ช้างศึกเฮ! แม้บุกพ่ายมาเลย์2-3รวมสองนัดคว้าแชมป์


ช้างศึกเฮ! แม้บุกพ่ายมาเลย์2-3รวมสองนัดคว้าแชมป์

ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014
รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2

มาเลเซีย  3 – 2  ไทย
(ผลรวม2นัด ไทย ชนะ มาเลเซีย 4-3 )

สนาม บูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

ทีมช้างศึก บุกไปเยือนถิ่นเสือเหลือง เกมนี้ “ซิโก้” ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดที่แล้ว 1 ตำแหน่ง โดยส่งประกิต ดีพร้อม ลงแทนที่ของ มงคล ทศไกร ส่วนตำแหน่งอื่นยังจัดเต็มเช่นเดิม

เริ่ม เกมครึ่งแรก ผ่านไป 6 นาที ทีมไทยมาเสียจุดโทษอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่  สุทธินันท์  พยายามเข้าสกัดบอล แต่ผู้ตัดสินมองว่า ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล ถูกเกี่ยวล้มในเขตโทษ และเป็น บินราฮิม ซาฟิค ซัดเข้าไปไม่พลาด ทำให้ มาเลเซีย ขึ้นนำ ไทย 1-0 สกอร์รวม 1-2

ต่อมา 4 นาที ทีมไทย มีลุ้นเมื่อกองหลังมาเลเซียส่งบอลคืน มาริฮัส ฟาริซาล ผู้รักษาประตูก่อนจะเตะบอลสวนมาไม่ดี ถูก อดิศักดิ์ ไกรษร กระโดดบล็อคได้บอลกระเด้งเกือบเข้าประตู

น.12 ทีมไทย มีโอกาสอีกครั้ง จากลูกยิงนอกกรอบของ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา บอลพุ่งชนเสานอกอย่างจัง

น.21 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เก็บบอลได้ก่อนลากบอลเข้าหาเขตโทษ แล้วกดด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ไม่ผ่าน มาริฮัส ฟาริซาล ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทีมไทย ครองบอลมากกว่าและเกือบได้ประตูตีเสมอ จากเติมเกมด้านขวาของ นฤบดินทร์ ก่อนจ่ายปาดผ่านหน้าประตูไปเสาสองถึง เกริกฤทธิ์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

น.40 แผงหลัง”ช้างศึก”เคลียร์บอลไม่ขาด บอลหลุดมาถึง ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล ได้พลิกตัวยิงหน้าประตู แต่โชคดีที่ติดบล็อคของไทยออกไป

ช่วงท้ายเกม  เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ มีโอกาสส่องในเขตโทษอีกครั้ง แต่ไปตรงตัวผู้รักษาประตูมาเลเซียรับได้ไม่ยาก

และ ช่วงทดเจ็บกองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นสนาม เมื่อมาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล เปิดบอลจากฝั่งขวาไปเสาสอง กวินทร์ ออกมาตัดบอลพลาด ก่อนหลุดมาถึง มาฮายุดดิน อินดร้า ขึ้นโขกกดกระดอนพื้นเข้าประตูไป และจบครึ่งแรก ทำให้ มาเลเซีย ขึ้นนำ ไทย 2-0 สกอร์รวม 2-2

เริ่มครึ่งหลังมาไม่กี่นาที ทีมไทยมีลุ้นทำประตู จากจังหวะ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หลุดเข้าเขตโทษทางซ้าย ก่อนยิงไปติดแนวรับมาเลเซียออกหลังไป

น.58 ทีมไทย มาเสียลูกที่สาม จากจังหวะฟาลว์นอกกรอบ และเป็น บินราฮิม ซาฟิค ที่ปั่นโค้งข้ามกำแพง บอลเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม  ทำให้ ทัพเสือเหลือง นำไทย 3-0 ประตูรวมแซง 3-2

น.66  ทีมไทย มีโอกาสจากลูกเตะมุม ชาริล ชัปปุยส์ เปิดให้ ศราวุธ มาสุข  ขึ้นโหม่งได้ แต่บอลไม่ตรงกรอบประตู

