ชวนชม ภาพน้ำแข็ง และ หิมะที่สวยสุดๆ (พี่ชายฉันหนาวว)


ภาพน้ำแข็งหรือหิมะสวยๆ หาถ่ายได้ยากในบ้านเรา ถ้ามีก็อาจเป็นแม่คะนิ้งในเหนือ หรือไม่ก็สร้างขึ้นมาเอง ลองดูภาพสวยๆเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจนะครับ

Baikal Ice Emerald by Alexey Trofimov

Baikal Ice Emerald

Frozen Bubbles by Angela Kelly

Frozen BubblesFrozen BubblesFrozen Bubbles

Frozen Lighthouses On Lake Michigan Shore by Thomas Zakowski

Frozen Lighthouses On Lake Michigan Shore

Folded Snow by unknow

Folded Snow

Frozen Flower Buds by Joao Paglione

Frozen Flower Buds

Frozen Lakes by Phillips Chip

Frozen Lakes

Ice Blossoms by imgur.com

Ice Blossoms

Frosted Lace by Robert Felton

Frosted Lace

Flower After Ice Storm By Norman A Bolduc

Flower After Ice Storm

Frozen Tree by Svetlana Shupenko

Frozen Tree

After Freezing Rain In China by unknow

After Freezing Rain In ChinaAfter Freezing Rain In China

Frost On The Fence by unknow

Frost On The Fence

Frozen Pond by Adam Rifkin

Frozen Pond

Frozen Berries by Matt Stearns

Frozen Berries

Frost Flowers In The Arctic Ocean by Matthias Wietz

Frost Flowers In The Arctic Ocean

Frozen Grass by Luca Biolcati Rinaldi

Frozen Grass

Frosted Pine by Cindi Girard

Frosted Pine

Icicles On The Blooming Apple Tree by Thomas Zagler

Icicles On The Blooming Apple Tree

Fudgesicles by Mihai Sararu

Fudgesicles

Grass After Freezing Rain by imgur.com

Grass After Freezing Rain

Rabbit Or Frost Flowers by Mark Adams

Rabbit Or Frost FlowersRabbit Or Frost Flowers

Icicle Bush by Alex Lau

Icicle Bush

Leaf After Freezing Rain by imgur.com

Leaf After Freezing Rain

Snow Roller by Miranda Granche

Snow Roller

Frozen Meadow by Grażyna Pałaszewska

credits: boredpanda

4 จุดสำคัญบนเรือนร่างที่ต้องใส่ใจก่อนหน้าหนาวมาถึง


ก่อนที่หน้าหนาวมาถึง เชื่อว่ามีสาวๆ หลายคนที่กำลังเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่จะเข้ามาทำลายความงามของเรือนร่างให้ร่วงโรยไป ดังนั้น เราต้องมาเตรียมรับมือใส่ใจป้องกันไม่ให้อากาศหนาวมาทำลาย 4 จุดสำคัญเหล่านี้กันแล้วล่ะ!!!

4 จุดสำคัญบนเรือนร่างที่ต้องใส่ใจก่อนหน้าหนาวมาถึง

เส้นผม
เส้นผมแม้จะมีความชุ่มชื้นในตัวอยู่บ้าง แต่หากคุณเป็นสาวผิวแห้งอยู่แล้ว
บอกได้คำเดียวเลยว่าสภาพเส้นผมของคุณนั้นอาจจะแห้งกรอบง่ายดายมากขึ้น เมื่อลมหนาวมาถึง..

ดังนั้น อย่ารอให้ความหนาวเย็นของสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนมาดูดซับเอาความชุ่มชื้นของเส้นผมของเราออกไปจนหมด
เหลือเพียงสภาพผมที่แห้งกรอบและชี้ฟูกันดีกว่า ในระหว่างนี้ให้สาวๆ หมั่นทำทรีทเมนท์ผมกันบ้างค่ะ ด้วยสูตรโฮมเมดง่ายๆ
เช่น ใช้ไข่แดงกับน้ำมันมะกอกผสมกันแล้วหมักผมหรือหมักด้วยน้ำมันมะพร้าวก่อนสระเป็นประจำ
เพียงเท่านี้ก็จะช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งให้อุดมไปด้วยความนุ่มชุ่มชื้นและนุ่มสลวยแบบมีสุขภาพดีได้แล้วค่ะ

4 จุดสำคัญบนเรือนร่างที่ต้องใส่ใจก่อนหน้าหนาวมาถึง

ผิวหนัง
ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายล้วนแล้วแต่จะยิ่งต้องใส่ใจดูแลกันตั้งแต่เนิ่นๆ ทุกวันเลยล่ะ
ตั้งแต่การเลือกอาบน้ำธรรมดา ไม่อาบน้ำร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหนักขึ้น การทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเป็นพิเศษและการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีค่าSPF 30 ขึ้นไปหรือดูแลผิวด้วยครีมบำรุงอย่าง Body Booster ที่สกัดมาจากสารจากธรรมชาติ เพียงง่ายดายเท่านี้ก็ถือเป็นการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้นอ่อนเยาว์ก่อนหน้าหนาวมาถึงได้แล้วล่ะ

4 จุดสำคัญบนเรือนร่างที่ต้องใส่ใจก่อนหน้าหนาวมาถึง

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนย่อมมีปัญหาริมฝีปากแห้งแตกได้ง่ายด้วยกันทั้งนั้น เพราะริมฝีปากเป็นผิวอีกส่วนหนึ่งที่มีความบอบบางและยังง่ายต่อการแพ้อีกด้วย แม้ต่อให้ลมหนาวมาถึง อาการแพ้ยังอาจก่อกวนผิวริมฝีปากให้มีตุ่มผื่นคันขึ้นได้อีกด้วยเช่นกัน

