เมนูอาหาร : ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้


 

เหตุ มันเกิดจากว่าช่วงนี้ฝนตกชุก กอตะไคร้ที่บ้านเลยงามมาก แล้วพอตะไคร้งามจัด ถ้าไม่ตัดมากิน มันก็จะโทรมไว เลยเป็นที่มาที่ไปของเมนูนี้ในวันนี้ล่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-11.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

– ปลาทับทิมน้ำหนัก 500 กรัม 1 ตัว แล่เอาแต่เนื้อหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน
– เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบเต็มเม็ด ทอดสุกแล้ว 1/2 ถ้วย
– กุ่งแห้งเนื้อ ตัวใหญ่หน่อย ทอดกรอบ 1/3 ถ้วย
– ตะไคร้ต้นอวบ ๆ 5 ต้นซอยบางๆ  …… (ส่วนที่เขียวจัด ไม่ใช้)
– พริกขี้หนูสวนเขียวแดง 15 เม็ด
– น้ำตาลปี๊บ 1 + 1/2 ชต.
– น้ำปลาดัๆ 2 ชต.
– น้ำมะนาว 3 ชต.
– น้ำต้มสุก 1/2 ชต.
– สะระแหน่ 2 กิ่ง

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-03.JPG

:: วิธีทำ ::

อันดับแรก …. พิมก็จะขออธิบายวิธีการทำปลาทับทิมทอดสำหรับเมนูนี้ให้ฟังกันก่อนนะคะ

เริ่ม ต้นเลยให้เพื่อน ๆ ซื้อปลาทับทิมมาตัวนึงค่ะ น้ำหนักประมาณ 500 กรัมนะคะ  แล่เอาแต่เนื้อออกมา  (หรือซื้อตัวใหญ่สัก 700-800 กรัม แล้วแล่เอาเนื้อมาใช้เพียงด้านเดียว ส่วนเนื้ออีกด้านเก็บไว้ทำเมนูอื่น)  .. หั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ (คำโตหน่อย)   ล้างด้วยน้ำสะอาดสัก 2 ครั้ง เทใส่กระชอนโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ … พอสะเด็ดน้ำดี ก็เอาเกลือป่นสัก 1/4 ชช.  ลงไปเคล้าให้พอเข้ากัน  แล้วนำลงไปทอดในกระทะที่มีน้ำมันท่วมจนเหลืองสวย และมีลักษระกรอบนอกนุ่มในแบบในภาพด้านล่าง ……. ก่อนที่จะตักขึ้นด้วยตะหลิวโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-02.jpg

ระหว่าง รอปลาสะเด็ดน้ำมัน ……. เราก็หันมาปรุงรสน้ำยำกันไปพลางๆ นะคะ ด้วยการเอาน้ำตาลปี๊บใส่ลงไปในกาละมังใบย่อม ๆ ที่เราจะใช้ยำ   แล้วใส่น้ำมะนาว น้ำปลา  และน้ำต้มสุกตามลงไป ….. คนไปจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บละลายหมด ก็ค่อยใส่พริกขี้หนูลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-04.jpg

ก็ จะได้น้ำยำออกมาหน้าตาประมาณในภาพนี่ค่ะ  …. ชิมรสชาติเอาตามชอบ หากเปรี้ยวไปเติมน้ำตาลกับน้ำปลา หากหวานไปเติมน้ำมะนาวกับน้ำปลา หากเค็มเกินก็เติมน้ำตาล น้ำมะนาวและน้ำต้มสุกเล็กน้อยเพื่อเจือจางรสสักนิดนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-05.JPG

แล้วก็ค่อยใส่ตะไคร้ซอย  เนื้อปลาทอด  เม็ดมะม่วง และกุ้งแห้งลงไปค่ะ …… คนให้เข้ากันดี

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-060.jpg

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-07.JPG

จากนั้นก็ตักใส่จาน ตกแต่งด้านบนด้วยใบสะระแหน่สักเล็กน้อยพองาม……. แล้วเราก็จะได้ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-08.JPG

ขอบอก ว่ารสชาติกำลังดีเลยค่ะ …. เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานกลมกล่อมสมเป็นน้ำยำ …. จนุคุณสามีพิมเผลอกินเพลิน กินคนเดียวหมดเลยทั้งจานนี้อ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

ซึ่ง ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนอยากทำทาน แต่หากปลาทับทิมไม่ได้ สามารถใช้พวกปลาเก๋า ปลากะพงแทนได้ค่ะ พิมเคยใช้อยู่ …. แต่ว่าถ้าเป็นปลานิลนี่พิมไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่เคยใช้ แต่คิดว่าก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่รสชาติ กลิ่น อาจจะไม่โอเคเท่าปลาที่พิมบอกมาอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-10.JPG

