ชวนกันมาทำของว่างทานเล่น “เบียร์ทอดกรอบ” เมนูสวรรค์ของนักดื่มเบียร์


เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่โปรดปรานของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ดังนั้นวันนี้เราขอนำเสนอเมนูเอาใจคอเบียร์ทั้งหลาย นั่นก็คือ “เบียร์ทอดกรอบ” เป็นอีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เกิดจากไอเดียล้วนๆ แต่รับรองได้ว่ารสชาติอร่อยไม่แพ้การดื่มเบียร์แน่นอน โดยมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้

 

 

 

ส่วนผสมสำคัญ

 

เบียร์ 1 กระป๋อง

โกลเด้นไซรัป 6 ช้อนโต๊ะ (หรืออาจจะใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้)

เกลือ 1 หยิบมือ

เนย 1 ก้อน

ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีครึ่งถ้วย

น้ำมันพืช 2 ถ้วย

 

 

ขั้นตอนการทำ

 

1. ผสมเบียร์และโกลเด้นไซรัปลงในชาม จากนั้นคนให้เข้ากัน

 

 

2. จากนั้นนำเนยมาละลายลงในหม้อ แล้วเทเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อ 1 เทลงไป จากนั้นเคี่ยวให้งวด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น เพื่อให้มันเหนียวข้น

 

 

3. ผสมยีสต์ น้ำอุ่น และน้ำตาลเข้าด้วยกัน แล้วคนให้ละลาย

 

 

4. ใส่แป้ง 1 ถ้วยลงในน้ำยีสต์ที่เตรียมไว้จากข้อ 3 แล้วรอให้มีฟองผุดขึ้นมา จากนั้นโรยเกลือ และตามด้วยเนยอีก 1/3 ถ้วย จากนั้นตีแป้งและส่วนผสมให้เข้ากัน

 

 

5. นวดแป้งให้แข็งเป็นก้อน

 

 

6. นำแป้งไปตีเป็นแผ่น

 

 

7. จากนั้นตีไข่ให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบนแผ่นแป้ง

 

 

8. ตัดแป้งเป็นแผ่น แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปถุง ที่สำคัญอย่าให้รั่วเด็ดขาด

 

 

9. จากนั้นนำไซรัปเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อสอง มาหยอดใส่ข้างใน

 

 

10. นำลงทอดด้วยน้ำมันร้อนจัด ให้เหลืองกรอบ โดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น

 

 

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย คุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับการกินเบียร์รูปแบบใหม่ หรือสามารถทานคู่กับเบียร์เย็นๆ ได้ รับรองว่ารสชาติอร่อย เหมือนกับคุณได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ลองทำตามกันดูนะ

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014 (ยังเหลือใครที่ยังโสดอยู่บ้างน้า)


ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ขณะที่นักเตะทีมช้างศึกกำลังเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ถิ่นเสือเหลือง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี ‘เบอร์ 1 แห่งอาเซียน’ กลับมา พร้อมคืนศรัทธาสู่วงการฟุตบอลไทย ในแมตช์ชิงชนะเลิศของศึก ‘เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014’ นัดที่สอง ที่จะระเบิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม นี้
mars ได้ลัดเลาะไปตีท้ายครัว เอ๊ย! ไม่ใช่! ไปสอดส่องหลังบ้าน พร้อมหยิบภาพหวานใจของดาวแตะแข้งทองทั้งหลายมาให้ชาว mars ได้ยลโฉมกัน ใครเป็นใครไปดูไปชมกันเลยดีกว่า

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ประเดิมด้วย ซุป’ตาร์ของชุดนี้อย่าง ‘ชาริล ชัปปุยส์’ กองกลางหน้าหยก ผู้หวดจุดโทษให้ไทยขึ้นนำ มาเลเซีย 1-0 ที่ราชมังคลากีฬาสถานในรอบชิงนัดแรก แฟนสาวของพ่อหนุ่มลูกครึ่งสวิส-ไทยมีชื่อว่า เมลานี มานูเอล เป็นชาวสวิส เชื้อสายโปรตุกีสที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยที่ชาริลยังค้าแข้งอยู่ที่เมืองนาฬิกาแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ในสนามเราได้เห็นแบ็กขวาจอมฟิต ‘นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม’ วิ่งขึ้น-ลงตลอด 90 นาทีไม่มีหยุด และในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน หนุ่มต้นถือเป็นหนึ่งในคนที่ขยันอัพเดทไม่ใช่เล่นๆ จึงไม่ยากที่เราจะได้เห็นรูปคู่กับแฟนสาวมากมายใน IG ของเขา