ฉะนั้น ให้สาวๆ หมั่นถนอมริมฝีปากด้วยการหมั่นสครับกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกเป็นประจำ
ตามด้วยการบำรุงด้วยลิปบาล์มอยู่เสมอ ริมฝีปากก็คงความเนียนนุ่มและชุ่มชื้นทำให้ทาสีลิปสติกสวยทุกเฉดสีได้ด้วย

4 จุดสำคัญบนเรือนร่างที่ต้องใส่ใจก่อนหน้าหนาวมาถึง

มือและส้นเท้า
มือและส้นเท้าเป็นส่วนที่ค่อนข้างง่ายต่อการหยาบกร้านสุดๆ แถมยังเป็นส่วนที่เรามักละเลยการใส่ใจอีกด้วย
ดังนั้น คงต้องหมั่นสครับผิวมือและผิวเท้ากันบ้างนะคะ แม้แต่ส้นเท้าเองก็ต้องขัดอยู่บ่อยๆ อย่างน้อยทุกสัปดาห์เพื่อกระตุ้นการผลัดผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่า จากนั้นทาครีมบำรุงสูตรเข้มข้น.. เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ความแห้งกร้านจากลมหนาวมาทำลายผิวจนแห้งแตกได้แล้วล่ะ


ผิวพรรณ เส้นผมและริมฝีปาก รวมถึงมือและเท้าของเร้าล้วนเป็นอีกจุดสำคัญที่สาวๆจะต้องใส่ใจดูแลกันตั้งแต่เนิ่นๆ
เพื่อรับมือไม่ให้ลมหนาวเข้ามาทำลายจนแห้งกร้านและแตกคันยิบๆ เมื่อทราบกันเช่นนี้แล้ว รีบหาครีมบำรุงผิวจำพวก Body Booster มาดูแลตัวกันเถอะ จากนี้ห้ามมองข้ามกันนะคะสาวๆ เพราะหากรอให้ลมหนาวทำลายผิวจนเสียหมดสวยแล้วมาดูแลทีหลัง มันย่อมยากจริงๆค่ะกับการฟื้นบำรุงมันให้สวยปิ๊งได้ดั่งใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบในครั้งแรก

พาเที่ยว…หนาวนี้ที่…เชียงราย


 

นี่ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วถือได้ว่าเป็นช่วงสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยเลยทีเดียว

เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นนั่นเอง ใครหลายๆคนอาจจะมองหาที่เที่ยวไว้กันบ้างแล้ว

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลน วันนี้ผมอยากจะลองให้คุณได้เปิดใจกับจังหวัดหนึ่ง

ที่มีความงดงามอย่างลงตัวจนอาจจะทำให้ใครหลายๆคนตกหลุมรักเมื่อไปเยือนก็เป็นได้

นั่นก็คือ จังหวัดเชียงราย นั่นเอง

เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง

เมืองแห่ง 7 สายน้ำ 3 ฝ่ายฟ้า 35 ม่อนดอย

มีดอกไม้ประจำจังหวัดคือ ดอกพวงแสด และต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นกาสะลองคำ

มีสีประจำจังหวัดคือ สีม่วง และตราประจำจังหวัดคือ ช้างเผือก

 

 เรามาเริ่มกันที่พ่อบ้านพ่อเมืองที่ชาวเชียงรายรวมถึงชาวล้านนาต่างให้ความเคารพสักการะกันก่อนเลยนะครับ

นั่นก็คือ พระราชานุสาวรีย์พญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่หลายคนคงเคยได้ยิน

พญามังรายเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาราชวงศ์มังราย

โดยพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างเมืองหลวงของล้านนาทั้ง 3 แห่งคือ เชียงราย เวียงกุมกาม และเชียงใหม่ตามลำดับ

อีกทั้งยังผูกไมตรีกับอาณาจักรของพระสหาย คือ พญาร่วง(พ่อขุนรามคำแหงมหาราช)แห่งเมืองสุโขทัย

และพญางำเมืองแห่งเมืองภูกามยาว(พะเยา) อีกด้วยครับ

 

มาถึงสถานที่สำคัญอย่างสถาบันการศึกษากันบ้างนะครับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยประจำจังหวัด

เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย มีสโลแกนว่า University in The Park

มีดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ ดอกหอมนวล หรือ ลำดวน

มีตราพระราชทานประจำมหาวิทยาลัยเป็นพระนามาภิไทยของสมเด็จพระศรีนคริทราบนมราชชนนี หรือแม่ฟ้าหลวงของชาวเชียงราย

 

สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เป็นสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมระหว่าง

อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย สปป.ลาว เพื่อเปิดเส้นทางสู่ประเทศจีนตอนใต้ และเป็นการขยายเขตเศรษฐกิจใหม่ด้วย

 

มาต่อที่วัดวาอารามกันบ้างนะครับ จังหวัดเชียงรายถือว่าเป็นจังหวัดที่มีวัดมากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศไทย

โดยมีวัดทั้งสิ้น 858 แห่ง จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อมาเยือนเชียงรายแล้ว จะต้องมีการไปเที่ยววัดสำคัญๆอย่างแน่นอน

 