ยังไงก็สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยลองทำเมนูนี้ … ก็อยากให้ลองทำดูนะคะ ถือว่าเป็นอีกเมนูนึงที่พิมภูมิใจนำเสนอเลยจ้า ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-12.JPG

 

 

“Halloween Pumpkin Pie” อร่อยดี ผิวก็สวย


 

Halloween Healthy Food

ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ด้วยการมากินฟักทองให้อร่อยกันดีกว่า เพราะผักสีทองเนื้อนุ่ม เหนียว หนัก ผลนี้ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่เยอะมาก ใครอยากผิวสวยต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง ด้วยพลังของเบต้าแคโรทีนที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณไม่ถูกทำลายด้วยมลภาวะในแต่ละวัน รวมถึงด้วยวัยของเรา ดังนั้นคนที่ทานฟักทองเป็นประจำ จึงผิวสวย ดูอ่อนเยาว์จริง ๆ

บ้านใครจัด Halloween Party และต้องประดิษฐ์ประดอยแกะสลักฟักทองฮัลโลวีน ก็อย่าต้องให้เสียของ เอามาทำให้อร่อยและได้คุณค่าทางอาหารกันในปาร์ตี้ซะเลยดีที่สุด

พายฟักทองฮัลโลวีน
Halloween Pumpkin Pie
ส่วนผสม Topping
ฟักทอง 2 ลูก 1 ลูกสำหรับใส่พาย อีกลูกสำหรับทำไส้ เคร้กเกอร์แบบหยาบ ครึ่งถ้วย
ส่วนผสมสำหรับทาเปลือกฟักทอง ไข่ 1 ฟอง
เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ นมสด ¼ ถ้วย
น้ำตาล ¼ ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¾ ถ้วย
ซินนามอน (อบเชยป่น) น้ำตาลทรายละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
ไส้พายฟักทอง ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
เนื้อฟักทองอบแล้วนำไปบด 2 ถ้วย เกลือ ½ ช้อนชา
นมข้นหวานครึ่งถ้วย เนย ¼ ช้อนชา
ไข่ไก่ 4 ฟอง
Pumpkin pie spicy 4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำฟักทองไปตัดหัวออกตามรูป เอาไส้และเมล็ดออกให้เกลี้ยง แล้วนำไปนึ่งจนสุก นำออกมาวางทิ้งไว้จนเย็น ประมาณครึ่งชั่วโมง
    Halloween Pumpkin Pie Step 1
  2. ไส้พาย : นำส่วนผสมของไส้พายมาผสมกันค่อยๆคนให้เข้ากัน โดยใส่น้ำตาลท้ายสุด แล้วใส่ในลูกฟักทองที่เริ่มเย็นแล้ว แล้วใช้ส่วนผสมสำหรับทาเปลือกผสมกัน นำไปทาเปลือกฟักทอง ก่อนนำไปเข้าเตาอบอีกประมาณ 20 นาที ใช้ไฟ 425 องศาฟาเรนไฮท์ โดยระหว่างนั้นก็ทำท้อปปิ้งไปด้วย
    Halloween Pumpkin Pie Cream
    Halloween Pumpkin Pie Step 2
  3. ทอปปิ้ง : นำส่วนผสมสำหรับทำท้อปปิ้งปั่นรวมกันในเครื่องปั่น
    Halloween Pumpkin Pie topping step 3
  4. เมื่อพายฟักทองในเตาอบครบ 20 นาทีแล้ว นำออกมา แล้วใส่ทอปปิ้งโปะหน้า ก่อนนำเข้าไปอบต่ออีก 20-30 นาที จะได้พายฟักทองสำหรับงานปาร์ตี้ฮัลโลวีน ที่อร่อย และทำไม่ยากเลย ต้องลองค่ะ
    Halloween Pumpkin Pie Step 4
    Halloween Pumpkin Pie Step 5Finish!

    Halloween Pumpkin Pie Finish
    pumpkin pie finish

Cr : brit.com

– See more at: http://www.cosmenet.in.th/th/cosmeintrend/?SECTION_ID=1796&ELEMENT_ID=20895#sthash.SC9QmVZG.dpuf

เมนูง่ายๆ..พิซซ่าขนมปัง !!


