เป็นเอามาก หนุ่มคลั่งซูเปอร์แมน ลงทุนผ่าหน้านับ 10 ครั้ง จะเหมือนขนาดไหน ต้องไปดู


หนุ่มฟิลิปปินส์ คลั่งซุปเปอร์แมนจัด ลงทุนศัลยกรรมนับ 10 ครั้ง เปลี่ยนหน้าเป็นฮีโร่รายนี้ ไม่หนำใจ เตรียมเพิ่มกล้ามเนื้อและความสูง เพื่อให้ตัวเองเหมือนที่สุด

filipiknow เว็บไซต์ต่างประเทศของฟิลิปปินส์รายงาน เรื่องราว สุดน่าทึ่ง เกี่ยวกับชายหนุ่ม รายหนึ่งนามว่า เฮอร์เบิร์ต ชาเวซ วัย 37 ปี ดีไซน์เนอร์หนุ่ม จากเมือง คาลามบา ผู้คลั่งไคล้ ซุปเปอร์แมน เอามากๆ ตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มจากการสะสมสิ่งของทุกอย่างเกี่ยวกับ ซุปเปอร์แมน จนเมื่อปี 1995 อาการหลงไหลในตัว Clark Kent(ซุปเปอร์แมน )ของเขายิ่งทวีคูณมากขึ้น ถึงขนาดตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมครั้งแรก เพื่อให้ใบหน้าของเขาเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่รายนี้มากที่สุด

แน่นอนว่าเมื่อมีครั้งแรก ย่อมมีการศัลยกรรมครั้งต่อๆมา ชาเวซ เริ่มทำการเปลี่ยนทุกส่วนบนใบหน้า เริ่มจากจมูก สีผิว ปาก แก้ม และอีกนับไม่ถ้วนที่จะทำให้เขา ดูคล้ายซุปเปอร์แมน ร่วมแล้วเขาศัลยกรรมใบหน้าไปกว่า 19 ครั้ง ในรอบ 16 ปี ที่ผ่านมา และมีแผนจะเพิ่มความสูงให้ตัวเอง ด้วยการผ่าตัดต่อกระดูก รวมไปถึงการสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกายอีกด้วย

นอกจากนี้เวลาว่างจากการทำงาน ชาเวซ มักจะไปสร้างความสุขให้กับเด็กๆในท้องถิ่น ด้วยการแต่งกายเป็นซุปเปอร์แมน พร้อมสร้างความสนุกสนาน พร้อมสอนข้อคิด ให้แก่เด็กเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจเป็นอย่างมาก

ขอบคุณภาพและข้อมูล filipiknow

ที่มา Boxza

เรื่องจริงของคนเกาหลี.. ที่คุณอาจไม่เคยรู้ !!


 

 

ที่เกาหลี….อะไรๆก็ดูรีบเร่งไปหมด เดินก็เร็ว ทานก็เร็ว เพราะความใจร้อน ชอบทำอะไรให้เสร็จเร็วๆ คำพูดติดปากคนเกาหลีคือ ปัลรี่ปัลรี่ (빨리 빨리) แปลว่าเร็วๆ คนเกาหลีค่อนข้างภูมิใจที่ตัวเองเป็นคนทำอะไรเร็วและใจร้อน มักจะพูดแบบบ่นแต่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจว่า คนเกาหลีทำอะไรเร็ว ไม่เหมือนคนไทยใจเย็น ทำอะไรช้าๆเนิบๆ ฟังแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ >_<”

นอกจากจะใจร้อนแล้วยังอารมณ์ร้อนอีกด้วย เข้าทำนองว่าโกรธง่ายหายเร็ว มีอีก 2 คำที่คนเกาหลีพูดบ่อยๆ
1.ทับตับเพ (답답해) คืออารมณ์หงุดหงิด อึดอัดใจ บางทีคนเกาหลีพูดว่า ทับตับเพ ปัลรี่ปัลรี่ (답답해! 빨리 빨리) เนื่องจากอึดอัดที่อีกฝ่ายอาจจะทำอะไรเชื่องช้า

