คำถามชวนสงสัย : ตกลงว่า ม้าลาย สีขาวลายดำ… หรือสีดำลายขาว?


 

เวลาดูสารคดีสัตว์โลกน่ารักในทุ่งกว้าง(รวมถึงน่าขนหัวลุกในหลายๆตอน) ม้าลายก็มักจะโผล่มาเข้าฉากให้เห็นกันบ่อยๆ ด้วยลายพาดสลับขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ทำให้มันมีสเน่ห์ น่าอัศจรรย์… แล้ว เอ… ตกลงแถบไหนเป็นสีพื้น แถบไหนเป็นลายกัน… สงสัยไหมครับ?

สมัยหนึ่งนานมาแล้ว เคยเชื่อกันว่า ม้าลายเป็นสัตว์สีขาวลายดำครับ เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะว่าท้องของม้าลายมักจะเป็นสีขาว ก็เลยเหมากันเอาว่า ไอ้เจ้าม้าแฟนซีนี่ มันต้องสีขาวเหมือนท้องมันนั่นแหละ… แต่ จริงเหรอ?

 

ต่อมาเมื่อเราเข้าใจการทำงานของการส่งต่อพันธุกรรมดีขึ้น คำถามนี้ก็ถูกปัดฝุ่นมาตีความใหม่ในเชิงพันธุศาสตร์ และคำตอบก็กลับทางครับ… เรามีข้อมูลใหม่ที่น่าเชื่อถือว่า ม้าลายนั้น เป็นสัตว์สีดำที่มีลายสีขาว… ด้วยเหตุผลแบบนี้ครับ

 

เรื่องของการอยู่รอดในทุ่งโล่งแห่งอัฟริกา สัตว์ที่มีสีสว่างจะถูกสังเกตุเห็นได้ง่าย นึกถึงหญ้าสีทอง พื้นสีน้ำตาล แล้วมีม้าขาวจั๊วะยืนโด่อยู่… ไม่ดีแน่ สัตว์ทั้งหลายในท้องทุ่งมักวิวัฒน์ให้ตัวเองมีสีที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีสีโทนเดียวกับพงหญ้าไปเสีย ก็มักเลือกจะมีสีเข้ม ให้เข้ากับร่มเงา หรือต้นไม้ในบริเวณนั้น

 

ม้าลายมีผิวสีเข้มจัดใต้ขนลายทางของมัน ม้าลายมีสีผิวเข้มเหมือนสัตว์ตระกูลม้าอื่นๆครับ สีของสิงมีชีวิตต่างๆที่เราเห็นกัน เกิดจากการสร้างเม็ดสีของเซลล์ประเภท Melanocytes หมายความว่า สีเกิดจากการสร้างเม็ดสี และขาวคือไม่มีการสร้างเม็ดสี(แบบเดียวกับสภาพเผือก ที่ Melanocytes ผิดปกติไม่สร้างเม็ดสีนั่นเองครับ) ดังนั้นเมื่อรวมกับเหตุผลข้อข้างบนแล้ว ก็ออกจะประหลาดอยู่ถ้าสัตว์ผิวดำจะสร้างขนสีขาวมาคลุมตัว

 

ทางพันธุกรรมแล้ว สีเข้ม เป็นลักษณะเด่น สีขาว เป็นลักษณะด้อย อย่างที่อธิบายเรื่องเม็ดสีที่สร้างโดยเซลล์ประเภท Melanocytes ไปนั้น การเกิดลายทางบนขนม้าลาย จึงเกิดจากการสร้างเม็ดสีตามคำสั่งพิมพ์เขียวในหน่วยพัธุกรรม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีการสร้างเม็ดสี และบริเวณใดที่จะไม่ต้องสร้าง ดังนั้นลายบนขนจึงเกิดจากการ “สั่งปิด” การทำงานของ Melanocytes บนสีขนปกตินั่นเองครับ

 

ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ จึงเชื่อกันว่า ม้าลายพยายามสร้าง”ขนหงอก”เป็นแถบแทรกระหว่างขนสีเข้มนั่นเองครับ…

ส่วนเหตุผลที่ม้าลายวิวัฒน์มาจนมีลายทางแบบนี้นั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลายทางๆของมันนั้น เมื่อรวมอยู่ด้วยกันเป็นฝูง จะสร้างความงงงวยให้เหล่าสัตว์นักล่า ลองนึกถึงกลุ่มของก้อนลายทางยืนซ้อนกันสิครับ ลายทางๆนี่แหละจะทำให้แยกรูปร่างไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน ลายพรืดเป็นผืนเดียวกันไปหมด ซึ่งสัตว์นักล่าอย่างสิงโต หรือไฮยีน่า จะเลือกเอาเหยื่อเป็นตัวๆ โดยพยายามแยกตัวที่จับง่ายที่สุดออกมาจากฝูง… ดูไม่ออกลายตาแบบนี้ ไปจับอย่างอื่นกินง่ายกว่า

อีกเหตุผลนึงก็เชื่อว่า ลายทางบนตัวมันช่วยลดแสงโพลาไรส์(แสงที่มีคลื่นเป็นระเบียบไปในทางเดียวกัน) ซึ่งดึงดูดแมลงวันกินเลือดที่คอยบินหาเลือดสัตว์กินอีกด้วยครับ

ที่มา: mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=546b09a9be0470e3838b4660

ผู้หญิงที่ลงรูปตัวเองแล้วบอกว่าโทรม ต้องการอะไรเหรอครับ?


