เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring


The conjuring หรือชื่อภาษาไทยว่า คนเรียกผี นั้นเรียกได้ว่ากวาดรายได้มหาศาลในอเมริกา หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ากลัว หลอนสุดๆ!! ซึ่ง The conjuring นี้ดูเผินๆอาจจะเหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป คือมักจะมีจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์บางอย่างจากบ้านร้างหลังหนึ่ง ตามหลอกหลอนกันในรูปแบบต่างๆ เช่นห้องปิดตาย เครื่องลาง หรือประวัติศาสตร์อิงศาสนา แต่สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่ที่ หนังสร้างจากแฟ้มประวัติที่เกิดจากเหตุการณ์จริงตะหาก!! เรื่องจริงสุดสยองขวัญชวนผวานี้จะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยคะ .. เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

เรียบเรียงและแปลโดย teen.mthai 

ภาพถ่ายเดียวที่มีนั้น หลายคนคาดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสวมหน้ากากผ้า อาจจะเป็น Bathsheba Sherman ผู้ต้องสงสัยว่าแม่มดอยู่ด้วย (ยืนตรงกลาง)

ภาพถ่ายเดียวที่มีนั้น หลายคนคาดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสวมหน้ากากผ้า อาจจะเป็น Bathsheba Sherman ผู้ต้องสงสัยว่าแม่มดอยู่ด้วย (ยืนตรงกลาง)

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งชื่อว่า Harrisville ใน Rhode Island อเมริกา เรื่องจริงจากคดีของสองสามีภรรยา เอ็ด และลอเรน วอเรน นักสืบสวนเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ที่มักถูกเชิญไปปราบผี หรือเวลาที่ไหนเกิดเหตุการณ์ของผีหลอกวิญญาณหลอน ซึ่งทั้งคู่ถูกเชิญไปโดยครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้วเผชิญกับอำนาจลึกลับดำมืด ตัวอย่างหนังยังไม่บอกเนื้อเรื่องเต็มๆ แต่เล่นเฉพาะฉากที่แม่ของครอบครัวนี้ที่รับบทโดยลิลลี่ เทย์เลอร์ ถูกหลอกหลอนอย่างชวนให้สะดุ้งโหยง

*?The Conjuring ถ่ายทำตามลำดับเหตุการณ์ในเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่ฉากแรกมาจนถึงฉากสุดท้าย ..*

บ้านในอดีต ที่ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) เคยอาศัยอยู่ เป็นภาพยุคปัจจุบันของที่ดินและบ้านหลังนี้อันมีตำนาน

บ้านในอดีต ที่ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) เคยอาศัยอยู่ เป็นภาพยุคปัจจุบันของที่ดินและบ้านหลังนี้อันมีตำนาน

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) อาศัยอยู่ในบ้านผีสิง!

  • ครอบครัวเพอร์รอน (Perron) อาศัยจอยู่ในบ้านผีสิงนี้เป็นเวลาเกือบสิบปี โรเจอร์และแคโรลีน(คู่สามี-ภรรยา) ซื้อบ้านนี้ในช่วงฤดูหนาวปี 1970 ซึ่งพื้นที่ของที่นี่นั้นมีมากถึง 200 เอเคอร์ คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของครอบครัวเพอร์รอนและลูกสาวทั้ง 5 แต่!ในมิถุนายน 1980 พวกเขาก็ย้ายออก

เรื่องราวชีวิตของ บีทชีบ้า Bathsheba Sherman (ผีในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด!)

  • ใครที่ยังไม่ได้ดูหนัง บีทชีบ้า คือคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ฆ่าลูกตัวเองสังเวยซาตาน และเป็นวิญญาณที่ตามอาฆาต หลอกหลอนทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่บ้านของเธอ
  • Bathsheba Sherman?เกิดใน Rhode Island ในปี 1812 ต่อมาเธอได้แต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน Judson Sherman ซึ่งเธอแก่กว่าหนึ่งปี ที่ Connecticut ในเดือนมีนาคม 1844
  • Bathsheba เป็นแม่บ้านในขณะที่สามีของเธอทำงานเป็นเกษตรกรบนที่ดินของพวกเขาเอง
  • ต่อมาในเดือนมีนาคม 1849 Bathsheba และ?Judson ได้มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ?Herbert L. Sherman

 

รูปภาพในปี 1970-1971 ช่วงคาบเกี่ยวปลายปีที่ครอบครัวเพอร์รอนเริ่มเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ บ้านและที่ดิน ของ บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) ในสมัยยุคบุกเบิกนั้น ต้องบอกว่ายุคนั้นมีกล้องถ่ายรูปแล้ว หลังจากก่อสร้างมานานและอยู่มาหลายปีหลายสมัย จนถึงยุคกล้องถ่ายรูป แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายในมุมกว้าง จัดว่าเป็นคนมีฐานะ คนนึงในสมัยนั้น

รูปภาพในปี 1970-1971 ช่วงคาบเกี่ยวปลายปีที่ครอบครัวเพอร์รอนเริ่มเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ บ้านและที่ดิน ของ บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) ในสมัยยุคบุกเบิกนั้น ต้องบอกว่ายุคนั้นมีกล้องถ่ายรูปแล้ว หลังจากก่อสร้างมานานและอยู่มาหลายปีหลายสมัย จนถึงยุคกล้องถ่ายรูป แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายในมุมกว้าง จัดว่าเป็นคนมีฐานะ คนนึงในสมัยนั้น

Bathsheba Sherman เป็นแม่มดจริงหรือไม่!

  • ยังไม่มีหลักฐานพอที่จะบอกได้ว่า Bathsheba Sherman เป็นแม่มดจริง มีเพียงชาวบ้านในท้องถิ่นเล่าต่อกันว่า หลังจากที่อาศัยอยู่ในฟาร์ม ได้มีทารกอย่างลึกลับเสียชีวิตในความดูแลของเธอ เมื่อทารกถูกตรวจสอบ ผลออกมาว่าบาดแผลมีสาเหตุมาจากเข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่เสียบที่ฐกะโหลกศีรษะของเด็ก แม้ว่าชาวเมืองเชื่อว่า Bathsheba เสียสละทารกเพื่อสักการะปีศาจ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอที่ศาลพบว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดใดๆ แต่ประชาชนไม่เชื่อ

Bathsheba Sherman ตายยังไง?

  • ในการค้นคว้า วิจัยนั้นที่ หลุมฝังศพของเธอ ใน Harrisville, Rhode Island พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราคนหนึ่งเมื่อ 25 พฤษภาคม 1885 ประมาณสี่ปีหลังจากการตายของสามีของเธอ Judson ในปี 1881

การสื่อสารวิญญาณ Bathsheba กับ แคโรลีน เพอร์รอน 

  • แคโรลีน เพอร์รอน บอกเรื่องที่เหนือธรรมชาติกับ เอดและลอรเรน วอรเรน ว่าขณะที่เธอนอนอยู่บนโซฟานั้น จู่ๆเธอรู้สึกว่ามีของแหลมทิ่มที่ตัวเธอทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมาก เธอจึงสะดุ้งตื่น และเมื่อ เธอสังเกตที่ตัวก็พบรอยช้ำเป็นจ้ำๆ?ราวกับเข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่ได้เสียบผิวของเธอ?เธอได้ดูบริเวณรอบๆตัวคิดว่าเป็นผึ้งเจาะรึเปล่า แต่ก็ไม่เจอ! (ที่มาจากหนังสือของลูกสาวของเธอเอนเดรีย เพอร์รอน)

มีกี่คนที่เสียชีวิตในบ้านหลังนั้น?

  • 8 generations ในครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่และเสียชีวิตในบ้านว่าก่อนที่จะมาถึงเรา” ลูกสาวคนโตของครอบครัวเพอร์รอน ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ยังมีต่ออีกว่า ภายในห้องใต้ดินนั้ันมีสิ่งของบางส่วนของพวกเขาที่ไม่เคยทิ้งยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังมี The Black Book of Burrillville สมุดบันทึกสาธารณะของเมืองนี้ เผยให้เห็นว่าในช่วงเวลาหนึ่งในบ้านหลังนี้ได้เคยมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นหลายคดี เช่น ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ, ฆ่าตัวตายด้วยยาพิษ, ฆ่าข่มขืน, ฆ่าตกรรม, คนหายสาปสูญ เป็นต้น
ครอบครัว Perron

ครอบครัว Perron

แถวด้านหน้านั้น คือ 5 เด็กแสดงในหนัง  The conjuring และแถวบนคือในแต่ตัวละครที่มีชีวิตอยู่จริงทั้งหมด!