 

วัตถุดิบ
1. ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ หรือ ขนมปังแถว นำมาตัดแบ่งเป็นแผ่นๆ กะขนาดตามชอบคะ
2. มะเขือเทศ พริกสด หัวหอม
3. เบคอน ไส้กรอก (สามารถเลือกได้ตามชอบ แต่เราเลือกตามที่หาได้หรือมีไว้ในตู้เย็นคะ)
4. ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ (แล้วแต่ชอบ)
5. น้ำมันหรือเนย
6. พริกไทยป่น พริกป่น ออริกาโน่แห้งชนิดเกล็ด(แล้วแต่ชอบ)
7. ชีส ม๊อซซาเรลล่าชีส Mozzarella
 
 
วิธีทำ
1. เราใช้ขนมปังปอนด์ แล้วนำมาหั่นเป็นแผ่นๆ เลือกความหนา/บาง ตามชอบ หั่นผัก (มะเขือเทศ,หอมใหญ่,พริก) หั่นไส้กรอก,เบคอน เป็นชิ้นสีเหลี่ยมลูกเต๋าหรือชิ้นเล็ก
2. นำกะทะตั้งไฟ ใส่เนย ใส่หอมใหญ่ ผัดพอสุก พักไว้
3. นำซอสพริก,ซอสมะเขือเทศ,พริกไทยป่น,พริกป่น ผสมเข้ากับหัวหอมใหญ่ที่ผัดตามข้อ 2 ผสมกันให้ได้รสชาติออกเปรี้ยว หวานมะเขือเทศแบบธรรมชาติ ตัดด้วยเผ็ดนิดๆ หรือรสตามชอบ
4. นำซอสที่ได้ ทาลงบนขนมปัง แล้ววางพริกสด ใส่ไส้กรอก เบคอน ชีส ปริมาณตามชอบ
5. นำเข้าเตาอบ (ที่บ้านเราใช้เตาอบขนาดเล็ก) ใช้วิธีกะอุณหภูมิประมาณ 160 องศา ประมาณ 5-10 นาทีคะ ได้พิซซ่าทำเองง่ายแบบนี้เลย
ซ้ำขออภัยค่ะ 

 

สูตรลึกลับของโคคา-โคล่า


 

บริษัท ทรัสต์ คอมพานี แห่งรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ เป็นที่เก็บสูตรลับของเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่งที่ มีชื่อว่า โคคา-โคล่า หรือคนทั่วไปเรียกว่า โค้ก สูตรลับนี้มีผู้ที่สามารถเปิดดูได้เพียงคนเดียวเท่านั้นคือผู้อำนวยการบริ ษัท

ถึงแม้จะมีผู้จัดจำหน่ายอยู่หลายแห่งทั่วโลก แต่ไม่มีสักรายที่ล่วงรู้ส่วนผสมที่แท้จริง เพราะบริษัทจะจัดส่งหัวเชื้อซึ่งเป็นน้ำเชื่อมและส่วนผสมอื่นๆ ให้ผู้แทนจำหน่ายไปผสมกับน้ำโซดา แม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่สามารถล่วงรู้สูตรลับของโคคา-โคล่า ได้

ปี ค.ศ.1983 นักเขียนอเมริกัน วิลเลียม พาวน์สโตน ตีพิมพ์ผลงานที่มีความยากลำบากในการค้นคว้าชื่อว่า Top Secret เขาบอกว่า ส่วนผสมหลักของโค้ก บริษัทจะกำหนดเป็นส่วนผสมหมายเลข 1-9 และเรียกว่าเป็นสินค้านั้น มีดังนี้คือ

1.น้ำตาล 2.น้ำตาลไหม้ 3.กาเฟอีน(ไร้กาเฟอีน) 4.กรดฟอสฟอริก 5.สารสกัดจากใบโคคา(สกัดเอาโคเคนออกแล้ว) และสารสกัดจากเมล็ดโคลาปริมาณเล็กน้อย 6.กรดน้ำส้ม และโซเดียมไซเทรต 7X.มะนาวฝรั่ง ส้ม มะนาว แคสเซีย(cassia คืออบเชยชนิดหนึ่ง) น้ำมันลูกจันทร์เทศ และสารอื่นๆ 8.กลีเซอรีน 9.วานิลลา