คือเห็นบ่อยมาก ไม่เข้าใจอ่ะครับ โทรมมมมมม ช่วงนี้โทรมมมมมมาาาากกกกกก ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ได้มีอะไรเลย แถมยังใช้แอพแต่งรูปอีก ต้องการอะไรเหรอครับ ต้องการให้มีคนมาเม้นว่า “สวยแล้ว” เหรอครับ หรือยังไง?

คือมีเพื่อนเป็นแบบนี้อ่ะ แรกๆ ก็รำคาญ ตอนนี้ชินแล้ว

กินข้าวคนเดียว เหงาจัง – ถ่ายรูปหน้าตัวเอง มีจานอาหารติดมานิดนึง
วันนี้แดดแรงมาก ดำหมดแล้ว – ถ่ายในรถ หน้าโดนแดดส่อง ทำตาหรี่ๆ นิดนึง แต่งภาพด้วยแอ๊พคาเมร่า 720 องศา
Good night ฝันดีนะทุกคน – รูปถ่ายเซลฟี่ตัวเองแบบเต็มตัวในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
งานยุ่งจัง ไมมีเวลากินข้าวเลย หิวจนตาลาย – รูปเซลฟี่ใส่แว่นดำ ถ่ายในรถ
โทรมมาก สิวขึ้น – แต่งหน้าแน่น หาสิวไม่เจอ ปากสีส้มสวยงาม แต่งภาพด้วยแอ๊พหน้าเนียน

คือไม่ว่าจะตั้งสเตตัสอะไร ภาพประกอบก็เป็นรูปนางอ่ะ

อีกแบบหนึ่งคือ ตัวผอมแห้งแล้วยิ้ม .. แต่บ่นว่าอ้วนอ่ะครับ .. เซงจุง

เจอบ่อยค่ะ

ปวดหัวจัง – เอามือจีบหัว+คิ้วขมวด

ง่วงแล้ว ฝันดี -เซลฟี่ตัวเองหลับตาหน้าจัดเต็มบนเตียง

ตอนนี้ที่บ่น ๆ ในเฟสตัวเองคือ วันเกิดเพื่อนแต่โพสรูปเซลฟี่ตัวเองพร้อมคำว่า “HBD” แบบ เมุงต้องการอัลไลจากสังคม?

เผื่อนึกภาพไม่ออกนะ เช่น

ตย.1
สเตตัส – โทรมมากกกกกกกกกกก หน้าสด
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – หน้าเด้ง เนียน ปิ้งปั๊ง ยิ้มด้วย แต่งหน้า คิ้วขนตามาครบ ใส่แอฟด้วย

ตย.2
สเตตัส – อ้วนมากกกกกกกกกกกกกก กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – ใส่ชุดกำลังไปออกกำลังกาย แบบโชว์เนื้อหนัง สายเดี่ยวโชว์หน้าท้องอันแบนราบ และท่อนแขนอันเรียวเล็ก โชว์ร่องนมอีกตั้งหาก กับกางเกงสั้นจุ๊ดโชว์ขาเรียวงาม

ตย.3
สเตตัส – วันนี้อากาศดีฝุดๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – รูปเซลฟี่หน้าตัวเอง ไม่เห็นวิวสักติ๊ดดดดด

ตย.4
สเตตัส – ไม่เป็นไรนะ วรนิด ต้องเข้มแข็งสิ เรื่องแค่นี้เอง / น้ำตาไม่ช่วยอะไร ชั้นเข้มเเข็งพอ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่หน้าตัวเอง หลังร้องไห้ หรือน้ำตากำลังหยดแหมะๆ

ตย.5
สเตตัส – ผมสั้นม๊ากเลยยยยยย จะบร้าาาาาา ชั้นทำอะร้ายยยยลงไปเนี่ย ฮือออๆๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่ตัวเอง พร้อมหน้าเบิกบาน กับผมความยาวเท่าเดิม (อาจจะหายไป2เซน)

อีกอย่างคือ นางจะโฆษณาขายครีมหน้าเด้ง สิวยุบ ยาลดน้ำหนัก ระเบิดไขมัน สักพักจะบอกว่า ” นี่อาจจะช่วยได้นะ เค้าทดลองแล้วได้ผลจริง ลองดูนะเพื่อนๆ ”

รำคาญมากค่ะ เรียกร้องความสนใจ เราควรตอบกลับไปว่า จริงๆ ด้วย โทรมยังกับศพแบบนี้ทีหลังอย่าโพสต์เลยนะ

 

ที่มา: pantip.com/topic/32774998

[สอนคำศัพท์เกี่ยวกับแผนที่] “รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!


“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

ใครเป็นโรคกลัวฝรั่งถามทางยกมือขึ้น!!! ไม่ต้องมีผลวิจัยใดๆ มายืนยัน แต่ Life on campus ขอฟันธงไปเลยว่า ร้อยทั้งร้อยเวลาที่คนไทยเห็นฝรั่งหรือชาวต่างชาติตรงรี่เข้ามาหาพร้อมขึ้นต้นประโยคว่า “Excuse me… บลา…บลา..บลา” หลายคนหน้าซีด ทำอะไรไม่ถูก ศัพท์ภาษาอังกฤษวิ่งไปทั่วร่าง เกิดอาการประหม่า อึกอัก บางคนถึงกับเดินหนีไปเลยก็มี ทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะช่วยใจแทบขาดแต่ศัพท์ในหัวมันไม่มี เอายังไงดีหว่า??? วันนี้ Life on campus มีวิธีแก้โรคกลัวฝรั่งถามทางมาฝาก กับศัพท์ง่ายๆ ในการบอกทาง ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ข้ามถนน เดินเข้าซอย จัดมาให้กันอย่างจุใจ คราวนี้ศัพท์แน่นใครมาถามก็ไม่กลัว นอกจากไม่รู้ทางอันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ…