น.81 เป็นแฟนชาวไทยที่ได้เฮลั่นสนั่นสยามประเทศแน่ๆ เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 จากลูกฟรีคิก สารัช ปั่นข้ามกำแพง บินราฮิม ซาฟิค ปัดมาเข้าทาง ชาริล ชัปปุยส์ ซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

ต่อมาอีก 5 นาที ทีมไทยมาได้ลูกที่สอง เมื่อ ศราวุธ มาสุข  พาบอลลุยจากริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจ่ายให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ดึงบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนไหลให้ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ กดด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ทำให้ไทย ไล่มา 2-3 ประตูรวม ไทยนำ 4-3

และหมดเวลาไปด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ ทีมชาติไทย บุกแพ้ มาเลเซีย 2-3 แต่ประตูรวม เฉือนเอาชนะ 4-3 คว้าแชมป์มาครองในรอบ12ปี ได้สำเร็จ

———————————————–
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกทีมชาติไทย
กวิ นทร์ ธรรมสัจจานันท์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , สุทธินันท์ พุกหอม , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา : ชาริล ชัปปุยส์ , สารัช อยู่เย็น , ประกิต ดีพร้อม  : ชนาธิป สรงกระสินธ์ ,  เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ , อดิศักดิ์ ไกรษร

โค้ช :  “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

 

ที่มา: สนุกดอทคอม

รายงานผล นาทีต่อนาที โคตรพ่อโคตรแม่สะใจ!ชัปปุยส์+เจกดท้ายเกมไทยชนะสกอร์รวมซิวซูซูกิคัพ


 เฮลั่นบ้านลั่นประเทศกันไปเลยหลังแฟนบอลชาวไทยอึดอัดตลอด 80 นาทีของเกมเพราะโดนจุดโทษกังขาตั้งแต่ต้นและโดนทิ้งห่างเป็น 3-0 จนกระทั่งนาที 82 ได้ชาริล ชัปปุยส์มาช่วยทำให้สะใจสุดๆยิงไล่มาทำให้มีอเวย์โกล์ ก่อนชนาธิป สรงกระสินธ์จะมายิงฝังประตูสองให้ไทย พ่ายไป 3-2 แต่ประตูรวมเหนือกว่าคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพที่ห่างหายไปนาน
มาเลเซียมการปรับแผงหลังหน่อยในนัดนี้ถอดซาสออกแล้วให้อมิรุดดินออกสตาร์แทน นอกนั้นเลือกใช้นักเตะชุดเดิมกับนัดที่แล้ว

ส่วนไทยก็เช่นกันปรับเปลี่ยนตำแหน่งเดียวให้ประกิตออกสตาร์ทแทนที่มงคลและที่เหลือเป็นนักเตะชุดเดิมไม่มีใครหายหน้าไป