วัดแรกนั้นเป็นวัดที่หลายคนต้องรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะแทบจะเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดเลยก็ว่าได้

เป็นวัดที่ต่างประเทศให้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในโลก นั่นก็คือ วัดร่องขุ่น ซึ่งสร้างโดย อ.เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาตินั่นเอง

 

วัดต่อมาคือ วัดพระแก้ว วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญมากอีกวัดหนึ่ง เพราะเป็นสถานที่แรกที่พบองค์พระแก้วมรกต

โดยได้เกิดอสุนีบาตผ่ามาที่องค์เจดีย์ จึงทำให้เห็นองค์พระเนื้อมรกตภายในองค์เจดีย์

ชาวเมืองจึงได้นำมาแห่แหนและประดิษฐานยังหอพระแก้ว ก่อนจะย้ายไปประดิษฐานยังเมืองลำปาง เชียงใหม่ เชียงทอง(หลวงพระบาง)

เวียงจันท์ และกรุงเทพฯ ตามลำดับ

 

วัดที่สามคือ วัดพระสิงห์ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์หรือพระพุทธสิหิงห์ พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่งดงาม

เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวล้านนา วัดนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เมื่อถึงวันสำคัญ เช่น ประเพณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

ก็จะมีการนำพระมาแห่รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำตามความศรัทธา ความงามของวัดยังอยู่ที่ลายปูนปั้นสีขาว ณ ซุ้มประตูโขง

และสถาปัตยกรรมวิหารทรงล้านนานั่นเอง

 

วัดที่สี่เป็นวัดที่ตั้งของสะดือเมืองเชียงรายในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ ณ ดอยจอมทอง ดอยขนาดเล็กกลางเวียงเชียงราย

วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งพญามังรายได้ตามช้างเผือกหลวงมาถึงยังจุดนี้ แล้วได้ทอดพระเนตรเห็นถึงชัยภูมิที่เหมาะสม

จึงได้เกณฑ์ชาวเมืองเชียงแสนมาสร้างเมืองเชียงราย แล้วสถาปนาเป็นเมืองหลวงแทนเชียงแสน โดยถือเอาดอยแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ตามคติพราหมณ์ที่เชื่อว่าเขาพระสุเมรุคือศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง

จากนั้นจึงให้สร้างวัดขึ้นบนดอยแห่งนี้แล้วให้ชื่อว่า วัดพระธาตุดอยจอมทอง

 

วัดที่ห้าได้แก่ วัดมิ่งเมือง หรือ วัดช้างมูบ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระนางอุสาปายะโคเทวี

ธิดากษัตริย์มอญหงสาวดี มหาเทวีองค์ที่สองของพญามังราย พระนางได้สร้างวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

โดยได้ตั้งสัจจะอธิษฐานเมื่อครั้งก่อนที่จะเสด็จมายังล้านนา ต่อมาวัดนี้มีผู้คนศรัทธาเป็นจำนวนมาก

และในทุกๆคืนวันพุธที่พระจันทร์เต็มดวง จะมีการอัญเชิญพระอุปคุตเพื่อให้ชาวเมืองได้ตักบาตรเที่ยงคืนกัน

หรือที่เรียกกันว่า ตักบาตรเป็งปุ๊ด นั่นเอง

 

วัดที่หกเป็นวัดที่สำคัญต่อชาวล้านนามากอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวัดประจำปีนักษัตรของคนที่เกิดในปีกุน ปีหมู

หรือปีช้างตามแบบล้านนา ผู้ที่เกิดปีกุนจะต้องมาสักการะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ

วัดแห่งนี้ก็คือ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า หรือ วัดพระธาตุดอยตุง นั่นเอง

ภายในองค์พระธาตุนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายไว้ ซึ่งพระมหากัสสปะได้นำมามอบให้แก่

พระเจ้าอชุตราชแห่งอาณาจักรโยนกนาคพันธุ์ แล้วท่านได้อธิษฐานตุงทิพย์ยาวพันวาปักไว้บูชาแด่พระพุทธเจ้า

 

วัดที่เจ็ดได้แก่ วัดพระธาตุดอยเขาควาย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ยอดดอยเขาควาย ดอยขนาดเล็กชานเมืองเชียงราย

ความโดดเด่นอยู่ที่เมื่อเราอยู่บนวัดจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพบางส่วนของเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งยังมี ถ้ำแมงสี่หูห้าตา ที่มีรูปร่างเหมือนหมีกินถ่านไฟร้อนๆแล้วถ่ายออกมาเป็นทองในตำนานอีกด้วย

 

วัดที่แปดเป็นวัดที่มักจะออกอยู่ข่าวบ่อยๆ เนื่องจากมีศรัทธาเป็นจำนวนมากรวมทั้งดารานักแสดงอีกมากมาย

ซึ่งก็คือ วัดห้วยปลากั้ง นั่นเอง วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นที่เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมไม้หอม และยังมีโครงการสร้างรูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย จึงถือว่าเป็นวัดที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการโชคลาภด้านการงาน การเงินเป็นอย่างมาก

 

วัดที่เก้าคือ วัดพระธาตุดอยเวา วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนไทยพม่า อ.แม่สาย-เมืองท่าขี้เหล็ก

คำว่า เวา นั้นหมายถึง แมงป่องขนาดเล็ก ดั้งนั้นดอยเวา จึงมาจากดอยที่เป็นที่อยู่ของสัตว์พวกนี้นั่นเอง