มาเริ่มกันที่…

1. ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประโยคที่มักจะได้ยินเวลาชาวต่างชาติมาถามทาง หรือถ้าเราไปต่างประเทศแล้วต้องการที่จะถามทางก็ต้องใช้ประโยคเหล่านี้ได้ เลย ขึ้นต้นประโยคอย่างสุภาพว่า “Excuse me…”

-Excuse me. Could you tell me. How to get to the Siam Paragon, please ?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยได้ไหม ไปสยามพารากอนอย่างไร

-Excuse me . Could you tell me. The way to Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกทางไปสยามพารากอนหน่อยได้ไหม ครับ/ค่ะ

-Excuse me. Could you give me direction to the Siam Paragon, please
ขอโทษครับ/ค่ะ ช่วยกรุณาบอกฉันหน่อยทางไปสยามพารากอนไปทางไหน

-Excuse me. Could you tell me . Where’s the Siam Paragon, please?
ขอโทษครับ/ค่ะ กรุณาบอกฉันหน่อยสยามพารากอนไปทางไหน

-Could you tell me where I am?
ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมค่ะว่า ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?

2. เมื่อรู้ถึงจุดหมายปลายทางของชาวต่างชาติแล้วว่าจะไปที่ไหน ก็อย่าเพิ่งวิ่งหนีใจดีสู้เสือเอาไว้ ตั้งสติแล้วคิดถึงสถานที่ที่เขาต้องการจะไป ตอนนี้คำตอบก็จะมีอยู่สองทางคือ “รู้” กับ “ไม่รู้” ถ้ารู้ทางแต่ไม่รู้คำศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นเรามาเริ่มรู้จักคำศัพท์ในการบอกทางกันเลย…

คำศัพท์บอกทิศทาง

ตรงไปข้างหน้า = Go straight on.
เดินผ่าน = walk past…(ชื่อสถานที่) หรือ go past…(ชื่อสถานที่)
เลี้ยวซ้าย = turn left
เลี้ยวขวา = turn right
ทางซ้าย = on the left
ทางขวา = on the right
ข้ามถนน = cross the road

คำศัพท์บอกเส้นทาง

สามแยก = junction
สี่แยก = intersection / crossroads
หัวมุมถนน = corner
ตรอก, ซอย = lane
ถนนใหญ่ = road
สุดถนน = at the end of the road
ทางรถไฟ = railroad/ railway

คำศัพท์สิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับการเดินทาง

ทางเท้า = footpath/ sidewalk/ pavement
ทางม้าลาย = crosswalk/ zebra crossing
สัญญาณไฟจราจร = traffic light
ป้ายรถประจำทาง = bus stop
สะพาน = bridge
สะพานลอยคนข้าม = overcrossing/ footbridge
ท่าเรือ = pier (เพียร์) เช่น ท่าเรือพระอาทิตย์ (Phra Arthit Pier)
สนามบิน = airport
ป้ายรถเมล์ = bus stop

“รู้ศัพท์” บอกทางฝรั่งไม่ยากอย่างที่คิด!!!

คำศัพท์เกี่ยวกับการขนส่งมวลชน

รถประจำทาง = bus
รถแท็กซี่ = taxi
เรือด่วน = express boat
เรือข้ามฟาก = ferry boat
รถไฟ = train
รถไฟใต้ดิน = subway/ underground
รถไฟลอยฟ้า = sky train
เครื่องบิน = airplane

บอกเส้นทางที่ไม่ใช่ทางเดินเท้า

ขึ้นรถ  =  take / catch / get on
ลงรถ  = get off
หมายเลขรถ = bus number….. / a number…..  bus

ตัวอย่างเช่น

-Take bus number 124. It will take you pass Central Pinklao. And then you get off at…
ขึ้นรถประจำทางสาย 124. มันจะพาคุณผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้า. คุณต้องลงรถที่…

-You can take a taxi. It will take you there in 15 minutes.
คุณสามารถขึ้นรถแท็กซี่ไปได้ ประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดหมาย.

3. เมื่อรู้คำศัพท์แล้วหลายคนอาจนำมาประกอบเป็นรูปประโยคบอกเส้นทางได้อย่างสวย งามยาวๆ แต่สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง เอาเป็นว่าแค่บอกเป็นวลี หรือประโยคสั้นๆ คิดว่าฝรั่งก็คงจะเข้าใจได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วลีหรือประโยคง่ายๆ สำหรับบอกทางกัน

ทางนี้/ ทางนั้น (ชี้นิ้ว) = It’s this way./ It’s that way.
เดินไปทางนั้นเลย (ชี้นิ้ว) = You have to go that way.
ไปตามถนนนี้ = take this road.
เดินตรงไปเรื่อยๆ = Walk along the road./ Walk straight on/ Go straight on. /Keep going straight. /Just go straight on.

แยกแรกให้เลี้ยวซ้าย = take the first on the left.
แยกสองให้เลี้ยวขวา = take the second on the right.
ถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวา = turn right at the crossroads.
ลอดใต้สะพาน = go under the bridge.
ข้ามสะพาน = go over the bridge.

ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร. = Continue straight ahead for 500 meters.
เดินไปประมาณ 10 นาที = Walk for about 10 minutes
เดินข้ามสี่แยกไปยังถนนพระอาทิตย์ = Go through the intersection to Phra Athit Road.
คุณกำลังไปผิดทาง = You’re going to the wrong way.
มันไกลมากถ้าจะเดินไป เรียกแท็กซี่จะดีกว่า. = It’s too far to walk. You should take a cab.

4. แต่ถ้าเราไม่รู้ทางจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็อย่ามึนๆ แล้วก็ชิ่งหนีไป ด้วยประโยคว่า “I don’t know” เสียหน้าเจ้าบ้านสยามเมืองยิ้มหมด ดังนั้นเราควรแสดงออกให้เขารู้หน่อยว่า ถึงเราไม่รู้แต่ก็จะพยายามช่วยเต็มที่ด้วยประโยคที่ดีกว่า “I don’t know” ดังนี้

-I don’t know the way. But I’ll try to help you.
ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองช่วยดูครับ/ค่ะ

-Just a moment. Let me ask someone who knows.
รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปถามผู้รู้ให้

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Internet

ที่มา: manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000123583

เลิกกับแฟนได้สักพัก แต่เรายังรักเค้าอยู่ วันนี้วันเกิดเค้า เค้าถามว่าของขวัญอ่ะ เราต้องให้เค้าไหม ?


 

1376397319-1904441990-o

 

บุคคลนิรนาม : เลิกกับแฟนได้สักพัก แต่เรายังรักเค้าอยู่ วันนี้วันเกิดเค้า เค้าถามว่าของขวัญอ้ะ เราต้องให้เค้าไหม แต่ใจเราอยากให้น้ะ แล้วก็อยากให้เค้ารู้ด้วยว่าเรายังรักเค้าอยู่

 

ที่ปรึกษา PointLovers : 

อยากให้รู้ ก็บอกเค้าไปซิคะ 🙂
ทำไมถึงต้องยังคิดมากอีก.. ในเมื่อหัวใจของเราบอกไปแบบนั้นแล้ว..
# บางอย่าง หากมัวแต่คิดนั่น คิดนี่.. กลัวนั่น กลัวนี่.. แบบนั้นมันไม่เกิดผลหรอกนะคะ
เอาเป็นว่า คิดได้.. แต่คิดแบบไวนิดนึง.. ไม่ต้องไปกลัวอะไรมาก..
ความจริงมันอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดก็ได้นะคะ !!
# ไม่ลองจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ.. ว่าเค้าเองยังมีความรู้สึกดีๆกับเรารึเปล่า.. 🙂
อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว แต่ถ้าเรามีความรู้สึกดีๆ การบอกออกไปมันก็ดีกว่าเก็บเอาไว้นะคะ..
ยิ่งอีกฝ่าย เขาร้องขอมาแล้ว แปลว่าเขาไม่ได้รังเกียจเรา ..
ดังนั้น การบอกความรู้สึกดีๆกับคนที่เขารอฟัง ไม่ผิดหรอกค่ะ !!
ส่วนว่า เขาจะรู้สึกยังไง.. นั่นก็เป็นเรื่องที่คุณต้องยอมรับให้ได้ด้วยนะ.. ^ ^
# ยังไงต้องขอโทษย้อนหลังด้วยนะ แอดมินตอบช้า T^T ..
แต่จะไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังเค้าก็ได้นะคะ..
พาไปหาอะไรกิน ย้อนหลัง ให้ดูพิเศษกว่าคนอื่นก็ได้ อิอิ > <

Cr. ‘ รับปรึกษาปัญหาหัวใจ ‎@PointLovers

 


' รับปรึกษาปัญหาหัวใจ @PointLovers
ดินแดนแห่งความรักและความเข้าใจ
แอดมิน ชื่อ > ใหม่ < งานอดิเรกคือรับปรึกษาปัญหาทุกเรื่อง.. มีความสุขเวลาได้ช่วยเหลือคนที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆกับตัวเอง..
>> หากคำตอบใดๆทำให้คุณไม่พอใจ ขอโทษล่วงหน้านะ.. ตอบตามความรู้สึกล้วนๆ <<
ปล.รูปที่ใช้หยิบยืมมาจากเพจคำคมดังๆ..ขออภัยหากไม่ได้ให้เครดิตเจ้าค่ะ !!

ความผูกพันนั้นคิดว่าเกิดมาได้อย่างไร…


 

blogger-image--275301070

 

บุคคลนิรนาม : ความผูกพันนั้นคิดว่าเกิดมาได้อย่างไร…

 

ที่ปรึกษา PointLovers : 

ระยะเวลาที่นานพอสมควร..
บวกกับความใกล้ชิด สนิทสนม ผ่าน พบ เจอ อะไรมาด้วยกัน ..
ทำให้เกิดเป็นความผูกพัน..
# อันนี้แอดมินคิดเอาเองนะคะ อาจไม่ถูกก็ได้ อิอิ

Cr. ‘ รับปรึกษาปัญหาหัวใจ ‎@PointLovers

 


' รับปรึกษาปัญหาหัวใจ @PointLovers
ดินแดนแห่งความรักและความเข้าใจ
แอดมิน ชื่อ > ใหม่ < งานอดิเรกคือรับปรึกษาปัญหาทุกเรื่อง.. มีความสุขเวลาได้ช่วยเหลือคนที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆกับตัวเอง..
>> หากคำตอบใดๆทำให้คุณไม่พอใจ ขอโทษล่วงหน้านะ.. ตอบตามความรู้สึกล้วนๆ <<
ปล.รูปที่ใช้หยิบยืมมาจากเพจคำคมดังๆ..ขออภัยหากไม่ได้ให้เครดิตเจ้าค่ะ !!