  • พี่คนโต : Andrea Perron คือคนขวาสุด รับบทโดย Shanley Caswell
  • คนที่ 2 : Nancy Perron คือที่นับจากซ้ายมาเป็นคนที่2 ? รับบทโดย Hayley McFarland
  • คนที่ 3 : Christine Perron คือคนที่2นับจากขวา ?รับบทโดย Joey King
  • คนที่ 4 : Cindy Perron คือคนซ้ายสุด รับบทโดย Mackenzie Foy
  • และคนสุดท้องคนที่ 5  : April Perron คือคนอ้วนตรงกลาง รับบทโดย Kyla Deaver
ครอบครัว เพอร์รอน (Perron )

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron )

หนึ่งเคสที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านผีสิงหลังนั้น และได้เอด และ ลอรเรนวอลเลนเข้ามาช่วย

ลูกสาวทั้งห้าคน

ลูกสาวทั้งห้าคน

 

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) : แม่ (แคโรลีน เพอร์รอน) และลูกสาวทั้งห้าคน

ครอบครัว เพอร์รอน (Perron ) : แม่ (แคโรลีน เพอร์รอน) และลูกสาวทั้งห้าคน

 

แคโรลีน เพอร์รอน (Carolyn Perron), the mother in The Conjuring, today

แคโรลีน เพอร์รอน (Carolyn Perron), the mother in The Conjuring, today

แม่ที่ถูกวิญญาณร้าย บีทชีบ้า (Bathsheba Sherman) เข้าสิง ทำให้ตัวเองเกือบฆ่าลูกสาวคนสุดท้อง

ลอรเรน วอรเรน (ยังมีชีวิตอยู่) ผู้มีญาณทิพย์ กับผู้แสดง เวร่า ฟาร์มิก้า Vera Farmiga ในบทบาทของเธอ

ลอรเรน วอรเรน (ยังมีชีวิตอยู่) ผู้มีญาณทิพย์ กับผู้แสดง เวร่า ฟาร์มิก้า Vera Farmiga ในบทบาทของเธอ

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน ทั้งคู่คือ นักปีศาจวิทยา

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน ทั้งคู่คือ นักปีศาจวิทยา

ผู้ที่ปราบผีและสืบค้นคดีในบ้านที่ปัญหาในแต่ละที่ ตลอด50ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันทั้งสองทำคดีช่วยเหลือผู้คนมากถึง 5000 เคส

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน

เอด และ ลอร์เรน วอลเรน

 

ภาพบันทึก ถึงการทำงานใน บ้านผีสิง และผู้เป็นเจ้าของบ้าน (นั่งหันหลัง)

ภาพบันทึก ถึงการทำงานใน บ้านผีสิง และผู้เป็นเจ้าของบ้าน (นั่งหันหลัง)

กับสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ประหลาดทั้งในส่วนของเสียง จากเครื่องบันทึกเทป

เพื่อนำเก็บเป็นข้อมูลสืบค้นและการจัดการกับสิ่งชั่วร้ายที่แฝงตัวในบ้านแต่ละหลัง

ลอร์เรน วอลเลน ถ่ายรูปร่วมกับสิ่งของต้องสาป ในพิพิธภัณฑ์ที่บ่านของตนที่ได้รวบรวมไว้

ลอร์เรน วอลเลน ถ่ายรูปร่วมกับสิ่งของต้องสาป ในพิพิธภัณฑ์ที่บ่านของตนที่ได้รวบรวมไว้

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

ลอร์เรน วอลเรน ถ่ายรูป กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล (ตุ๊กตาตอนต้นเรื่อง)

ลอร์เรน วอลเรน ถ่ายรูป กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล (ตุ๊กตาตอนต้นเรื่อง)

เรื่องจริงดูน่ารักกว่าในหนังอีกนะเนี่ย!!

เอด – ลอร์เรน วอลเรน กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล

เอด – ลอร์เรน วอลเรน กับ ตุ๊กตาแอนนาเบล

“เตือนด้วยความหวังดี อย่าเปิดมัน!!”

The conjuring

The conjuring

 

ของจริง! ห้องที่รวบรวม สิ่งของต้องสาป ที่เอด – ลอร์เรน วอลเรน เก็บไว้ภายในบ้าน

ของจริง! ห้องที่รวบรวม สิ่งของต้องสาป ที่เอด – ลอร์เรน วอลเรน เก็บไว้ภายในบ้าน

 

อุ้มให้ดูกันอีกซักรอบ .. ขนลุก!!!

อุ้มให้ดูกันอีกซักรอบ .. ขนลุก!!!

ตุ๊กตาแอนนาเบล?เป็นบันทึกที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด

ในบรรดาวัตถุทางวิญญาณที่ทั้งสองทำการสืบสวนมา

หลุมฝังศพ ของ เจ้าของที่ดิน นาง Bathsheba Sherman ผีต้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้

หลุมฝังศพ ของ เจ้าของที่ดิน นาง Bathsheba Sherman ผีต้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

หนังสือ House of Light ที่ลูกสาวคนโต เอนเดีย เพอร์รอน

หนังสือ House of Light ที่ลูกสาวคนโต เอนเดีย เพอร์รอน

เป็นคนเขียนขึ้นเล่าถึงประสบการณ์ในบ้านที่ตนอาศัยในวัยเด็ก และเรื่องราวของบ้านและที่ดินพื้นนี้

(มี 2เล่มกำลังออกเล่ม3)

เรื่องจริงคนเรียกผี The conjuring

วิดิโอคลิป ที่เหล่าสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นพูดถึง

 

เรียบเรียงและแปลโดย teen.mthai 

ขอบคุณข้อมูล houseofdarknesshouseoflight, historyvshollywood, pantip.com/topic/30857629

 

หากจะเปรียบที่ทำงานของคุณเป็นหนังสักเรื่อง คุณคิดว่าคือเรื่องอะไร? [Pantip]


 

 

 

1

ในชีวิตการทำงานนั้น เราจะได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา มีทั้งที่นิสัยดี นิสัยไม่ได้ ไหนจะรูปแบบการทำงาน ไหนจะเจ้านาย ไหนจะระบบองค์กรอีก โอ้ยมีสาระพัดรูปแบบเลยนะ

แต่ในการทำงานอนเคร่งเครียดก็ยังมีเรื่องฮาๆให้เราพอจะยิ้มกับมันได้บ้างนะ อย่างกระทู้ในพันทิปที่ไปเจอมานี้ เจ้าของกระทู้มาถามชาวพันทิปว่า หากเปรียบสถานที่ทำงานของคุณเป็นหนังสักเรื่อง คุณคิดว่ามันคือเรื่องอะไร?

เมื่อถามมาแบบนี้ ชาวพันทิปก็ไม่พลาดที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์ล่ะ ซึ่งแต่ละเรื่องที่หยิบมาเปรียบเทียบนั้น ทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนทีเดียว

 

1. Scary Movie

2

 

2. Inception

3

 

3. Frozen

4

 

4. Silent Hill

5.

 

5. เพื่อน…กูรัก…ว่ะ

6

 

6. Wolf of Wall Street

7

 

7. The Day After Tomorrow

8

 

8. Cast Away

9

 

9. Wanted

10

 

10. นางทาส

11

 

11. Hunger Game

12

 

12. งานมาก เป็นขโยง

13

 

แล้วที่ทำงานของคุณล่ะ เปรียบเหมือนหนังเรื่องอะไร?

XXX อยากรู้มั๊ย กว่าจะมาเป็น(นางเอก)หนัง เอวี ภาคจบ 18+ จ้า


นอกจากทางเดินหน้าเข้าสู่วงการเอวีแล้ว ชีวิตหลังจากนั้นของพวกเธอก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจอยู่เช่นเดียวกัน มีนักแสดงสาวจำนวนไม่น้อยที่มีอนาคตสดใส แม้จะเคยผ่านธุรกิจแห่งความบันเทิงประเภทเร้าอารมณ์เพศทำนองนั้นไปแล้ว แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ถลำลึกไปไกลยิ่งกว่าเดิม

อนาคตอันสดใส? 