5′
ใบสั่ง?!แข้งไทยมึนเปาอิหร่านแจกจุดโทษมาเลอย่างไว
เหมือนของจะออกลายเสียแล้วเมื่อเล่นมาได้เดี๋ยวเดียวเปาอิหร่านแจกจุดโทษให้มาเลเซียจากจังหวะที่นอห์ชารูลจะพลิกบอลในเขตโทษแล้วมีสุทธินันท์วิ่งมาจะตัดบอลไปเกิดการปะทะกัน แต่เป็นขานอห์ชารูลมาโดนแข้งไทยเองซะมากกว่าแต่ก็ได้ ก่อนจะเป็นซาฟิกยิงเข้าไปไทยตามหลัง 1-0
11′
เกือบเจ๊า!อดิศักดิ์ขยันตามบล็อกลูกเตะเปิดเกมหวิดเข้า
ไทยก็เกืบเอาประตูคืนได้จากจังหวะบอลคืนหลังไปอยู่ที่ฟาริซาลกำลังจะเตะเปิดเกมขึ้นมา แต่อดิศักดิ์ขยันวิ่งตามไปกระโดดบล็อกแต่บอลกระดอนหลุดกรอบไปน่าเสียดาย
13′
อีกนิดเดียว!พีระพัฒน์ซัดไกล 25 หลาบอลเช็ดเสาออก
ไทยเริ่มทำเกมบุกขึ้นมาได้แล้วก่อนจะมีโอกาสลุ้นอีกครั้งจากเกริกฤทธิ์ทางขวาจ่ายมาให้ชนาธิปก่อนแปะมาตรงกลางที่พีระพัฒน์ขยับเข้าในมา ก่อนจะแต่งเข้าขวาแล้วปั่นไกล 25 หลาส่งบอลโค้งเช็ดเสาแรกออกหลังน่าเสียดายอีกครั้ง
18′
ซาลี่ได้ยิงบ้างแต่ไม่ได้ลุ้น
มาเลเซียมีโอกาสยิงหนแรกของเกมแล้วถ้าหากไม่นับจุดโทษ จากบอลทางขวาจ่ายมาให้ยาห์ยาห์ดีดส้นต่อถึงซาลี่ได้โอกาสลองยิงแต่ก็ยังโด่งข้ามคานแบบไม่มีลุ้น
22′
ก้องขอยิงไกลแต่ยังโดนฟาริซาลปัดได้
“ช้างศึก”บุกมาอีกหนนี้จากชนาธิปตามไปเก็บบอลในเขตโทษแต่พลิกลำบากสุดท้ายถ่ายบอลคืนกลับมาถึงเกริกฤทธิ์เลี้ยงขึ้นมาสับไกบอลกระดอนพุ่งเข้าเสาแรกแต่ยังโดนฟาริซาลล้มตัวเซฟไว้กระฉอกมาก็ยังตามเก็บได้
29′
ชัปปุยส์ได้สับไกบ้างแต่บอลแฉลบออกหลัง
มาเลเซียเล่นแรงตามสไตล์น่าจะเหลืองมากกว่าสองใบแต่ไทยยังไหวหาช่องทำเกมบุกขึ้นมาได้เรื่อยๆ คราวนี้จากซ้ายจ่ายมากลางที่ชัปปุยส์ได้โอกาสยิงไกลแต่ติดแฉลบออกหลัง
32′
ยังแค่เฉียด!บอลเปิดเลยอดิศักดิ์ถึงเกริกฤทธิ์ยิงหลุดไป
น่าใส่สกอร์ให้ไทยจริงๆจากจังหวะตัดบอลได้แล้วโต้กลับ อดิศักดิ์ทำชิ่งคืนชนาธิปก่อนจะจ่ายตามช่องให้นฤบดินทร์สอดมาตบเข้ากลางเลยอดิศักดิ์ไปนิดเดียว หลุดถึงเกริกฤทธิ์ก็มุมแคบแล้วยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไป
40′
ไทยสกัดไม่โดนเข้าทางนอห์ชารูลกลับตัวยิงติดบล็อก
