10 สมาร์ทโฟนสีชมพู มอบเป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์


 

ใกล้เข้ามาอีกครั้งสำหรับวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ที่ทำให้คนโสดหลายคนต้องอิจฉาคนมีคู่ หรือใครที่ยังโสดอาจจะพบเนื้อคู่ในเดือนนี้ก็ได้ แต่สำหรับใครที่มีคู่รักอยู่แล้ว และอยากจะหาของขวัญชิ้นพิเศษอย่างสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เพื่อมอบให้กับคนรัก

เว็บไซต์ PhoneArena ได้แนะนำ 10 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมสีชมเหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง มาชมกันเลยค่ะ ^ . ^

 

  1. Samsung Galaxy Note 4

 

สมาร์ทโฟนตระกูล Note รุ่นยอดฮิต และกำลังมาแรงแบบสุด ๆ ในตอนนี้ คงพลาดไม่ได้ที่จะเป็น Galaxy Note 4 นอกจากสเปคและฟีเจอร์ที่โดดเด่นแล้ว ตัวเครื่องยังมีให้เลือกหลายสีสัน โดยเฉพาะสีชมพู ที่ดูแล้วหวานแหววเข้าตากรรมการจริง ๆ

 

  2. Samsung Galaxy S5

 

ถึงแม้ Galaxy S6 มีคิวจ่อเปิดตัวช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ แต่ Samsung Galaxy S5 ยังคงสมาร์ทโฟนที่ไม่ควรมองข้ามทั้งด้านสเปคและฟีเจอร์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าแน่นอน รวมถึงสีสันของตัวเครื่องที่มีให้เลือกหลายสีสันกัน และหนึ่งในนั้นคึอ สีชมพูที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษ

 

  3. HTC One (M8)

 

HTC เองก็ไม่พลาดที่จะเพิ่มสีสันใหม่ ๆ ให้กับ HTC One (M8) สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นยอดนิยมของค่าย แน่นอนสำหรับใครที่ชื่นชอบแบรนด์ HTC ก็เตรียม HTC One (M8) สีชมพูไว้ให้พร้อมแล้ว

 

  4. HTC Desire 816

 

สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ราคาประหยัด สเปคไม่ธรรมดา ต้องยกให้ HTC Desire 816 สมาร์ทโฟนแห่งความคุ้มค่าอีกรุ่น และเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนค่ายอื่น ๆ HTC Desire 816 ก็มาพร้อมสีสันของตัวเครื่องให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะสีชมพูที่ดูจะเข้มสะใจจริง ๆ

 

  5. LG G3

 

หากต้องการความเรียบหรู พร้อมความโดดเด่นด้านฟีเจอร์การใช้งาน LG G3 น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม และตัวเครื่องยังมีให้เลือกหลายสีสัน โดยเฉพาะสีชมพูที่ดูเรียบ ๆ ไม่หวือหวาจนเกินไป

 

  6. Sony Xperia Z3

 

สมาร์ทโฟนกันน้ำกันฝุ่นเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Sony เลยก็ว่าได้ แน่นอนสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง Sony Xperia Z3 ก็ไม่พลาดที่จะมีสีสันของตัวเครื่องให้เลือกหลายสี ใครชื่นชอบแบรนด์นี้ จัดได้เลย

 

  7. Sony Xperia Z1 Compact

 

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มีสเปคแรงเท่ากับรุ่น Xperia Z1 พร้อมกล้องถ่ายภาพแบบเทพ ๆ ตามสไตล์ Sony เหมาะมากที่มอบให้กับคนรักที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ด้วยกล้องด้านหลังใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล เอนจินประมวลผลภาพ BIONZ และเลนส์เกรด G ทางยาวโฟกัส 27mm รูรับแสงกว้างสุด f/2.0 และสามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึง 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพ Timeshift burst ถ่ายภาพรัว 61 ภาพ

 