แม้จะมีรายได้ที่ดี แต่ทุกคนรู้ว่าการเป็นนางเอกเอวีคงจะไม่ใช่อาชีพที่ยืนยาวได้ อย่างดีอาจจะแค่ 4 – 5 ปี แต่ก็มีดาราสาวบางคนที่ต้องการอยู่ในวงการนี้ให้นานไปกว่านั้น ซึ่งสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็หวังว่าวงการเอวีจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิต บางคนมองไปถึงวงการบันเทิงกระแสหลัก ขณะที่สาว ๆ บางคนก็วางแผนชีวิตเอาไว้ว่า หากเก็บเงินได้ซักก้อน ความฝันในเรื่องต่าง ๆ ก็มีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

ด้านนักแสดงเอวีที่ขอไปต่อในวงการบันเทิงต้องพูดถึง โซระ อาโออิ ขวัญใจของหลาย ๆ คนด้วยอย่างแน่นอน ดาวเด่นแห่งเอวีรายนี้ทำงานอยู่ 9 ปีเต็มก่อนจะโบกมือลา และพยายามสร้างชื่อในวงการบันเทิงสายหลักต่อไป “ฉันคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ว่าธุรกิจสายนี้คงจะทำไม่ได้จนถึงอายุมาก ๆ แต่ความจริงฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะทำอยู่นานขนาดนี้ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพื่อนที่เริ่มงานมาด้วยกันบางคนก็ไม่ได้มีเป้าหมายแบบนี้ แต่สำหรับฉันอย่างจะใช้เส้นทางนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินในธุรกิจสายบันเทิงอื่น ๆ ต่อไป”

ขณะเดียวกันหลังยุติบทบาทในวงการเอวีไป สาวบางคนต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเก็บ “เสี้ยวหนึ่งในชีวิต” ในฐานะนางเอกหนังวาบหวามเอาไว้เป็นความลับตลอดกาล แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่บางคนก็ทำสำเร็จ

ซาโอริ ซึจิยะ (ชื่อในวงการ) คือหนึ่งในสาวที่สามารถฝังความลับเรื่องนี้เอาไว้ได้ “ตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยค่ะ เป็นสถานศึกษาเดียวกันกับที่ฉันเคยพักการเรียนเอาไว้ ระหว่างเข้าวงการเอวี ฉันไม่ได้บอกเรื่องประสบการณ์การทำงานในวงการนี้ให้ใครรู้เลย”

“ฉันเริ่มทำงานเป็นนักแสดงเอวีตอนซักปี 2004 และออกจากธุรกิจไปตอนปลาย ๆ 2008” ซึจิยะ กล่าว “ฉันสงสัยอยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะ แล้วเงินมันก็ดีด้วย”

ปัจจุบันมีดาราเอวีหลายคน ที่ประสบความสำเร็จบนกับวงการบันเทิงด้านสว่าง สาว ๆ หลายคนได้เล่นหนัง, มีบทบาทในรายการโทรทัศน์ภาคดึก หรือกระทั่งได้ออกซิงเกิลเพลง อย่าง ไอคาวะ นาโอะ นั้นถึงกับได้ร่วมรับงานแสดงในซีรีส์ยอดมนุษย์ โกออนเจอร์ ด้วย ซึ่งเรียกว่าเธอกลายเป็นดาราเอวีรายแรก ๆ ที่ได้เล่นหนังซูเปอร์อีโรกันเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันพวกเธอหลาย ๆ คนยังมีงานในต่างประเทศรออยู่ โดยเฉพาะเมื่อหนังเอวีของสาว ๆ แต่ละคนกลายเป็นสินค้าออกผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ที่แทบจะเดินทางไปในทุกประเทศในแถบเอเชีย สาว ๆ เอวีหลาย ๆ คนจึงกลายเป็นนางในฝันของหนุ่ม ๆ ทั่วทั้งเอเชียไปด้วย

ซาโอริ ฮาระ และ มินามิ อามามิยะ หนึ่งในดาราเอวีที่ได้งานในต่างประเทศ กับการรับเล่นหนังเกรด 3 ของฮ่องกง ส่วน มิยาบิ ก็โด่งดังได้เล่นหนังอินโดนีเซียหลายเรื่อง เช่นเดียวกับ โซระ อาโออิ ที่ได้รับเล่นหนังในเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบทบาทประเภทเซ็กซี่วาบหวาม อาศัยความโด่งดังในการเป็นดาราเอวี มาสร้างจุดขายให้กับงานเสียมากกว่า

ต้องยอมรับว่า “อดีตดาราเอวี” ยากที่จะได้รับการยอมรับนับถือ “เทียบเท่ากับ” ดาราสาวทั่ว ๆ ไป แตกต่างจากดาราหนังเกรด 3 ชาวฮ่องกงอย่าง ซูฉี ที่กลายเป็นนักแสดงกระแสหลักได้อย่างเต็มตัว มีรางวัลการันตี และทิ้งภาพการเป็นดาวโป๊ไปโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับสาวเอวีส่วนใหญ่ยังคงไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงของความเซ็กซี่ และภาพความเป็นดาราเอวีไปได้

เอวีกับธุรกิจค้ากาม

อย่างไรก็ตามชีวิตไม่ได้มีแต่ด้านที่สดใส ดาราเอวีทุกคนก็ไม่ได้มีเส้นทางสายที่สวยงามรออยู่ทั้งหมด จำนวนไม่น้อยที่ต้องดิ้นรนในวงการนี้ไปอีกนาน บางคนเข้า ๆ ออก ๆ วงการเอวีอยู่หลายหน แม้จะประกาศการถอนตัวจากวงการไปแล้ว เพราะงานอื่น ๆ คงยากที่จะทำเงินให้กับพวกเธอได้ดีอย่างที่ได้รับในวงการเอวี

ขณะเดียวกันเมื่ออายุมากขึ้นค่าตัวก็ต่ำลงเรื่อย ๆ บางคนต้องหันไปเล่นหนังประเภทที่ไม่มีการเซนเซอร์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น และสาว ๆ บางคนถึงขั้นผันตัวเองไปสู่ธุรกิจค้าบริการทางเพศกันเลยก็มี

เมื่อ 2 ปีก่อน Weekly Playboy เคยตีพิมพ์บทความที่ตีแผ่ถึงความเกี่ยวข้องของวงการเอวี และธุรกิจค้าบริการทางเพศ และมีชื่อดาราดังแห่งวงการอย่าง มาเรีย โอซาว่า เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

บทความดังกล่าวเปิดเผยว่ามีดาราเอวีหลายคนที่ชีวิตต้องเดินทางไปสู่ธุรกิจค้ากาม กับรายได้ค่าตัวประมาณ 30,000 – 50,000 เยน และบางครั้งอาจจะขึ้นไปถึงหลักแสนเยน ที่ถือว่าดีทีเดียวสำหรับพวกเธอ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหญิงค้าบริการทั่วไปก็นับว่ามากกว่าถึง 3 – 4 เท่าเลยทีเดียว

โดยมีข่าวลือว่า มิยาบิ หรือ มาเรีย โอซาว่า นางเอกเอวีลูกครึ่งญี่ปุ่นแคนาดา ได้ตัดสินใจทำธุรกิจบริการกับคลับหรู Tora no Ana ในย่านชิบูยะ ด้วยค่าตัวประมาณ 150,000 เยนต่อ 70 นาที

ถือเป็นเรื่องปกติที่สาว ๆ จากวงการเอวีจะเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจทำนองนี้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับดาราชื่อเสียงระดับรอง ๆ ลงไปเสียมากกว่า นายูกะ มิเนะ อดีตนักแสดงเอวีอีกคน กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องธรรมดาของดาราเอวีชื่อไม่ดังส่วนใหญ่อยู่แล้วค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องหายากอยู่เหมือนกัน ที่จะมีคนดังแบบเธอมาเปิดตัวในวงการนี้ แฟน ๆ ของเธอจะต้องตื่นเต้นกันแน่ ๆ”

นอกจากนั้นก็ยังมีดาราสาวหน้าอกโต ฮิโยริ ชิราอิชิ อีกคนที่ไปไกลกว่าวงการเอวี โดยเธอเคยหันหลังให้กับวงการไปถึง 6 ปี ก่อนจะกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง และยังไปหาลำไพ่พิเศษที่คลับแห่งหนึ่งในย่านมินาโตะวอร์ดในแถบโตเกียวด้วย …