จุดเด่นอยู่ที่บนวัดสามารถมองเห็นทัศนียภาพของด่านชายแดนได้อย่างสวยงาม

 

วัดที่สิบได้แก่ วัดจี้กง หรือ ศาลเจ้าหน่ำพิ้งฮง อยู่ในเขต อ.พาน ตั้งอยู่ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

มีความโดดเด่นจาก เสาสี่ต้น บันไดสวรรค์และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมศิลปะแบบจีน

ภายในประดิษฐานพระอรหันต์จี้กงไม้หอม ที่ให้โชคลาภด้านเงินทอง

ตัววัดนั้นมีความงามเป็นอย่างมากเมื่อมองจากด้านหน้าไปถึงดอยด้านหลัง ทำให้เหมือนเรามองภาพวาดสีน้ำมันเลยทีเดียว

 

จากวัดแล้วมาต่อที่ไลฟ์สไตล์ในเมืองกันเลยนะครับ

 

อย่างแรกคือ หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งออกแบบและสร้างโดย อ.เฉลิมชัย

ตัวเรือนนาฬิกานั้นมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ อ.เฉลิมชัย และมีกลไกที่สำคัญคือเมื่อถึงเวลา

19.00 น. 20.00 น. 21.00 น. จะมีแสงสีเสียงและดอกบัวผุดขึ้นในตัวเรือนนาฬิกาอย่างสวยงาม

และมักจะมีนักท่องเที่ยวมารับชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งในตัวเมืองเลยทีเดียว

 

 

ที่ต่อมาเมื่อมาถึงเชียงรายแล้วขาดไม่ได้เลยก็คือ ถนนคนเดิน นั่นเอง ถนนคนเดินนั้นจะมีทุกเย็นวันเสาร์

โดยจะมีการขายสินค้าต่างๆมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานแฮนด์เมท มีการขายอาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงรำวงย้อนยุคอีกด้วย ส่วนทุกเย็นวันอาทิตย์นั้นจะเป็นการจัด ถนนคนม่วน

ซึ่งเทศบาลนครเชียงรายจัดให้เป็นถนนวัฒนธรรม จะมีการขายสินค้าและอาหารตามแบบท้องถิ่นและมีการแสดง

ของชาวบ้านและเยาวชนต่างๆ เช่น การฟ้อน การขับซอ ให้รับชมอีกด้วย

 

 

 

อีกอย่างที่ต้องนึกถึงก็คือ เชียงรายไนท์บาซ่า นั่นเอง เชียงรายไนท์บาซ่านั้นถือเป็นแหล่งซื้อขายสินค้า อาหารท้องถิ่น

และยังมีการแสดงพื้นบ้านและโชว์ต่างๆให้รับชมเช่นเดียวกับถนนคนม่วนอีกด้วย

 

หลายคนอาจจะยังติดชีวิตความเป็นคนเมืองอยู่ เชียงรายนั้นก็มีศุนย์การค้าชั้นนำ เช่นกันะครับ

นั่นก็คือ เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงราย นั่นเองและยังมีห้างเล็กอีกหลายห้าง เช่น บิ๊กซี โฮมโปร แมคโคร อภิสแควร์ เอดิสัน เป็นต้น

 

หลายคนคงรู้แล้วว่าเชียงรายถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นนำระดับโลกหลายแบรนด์เลยทีเดียวเช่น กาแฟวาวี กาแฟดอยช้าง เป็นต้น

เมื่อมาถึงเชียงรายทั้งทีไม่ได้ชิมกาแฟคงเสียใจแย่ ผมจึงมี ร้านกาแฟ+ร้านอาหาร น่ารักๆ เก๋ๆมาให้ชมกันเล็กๆน้อยๆนะครับ

 

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการได้ช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน และที่ๆเหมาะแก่การช้อปเป็นอย่างมากก็คือ

ด่านชายแดนแม่สาย นั่นเอง เพราะที่นี่มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยจริงๆ

 

ต่อมาคือการ นั่งรถรางชมเมือง เทศบาลนครเชียงรายได้มีการจัดให้บริการรถราง

เพื่อให้นักท่องเที่ยวชมเมือง และเก็บภาพต่างๆของเมืองเชียงรายได้อย่างน่าสนใจ โดยรถรางจะมีจุดบริการต่างๆ

ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเก็บภาพและเยี่ยมชมมากมาย เช่น วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ บ้านพักจอมพล ป. เป็นต้น

โดยรถรางชมเมืองจะมีจุดให้บริการอยู่ที่ด้านหลังพระราชานุสาวรีย์พญามังราย

 

เบื่อชีวิตในเมืองแล้ว เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันบ้างนะครับ

เชียงรายนั้นตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบที่ราบเชิงเขา มีแม่น้ำสำคัญคือ โขง กก ลาว อิง จัน สาย คำ

มีอาณาเขตติดต่อ 2 ประเทศ คือ พม่า และลาว มีจุดติดต่อกันทั้ง 3 ประเทศเรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ

ในเขต อ.เชียงแสนประเทศไทย เมืองท่าขี้เหล็กประเทศพม่า และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้น

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอากาศจึงมักจะร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน และหนาวจัดในช่วงของฤดูหนาว

สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เชียงรายมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นเอง

 

ที่แรกที่แนะนำเลยก็คือ วนอุทยานภูชี้ฟ้า นั่นเอง ภูชี้ฟ้าเป็นแนวผาที่ยื่นออกจากดอยผาหม่นไปทางฝั่งของ สปป.ลาว

