ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014 (ยังเหลือใครที่ยังโสดอยู่บ้างน้า)


ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ขณะที่นักเตะทีมช้างศึกกำลังเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ถิ่นเสือเหลือง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี ‘เบอร์ 1 แห่งอาเซียน’ กลับมา พร้อมคืนศรัทธาสู่วงการฟุตบอลไทย ในแมตช์ชิงชนะเลิศของศึก ‘เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014’ นัดที่สอง ที่จะระเบิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม นี้
mars ได้ลัดเลาะไปตีท้ายครัว เอ๊ย! ไม่ใช่! ไปสอดส่องหลังบ้าน พร้อมหยิบภาพหวานใจของดาวแตะแข้งทองทั้งหลายมาให้ชาว mars ได้ยลโฉมกัน ใครเป็นใครไปดูไปชมกันเลยดีกว่า

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ประเดิมด้วย ซุป’ตาร์ของชุดนี้อย่าง ‘ชาริล ชัปปุยส์’ กองกลางหน้าหยก ผู้หวดจุดโทษให้ไทยขึ้นนำ มาเลเซีย 1-0 ที่ราชมังคลากีฬาสถานในรอบชิงนัดแรก แฟนสาวของพ่อหนุ่มลูกครึ่งสวิส-ไทยมีชื่อว่า เมลานี มานูเอล เป็นชาวสวิส เชื้อสายโปรตุกีสที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยที่ชาริลยังค้าแข้งอยู่ที่เมืองนาฬิกาแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ในสนามเราได้เห็นแบ็กขวาจอมฟิต ‘นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม’ วิ่งขึ้น-ลงตลอด 90 นาทีไม่มีหยุด และในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน หนุ่มต้นถือเป็นหนึ่งในคนที่ขยันอัพเดทไม่ใช่เล่นๆ จึงไม่ยากที่เราจะได้เห็นรูปคู่กับแฟนสาวมากมายใน IG ของเขา

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศร พรหมรักษ์’ รูปคู่สุดหวานประหนึ่งข้าวใหม่ปลามันบน IG : kang_adisorn อาจทำให้ใครหลายคนคิดว่า กองหลังพันธุ์แกร่งรายนี้อาจเพิ่งพบรักกับแฟนสาวไม่นาน ถึงได้หวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น แต่จริงแล้ว ทั้งสองเป็นมากกว่าคู่รักวัยรุ่น เพราะครองชีวิตคู่ร่วมกันจนมีพยานรักตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจเรียบร้อยแล้ว

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘ธณบูรณ์ เกษารัตน์’ เจ้าของฉายา ‘บุสเกตส์เมืองไทย’ เล่นได้โดดเด่นทั้งกองกลางและกองหลัง นอกจากลีลาการอ่านบอลเฉียบขาดแม่นยำแล้ว ลีลาการโพสต์คำหวานออกสื่อก็ถือว่าไม่ธรรมดา เห็นได้ชินตาที่ใต้รูปคู่ของเจ้าตั้มกับแฟนสาว ที่แต่ละคำอ่านแล้วยังแทบเคลิ้มตาม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘สารัช อยู่เย็น’ ห้องเครื่องของทีมช้างศึกชุดนี้ ที่ทั้งตัดเกม บัญชาการเกม พร้อมทีเด็ดที่ลูกยิงไกลและฟรีคิก ครบครันครบเซตขนาดนี้ แถมยังขาวตี๋แบบเกาหลียังอาย จึงไม่แปลกที่แฟนสาวของเจ้าตังค์จะสวยเฉียบคมขนาดนี้ แต่เห็นลีลาหวดตัดเกมในสนามแล้ว พูดเลย “พี่ไม่กล้าส่องแฟนน้องมากหรอก!”

