ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น


พ.ศ. ๒๕๐๑ : ท่านเกิดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อยังเล็กมีสุขภาพไม่ดี มีอาการหอบหืด ต้องหยุดโรงเรียน บ่อย จึงใช้เวลาในการศึกษาด้วยตนเอง ท่านสนใจว่าอะไรคือสิ่งสูงสุดที่เราจะได้จากการ เป็นมนุษย์อะไรคือความจริงสากลที่ไม่ขึ้นอยู่กับสมมุติของแต่ละสังคม ทำไมคนเรา อยากจะอยู่อย่างเป็นมิตรแต่กลับรบราฆ่าฟันกันอยู่เรื่อยไป

เมื่อไปโรงเรียน เป็นนักเรียนที่ช่างคิด ช่างค้นคว้า และมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยมจนโยมบิดามี ความหวังให้เข้าสอบชิงทุนเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษ

เมื่อศึกษาอยู่ได้อ่านหนังสือมากมายหลากหลาย จนกระทั่งพบ คำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ว่าเป็น “สัจธรรมความจริง ” ที่กำลังแสวงหาอยู่ จึงสนใจการฝึกจิต และศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น

ท่านทำงานเก็บเงินระหว่างที่กำลังเรียนและออกเดินทางหาประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี ใช้เวลา ๒ ปี จนแน่ใจว่าการศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นหนทางที่ต้องการ แทนการเรียนต่อใน มหาวิทยาลัย โดยเริ่มปฏิบัติกับ ท่านพระอาจารย์สุเมโธ (พระราชสุเมธาจารย์ ในปัจจุบัน และ เป็นพระชาวต่างชาติรูปแรก ที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา) ที่ประเทศอังกฤษ เป็น “ปะขาว” ถือศีล ๑๐ เป็นเวลา ๑ พรรษา

พ.ศ. ๒๕๒๑ : เดินทางมาประเทศไทยเพื่อฝึกปฏิบัติกับ หลวงพ่อชา สุภัทโท ( พระโพธิญาณเถร ) ที่วัดหนองป่าพง จังหวัด อุบลราชธานี

พ.ศ. ๒๕๒๒ : บรรพชาเป็นสามเณร อยู่ที่วัดหนองป่าพง

พ.ศ. ๒๕๒๓ : อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีหลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๕๒๙ – ๒๕๓๙ : เป็นรองเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ โดยมี ท่านพระอาจารย์ปสันโน เป็นเจ้าอาวาส

พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๕ : เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ แทนท่านพระอาจารย์ปสันโน ซึ่งได้รับ นิมนต์ไปตั้งวัดสาขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนเดินทางมาประเทศไทยได้ตั้งใจว่าจะอยู่ที่วัดหนองป่าพงให้ครบ ๕ ปี โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม เมื่อมาพบ หลวงพ่อชา ก็เกิด ความเลื่อมใส ศรัทธา ในปฏิปทาและความเป็นครูที่มีทั้งเมตตาและปัญญา

 

 

ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น

ธรรมะที่พระฝรั่งสอน กรณี โยมแม่ในยามท้อแท้ชีวิต รู้สึกเป็นภาระคนอื่น

 

ที่มา: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1503561113277049&set=a.1374816289484866.1073741826.100008695230890&type=3&theater
https://www.facebook.com/jayasaro.panyaprateep.org/photos/pb.318196051622421.-2207520000.1446030571./802575516517803/?type=3&theater
ขอบคุณเพจ ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro

สอนลูกให้เข้มแข็ง เล่าสู่กันฟัง..เรื่องเล่าคำสอนจากคุณตัน อิชิตัน


146-family-8381

มีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ? เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ “สู้เพื่อลูก” ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบั…ติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ

ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น.. ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่ สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกันยังไงก็ลงตัว สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้

น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก วันหนึ่งเขาบอกผมว่า “ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้” ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่บอีลี่ คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆ แล้วจะดีสำหรับเขา ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆ ทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี

บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิซิเนสคลาสด้วยกัน วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่ วันนั้นเขาจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย มากกว่านั้น…กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ

อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ..เงินก็เช่นกัน…ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆ ล้าน คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายาม ชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรงดิ้นรนอะไรอีกต่อไป เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า…มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เราควรรักลูกแบบไหน?
ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปัง “ชิ้นที่สาม” ที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า

