กฎหมายอเมริกา แปลกแต่จริง!


 

รัฐเคนทักกี ห้ามระบายสีหญ้าด้วยสีแดง

loptimum-thai-artist-10

รัฐเนวาดา ผู้ชายมีหนวด ห้ามจูบกับผู้หญิง

 

loptimum-thai-artist-9

รัฐนิวเจอร์ซีย์ คุณอาจจะถูกจับได้ถ้าคุณซดซุปเสียงดัง

loptimum-thai-artist-8

รัฐฟลอริดา ห้ามใส่ชุดที่ทาด้วยของเหลวในที่สาธารณะ

loptimum-thai-artist-7

รัฐแมริแลนด์ ตอกตะปูบนต้นไม้ ถูกปรับ 50 ดอลล่าร์

loptimum-thai-artist-5

รัฐแอละแบมา ห้ามนำไอติมใส่ในกระเป๋ากางเกงข้างหลัง

loptimum-thai-artist-1

รัฐเทกซัส ห้ามเด็กตัดผมทรงแปลกๆ

loptimum-thailand-artist-6

รัฐเดลาแวร์ ห้ามมิให้ผู้ใดสวมใส่กางเกงรัดรูปบริเวณเอว

loptimum-thailand-artist-5

รัฐแคนซัส ห้ามเซิร์ฟไวน์ในแก้วกาแฟ

loptimum-thailand-artist-4

รัฐโอคลาโฮมา ห้ามร่วมรักกับรถ

loptimum-thailand-artist-3

รัฐวอชิงตัน ห้ามวาดรูปจุดๆบนธงชาติ

loptimum-thailand-artist-2

รัฐอินดีแอนา ห้ามผู้ชายมีอารมณ์จนเป้าตุงในที่สาธารณะ!

loptimum-thailand-artist-1

รัฐวิสคอนซิน ห้ามมิให้ร้านอาหารทั่วไปเสิร์ฟเมนูพายแอปเปิ้ลโดยไม่ใส่ชีส

loptimum-thai-artist-17

รัฐแคลิฟอร์เนีย ห้ามขี่จักยานในสระน้ำ

loptimum-thai-artist-16

รัฐฮาวาย ไม่อนุญาตให้เอาเหรียญไปใส่ไว้ในหู

loptimum-thai-artist-15

รัฐแอริโซนา ห้ามมีดิลโด้มากกว่า 2 อันในบ้าน

loptimum-thai-artist-14

รัฐยูทาห์ เวลาเดินตามถนน อย่าถือถุงกระดาษที่ใส่ไวโอลีน

loptimum-thai-artist-12

รัฐโรดไอแลนด์ ห้ามใส่ชุดที่โปร่งใส

loptimum-thai-artist-11

Cr: loptimumthailand

จัดอันดับ 10 โฆษณาที่ตราตรึงใจคนดูมากที่สุด


10 โฆษณาที่ตราตรึงใจคนดูมากที่สุด

 

 

อันดับที่ 1 ” สวยที่สุดจากข้างใน ”

 

มาเริ่มกันที่อันดับ 1 กับโฆษณาเอาใจคุณผู้หญิงที่ไม่ได้สวยจากหน้าตา รูปร่าง สัดส่วน แต่สวยมาจาก ” ข้างใน ” ของชุดฃั้นในสตรี ” Waco ” เนื้อหาของโฆษณานั้นตีแผ่มุมมองของผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ ที่ดูเหมือนจะไม่สวยจากภายนอก แต่สวยมาจากภายใน ^_^

 

อันดับที่ 2 ยาแก้ปวด 3 แผง ยาธาตุ 1 ขวดและเกาเหลา 1 ถุง

 

