ดราม่า! สาวมาสาย 6 นาที โพสต์ประจานพนง.ไร้น้ำใจ


 

ดราม่า! สาวมาสาย 6 นาที โพสต์ประจานพนง.ไร้น้ำใจ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งได้มีการโพสต์ภาพของพนักงานสายการบินชื่อดัง สาเหตุเนื่องมาจากไม่พอใจที่พนักงานสายการบินดังกล่าว ปฎิเสธการช่วยเหลือตนเองที่มาเช็คอินสาย 6 นาที หลังจากเคาเตอร์เช็คอินปิด และใช้เวลาเจรจากว่า 30 นาที ก็ทำให้ตนเองตกเครื่องและต้องนอนกรุงเทพฯอีก 1 คน พร้อมตั้งคำถามว่า “น้ำใจคนไทยไปไหนหมด”

โดยหลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่าการโพสต์ภาพประจานพนักงานคนดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และระบุว่าเรื่องทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการมาสาย 6 นาทีของเจ้าตัวเอง และไม่ว่าจะมาสายกี่นาทีก็ถือเป็นการมาสาย

ด้านเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังอย่าง Drama-addict ก็ได้มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม จากกรณีมาเช็คอินสายไป 6 นาทีว่า ปกติแล้วสายการบินจะมีการคำนวนเส้นทางจากปริมาณน้ำหนักสัมภาระ น้ำหนักผู้โดยสาร เพื่อกำหนดเส้นทางการบิน เพดานบิน ความเร็ว ปริมาณเชื้อเพลิง และอื่นๆ เพื่อจะได้คำนวนน้ำหนักสัมภาระทั้งหมดให้ถูกต้องแม่นยำ หลังจากมีการปิดเช็คอิน นักบินก็จะเอาตัวเลขทั้งหมดมาคำนวนและเอาค่านั้นๆ กรอกลงไปในแผงควบคุมของนักบิน การที่ผู้โดยสารไปช้าจะทำให้น้ำหนักสัมภาระรวมเปลี่ยน ถ้าต้องคำนวนใหม่ก็จะช้า และส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารคนอื่น

ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ก็ได้ลบภาพพนักงานสายการบินออกจากเฟซบุ๊กของตนเองไปแล้ว

ที่มา: นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
http://news.sanook.com/gallery/gallery/1683093/487925/#view

10 นิสัยไทยๆที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ


 

 

ในช่วงปิดเทอมนี้ เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศใช่ไหมละครับ ซึ่งส่วนอาจจะไปทำงานซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ วันนี้ Wegointer เลยมีข้อแนะนำมาฝากเพื่อนๆครับ ในเรื่อง 10 นิสัยไทยๆที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ

 

1. การมาสาย

cul1

 

คนต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกกับชาวญี่ปุ่นเค้าถือเรื่องเวลาเอามากๆ ควรจะไปก่อนนัดประมาณ 5-10 นาทีครับ ซึ่งต่างจากคนไทย ที่มักจะขาดระเบียบเรื่องเวลาตลอด สายนิดสายหน่อยไม่ว่ากัน

 

2. การแซงคิว

cul2

 

ที่ต่างประเทศเรื่องการเข้าคิวเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องเหมือนกัน อย่าเผลอเอานิสัยคนไทยไปแซงคิวใครต่อใครในต่างประเทศเข้าหล่ะ อาจจะโดนด่าเอาซึ่งๆหน้าได้เลยครับ

 

3. การกินอาหาร

cul3

 

ประเทศอื่นๆ เค้ากินจานใครจานมัน ไม่ได้สั่งมาหลายๆอย่างแล้วแชร์กันกินแบบคนไทยถ้าไปงานปาร์ตี้แล้วมีอาหารบุฟเฟ่ เวลาตักอาหารให้ตักพอกินอิ่มในรอบเดียว นอกจากนี้ การนำอาหารจากนอกร้านเข้ามานั่งกินในร้านอาหารก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำครับ

 

อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมการกินแต่ละประเทศย่อมแตกต่างกัน ทางที่ดีควรจะศึกษาวัฒธรรมการกินของแต่ละประเทศให้ดีก่อนครับ

 

4. การข้ามถนน

cul4

 

การทางม้าลายจะปลอดภัยที่สุดเพราะต่างประเทศส่วนใหญ่คนขับเค้าจะหยุดรถให้คนที่ข้ามทางม้าลาย หากรถหยุดแล้วให้รีบข้ามแล้วพยักหัวขอบคุณเล็กน้อยครับเพื่อเป็นมารยาท อย่าข้ามถนนไปคุยไป และในการข้ามถนนบางแห่งต้องกดปุ่มสัญญาณก่อนข้ามด้วยครับ

 

5. การขับรถ

cul5

 

การขับรถในต่างประเทศนั้นเค้าจะเคารพกฎจราจรมากๆ เนื่องจากแทบทุกถนนจะมีกล้องวงจรปิด เอาไว้จับคนขับรถผิดกฎ ณ ทุกเวลาทุกสถานที่ ดังนั้นควรศึกษากฎจราจรของประเทศนั้นๆ ไว้ก่อนจะได้ไม่ขับผิดกฏแล้วโดนปรับ ซึ่งขอบอกเลยว่าค่าปรับที่ต่างประเทศแพงมากๆครับ

 

6. การให้ทิป

cul6

 

หลังจ่ายเงินค่าอาหารแล้วบางประเทศเค้าถือเป็นข้อกำหนดเลยว่าเราต้องให้ทิปอย่างน้อย 10% ของค่าอาหาร บางประเทศถ้าไม่ยอมจ่ายจะถือว่าเป็นการเสียมารยาทแม้ว่าจะไม่ได้เป็นข้อกำหนดตายตัว การให้ทิปไม่เพียงเฉพาะกับร้านอาหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงงานบริการต่างๆด้วยครับ

 

7. การสั่งน้ำมูก

cul7

 

สำหรับประเทศอังกฤษ หากมีน้ำมูกไหล ให้สั่งน้ำมูกทันที ห้ามสูดน้ำมูกเด็ดขาดครับ เพราะถือว่าเป็นการเสียมารยาทมากๆ โดยคนอังกฤษมักจะเป็นหวัดตลอดเวลาเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เค้าก็จะมีทิชชู่หรือผ้าเช็ดหน้าพอไว้ตลอดเวลาครับ

 

8. การต่อราคาของ

cul8

 

ถ้าไปร้านที่เจ้าของไม่ได้ขายเองก็ไม่ควรไปต่อราคาเพราะเด็กในร้านก็เป็นลูกจ้าง ขายเฉพาะสินค้าตามราคาป้ายเท่านั้น จะไปต่อของลดราคากับเค้าแบบในไทยไม่ได้ ในต่างประเทศส่วนมากราคาของต่างๆ ขายตามป้ายไม่มีการลดราคาใดๆ

 

9. การรองเท้าในบ้าน

cul9

 

ในบางประเทศ การใส่รองเท้าในบ้านถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ยกตัวอย่างเช่นประเทศอเมริกา บางบ้านเค้าก็จะมีรองเท้าให้เปลี่ยนเราก็เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ควรถามเจ้าบ้านก่อนว่าจะให้ถอดหรือจะให้ใส่ครับ เพราะแต่ละบ้านอาจจะปฏิบัติต่างกัน

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำในเบื้องต้นคร่าวๆ อย่างไรก็ตามหากจะไปเที่ยวในต่างประเทศ ก็ควรศึกษาเรื่องวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ดีครับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเอามากๆ เลย

 

ที่มา:travelling-ok.exteen.com