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศร พรหมรักษ์’ รูปคู่สุดหวานประหนึ่งข้าวใหม่ปลามันบน IG : kang_adisorn อาจทำให้ใครหลายคนคิดว่า กองหลังพันธุ์แกร่งรายนี้อาจเพิ่งพบรักกับแฟนสาวไม่นาน ถึงได้หวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น แต่จริงแล้ว ทั้งสองเป็นมากกว่าคู่รักวัยรุ่น เพราะครองชีวิตคู่ร่วมกันจนมีพยานรักตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจเรียบร้อยแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘ธณบูรณ์ เกษารัตน์’ เจ้าของฉายา ‘บุสเกตส์เมืองไทย’ เล่นได้โดดเด่นทั้งกองกลางและกองหลัง นอกจากลีลาการอ่านบอลเฉียบขาดแม่นยำแล้ว ลีลาการโพสต์คำหวานออกสื่อก็ถือว่าไม่ธรรมดา เห็นได้ชินตาที่ใต้รูปคู่ของเจ้าตั้มกับแฟนสาว ที่แต่ละคำอ่านแล้วยังแทบเคลิ้มตาม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘สารัช อยู่เย็น’ ห้องเครื่องของทีมช้างศึกชุดนี้ ที่ทั้งตัดเกม บัญชาการเกม พร้อมทีเด็ดที่ลูกยิงไกลและฟรีคิก ครบครันครบเซตขนาดนี้ แถมยังขาวตี๋แบบเกาหลียังอาย จึงไม่แปลกที่แฟนสาวของเจ้าตังค์จะสวยเฉียบคมขนาดนี้ แต่เห็นลีลาหวดตัดเกมในสนามแล้ว พูดเลย “พี่ไม่กล้าส่องแฟนน้องมากหรอก!”

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดุล หละโสะ’ บังดุลของน้องๆ ในทีม ประกาศจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญวันวิวาห์ของตนกับแฟนสาวที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ และเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็หวังให้บังประสบความสำเร็จดังหวังเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์’ นอกจากผลงาน 3 ประตูใน 2 นัดล่าสุดและทรงผมสุดเป๊ะของเจ้าตัว ที่ทำให้มิดฟิลด์ซ้ายสั่งตายรายนี้ โดดเด่นเป็นที่สนใจของสื่ออย่างมาก ข่าวค(ร)าวภาพหลุดการวิดีโอแชทกับนางแบบสาวทรงสะบึม ยังทำให้หลายคนสนใจใคร่อยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ที่แม้ดาวเตะหน้าคมเข้มจะรีบออกตัวปฏิเสธ แต่ก็ยังไม่ได้ลดดีกรีความอยากรู้ของแฟนๆ ลงแต่อย่างใด… ก็แหม เจ้าก้องเล่นตาเยิ้มซะขนาดนั้น!

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘มงคล ทศไกร’ แนวรุก ‘สปีดเร็วกว่านรก’ ที่กระชากผ่านแนวรับคู่แข่งขาดวิ่นๆ ดังเห็นได้ในหลายแมตช์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้บอลเขาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่อยู่กับ ‘น้องชมพู’ รูปคู่ก็จะถูกอัพสู่โลกออนไลน์อย่างฉับไวเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศักดิ์ ไกรษร’ กองหน้าจอมทุ่มเทที่ซัดชัยทีมชาติไทยทะลุเข้ามาได้จนถึงรอบนี้ แม้จะโดนพิษใบแดงไปในรอบก่อน จนฟอร์มถล่มประตูสะดุด แต่ในเรื่องความรัก เขาไม่เคยหยุดอัพเดทหัวใจให้กับ น้องโม แฟนสาวเลย

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่อย่าง ‘โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง’ ยอดโค้ชผู้ปลุกกระแสฟีเวอร์ครั้งนี้ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนักจากภารกิจเพื่อชาติอย่างต่อเนื่องหลายทัวนาเมนต์ แต่ครอบครัว ‘เสนาเมือง’ ยังคงอบอุ่นเสมอ ต้องยกย่อง ‘คุณอัสราภา’ ที่ทำหน้าที่ทั้งภรรยาและคุณแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ภาพประกอบ : facebook,IG

 

จะตกใจไหมถ้าบอกว่า “นํ้าตาล คือสารเสพติด”


น้ำตาล คือสารเสพติด

“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เป็นคำที่คนไทยตั้งแต่ในอดีตได้เตือนว่า อาหารส่วนใหญ่ที่มีรสหวานมาก็จะเป็นโรคได้
ส่วนยาไทยที่เอาไว้รักษาโรคนั้นต่างก็มีรสขมทั้งสิ้น

คนทั่วไปส่วนใหญ่ชอบรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน โดยที่อาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวานนี่แหละที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย
และถ้าเราลดเรื่องอาหารที่มีรสหวานได้ เราก็จะหยุดได้หลายโรค

นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์ คุณหมอที่จบแพทย์แผนปัจจุบันแต่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ โดยปัจจุบันได้ให้คำแนะนำ
เรื่องโภชนาการเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยา นพ.เปี่ยมโชค ด้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ทำไมคุณถึงป่วย?
อีกมุมหนึ่งของความรู้สุขภาพที่หมอของคุณอาจไม่เคยบอกคุณมาก่อน” ข้อมูลที่เขียนนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน
เพราะได้รวบรวมงานเขียนและงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศ โดยมีความบางตอนที่น่าสนใจและผู้อ่านหลายคน
อาจไม่เคยรู้มาก่อนมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะดังนี้