มาเลเซียหวิดจะได้ประตูสองจากซาฟิกลากเข้ามาในเขตโทษทางซ้ายก่อนจะเปิดเรียดมาแต่ไทยก็ตัดบอลไม่โดนบอลเลยมาเข้าทางนอห์ชารูลจับก่อนกลับตัวยิงยังติดบล็อกตัวสไลด์ออกหลังไป
45′
เกริกฤทธิ์ได้ยิงอีกแล้วยังตรงตัว
มาเลย์เริ่มทำเกมบุกมากขึ้นแต่แนวรับไทยยังเอาไหว หนนี้ได้โต้ชัปปุยส์แทงออกทางขวาให้อดิศักดิ์อยู่ว่างๆ เลือกป้ายมาฝากที่ชนาธิปตรงกลาง ก่อนจะไหลให้เกริกฤทธิ์เข้าเขตโทษทางซ้ายได้ยิงแต่ไม่ดีเท่าไหร่ยังตรงตัวฟาริซาล
45+2′
งานงอก…กวินออกมาไม่สุดขาตายโดนอินดราโขกเข้า
แต่แล้วไทยพลาดเองจนกลายเป็นประตูตีเสมอจนได้จากนอห์ชารูลทางขวาขยับยึกยีกก่อนเปิดเข้าเขตโทษไปเสาไกล มีอินดราโถมมาโขกแล้วกวินจะออกไปตัดบอลก็ไม่สุดชะงักก่อนโดนโหม่งมาก็ขาตายแล้วพุ่งไม่ทันเข้าประตูไป มาเลเซียนำห่าง 2-0
HALF TIME
48′
เกริกฤทธิ์หลุดมายิงยังติดแฉลบออกอีก
ไทยเปิดมาไม่รอช้าบุกใหญ่เลยและเกือบจะได้ประตูอีกแล้วจากบอลทะลุของชนาธิปให้กับเกริกฤทธิ์หลุดขึ้นไปเจอขวางอยู่พยายามล็อกหามุมจนยิงจนได้แต่ก็ยังแฉลบกระดอนออกหลัง
53′
สารัชดันมาลุ้นบ้างยิงข้ามคาน
มาเลเซียพอโฉบบุกไปบ้างแล้วแต่ไทยยังทำได้ดีกับจังหวะตัดเกมแล้วโต้กลับเพียงแต่ยังฝังประตูไม่ได้ซักที หนนี้มาทางซ้ายอีกเกริกฤทธิ์ฝากให้ชนาธิปก่อนจ่ายถึงสารัชเติมมายิงงัดใต้บอลข้ามคานไปอีก
58′
เอ่อ…ซาฟิกปั่นฟรีคิกเสียบตาข่ายห่างสามลูก
เจอแบบนี้พูดไม่ออกกันจริงๆเมื่อมาเลเซียได้ประตูเพิ่มอีกแล้วจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษแถวๆหัวกะโหลกก่อนจะเป็นซาฟิกวิ่งมาปั่นบอลผ่านกำแพงโค้งหนีมือกวินเข้าไปกลายเป็น 3-0 แล้ว
61′
เกือบ…ยาห์ยาห์หักถึงซาลี่ยิงติดพวกเดียกวันเอง
ไทยกำลังต้องการเกมบุกแต่มาเลเซียก็ใช้จังหวะนี้ค่อยๆมาตามช่องจนเสียวจะได้ประตูอีกแล้ว ด้วยบอลไหลให้ยาห์ยาห์สอดมารับบอลทางขวาเขตโทษก่อนตบเรียดเข้ากลางหลุดไปถึงซาลี่ได้ยิงแต่ดันไปติดอินดราพวกเดียวกันเอง
68′
อดิศักดิ์สับไกหน้าเขตโทษติดบล็อกอีกแล้ว
ไทยมาจังหวะนี้สวยเลยแต่ก็ยังไม่ได้ซักที ใช้เกมบุกทางซ้ายอีกแล้วไหลให้เกริกฤทธิ์ขยับมารับบอล ก่อนเปิดหลุดมาถึงหน้าเขตโทษมีอดิศักดิ์ถอยมารับแล้วล็อกเข้าซ้ายก่อนยิงไปติดแฉลบโค้งออกหลัง
75′
ท้ายเกมลุ้นกันสุดบีบหัวใจ