โดยในฤดูหนาวจะทำให้เห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงามและชัดเจนมาก

 

ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาและโรงงานผลิตชาชั้นนำของเชียงราย

 

 

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง-น้ำตกปูแกง  เป็นต้นน้ำของแม่น้ำวัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในเขต

รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา และลำปาง

 

ซากุระเมืองไทย หรือ นางพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง ดอยแม่สลองถือเป็นที่อาศัยของชนเผ่า

หลากหลายเผ่า เช่น จีนฮ่อ มูเซอ เป็นต้น จึงทำให้มีความหลากหลายวัฒนธรรม และที่สำคัญคือมีพันธุ์ไม้

ที่มีความสวยงามอย่างนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

 

พระตำหนักดอยตุง โครงการหลวงพัฒนาดอยตุง เป็นตำหนักที่ประทับของสมเด็จย่า

รวมถึงพระราชวงศ์ทุกพระองค์ยามเสด็จเยือนเชียงราย สมเด็จย่าท่านทรงรับสั่งให้ฟื้นผืนป่าที่ถูกใช้ปลูกฝิ่น

ให้กลายเป็นสวนไม้ดอกนานาพันธุ์ อีกทั้งยังจัดตั้งโครงการหลวงพัฒนาดอยตุงขึ้น เพื่อใช้เพาะพันธุ์ไมเดอกเมืองหนาวอีกด้วย

 

แก่งผาได แก่งหินกลางแม่น้ำโขง ณ อ.เวียงแก่น ซึ่งเกิดจากการกัดเซาของกระแสน้ำ

ถือเป็นช่วงที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง เพราะสามารถเดินข้ามไปยัง สปป.ลาว ได้อย่างง่ายดาย

 

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกขุนกรณ์ เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดเชียงราย

 

หาดเชียงราย เป็นหาดทรายกลางเมืองที่เกิดขึ้นจากการลดระดับของแม่น้ำกก ซึ่งจะเห็นหาดได้ชัดในช่วงฤดูร้อน

หาดเชียงรายจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง

 

ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

 

ไร่บุญรอด สิงห์คอเปอเรชั่น

 

ดอยนางนอน ที่มาของตำนานรักของหญิงสาวผู้พลีกายเพื่อความรักจนกลายเป็นดอยแห่งนี้

 

หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงหรือปกากะญอ ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบควาญช้างไว้อย่างภูมิใจ

 

ชมวิวริมโขงที่เมืองเชียงแสน จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จุดนี้เพื่อนๆยังสามารถล่องเรือข้ามฝาก

ไปยัง สปป.ลาวได้อีกด้วย

 

ต่อมาเราก็มาดูแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันบ้างนะครับ เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าเชียงรายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญ

เพราะประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ผู้คนกลุ่มใหญ่ในเมืองก็ได้แก่ชาติพันธุ์ไท หรือไต ทั้ง 4 กลุ่ม

คือ ไท-ยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ และไทเขิน หรือเรียกรวมว่า คนเมือง ส่วนผู้คนบนที่สูงก็มีอีกมากมาย

เช่น ปกากะญอ อาข่า เป็นต้น และยังมีชาติพันธุ์กลุ่มใหม่ที่อพยพเข้ามาภายหลังอีกยามสงคราม

เช่น ชาวจีนฮ่อที่นำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง เป็นต้น จึงทำให้สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เชียงราย

กลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลายเลยทีเดียว อีกทั้งเชียงรายยังเปรียบเป็นอู่ศิลปิน

เพราะมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินพื้นบ้านผู้ที่สืบสานความเป็นตำนานมาอย่างต่อเนื่อง

 

ที่แรกที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญเลยก็คือ หอวัฒนธรรมเชียงราย ที่แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ต่างๆ

ของเมืองเชียงรายไว้ โดยการแปรสภาพจากอาคารศาลากลางหลังเดิมให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญนั่นเอง

และที่แห่งนี้ยังมีการนำเอาตู้รถไฟเดิมมาทำเป็นห้องสมุดรถไปอีกด้วย

 

ที่ต่อมาคือ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง สถานที่แห่งนี้คือแหล่งเก็บรักษาและให้ความรู้

เกี่ยวกับของโบราณในล้านนาเช่น สัตบริพัณฑ์ เชิงเทียน หีบ กลอง เป็นต้น ลักษณะอาคารเป็นอาคารทรงล้านนา

สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ภายในยังมีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพันธุ์ไม้สักในภาคเหนือ

ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือ และยังมีนิทรรศการไม้กลายเป็นหินอีกด้วย

 

ต่อมาคือ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นพิพิธภันณฑ์เกี่ยวกับฝิ่น พืชเสพติดชนิดต้องห้าม

ที่เคยกระจายอยู่ทั่วไปในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถาน

ในการปราบปรามฝิ่นในเชียงรายนั่นเอง โดยเฉพาะในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ภายในอาคารมีการจัดแสดงขั้นตอน

และกระบวนการปลูกฝิ่น รวมถึงโทษของสิ่งเสพติด และเล่าถึงสงครามฝิ่นในแต่ละประเทศ

 

แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับชาติพันธุ์อีกที่หนึ่งที่สำคัญก็คือ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ

เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นคุกกลางเวียง แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปชาวเมืองจึงร่วมใจกันย้ายคุกไปไว้นอกเมือง

และบูรณะพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะและแหล่งเรียนรู้ใจกลางเมือง

ยังมีการจัดงานสำคัญๆเช่น เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม อีกด้วย

 

ต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์อูบคำ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของชาวเชียงราย

โดยภายในจะมีนิทรรศการประวัติความเป็นมา และสิ่งของล้ำค่าต่างๆของชาวล้านนามากมาย

 

สำนักวิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นที่ตั้งของมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญอีกด้วย

 

อีกที่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ บ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับนั่นเอง

บ้านดำนั้นเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของ อ.ถวัลย์ โดยได้พลิกฟื้นผืนดินเปล่าๆให้กลายเป็นอุทยานศิลปะขึ้นมา

อาคารส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานศิลปะล้านนาเข้ากับสไตล์และเอกลักษณ์ของ อ.ถวัลย์ ได้อย่างชัดเจน

มีคนเคยเปรียบผลงานของ อ.เฉลิมชัย กับ อ.ถวัลย์ อ.เฉลิมชัยวาดสวรรค์ อ.ถวัลย์วาดนรก

 

แหล่งเรียนรู้แหล่งสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

และเมืองโบราณเชียงแสน เมืองเชียงแสนนั้นถือว่าเป็นเมืองโบราณที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี

เป็นเมืองหลวงของ 3 อาณาจักร และเป็นเมืองเก่าที่มีโบราณสถานที่เห็นได้ชัดเจน มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอย่างต่อเนื่อง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและบันทึกต่างๆเกี่ยวกับเชียงแสนและล้านนาไว้อย่างมากมาย

 

และสุดท้ายก็คืองานเทศกาลต่างๆบางส่วนที่ทางจังหวัดจัดขึ้นเป็นประจำครับ

 

ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งไม้ดอกทั้งทีงานแรกที่อยากแนะนำก็คือ เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม

งานนี้จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดย อบจ.เชียงราย ถือเป็นงานใหญ่ที่รวมพืชพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมาจัดแสดงอย่างมากมาย

อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการชาติพันธุ์และชนเผ่า ประกวดขบวนบุปผาชาติ ภาพวาดสีน้ำมัน ภาพถ่าย บายศรี ประกวดดอกกล้วยไม้

รวมไปถึงการแสดง และเวทีการประกวดนางงามเวทีใหญ่เวทีหนึ่ง นั่นก็คือ การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม

และที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ สวนทิวลิป ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั่นเอง

 

 

 

 

ต่อมาคือ เทศกาลสับปะรดนางแลและลิ้นจี่ของดีเมืองเชียงราย เป็นที่รู้กันอยู่ว่าสับปะรดของเชียงราย

มีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ผมจึงมีเทศกาลของดีเมืองเชียงรายที่รวบรวมเอาสับปะรดและลิ้นจี่ชั้นดี

มาให้ชมกันครับ ภายในงานก็จะมีการประกวดสับปะรดและลิ้นจี่ และนางงามสับปะรดลิ้นจี่ ประกวดสวนดีเด่น เป็นต้น

 

เทศกาลชิมชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า เป็นงานที่จัดขึ้น ณ ดอยแม่สลอง

เพื่อเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวให้น่าสนใจ โดยมีการจัดงานชิมชา และชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

หรือซากุระเมืองไทย และยังมีอาหารชนเผ่าให้เลือกชิมอีกมากมาย รวมไปถึงการแสดงของชนเผ่าต่างๆอีกด้วย

 

งานที่สำคัญอีกงานหนึ่งก็คือ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง หรือ เทศกาลสงกรานต์

งานนี้ถือเป็นงานใหญ่มากงานหนึ่งเพราะถือเป็นงานปีใหม่ของชาวล้านนา โดยจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญๆ

ขึ้นสู่บุษบกแล้วแห่รอบเมืองให้ประชาชนสรงน้ำกัน เช่น พระสิงห์ เป็นต้น จะมีการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่

มีการขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์สุดส้าว หรือเจดีย์ทรายขนาดใหญ่พร้อมทั้งปักตุงนักษัตรเพื่อความเป็นสิริมงคล

บางวัดก็จะมีการสืบชะตาเพื่อต่ออายุอีกด้วย

 

งานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัด หรือ งานไหว้สาสักการะพญามังราย

เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ผู้สร้างเมืองเชียงราย

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติซึ่งตรงกับวันที่ 26 มกราคมของทุกปี ภายในงานก็มีการขายสินค้าต่างๆมากมาย

และจัดซุ้มของดีประจำอำเภอ และยังมีการประกวดขบวนเครื่องสักการะแด่พญามังรายมหาราชของแต่ละอำเภออีกด้วย

 

 

งานสุดท้ายที่อยากแนะนำก็คือ งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง เป็นงานที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน

และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก

ภายในงานก็จะมีขบวนผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันต่างๆ มาวางพานพุ่ม

และฟ้อนถวายพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่าเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมได้นำมาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกัน จังหวัดเชียงรายยังมีแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งธรรมมะ

ที่รอให้เพื่อนๆได้ไปสัมผัสกันอีกมากมาย หากใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนในซีซั่นนี้ อยากให้เพื่อนๆลองมาเชียงราย

แล้วคุณจะหลงรักเชียงรายเหมือนที่เจ้าของกระทู้ภูมิใจที่เกิดเป็นคนเชียงรายแน่นอนครับผม