  8. Motorola Moto X (2014)

 

Moto X สมาร์ทโฟนเรือธงของค่ายรุ่นล่าสุดที่ต่อยอดมาจาก Moto X รุ่นแรก มาพร้อมดีไซน์ที่ยังมีกลิ่นอายรุ่นแรก อัพสเปคใหม่รวมถึงเปลี่ยนวัสดุบางส่วนให้ดีขึ้นโดยรอบ ๆ ตัวเครื่องจะใช้โลหะเป็นกรอบ ส่วนฝาหลังยังคงออกแบบได้ด้วยตัวเองผ่านบริการ Moto Maker

 

  9. Motorola Moto G (2014)

 

Moto G สมาร์ทโฟนระดับล่างเป็นรุ่นลดสเปคจาก Moto X มาพร้อมหน้าจอ 5 นิ้ว (รุ่นเดิม 4.5 นิ้ว) ความละเอียด HD, กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล, ลำโพงคู่ด้านหน้า และแบตเตอรี่ 2,070mAh รวมถึงฝาหลังที่เลือกเปลี่ยนได้ 15 สี

 

  10. Motorola Moto E

 

สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาประหยัด สานต่อความสำเร็จจาก Moto X และ Moto Gสำหรับ Moto E เป็นสมาร์ทโฟนระดับล่างของโมโตโรล่าเน้นเจาะตลาดกลุ่มมือถือราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก รองรับสองซิม, กันน้ำ และแบตเตอรี่อึดใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

 

 

ที่มา: ขอบคุณภาพประกอบจาก PhoneArena

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

http://mobile.kapook.com/view674

ส่องรอยสักนักร้องขวัญใจ ของใครเจ๋งที่สุด


แอบเห็นหนุ่ม โตโน่ ภาคิน อวด รอยสัก สื่อรักกับนางเอกสาวตัวแรง แตงโม ภัทรธิดา แบบว่าไม่แคร์แฟนคลับแล้วขยับมาดู โดม ปกรณ์ ลัม อวดลวดลายมังกรเต็มแผ่นหลังแถมยังเรียกช่างจากเมืองนอกมาลอกลวดลายให้ ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าช่วงนี้ศิลปินนักร้องไทยทำไมถึงแห่กันสักคึกคักขนาดนี้ เห็นทีจะต้องเอามาขยาย แถมนักร้องไทยอีกหลายคนก็ได้ชื่อว่ามีลอยสักประดับร่างกายสวยงามไม่แพ้กัน เราจึงไปสืบหามาให้ดูว่า รอยสักบนเรือนร่างศิลปินไทยนั้น ใครกันที่แฟนๆ เขายกว่าเจ๋งที่สุด

แน่นอนว่าตอนนี้รอยสักกับหนุ่ม โตโน่ ภาคิน กำลังเป็นข่าวใหญ่ กับรอยสักที่จัดมาเข้าคู่กับสาวแตงโม แถมเจ้าตัวยังยักไหล่บอกเป็นความพอใจ รักคนนี้ก็เลยสัก ใครจะทำไม! แต่แหม…เจ้าตัวจะรู้มั้ย ว่าสาวแตงโมเธอก็ประทับรอยสักสื่อรักแบบนี้กับแฟนเก่าๆ มาหลายคนแล้ว…

ส่วนหนุ่ม โดม ปกรณ์ ลัม คนนี้อวดรอยสักจัดหนักสดๆ ร้อนๆ ทำเอาหลายคนฮือฮาเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ้าตัวคลั่งสักมากชนิดมีรอยสักเต็มตัวขนาดนี้ ซึ่งโดมแจงว่าตนชื่นชอบการสักมา 2 ปีแล้ว ชอบเพราะสักแล้วดูมีพลัง