“หลังถอนตัวจากวงการไป เธอกลายเป็นสาวออฟฟิศธรรมดา ๆ แต่นี่คือการกลับมาด้วยเหตุผลพิเศษ เราไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรผ่านเว็บไซต์ได้ เธอจะมาที่นี่เดือนละสองครั้ง ราคาอยู่ที่การเสนอของลูกค้า ซึ่งเธอจะรับหรือปฏิเสธก็ได้ เพราะฉะนั้นจะไม่มีการจ่ายค่าล่วงหน้า อย่างไรก็ตามมีคนสนใจในตัวเธอมาก ซึ่งคงทำให้เธอไม่ค่อยว่างซักเท่าไหร่นัก” เป็นคำแถลงจากคลับถึงเรื่องการรับงานพิเศษของ ชิราอิชิ

ซึ่งคนในวงการมองว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงของความเปลี่ยนแปลงในวงการเอวี ที่ค่าตัวของสาว ๆ ลดลง หลังการเข้ามาตีตลาดจากสื่ออินเตอร์เน็ต ที่มีผลทำให้ทุนสร้างของหนังแต่ละเรื่องลงลดไปด้วย “รายได้ของสาว ๆ เอวี เริ่มลดลง ในช่วงซัก 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี่ ทุนสร้างของหนังแต่ละเรื่องจาก 3 – 4 ก็เหลือแค่ 2 – 3 ล้านเท่านั้น กับการทำงานในคลับและได้เงินมาง่าย ๆ 400,000 เยนต่อวัน ก็ถือว่าไม่เลวเลย”

แต่ก็ต้องจำเอาไว้ให้ดีด้วย อย่างที่คนวงในธุรกิจประเภทนี้ในญี่ปุ่นบอกเอาไว้ สุดท้ายลูกค้าอาจจะรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก หากเดินทางไปถึงที่ แล้วพบว่าสาวเอวีที่เล็งเอาไว้ ไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่อย่างที่มีการโฆษณากัน เพราะในบางครั้งชื่อ และภาพของพวกเธอ ก็เป็นเพียงลูกไม้ในการประชาสัมพันธ์ กับการเรียกร้องความสนใจ ดึงดูดลูกค้าเท่านั้น

จบชีวิตเอวี

อย่างไรก็ตามดาราเอวีหลายคนอาจจะพบกับเรื่องเศร้ามากไปกว่านั้น แม้อาชีพในวงการเอวีจะเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ได้รับการยอมรับในสังคมอยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการยอมรับอย่างเต็มร้อย สาว ๆ บางคนไม่สามารถหันหน้ากลับบ้าน พบกับพ่อแม่ได้อีก ขณะที่บางคนความกดดัน และประสบการณ์ในธุรกิจบันเทิงสายนี้ ก็สร้างบาดแผนชนิดไม่สามารถเยียวยาได้ จนต้องจบชีวิตไปก่อนวัยอันควร

มาคิโนดะ อายะ เป็นอดีตสมาชิกของวง L☆IS ศิลปินแนว Jpop ในยุค 90s ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องยุบวงไปหลังจากรวมตัวกันได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น จนเธอต้องผันตัวไปรับงานประเภทเรซควีน หรือนางแบบในการแข่งขันรถยนต์แทนและหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ ก่อนได้กลับมามีผลงานอีกครั้ง เป็นการสลัดผ้าถ่ายอัลบั้มนู้ด ซึ่งออกจำหน่ายไปเมื่อปี 2008 และหลังจากนั้นอีกเพียงปีเดียว เธอจึงก้าวเข้าสู่วงการหนังโป๊เอวีอย่างเต็มตัว จนในปี 2010 จึงมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของเธอ

มาคิโนดะ ปลิดชีพตัวเอง ด้วยการกระโดดลงมาจากตึกสูงชั้นที่ 25 หลายฝ่ายเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากอาการป่วยทางจิต ขณะที่คนในวงการเอวีได้ให้ข้อมูลว่า ระยะหลังมักจะมีรอยแผลปรากฏที่บริเวณข้อมือ และแขนของเธอ นอกจากนั้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาร่างกายของ อายะ ยังดูผ่ายผอมลงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเธอ อาจกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย

โนโซมิ โมโมอิ ก็เป็นดาราเอวีอีกคนที่ต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควร เป็นการตายที่ผิดปกติ สาวที่ได้รับความนิยมด้วยคุณสมบัติ “หน้าใส+หน้าอกใหญ่” คนนี้ มีผลงานร่วม 100 เรื่อง และไม่ลังเลเลยที่จะรับบทประเภทต้องห้ามต่าง ๆ แต่สุดท้ายในปี 2002 ชื่อของเธอกลายเป็นข่าวใหญ่ กับการเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุถูกไฟคลอกตายในรถยนต์ เป็นการจากไปอย่างปริศนา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาคำตอบได ว่าเหตุดังกล่าวจะเป็น อุบัติเหตุ, การฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรมกันแน่ และเกิดเสียงลือว่า ดาราสาวคนสวย อาจจะเป็นเหยื่อของพวกยากูซ่า ที่ต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ก็ไม่มีใครยืนยันอะไรได้… ซึ่งหลังเสียชีวิตผลงานประเภทที่ “อันเซ็นเซอร์” ของเธอจำนวนมากมาย ก็หลุดไปสู่ตลาดมืดของธุรกิจเอวีญี่ปุ่นโดยทันที

ยังมี อิจิมะ ไอ คนดังที่จบชีวิตตัวเองไปโดยไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้ ว่าเพราะอะไรกันแน่ ส่วน มิยูกิ อาซาโอะ เด็กสาวจากตระกูลดี, ศิษย์เก่าของโรงเรียน Gakushuin ที่มีผลการเรียนเยี่ยม แต่กลับตัดสินใจเข้าวงการเอวี หลังการหย่าร้างของพ่อแม่ ว่ากันว่าเธอมีปัญหาชีวิตมากมาย เคยกรีดข้อมือตัวเองมาแล้ว ก่อนจะจบชีวิตด้วยการรมแก๊ส เป็นชีวิตที่เพื่อนสนิทคนหนึ่งบอกว่า เธอแทบจะไม่เคยมีความสุขเลย

คงไม่สามารถสรุปได้ว่าการเสียชีวิตของสาว ๆ เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวพันอยู่กับอาชีพเป็น “นางเอกเอวี” ของพวกเธอเสียทั้งหมด แต่มันก็น่าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเธอส่วนหนึ่ง กับอาชีพที่แม้จะถูกกฎหมาย ได้รับการยอมรับจากสังคมอยู่บ้าง แต่คงยากที่จะเรียกว่าเป็นอาชีพที่ “ปกติธรรมดา”

 

XXX อยากรู้มั๊ย กว่าจะมาเป็น(นางเอก)หนัง เอวี ภาคต้น 18+ จ้า


เป็นเวลาหลายปีที่สาว ๆ จากแวดวง “วิดีโอสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “เอวี” ของประเทศญี่ปุ่นได้กลายเป็นขวัญใจหนุ่ม ๆ ไปทั่วเอเชีย จากสินค้าส่งออกผิดกฎหมาย ที่เดินทางแบบใต้ดินไปยังประเทศต่าง ๆ และยิ่งไปเร็วและแรงเป็นหลายเท่า เมื่อเทคโนโลยีสื่อสารอย่างอินเตอร์เน็ทเดินทางมาถึง ที่แม้จะไม่ได้นำเม็ดเงินกลับคืนสู่แผ่นดินแม่โดยตรง แต่ก็เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่สร้างภาพอีกด้านให้กับประเทศญี่ปุ่น ในสายตาของหนุ่ม ๆ ประเทศต่าง ๆ จนหญิงสาวเหล่านี้กลายเป็นแฟนตาซีทางเพศของเด็กชายที่เริ่มเติบโตกลายเป็นหนุ่มทุกคน

ย้อนหลังไปที่จุดเริ่มต้น ความบันเทิงทางภาพยนตร์ที่ว่ากันด้วยเรื่องทางเพศของญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เริ่มมีโรงหนังที่ฉายกันเฉพาะหนังพิเศษขึ้นตามแหล่งต่าง ๆ ของเมืองใหญ่อย่างโตเกียว