เข้าช่วงท้ายเกมแล้วแต่เกมเนือยไปพอสมควรเลยบอลบุกของไทยที่ปกติทะลุได้เป็นช่องเริ่มไปไม่ถึงแล้วโดนดักเอาไว้ ลุ้นกันใจจะวายกับเวลาที่เหลือ
82′
มาแล้วโว้ยยย!ชัปปุยส์ซ้ำลูกฟรีคิกไทยได้อเวย์โกล์
แต่แล้ว”ช้างศึก”ทให้บูกิตจาลีลเงียบได้เกือบทั้งสนามยกเว้นแฟนไทยเองด้วยกันจากจังหวะได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษสารัชยิงเข้ามาจะเสียบเสายังโดนฟาริซาลปัด แต่เข้าทางชัปปุยส์วิ่งมาซ้ำด้วยซ้ายเข้าจนได้ ไทยเฮทั้งประเทศไล่มา 3-1 แต่เป็นประตูสำคัญเพราะอเวย์โกล์
86′
ซาฟิกยิงเจอสุทธินันท์สกัดช่วยไว้
มาเลเซียเกือบทำเอาหัวใจวายอีกแล้วเมื่อพวกเขาบุกมาได้จบจากซาฟิกเจ้าเก่ามายิงหน้าเขตโทษแต่เจอสุทธินันท์ทิ้งตัวสกัดบอลออกหลังไปได้ทัน
88′
แชมป์ของข้า!เจส่งท้ายยิงไกลสุดหมดจดมอบไทยเฮลั่นประเทศ
แล้วสุดท้ายมันจบแล้วมาเลเซียไม่ต้องคิดถึงแชมป์แล้วโว้ย เมื่อไทยโต้กลับมาอดิศักดิ์อยู่หน้าเขตโทษจ่ายให้ชนาธิปตรงกลางมีเพื่อนรอทางซ้ายไม่สน”เมสซี่เจ”เข้าซ้ายจัดการสับไกพุ่งเสียบเสาหายแบบหมดจดเด็ดขาดสุดๆไล่เป็น 3-2 และแชมป์อยู่ตรงหน้า
จบเกมไทยพ่ายมาเลเซีย 2-3 แต่สองนัดรวมแล้วชนะไป 4-3 กลับมาคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพหลังห่างหายไปถึง 12 ปี พร้อมกับขยับไปทาบสิงคโปร์มีแชมป์ 4 สมัยเท่ากันแล้ว
ไทย
Starting Formation: 4-3-3
1.
กวิน ธรรมสัจจานันท์
13.
นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม
5.
สุทธินันท์ พุกหอม
17.
ธนบูรณ์ เกษารัตน์
2.
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
6.
สารัช อยู่เย็น
7.
ชาริล ชัปปุยส์
4.
เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
 89′
12.
ประกิต ดีพร้อม
 63′
18.
ชนาธิป สรงกระสินธ์
9.
อดิศักดิ์ ไกรษร
ตัวสำรอง
20.
ชนินทร์ แซ่เอียะ
3.
ประวีณวัช บุญยงค์
8.
อาทิตย์ ดาวสว่าง
11.
มงคล ทศไกร
14.
ศราวุธ มาสุข
 63′
15.
ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา
19.
อดุล หละโสะ
 89′
21.
ชัยณรงค์ ทาทอง
22.
สมปอง สอเหลบ
ผู้จัดการทีม
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