ต่อมาเป็นโฆษณาของทาง Truemove H เขาล่ะครับ มีชื่อชุดว่า ” การให้ คือการสื่่อสารที่ดีที่สุด” มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาแปะขายก๊วยเตี๋ยวผู้ใจบุญ      คนหนึ่งได้จ่ายเงินค่ายาแก้ปวด 3 แผงกับยาธาตุอีก 1 ขวด ให้เด็กชายคนนึ่งที่เข้าไปขโมยเพื่อจะเอาไปให้ัแม่้ที่ป่วยหนัก พร้อมทั้งยังให้เกาเหลาฟรีๆอีก 1 ถุง 30 ต่อมาอาแปะล้มป่วยหนัก อาหมวยผู้เป็นลูกก็หมดหนทางที่จะรักษา แต่แล้ววันหนึ่งก็มีจดหมายลึกลับวา่งตรงหน้าเธอที่นอนอยู่ตรงเตียงของอาแปะ เมื่อเธอเปิดอ่านก็พบว่าเจ้าของจดหมายคือเด็กชายคนนั้นเมื่อ 30 ปีก่อนซึ่งกลายเป็นหมอและยังได้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดให้กับอาแปะเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับ ยาแก้ปวด 3 แผง ยาธาตุ 1 ขวดและเกาเหลาอีก 1 ถุง  ในวันนั้น…..

 

อันดับที่ 3 เทพเจ้าที่ชื่อว่า ” พยายาม ”

 

โฆษณาตัวเป็นเป็นของแบรนด์กาแฟขวัญใจสาวๆที่อยากหุ่นดีอย่างเนเจอร์กิ๊ฟต์ครับ เนื้อหาก็เป็นเรื่องราวของสาวอ้วนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลางป่าเขา ด้วยความเธออ้วนพีทำให้เธอมักจะถูกผู้ชายในหมู่บ้านล้อว่าอ้วนเหมือนหมูอยู่เสมอ ทำให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาก หญิงชราคนหนึ่งจึงได้เล่าเรื่องราวของ ” บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ” ที่อยู่บนเขา หากใครตักน้ำไปเติมจนเต็มได้ จะมีเทพเจ้า่ออกมาให้พร เธอจึงตัดสินใจหิ้วน้ำขึ้นเขาไปทุกวัน ถึงแม้ว่าบางครั้งจะถูกล้อเลียนเวลาหกล้มคลุกคลานหรือถึคงแม้ฝ่ามือของเธอจะเต็มไปด้วยบาดแผลก็ตาม แต่เธอก็ยังคงพยายามจนในที่สุดก็เต็มบ่อแต่กลับมาไม่เทพเจ้าใดๆปรากฏต่อหน้าเธอ มีเพียงร่างกายที่ผอมเพรียวหุ่นดีอย่างที่ตั้งใจไว้่ ทำให้เธอรู้ว่าเทพเจ้าที่แท้นั้นคือความมุ่งมั่นพยายามนั่นเอง ^_^

 

อันดับที่ 4 ความพร้อมจะมากับคำว่า ” สติ ”

 

เป็นโฆษณาของ บ.ประกันกันชีวิต” กรุงเทพประกันชีวิต ” ในชื่อว่า ” Pilot ” เป็นรื่องราวของนักบินหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ มีผู้โดยสารมากมายหลายชีวิตบนเครื่องที่ต้องแบกรับเอาไว้ ทันใดนั้นเขาได้ระลึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เขาได้วางแผนไว้ล่วงหน้า นั่นก็คือ          เรื่อง ” ครอบครัว ” ทำให้เขาพร้อมที่จะกล้าเสี่ยงในการนำพาผู้โดยสารให้ปลอดภัย จนในที่สุดเขาก็ทำได้และได้รับเสียงปรบมือแสดงความยินดีเป็นการตอบแทน

 

อันดับที่ 5 พระคุณครู…..ไม่มีวันเกษียร

 

โฆษณาของ 7-Eleven ตัวนี้ผมเชื่อว่าสร้างความประทับใจให้แก่ทั้งบรรดาลูกศิษย์ของคุณครูและคุณครูของลูกศิษย์ไปไม่น้อย เพราะเรื่องราวของโฆษณานี้กล่าวถึงคุณครู ” สมยศ ” ครูโรงเรียนอาชีวะวัยเกษียรที่ได้บ่มเพาะและสั่งสอนนักเรียน โดยเปรียบคนเราดั่ง ไม้หนึ่งท่อน ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะทำมันให้ต่ำลงหรือสูงขึ้น จนสุดท้ายท่านก็ถูกลูกหลงจากนักเรียนระหว่างสถาบัญที่มีเรื่องกัน….แต่ถึงอย่างนั้นพระคุณของท่านก็ไม่ได้ตายตามไปด้วย