ที่มา http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=28850.0

สอนทำกระทง รวม 6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว


วันลอยกระทงปีนี้ เพื่อนๆ มีไอเดียการทำกระทงหรือยังคะ? เพราะกทม.ปีนี้เค้ารณรงค์ให้ทุกคนใช้วัสดุทำกระทงจากธรรมชาติกันมากขึ้นค่ะ ทำให้ทีนเอ็มไทยเราอยากเป็นส่วนนึงที่จะให้เหล่าวัยรุ่นหันมาทำกระทงใบตองด้วยตัวเองกันเถอะ จะได้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งถอดใจหรือเบื่อหน่ายนะคะ เพราะเรามี 6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว มาฝากเพื่อนๆ กัน รับรองว่าทำเสร็จแล้ว จะอยากถ่ายภาพอวดลงไอจีกันแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูวิธีการทำกันเลย

krathong_baitong

6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว

วิธีที่ 1 พับใบตอง กลีบผกา

กลีบผกา

วิธีทำ

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ

2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ

3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 – 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัว ฐาน

4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

วิธีที่ 2 พับใบตอง กลีบกุหลาบ

กลีบกุหลาบ

วิธีทำ

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ

2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย

3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด

4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ

5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

วิธีที่ 3 พับใบตอง หัวขวาน

หัวขวาน

วิธีทำ

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ

2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด

3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด

4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ

5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

วิธีที่ 4 พับใบตอง กลีบหัวนก..ลายเปีย

t00010t00011t00012

ขั้นตอนการพับกลีบหัวนกลายเปีย

๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑ ๑/๒ นิ้ว

๒. แบ่งครึ่งใตองให้เท่ากัน

๓. พับใบตองริมขวา ให้ชิดเส้นกึ่งกลางใบ

๔. พับทบทั้งสองข้างเข้าหากัน

๕. คว่ำกลีบให้สันตองอยู่ด้านบน พับใบตองลงมาให้เป็นมุมฉาก

๖. พับด้านซ้ายหลังมาทบตรงเส้นตั้งฉาก

๗. พับอีกด้านเหมือนกัน

๘. พับตลบสันทบกลับมาทางขวา ให้เป็นแนวโค้งทะแยง

๙. นำกลีบต่อมาสวมด้านหน้า ให้เส้นโค้งทะแยงขนานกัน

๑๐. เย็บต่อกันจนได้ความยาวตามต้องการ

วิธีที่ 5 พับใบตอง กลีบการเวก

t00017 กลีบการเวกt00018

ขั้นตอนการพับกลีบการเวก

๑. พับทบใบตองเข้าหากัน

๒. พับสันทบขวาไขว้มาทางซ้าย

๓. พลิกกลับด้านหลัง พับสันทบซ้ายไขว้ไปทางขวา

๔. พับริมสันทบขวาไขว้ไปทางด้านซ้าย

๕. พลิกกลับ พับริมสันทบซ้ายไขว้ไปทางด้านขวา

๖. นำกลีบมาสวม เย็บต่อกัน ความยาวตามต้องการ

วิธีที่ 6 การถักตัวตะขาบ

t00015 กลีบตะขาบt00016

ขั้นตอนการถักตัวตะขาบ

๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑/๒ เซ็น้ติเมตร แล้วม้วนโดยเส้นทางขวามือซ้อนทับบนเส้นทางซ้ายมือ

๒. จับเส้นทางขวามือสอดเข้าในห่วง

๓. ดึงเส้นด้านซ้ายให้แน่น

๔. สอดเส้นด้านซ้ายเข้าในห่วง ดึงเส้นด้านขวาให้แน่น

๕. สอดสลับไปมา จนเส้นใบตองสั้นสุดใบตอง

๖. ต่อตัวตะขาบ ให้สอดใบตองด้านหน้าตัวตะขาบ อ้อมสอดเก็บปลายทางด้านหลัง แล้วก็ทำเช่นเดียวกัน

๗. ถักจนได้ความยาวตามต้องการ

หลังจากที่เพื่อนๆ พับใบตองแบบที่ชอบเรียบร้องแล้ว ก็ถึงส่วนของตัวกระทง ให้ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ แล้วนำเอาใบตองที่เราพับเป็นรูปทรงต่างๆ มาติดรอบๆ ขอบกระทงกันเลย

นอกจากนี้ก่อนที่เราจะนำกระทงไปลอยเพื่อขอขมาพระแม่คงคานั้น เพื่อนๆ อาจนำทริคความเชื่ออย่างการตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย เพื่อเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ

cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, baanmaha

ที่มา: teen.mthai.com/variety/82154

[สอนคำศัพท์เกี่ยวกับแผนที่] “รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!