หนังโป๊ของญี่ปุ่นในยุคนั้นมีชื่อเรียกกันว่า “พิงค์ ฟิล์ม” เป็นผลงานที่มีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง, ถ่ายทำด้วยต้นทุนที่จำกัดจำเขี่ย และแน่นอนว่ามีจุดขายอยู่ที่ฉากเซ็กซี่ แต่ก็ถือว่าไม่ได้วาบหวิวชนิดเรตเอ็กซ์ แต่ยังคงต้องผลิตกันภายในระบบเซ็นเซอร์ที่ค่อนข้างเข้มงวด

พิงค์ ฟิล์ม รุ่งเรืองอยู่หลายปีจนกระทั่งเข้าสู่ยุค 80s เค้าลางแห่งความเปลี่ยนแปลงก็เดินทางมาถึง หลังเครื่องเล่นวิดีโอเทป เริ่มได้รับความนิยมจนกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำของทุกบ้าน ความบันเทิงที่ตอบสนองต่อความรู้สึกทางเพศ ก็ตามไปอยู่ในบ้านของชาวญี่ปุ่นด้วย

มีข้อมูลบันทักว่า “วิดีโอสำหรับผู้ใหญ่” หรือ adult videos หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า AV นั้นมีจุดเริ่มต้นในปี 1982 ที่ผลงานแนวนี้เริ่มออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ประกอบกับในปี 1984 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายเซนเซอร์ฉบับใหม่ที่ยิ่งทำให้วันคืนของ “ฟิงค์ ฟิล์ม” จบสิ้นลงรวดเร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน ตรงกันข้าม จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินหมุมเวียนอยู่มหาศาล ในเวลาเดียวกันก็ดึงดูดให้สาว ๆ เข้ามาในวงการนี้มากมาย

การทำงานของพวกเธอก็เรียกว่าเป็นนักแสดงอาชีพอย่างแท้จริง ต้องฝ่านการฝึกซ้อม, มีทักษะทางการแสดง คนที่จะประสบความสำเร็จได้จริง ๆ ก็ต้องทุ่มเทให้กับอาชีพกันอย่างจริงจังเท่านั้น อย่างที่เคยมีคลิปการฝึกซ้อมท่าทางสำหรับการแสดงบทรักในหนังเอวีของดาราสาว ซึโบมิ ที่นอกจากจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้ว ก็ยังต้องฝึกฝนการออกเสียงครวญครางให้ได้อารมณ์สมจริงสมจังด้วย

ส่วนดาราสาว ยูอิ ทัตสึมิ ดาราเอวีอีกคนที่เดินทางเข้ามารับงานในเมืองไทย เคยเปิดเผยให้กับให้สัมภาษณ์กับ Manager Lite ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าฉากร่วมรักว่า ต้องทำกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุด ทั้งกำจัดขนบนตัวบ้างเพื่อความมั่นใจ, ดูแลดูแลสะโพกซึ่งเธอคิดว่าเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุด ด้วยการนั่งบนหมอนรูปโดนัท เพราะจะช่วยให้สะโพกของตัวเองไม่ผายออกและดูเข้ารูปมากกว่าการนั่งกับพื้นปกติที่จะทำให้สะโพกของยูอิดูใหญ่มากกว่าเดิม นอกจากนี้ก็ทาครีม หรือพอกตัวร่างกายดูผุดผ่องเป็นที่ต้องตาสำหรับหนุ่ม ๆ มากที่สุด้วย

ใคร ๆ ก็เป็นดาราเอวี

มีคำกล่าวอ้างที่ว่าผู้หญิงญี่ปุ่น 1 ใน 200 คน ต้องเคยปรากฏตัวอยู่ในเอวีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาชีพอย่างเป็นการเป็นงาน หรือเป็นเพียงมือสมัครเล่น เป็นการกะประมาณของคนในอุตสาหกรรมนี้ที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิงชัดเจน

คำกล่าวอ้างที่ว่ามาจากเว็บไซต์ News-postseven.com ซึ่งรายงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีคำอธิบายว่า ในปี ๆ หนึ่งญี่ปุ่นจะผลิตหนังเอวี ซึ่งรวมทั้งงานที่ออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD (หรือวิดีโอ) กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงที่เป็นงานประเภทใต้ดินผิดกฎหมาย และเผยแพร่กันทางอินเตอร์เน็ต รวมแล้วประมาณ 35,000 เรื่องต่อปี เฉลี่ยแล้วจะมีหนังใหม่ ๆ ให้ดูกันถึงวันละร่วม 100 เรื่องกันเลยทีเดียว

ใคร ๆ ก็เป็นดาราเอวี

มีคำกล่าวอ้างที่ว่าผู้หญิงญี่ปุ่น 1 ใน 200 คน ต้องเคยปรากฏตัวอยู่ในเอวีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาชีพอย่างเป็นการเป็นงาน หรือเป็นเพียงมือสมัครเล่น เป็นการกะประมาณของคนในอุตสาหกรรมนี้ที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิงชัดเจน

คำกล่าวอ้างที่ว่ามาจากเว็บไซต์ News-postseven.com ซึ่งรายงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีคำอธิบายว่า ในปี ๆ หนึ่งญี่ปุ่นจะผลิตหนังเอวี ซึ่งรวมทั้งงานที่ออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD (หรือวิดีโอ) กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงที่เป็นงานประเภทใต้ดินผิดกฎหมาย และเผยแพร่กันทางอินเตอร์เน็ต รวมแล้วประมาณ 35,000 เรื่องต่อปี เฉลี่ยแล้วจะมีหนังใหม่ ๆ ให้ดูกันถึงวันละร่วม 100 เรื่องกันเลยทีเดียว

หนังเอวีนั้นแทบจะมีนำเสนอกันในทุกรูปแบบ ตามแต่เงินทุน และตอบสนองความรู้สึกทางเพศทุกอย่าง ทั้งหนังที่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าฉากแสดงการมีเพศสัมพันธ์ หรืองานที่มีเนื้อหาจับต้องได้เป็นเรื่องเป็นราว และบางครั้งก็จำลองสถานการณ์ประเภทฉากข่มขืน การลวนลามทางเพศออกมาอย่างสมจริงสมจังสำหรับผู้มีรสนิยมไปในทำนองนั้นโดยเฉพาะ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้แต่ละปีจะมีดาราเอวีหน้าใหม่อยู่ราว 2,000 – 3,000 คน และว่ากันว่ามีผู้หญิงที่ทำงานในสายนี้อยู่ถึงร่วม 150,000 คนกันเลยทีเดียว ซึ่งหากคำนวณตัวเลขที่ว่ากับจำนวนผู้หญิงอายุระหว่าง 19 – 55 ปี ที่มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ก็หมายความว่ามีดาราเอวีอยู่ในสัดส่วนถึง 1 ใน 200 กันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถยืนยันถึงตัวเลขที่ว่าได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเอวีเป็นวงการที่หญิงสาวหลายคนสมัครใจเดินเข้ามาเอง

สาวสวย-เงินดี

ในอดีตภาพของวงการเอวีเคยถูกผูกโยงเข้ากับพวกแก๊งองค์กรนอกกฎหมายอย่าง “ยากูซ่า” จึงมีเรื่องเล่าถึงการลวงผู้หญิงมาถ่ายหนังโป๊ และเอาเปรียบกดดันพวกเธอในทุกด้าน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวก็ถือว่าเบาบางไปมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผู้ผลิตหนังเอวีกลายเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ ทำธุรกิจกันอย่างเต็มตัว ดาราหน้ากล้องโดยเฉพาะสาว ๆ ก็เป็นฝ่ายตัดสินใจเลือกเดินในทางสายนี้เอง

“คุณต้องการสาว ๆ ที่คุยเก่ง น่ารักสดใส, น่าสนใจ ส่วนใหญ่จะเข้ามาในวงการนี้เพื่อเงินกันทั้งนั้น อาจจะมีเหตุผลอื่นอยู่บ้าง แต่กลุ่มนี้ไม่ได้มีจำนวนมากหรอกค่ะ ฉันคิดว่ามีผู้หญิงเข้าวงการเอวีปีละประมาณส่วนใหญ่ก็เพราะเงินกันทั้งนั้น” สาวเอวีรายหนึ่งกล่าว

