10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญต่างๆ


10 อันดับฉากสุดระทึกจากเกมสยองขวัญ

จุดขายของเกมแนวสยองขวัญ แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นฉากสยองขวัญต่างๆ แต่ว่าในความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เราเล่นเกมสยองขวัญเนี่ย เราไม่ได้กลัวเจ้าตัวประหลาดที่มันจะมาขย้ำคอผู้เล่นหรอก แต่กลัวบรรยากาศของเกม มุมกล้อง เสียงดนตรี และอื่นๆโดยรวมต่างหาก คุณลองคิดภาพดู หากคุณเล่นเกมสยองขวัญแล้ว จู่ๆผีมันก็เดินมาจากข้างหน้าให้เราเห็นแต่เนิ่นๆ กับการที่มีบรรยากาศ มีเสียง มีหมอกออกมาก่อน จากนั่นมันก็โผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวอันไหนจะน่ากลัวกว่ากัน หากมันเป็นผีหรือสัตว์ประหลาดตัวเดียวกัน แน่นอนว่าแบบหลังมันต้องระทึกกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นเกมสยองขวัญต่างๆก็จะมีฉากการปรากฏตัวของเหล่าผีและตัวประหลาดไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกใจสั่นไปกับมันมากที่สุด และก็ได้มีการคัดเลือกฉากของเกมส์สยองขวัญที่ทำให้ระทึกที่สุดมา 10 อันดับดังนี้

 

10. ฉากเปิดตัวของเจ้าหัวพีรามิด เกม Silent Hill 2

เป็นฉากที่เจมส์ ตัวเอกเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งในอพาร์ตเม้นร้าง และได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจประจำภาค เจ้าหัวพีรามิด ที่กำลังเชือดเจ้าตัวแมเนควินอยู่ เจมส์เข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แต่สายไปแล้วเจ้าพีรามิดมันเห็นเขาแล้ว และเดินเข้าไปเชือดเขา ตอนที่เจอฉากนี้ครั้งแรกคนเล่นหลายๆคนคงคิดว่าเอาแล้ว ต้องสู้แล้ว อาวุธก็ไม่มี แต่ทันใดนั้นเจมส์ก็หยิบเอาปืนพกในตู้มาไล่มันไปได้ โล่งอกไปพักหนึ่ง

 

9. ฉากเริ่มต้นในเมือง Rapture เกม Bioshock

Bioshock ภาคแรกสุดเป็นภาคที่หลอนที่สุดในซีรี่ย์เลยก็ว่าได้ และเป็นภาคที่หลายๆคนชื่นชอบ หนึ่งในฉากที่ระทึกสุดของเกมก็คือช่วง Intro เริ่มที่เข้าสู่เมืองใต้ทะเล Rapture ที่กล่าวกันว่าเป็นเมืองใต้ทะเลที่สวยงาม แต่กลับกลายเป็นเมืองสยองไป เมื่อคุณเห็นเจ้าตัว splicer ใครบางคนจากอีกห้อง และมันก็พยายามจะพังประตูเข้ามาฉีกร่างของคุณด้วย

 

8. ฉากผีจับไหล่ (ไม่ใช่ผีจับหัวนะ) เกม Fatal Frame 2

เกมกล้องถ่ายผีที่เป็นหนึ่งในเกมผีที่สยองที่สุด จริงๆแล้วเกมนี้มีฉากสุดระทึกนับไม่ถ้วน แต่ที่หลอนมากก็ฉากที่มีผีมาแตะไหล่มิโอะในภาคสอง พอเธอหันไปดูก็จ๊ะเอ๋! ใครเล่นเกมนี้ครั้งแรกอาจทำเอาฝันร้ายไปหลายวัน แต่ส่วนตัวแล้วผมระทึกตอนฉากเปิดตู้กับฉากมองลงไปในบ่อน้ำมากกว่า

 