“ที่สักก็ไม่ถึงกับชอบครับ แต่เพิ่งเริ่มมาสักได้ปี 2 ปี เราก็รู้สึกว่ามันเป็นศิลปะ คือผมชอบสักที่ดูแล้วมันมีพลัง พวกรูปม้า รูปเสือ ดูแล้วมันรู้สึกมุ่งมั่น ให้ความรู้สึกในการทำงานกับเรา จริงๆ ผมชอบมังกรแนวญี่ปุ่น แต่อาจารย์สักเขาไม่ค่อยมาเมืองไทย”

งานนี้เห็นทีหนุ่มโดมจะคืนทุนค่าจ้างช่างอินเตอร์มาสักได้เร็วไว เพราะแว่วๆ ว่าจะอวดรอยสักใหม่ลงแม็กกาซีนเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังห่วงใยแบบพระเอกๆ ว่าแฟนๆ ที่คิดจะสักตามก็ขอให้คิดดูให้ดี เพราะของแบบนี้จะลบก็ไม่ใช่ง่าย แถมยังเสียงสตางค์ไปไม่น้อย เกิดไม่ถูกใจจะกลับไปลบรอยทิ้งแล้วจะหาว่าหล่อขั้นเทพไม่เตือน!


พูดถึงรอยสักก็ต้องมีหนุ่มคนนี้ แบงค์ Ca$h ขึ้นชื่อมาตั้งแต่ยังอยู่กับวงแคลชแล้วว่า หนุ่มแบงค์นั้นมีรอยสักที่โดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร ที่สะดุดตามาตลอดก็เห็นจะเป็นรอยสักตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงแขนล่ำๆ ทั้งสองข้าง เป็นลวดลายกราฟฟิตี้ที่แฟนๆ จำนวนไม่น้อยขอจำเอาไปสักตาม ยังไม่รวมบนแผงอกล่ำๆ ที่เคยอวดให้เห็นพร้อมกล้ามแน่นๆ ในงานถ่ายแบบวาบหวิวมาแล้ว…รอยสักก็ทำให้ชาวร็อคดูเซ็กซี่ได้เหมือนกันนะเนี่ย

ตูน บอดี้สแลม คนนี้ก็มีรอยสักเท่ๆ อวดให้เห็นทั้งบนแผ่นอกและหัวไหล่ หลายครั้งที่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตแล้วโชว์ให้แฟนๆ ได้เห็น แรกๆ ก็เป็นที่ฮือฮา แต่ตอนนี้แฟนๆ เขายกให้ว่าเป็นรอยสักของชาวร็อคที่โดดเด่นที่สุดไปเรียบร้อยแล้ว

รอยสักไม่ได้มีแต่หนุ่มๆ แต่สาวสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม ก็แอบมีลวดลายเล็กๆ กลางแผ่นหลังเป็นรูปปีกเบาๆ

ข้ามไปที่ต่างประเทศ อันนี้ไม่ต้องอวดอ้างให้มากความ เพราะซุเปอร์สตาร์ดังๆ ระดับโลกนั้นนิยมสักกันเป็นล่ำเป็นสัน ชนิดที่ว่าถามหาคนไม่สักยังจะยากกว่า สาวๆ ที่ชอบอวดรอยสักเก๋ๆ ก็มีตั้งแต่ ริฮานน่า, เคที เพอร์รี, ป๊อปสาวเมืองผู้ดี เชอรีล โคล ที่เปรี้ยวสะบัดจัดรอยสักถึงบั้นท้ายให้ฮือฮาไปหลายเดือนก่อน

หรือไอ้หนูละอ่อน จัสติน บีเบอร์ นี่ก็ภูมิใจในรอยสักบนเรือนร่างที่ล่ำบึ๊กเกินวัยเอามากๆ ไม่นับบรรดาแรปเปอร์ที่สักกันเหมือนเป็นประเพณีสืบทอด

เอาเป็นว่าชื่นชมกันพอหอมปากหอมคอสำหรับคนที่หลงใหลศิลปะบนเรือนร่าง  

รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก
รอยสัก

 

ที่มา : sanook.com

คำถามชวนสงสัย : ตกลงว่า ม้าลาย สีขาวลายดำ… หรือสีดำลายขาว?