สาว ๆ ส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่แวดงวงเอวียอมรับว่าเงินคือส่วนสำคัญที่สุด ที่ทำให้พวกเธอตัดสินใจเหยียบย่างเข้าสู่สายการแสดงที่อาจจะถือเป็น “ด้านมืด” แห่งวงการบันเทิงที่พวกเธออาจจะทำรายได้ถึงปีละ 7 – 20 ล้านเยนต่อปี

ซึ่งในกรณีที่มากที่สุดอาจจะถึง 300 ล้านเยน อย่างคราวของนักแสดงสาวระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง มาเรีย ทาคางิ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ร่วม 112 ล้านบาท สำหรับสัญญา 1 ปีกับหนังประมาณ 30 เรื่องมาแล้ว ถือว่าไม่ใช่รายได้น้อย ๆ เลย บางครั้งการหาลำไพ่พิเศษ จึงอาจจะบานปลายกลายเป็นอาชีพระยะยาว และสำหรับบางคนก็มุ่งมั่นเดินเข้ามาในถนนสายเอวีเองอย่างตั้งใจ เพื่อเงินก้อนโต หรือหวังแจ้งเกิดในวงการบันเทิงกระแสหลักได้

ภาพชีวิตของสาว ๆ เอวียังถูกนำเสนอผ่านงานภาพยนตร์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านมืดที่ว่าด้วยชีวิตเสี้ยวหนึ่งของสาวเอวีผู้ล่วงลับอย่าง อิจิมะ ไอ ที่มีผลงานแนวเอวีมากกว่า 200 เรื่อง จนได้รับฉายาว่า Queen of AV ซึ่งเธอได้รีไทร์ตัวเองขณะที่โด่งดังสุดขีด จนต่อมาต้องจากไปก่อนวัยอันควร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำอันเจ็บปวดในช่วงแห่งการทำงาน

ส่วน Running on Empty เลือกที่จะเล่าอีกด้านของชีวิตการเป็นดาราเอวี กับชีวิตจริงของ มิฮิโระ หญิงสาวจากจังหวัดนิงาตะ ที่เดินทางมาโตเกียวเพื่อการเป็นนักแสดง แต่หลังจากได้พบกับแมวมองของบริษัทผลิตหนัง AV เธอจึงตัดสินใจมุ่งเข้าสู่วงการบันเทิง ประเภทสำหรับผู้ใหญ่ ท่ามกลางการคัดค้านจากแฟนหนุ่ม และครอบครัว

เส้นทางเอวีจึงสามารถเป็นได้ทั้งหนทางแห่งความสว่างไสว และมืดมนได้พอ ๆ กัน ขึ้นอยู่กับตัวของสาว ๆ เองเท่านั้นที่จะมองถนนสายนี้เป็นจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้ายในวงการบันเทิงของพวกเธอ (มีต่อตอนที่ 2 ตอนจบ)

 

น่ารักใส ๆ มุมใหม่ของเซ็กซี่ “โซระ อาโออิ”


เป็นส่วนหนึ่งในผลงานที่กำลังมาเเรงไม่ใช่น้อย สำหรับสาวเซ็กซี่ โซระ อาโออิ  ผู้รับบท “คายะ” วิศวกรคุมสายการผลิต ในภาพยนตร์  ไอฟาย…แต๊งกิ้ว…เลิฟยู้   จากค่ายหนังอารมณ์ดี GTH  เเต่ถึงในเรื่องจะรับบทบาทเป็นสาวใสน่ารัก ๆ ไม่เหมือนกับผลงานเรื่องเเรก ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ที่มีความเซ็กซี่ให้ได้เห็น เเต่น่ารักใส ๆเเบบนี้ ก็กุมหัวใจหนุ่มไทยไว้ได้เหมือนเดิมนะเออ


ภาพประกอบจากอินสตาเเกรม

น่ารัก อย่างฮา “ซันนี่-ไอซ์” โชว์ลีลา แด๊นซ์สุดฮาในเอ็มวีเพลง “เอบีซี ชักกระตุก”


“ซันนี่-ไอซ์” โชว์ลีลา แด๊นซ์สุดฮา ในเอ็มวีเพลง “เอบีซี ชักกระตุก”

2 พระนางอย่าง “ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร” และ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” อุตสาห์ไปฟิตซ้อม นั่งดู 15 ท่าเต้นสุดมันส์วันสงกรานต์ มาฝึกหัดเต้นกันจนกลามเนื้ออักเสบ ทั้ง 2 ไม่รอช้าขอโชว์ลีลาท่าแด๊นซ์สุดเฟี้ยวฟ้าว ที่ใครเห็นเป็นต้องออกอาการชักกระตุก จนอยากลุกขึ้นเต้นตามกัน
บรรยากาศเฮฮากันตั้งแต่ถ่ายทำ เมื่อผู้กำกับเอ็มวี ปื๊ด-ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช ที่พ่วงตำแหน่งทีมเขียนบทของหนังเรื่องนี้ ยกกองถ่ายบุกไปถึงแหล่งโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง เพื่อให้เข้ากับเรื่องราวในหนัง โดยงานนี้ ไอซ์, ซันนี่ ขอโผล่ไปทำเซอร์ไพร์สน้องๆ ด้วยการออกไปเต้นท่าฮาๆหลุดๆถึงหน้าห้องเรียน ทำเอาเหล่านักเรียนที่ตั้งใจมาติวถึงกับอึ้งปนขำ จากนั้นทั้งคู่ไม่รอช้าคว้าแขนติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง อาทิ ครูลูกกอล์ฟ ฯลฯ และเหล่านักเรียนขาแดนซ์มาดวลท่าเต้นกันแบบยาวไป..ยาวไป

เรียกว่าพระเอกนางเอกของเราโชว์สปิริตเต้นมาราธอนตั้งแต่เช้ายันค่ำ โยกย้ายส่ายเอวจนปวดข้อเข่ากันสุดๆ เพราะใส่เต็มทุกท่วงท่า ฮาทุกอารมณ์ แบบไม่ห่วงสวยห่วงหล่อสักนิด ทำเอาทุกคนถึงกับยกนิ้วทั้งคู่ ว่าเต้นได้โดนใจแว๊นซ์บอย สก๊อยเกิร์ลเป็นที่สุด งานนี้ ผู้กำกับกับหนัง เมษ ธราธร ที่แวะมาให้กำลังใจ ถึงกับภูมิใจในลูกทีม..ไม่เสียแรงที่ปั้นมากับมือ
MV ABC ชักกระตุก Ost.ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้
ขอบคุณคลิป : GTHchannel

15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย (คัดมาแล้วแบบเน้นๆ)


ผีดุ

เรียบเรียงและรวบรวม : teen.mthai.com
ข้อมูลและภาพ : A-DASH – bloggang.com / aonnaja555.blogspot.com / ff-napat.blogspot.com

ทุกที่มีเรื่องเล่า ทุกแห่งมีเจ้าของ และ มหาวิทยาลัยผีดุ สถานที่เหล่านี้ก็เป็นแหล่งลองของชั้นเลิศ ของผู้ที่ชอบท้าทายกับสิ่งเล้นลับ หากคุณเป็นคนที่ชอบค้นหาสิ่งลึกลับที่ไม่อาจหาคำตอบได้ teen.mthai.com จะพาคุณไปรู้จักนิยามแห่งความหวาดกลัว จิตตก และ ความหลอน มันเป็นยังไง!

แน่ใจหรึว่า คุณกำลังอ่าน 15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย อยู่ตามลำพัง ?