ถ้าแฟนเรา ยังรักแฟนเก่าอยู่ จะทำไงดีคะ


 

1452225_225256230984834_538445198_n

 

บุคคลนิรนาม : ถ้าแฟนเรา ยังรักแฟนเก่าอยู่ จะทำไงดีคะๆๆๆ

 

ที่ปรึกษา PointLovers : 

จะว่าอะไรมั๊ย.. หากแอดมินจะบอกคุณว่า คุณไม่สามารถทำอะไรได้เลยค่ะ !!
เพราะ เรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องของความรู้สึก.. 🙂
และแน่นอนว่า เราไม่สามารถไปบังคับใคร ให้ชอบ หรือ ไม่ชอบ หรือ ให้ลืม ใครบางคนได้
เราทำได้แค่ ห้ามความรู้สึกตัวเอง.. หรือ ปรับเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองค่ะ !!
# แต่ก่อนอื่น.. ให้แน่ใจก่อนว่า สิ่งที่คุณคิด เป็นความจริง
ใช่ว่า.. คุณคิดไปเอง หรือ เข้าใจผิดเอง ว่าเขายังรักแฟนเก่าอยู่จริงๆ !!
# แต่แอดมินมีความเชื่ออยู่ว่า.. คนเรารักใครหลายคนพร้อมกันไม่ได้หรอกนะคะ..
จะต้องมีใครบางคนที่เขารักมากกว่า และแอดมินเองก็ภาวนาให้คนนั้นเป็นคุณ ซึ่งเป็นแฟนใหม่นะคะ ^-^
# ตอนนี้ ขอให้จดจำไว้ว่า แฟนเก่าก็คืออดีต.. ซึ่งเป็นอดีตที่เคยทำร้ายเขามา
ดังนั้น.. มันคงไม่น่าจดจำเท่ากับ ความรักครั้งใหม่ และ แฟนใหม่อย่างคุณหรอกค่ะ !!
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด.. ทำให้เขารู้สึกว่า เขาโชคดีมากแค่ไหนที่ได้มาพบกับคุณ..
ทำในสิ่งที่คุณอยากทำเพื่อเขา.. ทำด้วยความรักทั้งหมดที่มี.. ใช้ความดีทำให้เขาลืมแฟนเก่าให้ได้ !!
# ขอให้คุณโชคดีนะคะ.. ขอให้รักแท้ที่คุณมีทำให้เขาเข้าใจว่าจริงๆแล้ว ควรจะรักใครมากกว่ากัน..
และถ้าหากสุดท้าย.. ทุกๆอย่างไม่เป็นอย่างที่คุณหวัง
ขอให้คุณเข้าใจและยอมรับมันด้วย.. อย่างน้อย ณ วันนี้ คุณก็ได้ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว..
จะได้ไม่เสียใจทีหลัง.. ที่ว่ามีโอกาส แล้วไม่ได้ทำ ไม่ได้ดูแลรักษาความรักไว้ให้ดีที่สุด !! << Good Luck Na >>

Cr. ‘ รับปรึกษาปัญาหัวใจ ‎@PointLovers

 


' รับปรึกษาปัญหาหัวใจ @PointLovers
ดินแดนแห่งความรักและความเข้าใจ
แอดมิน ชื่อ > ใหม่ < งานอดิเรกคือรับปรึกษาปัญหาทุกเรื่อง.. มีความสุขเวลาได้ช่วยเหลือคนที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆกับตัวเอง..
>> หากคำตอบใดๆทำให้คุณไม่พอใจ ขอโทษล่วงหน้านะ.. ตอบตามความรู้สึกล้วนๆ <<
ปล.รูปที่ใช้หยิบยืมมาจากเพจคำคมดังๆ..ขออภัยหากไม่ได้ให้เครดิตเจ้าค่ะ !!

10 วิธีสังเกตว่าเค้าแอบชอบเรารึเปล่า?


 

เห็นหัวข้อแบบนี้ก็อย่าเพิ่งหลงตัวเองไปล่ะ มาลองอ่านรายละเอียดและอย่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไป แต่ถ้าคุณมีใจอยู่แล้วก็ลุยเลย อย่าไปสนว่าเค้าจะชอบเรามั้ย ลุยเลย! ยืดเยื้อก็เสียเวลา แต่… ถ้าเกิดสงสัยว่าเอ๊ะ เค้าคิดยังไงกับเรานะ ยังค้างคาใจอยู่ ก็ลองมาอ่านและจับผิดดู เพื่อสร้างความแน่ใจ

1. สบประสานสายตา
เขาว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ หากเขาหาโอกาสที่จะสบสายตาคุณอยู่บ่อย ๆ แถมยังจ้องแบบไม่หลบตาด้วยแบบนี้ แน่นอนว่าเขากำลังพยายามสื่อความในใจให้คุณอยู่นั่นเอง

2. สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับคุณเป็นพิเศษ
หากเขาเริ่มสนใจในตัวใครสักคนหนึ่ง หนุ่มหรือสาวคนนั้นจะ(แอบ)เก็บรายละเอียดของคุณทุกจุด เริ่มอยากรู้เรื่องของคุณมากขึ้น นั่นก็เพราะสนใจในตัวคุณนั่นเอง จริงมั้ยล่ะ