2.จาจึ้งนา (짜증나 มาจากคำว่า 짜증나다) เป็นอารมณ์ที่หงุดหงิดเช่นกัน แต่ออกแนวโมโห รำคาญใจ นอกจากจะใจร้อนแล้วคนเกาหลียังขี้รำคาญง่ายอีกด้วย

gyeongbokgung---seoul--south-k_368

คนเกาหลีกับความอดทน อดกลั้น….การจะเข้าใจคนเกาหลีนั้นยากเหมือนกันนะ เพิ่งบอกว่าคนเกาหลีใจร้อนหงุดหงิดง่าย แถมยังขี้รำคาญ ประมาณว่าความต้านทานทางอารมณ์ต่ำ แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่งคนเกาหลีกลับเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นสูง เพื่อความสำเร็จแล้วไม่ว่ายังไงคนเกาหลีก็มักจะอดทนทำให้สำเร็จให้ได้ ขอฝากวลีเด็ด..ไว้ฝึกพูดกัน
1.โพกิ ฮาจิมาเซโย (포기 하지마세요) อย่ายอมแพ้
2.กึดกาจิ เฮพายา เฮโย (끝까지 해봐야 해요) ต้องลองทำให้ถึงที่สุด

travels_1_21_map

ความเครียดกับคนเกาหลี….คนเกาหลีมีความเครียดเกี่ยวกับงานและความก้าวหน้าสูงมาก ตอนหาเสียงเลือกตั้งปธน.เกาหลีใต้ ปาร์กกึนฮเยเน้นว่าจะเพิ่มความสุขให้กับคนเกาหลี เพราะความเครียดนี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีสูบบุหรี่และดื่มเหล้ามาก รวมไปถึงเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายของชาวเกาหลีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD ไม่เว้นแต่เด็กประถมต้นจนถึงวัยชรา (หากคิดเป็นวันเท่ากับมีคนฆ่าตัวตายโดยเฉลี่ยวันละ 42.6 คน)

view_resizing_images

เด็กเกาหลีกับการเรียนพิเศษ….เด็กเกาหลีเรียนหนักมากอย่างไม่น่าเชื่อ หลังเลิกเรียนในภาคปรกติต้องมีเรียนพิเศษต่อถึงราวๆห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน!! ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนมัธยมปลายด้วยแล้วจะยิ่งเรียนหนักมาก วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่เว้น เป้าหมายคือเพื่อต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีและเข้าทำงานในบริษัทดีๆให้ได้เมื่อเรียนจบ ส่วนหนึ่งที่เด็กๆต้องเรียนกันมากแบบนี้เพราะถูกกดดันจากครอบครัวโดยเฉพาะแม่ที่ต้องการเห็นลูกตัวเองดีเด่นกว่าใคร (92.6% ของพ่อแม่ตั้งความหวังว่าลูกต้องเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย)

การนับอายุที่เกาหลี….คนเกาหลีนับอายุแบบเดียวกับคนจีนสมัยโบราณคือนับตั้งแต่ยังเป็นทารกในท้องแม่ เมื่อเกิดมาก็ถือว่ามีอายุหนึ่งปีและยิ่งไปกว่านั้นการนับอายุเพิ่มแต่ละปีนั้นไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิด เมื่อขึ้นปีใหม่สากลปุ๊บก็นับเพิ่มอีกปีเลย (สมมติเราเกิดวันที่ 31 ธ.ค. พอข้ามเป็นวันที่ 1 ม.ค. ก็นับอายุเพิ่มเลยทันที..แปลกแต่จริง) สรุปแล้ว เมื่อพูดเรื่องอายุของเรากับคนเกาหลี เราต้องบวกเพิ่มจากอายุปกติเราไปอีกหนึ่งปี…ฮือๆๆ ไม่ชอบเลย

