอาการทันทีเลย ทานเสร็จน้ำก็ไม่กินนะคะลุกออกมาเลย ใครเคยเจออะไรที่มัน…กว่านี้บ้างไหม ครั้งนี้ครั้งเดียวเข็ดตลอดชีวิต ไม่ได้กินเงินฉันอีกแน่ ลาขาดเลยคะ ข้าว+ไก่ฉีกมีหนังนิส+น้ำจิ้มข้าวมันไก่”
จากการสอบถามไปยังผู้สื่อข่าวในพื้นที่ทราบว่าในพื้นที่ อ.มาบตาพุด และ อ.เมือง จ.ระยองราคา ขายอาหารตามสั่ง และข้าวราดแกงเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 บาท แต่ปัจจุบันบางพื้นที่มีการปรับเพิ่มขึ้น 35-45 บาท อีกทั้งราคาก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟก็ปรับราคาอยู่ที่ 50 บาท แต่ปริมาณอาหารน้อยมาก

 

 

 

ที่มา: variety.teenee.com/foodforbrain/64768