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดุล หละโสะ’ บังดุลของน้องๆ ในทีม ประกาศจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญวันวิวาห์ของตนกับแฟนสาวที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ และเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็หวังให้บังประสบความสำเร็จดังหวังเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์’ นอกจากผลงาน 3 ประตูใน 2 นัดล่าสุดและทรงผมสุดเป๊ะของเจ้าตัว ที่ทำให้มิดฟิลด์ซ้ายสั่งตายรายนี้ โดดเด่นเป็นที่สนใจของสื่ออย่างมาก ข่าวค(ร)าวภาพหลุดการวิดีโอแชทกับนางแบบสาวทรงสะบึม ยังทำให้หลายคนสนใจใคร่อยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ที่แม้ดาวเตะหน้าคมเข้มจะรีบออกตัวปฏิเสธ แต่ก็ยังไม่ได้ลดดีกรีความอยากรู้ของแฟนๆ ลงแต่อย่างใด… ก็แหม เจ้าก้องเล่นตาเยิ้มซะขนาดนั้น!

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘มงคล ทศไกร’ แนวรุก ‘สปีดเร็วกว่านรก’ ที่กระชากผ่านแนวรับคู่แข่งขาดวิ่นๆ ดังเห็นได้ในหลายแมตช์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้บอลเขาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่อยู่กับ ‘น้องชมพู’ รูปคู่ก็จะถูกอัพสู่โลกออนไลน์อย่างฉับไวเช่นกัน

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

‘อดิศักดิ์ ไกรษร’ กองหน้าจอมทุ่มเทที่ซัดชัยทีมชาติไทยทะลุเข้ามาได้จนถึงรอบนี้ แม้จะโดนพิษใบแดงไปในรอบก่อน จนฟอร์มถล่มประตูสะดุด แต่ในเรื่องความรัก เขาไม่เคยหยุดอัพเดทหัวใจให้กับ น้องโม แฟนสาวเลย

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่อย่าง ‘โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง’ ยอดโค้ชผู้ปลุกกระแสฟีเวอร์ครั้งนี้ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนักจากภารกิจเพื่อชาติอย่างต่อเนื่องหลายทัวนาเมนต์ แต่ครอบครัว ‘เสนาเมือง’ ยังคงอบอุ่นเสมอ ต้องยกย่อง ‘คุณอัสราภา’ ที่ทำหน้าที่ทั้งภรรยาและคุณแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ส่องหวานใจนักเตะช้างศึกชุดซูซูกิคัพ 2014

ภาพประกอบ : facebook,IG

 

อุทธาหรณ์สอนใจ เมื่อเด็กไทยรายหนึ่ง ซื้อปืนออนไลน์


ลองอ่านดูนะ สลดหดหู่มาก

ที่มา: facebook.com/piakraider / เปี๊ยก ไรเดอร์ | Facebook

จวกเละ! ‘โค๊ชคิ้ม’ ตัดสิน’The Voice 3’ค้านสายตา!



โลกสังคมออนไลน์ พูดถึงกระแสรายการ The Voice 3 ติง ‘โค้ชคิ้ม’ เลือกลูกทีมผ่านเข้ารอบค้านสายตา เรียกร้องให้ออกมาชี้แจง และนำผู้ตกรอบเข้ามาแสดงอีกครั้ง

หลังจากมีการออกอากาศรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง “The Voice เสียงจริงตัวจริง3″ ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบน็อคเอ้าท์โดยในรอบนี้โค้ชจะต้องแบ่งลูกทีมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยโค้ชจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้ชนะกลุ่มละ 2 คน รวมเป็น 4 คนที่ผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสดบนเวทีต่อไป ซึ่งการแข่งขันในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแข่งขันระหว่างลูกทีมของโค้ช “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ที่ได้เลือกผู้เข้าแข่งขัน 4 คนได้แก่ โจ-แอนนาวารี, กีต้าร์-เพลงประพันธ์, อิ๋งอิ๋ง-ธุรดี และ จิมมี่-สุรชัย มาแข่งขันกันเพื่อค้นหา 2 คนที่จะเป็นตัวแทนของทีมผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสด เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
ผลการแข่งขันโค้ชคิ้ม ได้เลือก “กีต้าร์” และ “โจ” เป็นผู้ผ่านเข้ารอบ แต่หลังจากรายการออกอากาศจบได้ไม่นาน ในโลกสังคมออนไลน์ได้พูดถึงผลการตัดสินของโค้ชคิ้มทันที โดยชาวเน็ตได้ให้ความเห็นว่า “จิมมี่” หนึ่งในสมาชิกของทีมคิ้ม ทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกันและบอกว่าการตัดสินใจเลือกผู้ผ่านเข้ารอบของโค้ชคิ้มในครั้งนี้ค้านสายตา อีกทั้งชาวเน็ตได้เรียกร้องให้คิ้มออกมาชี้แจงถึงการตัดสินใจเลือกผู้ผ่านเข้ารอบในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้จิมมี่ได้กลับเข้ามาสู่รอบการแสดงสดอีกครั้ง ถึงขนาดตั้งเพจเรียกร้องขึ้นมาโดยเฉพาะ
ขณะที่ “เจนนิเฟอร์คิ้ม” ก็ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของตน @Jkim4real หลังจากจบรายการว่า “ธรรมชาติของการแข่งขันย่อมมีคน“อยู่” คน “ไป”…เหลือทิ้งไว้แค่“ความประทับใจ”…อย่ามาสงสัย!!#thevoiceTH #teamkim” ซึ่งหลังจากที่คิ้มได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ก็ถูกเผยแพร่ต่อท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตที่ติดใจในข้อความของคิ้มที่เขียนว่า “อย่ามาสงสัย” โดยชาวเน็ตมองว่าตนก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นเช่นกัน
ในวันนี้ (25 พ.ย.) ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ติดต่อพูดคุยกับทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรายการ The Voice เพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งทางทีมงานบอกว่า ตอนนี้ทีมงานผู้ผลิตรายการได้ทราบถึงกระแสตอบรับที่โลกสังคมออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการตัดสินที่ค้านสายตาแล้ว ทางรายการไม่ได้นิ่งนอนใจ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหารือ ว่าจะมีผลหรือข้อสรุปอย่างไรถึงเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทางรายการไม่สามารถนำผู้เข้าแข่งขันที่ตกรอบไปแล้วกลับมาในรอบการแสดงสดได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฏกติกาของรายการต้นสังกัดที่เป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ
ทั้งนี้ทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรายการยังบอกอีกว่าโค้ช “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” จะสามารถให้สัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันในรอบต่างๆ ของทางรายการได้ หลังจากที่ทางรายการได้ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันวันสุดท้ายเท่านั้น…

ที่มา: hdailynews.co.th/Content/entertainment/283047/ชาวเน็ต จวก “โค้ชคิ้ม” ตัดสินค้านสายตา
entertain.teenee.com

ดราม่า! สาวมาสาย 6 นาที โพสต์ประจานพนง.ไร้น้ำใจ


 

ดราม่า! สาวมาสาย 6 นาที โพสต์ประจานพนง.ไร้น้ำใจ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งได้มีการโพสต์ภาพของพนักงานสายการบินชื่อดัง สาเหตุเนื่องมาจากไม่พอใจที่พนักงานสายการบินดังกล่าว ปฎิเสธการช่วยเหลือตนเองที่มาเช็คอินสาย 6 นาที หลังจากเคาเตอร์เช็คอินปิด และใช้เวลาเจรจากว่า 30 นาที ก็ทำให้ตนเองตกเครื่องและต้องนอนกรุงเทพฯอีก 1 คน พร้อมตั้งคำถามว่า “น้ำใจคนไทยไปไหนหมด”

โดยหลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่าการโพสต์ภาพประจานพนักงานคนดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และระบุว่าเรื่องทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการมาสาย 6 นาทีของเจ้าตัวเอง และไม่ว่าจะมาสายกี่นาทีก็ถือเป็นการมาสาย

ด้านเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังอย่าง Drama-addict ก็ได้มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม จากกรณีมาเช็คอินสายไป 6 นาทีว่า ปกติแล้วสายการบินจะมีการคำนวนเส้นทางจากปริมาณน้ำหนักสัมภาระ น้ำหนักผู้โดยสาร เพื่อกำหนดเส้นทางการบิน เพดานบิน ความเร็ว ปริมาณเชื้อเพลิง และอื่นๆ เพื่อจะได้คำนวนน้ำหนักสัมภาระทั้งหมดให้ถูกต้องแม่นยำ หลังจากมีการปิดเช็คอิน นักบินก็จะเอาตัวเลขทั้งหมดมาคำนวนและเอาค่านั้นๆ กรอกลงไปในแผงควบคุมของนักบิน การที่ผู้โดยสารไปช้าจะทำให้น้ำหนักสัมภาระรวมเปลี่ยน ถ้าต้องคำนวนใหม่ก็จะช้า และส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารคนอื่น

ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ก็ได้ลบภาพพนักงานสายการบินออกจากเฟซบุ๊กของตนเองไปแล้ว

ที่มา: นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
http://news.sanook.com/gallery/gallery/1683093/487925/#view

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์


 

กลายเป็นเพจที่กำลังมาแรงที่สุด ในตอนนี้สำหรับ  “CSI LA” หลังจากเกาะติดคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่าแบบกัดไม่ปล่อย เรียกได้ว่าแลกกันหมัดต่อหมัดกับตำรวจไทยกันเลยทีเดียว

ล่าสุดทีมงาน Sanook! Hitech ได้ติดต่อผู้ดูแลเพจ CSI LA มาสัมภาษณ์กันแบบ Exclusive ถึง “ความเป็นมาของ CSI LA” เพจที่กำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ 

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

เชื่อว่าชาวไซเบอร์หลายๆ คนคงอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเพจนี้ เพราะสไตล์การนำเสนอข้อมูลในเชิงลึก กล้าได้กล้าเสีย เกี่ยวกับคดีเกาะเต่า หรือการวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่แบบกัดไม่ปล่อย ไม่กลัวคำขู่ของใครหน้าไหนทั้งนั้น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนบนโลกออนไลน์ให้เข้าไปบริโภคข้อมูลใหม่ๆ จนตอนนี้จำนวนแฟนเพจพุ่งขึ้นไปหลักหลายแสน

เราจึงพยายามสืบเสาะหา เรื่องราวของ “CSI LA“ มาให้ได้อ่านกันว่าจริงๆ แล้วจุดกำเนิดของ “CSI LA“ มีความเป็นมาอย่างไร?

แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยได้ไหม

CSI LA: ผมเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่อเมริกาอยู่ที่นี่มา 20 ปีเเล้วครับ เเต่ชอบติดตามการเมืองไทยเเละต่างประเทศ ส่วนตัวผมเป็น Data Scientist ทำงานให้กับหน่วยงานหนึ่งของอเมริกา แต่เรื่องส่วนเรื่องผมคงให้ข้อมูลได้เท่านี้ เพื่อความปลอดภัยของผมเอง

ทำเพจ “CSI LA” มานานหรือยัง

CSI LA: เราเริ่มทำตอนประมาณเดือน มีนาคมครับ หรือประมาณ 7 เดือนที่เเล้ว ซึ่งการที่ยอดของแฟนๆ ทะยานขึ้นสูงถึง 317,240 likes มันคือ the power of social network (network effect) ผมทำเพจ csi la เพื่อเป็นเพจเเลกเปลี่ยนความเห็น ตั้งใจให้ลักษณะคล้ายกับ Pantip เเต่ของเราหาความจริงได้เร็วกว่าผมต้องการสอนคนไทยให้คิดเองเป็น เบื่อกับการเสนอข้อมูลเเบบเก่าๆ ที่ไม่มีที่มา เเละเชิงมโน โดยข้อมูลที่นำเสนอ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด มีการอ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ถ้าเรากำลังหาคำตอบผมจะตั้งคำถามเเละให้ทุกคนช่วยกันคิด เราจะใช้เหตุผลมาหักล้าง

อะไรคือเหตุผลที่ทำเพจนี้ขึ้นมา หรือเพราะทางทีมงานสะดุดใจกับอะไร หรือมีอะไรเป็นพิเศษ?

CSI LA:  ทำเพราะเบื่อข้อมูลบิดเบือนครับ ผมเห็นเพื่อนๆ เเชร์ข้อมูลบิดเบือน เลยรำคาญจึงทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจับโกหก เเละทำให้พวกเขาเงิบ เพราะในเฟสบุ๊คชอบแชร์ข้อมูลเเบบไม่มีที่มาที่ไป เเละมีการปลุกปั่นตลอดเวลา

พอบอกได้ไหมมีทีมงานประมาณกี่คน?