อายุและความอาวุโสที่เกาหลี….เมื่อพบกับคนเกาหลีครั้งแรกอย่าแปลกใจหากถูกถามอายุทันทีทันใด ไม่ใช่เพราะว่าคนเกาหลีอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่ว่าการไล่เรียงลำดับอายุหรือตำแหน่งของกันนั้นทำให้เรารู้ว่าจะใช้รูปประโยคและคำศัพท์ระดับใดในการสนทนา ระบบอาวุโสนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการหล่อหลอมสังคมเกาหลีใต้อย่างมากโดยไม่ต้องมีการรับน้องระบบโซตัสแบบไทย รุ่นน้องต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ ลูกน้องต้องเชื่อฟังหัวหน้า (ตลอดไป) เมื่อรุ่นพี่หรือหัวหน้าอยากไปไหน อยากทานอะไร รุ่นน้องหรือลูกน้องก็ต้องว่าตามนั้น

A12846296-4

คนเกาหลีสูบบุหรี่จัด….คนเกาหลีสูบบุหรี่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสมาชิก OECD อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่คือ 12.7 ปีเท่านั้น นักเรียนชั้นมัธยมต้นสูบบุหรี่กัน 13% นักเรียนชั้นมัธยมปลายสูบบุหรี่ถึง 18% จากข้อมูลสถิติผู้ชายเกาหลีตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ถึง 44.3% ของผู้ชายในวัยดังกล่าวทั้งหมด

 

คนเกาหลีและอาหารประเภทเนื้อย่าง / หมูย่าง….เมื่อมีนัดกับญาติหรือเพื่อนๆไม่ต้องคิดให้มากแบบคนไทยว่าจะทานอะไรดีเพราะคนเกาหลีนิยมไปทานเนื้อย่างหรือหมูย่างกันเมื่อมีการสังสรรค์หรือเลี้ยงฉลอง เมื่อทานเสร็จมักจะไปต่อที่ร้านอื่นๆ แต่ถ้าทานอาหารที่บ้านในวันปรกติคนเกาหลีกลับนิยมทานผัก กิมจิ แกง หรือแกงจืดมากกว่าเนื้อสัตว์ พวกอาหารปิ้งย่างหากจะทานที่บ้านจะเป็นเทศกาลพิเศษหรือในวันหยุดมากกว่า

ร้านอาหารตามสั่งที่เกาหลี….อาหารเกาหลีไม่ได้แพงเสมอไป ใครอยากทานอาหารเกาหลีที่ไม่แพง และได้อารมณ์แบบร้านอาหารตามสั่งแบบเมืองไทยหล่ะก็แนะนำให้มองหาร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) หรือร้านที่ทำคิมปับ (김밥) หรือข้าวห่อสาหร่ายอยู่ด้านหน้าร้าน ร้านแบบนี้จะมีเมนูเกาหลีหลากหลาย ราคาประมาณ 3,000 – 8,000 วอน (ถือว่าไม่แพงสำหรับที่เกาหลี) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) ที่นี่

 

ที่เกาหลีเราต้องเก็บถาดอาหารด้วย….สำหรับศูนย์อาหาร ร้านฟาสต์ฟู๊ดและร้านกาแฟ เมื่อทานอาหารเสร็จต้องนำถาดอาหารไปคืน ณ จุดที่ร้านบอกไว้ (สังเกตจากผู้คนรอบข้างที่ลุกไปก่อนเรา) โดยเฉพาะร้านประเภทฟาสต์ฟู๊ดยังกำหนดละเอียดกว่านั้นอีกคือ เราต้องแยกประเภทของอาหารและอุปกรณ์ในถาดของเราเองด้วย โดยจะมีช่องสำหรับใส่อาหารที่เหลือ ช่องสำหรับเทน้ำแข็ง ช่องสำหรับใส่แก้วกระดาษ ช่องสำหรับขยะอื่นๆ หากไปร้านประเภทนี้ที่เกาหลี อย่าลุกเดินไปเฉยๆเมื่อทานเสร็จแล้วนะจ๊ะ