“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

ใครเป็นโรคกลัวฝรั่งถามทางยกมือขึ้น!!! ไม่ต้องมีผลวิจัยใดๆ มายืนยัน แต่ Life on campus ขอฟันธงไปเลยว่า ร้อยทั้งร้อยเวลาที่คนไทยเห็นฝรั่งหรือชาวต่างชาติตรงรี่เข้ามาหาพร้อมขึ้นต้นประโยคว่า “Excuse me… บลา…บลา..บลา” หลายคนหน้าซีด ทำอะไรไม่ถูก ศัพท์ภาษาอังกฤษวิ่งไปทั่วร่าง เกิดอาการประหม่า อึกอัก บางคนถึงกับเดินหนีไปเลยก็มี ทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะช่วยใจแทบขาดแต่ศัพท์ในหัวมันไม่มี เอายังไงดีหว่า??? วันนี้ Life on campus มีวิธีแก้โรคกลัวฝรั่งถามทางมาฝาก กับศัพท์ง่ายๆ ในการบอกทาง ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ข้ามถนน เดินเข้าซอย จัดมาให้กันอย่างจุใจ คราวนี้ศัพท์แน่นใครมาถามก็ไม่กลัว นอกจากไม่รู้ทางอันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ…

มาเริ่มกันที่…

1. ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประโยคที่มักจะได้ยินเวลาชาวต่างชาติมาถามทาง หรือถ้าเราไปต่างประเทศแล้วต้องการที่จะถามทางก็ต้องใช้ประโยคเหล่านี้ได้ เลย ขึ้นต้นประโยคอย่างสุภาพว่า “Excuse me…”

-Excuse me. Could you tell me. How to get to the Siam Paragon, please ?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยได้ไหม ไปสยามพารากอนอย่างไร

-Excuse me . Could you tell me. The way to Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกทางไปสยามพารากอนหน่อยได้ไหม ครับ/ค่ะ

-Excuse me. Could you give me direction to the Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ ช่วยกรุณาบอกฉันหน่อยทางไปสยามพารากอนไปทางไหน

-Excuse me. Could you tell me . Where’s the Siam Paragon, please?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยสยามพารากอนไปทางไหน

-Could you tell me where I am?
ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมค่ะว่า ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?

2. เมื่อรู้ถึงจุดหมายปลายทางของชาวต่างชาติแล้วว่าจะไปที่ไหน ก็อย่าเพิ่งวิ่งหนีใจดีสู้เสือเอาไว้ ตั้งสติแล้วคิดถึงสถานที่ที่เขาต้องการจะไป ตอนนี้คำตอบก็จะมีอยู่สองทางคือ “รู้” กับ “ไม่รู้” ถ้ารู้ทางแต่ไม่รู้คำศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นเรามาเริ่มรู้จักคำศัพท์ในการบอกทางกันเลย…

คำศัพท์บอกทิศทาง

ตรงไปข้างหน้า = Go straight on.
เดินผ่าน = walk past…(ชื่อสถานที่) หรือ go past…(ชื่อสถานที่)
เลี้ยวซ้าย = turn left
เลี้ยวขวา = turn right
ทางซ้าย = on the left
ทางขวา = on the right
ข้ามถนน = cross the road

คำศัพท์บอกเส้นทาง

สามแยก = junction
สี่แยก = intersection / crossroads
หัวมุมถนน = corner
ตรอก, ซอย = lane
ถนนใหญ่ = road
สุดถนน = at the end of the road
ทางรถไฟ = railroad/ railway

คำศัพท์สิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับการเดินทาง

ทางเท้า = footpath/ sidewalk/ pavement
ทางม้าลาย = crosswalk/ zebra crossing
สัญญาณไฟจราจร = traffic light
ป้ายรถประจำทาง = bus stop
สะพาน = bridge
สะพานลอยคนข้าม = overcrossing/ footbridge
ท่าเรือ = pier (เพียร์) เช่น ท่าเรือพระอาทิตย์ (Phra Arthit Pier)
สนามบิน = airport
ป้ายรถเมล์ = bus stop

“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

คำศัพท์เกี่ยวกับการขนส่งมวลชน

รถประจำทาง = bus
รถแท็กซี่ = taxi
เรือด่วน = express boat
เรือข้ามฟาก = ferry boat
รถไฟ = train
รถไฟใต้ดิน = subway/ underground
รถไฟลอยฟ้า = sky train
เครื่องบิน = airplane

บอกเส้นทางที่ไม่ใช่ทางเดินเท้า

ขึ้นรถ  =  take / catch / get on
ลงรถ  = get off
หมายเลขรถ = bus number….. / a number…..  bus

ตัวอย่างเช่น

-Take bus number 124. It will take you pass Central Pinklao. And then you get off at…
ขึ้นรถประจำทางสาย 124. มันจะพาคุณผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้า. คุณต้องลงรถที่…

-You can take a taxi. It will take you there in 15 minutes.
คุณสามารถขึ้นรถแท็กซี่ไปได้ ประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดหมาย.