7. ฉากห้องหุ่นในเกม Condemned: Criminal Origins

เป็นเกมยิง FPS สยองขวัญอีกซีรี่ย์ที่เกิดมาในยุคเดียวกับ FEAR แต่หายไปจากวงการเลยในปัจจุบัน ฉากห้องหุ่นนี้ ตอนแรกมันก็เป็นหุ่นตั้งโชว์ธรรมดาๆ แต่เมื่อคุณเดินหันหลังให้มันล่ะก็ จู่ๆ มันก็ขยับมาอยู่ข้างหลังคุณได้อย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าเป็นในชีวิตจริงล่ะก็เห็นแบบนี้คงเผ่นป่าราบไปข้างแล้ว

 

6. ฉากจ๊ะเอ๋กับ Alma ในเกม FEAR ภาคแรก

Alma สาวน้อยที่มีพลังจิตอันแสนจะน่ากลัวในเกม FEAR เธอจะโผล่มาสร้างความระทึกให้ผู้เล่นหลายต่อหลายครั้งในเกม และมันก็หลอนทุกครั้งเลยด้วย

 

5. หมาตัวแสบ ในเกม Resident Evil

ฉากโคตรระทึกที่คุณพบเจอได้ตั้งแต่ต้นเกม ในทางเดินที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทันใดนั้นเจ้าหมาซอมบี้ตัวแสบก็พังหน้าต่างเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว เชื่อว่าคนเล่นเจอฉากนี้ครั้งแรกทุกคนต้องตกใจแน่นอน

 

4. The Witch ในเกม Left 4 Dead

ยัยซอมบี้แม่มดตัวแสบจากเกม 4 หน่อต่อกรผี เจ้าผีตัวนี้จะไม่ปรากฏตัวให้เราเห็น แต่มันจะส่งเสียงร้องไห้อันแสนเย็นยะเยือกทำเอาขนลุกขนพองมาก่อน ทันทีที่มันเห็นผู้เล่น มันจะพุ่งเข้ามาตบลงไปนอนอย่างรวดเร็ว ใครเจอมันถ้าไม่แน่จริง หลีกไว้จะดีกว่าไม่งั้นอาจเป็นศพได้ง่ายๆ

 

3. ฉากเจอเนโครมอร์ฟตัวแรกใน Dead Space

เจ้าเอเลี่ยนสิงศพ ศัตรูตัวฉกาจของ Isaac ที่เชื่อว่าผู้เล่นที่เจอมันครั้งแรกต่างก็สู้กับมันไม่เป็น ทำไมยิงมันแล้วยังไม่ตาย เพราะเกมอื่นๆอย่างเกมยิงซอมบี้ แค่ยิงหัวมันก็ตายแล้ว แต่เนโครมอร์ฟใน Dead Space ยิงหัวมันอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องยิงฉีกมันทุกส่วนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เริ่มจากขา แขน และส่วนต่างๆของมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย ถ้ายิงหัวมันอย่างเดียว ฝ่ายมันแหละจะมาเด็ดหัวเราไปใส่แทนที่เดิม

 

2. ฉากศพในห้องน่้ำเกม Eternal Darkness

เกมสยองขวัญที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ก็เป็นเกมที่มีฉากและบรรยากาศสยองไม่ใช่เล่น และในขณะที่ตัวละครผู้เล่นกำลังหาเบาะแสในห้องน้ำอยู่นั้น เมื่อสำรวจอ่างอาบน้ำแทนที่จะได้เบาะแส กลับเป็นฉากภาพย้อนไปตอนที่เหยื่อถูกฆ่าเลือดนองในอ่างอาบน้ำแทน

 

1. ฉากสู้กับพ่อใหญ่ Big Daddy ครั้งแรก ในเกม Bioshock

เกมเดียวแต่ติดอันดับเข้ามาถึง 2 ฉาก เพราะ Bioshock ภาคแรกเป็นภาคที่แฟนชื่นชอบและสยองสุดๆแล้ว พ่อใหญ่ Big Daddy เป็นหนึ่งในบอสที่ปราบค่อนข้างยาก หากไม่รู้วิธีปราบ เนื่องจากมันพุ่งเข้าโจมตีผู้เล่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมระหว่างที่สู้หากมันวิ่งเข้าใส่ ตัวผู้เล่นจะติดอาการหวาดกลัว ทำให้วิ่งไม่ออก ยิ่งสู้ยากกว่าเดิม