3. สัมผัสตัวนิด ๆ หน่อย ๆ
การมีบอดี้คอนแท็คอย่างการสัมผัสตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นแตะไหล่ แตะศอก แตะเอวเวลาเดิน นอกจากจะเพราะว่าอยากใกล้ชิดแล้ว ยังแสดงออกว่าเขาอยากปกป้องคุณด้วย

4. แนะนำคุณให้รู้จักกลุ่มเพื่อนของเขา
หากคุณเป็นคนพิเศษของเขาจริง ๆ คุณผู้ชายจะไม่รู้สึกประดักประเดิดเลยที่จะแนะนำคุณให้กลุ่มเพื่อนของเขารู้จัก เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าอย่างไรเพื่อนเขาก็จะยินดีที่ได้รู้จักกับคนที่ทำให้เขามีความสุขได้ และยังบ่งบอกว่าเขาอยากให้คุณได้รู้จักกับโลกในแบบของเขาด้วย นั่นคือความภูมิใจในตัวคุณนั่นเอง และอยากมีคุณอยู่เคียงข้างและอยากที่จะอยู่เคียงข้างคุณออกสื่อ

5. อยากให้คุณพบกับครอบครัวของเขา
เป็นที่รู้กันว่าผู้ชายนั้นค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเรื่องครอบครัวก็นับเป็นหนึ่งในนั้นด้วย หากเขายินดีที่จะให้คุณรู้จักกับคนในครอบครัวของเขานั่นก็แสดงว่า เขาอยากให้ครอบครัวรู้ด้วยว่าคุณคือคนพิเศษของเขา และแสดงว่าเขาเปิดทางเต็มที่เพื่อจะให้คุณเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาแล้ว ผู้หญิงก็เช่นกัน แต่นี่แค่แอบชอบนะยังไม่ได้ตกลงปลงใจ ยังอยากทำขนาดนี้เลย ข้อนี้สำคัญมาก ถ้ามีเพศตรงข้ามมาทำแบบนี้กับคุณให้สงสัยไว้เลย แต่นัยนึงเค้าก็อาจจะเห็นคุณเป็นเพื่อนสนิทเพื่อนแท้ก็ได้ อย่าเพิ่งวู่วาม ต้องสังเกตุจากลักษณะการเทคแคร์และคำพูด คุณคงพอแยกออกว่าอันไหนที่เพื่อนจะทำให้กันและแบบไหนคนรักเค้าทำกันน่ะนะ

6. เป็นฝ่ายส่งข้อความให้คุณก่อน
หากคุณได้รับข้อความจากหนุ่มสาวคนนั้นบ่อย ๆ แม้คุณจะไม่ค่อยส่งข้อความกลับไป แต่เขาก็ยังเพียรทำอยางสม่ำเสมอ ขอให้คุณดีใจได้เลยว่าตอนนี้คุณมีคนที่คอยห่วงใยและให้กำลังใจอยู่ จะได้ลงเอยกันหรือไม่ก็แล้วแต่จะตัดสินใจ แต่ถ้ามีใครสักคนมาทำแบบนี้กับคุณบ่อยๆ ให้รู้ไว้เลยว่าเค้าสนใจคุณเข้าแล้ว

7. ชอบทำให้คุณหัวเราะ
ใคร ๆ ก็อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข และการหัวเราะก็เป็นการแสดงออกถึงความสุขด้วย เพราะฉะนั้น หากพ่อหนุ่มสาวคนนั้นเพียรหาเรื่องตลก หรือมุขแป้กมาเล่าให้คุณขำได้ตลอด เขาก็กำลังแอบบอกอ้อม ๆ ว่าเขาชอบคุณอยู่นั่นไง แต่บางคนที่พูดไม่เก่งก็จะน่าสงสาร อาจจะไม่ออกทางตลกและพูดตรงว่าห่วงใยแอบหยอดไปเลยก็มี

8. ใช้เวลาขลุกอยู่กับคุณ
เมื่อเราชอบใครสักคนก็อยากมีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนาน ๆ คุณอาจพบว่าเขาพยายามหาโอกาสชวนคุณออกไปนู่นมานี่ หรือจู่ ๆ ก็มาหาแล้วบอกว่ามีของมาให้ ฯลฯ นั่นก็แสดงว่าเขาชอบและอยากอยู่ใกล้ ๆ คุณนาน ๆ นั่นเอง เคยมั้ยล่ะเวลามีความรัก ก็มองทุกอย่างแล้วก็นึกถึงแต่เขา นั่นใช่เลย หากคุณได้รับของฝากหรือของที่ให้โดยไม่มีวาระสำคัญ ของที่คนให้อยากจะให้ ก็นั่นหล่ะ เค้ามีใจแล้วหล่ะ

9. โอบกอด
เมื่อสนิทกันขึ้นไปอีกขั้น การโอบกอดไม่ว่าจะเป็นโอบเอว โอบไหล่ นับเป็นสัญญาณที่บอกชัดเจนทีเดียวว่า เขาให้คุณเป็นคนพิเศษของเขานะ อันนี้ออกจะมากไปหน่อย แค่แอบชอบนะทำขนาดนี้เลย แต่ก็ชัวร์แล้วแหละ คนอะไร้จะมาถึงเนื้อถึงตัวคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นแฟน แต่อยากทำเพราะอยากเป็นนั่นแหละ อิอิ