โดย  redenzo ssballthai

ไทยชนะมาเลเซีย 2:0 ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เจอนัดสอง 20 ธ.ค. นี้


ผลการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรกระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันนี้(17ธ.ค.) จบการแข่งขันไทยชนะมาเลเซีย2:0

โดยจบครึ่งแรก (45 นาที) ไม่มีใครทำประตูได้เสมอ ด้วยสกอร์ 0:0      เริ่มครึ่งหลังทีมไทยมีโอกาสได้ลุ้นประตูหลายครั้ง    จนถึงนาทีที่70ไทยได้จุดโทษ    โดยชาริล    ชัปปุยส์ยิงทำประตูให้ไทยนำมาเลเซีย1:0

จากนั้นนาทีที่85ไทยยิงได้อีก1ประตูโดยเกริกฤทธิ์    ทวีกาญจน์    ทำให้ไทยนำมาเลเซียเป็น2:0    จบการแข่งขันไทยชนะมาเลเซีย2:0

สำหรับนัดสองในวันที่ 20 ธ.ค. จะพบกันที่สนามบูกิต จาลิล มาเลเซียเวลา19.00น.ช่อง7สีถ่ายทอดสด

 

ยุทธการหักพิษสง เสือ(เหลือง)เฒ่า!

ในที่สุดศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินอุษาคเนย์อย่าง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” ก็เดินทางเข้าสู่การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศกันแล้ว

โดย “คู่ชิงชนะเลิศ” ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นการพบกันระหว่าง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย กับ “เสือเหลือง” ทีมชาติ มาเลเซีย

สำหรับขุนพล “ช้างศึก” นั้นการเข้าชิงชนะเลิศถือว่าไม่ใช่เรื่อง “เซอร์ไพร์ส” แต่อย่างใดเพราะก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่ม ทีมชาติไทย ในฐานะ “แชมป์” 3 สมัย ที่มีฟอร์มการเล่นดีวันดีคืนภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นั้นถูกคาดหมายเอาไว้อยู่แวว่าเป็น “เต็งแชมป์” ในปีนี้

แต่สำหรับขุนพล “เสือเหลือง” การทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาได้นั้นเป็นะไรที่ต้องบอกว่า “เซอร์ไพรส์” แบบสุดๆ

เพราะก่อนทัวร์นาเมนท์จะเริ่มปฏิเสธไม่ได้ว่า ทีมชาติมาเลเซีย ภายใต้การคุมทีมของ ดอลเลาะห์ ซาลเลห์ นั้น มีผลงานที่ย่ำแย่เป็นอย่างมาก

นับตั้งแต่กุนซือวัย 51 ปีก้าวขึ้นกุมบังเยนขุนพล “เสือเหลือง” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดอลเลาะห์ สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เพียงแมทช์เดียวและแพ้ไปถึง 4 แมทช์ด้วยกัน

ก่อนถึงศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” และ 2 จาก 4 ก็เป็นการแพ้ต่อทีม “คู่ปรับ” ในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซียและ เวียดนาม ด้วย

นอกจากนั้นตัวผู้เล่นที่เรียกเข้ามาสู่ทีมก็กลับไปดึงผู้เล่นที่มีอายุมากและหลุดวงโคจรในนามทีมชาติไปแล้วกลับมาเป็นแกนหลักในทีมจนถูกสบประมาทว่าเป็นทีม “เสือเหลืองเฒ่า” ก็ไม่ปาน

ด้วยเหตุนี้ ทีมชาติมาเลเซีย ที่แม้จะเคยผงาดคว้า “แชมป์” รายการนี้ได้หนึ่งสมัยเมื่อปี 2010 จึงไม่ได้ถูกจับตามองและคาดหมายเป็นอันดับต้นๆว่าจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

มิหนำซ้ำเมื่อการแข่งขันดำเนินไปถึงครึ่งทางในรอบแบ่งกลุ่มขุนพล “เสือเหลือง” ก็ฟอร์มไม่ดีตามเนื้อผ้าจริงๆ เมื่อทำได้เพียงแค่เสมอกับ ทีมชาติเมียนมาร์ และพ่ายแพ้ ทีมชาติไทย

จน “สถานการณ์” ของทีมนั้นร่อแร่จะตกรอบอยู่มะลอมมะล่อ แถมยังมีเรื่องราวนอกสนามที่ดาวยิงคนดังอย่างซาฟิอี ซาลี ถูกจับภาพได้ขณะน่งสูบบุหรี่อยู่ที่ร้านอาหารหลังเกมที่พ่ายแพ้ให้กับขุนพล “ช้างศึก” จนถูกแฟนบอลและสื่อมวลชนในประเทศวิจพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

เช่นนั้นไม่ว่าจะมองเหลี่ยมไหนในเรื่องราวที่ดำเนินมาถึงจุดนี้ ขุนพล “เสือเหลือง” แทบจะไม่มีโอกาสเลยที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เลย อย่าว่าแต่รอบชิงชนะเลิศเลยแค่เพียงรอบรองชนะเลิศก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้

ทว่าไม่น่าเชื่อว่า “เหตุการณ์” หลังจากที่กล่าวมากลับกลายเป็นตรงกันข้าม

เมื่อ ทีมชาติมาเลเซีย สามารถเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ “เจ้าภาพ” ร่วมในรอบแบ่งกลุ่มพร้อมกับก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ ก่อนจะเข้ามาหักด่าน ทีมชาติเวียดนาม “เต็งแชมป์” อีกหนึ่งทีมได้ทั้งที่เป็นฝ่ายออกตัวพ่ายแพ้คาถ้ำเสือเหลืองไปก่อนในเลกแรก 1 – 2

แต่สุดท้ายก็กลับมาถล่มเอาชนะ ทีมชาติเวียดนามได้ ในบ้าน 4 – 2 จนพลิก “สถานการณ์” เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