สุดท้ายอยากขอบคุณภาพสวยๆจากเจ้าของภาพทุกท่าน และอยากฝากไว้ว่าเมืองไทยยังมีอะไรให้ไปค้นหาอีกเยอะ

ไทยเที่ยวไทยเศรษฐกิจไทยยั่งยืนนะครับ อิอิ 

เนื้อหาโดย: ศรีลานนา

เที่ยวหนาวชวนฝัน! 7 สวรรค์เมืองไทย


 

ฤดูหนาวเมืองไทย คุณนึกถึงอะไร? การใส่แจ็กเก็ตเก๋ๆ ประหลาดใจกับ App วัดอุณหภูมิ ที่บอกตัวเลขต่ำกว่าทุกวัน หรือ Share ภาพถ่ายท้องฟ้าขมุกขมัวยามเช้า เหล่านี้คือที่สุดหรือไม่? PaiNaiDii อยากให้คุณลองหลับตา จินตนาการถึงขุนเขา ธรรมชาติ สายน้ำ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ที่มองเห็นไอหมอกสีขาวหนาตา สวยงามราวอยู่บนสวรรค์ หากภาพในหัวยังไม่ชัดว่าคือที่ไหน และไม่ทำให้ตกตะลึงมากพอ งั้นลองดูสุดยอดสถานที่ในเมืองไทย ด้านล่างนี้พร้อมกัน….

 

1. ภูทับเบิก  Photo : Chanomworld

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูทับเบิก ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

ราวตี 5 กว่า ร่างกายสั่นๆ ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าชิ้นหนา ขณะกำลังยืนเฝ้ารอไฮไลต์ในฝันด้วยใจจดจ่อ ณ จุดชมวิวริมหน้าผาภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่นานนักท้องฟ้าก็ค่อยๆ เปิด และถือกำเนิดทัศนียภาพสุดอลังการ ที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต! กับวิวทะเลหมอกหนาตากำลังดาหน้าถาโถม ราวก้อนเมฆบนสวรรค์ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น และเสียงฮือฮาปนจังหวะกดชัตเตอร์ของนักท่องเที่ยว เพิ่มความงดงามขึ้นอีกนิด ในจังหวะดวงอาทิตย์ลอยตัวเหนือทะเลหมอก สะท้อนแสงสีส้มเปล่งประกาย หากใครยังดื่มด่ำไม่หนำใจ แนะนำให้แล่นไปอีกหนึ่งสุดยอดจุดชมวิวภูแผงม้า ที่สามารถดูวิวละอองน้ำยิ่งใหญ่ ได้ประทับใจไม่แพ้กัน

 

2. ป่าสนสลับสี โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ Photo : Forzanu Foto

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ป่าสน บ้านวัดจันทร์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

สมราคาที่ถูกสถาปนาให้เป็น 1 ใน Dream Destinations ปลายทางแห่งฝันประจำปี สำหรับป่าสน โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่เริ่มผลิความงดงามให้เห็นยามต้องลมหนาว จากป่าสนสีเขียวชุ่มฉ่ำ จะถูกผลัดใบไล่สีสันตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดง บวกสีส้มของต้นเมเปิล เนรมิตให้กลายเป็นภาพวาดรื่นรมย์ จากฝีมือบรรจงลงพู่กันของธรรมชาติ และด้วยความที่แต่ละต้นต่างมีเฉดสีไม่ซ้ำกัน ยิ่งช่วยเพิ่มความอัศจรรย์ได้อย่างดี! ใกล้กันยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือชมกลุ่มไอหมอกลอยเหนืออ่างเก็บน้ำ สร้างบรรยากาศโรแมนติก ชวนให้ทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นสน มองดูวิวดีๆ แบบนี้ไปตลอดวัน

 

3. ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง Photo : Burapha Kongpetchsak

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ไร่สตรอเบอรี่ ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่

ผลไม้สามเหลี่ยมสีแดงลูกโตหวานฉ่ำ น่าหม่ำสุดๆ ช่วงฤดูหนาวอย่างสตรอเบอรี่ หากใครอยากลิ้มรสแบบสดใหม่ในเมืองไทย รีบแอ่วเหนือขึ้นไปดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงการหลวง นอกจากได้ประทับใจกับผลไม้น่ากิน ยังต้องฟินกับทัศนียภาพสุดUnseen เพราะไร่สตรอเบอรี่ของดอยอ่างขาง จะปลูกลดหลั่นเป็นขั้นบันไดตามไหล่เขา กว้างสุดสายตา 360 องศา มีดรายไอซ์ธรรมชาตินามไอหมอกเย็นๆ คอยคลอเคลียเพิ่มเสน่ห์ให้ไร่สตรอเบอรี่แห่งนี้ มีเสน่ห์โรแมนติกไม่เหมือนที่ไหน พร้อมชมวิถีชีวิตชาวเขาครูใหญ่ประจำถิ่น หากใครอยากสวมบทชาวไร่ใส่งอบมาเก็บสตรอเบอรี่เอง งานนี้คงต้องเสียใจ เพราะมีแพคใส่กล่องพร้อมทานไว้ขายเท่านั้น

 

4. เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน Photo : Nine Chill Phos Graphein