Hangme-080

วิธีการจ่ายเงินที่ร้านอาหารที่เกาหลี….การชำระเงินที่เกาหลีต้องเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินเสมอ ร้านอาหารที่เกาหลีไม่จำเป็นต้องทิปแบบประเทศตะวันตกเพราะส่วนใหญ่ราคาอาหาร บวกค่าบริการไว้เรียบร้อยแล้ว หากจะพูดว่าช่วยคิดเงินหน่อยพูดง่ายๆว่า เคซันเฮ จุเซโย (계산해 주세요)

การสัมผัสร่างกายของคนเกาหลี….สำหรับคนเพศเดียวกันจะมีการการสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยหรือชาวตะวันตก เช่นในหมู่เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย (เพศเดียวกัน) จะชอบเดินจูงมือหรือคล้องแขนกัน แม้แต่ที่คนไม่สนิทเท่าไหร่แต่หากไม่ได้เป็นในระหว่างการทำงาน การแตะไหล่หรือเกาะแขนของคู่สนทนาก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ (ต่างเพศก็มีบ้างในบางกรณี) เคยประสบมาด้วยตัวเองเลย มีออนนี่ (언니 พี่สาว) คนหนึ่งเพิ่งรู้จักกันแท้ๆแต่ไปทานข้าวด้วยกันก็มาเดินจูงมือเราเฉยเลย ในกรณีผู้ชายด้วยกัน ถ้าเป็นเพื่อนกันก็อาจเกาะแขนหรือเดินโอบไหล่กันก็มีอย่าไปคิดว่าเค้าเป็นคู่รักกันเชียว

(อธิบายเพิ่มเติม) เนื่องจากมีบางเวบไซต์นำข้อความในหน้านี้ไปอ้างอิงถึงกรณีที่คุณสรยุทธโอบไหล่ศิลปิน Super Junior..เลยขออธิบายเพิ่มเติมเผื่อใครเข้ามาอ่านที่หน้านี้นะคะ 

คนเกาหลีสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยก็จริงแต่มีข้อควรระวังคือ คนที่คนที่อายุน้อยกว่าหรือมีสถานะต่ำกว่าจะไม่ไปแตะตัวฝ่ายที่อาวุโสกว่าก่อนโดยเฉพาะถ้าไม่สนิทกัน (โดยเฉพาะมีความสัมพันธ์ต่อกันในแง่การงานอาชีพ) ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงแล้วย่อมก็มีระยะห่างมากขึ้นเป็นตามธรรมดา

ในกรณีเหตุการณ์โอบไหล่ ศิลปิน Super Junior ที่คนไทยถกกันว่าธรรมเนียมเกาหลีคิดว่าไหล่เป็นของสูงหรือไม่ ..ได้เปิดคลิปเหตุการณ์ให้คนเกาหลีดูเพื่อถามความเห็น เค้าให้ความเห็นว่าไหล่ไม่ได้เป็นของสูง ห้ามแตะต้องแบบที่คนไทยพูดกัน เพียงแค่ในสถานการณ์ตามในคลิปถือว่าไม่เหมาะสม เพราะในการสัมภาษณ์ออกทีวีลักษณะนั้นถือเป็นการพูดคุยแบบเป็นการเป็นงานหรือเป็นทางการ (แม้ว่าบรรยากาศจะสนุกสนานก็ตาม) การโอบไหล่หรือแสดงความใกล้ชิดกับแขกรับเชิญจนเกินไปถือว่าไม่เหมาะสมในวัฒนธรรมเกาหลี

ในรายการสัมภาษณ์ต่างๆที่เกาหลีแม้แต่การพูดคุยระหว่างพิธีกรกับแขกในรายการหรือในการพูดคุยกันเองระหว่างแขกที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เช่นเป็นนักร้องวงเดียวกันทุกคนจะพูดกันด้วยภาษาระดับทางการ เพราะถือว่าไม่ได้คุยเล่นกันเองแต่ถือเป็นการพูดคุยแบบออกอากาศให้ผู้ชมทางบ้านดู