 

เวลาดูสารคดีสัตว์โลกน่ารักในทุ่งกว้าง(รวมถึงน่าขนหัวลุกในหลายๆตอน) ม้าลายก็มักจะโผล่มาเข้าฉากให้เห็นกันบ่อยๆ ด้วยลายพาดสลับขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ทำให้มันมีสเน่ห์ น่าอัศจรรย์… แล้ว เอ… ตกลงแถบไหนเป็นสีพื้น แถบไหนเป็นลายกัน… สงสัยไหมครับ?

สมัยหนึ่งนานมาแล้ว เคยเชื่อกันว่า ม้าลายเป็นสัตว์สีขาวลายดำครับ เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะว่าท้องของม้าลายมักจะเป็นสีขาว ก็เลยเหมากันเอาว่า ไอ้เจ้าม้าแฟนซีนี่ มันต้องสีขาวเหมือนท้องมันนั่นแหละ… แต่ จริงเหรอ?

 

ต่อมาเมื่อเราเข้าใจการทำงานของการส่งต่อพันธุกรรมดีขึ้น คำถามนี้ก็ถูกปัดฝุ่นมาตีความใหม่ในเชิงพันธุศาสตร์ และคำตอบก็กลับทางครับ… เรามีข้อมูลใหม่ที่น่าเชื่อถือว่า ม้าลายนั้น เป็นสัตว์สีดำที่มีลายสีขาว… ด้วยเหตุผลแบบนี้ครับ

 

เรื่องของการอยู่รอดในทุ่งโล่งแห่งอัฟริกา สัตว์ที่มีสีสว่างจะถูกสังเกตุเห็นได้ง่าย นึกถึงหญ้าสีทอง พื้นสีน้ำตาล แล้วมีม้าขาวจั๊วะยืนโด่อยู่… ไม่ดีแน่ สัตว์ทั้งหลายในท้องทุ่งมักวิวัฒน์ให้ตัวเองมีสีที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีสีโทนเดียวกับพงหญ้าไปเสีย ก็มักเลือกจะมีสีเข้ม ให้เข้ากับร่มเงา หรือต้นไม้ในบริเวณนั้น

 

ม้าลายมีผิวสีเข้มจัดใต้ขนลายทางของมัน ม้าลายมีสีผิวเข้มเหมือนสัตว์ตระกูลม้าอื่นๆครับ สีของสิงมีชีวิตต่างๆที่เราเห็นกัน เกิดจากการสร้างเม็ดสีของเซลล์ประเภท Melanocytes หมายความว่า สีเกิดจากการสร้างเม็ดสี และขาวคือไม่มีการสร้างเม็ดสี(แบบเดียวกับสภาพเผือก ที่ Melanocytes ผิดปกติไม่สร้างเม็ดสีนั่นเองครับ) ดังนั้นเมื่อรวมกับเหตุผลข้อข้างบนแล้ว ก็ออกจะประหลาดอยู่ถ้าสัตว์ผิวดำจะสร้างขนสีขาวมาคลุมตัว

 

ทางพันธุกรรมแล้ว สีเข้ม เป็นลักษณะเด่น สีขาว เป็นลักษณะด้อย อย่างที่อธิบายเรื่องเม็ดสีที่สร้างโดยเซลล์ประเภท Melanocytes ไปนั้น การเกิดลายทางบนขนม้าลาย จึงเกิดจากการสร้างเม็ดสีตามคำสั่งพิมพ์เขียวในหน่วยพัธุกรรม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีการสร้างเม็ดสี และบริเวณใดที่จะไม่ต้องสร้าง ดังนั้นลายบนขนจึงเกิดจากการ “สั่งปิด” การทำงานของ Melanocytes บนสีขนปกตินั่นเองครับ