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ลิฟท์แดง ม. ธรรมศาสตร์

สถานที่เกิดเหตุ : ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ลิฟท์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี้มีเรื่องเล่าว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พวกทหารได้บุกเข้ามาใน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวก นักศึกษา ต่างหลบหนีเข้ามาใน ลิฟท์ ตัวหนึ่ง พอ ลิฟท์ ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่ว ลิฟท์ ต่อมาทาง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ ลิฟท์ ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง

มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ ลิฟท์ ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งมาขึ้น ลิฟท์ ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่า นักศึกษา อาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับ อาถรรพ์ ลิฟท์แดง ตัวนี้เข้า ทำให้ทาง มหาวิทยาลัย ต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตู ลิฟท์แดง ที่ถูกถอดออกไป ตอนนี้นี้ยังตั้งอยู่ที่ ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ ศาลในห้องน้ำหญิง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สถานที่เกิดเหตุ :  ตึกวิศวะฯ ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ศาลเจ้า ที่ติดอยู่บนผนัง ห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาว สถาปัตยฯ อกหักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ ห้องน้ำ ดังกล่าว

ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่…

บันไดหลอกผีที่ตึก B 
ที่ตึก B ถ้าใครเคยเข้าไปจะมีบันไดแปลกๆ ตั้งไข้วกันไปมาแบบเล่นระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าสวยดี แต่หากสังเกตจะพบว่ามีความแปลกอยู่ โดยสถานที่ตรงบันไดนั้นเคยเป็นลิฟต์มาก่อน แล้วตอนก่อสร้างมีคนงานตกลงมาตาย เขาเลยแก้เคล็ดด้วยการไม่สร้างลิฟต์ขึ้นมาอีก เปลี่ยนมาเป็นบันไดแทน และทำเล่นระดับไว้หลอกผีอีกด้วย

ตึกทรงไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ตึกทรงไทยนี้สร้างมานานพอๆ กับอายุของมหาวิทยาลัย เขาเล่ากันมาว่าตอนที่จะสร้างตึกเรือนไทย ได้มีการขุด ดินก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็ม แต่พอขุดไปสักพักกลับเจอโครงกระดูกเต็มไปหมด แต่ไม่มีส่วนหัว พอสืบไปสืบมา ปรากฎว่าส่วนหัวถูกนำไปฝังไว้ตรงคณะวิทย าศาสตร์ เท่าที่เล่าลือกันมา เมื่อก่อนบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งซ่องสุมของโจรแขก แล้วเจ้าคุณทหารฯ ก็เป็นคนที่โหดเยมเลยฆ่าตัดหัวทิ้ง แบบไม่ให้ไปผุดไป เกิดเพื่อจะได้เป็นผีเจ้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่นั้นๆ ต่อมาเจ้าคุณทหารฯ ได้บริจาคที่ดิน บริเวณนี้เพื่อการศึกษา พื้นที่ตรงนั้นเจ้าที่แรงมากจึงได้มีการสร้างศาลพระภูมิไว้ และถูกปล่อยให ้เป็นที่โล่งกว้างสืบไปสืบมาที่ตรงนั้น คือลานประหารมาก่อนด้วย ทุกวันนี้ตึกทรงไทยก็ยังน่ากลัวอยู่ เพราะเป็นตึกเก่าๆ โทรมๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศวังเวงสุดๆ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ slient hill movie

มหาวิทยาลัยผีดุ พยาบาลชุดแดง ม. เชียงใหม่

สถานที่เกิดเหตุ :  คณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่อง  พยาบาลชุดแดง คณะแพทย์ฯ ม.เชียงใหม่ เล่ากันว่าเคยมี นักศึกษา ชายคนหนึ่งของ คณะแพทย์ฯ ทำงานใน ตึกของฝั่งสวนดอกจนดึก เมื่อเสร็จจากงานจึงลง ลิฟต์ มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมองเห็นก็ พยาบาล คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะ พยาบาล กับ แพทย์ ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว ระหว่างรอ ลิฟต์ นักศึกษา คนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมอง พยาบาล คนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำ พยาบาล คนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปใน ลิฟต์ พยาบาล คนนี้ก็ถามว่า

พยาบาล ”มาทำอะไรดึกๆ”
นักศึกษา “มาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ”
พยาบาลคนนั้นเลยบอกว่า “ ให้ฉันช่วยนะ ”

นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าที่คอของ พยาบาลสาว เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมากและพยายามที่จะหนีออกมาจาก ลิฟต์ แต่ ลิฟต์ เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนาง พยาบาล คนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอน นักศึกษาแพทย์ คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมองหัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นมีคนพบ นักศึกษา ชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตู ลิฟต์ ซึ่งเปิดคาอยู่ เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างกับคนบ้าว่า “พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง ”

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ป๊อก…ป๊อก…ครืด ม. เชียงใหม่ 

สถานที่เกิดเหตุ : หอหญิงเจ็ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาว คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของ หอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษา ต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า(หรืออะไรซักอย่าง)

หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก … ป๊อก … ป๊อก … เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด …. ครืด … เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง  นักศึกษาหญิง เริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษา สะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได

รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิง คนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิง ที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง … ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน

ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยผีดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

สถานที่เกิดเหตุ : ทางเดินระหว่างตึกของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ / ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า สมัยก่อนมีคู่สามีภรรยานักการฯ ของ คณะสถาปัตย์ ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งสักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้

ที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป

เมื่อถามรุ่นพี่ๆ ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1

มหาวิทยาลัยผีดุ

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ . นครปฐม 

สถานที่เกิดเหตุ : หอเพชรรัตน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
ที่เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งมี นักศึกษา นอนอยู่ในห้องพักคนเดียวได้ยินเสียงคนเดินมาช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก นักศึกษา คนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่าเห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป

ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

สถานที่เกิดเหตุ : ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมี นักศึกษาหญิง ถูกข่มขืนและถูกฆ่าตายที่ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นนั้นคนเดียวในช่วงเย็น เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้วมองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใคร

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณ ป่ารกข้างหอ 9
หลัง เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน มีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลย เหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปดูจะเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพ ตึกเหลือง ตึกที่เก่าที่สุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อสร้างตั้งแต่สมัย ร.5

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สถานที่เกิดเหตุ : โต๊ะตรงคณะอุตสาหกรรม / ตึกคณะนิเทศศาสตร์
ในบริเวณนั้นมักมีคนได้กลิ่นหอมของดอกไม้โบราณหอมแบบ เย็นๆ นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงกระพรวนที่เท้าเด็กดัง เหมือนเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ หันไปหันมาจะเจอเด็กผมจุกนั่งอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเขาแค่อยาก ชวนเล่นด้วย หรือที่ ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ดึกๆ จะมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเดินไปเดินมา อาจเพราะบริเวณนี้ของ มหาวิทยาลัย เป็นรั้ววังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายในรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มครึ้ม ทั่วบริเวณ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
มีหอหนึ่งเคยเป็น โรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยสักคน และที่หอใน ชั้น 2 เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเห็นว่านักศึกษาคนนี้ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท 

สถานที่เกิดเหตุ : ลิฟต์อาคาร 9 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
ใครที่ขึ้นลิฟต์นี้ตอนดึกๆ จะมีคนกดเรียกลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แต่จะรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สถานที่เกิดเหตุ : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
คำบอกเล่าจาก อ . คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะ โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะ พยาบาล เป็นลมเพราะเห็น กองทัพพระนเรศวร เดินทัพลอยมาจากบนฟ้า

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

สถานที่เกิดเหตุ : ศาลาเขียว
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีศาลาประจำเอกคือ ศาลาเขียว ศาลานี้มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแผ่นป้ายที่ติดอยู่ ในศาลานั้นว่าทำมาจากต้นตะเคียน วันดีคืนดีจะมีผู้หญิงผมยาวๆ มานั่งอยู่เดียวดายในศาลา

มหาลัยผีดุ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

สถานที่เกิดเหตุ : ลานจอดรถยนต์ข้างศูนย์บรรณาสาร ( หอสมุด )

ว่ากันว่าเป็นแดนประหารเก่า และว่ากันมาว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกคนหนึ่งเคยเห็นผีคอขาด เดินลากโซ่เสียงดังเกรียวกราวไปมา และถ้าดึกๆ ใครขับรถผ่านก็จะขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยรังสิต

สถานที่เกิดเหตุ : หอชายเก่า
ที่หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์ และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติ จนกระทั่งตี 1 มีคนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้น มาไม่ได้ เพราะความเมา และคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นานก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็ม และหอนี้ไม่เคยปิดเป็นเวลา จึงมีนักศึกษาเข้า-ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่ หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยบูรพา

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักหญิงตรงลานเกือกม้า
หอพักหญิงชวนขนหัวลุกนี้ มีเพื่อนสนิทที่เจอผีเข้าจังๆ ที่ห้อง 516 เตียง 7 เป็นเตียงชั้นบน (เตียง 2 ชั้น) เวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วงตะวันใกล้โพล้เพล้แล้ว เพื่อนนอนหลับ แต่ระหว่างที่สะลึมสะลือจะตื่น ก็เห็นผู้หญิงไต่เตียงขึ้นไปหา ผู้หญิงที่เห็นใส่ชุดดำ ไว้ผมยาว กระโดดมาทับตัวเพื่อน ดิ้นไม่ได้เลย ทั้งยังบีบคอ จนต้องท่องนโมหลายจบ แล้วเขาก็หายไปในที่สุด พอสะดุ้งตื่นมาจริงๆ ไม่เจอใครในห้อง แล้วเตียงนั้นก็ไม่มีใครยอมมานอนอีกเลย