แต่ในกรณีของคุณสรยุทธคราวนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแบบที่ว่าทำผิดมหันต์ แค่เป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมเท่านั้น..สรุปได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าคิดมาก

รถไฟใต้ดินที่เกาหลี….ไม่ใช่แต่โซลที่มีรถไฟใต้ดิน เมืองใหญ่ๆในเกาหลีก็มีรถไฟใต้ดินมานานแล้ว ตอนนี้ที่โซลมีรถไฟใต้ดิน 16 สายครอบคลุมทั่วเมือง หลายสายสิ้นสุดที่เมืองรอบนอกกรุงโซล ตู้รถไฟใต้ดินแต่ละตู้เข้าได้ 4 ประตู จำไว้เลยว่าประตูริมทั้ง 2 ด้าน เป็นประตูสำหรับผู้สูงอายุ อย่าตกใจหากเรายืนต่อแถวรอรถไฟอยู่ดีๆแล้วมีผู้สูงวัยมาแซงเข้าประตูรถไฟไปก่อนเรา สำหรับที่นั่งด้านริมตู้รถไฟแต่ละตู้ทั้งฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่นั่งสงวนไว้ให้คนชรา คนพิการ คนท้อง แม่ที่อุ้มเด็กทารกเท่านั้น อย่าเผลอไปนั่งเด็ดขาดอาจถูกประหารทางสายตาจากคนในรถไฟใต้ดิน แม้การขายของในรถไฟใต้ดินจะผิดกฎหมาย แต่บ่อยครั้งที่จะเห็นคนเข็นของมาขายในรถไฟ ส่วนใหญ่เป็นของใช้ตามฤดูกาล เช่น ร่ม ถุงมือ ฯลฯ

s_subway

ผู้หญิงเกาหลี….ผู้หญิงเกาหลีแม้จะไม่สวยเหมือนนางเอกละครทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะมีผิวที่ละเอียดขาวเนียน เอวบางร่างน้อย ขาก็เรียวมากๆ ว่ากันว่านอกจากคนเกาหลีจะเดินเยอะแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก มีเรื่องขำๆว่าผู้หญิงส่วนมากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายจะสร้างภาพให้สุภาพอ่อนหวาน น่ารัก ทานอาหารน้อยนิด ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เก่ง ฯลฯ แต่หากอยู่กันกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันหรืออยู่คนเดียวจะเปลี่ยนไปอีกแบบนึงเลย

SNSD_Girls-Peace

ศัลยกรรมกับคนเกาหลี….เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้วคนเกาหลีถือว่าทำศัลกรรมมากที่สุด เพราะคนเกาหลีให้ความสำคัญกับการแต่งกายและรูปร่างหน้าตามาก บางคนเชื่อว่ารูปร่างหน้าตาที่ดีมีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน หน่วยงานทางด้านศัลยกรรม ISAPS ให้ข้อมูลว่าชาวเกาหลีทุกๆ 1,000 คน มีคนผ่านการทำศัลยกรรม 16 คน โดยครึ่งหนึ่งทำโบท็อกซ์และเลเซอร์ อีกครึ่งหนึ่งศัลยกรรมจมูก หน้าอก ทำตาสองชั้น ดููดไขมัน เป็นต้น ถ้าเทียบเฉพาะชาวโซล ทุกๆ 5 คนจะมีคนทำศัลยกรรมหนึ่งคน แหล่งที่มีศูนย์ดูแลผิวพรรณและทำศัลยกรรมมากที่สุดในโซลก็คือแถบย่าน Gangnam