 

ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ จึงเชื่อกันว่า ม้าลายพยายามสร้าง”ขนหงอก”เป็นแถบแทรกระหว่างขนสีเข้มนั่นเองครับ…

ส่วนเหตุผลที่ม้าลายวิวัฒน์มาจนมีลายทางแบบนี้นั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลายทางๆของมันนั้น เมื่อรวมอยู่ด้วยกันเป็นฝูง จะสร้างความงงงวยให้เหล่าสัตว์นักล่า ลองนึกถึงกลุ่มของก้อนลายทางยืนซ้อนกันสิครับ ลายทางๆนี่แหละจะทำให้แยกรูปร่างไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน ลายพรืดเป็นผืนเดียวกันไปหมด ซึ่งสัตว์นักล่าอย่างสิงโต หรือไฮยีน่า จะเลือกเอาเหยื่อเป็นตัวๆ โดยพยายามแยกตัวที่จับง่ายที่สุดออกมาจากฝูง… ดูไม่ออกลายตาแบบนี้ ไปจับอย่างอื่นกินง่ายกว่า

อีกเหตุผลนึงก็เชื่อว่า ลายทางบนตัวมันช่วยลดแสงโพลาไรส์(แสงที่มีคลื่นเป็นระเบียบไปในทางเดียวกัน) ซึ่งดึงดูดแมลงวันกินเลือดที่คอยบินหาเลือดสัตว์กินอีกด้วยครับ

ที่มา: mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=546b09a9be0470e3838b4660

รอยสัก 15 แบบจากหนังสยองขวัญ ที่สวยและสยองที่สุด


หนังสยองขวัญมักสร้างความตื่นเต้นและเป็นภาพติดตาตั้งแต่ได้ดู เลยมีคนหัวใสเมื่อเห็นภาพมันในหัวอยู่บ่อยๆ

ก็เลยสักมันไว้บนร่างกายซะเลย ซึ่งนอกจากจะออกมาสวยงามแล้วมันยังสร้างความสยองให้คนที่เห็นอีกด้วยนะ

แต่สำหรับคนที่ชอบแนวนี้ ก็ชมภาพสวยๆสยองๆได้เลยค่ะ

 

รวมมิต The ExorcistPsychoFrankenstein และหลายๆเรื่อง

Horror Movie Tattoos (1)

 

Dead Snow

Horror Movie Tattoos (5)

 

Halloween

Horror Movie Tattoos (4)

 

Re-Animator

Horror Movie Tattoos (3)

 

The Exorcist

Horror Movie Tattoos (2)

 

FrankensteinThe WolfmanBride of Frankenstein บลาๆๆ

Horror Movie Tattoos (6)

 

ผีตัวตลก สุดหลอน

Horror Movie Tattoos (10)

 

Child’s Play

Horror Movie Tattoos (9)

 

Evil Dead 2

Horror Movie Tattoos (8)

 

Friday the 13th

Horror Movie Tattoos (7)

 

Tales from the Crypt

Horror Movie Tattoos (11)

 

Nightmare on Elm Street

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

Creepy Chestpiece

Horror Movie Tattoos (14)

 

Tales From the Crypt

Horror Movie Tattoos (13)

 

Pinhead

Horror Movie Tattoos (12)

 

หลอนกันเลยทีเดียว เห็นแค่รอยสักก็ขนลุกละ 

ที่มา oddee

            

ที่มา: catdumb.com/15-horror-movie-tattoos

ศิลปะอาร์ตๆบนฝาท่อระบายน้ำ พบได้แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น !!