จากหนังสือ “Lick the sugar habit” ที่เขียนโดย Nancy Appleton ตีพิมพ์ ปี 1992 เธอเป็นปริญญาเอกทาง Clinical nutrition
ในหนังสือเล่มนี้ได้สรุปไว้ว่า มีโรคและอาการกินหวานอยู่ถึง 110 ชนิด จะเรียกได้ว่าโรคที่เรานิยมเป็นอยู่ในยุคนี้มีสาเหตุ
มาจากน้ำตาลมาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ทำให้ฟันผุ, ให้กระดูกผุ, ทำให้แก่เร็ว, ทำให้อ้วน, ทำให้หลั่งอดรีนาลีนอย่างรวดเร็วในเด็ก,
ทำให้เกิดหอบหืด, ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้, ทำให้เด็กเป็นโรคผิวหนัง เอ็กซีม่า, ทำให้ปวดศีรษะไมเกรน, ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ,
ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร, ทำให้เป็นต้อกระจก, ทำให้สายตาสั้น, ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า, ทำให้ไขมันในตับเพิ่มขึ้น, ทำลายตับอ่อน,
ทำให้เป็นโรคเบาหวาน, ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ทำให้เกิดนิ่วในไต, เพิ่มโอกาสที่จะเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร,
เพิ่มโอกาสมะเร็งลำไส้ใหญ่, เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งถุงน้ำดี ฯลฯ

ที่น่าสนใจคือ น้ำตาลทำให้เกิดสมาธิสั้น ความวิตกกังวล อารมณ์แปลกประหลาดในเด็ก โดยมีตัวอย่างจากหนังสือ alternative medicine
ฉบับเดือนกันยายน 2004 หน้า 24 ชื่อ the real reason sweets make kids jumpy บทความนี้เป็นงานวิจัยที่ทำในอังกฤษ พบว่า:

ความหวานและสีผสมอาหารที่มีอยู่ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม มีส่วนในการทำให้เด็กที่กินของเหล่านี้เข้าไปเกิดอาการสมาธิสั้น
เป็นการศึกษาในเด็กอายุ 3 ขวบ จำนวน 277 คน โดยการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน
มีสีผสมอาหาร และอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสีผสมอาหาร


ซึ่งพบว่า ในช่วงที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารและอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสี พฤติกรรมของสมาธิสั้นลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง กลุ่มที่ทำงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่าการลดปัญหาของอาการสมาธิสั้นคือ ให้เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารลดลง
โดยเน้นที่อาหารและขนมสำเร็จรูปทั้งหลาย ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม ขนมถุงจำพวกขบเคี้ยวทั้งหลายด้วย

นอกจานี้บางคนอาจะไม่รู้ว่า น้ำตาลสามารถกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ (Sugar suppress lymphocyte)
พูดง่ายๆก็คือกดการทำงานของภูมิต้านทานนั่นเอง จากหนังสือของนายแพทย์ James Braly ปี 1992 ชื่อ DR.BRALY’S FOOD ALLERTY
& NUTRITION – REVOLUTION หน้า 242 เรื่อง “How to eat” มีข้อความแปลเป็นไทยว่า

“ในบางคนน้ำตาลกดการทำงานของเม็ดเลือด โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวหลักของภูมิต้านทาน
(เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญคือคอยทำลายเชื้อโรค และปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม) ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณกินน้ำอัดลม 1 กระป๋อง
หรือกาแฟใส่น้ำตาล 1 ถ้วย แล้วตามด้วยขนมหวานอีก 1 ชิ้น เม็ดเลือดขาวของคุณจะทำงานลดลง 75 เปอร์เซนต์ และจะเป็นอย่างนี้อยู่นาน 6-8 ชั่วโมง
กว่าจะกลับมาทำงานตามปกติ”

จากหนังสือ Low Carb Energy ฉบับเดือน มีนาคม 2005 หน้า 87 ชื่อเรื่อง “SUGAR a Serious addiction you can break”
รายงานนี้เขียนโดยแพทย์หญิง Christine Horner คุณหมอคริสติน บรรยายเรื่องหวานกดภูมิต้านทานแปลเป็นไทยได้ว่า

“นักวิจัยพบว่าการกินหวานกดภูมิต้านทาน โดยไปกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า T lymphocyte ยกตัวอย่าง
ถ้ากินขนมหวานชิ้นใหญ่ซัก 1 ชิ้น ความหวานจะกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวประมาณ 50-94 เปอร์เซนต์ นาน 5 ชั่วโมง”

นอกจากนี้ในหนังสือ Improving genetic expression in the prevention of the diseases of aging โดย Jeffery S. Bland, Ph.D.
และ institute for functional medicine ปี 1998 หน้า 69 แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ
(Free Radicals) ได้ง่ายขึ้น และมากขึ้นภายในหลอดเลือด และอนุมูลอิสระเหล่านี้ก็จะทำลายผนังหลอดเลือดทั่วไปหมด
และทำลายทุกอย่างที่เลือดวิ่งไปถึงทุกเซลล์ของร่างกาย

โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งก็ควรจะทราบด้วยว่า ในรายงานของ Gordon Research Institute USA มีข้อความว่า “เซลล์มะเร็งมี Glucose receptor หรือ
จุดสำหรับดูดซึมน้ำตาลเข้าเซลล์มากกว่าเซลล์ปกติถึง 24 เท่า แสดงให้เห็นว่าเซลล์มะเร็งมีความสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วมากและจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคนไข้มะเร็งที่กินหวานก็เท่ากับส่งเสบียงให้เซลล์มะเร็งโดยตรง

แม้ความหวานและน้ำตาลจะอันตรายและก่อให้เกิดโรคและปัญหามากมาย แต่บางคนต่อให้รู้ก็อาจจะเลิกยากเพราะมีงานวิจัย
ระบุว่าน้ำตาลอาจเป็นสารเสพติดอีกชนิดหนึ่ง !?