10. เอ่ยคำว่า “ผมชอบคุณ”
เมื่อผ่านสัญญาณดี ๆ มาหลายข้อแล้ว ข้อสุดท้ายที่แน่นอนที่สุดก็คือ เมื่อเขาเอ่ยคำว่า “ผมชอบคุณ” นั่นเอง หากเขามีอาการที่บอกว่าแอบชอบมาหลายข้อแล้ว ตอนนี้ไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังหาโอกาสที่จะบอกความในใจให้คุณฟังอยู่ก็ได้ ได้ยินคำนี้เมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องเดาจากการกระทำแล้วหล่ะ แต่ข้อนี้ดูออกจะเสี่ยวและโบราณนะ ชะนีจะพาลมโนว่าเค้ารักใคร ทั้งที่จริงเค้าอาจจะชอบ ในแบบที่คุณเป็น ชอบที่คุณเป็นสุภาพบุรุษ ชอบที่คุณตลก แต่การพูดว่าชอบนั่นไม่ได้แปลว่าอยากได้เป็นสามีภรรยาอย่างเดียวใช่ป้ะ? เจอแบบนี้ให้สังเกตุที่แววตาและการกระทำเพิ่มเติม เอาจริงๆนะ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นไม้ตายข้อสุดท้าย แต่ความจริงคือคนที่แอบชอบมักจะไม่กล้าบอก ถูกป้ะ?

โอเคเจอแบบนี้ก็ดีใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อย่างที่บอก ทุกอย่างต้องดูที่การกระทำแววตา ถึงจะเชื่อใจและมั่นใจได้ว่าเค้าชอบเราจริงๆ ส่วนถ้ามีใจอันนี้ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ หรือคิดว่าไม่ชอบ อยากคบเค้าในแบบอื่นๆ ก็ต้องชัดเจนและอย่าไปให้ความหวังใคร แต่ก็อย่าออกตัวแรงปฏิเสธซะล่ะ เกิดเค้ามาบอกทีหลังว่าชอบแบบเพื่อน หมอจะไม่รับเย็บเอา

 

ที่มา : http://meetnlunch.com/blog/152283#sthash.nv8R2wdx.dpuf

จริงหรือไม่?! ที่ปลา, กุ้ง, ปู นั้นไม่มีความเจ็บปวด!!!


 

สมัยเด็กๆ เคยมีคนบอกว่าเวลาเอาเบ็ดเกี่ยวปากปลา ปลามันไม่เจ็บหรอก เราก็ได้แต่แปลกใจว่า “เฮ้ย มันดิ้นขนาดนั้น ไม่เจ็บตรงไหนฟร่ะ” ซึ่งก็เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ประมาณนี้เหมือนกัน และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบกันได้ แต่แล้วก็มีคนมาพิสูจน์เรื่องนี้ให้เราฟังจนได้

เรื่องมีอยู่ว่า มีทีมนักวิจัยพฤติกรรมสัตว์กลุ่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เขาก็สงสัยแบบเดียวกับเรานี่แหละ ว่าปลามันเจ็บปวดเวลาถูกเบ็ดเกี่ยวปากจริงหรือเปล่า เขาเลยทำการทดลองและพบคำถามที่ช็อกคนทั้งโลก นั่นคือการยืนยันว่าปลานั้นเป็นสัตว์ที่แสดงอาการเจ็บปวดช้ามาก เพราะมันมีระบบสมองหรือหน่วยรับความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในเซลล์ประสาทน้อยกว่า สัตว์อื่นหลายเท่า จึงทำให้เวลามันถูกเบ็ดเกี่ยวจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากเท่ากับที่สัตว์อื่น รู้สึก

ส่วนการที่เราเห็นปลาดิ้นนั้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มเดิมได้อธิบายว่า ที่ปลาดิ้น ไม่ใช่เพราะมันเจ็บปวด แต่เป็นการแสดงอาการขัดขืนและเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ ยิ่งกว่านั้นปลายังไม่แสดงอาการเจ็บปวดอื่นๆ เช่น แสดงความอ่อนแอเมื่อถูกพิษ และจากทดลองโดยเอาเข็มหลายเล่มแทงสอดเข้าไปในปากของปลาเทราต์ เรนโบว์ตัวหนึ่ง แล้วฉีดพิษเหล็กในของผึ้งเข้าไป ปลาตัวดังกล่าวก็ยังไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แถมระบบต่างในร่างกายก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และพอปล่อยลงน้ำมันก็ว่ายน้ำได้ปกติอีกด้วย

แล้วจริงหรือไม่?!…ที่ว่ากุ้งปูไม่มีความเจ็บปวด!!

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยกุ้งแห่งรัฐเมนที่ได้ทดสอบการแสดงความเจ็บ ปวดในสัตว์น้ำเปลือกแข็งโดยใช้กุ้ง Lobster เป็นตัวอย่างการทดลอง พบว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่มีระบบประสาทน้อยมาก และที่สำคัญคือพวกมันแทบไม่มีปลายประสาทสำหรับตอบสนองความเจ็บปวดเลย

“ถ้าคุณลังเลที่จะฆ่ากุ้งสักตัว คุณควรลังเลที่จะตบยุงด้วย เพราะระบบประสาทในส่วนนี้ของพวกมันแทบไม่มีอะไรต่างกันเลย” Robert Bayer ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกุ้งแห่งรัฐเมนกล่าวไว้

อ้าว ถ้ามันไม่เจ็บไม่ปวดจริงๆ แล้วทำไมมันถึงดิ้นตอนเจอน้ำร้อนล่ะ!?