20090808_068p
ธรรมชาติของคนเราเวลาไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆนั้นคงจะต้องมองหาความงามของธรรมชาติ หรือไม่ก็ความงามของเมืองนั้นๆเป็นแน่…
แต่บางครั้งถ้าเราสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราให้ดีก็อาจจะได้ของแถมที่คนอื่นๆ ไม่เห็นกลับมาด้วยก็ได้!! ของแถมที่ว่านี้ก็คือ “ศิลปะบนท่อระบายน้ำ”   ความจริงแล้วฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่นในยุคแรกนั้นมีลวดลายทรงเรขาคณิตเหมือนกับประเทศอื่นๆ และติดตั้งอยู่แค่เมืองหลักๆเท่านั้น จนมาในปี 1980 ทางรัฐบาลได้มีนโยบายขยายระบบการวางท่อระบายน้ำออกไปในต่างจังหวัดแต่เกิดการต่อต้านจากประชาชนขึ้น ทางรัฐบาลจึงหาวิธีการใหม่โดยการทำให้ท่อระบายน้ำนั้นมีลวยลายเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามเพื่อเอาใจเหล่าบรรดาคนที่ต่อต้าน จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของฝาท่อระบายน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นขึ้น!! img_2   ฝาท่อระบายน้ำนั้นจะมีลวดลายที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เพื่อเน้นจุดเด่นของท้องถิ่นนั้นๆเช่น ธรรมชาติ วัฒนธรรม สถานที่ที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงภาพวาดฝีมือเด็กๆที่ถูกนำมาเป็นลวดลายของฝาท่อระบายน้ำก็มี!! เรียกได้ว่าฝาท่อระบายน้ำจะบ่งบอกวัฒนธรรมความเป็นอยู๋ของสังคมนั้นๆได้อย่างดีเยี่ยมเลย จึงทำให้ฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่นกลับมีชื่อเสียงขึ้นมาและเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาญี่ปุ่น ผู้คนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นต่างก็มองหาของแถมอย่างฝาท่อระบายน้ำเพื่อที่จะถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย!!! fa6bec4ad18cdcdb8706a5d70d21f02a e0197164_15373681 e37772f1b2d77325491f51a9e00da1e2 b8c27e5a52414663f15939716e62f3d5 b282ef755ff1593011e86b4eb55736af c8ca1affbc426d81ab1d2b39800c8b3b e890eb0b2483ad2b7cb5cd54f110ef5b   220090527142220 20110214144851 16410129 OLYMPUS DIGITAL CAMERA 64592d520cfa0fe3ef1ed39b76a9826c OLYMPUS DIGITAL CAMERA 0874459c555db145f0f24eb2da66336c 3c55e012b2a1767023393ef35dcd7884 7b3e8d5b42d8845db849a860c2cd18ec 797aa5174704a9176d3692a5d8cd7c7e 97bcd2a62436d83ac40f1c3210db9763 92f2e40577e99a71331421e3e8003694 60a549190dfb87cbfa5ce2b3aaad2dd2
ที่มา: anngle.org/th/j-lifestyle/jidea/manhole-art

ผู้หญิงคนนี้ลองไม่ใส่ “กางเกง” เดินเล่นในนิวยอร์ก! ผลจะเป็นอย่างไร? ต้องดู


Capture44
Capture46

ถ้าคุณเดินเล่นอยู่ตามท้องถนน และเจอผู้หญิงคนหนึ่ง เดินมา แต่เธอไม่ใส่ “กางเกง” คุณจะทำอย่างไร? Model Pranksters และ model Leah Jung อยากทดลองและหาคำตอบกับสิ่งนี้ เขาเลยให้ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใส่ “กางเกง” แต่เป็นการเพ้นท์สีแทนกางเกง และให้เธอไปเดินเล่นบนท้องถนนในนิวยอร์ก มาดูกันว่าคนจะสังเกตหรือไม่ว่าเธอไม่ได้ใส่ “กางเกง” เลยซักตัว และคนเดินผ่านไปมาจะทำอย่างไร?