จากหนังสือของนายแพทย์ James Braly ปี 1992 ชื่อ Dr. Braly’s Food Allergy & Nutrition-Revolution หน้า 455 เรื่อง
“Corn Syrup” ซึ่งน้ำตาลจากข้าวโพดนี้เป็นสารให้ความหวานที่ผสมอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูป เกือบทุกชนิด
ตั้งแต่ขนมถุง ลูกอม ยันน้ำอัดลม “เป็นสารเสพติดและก่อให้เกิดภูมิแพ้อย่างแรง”

จากหนังสือ Low Carb Energy ฉบับเดือน มีนาคม 2005 หน้า 86 ชื่อเรื่อง “SUGAR A Serious addiction you can break”
รายงานนี้เขียนโดยแพทย์หญิง Christine Horner ได้บรรยายเอาไว้ว่า คนอเมริกันกินน้ำตาลเฉลี่ย 60 กิโลกรัม/คน/ปี
และตัวเลขที่น่ากลัว คือ โดยเฉลี่ย เด็กกินเป็น 2 เท่าของผู้ใหญ่ และในหนังสือเล่มนี้ก็เขียนไว้ทำนองเดียวกับหนังสือ LICK THE SUGAR HABIT
ก็คือ ความหวานเพิ่มโอกาสการเป็นโรคร้ายหลายชนิด เช่น ลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบเรื้อรัง หอบหืด ข้ออักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ไมเกรน ซึมเศร้า
โรคเหงือก ฟันผุ เบาหวาน อ้วน กระดูกผุ โรคหัวใจ และหลอดเลือด ฯลฯ

ในหนังสือเล่มนี้เขียนเรื่องการเสพติดไว้ดังนี้ ความหวานกระตุ้นสมองที่ตำแหน่งเดียวกับ มอร์ฟีน เฮโรอีน และ โคเคน
และยังอ้างถึงวารสาร NEURO IMAGE ฉบับเดือนเมษายน 2004 ที่รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เสตท
ว่า เวลาเราอยากกินหวานๆ สมองจะมีปฏิกิริยาเหมือนเราอยากเสพมอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคน และเวลาเราได้กินหวานๆ
สมองจะมีปฏิกิริยาเหมือนเรา ได้เสพมอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคน

ทั้งนี้มีการทดลองในหนู โดยให้หนูกินอาหารและน้ำหวาน เมื่อเวลาผ่านไปหนูกินน้ำหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกินอาหารลดลง
และเมื่อหยุดน้ำหวาน หนูจะเกิดอาการลงแดงทันที คือ ปากสั่น ตัวสั่น และเมื่อให้กินน้ำหวานอาการเหล่านี้ก็จะหายไป

คราวนี้แบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้น้ำหวาน กลุ่มที่สองให้มอร์ฟีน โดยเริ่มจากกลุ่มแรกให้หนูกินน้ำหวาน
พอหยุดน้ำหวานหนูจะเกิดอาการลงแดงทันที คือ ปากสั่น ตัวสั่นอีก แต่คราวนี้ให้ยาชื่อ naloxone พบว่า
หนูหายจากอาการปากสั่น ตัวสั่น (ยา naloxone เป็นยาที่ใช้ช่วยในการเลิกยาเสพติดพวกมอร์ฟีนและเฮโรอีน)

หลังจากนั้นเริ่มให้มอร์ฟีนหนูอีกกลุ่มหนึ่ง จนหนูติดมอร์ฟีนแล้วหยุดให้มอร์ฟีน หนูเกิดอาการลงแดงทันที ปากสั่น
ตัวสั่น เค้าก็ให้ยา naloxone หนูก็หายลงแดงทันที ซึ่งเป็นลักษณะแบบเดียวกัน

ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลข้างต้นแล้ว ต่อไปใครอยากจะอร่อยปากด้วยความหวาน
ให้ใคร่ครวญให้ดีว่าเราอยากจะหายจะโรคที่เราเป็นด้วยการหยุดกินหวานได้แล้วหรือยัง?

ที่มา : bloggang.com/viewdiary.php?id=thewho&month=10-2014&date=20&group=9&gblog=156

21 คัพเค้กสุดสยองปนน่ารัก….ย้อนหลังฮาโลวีน ที่คุณไม่ควรพลาด


ดีไซน์คัพเค้ก สุดหลอนย้อนหลังวันฮาโลวีน จะน่าหม่ำหรือหลอน แค่ไหนมาดูกันเลยดีกว่า

เอาไปเป็นไอเดียเก๋ๆ ทำกิน ทำแจกเพื่อน หรือ ทำขายก็ได้ ไม่ว่ากันนะ !!