มันจึงเป็นเรื่อง “เซอร์ไพรส์” ของศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” อย่างแท้จริง

และนำมาซึ่งคำถามต่อไปว่าเพราะอะไร “เสือเหลือง” จึงกลับมาผงาดในรอบชิงชนะเลิศได้ครั้งทั้งที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในรอบแรกรวมถึงรอบรองชนะเลิศมาแล้ว

คำตอบก็คงต้องบอกว่าเป็นเพราะ “พิษสง” ของเหล่านักเตะที่ถูกขนานนามและปรามาสว่าเป็น “เสือเหลืองเฒ่า” นั่นเอง

ชูคอร์ อดาน กัปตันทีมวัย 35 ปี , อินดรา ปุตรา มาหายุดดิน และ อัมรี ยาห์ยา 2 ตัวริมเส้นจอมเก๋าในวัย 33 ปี , บาดรี่ ราดซี่ มิดฟิลด์สุดแกร่งวัย 32 ปี หรือแม้แต่ ซาฟิอี ซาลี ดาวยิงคนเก่งวัย 30 ปี คือเหล่า “คีย์แมน”สำคัญในความสำเร็จของ ทีมชาติมาเลเซีย ที่ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้

โดยเฉพาะ 2 นัดสำคัญที่หักดิบเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ ในรอบแรก และบุกไปเอาชนะ ทีมชาติเวียดนาม ได้ถึงถิ่นในรอบรองชนะเลิศเลก 2 บรรดานักเตะที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นส่วนสำคัญที่นำมาซึ่งชัยชนะของทีม

ดังนั้นเกมที่จะพบกับ “ช้างศึก” ในเย็นวันนี้เชื่อเหลือเกินว่า ทีมชาติมาเลเซีย นั้น จะใช้ “พิษสง” ของเสือ(เหลือง)เฒ่า เล่นงาน ทีมชาติไทย อย่างแน่นอน

หากแต่มันจะร้ายแรงถึงขนาดสามารถพิชิต “ช้างศึก” ได้หรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่ต้องรอติดตาม

เนื้อหาโดย Hot Score

hot-score

ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า


ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า

   ข่าวเกาะเต่า ล่าสุด เกิดศึกระหว่างเพจชื่อดัง หลัง CSI LA ท้าให้นำ นมสด ผู้ใหญ่วอ ดีเบตต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เจอเพจ Drama-addict ออกมาโต้ว่า หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ประกาศท้านายวรท ตู้วิเชียร หรือ นมสด ลูกชายของนายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเกาะเต่า ดีเบตออกสื่อ ต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เนื่องจากไม่เชื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ และอยากให้ใช้จอบในการทดลองบาดแผลเพื่อตรวจสอบดูว่าแผลที่เกิดขึ้นบนตัสผู้เสียชีวิตนั้นเกิดจากจอบจริงหรือไม่

ล่าสุด (2 พฤศจิกายน 2557) ก็กลายเป็นศึกระหว่างเพจเฟซบุ๊กเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลังจากเพจ CSI LA โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ทางด้านเพจ Drama-addict ซึ่งมีแอดมินเป็นนายแพทย์ท่านหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ว่า “ทางเพจ CSI LA ไม่มีหลักฐาน เรื่องที่เขาพูดผิดหลักนิติเวช ผิดหลักการแพทย์ เรื่องยานอนหลับเขาก็อธิบายเวลาออกฤทธิ์ของยาผิดเละเทะเลย แล้วเขาก็มโนไปเองว่าผู้ตายต้องถูกวางยาแล้วลากไปข่มขืน ทั้งที่มีการตรวจสารพิษและยานอนหลับในร่างผู้ตายตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มี แต่เพจนั้นก็ยังยืนกรานว่าต้องมีคนวางยาแล้วลากไปข่มขืน พอฝ่ายชายมาช่วยแล้วก็ถูกคนชกด้วยมีดแบบพิเศษจนเป็นแผล