มาดูวิดีโอกันเลย แล้วจับตาผู้ชายคนสุดท้ายของวิดีโอให้ดี

ที่มา: kiitdoo.com

ต้องลอง!! นี่คือโปรเจค DIY สุดทึ่ง…ที่คุณแทบเชื่อไม่ลงว่ามันทำง่ายม๊วก


หากใครชอบทำอะไรสไตล์ DIY ขอบอกเลยว่าไอเดียต่อไปนี้พลาดไม่ได้ เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา มันโคตะระจะสวดยอด!!

โดยไอเดียที่ว่านี้เรียกว่า “Moss Graffiti” ซึ่งสิ่งที่ได้ออกมารับรองว่าจะทำให้ผนังเชยๆเปลี่ยนไปในพริบตาเชียวล่ะ ว่าแต่ต้องเตรียมอะไรบ้าง มาดูกันเมี๊ยวว

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : 

-ต้นมอสประมาณ 3 แก้ว (ล้างเศษดินออกให้เรียบร้อย)
-นมบัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย (หรือใช้โยเกิร์ต 2 ถ้วยก็ได้)
-น้ำ 2 แก้ว หรือเบียร์
-น้ำตาลประมาณ 1/2 ช้อนชา
-คอร์นไซรัป (น้ำตาลข้าวโพด) : หมายเหตุ**จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้จ้ะ
-อุปกรณ์สำหรับผสม (อาทิ เครื่องปั่น)

ขั้นตอน : 

1.เริ่มแรกให้คุณเก็บมอสให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ (แต่ก็ประมาณ 3 แก้วน่ะล่ะ)

diy1
2.แล้วก็ล้างเศษดินที่ติดอยู่ออกให้สะอาดเรียบร้อย

diy2
3.เอามอสใส่ลงไปในเครื่องปั่น

diy3
4.จากนั้นก็เทส่วนผสมทั้งหมดในลิสต์วัตถุดิบลงไป (ยกเว้นน้ำตาลข้าวโพด) พอใส่ทุกอย่างครบ ก็กดปั่นจนให้ทุกอย่างผสานเป็นเนื้อเดียวกัน

diy4

5.เริ่มเทน้ำตาลข้าวโพดลงไป

diy5
6.จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาเทลงถัง

diy6
7.แล้วก็ใช้แปรงสีจุ่มๆขึ้นมา

diy7
8.จากนั้นก็ดีไซน์คำที่คุณชอบลงไปบนผนัง และคุณต้องพยายามดูไม่ให้มันแห้งเหือด

diy8
9.สุดท้ายให้เตรียมกระป๋องสีสเปรย์สให้พร้อม แล้วลองพ่นตามรอยแบบร่าง จากนั้นเรื่องมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นแบบนี้…

diy9

diy10

diy11

diy12

diy13

ที่มา: catdumb.com

ปากกาลบได้ ทำไมถึงลบได้… อยากรู้คำตอบมั๊ยล่ะ ?


ปากกาลบได้ เป็นปากกายอดฮิตมากในหมู่ของวัยรุ่นวัยเรียน เพราะส่วนใหญ่ทางโรงเรียน จะให้น้องๆ ที่เพิ่งเริ่มเปลี่ยนจากดินสอมาหัดเขียนปากกาใช้กัน ทำให้เวลาที่เพิ่งเริ่มหัดเขียน และเขียนผิดจะได้ไม่ลบเลอะเทอะ สะดวกง่ายต่อการเขียนหรือจดงานได้ดียิ่งขึ้น แต่น้องๆ เคยสงสัยหรืออยากรู้ไหมว่า? ปากกาลบได้ ทำไมมันถึงลบได้โดยใช้แค่จุกใสๆ ตรงปลายปากกาลบถูๆ ออก แถมกระดาษก็ไม่ขาดเป็นรูอีกต่างหาก ถ้าอยากรู้ วันนี้เราไปหาคำตอบพร้อมๆ กัน…