3. เมื่อรู้คำศัพท์แล้วหลายคนอาจนำมาประกอบเป็นรูปประโยคบอกเส้นทางได้อย่างสวย งามยาวๆ แต่สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง เอาเป็นว่าแค่บอกเป็นวลี หรือประโยคสั้นๆ คิดว่าฝรั่งก็คงจะเข้าใจได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วลีหรือประโยคง่ายๆ สำหรับบอกทางกัน

ทางนี้/ ทางนั้น (ชี้นิ้ว) = It’s this way./ It’s that way.
เดินไปทางนั้นเลย (ชี้นิ้ว) = You have to go that way.
ไปตามถนนนี้ = take this road.
เดินตรงไปเรื่อยๆ = Walk along the road./ Walk straight on/ Go straight on. /Keep going straight. /Just go straight on.

แยกแรกให้เลี้ยวซ้าย = take the first on the left.
แยกสองให้เลี้ยวขวา = take the second on the right.
ถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวา = turn right at the crossroads.
ลอดใต้สะพาน = go under the bridge.
ข้ามสะพาน = go over the bridge.

ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร. = Continue straight ahead for 500 meters.
เดินไปประมาณ 10 นาที = Walk for about 10 minutes
เดินข้ามสี่แยกไปยังถนนพระอาทิตย์ = Go through the intersection to Phra Athit Road.
คุณกำลังไปผิดทาง = You’re going to the wrong way.
มันไกลมากถ้าจะเดินไป เรียกแท็กซี่จะดีกว่า. = It’s too far to walk. You should take a cab.

4. แต่ถ้าเราไม่รู้ทางจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็อย่ามึนๆ แล้วก็ชิ่งหนีไป ด้วยประโยคว่า “I don’t know” เสียหน้าเจ้าบ้านสยามเมืองยิ้มหมด ดังนั้นเราควรแสดงออกให้เขารู้หน่อยว่า ถึงเราไม่รู้แต่ก็จะพยายามช่วยเต็มที่ด้วยประโยคที่ดีกว่า “I don’t know” ดังนี้

-I don’t know the way. But I’ll try to help you.
ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองช่วยดูครับ/ค่ะ

-Just a moment. Let me ask someone who knows.
รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปถามผู้รู้ให้

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Internet

ที่มา: manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000123583

อยากลองเป็นแฮ็กเกอร์แบบในหนังมั้ย? คุณเองก็ทำได้ภายใน 5 วินาที


อยากลองเป็นแฮ็กเกอร์แบบในหนังมั้ย? คุณเองก็ทำได้ภายใน 5 วินาที

หลายคนคงเคยเห็นฉากการจารกรรมข้อมูลผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูด
หรือแม้แต่ในละครไทยบางเรื่องก็ยังมี

tvhacks

แต่การเข้าถึงระบบข้อมูลในภาพยนตร์กับในชีวิตจริงนั้นต่างกันลิบลับเลย
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้แฮ็กข้อมูลในภาพยนตร์มักมีสีสันสวยงามแฮ็กเกอร์จึงดูเท่มาก

moviehacker
แต่ในชีวิตจริงคงมีแต่ตัวหนังสือบนหน้าจอเต็มไปหมด ดูน่าเบื่อสิ้นดี

ถ้าอยากเท่แบบแฮ็กเกอร์ในหนังบ้าง แต่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลย
วันนี้หมีขาวมีวิธีง่ายๆ มาฝากจ้ะ รับรองเท่เหมือนในหนังแน่นอน

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.fediafedia.com/neo/

2. กด F11 ขยายหน้าจอบราวเซอร์ให้เต็มจอเพื่อความสวยงาม

3. กดเลือกฉากการแฮ็กที่ต้องการ ตอนนี้มี 9 แบบให้เลือก

sam-the-cat01

4. เมื่อเข้าไปสู่หน้าจอการแฮ็กแล้ว ก็กระทำการกดปุ่มมั่วๆ รัวๆ ได้เลย สวมบทบาทว่าเราทำการแฮ็กอยู่

sam-the-cat03

5. กดปุ่มดังต่อไปนี้ / * – + 2 0 บนแป้นตัวเลข Numpad เพื่อเปิดใช้เอฟเฟกต์ต่างๆ ที่จะทำให้ดูน่าตื่นเต้นเหมือนในหนังมากขึ้น หากต้องการหยุดเอฟเฟกต์ให้กดปุ่ม ESC

sam-the-cat02

เพียงเท่านี้ทุกท่านก็สามารถสวมบทบาทเป็นแฮ็กเกอร์เหมือนดาราฮอลลีวูดได้แล้วจ้ะ

หมีขาวขอตัวไปแฮ็กระบบช่วยกู้โลก ขัดขวางแผนการของผู้ก่อการร้ายก่อน ขอให้ทุกคนสนุกกับการแฮ็กนะจ๊ะ !

ที่มา: fediafedia.com/neo

ที่มา: meekhao.com/it/fake-hacker