ผู้หญิงเกาหลีกับสินค้า brandname….มีผลสำรวจออกมาว่าของขวัญที่ผู้หญิงอยากได้มากที่สุดจากคนรักหรือลูกชายก็คือสินค้า brandname โดยเฉพาะกระเป๋าถือสตรี คนเกาหลีหากซื้อกระเป๋า brandname จากต่างประเทศเวลากลับเข้าประเทศจะต้องเสียภาษี ไปๆมาๆจะแพงกว่าซื้อในประเทศดังนั้นคนเกาหลีจึงนิยมซื้อกระเป๋า brandname จาก Shop ในประเทศเลย หากมาเที่ยวเกาหลี ลองสังเกตดูตามท้องถนนหรือบนรถไฟใต้ดินจะเห็นผู้หญิงถือกระเป๋า brandname เยอะจริงๆ (ส่วนใหญ่ของแท้นะจ๊ะ)

ลัทธิชาตินิยม….ชาวเกาหลีมีความเป็นชาตินิยมมากชาติหนึ่ง นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกาหลีนิยมผลิตสินค้านานาชนิดเพื่อเน้นให้คนในประเทศใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือสินค้าอิเลคโทรนิคส์ต่างๆ อาหารก็เช่นกัน คนเกาหลีคิดว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศดีที่สุด เคยอ่านหนังสือทำอาหารเพื่อสุขภาพเค้าเขียนไว้ว่า เพื่อคุณค่าทางอาหารควรทานข้าวกล้องในประเทศ!! ร้านอาหารบางแห่งจะติดป้ายโฆษณาไว้เลยว่าวัตถุดิบในร้านเป็นผลิตภัณฑ์ดีเยี่ยมเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศ ขนาดเนื้อวัวในประเทศที่เรียกว่า ฮันอู [한우] นั้นคนเกาหลียังบอกว่าเลยว่าอร่อยที่สุดในโลกและมีราคาแพงมาก

ความอ่อนไหวของคนเกาหลี….อย่าตกใจหากดูรายการทีวีเกาหลีแล้วเหล่าบรรดาพิธีกร แขกรับเชิญในรายการทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เมื่อฟังเรื่องราวบางอย่างแล้วน้ำตาคลอหรือร้องไห้กัน แม้คนเกาหลีจะใจร้อน โมโหง่าย พูดเสียงดังแต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นชาติที่มีความอ่อนไหวมาก เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะร้องไห้เพราะซึ้งหรือเศร้า ถ้าดูหนังเศร้าๆผู้ชายเกาหลีก็หลังน้ำตาได้ไม้แพ้ผู้หญิงเลย ต่างจากเมืองไทยที่นานๆจะเห็นผู้ชายร้องไห้สักครั้ง

1107051031244

กาแฟกับคนเกาหลี….คนเกาหลีดื่มกาแฟมากยิ่งกว่าการทานหมูย่างเกาหลีซะอีก ข้อมูลล่าสุดปี 2011 ตลาดกาแฟที่เกาหลีใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยเฉลี่ยคนเกาหลีดื่มกาแฟประมาณ 338 แก้วต่อปี กาแฟที่คนเกาหลีนิยมดื่มที่สุดคือกาแฟดำหรืออเมริกาโน่ ปัจจุบันเกาหลีมีร้านกาแฟมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : korean4life.com

โลกโซเชียลกระหน่ำไลค์ สาวสวยเว้าอีสาน ถ่ายคลิปฝากถึงคนด่าพริตตี้


 

สาวสวยเว้าอีสาน ถ่ายคลิปฝากถึงคนด่าพริตตี้ มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อาชีพใคร อาชีพมัน

กระหึ่มโลกออนไลน์ หลังจากที่มีสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ MindMint Chin Han Hwun ได้โพสต์คลิป ฝากถึงคนด่าพริตตี้ ออกมาชี้แจงเป็นภาษาอีสานแบบไฟแลบฝากถึงคนที่ชอบดูถูกอาชีพพริตตี้ว่า อยากจะมาระบายหลังจากที่มีคนชอบพูดอย่างนั้นอย่างนี้กับพริตตี้