1. คัพเค้กเศษกระจกเปื้อนเลือด

2. คัพเค้กสุสานคนเป็น

 


3. คัพเค้กเดวิว

 

4. คัพเค้กสมองไหล

5.คัพเค้กหมวกแม่มดมหัศจรรย์

 

6. คัพเค้กผีสุดหลอน

 

7. คัพเค้กฟักทองฮาโลวีน

8. คัพเค้กแจ็ค สเกลลิงตัน

9. คัพเค้กขาแม่มดชี้ฟ้า

 

10. คัพเค้กแฟรงเกนสไตน์

11. คัพเค้กแมงมุมพิษ

 

12. คัพเค้กฮาโลวีนเลือดสาด

 

13. คัพเค้กมัมมี่

 



14.คัพเค้กแมงมุมโอรีโอ้

 

15. คัพเค้กต้นไม่ตายซาก

 

16.คัพเค้กหลุมศพ


17. ไอศครีมแฟรงเกนสไตน์ (แหวกแนวเป็นไอศครีมบ้างนะจ๊ะ) 

18. คัพเค้กใยแมงมุม

 

19. คัพเค้กอีกาฮาโลวีน

 

20. คัพเค้กฆาตรกรขวาน สับแหลก

 

21. คัพเค้กรอยกัดแวมไพร์

 

ที่มา: boredpanda
hungryeatfull.blogspot.com
facebook.com/Hungryeatfull

Top 19 ของกินสุดสยอง หลอนจิตสุดช็อก! ต้อนรับฮาโลวีน


ใกล้ ฮาโลวีนเข้ามาทุกที ทางเราจึงรวบรวมของกินสุดหลอนเพื่อต้อนรับเทศกาลผีกันไม่ยั้ง ลองมาดูกันดีกว่า ว่าของกินสุดสยอง จะน่ากินหรือน่ากลัวแค่ไหน

1. เค้กเรดเวลเวทหัวใจอาบเลือด 

2. วุ้นหนอนราสเบอรี่ บนเกล็ดขนมปังช็อกโกแลต 

3. อมยิ้มฟิล์มเลือดของเด็กซ์เตอร์ (Dexter ซีรีย์ดังเกี่ยวกับฆาตรกรต่อเนื่องของอเมริกา) 

4.  เค้กงูเหลือม 

5. ▼คัพเค้กหนอนแมลงวัน

 

6. ▼ คุกกี้นิ้วแม่มดพันปี

 

 

7. ▼ อ้วกกัวคาโมเล่ (อะโวคาโดดิพ) 

 

 

8. ▼ ฮอทดอกเนื้อคน 

 

9. ▼ วุ้นสมองซอมบี้

 

 

10.  ▼สุสานช็อกโกแลตมูส

11.  ▼ ซากกะโหลกแตงโม 

 

 

12. ฮอทด๊อกมัมมี่

 

 

13. เค้กซากนิ้วซาตาน 

 

14. คุ้กกี้อุนจิ 

 

15. หัวกะโหลกไข่แตก 

 

16. เมอแรงค์ผีน้อย 

 

17. โครงกระดูกผีไส้ทะลัก

 

18. เค้กชำแหละผิวหนังมนุษย์

 

19. คุกกี้ใบหูอาบเลือด 

ที่มา: boredpanda
Blog : hungryeatfull.blogspot.com/2014/10/share-10.html
Facebook: facebook.com/Hungryeatfull

17 แมวขโมย.. หลักฐานคาตา ทาสแมวจ๋า อย่าชะล่าใจเด็ดขาด !!


ทาสแมวโปรดทราบ จงอย่าชะล่าใจเด็ดขาด หากน้องเหมียวของคุณมีทีท่าว่านอนสอนง่าย เรียกเหมียวๆก็เดินมาหา พร้อมกับเอาอุ้งมือน้อยๆตะกายเบาๆ.. เพราะ เมื่อไรที่เราหันหลัง เจ้าเหมียวจะเผยไต๋ออกมาทันที (นักวางแผนชั้นเยี่ยม แถมยังแอคติ้งเก่งฝุดๆ)

วันนี้ น้องหมูหัน MoohunDesign มีภาพหลักฐาน 15 ภาพ ที่บอกให้รู้ว่า เจ้าแมวหน้าตาบ้องแบ๊ว ไม่ได้น่ารักอย่างที่คิด อิอิ จงระวังน้องเหมียวข้างกายไว้ให้ดี เพราะ เวลาที่คุณเผลอ คือเวลาสนุกของเค้านั่นเอง !!

แถมท้ายอีกนิด น้องหมูหัน MoohunDesign อยากจะเตือนเพื่อนๆให้ดูแลเจ้าเหมียวให้ดีๆ ระวังน้องเหมียวของท่านจะได้รับอันตรายจากอาหารที่น้องเหมียวไม่ควรกินนะจ๊ะ เพราะ ระบบการย่อยของเขาต่างจากของเรา อาหารบางประเภทจึงไม่ควรให้น้องเหมียวกินเด็ดขาด อย่างเช่น นม อาจทำให้เขาท้องเสียได้ ช็อกโกแลตและหัวหอม ก็เป็นอันตรายและไม่ควรให้น้องเหมียวกินเช่นกัน

#1 ฉันจะกิน กิน กินนนนน แพนเค้กกก

I Regret Nothing!