ซึ่งทางหมอพรทิพย์ก็เคยออกมาอธิบายลักษณะแผลแล้วว่ามันเป็นแผลที่สามารถเกิดจากการถูกจอบฟันได้ แต่ก็ไม่เชื่อกันไปเชื่อแต่เรื่องที่ CSI LA พูดมั่ว ๆ ว่า นายนมสดต้องเป็นฆาตกรแน่ ๆ แถมยังมุ่งแต่จะใช้เครื่องจับเท็จกับนมสดและพม่าทั้งสองคนอยู่ได้ เคยมีคดีที่ศาลไม่รับหลักฐานจากเครื่องจับเท็จมาแล้ว มันเป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำต่ำกว่า ทำไมถึงหวังพึ่งเครื่องจับเท็จมากกว่าผลดีเอ็นเอ พอผลออกมาว่าไม่เกี่ยว เพจ CSI LA ก็บอกว่าไม่เชื่อผลตรวจเพราะเร็วเกินไป แต่เดี๋ยวนี้การตรวจดีเอ็นเอของนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจเช้าเย็นก็ได้ผลแล้วนะ

  แอดมินเพจ CSI LA มันไม่มีความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์เลย ที่พูดให้คนเชื่อนั่นเป็นจินตนาการของเขาล้วน ๆ การเอาหลักการที่ไม่ถูกต้องมาตั้งสมมุติฐาน มันจะสามารถหาตัวคนร้ายที่เป็นคนลงมือได้จริง ๆ หรือจะเป็นการหาแพะอีกตัวมาสังเวยความบ้าคลั่งกันแน่ สิ่งที่เพจ CSI LA ทำอยู่มันไม่ใช่การหาคนร้ายแล้ว แต่มันคือการล่าปอบ จนถึงตอนนี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างก็ไปทางเดียวกันว่าพม่าสองคนนั้นมีส่วนแน่ ก็ไปว่ากันต่อในชั้นศาล หรือถึงขนาดนี้แล้วพวกคุณจะไม่เชื่ออะไรเลย ถ้างั้นก็ให้เขาเอานายนมสดไปประหารชีวิตเลยไหมล่ะพวกเอ็งถึงจะสาแก่ใจ”

พร้อมบอกว่า ที่ออกมาพูดนี่ไม่ได้มาแก้ตัวแทนตำรวจ เข้าใจว่าคนไทยส่วนมากเกลียดตำรวจ แต่อย่าให้ความเกลียดมาเป็นอคติจนฟันธงว่าตำรวจต้องจับแพะแน่ ๆ เชื่อมั่นในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กันหน่อย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้หรอกนะ ส่วนประเด็นที่คนบอกว่าตำรวจทำงานหละหลวม ประชาชนจึงมีข้อสงสัย อันนี้เห็นด้วยก็ด่าตำรวจกันไปตามสะดวก แต่เมื่อพูดถึงการตั้งสมมติฐานว่าใครเป็นฆาตกร อันนี้เราต้องพูดกันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ขอให้แยกแยะประเด็นทั้งสองออกจากกันด้วย อย่างเช่น เรื่องแผลบนตัวผู้ตายเนี่ย เพจนั้นยืนกรานว่าเป็นมีดแน่ ๆ แต่ถ้าเปิดตำรานิติเวชดูจะเห็นในตำราเขียนไว้ชัดเจนว่าแผลลักษณะนั้นมันเกิดจากของแข็งไม่มีคมได้จริง ๆ แนะนำให้เปิดตำรานิติเวชมาดูกันเลย

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/110561
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก CSI LA , เฟซบุ๊ก Drama-addict

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี


 

 

ไอด้า โพสต์อินสตาแกรมฉะสาวคนหนึ่งนาม Tity

ซึ่งน่าจะเป็นกิ๊กสามี แอมมี่ จึงเกิดการโพสต์ตอบโต้กลับมา

ซึ่งดูแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงง่าย ๆ

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจีTity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจีTity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจีTity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจีTity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี
Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

Tity กิ๊กแอมมี่โดนหนักหลังไอด้าโพสต์ลงไอจี

 

ที่มา : boxza.com