0111

ซึ่งข้อแรกที่อยากเคลียร์คือ ข้อ1.พริตตี้ โชว์นม โป๊ ซึ่งตนก็ต้องยอมรับว่าการโชว์นมเป็นเซ็กซี่ เป็นจุดขายมันเป็นงานของเขา อาชีพใคร อาชีพมัน ส่วนข้อ2 ที่ว่าพริตตี้เป็นเด็กเสี่ย ยอมรับว่าก็มีพริตตี้ที่เป็นเด็กเสี่ยแต่เธอไม่ได้เป็นและไม่เคยดูถูกใครที่ เป็นเด็กเสี่ยด้วย

ซึ่งเธอมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า ส่วนเรื่องศัลยกรรมเธอมองว่าเป็นเรื่องของการลงทุนเพราะทำงานเกี่ยวกับหน้า ตา การทำศัลยกรรม เสริมสวยมันเป็นเรื่องปกติ พอให้ได้มีงานเข้ามา

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ขณะนี้มีคนกดแชร์แล้วกว่า 5,700ครั้ง และกดถูกใจอีกหลายหมื่นครั้ง ซึ่งชาวสังคมออนไลน์มองว่าอาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริตและไม่ได้ทำให้ใคร เดือดร้อน และชื่นชมสาวสวยในคลิปที่ไม่อายที่จะพูดภาษาอีสาน พูดตลก แถมยังมีน่าตาสวย เรียกได้ว่าทำให้หลายคนบนโลกออนไลน์อมยิ้มหลังจากได้ชมคลิปนี้

 

http://www.facebook.com/video/embed?video_id=10202902382788793

 

ศัลยกรรม เกือบ 100 ครั้ง หนุ่มเสพย์ติดการ ศัลยกรรม เป็นงานอดิเรก


 

ศัลยกรรม เกือบ 100 ครั้ง หนุ่มเสพย์ติดการ ศัลยกรรม เป็นงานอดิเรก

ศัลยกรรม เกือบ 100 ครั้ง

ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติเลยจริงนะครับ ที่มนุษย์เรามักจะไม่พอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ และอยากได้ในสิ่งที่ใหม่กว่า ดีกว่าเสมอแหละครับ ซึ่งสิ่งที่คนเรามักเปลี่ยยนแปลง ปรับเปลี่ยน โมดิฟายใหม่ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการทำ ศัลยกรรม แก้ไขรูปหน้าของตัวเองให้ดูดีขึ้น เพื่อที่จะเสริมสร้างความมั่นใจ โหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย หรือ ทำไปงั้นแหละก็คนมันอยากดูดีนี่นา โหวงเฮ้งอะไรไม่สนหรอก 55555+ ซึ่งสิ่งที่คนเรานิยม ศัลกรรม เปลี่ยนแปลง รูปหน้าของตัวเองนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้น ตา – จมูก – คาง Top 3 นี้แน่ๆ ซึ่งจำนวนการทำและแก้ ไข (ในกรณีที่ออกมาเบี้ยวไม่สวยไม่เข้ารูปแล้วอยากทำใหม่) ปกติจะอยู่ขจุดละ ไม่เกิน 3-5 ครั้ง รวม Top 3 ก็ตีไป ไม่เกิน 15 ครั้ง นั่นคงเป็นจำนวนที่มาตรฐานของคนทั่วไปในการทำ ศัลยรรม ครับ แต่หนุ่มที่ทาง Men.MThai เราจะพาไปให้เพื่อนๆ รู้จักกันนี้เรียกได้ว่า เสพย์ติด ศัลยกรรม ขั้นสูงสุด เพราะว่าเขาเคยทำ ศัลยกรรม มาแล้วทั้งหมด เกือบ 100 ครั้งเลยทีเดียว!!! (ช็อคแป็บนะครับ)