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ที่เที่ยวเชียงใหม่

บนยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จุดเหนือสุดของเมืองไทย นอกจากอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้วหัวใจยังมีความงดงามที่ซ่อนเร้นเอาไว้ แต่ต้องใช้ความบากบั่นแลกมันมา เตรียมร่างกายและหัวใจให้พร้อม แล้วย่างเท้าเข้าไปเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ซึ่งต้องเดินเท้าด้วยระยะกว่า 3 กิโลเมตร โดยตลอดหนทางต้องผ่านทั้งป่าดิบเขา ทุ่งหญ้าสะวันนา จนถึงช่วงกิโลเมตรที่ 2 ทางเดินจะเริ่มแคบลงเรื่อยๆ (เรียกว่ากิ่ว) จนเดินได้เพียง 1 คน บนสันเขา ขนาบด้วยหุบเหวสองข้างทาง กระทั่งถึงจุดชมวิวความเหนื่อยล้าที่แบกเต็มบ่ากลับหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะรางวัลของผู้ชนะคือทิวทัศน์สวยตะลึงอลังการ มองเห็นวิวยอดดอยอินทนนท์ได้แบบ Panorama พร้อมภาพทะเลหมอกขาวๆ หยอกล้อกับขุนเขา ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาสัมผัสคือรุ่งเช้า เพราะจะได้โบนัสเป็นช็อตพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ แถมให้อีกด้วย

 

5. ภูลังกา  Photo : Forzanu Foto

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลังกา ที่เที่ยวพะเยา

เหวี่ยงซ้ายขวาตามเส้นทางคดเคี้ยวแห่งขุนเขา เพื่อเดินทางไปยลโฉมความงดงามของภูลังกา ในวนอุทยานภูลังกา อำเภอปง จังหวัดพะเยา  และอย่ามัวมุ่งหน้าสู่ปลายทางอย่างเดียว ลองแวะชมธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของสองฝั่งทาง โดยเฉพาะขุนเขาเขียวๆ  สูงสลับซับซ้อน พร้อมดอกหญ้าพลิ้วไหวคอยทักทายผู้มาเยือนเป็นระยะ จนกลายเป็นถนนสวยอีกเส้นหนึ่งที่น่าแชะภาพเก็บในความทรงจำ เมื่อถึงจุดหมายแนะนำให้เฝ้ารอช่วงไพร์มไทม์คือเวลารุ่งสาง  แล้วชวนเท้าก้าวไปยังจุดชมวิวต่างๆ โดยเฉพาะภู เทวดาที่อยู่สูงลิบลิ่ว สามารถชมไอหมอกฤดูหนาวลอยละล่องล้อมรอบเขาหินปูน ประกอบฉากพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งส่องสะท้อนลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศงดงามราวภาพวาดในฝัน

 

6. เขื่อนเชี่ยวหลาน อุทยานแห่งชาติเขาสก Photo : A man of smile

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุราษฏ์ธานี

ท่ามกลางความสงบงามของเขื่อนเชี่ยวหลาน (เขื่อนรัชประภา) ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในช่วงเช้าตรู่แห่งฤดูหนาว ไอหมอกขาวเย็นจากเขาสก ภูเขาหินปูนยอดแหลมแนวหน้าผาสูงชัน ที่ปักหลักอยู่กลางผืนน้ำ จะจับกลุ่มปรากฏตัวกันอย่างหนาตา แผ่กระจายลงมายังสายน้ำจนถึงริมฝั่งถนน กลายเป็นทิวทัศน์สุดประทับใจในบรรยากาศโรแมนติก ไฮไลต์สำคัญคือการล่องแพ ชมมิติอัศจรรย์ของเขาสามเกลอ (กุ้ยหลินเมืองไทย) หรือสัมผัสมัลดีฟส์เมืองไทยในบ้านพักกลางน้ำ ที่สามารถตื่นขึ้นมาชมวิวระดับ Hi-End ได้จากประตูห้อง แถมด้วยกิจกรรมทั้งพายเรือแคนู ชมถ้ำ ที่จะทำให้ตลอดวัน ความเบื่อหน่ายตามหาตัวคุณไม่เจอ

 

7. ภูลมโล Photo : ประทวน เนตรแสงศรี

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

 

ที่เที่ยว ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวทะเลหมอก เที่ยวฤดูหนาว เที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เที่ยวภู ที่เที่ยววันหยุดยาว ภูลมโล ดอกซากุระเมืองไทย ที่เที่ยวจังหวัดเลย

หากเคยคิดว่าแหล่งดูดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยเจ๋งที่สุด ต้องไปชมที่จังหวัดเชียงใหม่ อาจคิดผิด! เพราะตอนนี้ภูลมโล ที่เที่ยวน้องใหม่มาแรง ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย ปาดหน้าคว้าตำแหน่งแชมป์ แหล่งปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไปครอง! ด้วยจำนวนหลายหมื่นต้น เหมือนสวรรค์ของคนรักดอกไม้ โดยทุกปีในช่วงกลางฤดูหนาว (ประมาณกลางเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) ต้นนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลจะพร้อมใจกันผลิดอกเบ่งบาน  ท่ามกลางกลางอากาศหนาวเย็นสุดโรแมนติก ส่วนบริเวณที่ต้นพญาเสือโคร่งออกดอกชมพูสะพรั่งมากที่สุดคือภูขี้เถ้า มีให้ยลโฉมมากถึง 3-4 แปลง สำหรับใครที่อยากจะเดินทางมาชม ก็ต้องเช็ควัน-เวลากับเจ้าหน้าที่ให้ดี เพราะดอกพญาเสือโคร่งจะบานสวยเต็มที่เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

 

 

 

 

ที่มา :  http://www.painaidii.com
รายงาน : ปฏิพร วาปีทะ