ปากกาลบได้

ปากกาลบได้ ทำไมมันถึงลบได้

ผู้นำหรือผู้ริเริ่มในการคิดค้นปากกาลบได้นี้ ก็คือ Pilot ผู้ผลิตปากกาลบได้ในชื่อว่า Frixion?โดยเขาเริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ปี 1975

ซึ่ง Pilot สามารถไขโจทย์คิดค้นหมึกที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพสีตามอุณหภูมิได้หรือที่ชื่อว่า Metamor Ink?สร้างความแตกต่างในหลักการทำงานสำคัญของ ปากกาลบได้นั่นเอง

และจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Frixion pen สามารถวางจำหน่ายได้ ในปี 2005 แล้วก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทวีปยุโรปในปี 2006 จากนั้นจึงกลับมา ประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่นในปี 2007

Frixionpen3

สาเหตุที่ปากกาลบได้นั้น

เนื่องจากการใช้น้ำหมึกพิเศษที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาร่วมกัน ตามอุณหภูมิที่เกิดจาการการเสียดสี (Frictional Heat) ระหว่างสารประกอบ 3 ชนิด ?คือ A สีหมึก B สารที่ทำให้หมึกเกิดสี และ C สารที่ทำให้สีเปลี่ยนตามอุณหภูมิที่เกิดจากการเสียดสี

หลักการทำงาน

ก็คือ ในอุณหภูมิปรกติหมึกที่เขียนออกมาจะเกิดขึ้นจากการผสมกัน ระหว่างสีหมึก และสารที่ทำให้เกิดสี (A+B) โดยสารที่ทำให้สีเปลี่ยนตามอุณหภูมิ (C) จะไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิปรกติ

Frixionpen4

ปากกาลบได้ ทำไมมันถึงลบได้

44881

แต่เมื่อเราใช้ยางลบที่ปลายปากกาลบได้ ซึ่งเป็นยางที่มีคุณสมบัติทนต่อความร้อนได้เป็นพิเศษ ลบหมึกที่เขียนไปก็จะทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสีขึ้น และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น (ประมาณ 60 ํC สารที่ทำให้สีเปลี่ยนตามอุณหภูมิ (C) ก็จะทำการแยกสีหมึก (A) และสารที่ทำให้เกิดสี (B) ออกจากกัน ทำให้สีหมึกนั้นเปลี่ยนเป็นสีหมึกที่โปร่งแสงนั่นเอง

Frixionpen5

และถ้าหลักการการทำงานของปากกาลบได้เป็นไปตามที่อธิบายไว้ด้านบน ก็จะเกิดคำถามว่า แล้วถ้าอุณหภูมิต่ำลงจะทำให้หมึกที่โปร่งแสงไปกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ?ได้? ด้วยการนำเอกสารใส่ถุงพลาสติกปิดสนิท แล้วนำไปไว้ในช่องแช่แข็ง โดยสีจะเริ่มกลับมาเมื่อ อุณหภูมิ -10 องศา ํC และกลับมาชัดเจนเต็มที่เมื่อ -20 องศา ํC ดังนั้นห้ามนำปากกาลบได้ไปใช้ ในเอกสารสำคัญต่างๆ โดยเด็ดขาด

เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ข้อมูล?marumura

ที่มา: teen.mthai.com/variety/75136

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง

ใบไม้แดงในสวน Rikugien by 工藤隆蔵

5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น

อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien)

Rikugien by japan-guide.com

สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่300 เยน

สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย

ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen)

Koishikawa Korakuen by Japan Web Magazine

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai)

University of Tokyo by <a href=

ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม

การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานีTodaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง

อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park)

Showa Kinen by <a href=

โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว

โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ

อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson)

วัดโทโดโระคิ by <a href=

เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ

ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร

สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น

เครดิต : j-reco.com
เรียบเรียงโดย : travel mthai

ที่มา: travel.mthai.com/world-travel/100594