เชื่อว่าหลายๆ คนคงคิดแบบนี้อยู่สิท่า งานนี้ทีมวิจัยเขาก็ได้ทดสอบด้วยการเอา Lobster เป็นๆ ไปจ่อน้ำร้อน และใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ซึ่งพบว่ากุ้งมีการดีดตัวเมื่อเข้าให้ความร้อนด้วย ซึ่งตรงนี้ทีมนักวิจัยกลุ่มดังกล่าวได้อธิบายว่า มีความเป็นได้ที่พวกมันอาจจะรู้สึกเจ็บปวด แต่เนื่องจากระบบประสาทที่มีอยู่น้อยมาก จึงทำให้เชื่อว่าการดิ้นของกุ้งนั้นเป็นการตอบสนองเพื่อเอาตัวรอดจากอันตราย มากกว่าการตอบสนองจากความเจ็บปวด

ได้ยินอย่างนี้หลายๆ คนคงอยากจะด่านักวิทย์ใจบาปพวกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าคิดจะด่าจริงๆ คงไม่ได้มีแค่นักวิทย์กลุ่มนี้เท่านั้นที่โดน แต่ยังมีพ่อครัวร้านอาหารทั่วโลกที่น่าจะโดนไปด้วยแน่ๆ เพราะวิธีทำอาหารจากปูและกุ้งที่ได้รับการการันตีว่าให้รสชาติดีที่สุด คือต้องทำขณะที่มันยังมีชีวิตอยู่

แต่เพื่อรักษาน้ำใจคนกินหลายๆ ท่านที่รู้สึกว่าวิธีนี้บาปและโหดร้ายไปสักนิด จึงมีการคิดขั้นตอนการทำอาหารจากกุ้งปูเพื่อให้พวกมันทรมานก่อนตายน้อยที่ สุด เช่น การน็อคด้วยน้ำแข็งแบบฉับพลัน การอัดด้วยน้ำแรงดันสูง และรวมถึงการหั่นที่ทำให้พวกมันตายทันทีแบบวิธีข้างล่างนี้เป็นต้น

ปล. “การดิ้นของกุ้งนั้นเป็นการตอบสนองเพื่อเอาตัวรอดจากอันตรายมากกว่าการตอบ สนองจากความเจ็บปวด ข้อสรุปของการวิจัย เป็นเพียงการคาดเดา ไม่ได้มีหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ กุ้งมีประสาทรับความรู้สึก แต่น้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดนะครับ”

 

นัก วิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยควีนเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์ศึกษาพบว่า สัตว์ก็รู้จักเจ็บและกลัวเช่นกันโดยได้พบว่า เมื่อทดลองเอากระแสไฟอ่อน ๆ ให้ดูดปูเสฉวน มันแสดงให้เห็นว่ามันเจ็บปวดและรู้จักเข็ด

ศาสตราจารย์ บ็อบ เอลวูด หัวหน้าคณะนักวิจัยได้แจ้งถึงการทดลองว่า ได้โยงสายไฟไปต่อกับปูเสฉวน ซึ่งเป็นปูที่ไม่มีเปลือก ต้องอาศัยอยู่ในเปลือกของปูอื่นเมื่อเดินกระแสไฟอ่อน ๆ ปูเสฉวนตัวที่โดนถูกช็อต จะทิ้งบ้านหนี แสดงว่ามันได้รับความเดือดร้อน แม้แต่ตัวอื่นที่ใช้กระแสไฟอ่อน จนมันไม่รู้สึก ถึงมันจะคงอยู่ในเปลือกเก่า แต่มันก็คอยทีอยู่ พอมีโอกาสก็จะผละไปอยู่บ้านใหม่ทันที

อาจารย์บ็อบกล่าวต่อไปว่า “การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า มันรู้จักยอมได้อย่างเสียอย่าง ยอมสละที่อยู่เก่า เพื่อแห่งใหม่ ในอันที่จะหลีกหนีอันตรายให้พ้น พฤติกรรมแบบนี้ เคยพบแต่ในสัตว์พวกที่มีกระดูกสันหลังเท่านั้น เมื่อมันรู้สึกเจ็บปวด แต่ยังไม่เคยพบในสัตว์พวกที่มีเปลือกแข็งหุ้มตัวเลย ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสัตว์เหล่านี้ก็รู้จักเจ็บปวดเช่นกัน

ผู้ เชี่ยวชาญในวงการศาสนา ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า เรื่องนี้จะยังผลให้เกิดกับอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์พวกที่มีเปลือกแข็งหุ้มตัวขึ้นมา บ้างอย่างกว้างขวางนอกจากนั้นยังจะพลอยทำบรรดาพ่อครัวแม่ครัวตามภัตตาคาร ซึ่งปิ้งย่างพวกสัตว์เหล่านี้เป็น ๆ โดยเคยคิดเสียว่าพวกมันเจ็บปวดไม่เป็นมาก่อน อดพลอยสะดุ้งสะเทือนไปด้วยไม่ได้

คุณคิดว่าเงินซื้อความรักได้หรือเปล่า?


 

 

บุคคลนิรนาม : คุณคิดว่าเงินซื้อความรักได้หรือเปล่า?

 

ที่ปรึกษา PointLovers : 

เงินซื้อความรักไม่ได้.. แต่เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารักได้..
# ไม่ได้โลกสวย.. แต่สมัยนี้เขาดูคนที่ เงิน กับ หน้าตา จริงๆ .. !!!
# รักแท้ที่มีแต่ตัว .. จึงแทบไม่มีค่าอะไรเลย เมื่อเทียบกับ รักแท้ที่มาพร้อมเงินและหน้าตา 😦

Cr. ‘ รับปรึกษาปัญหาหัวใจ ‎@PointLovers

 

อ่านเพิ่มเติม