ตึกภาพพิมพ์ (ปัจจุบันโดนทุบทิ้งไปแล้ว)
ตึกภาพพิมพ์ ซึ่งเมื่อก่อนมีคนโดนฆ่าแล้วถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่บ่อนข้างๆ ตึก ในตอนนั้นหลายคนนึกว่าเป็นหุ่นของทางคณะศิลปกรรมนำมา ใช้โปรโมตละครเวที จนเวลาผ่านไป 2-3 วัน ศพเริ่มเน่าและอืดอยู่ในบ่อน้ำ จึงได้รู้ความจริงกันว่าไม่ใช่หุ่นธรรมดา

ตึกวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 8
ตามที่ร่ำลือกันมาว่ามีอาจารย์ เสียชีวิตอยู่ในห้องดรอว์อิ้ง ขณะที่กำลังสำรวจนั้น อยู่ดีๆ ลิฟต์ก็เปิดออกและปิดในทันทีพร้อมกับขึ้นไปที่ชั้น 8 โดยที่ยังไม่มีใครกดลิฟต์ในชั้นใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นเพื่อนทุกคนก็ถอยกรู ขนลุก ปรากฏว่าไม่มีใครอยาก ขึ้นไปอีกเลย

ห้องเซรามิก คณะศิลปกรรมศาสตร์
เล่ากันมาจากรุ่นพี่ที่มีสัมผัสที่ 6 คนหนึ่งว่า เห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยใส่ชฎารำอยู่ข้างในห้อง ตอนแรกก็คิดว่าเด็กเรียนรำไทยมาฝึกซ้อมที่นี่กันหรือ เปล่า พอตอนเช้าเขาไปถามได้คำตอบว่าไม่มี และเป็นประจำที่หน้าห้องนี้ดึกๆ หมาจะหอนกันเกรียวเลย

 

Credit  Mthai.com / unigang.com/Article/12690

คำถามชวนสงสัย : ตกลงว่า ม้าลาย สีขาวลายดำ… หรือสีดำลายขาว?


 

เวลาดูสารคดีสัตว์โลกน่ารักในทุ่งกว้าง(รวมถึงน่าขนหัวลุกในหลายๆตอน) ม้าลายก็มักจะโผล่มาเข้าฉากให้เห็นกันบ่อยๆ ด้วยลายพาดสลับขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ทำให้มันมีสเน่ห์ น่าอัศจรรย์… แล้ว เอ… ตกลงแถบไหนเป็นสีพื้น แถบไหนเป็นลายกัน… สงสัยไหมครับ?

สมัยหนึ่งนานมาแล้ว เคยเชื่อกันว่า ม้าลายเป็นสัตว์สีขาวลายดำครับ เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะว่าท้องของม้าลายมักจะเป็นสีขาว ก็เลยเหมากันเอาว่า ไอ้เจ้าม้าแฟนซีนี่ มันต้องสีขาวเหมือนท้องมันนั่นแหละ… แต่ จริงเหรอ?

 

ต่อมาเมื่อเราเข้าใจการทำงานของการส่งต่อพันธุกรรมดีขึ้น คำถามนี้ก็ถูกปัดฝุ่นมาตีความใหม่ในเชิงพันธุศาสตร์ และคำตอบก็กลับทางครับ… เรามีข้อมูลใหม่ที่น่าเชื่อถือว่า ม้าลายนั้น เป็นสัตว์สีดำที่มีลายสีขาว… ด้วยเหตุผลแบบนี้ครับ

 

เรื่องของการอยู่รอดในทุ่งโล่งแห่งอัฟริกา สัตว์ที่มีสีสว่างจะถูกสังเกตุเห็นได้ง่าย นึกถึงหญ้าสีทอง พื้นสีน้ำตาล แล้วมีม้าขาวจั๊วะยืนโด่อยู่… ไม่ดีแน่ สัตว์ทั้งหลายในท้องทุ่งมักวิวัฒน์ให้ตัวเองมีสีที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีสีโทนเดียวกับพงหญ้าไปเสีย ก็มักเลือกจะมีสีเข้ม ให้เข้ากับร่มเงา หรือต้นไม้ในบริเวณนั้น

 

ม้าลายมีผิวสีเข้มจัดใต้ขนลายทางของมัน ม้าลายมีสีผิวเข้มเหมือนสัตว์ตระกูลม้าอื่นๆครับ สีของสิงมีชีวิตต่างๆที่เราเห็นกัน เกิดจากการสร้างเม็ดสีของเซลล์ประเภท Melanocytes หมายความว่า สีเกิดจากการสร้างเม็ดสี และขาวคือไม่มีการสร้างเม็ดสี(แบบเดียวกับสภาพเผือก ที่ Melanocytes ผิดปกติไม่สร้างเม็ดสีนั่นเองครับ) ดังนั้นเมื่อรวมกับเหตุผลข้อข้างบนแล้ว ก็ออกจะประหลาดอยู่ถ้าสัตว์ผิวดำจะสร้างขนสีขาวมาคลุมตัว

 

ทางพันธุกรรมแล้ว สีเข้ม เป็นลักษณะเด่น สีขาว เป็นลักษณะด้อย อย่างที่อธิบายเรื่องเม็ดสีที่สร้างโดยเซลล์ประเภท Melanocytes ไปนั้น การเกิดลายทางบนขนม้าลาย จึงเกิดจากการสร้างเม็ดสีตามคำสั่งพิมพ์เขียวในหน่วยพัธุกรรม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีการสร้างเม็ดสี และบริเวณใดที่จะไม่ต้องสร้าง ดังนั้นลายบนขนจึงเกิดจากการ “สั่งปิด” การทำงานของ Melanocytes บนสีขนปกตินั่นเองครับ

 

ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ จึงเชื่อกันว่า ม้าลายพยายามสร้าง”ขนหงอก”เป็นแถบแทรกระหว่างขนสีเข้มนั่นเองครับ…

ส่วนเหตุผลที่ม้าลายวิวัฒน์มาจนมีลายทางแบบนี้นั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลายทางๆของมันนั้น เมื่อรวมอยู่ด้วยกันเป็นฝูง จะสร้างความงงงวยให้เหล่าสัตว์นักล่า ลองนึกถึงกลุ่มของก้อนลายทางยืนซ้อนกันสิครับ ลายทางๆนี่แหละจะทำให้แยกรูปร่างไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน ลายพรืดเป็นผืนเดียวกันไปหมด ซึ่งสัตว์นักล่าอย่างสิงโต หรือไฮยีน่า จะเลือกเอาเหยื่อเป็นตัวๆ โดยพยายามแยกตัวที่จับง่ายที่สุดออกมาจากฝูง… ดูไม่ออกลายตาแบบนี้ ไปจับอย่างอื่นกินง่ายกว่า

อีกเหตุผลนึงก็เชื่อว่า ลายทางบนตัวมันช่วยลดแสงโพลาไรส์(แสงที่มีคลื่นเป็นระเบียบไปในทางเดียวกัน) ซึ่งดึงดูดแมลงวันกินเลือดที่คอยบินหาเลือดสัตว์กินอีกด้วยครับ

ที่มา: mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=546b09a9be0470e3838b4660

มาดูเหล่าสาวๆตระกูล ” คาร์ดาเชียน” กันเถอะะะ แต่ละนางสวยคมสุดๆ


ชวนมาดูความงามของเหล่าสาวๆตระกูลนี้กัน จิงๆเราเคยดูรายการ keeping up with the kadarshian ดูแล้วสนุกดี แต่ก็ไม่ค่อยมีสาระเท่าไร555 ดูเพลินๆได้ จิงๆเราชอบสาวๆบ้านนี้นะ ชอบความสวย ความรวย ความมั่นของพวกนาง แต่บางทีก็ข่าวฉาวเยอะไปนะแอบเพลียยย

Kim  Kardashian





Kourtney  Kardashian







Khloe  Kardashian




Kylie  Jenner




Kendal  Jenner







ภาพครอบครัว

อันนี้รายการของพวกนางงงง

 

ที่มา : pantip.com/topic/32418022