CSI LA:  เรื่องวิเคราะห์มีผมคนเดียว ผมวิเคราะห์เเละทำ Graphics คนเดียว เเต่มีคนหาข้อมูลเยอะๆ มาก คนที่ส่งข้อมูลมาให้มีเยอะ ตอนนี้มีคนส่งข้อมูลให้ทุกนาที เป็นพันๆ ข้อความในเวลา 24 ชม. อย่างกรณีที่ทางทีมเราสามารถรู้ว่าล่ามเป็นคนขายโรตีที่เกาะสมุย และผมสามารถหาว่าเขาขายอยู่ที่ไหน ด้วยการถามเพื่อนๆ ในเพจ ภายใน 1 ชม. เราได้ภาพของคนขายโรตี ที่หน้าวัดพระใหญ่ สิ่งที่ผมทำเขาเรียกว่า Crowd Sourcing

เห็นเพจและทวิตเตอร์มีคนชอบและพูดถึงจำนวนมาก รู้สึกยังไง? 

CSI LA: ผมเก็บข้อมูล เเละ บทสนทนาเขาไว้หมด เเน่นอนครับ คือเพจเราขาประจำจะเป็นนักคิดอยู่เเล้ว บอกตามตรงผมรู้สึกเฉยๆ นะ ถึงจะมีเเฟนถึง 3 เเสนคนยังรู้สึกเหมือนวันเเรกๆ ที่มีเเฟนๆ เเค่ 5000 เเต่ดีใจมากๆ ที่ทุกคนที่เข้ามา มองข้ามเรื่องสีเเละเข้ามาสามัคคี ประทับใจมากๆ ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้คนไทย ทุกๆคนออกมาร่วมเเรงร่วมใจกัน

ผมว่าเราทำ graphic ที่ทำให้คนเข้าใจง่ายด้วย คือเขียนเเบบไม่ยาวมาก เเต่ภาพที่ผมทำมา ทำให้คนเข้าใจง่ายๆ หลักการง่ายๆ Compare and contrast  เเละ Visualization ที่อมริกา เราถูกฝึกมาให้เขียนตรงประเด็นได้ใจความ ใช้รูปภาพอธิบาย

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ และคนที่ติดตามมั้ย?

CSI LA: สิ่งที่พวกเราทำนั้นเรียกว่า Crowd Sourcing คือการที่ใช้มวลชนเป็นพันๆ หมื่นๆ คนมาช่วยกันคิดช่วยกันทำงาน โดยเฉพาะสังคม online ที่ทำด้วยใจรักเเละบริสุทธิ์ ไม่ได้หวังสิ่งตอบเเทนใดๆ เเทนที่จะใช้ลูกจ้าง หรือ ข้าราชการเท่านั้นไปทำงาน นี่คือสิ่งที่พวกนัก Programmer เขาทำกันพวก Developer เขาทำกัน พวก Opens Souce Software Developer เขาก็ทำกันอย่างนี้เขาเรียกว่า “สามัคคี”

สุดท้ายแอดมินผู้ดูแลเพจ CSI LA ยังคงย้ำจุดยืนว่าพวกเขาไม่มีสีอะไรทั้งนั้น อยากให้คนไทยก้าวพ้นเรื่องสี เเละมีสีเดียวคือ “สามัคคี” เพราะประสบการณ์ที่เราเห็นๆ นั้นสามารถทำอะไรก็ได้ถ้าเราร่วมใจกัน

“ถ้าเราทำสิ่งนี้สำเร็จ เราจะเป็นประเทศเเรกในโลกที่มีคนเป็นเเสนๆ คนร่วมกันจับคนร้าย และอยากฝากให้คุณดูการวิเคราห์ของผมเรื่องการจับผิดเรื่องรถผีด้วยครับ”

ในโลกออนไลน์มีทั้งจุดขนานและจุดเชื่อมต่อกับโลกของความเป็นจริง โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงตัวต่อโลกภายนอกได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะคนรวยคนจนคนธรรมดาก็สามารถสร้าง “ตัวตน” ให้เป็นที่รู้จักขึ้นมา

ซึ่งนี่คงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพจชาวบ้านธรรมดาจุดเริ่มต้นของสมาชิกแค่หลักพัน จะมีอิทธิพลมหาศาลจนกลายเป็นหลักแสน และบททดสอบต่อไปคือ ประธานชุมชนอย่าง CSI LA จะดูแลและใส่ใจลูกบ้านของตนเองได้ดีแค่ไหน?

ขอบคุณภาพและข้อมูล: แฟนเพจ CSI LA