#2 แน่ะ !!

Cookie Thief

#3 มีความสุขมากซินะ

Pen Thief Caught In Action

#4 อยากตกปลาก็ไม่บอก

Stealing From A Child

#5 หัวขโมยปลาย่าง

Smoked Fish Thief

#6 อยากกินนมจากแก้วดูบ้าง

Determined Milk Thief

#7 ไม่มีใครเห็นหลอกกกก

Disguised Thief

#8 กำลังศึกษาวิธีเลี้ยงปลาในตู้อยู่ฮะ

Trying To Get To That Fish

#9 ผมอยากบินได้.. (จะออกไปแตะขอบฟ้า)

Balloon Thief

#10 จมูกมนุษย์หิมะก็ไม่เว้นนะ

Nose Stealer

#11 ความฝันอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับภาระอันใหญ่ยิ่ง

Kitty Has Big Dreams

#12 หนูๆจ๊ะ ระวังท้องเสียนะ

Milk Burglars

#13 ชอบขนมปังเบคอนก็ไม่บอก (จะได้เก็บสูงกว่านี้ 55)

Determined Kitty

#14 คือ..กลัวใครแย่งไส้กรอกรึไงจ๊ะ (ขึ้นไปซะสูง)

Sausage Burglar

#15 รอให้มันหายเย็นก่อนดีมะ

Kitty And His Prey

#16 คุณเสนอมา ผมก็จัดห้ายยย

dem nuggets

#17 ไม่ธรรมดานะครัช

The Straw Thief

ขอบคุณ ที่มา : boredpanda

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน


วันนี้มี 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งธรรมดาให้เป็นของคาวและหวาน มาแนะนำกัน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

1. น้ำแข็งสมุนไพร

ชาร้อน อาจจะไม่เหมาะในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ต้องการความเย็น ก็ต้องเป็นชาเย็น แต่เราจะทำยังไงให้ชาสมุนไพรธรรมดา เป็นชาเย็นแสนอร่อยและสวย ขอแนะนำ น้ำแข็งก้อนชาสมุนไพร มีรสชาติเปรี้ยวจากเลมอน ส่วนสมุนไพรสามารถเลือกได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น ใบมินต์ หรือใบทารากอน ใส่ลงไปในถาดทำน้ำแข็ง แล้วก็เติมน้ำในถาด จากนั้นก็แช่แข็ง หรือจะใช้ใบชา ก็ได้ และเมื่อได้น้ำแข็ง ก็นำมาผสมโซดา หรือ บีบมะนาวลงไป เพิ่มความสดชื่น

ที่มา : frankweinert

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

ลองทำน้ำแข็งก้อนกาแฟง่ายๆ

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

2. น้ำแข็งกาแฟ

เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆในที่ทำงานเลย ชงกาแฟเหมือนที่เราดื่มทุกวัน เลใส่ลงในถาดน้ำแข็ง (แทนน้ำเปล่า) จะเป็นกาแฟดำ หรือ กาแฟใส่นม ก็เลือกทำได้ จากนั้นก็ ชงกาแฟดำใส่ก้อนน้ำแข็งกาแฟ และ เทนมสดเพิ่มลงไป ทำให้กาแฟออฟฟิศธรรมดา เป็นกาแฟมีไอเดีย รสชาติอร่อย ที่ทำดื่มเองได้เลย

ที่มา : simply-delicious

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

3. ก้อนน้ำมันมะกอก

นอกจากถาดน้ำแข็งจะเอาไว้แช่น้ำแข็งไว้ทำเครื่องดื่มแล้ว ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นการถนอมอาหารได้อีก อย่างใครที่ชอบทำกับข้าวและใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหาร มาทำ “ก้อนน้ำมันมะกอก” แบบง่ายๆและเก็บไว้ใช้ได้กันดีกว่า แค่หั่นสมุนไพร (ออริกาโน่, โรสแมรี่ หรือ เสจ) ลงในถาดน้ำแข็ง แล้วก็เทน้ำมันมะกอกลงไป แล้วก็แช่แข็ง และเมื่อจะทำกับข้าว ก็ค่อยนำก้อนน้ำมันมะกอกมาประกอบอาหาร ง่ายใช่มั้ยล่ะ

ที่มา : laurenconrad

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

เห็นแล้วมันสดชื่นจริงๆ

4. ฟรุ๊ตตี้ไอซ์ Flavored Ice Cubes

Fruity ice  นำผลไม้ที่ชืนชอบไปใส่ในถาดน้ำแข็ง และเมื่อได้เป็นก้อนน้ำแข็ง เวลาจะไปผสมกับน้ำผลไม้ ถ้ากลัวอ้วนก็หาแบบ 30 แคล ของมาลีไลท์ก็ได้  หรือใส่ลงในค็อกเทล เป็นอะไรที่ฟินที่สุดแล้ว