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

เรียบเรียงโดย Sanook! Game

ป่าอาโอกิกาฮาระ ป่าอาถรรพ์สุดหลอนแห่งญี่ปุ่น (ป่าฆ่าตัวตาย) 20+


อาโอกิงาฮาระ ถูกจัดเป็นสถานที่ที่มีคนมาฆ่าตัวตายมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกต
ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ทำไมต้องเป็นป่าแห่งนี้ อาซึสะ ฮายาโนะ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้มานานกว่า
30 ปี เผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเลือกมาฆ่าตัวตายที่อาโอกิงาฮาระ
อาจเป็นการทำตามกระแส 

โดยเมื่อปี 1960 เคยมีนวนิยายเรื่อง ‘ทะเลป่าสีดำ’ (Black Sea of Trees)ของนายSeicho matsumoto
เป็นสถานที่ที่สองตัวละครในนวนิยายของเขามาฆ่าตัวตาย 

(แต่ความจริงของความจริงสำหรับเรื่องนี้คือ ในศตวรรษที่19 เหล่าชาวนาผู้ทนความยากจนข้นแค้น
ไม่ไหวเลยเดินทางมาฆ่าตัวตายที่นี่เพื่อให้ ลูกๆของพวกเขามีอาหารพอเพียงที่จะมีชีวิตรอด )

แต่การฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ มีมาก่อนนวนิยายเรื่องดังกล่าวจะถูกเขียน และสิ่งที่เขาพบในป่าตลอดหลายสิบปี
ทำให้รู้ว่า ผู้ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง มักไม่มีความคิดที่จะกลับออกไปอีกแล้ว บางคนยังมาอาศัยอยู่ที่นี่
ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเอง หรือบางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตายดีหรือไม่ ก็มักจะทิ้งเครื่องหมายบอกทางไว้เสมอ
เพื่อบอกทางกลับหากเขาเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย

อาซูสะ ฮายาโนะ ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิกาฮาระมานานกว่า 30 ปี บอกว่า แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่า
กระแสนิยมเช่นนี้มีที่มาอย่างไร หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไป
ห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเขาคนเดียวก็พบศพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ศพ

นักธรณีวิทยาวัยกลางคนผู้นี้นำทีมถ่ายทำสารคดีจาก Vice World เข้าไปยังสถานที่ซึ่งชื่อว่า “จูไก”
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอมาเขาชี้ให้ทีมงานดูร่องรอยบางอย่างบนต้นไม้ ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจิตใจ
ของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่บางคนที่เปลี่ยนใจขอมีชีวิตอยู่ต่อ

บางคนอาจนึกสงสัยว่า ฮายาโนะ มีสภาพจิตไม่ปกติ จึงสนใจเรื่องความตายมากเช่นนี้ แต่เมื่อรับชมสารคดีต่อไปเรื่อยๆ
ก็จะพบว่าหนุ่มใหญ่เสียงนุ่มและช่างครุ่นคิดคนนี้เพียงปรารถนาจะเข้าใจ และป้องกันมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกเท่านั้น
สารคดีดังกล่าวยังเผยภาพชวนสยองในป่ามรณะ ไม่ว่าจะเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย
และร่องรอยของความโศกเศร้าหรือลังเลก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลาโลก

ป้ายเตือนสติถูกปักไว้ทรงจุดเชื่อมระหว่างทางเดินชมธรรมชาติกับพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย
ทบทวนใหม่ให้ดี เพราะเมื่อก้าวออกจากจุดนี้ไป หลายคนไม่มีวันได้ย้อนกลับมาอีกบางคนที่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด
ว่าจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช้สายเทปโยงตามเส้นทางที่ตนเองเดินมา เพื่อจะย้อนกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีก
หากเปลี่ยนใจ

“แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณเดินตามเทปพวกนั้นไปก็จะพบอะไรบางอย่างเสมอ” 
เขาบอก
“อาจจะพบศพ หรือไม่ก็ร่องรอยว่าเคยมีคนไปถึงที่นั่น”

อย่างไรก็ตาม ฮายาโนะระบุว่า ค่านิยมของการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สมัยก่อน ซามูไร
กระทำการ ‘ฮาราคีรี’ หรือการคว้านท้องปลิดชีพตนเอง เพื่อเป็นเกียรติต่อตัวเอง แต่การฆ่าตัวตายในปัจจุบัน
สะท้อนให้เป็นปัญหาของสังคมยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่คนตัดขาดจากสังคม หรือถูกสังคมโดดเดี่ยวมากขึ้น
อันเป็นผลจากอินเทอร์เน็ต “ทุกวันนี้ เราสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ได้ตลอดทั้งวัน 

แต่ความจริงที่ว่า ยังจำเป็นที่เราต้องพบหน้าใครสักคน อ่านความรู้สึกทางสีหน้า หรือได้ยินเสียง เพื่อให้เราเข้าใจ
ความรู้สึกกันได้อย่างถ่องแท้ เพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข



ป่าแห่งนี้ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในญี่ปุ่น คนทั่วโลกรับรู้ถึงความแปลกประหลาด และน่าสะพรึงกลัวของมัน
จนกระทั้ง เจนนิเฟอร์ เซนท์ส นัดจิตวิทยา ร่วมกับ จอห์น เอล. สกิลล์ตัน ผู้ชื่นชอบในการบุกเกบิก
พร้อมกับทีมงานกลุ่มหนึงได้เดินทางไปยังป่าแห่งนี้ เพื่อถ่ายทำสารคดีและพิสูจน์ความจริง ด้วยสมมติฐานว่า
“ผู้ที่เข้าไปในป่าอาโอกิงาฮาระ จะพบอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาอยากตาย”

เจน ญาณทิพย์..เอร๊ยยเจนนิเฟอร์ เล่าว่า “ทันทีที่เดินเข้าไปในป่าตามลำพัง บรรยากาศนั้นเงียบวังเวงมาก
คุณอาจพบเศษซากของผู้ที่ฆ่าตัวตาย เช่น เศษเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้อความจารึกบนต้นไม้ บางข้อความ
เป็นการสั่งเสีย บันทึกเวลาตาย รวมถึงระบายความมทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ในป่าแห่งนี้รู้สึกถึงความรันทดสิ้นหวัง
ว่างเปล่า และแน่นอนคุณจะคิดถึงความตาย ไม่แปลกถ้าอยู่ดีๆ คุณจะอยากตายขึ้นมา”



ส่วนจอห์น เล่าว่า “ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจ้องผมทุกที่ตลอดเวลา ยิ่งเดินลึกเข้าไไปในความเงียบ
ยิ่งทำให้ผมประสาท บางอย่างทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาที่แย่มากในชีวิต เหมือนภาพนิมิตที่ผุดออกมาเรื่อยๆ
เรื่องแล้วเรื่องเล่า มันเป็นเหมือนสุสานที่เชื้อเชิญคุณให้คุณทิ้งปัญหาทุกอย่างเสีย แล้วก้าวสู่ความตาย”

ปัจจุบันนี้ ป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นตั้งแคมป์ แข่งกีฬากลางแจ้ง
แต่คนที่เคยไปต่างเกิดความรู้สึกเดียวกัน ว่าที่แห่งนี้บรรยากาศไม่ดี น่าหดหู่ บางครั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตา
จ้องมองมาจากในป่า ทำให้อาโอกิงาฮาระ ได้ชื่อว่าเป็นป่าอาถรรพณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
และมีผู้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนชั่วคราว หรือพักไปตลอดกาลอย่างไม่ขาดสายทุกปี

credit :: ไทยรัฐออนไลน์