 

อันดับที่ 6 หนังสือพิมพ์เปลี่ยนชีวิต

 

หนังสือพิมพ์ Post Today ได้จัดทำโฆษณาเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีขึ้นมา มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ผิดหวังจากงาน                 จนไม่มีอันจะทำอะไร ใช้ชีวิตแบบกินๆนอนๆไปวันๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทางอะไรในชีวิตจนชีวิตคู่เกือบจะพังทะลายลงไป วันหนึ่งมีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้นเขาจึงลุกขึ้นไป พอไปถึงก็โดนหนังสือพิมพ์ม้วนนึงลอยมากระแทกเข้าให้ เมื่อเปิดอ่านก็ทำให้เขาได้รู็ว่าต้องเปลี่ยนตัวเอง จนในที่สุดเขาก็ได้เปลี่ยนตัวเองเพื่อ ” คนที่เขารัก ”

 

อันดับที่ 7 คุณจำผมไม่ได้….แต่ผมจำคุณได้

” คุณชื่อวันดี สามีชื่อบุญส่ง ” เป็นประโยคต่อบทในโฆษณาของบ.ประกันชีวิต ผู้เนรมิตรโฆษณาซึ้งๆมากมายออกมาอย่าง ” ไทยประกันชีวิต ” เนื้อหาของ “ป้าวันดี ” หญิงชราที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์กับ ” ลุงบุญส่ง ” ชายแก่ผู้ที่คอยดูแลภรรยาอันเป็นที่รัก ทั้งๆที่เธอนั้นจำอะไรไม่ได้ แต่ลุงบุญส่งก็จำได้ทุกอย่าง และยังคอยปรนนีบัตรดูแลเูธอไมห่างเพราะคำพูดหนึ่งที่แกกล่าวเอาไว้ในวันแต่งงานว่า ” ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต ”

 

อันดับที่ 8 เอาสีนี้!!

โฆษณาตัวนี้เป็นโฆษณาเรื่องยาวของทางสี TOA เขาครับ เนื้อหาก็แยกออกไปตามรูปแบบต่างๆของสี ตั้งแต่เรื่องราวของชาวร็อคกับสีสดชื่น       หนุ่มรักสัตว์กับสีธรรมชาติ คู่สามีภรรยาวัยดึกกับสีแห่งการเปิดเผยและนักโทษกับสีอำพราง

 

อันดับที่ 9 ขบวนการต่อต้านยูวี ” Xtracolrger ”

โฆษณาของบริษัทผู้ผลิตฟิล์มกันแดด ” Xtra Cole ” ที่มีประสิทธิภาพด้านการกรองรังสี UV ได้มาก

 

อันดับที่ 10 ” ดนตรี ” ที่ไม่อาจได้ยินด้วยหู ” แต่สัมผัสได้ด้วยใจ ”

ปิดท้ายกันด้วยโฆษณาไทยๆของแบรนด์ยาสระผม ” Pantene ” ว่าด้วยเรื่องของเด็กหญิงผู้พิการทางการได้ยินหรือหูหนวกที่อยากเป็นนักเล่นไวโอลิน แต่ด้วยความที่เธอพิการทำให้่เธอนั้นไม่สามารถเล่นได้เต็มที่เพื่อนของเธอก็ไม่พอใจ วันหนึ่งเธอได้ไปพบกับชายแก่พิการที่เล่นไวโอลินเปิดหมวกอยู่ริมถนน ชายคนนั้นได้สอนเธอว่า ” ดนตรี ” ไม่จำเป็นต้องรับรู้ด้วยหูเสมอไปแค่เราหลับตาและสัมผัสมันด้วยใจก็พอและยังมอบไวโอลิน     ให้เธอ เธอจึงเริ่มฝึกซ้อมและหวังที่เข้าแข่งขันถึงแม้วันนั้นเธอจะถูกทำร้ายเพราะเพื่อนของเธอที่อิจฉา แต่เธอก็ได้ซ้อมไวโอลินและขึ้นเวที          การประกวด จนชนะการแข่งขันสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมมากมาย

 

toptenthailand.com

ที่มา: oknation.net/blog/print.php?id=910296

5 วิธีรับมือ เมื่อเริ่มรู้สึกหึงหวงคนรักมากเกินไป


ความรัก

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คน ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนและกลายมาเป็นคนพิเศษกันแล้ว แน่นอนว่าทั้งคำพูดและการกระทำก็ย่อมแตกต่างออกไปด้วย โดยเฉพาะอาการหึงหวงคนรักที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา เมื่อมีคนอื่น ๆ เข้ามาข้องแวะกับคนรักของตัวเอง ซึ่งถ้าหากหึงหวงอย่างมีขอบเขตก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าหากแสดงอาการหึงหวงคนรักมากเกินไปจะต้องมีปัญหาตามมาแน่ ๆ ดังนั้น ก่อนอื่นมาเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อเริ่มรู้สึกหึงหวงคนรักมากเกินไปกันดีกว่า

1. ปรึกษาและพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมา

เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะมีความรู้สึกหึงหวงคนรัก เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ของคุณมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งความรู้สึกนี้สามารถจัดการได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรึกษาและพูดคุยกับคนรักของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยให้เขาเข้าใจถึงที่มาที่มาไปว่าคุณหึงหวงเขาเรื่องอะไร และเขาควรจะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไรต่อไป ในขณะเดียวก็เป็นวิธีที่ทำให้คุณเข้าใจเขามากขึ้นด้วยเช่นกัน

2. ไม่ควรคิดมาก

หลายต่อหลายครั้งที่พบว่า อาการหึงหวงคนรักเกิดจากการคิดมากเกินไป โดยการนำเหตุการณ์ต่าง ๆ มาปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นเรื่องราว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ความจริงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งอันที่จริงแล้วการคิดมากเป็นความรู้สึกปกติของคนทั่วไป เพียงแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ควรจะพยายามกำจัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป และหันมาสนใจวิธีการที่จะทำให้ความรักของคุณทั้ง 2 คนดีขึ้นดีกว่า

3. ไม่ควรสงสัยคนรัก

ความรู้สึกหึงหวงมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนอื่น ๆ พยายามจะเข้ามาใกล้ชิดกับคนรักของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคุณจะเกิดความสงสัยว่า พวกเขามีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นระหว่างกันหรือเปล่า แต่คงจะดีกว่าหากคุณเลิกตั้งข้อสงสัยในการกระทำ และสอบถามเรื่องราวจากคนรักของตัวเองโดยตรง เมื่อเขาทำเรื่องบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ

4. มั่นใจในตัวเอง

เริ่มต้นจากการพูดคุยกับตัวเองและบอกกับตัวเองว่า การหึงหวงเป็นเพียงความรู้สึกที่ควรจะรีบลบทิ้งไป และไม่ควรจะให้ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในตัวเองว่าคุณควรค่ากับความรักที่เขามอบให้แล้ว ยังช่วยให้ช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณมีความมั่นคง และมีความรักที่หวานชื่นขึ้นอีกด้วย

5. หยุดความรู้สึกหึงหวง

นอกจากนี้ ความรู้สึกหึงหวงยังนำมาซึ่งการกระทำและคำพูดอันโกรธเกรี้ยว ที่มาจากอารมณ์บันดาลโทสะ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งที่นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง ดังนั้น หากเป็นไปได้จึงควรหยุดความรู้สึกนี้เอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยการหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่า คุณเป็นเจ้าของคนรัก เพราะคนรักของคุณไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะสามารถเก็บเอาไว้กับตัวเองได้ตลอดไป

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกดีเวลาที่ได้รู้ว่าคนรักรู้สึกหึงหวงตัวเอง เพราะเป็นการแสดงให้รู้ว่าเรายังรักกันอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งความคิด การกระทำ และคำพูดก็ควรจะอยู่ในกรอบของความพอดี ไม่แสดงอาการหึงหวงมากเกินไป จนทำให้เขารู้สึกว่าโดนบังคับ หรือสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับเขา จนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตไร้ทางแก้ไขอีกต่อไป

ที่มา: kapook