ที่มา : spoonforkbacon

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

5. ช็อกโกแลตก้อน

คล้ายๆกันการทำกาแฟก้อน คือเราชงช็อกโกแลต หรือ โกโก้ แล้วก็เทลงในถาดน้ำแข็ง เวลาจะดื่ม ก็เทนมสดลงในแก้วน้ำแข็งช็อกโกแลตได้เลย แค่นี้ก็อร่อยและเย็นชื่นใจแล้ว

ที่มา : sandrakavital

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

6. น้ำแข็งลูกพีช PEACH ICE CUBES

ปกติลูกพีชอย่างเดียว กินแล้วก็สดชื่นแล้ว แต่จะดีแค่ไหนหากนำมาทำเป็นก้อนน้ำแข็ง สามารถนำลูกพีชไปปั่นแล้วเทใส่ถาดน้ำแข็ง หรือ จะหั่นลูกพีชเป็นชิ้นๆ เต้มน้ำเชื่อมและน้ำพีชเติมเลมอน ทำให้เป็นน้ำพีชลงในถาดน้ำแข็ง ง่ายสุดๆเลย

ที่มา : pauladeen

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

7. LEMON MINT ICE CUBES

ใบมิ้นต์หรือสะระแหน่ ก็สามารถนำมาทำเป็นก้อนน้ำแข็งได้ แค่ปั่นให้ละเอียด ใส่ลงถาดน้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว (หรือจะทำเป็นน้ำเลมอนก็ได้) แช่จนกลายเป็นน้ำแข็ง เท่านี้ก็ได้น้ำแข็งมิ้นต์เย็นชื่นใจแล้ว

ที่มา : shewearsmanyhats

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

8. มะนาวน้ำแข็งก้อนใหญ่

เปลี่ยนน้ำแข็งไซส์เล็ก เป็น ไซส์ใหญ่ โดยเปลี่ยนถาดน้ำแข็งธรรมดา เป็น ถาดมัฟฟิน เพราะเราจะหั่นเลมอนเป็นแว่นๆ ใส่ลงถาด และเจ้มน้ำมะนาวลงไป อาจจะปรุงรสให้เป็น Lemonade เลยก็ได้ จากนั้นก็แช่จนเป็นน้ำแข็ง ก็สามารถนำใช้งานได้เลย

ที่มา : industriousjustice

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

9. น้ำแข็งดอกไม้

ไอเดียนี้สามารถทำกินเองที่บ้าน หรือจะนำไปใช้ในงานแต่งงาน งานปาร์ตี่แบบวินเทจก็ได้ เพราะใช้ดอกไม้ หรือ สมุนไพรมาทำให้ก้อนน้ำแข็ง ดอกไม้ที่สามารถมาทำได้เช่น ดอกกระเจี๊ยบ หรือ ดอกเก็กฮวย เพิ่มความสดชื่น แถมยังได้ความหอมและสีสันสวยงามอีกด้วย

ที่มา : blog.chestnutherbs

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

10. น้ำแข็งเยลลี่

ไอเดียนี้เหมาะกับปาร์ตี้สุดๆ จะทำแบบกุ๊กกิ๊ก หรือหลอนก็ได้ เพราะว่าเยลลี่มีหลายแบบให้เลือก ง่ายสุดๆ ทำน้ำหวาน รสชาติใดก็ได้ ใส่เยลลี่ลงในถาด จากนั้นก็เทน้ำหวานลงไป หรือจะใช้เป็นน้ำเปล่า เพื่อให้ได้ก้อนน้ำแข็งไปใส่กับเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ได้

ที่มา: BRIT

“Halloween Pumpkin Pie” อร่อยดี ผิวก็สวย


 

Halloween Healthy Food

ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ด้วยการมากินฟักทองให้อร่อยกันดีกว่า เพราะผักสีทองเนื้อนุ่ม เหนียว หนัก ผลนี้ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่เยอะมาก ใครอยากผิวสวยต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง ด้วยพลังของเบต้าแคโรทีนที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณไม่ถูกทำลายด้วยมลภาวะในแต่ละวัน รวมถึงด้วยวัยของเรา ดังนั้นคนที่ทานฟักทองเป็นประจำ จึงผิวสวย ดูอ่อนเยาว์จริง ๆ

บ้านใครจัด Halloween Party และต้องประดิษฐ์ประดอยแกะสลักฟักทองฮัลโลวีน ก็อย่าต้องให้เสียของ เอามาทำให้อร่อยและได้คุณค่าทางอาหารกันในปาร์ตี้ซะเลยดีที่สุด