ศัลยกรรม เกือบ 100

อชาสันต์ รัชฎามาศ หนุ่มวัย 28 ปี สะท้อนให้เห็นว่า เขาผ่านการทำ ศัลยกรรม บนใบหน้ามาเกือบ 100 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เขายอมเปิดใจกับเราว่า ผ่านการทำศัลยกรรมทุกประเภท ทั้งฉีดหน้าผาก สักคิ้ว กรีดตา สักขอบตา ฉีดดอลลี่อาย เสริมจมูก ฉีดปากให้ดูอวบอิ่ม สักปากสีชมพู เสริมคาง เติมร่องแก้ม ทำลักยิ้ม และปลูกผม รวมเป็นเงินกว่า 600,000 บาท

ศัลยกรรม เกือบ 100

เขาเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการทำศัลยกรรมครั้งแรก เพราะตามีขนาดไม่เท่ากัน และกลายเป็นการทำศัลยกรรมส่วนอื่นๆต่อมา กระทั่งอาจเรียกได้ว่าเสพติดศัลยกรรม ถึงขั้นต้องหาซื้อสารและอุปกรณ์จากอินเตอร์เน็ตมาฉีดให้ตัวเอง โดยจำวิธีมาจากแพทย์ ที่เคยใช้บริการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มรายนี้ เคยไปใช้บริการฉีดฟิลเลอร์เสริมความงามกับหมอกระเป๋าในราคา 2,000 บาท ซึ่งทำให้ใบหน้าดูดีขึ้นทันที แต่หลังจากนั้น 8 เดือนก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง จนต้องยอมจ่ายเงินอีก 80,000 บาท เพื่อให้แพทย์แก้ไขให้ แม้จะรู้ถึงผลเสียที่ตามมา แต่ปัจจุบันเขายอมรับกับเราว่า ยังมีความคิดอยากผ่าตัดกระดูกโหนกแก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

ศัลยกรรม เกือบ 100

การเสพติดศัลยกรรม เป็นอาการของผู้ที่รู้สึกไม่พอใจกับรูปร่างหน้าตาของตัวเอง จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการทำศัลยกรรม เพื่อให้ได้ดั่งใจ แต่แพทย์ ยืนยันว่าการทำศัลยกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ใช่ทางออกที่ดี โดยทางทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตอย่าง นพ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ได้ออกมาเตือนผู้คนที่มีปัญหา เสพย์ติดศัลกรรมอย่างหยุดไม่ได้ หรือผู้ที่คิดอยากจะทำ ศัลยกรรม เล็กๆ น้อยๆ ทั้งๆ ที่ของเดิมดีอยู่แล้วว่า ถ้าเรามีการไม่พึงพอใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองมากๆ มันน่าจะเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิตมากกว่า ถ้าเรารู้จุดที่จำเป็นต้องแก้ ไปแก้ให้ตรงจุด มันน่าจะเป็นผลลัพธิ์ที่ทำให้เราสามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้ดียิ่งกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางแพทย์แนะนำมากกว่าการไป ศัลยกรรม ให้เสียเงินและเวลา โดยสุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เพราะปัญหาที่แท้จริงมันก็คือความไม่มั่นคงภายในจิตใจตัวเองมากกว่า ผู้คนควรเข้าใจและแก้ไขให้ถูกจุด

ศัลยกรรม เกือบ 100

ปัจจุบันแม้การทำ ศัลยกรรม จะเป็นที่ยอมรับและเป็นทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ถือว่ายังมีความเสี่ยง เพราะบางครั้ง ผลอาจไม่เป็นตามที่ต้องการ แม้จะทำกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และหากยิ่งเลือกใช้ บริการกับหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อน อาจเสี่ยงกับความปลอดภัย อาจได้รับความเจ็บปวดและผลกระทบที่ตามมา มากกว่าความสวยงาม ตามที่คาดหวัง

http://www.bugaboo.tv/embed/146798?w=560&h=315&auto=false&