การ วิเคราะห์สารเคมีทำให้รู้ส่วนผสมบางอย่าง แต่ส่วนที่ค้นพบยากที่สุดคือส่วนที่เป็นหัวน้ำมันหอมระเหยใน สินค้าหมายเลย 7X (ไม่มีคำอธิบายความหมายของ X) การนำเอาหัวเชื้อเหล่านี้มาผสมกันใช่ว่าจะได้กลิ่นและรสชาติตามสูตรของโค คา-โคล่า เพราะน้ำมันเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นกลิ่นและรสชาติอื่นๆ ได้อีก การที่จะลอกเลียนแบบต้องรู้ส่วนผสมและสัดส่วนที่แท้จริง ซึ่งยากในการวิเคราะห์ ด้วยเหตุนี้ส่วนผสมก็ยังคงเป็นความลับสุดยอดของโคคา-โคล่า จนถึงทุกวันนี้

John Stith Pemberton
เครื่อง ดื่มที่ติดปากของคนทั่วโลก ดร.จอห์น เอส เพมเบอร์ตัน (John Stith Pemberton) เป็นผู้คิดค้นสูตรดั้งเดิมของโคคา-โคล่า เขาเป็นเภสัชกรที่แอตแลนตา จอร์เจีย ในปี ค.ศ.1885 ขานำเอาเครื่องดื่มที่ผสมเหล้าองุ่นแดงมาดัดแปลโดยผสมใบโคคาลงไปด้วย ซึ่งโคคามีสารที่กระตุ้นประสาทที่เรียกว่าโคเคน แต่กลับขายไม่ดี เขาจึงปรับปรุงสูตรอีกโดยเอาลูกโคลามาแทนเหล้าองุ่นแดง ซึ่งโคลานี้เป็นโคลาพันธุ์แอฟริกา มีสารประตุ้นประสาทที่เรียกว่า กาเฟอีน เข้าได้เติมน้ำตาลและแต่งกลิ่นไม่ให้ขม

สัญลักษณ์ โคคา-โคล่า เป็นการออกแบบของหุ้นส่วนที่ชื่อว่า แฟรงค์ เอ็ม โรบินสัน (Frank Mason Robertson) เมื่อปี 1887 เพมเบอร์ตันขายสูตรนี้ให้ วิลลิส อี เวเนเบิล และ จอร์จ เอส ลอนเดส และอีก 5 เดือนต่อมาก็ขายต่อให้ วูลโฟล์ค วอล์เคอร์ และ เอ็ม ซี โดเซียร์ และต่อมาอีก 1 ปี ก็ขายให้ เอซา จี แคนด์เลอร์ (Asa Griggs Candler) ซึ่งเพมเบอร์ตันก็ถึงแก่กรรมในปีนั้น

Asa Griggs Candler
แคนด์เลอร์ ได้ผสมส่วนผสมนี้กับน้ำโซดา และคิดว่าต้องเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมอย่างมาก จึงได้เก็บสูตรนี้ไว้เป็นความลับ แคนด์เลอร์ได้ปรับปรุงสูตรใหม่อีก และรับแฟรงค์ เอ็ม โรบินสัน เข้าเป็นหุ้นส่วน และได้ก่อตั้งบริษัทโคคา-โคล่า ในปี 1892 จนถึงปี 1903 ก็มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่รู้สูตรของเครื่องดื่มชนิดนี้ และมีสิทธิ์ในการผสมน้ำเชื่อมในห้องลับ

เขาได้แกะฉลาก ส่วนผสมต่างๆ ออกและชำระเงินด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้ฝ่ายบัญชีรู้ว่าซื้อส่วนผสมอะไรมา เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น เขาทั้งสองคนไม่สามารถผสมส่วนผสมต่างๆ ได้ด้วยตัวเองอีก เขาจึงกำหนดหมายเลข 1-9 เพื่อใช้เรียกชื่อส่วนผสม ผู้จัดการสาขาจะรู้เพียงสัดส่วนและวิธีผสมเท่านั้น

เมื่อ ปี 1909 รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นฟ้องบริษัทว่าใช้ส่วนผสมที่มีโคคาอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะมีโคเคนผสมอยู่ คดียืดเยื้อกว่า 10 ปี แต่ก็ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าในส่วนผสมพบโคเคนอยู่ในสารสกัดโคคาหรือโคลา แม้แต่น้อยนิด

วิลเลียม พาวน์สโตน กล่าวในหนังสือ Top Secret ว่า ในโคคา-โคล่า มีส่วนผสม โคคา หรือ โคลา เพียงนิดเดียว ซึ่งไม่มีผลต่อรสชาติสักเท่าใด

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังฝ่ายพันธมิตรในแอฟริกาได้สั่งซื้อโคคา-โคล่า จำนวนถึง 3 ล้านขวด ส่วนโคคา-โคล่าที่เป็นกระป๋องพึ่งมีในปี 1955

ที่มา: http://atcloud.com/