พายฟักทองฮัลโลวีน
Halloween Pumpkin Pie
ส่วนผสม Topping
ฟักทอง 2 ลูก 1 ลูกสำหรับใส่พาย อีกลูกสำหรับทำไส้ เคร้กเกอร์แบบหยาบ ครึ่งถ้วย
ส่วนผสมสำหรับทาเปลือกฟักทอง ไข่ 1 ฟอง
เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ นมสด ¼ ถ้วย
น้ำตาล ¼ ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¾ ถ้วย
ซินนามอน (อบเชยป่น) น้ำตาลทรายละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
ไส้พายฟักทอง ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
เนื้อฟักทองอบแล้วนำไปบด 2 ถ้วย เกลือ ½ ช้อนชา
นมข้นหวานครึ่งถ้วย เนย ¼ ช้อนชา
ไข่ไก่ 4 ฟอง
Pumpkin pie spicy 4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำฟักทองไปตัดหัวออกตามรูป เอาไส้และเมล็ดออกให้เกลี้ยง แล้วนำไปนึ่งจนสุก นำออกมาวางทิ้งไว้จนเย็น ประมาณครึ่งชั่วโมง
    Halloween Pumpkin Pie Step 1
  2. ไส้พาย : นำส่วนผสมของไส้พายมาผสมกันค่อยๆคนให้เข้ากัน โดยใส่น้ำตาลท้ายสุด แล้วใส่ในลูกฟักทองที่เริ่มเย็นแล้ว แล้วใช้ส่วนผสมสำหรับทาเปลือกผสมกัน นำไปทาเปลือกฟักทอง ก่อนนำไปเข้าเตาอบอีกประมาณ 20 นาที ใช้ไฟ 425 องศาฟาเรนไฮท์ โดยระหว่างนั้นก็ทำท้อปปิ้งไปด้วย
    Halloween Pumpkin Pie Cream
    Halloween Pumpkin Pie Step 2
  3. ทอปปิ้ง : นำส่วนผสมสำหรับทำท้อปปิ้งปั่นรวมกันในเครื่องปั่น
    Halloween Pumpkin Pie topping step 3
  4. เมื่อพายฟักทองในเตาอบครบ 20 นาทีแล้ว นำออกมา แล้วใส่ทอปปิ้งโปะหน้า ก่อนนำเข้าไปอบต่ออีก 20-30 นาที จะได้พายฟักทองสำหรับงานปาร์ตี้ฮัลโลวีน ที่อร่อย และทำไม่ยากเลย ต้องลองค่ะ
    Halloween Pumpkin Pie Step 4
    Halloween Pumpkin Pie Step 5Finish!

    Halloween Pumpkin Pie Finish
    pumpkin pie finish

Cr : brit.com

– See more at: http://www.cosmenet.in.th/th/cosmeintrend/?SECTION_ID=1796&ELEMENT_ID=20895#sthash.SC9QmVZG.dpuf

แปลกแต่จริง!! ผลไม้รสชาติเหมือน “พุดดิ้งช็อกโกแลต” ไม่เชื่อดู!!


 

ถ้าคุณคิดว่า ผลไม้มีรสชาติเหมือน “พุดดิ้งช็อกโกแลต” ดูดีเกินจริง คุณต้องคิดใหม่! เพราะผลไม้ที่ว่านี้ มีจริงๆ มันชื่อ “Black Sapote” เป็นผลไม้พื้นเมืองของทางเม็กซิโกตะวันออก และอเมริกากลาง ซึ่งรสชาติมันเหมือนช็อกโกแลตพุดดิ้งมากซะจนคนเรียกมันว่า “the chocolate pudding fruit.” เลยทีเดียว ซึ่งคุณจะทานมันดิบๆ หรือ เอาไปทำขนมอบ แทนช็อกโกแลตจริงๆ ก็สามารถทำได้

แน่นอนว่า คุณอาจจะคิดว่า เราก็มีช็อกโกแลตทานอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นต้องหาอะไรมาแทนที่เลย! แต่ถ้าคุณลองคิดดูดีๆ นะ ถ้ามีอะไรมาแทนช็อกโกแลตได้ แถมมีไขมันน้อยกว่า มีวิตามินซี มีไฟเบอร์ คุณก็อาจจะเปลี่ยนใจใช่มั้ยล่ะ!! และอยากจะบอกว่า ไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้นนะที่เหมือน เพราะเนื้อของมันก็ยังเหมือน “พุดดิ้งช็อกโกแลต” อีกด้วย มาดูกันเลยว่ามันจะเจ๋งและน่ากินแค่ไหน!!

Black Sapote ขณะอยู่บนต้น

Wikimedia Commons

ลองมาผ่ากันดู

specialtyproduce


bearebel


odditycentral

ผลไม้เมืองร้อนต้นนี้ เป็นสายพันธ์ุเดียวกับลูกพลับ โดยพบครั้งแรกที่เม็กซิโก กัวเตมาลา และโคลอมเบีย ส่วนตอนนี้เริ่มปลูกกันมากขึ้นที่ ฟลอริดา ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ โดมินิกัน คิวบา และฮาวายอีกด้วย

และนี่คือตัวอย่างของขนมหวานที่ทำมาจากผลไม้สุดแปลกอันนี้!

เค้กช็อกโกแลตที่ทำจาก Sapote และแยมจากส้มกัมควอท!

Messynessy

พุดดิ้งจาก Black Sapote และพายเม็กซิกันที่ทำจาก Black Sapote

Messynessy

พุดดิ้ง Black Sapote กับกล้วย น้ำผึ้ง และกะทิ!

Messynessy

และเด็กคนนี้ ที่เลือกที่จะกินแบบสดๆ จากธรรมชาติ ดูน่าอร่อยจริงๆ!!

daleysfruit

ลองดูวิดีโอต่อกันเลย:

daleysfr

H/T: Viralnova | MessyNessy

ที่มา : www.kiitdoo.com