สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

10 อันดับ ของเล่นอันตราย ที่เด็กควรหลีกเลี่ยง!!


 

10. ของเล่นชิ้นแรกเป็นของเล่นจำพวกลูกบอลลูกเล็กๆ ที่เด็กๆ หรือลูกๆ จะสามารถหยิบจับแล้วนำไปเข้าปากได้  การให้เด็กเล็กเล่นของเล่นชนิดนี้ต้องมีผู้ใหญ่ดแลอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเด็กๆ จะหยิบของเล่นตัวนี้เข้าปากเมื่อไหร่นั่นเอง

2

09. ของเล่นจำพวก ดาบพลาสติก หรือของทำลองจำพวกกระบอง อะไรประมาณนั้น ของเล่นพวกนี้อาจจะไม่มีคนแต่ถ้าถูกฟันเล่นมากๆ อาจจะทำมีคมขึ้นมาได้ เนื่องจากเด็กๆ ยังไม่รู้เรื่องว่าควรเล่นอย่างไร ถ้าจะซื้อขอเล่นจำพวกนี้แนะนำให้ไปซื้อจำพวกค้อนพลาสติกที่มีเสียงดีกว่าปลอดภัยกว่าเยอะ

 

3

08. ของเล่นชิ้นนี้เป็นของเล่นสำหรับเด็กที่โตขึ้นมานิดนึง นั่นคือปืนอัดลม ปืนอัดลมมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นปืนลูกดอกหรือ ลูกพลาสติก เป็นอัตรายมากๆ สำหรับเด็กๆ อาจจะกลืนลูกพลาสติกได้ หรือ ยิงเข้าตาต่างๆ นาๆ ที่จะทำให้บาสเจ็บได้นั่นเอง

4

07. ของเล่นชิ้นนี้เป็นอีกชิ้นที่ไม่ควรให้เด็กๆเล่นนั่นคือ นกหวีด หรือแตร นั่นเอง ถ้าใช้อย่างถูกวิธีก็สามารถให้เล่นได้แต่ถ้าทำไปใช้แบบผิดวิธีอาจจะเป็นอันตรายได้อย่างเช่น ถ้าเด็กๆ ทำนกหวีดแต่หรือนำไปเป่าเล่นจนคนอื่นเกิดความรำคาญนั่นเอง

5

06.  ของเล่นชิ้นนี้อาจจะเป็นของเล่นสำหรับเด็กโตขึ้นมาหน่อย อย่างตัวทหารพลาสติก ซึ่งมีขนาดเล็ก ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ อาจจะเกิดอันตรายได้ อย่างการกลืนกินซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตได้

6

05.  ของเล่นสำหรับเด็กโตขึ้นมาหน่อยนั่นคือ ตัวต่อจำพวก เลโก้  ซึ่งมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอาจจะเข้าปากเด็กเล็กๆ ได้

7

4.  ของเล่นที่เป็นกล่องมาเป็นเซทที่เป็นกล่องเครื่องมืออะไรประมาณนั่นเพราะเด็กๆ อาจจะนำไปทุบตีคนอื่นได้ เนื่องจากยังไม่รู้ถูกผิดนั่นเอง

8

3.  ของเล่นตกปลาที่จะหมุนไปเรื่อยๆ และใช้คันเบ็ดในการตกปลา ขึ้นซึ่งจะมีแม้เหล็กอยุ่ที่ปลายเบ็ดแต่ทว่าตัวปลานั่นหลุดออกได้อย่างง่ายได้เด็กๆ อาจหยิบเข้าปากได้ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

9

2.  MagneBlocks Tetra ของเล่นสำหรับเด็กเล็กก่อนเข้าโรงเรียน ช้วยทำให้เด็กเล็กได้คิดมากขึ้น การประกอบของเล่นต่างๆ แต่ทว่าแม่เหล็กสำหรับยึดติดนั่น หลุดออกมาง่ายและมีขนาดเล็กจึงอาจเป็นอันตรายสำหรับเด็กเล็กๆ ที่อาจจะหยิบใส่ปากเมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้

10

01. Polly Pocket Magical Talking Magnetic Playset ของเล่นตัวนี้เป็นของเล่นยอดนิยมของเด็กเล็กๆ แต่ทว่าของเล่นชิ้นนี้ใช้แม่เหล็กขนาดเล็กเป็นการยึดเกาะและมันก็เหมือนอันอื่นๆ ที่ว่าแม่เหล็กนั้นหลุดออกมาง่ายเหลือเกินจึงอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กๆ ได้แต่สินค้าตัวนี้ได้ถูกเรียกเก็บคืนหมดแล้วเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ นั่นเอง

 

ที่มา: http://cartoon.mthai.com/

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก


 

การเดินทางไปโรงเรียนในยามเช้าเป็นเรื่องทรมานใจสำหรับเด็ก ๆ หลายคน เพราะหากไม่มีพ่อแม่ขับรถไปส่ง นั่นหมายถึงหนู ๆ ต้องเดินทางไปด้วยตนเอง ซึ่งอาจต้องหอบข้าวของหนัก ๆ เจอรถติด โหนรถคนแน่น หรือรอรถนานบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องจิ๋ว ๆ ไปเลย หาก เทียบดูกับเด็ก ๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่การเดินทางไปโรงเรียนลำบากประหนึ่งการเดินทางไกลแถมผจญภัย ไปในตัว กว่าจะถึงโรงเรียนได้ก็คงต้องสวดขอบคุณพระเจ้าหลาย ๆ รอบ ที่ช่วยให้มีชีวิตรอดมาศึกษาหาความรู้ งั้นลองมาดู 10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากจาก Amusing Planet กันดีกว่า

1. เดินไต่ไหล่เขาไปโรงเรียน ที่กุ้ยโจว ประเทศจีน 

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

เด็กนักเรียนโรงเรียนประถมป่านโผ หมู่บ้านเก๋งกว่าง ในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน มีเส้นทางการเดินทางไปโรงเรียนที่เสี่ยงอันตรายไม่ต่างกับได้ไปเดินเขาทุก วัน เพราะโรงเรียนตั้งอยู่บนเขา เด็กจึง ๆ ต้องเดินเลาะไปตามทางแคบ ๆ กว้างเพียง 0.5 เมตร ที่เซาะไว้ตรงไหล่เขา อันเป็นทางสัญจรเก่าสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว และจะต้องเดินลอดอุโมงค์ที่เจาะทะลุชั้นหินไปอีกทีจึงจะถึงที่หมาย ทั้งนี้เด็ก ๆ ยังมีเส้นทางที่ปลอดภัยกว่าในการไปโรงเรียน แต่ก็เป็นทางที่อ้อมไปไกลและต้องใช้เวลาเดินเท้ากว่า 2 ชั่วโมง ฉะนั้นคุณครูใหญ่จึงเป็นคนลงมารับเด็ก ๆ และคอยดูแลพาพวกเขาเดินขึ้นไปโรงเรียนในทุก ๆ วัน

2. ไต่เชือกไปโรงเรียน ที่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

เด็กนักเรียนกว่า 20 คน ของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ต้องไต่เชือกที่ขึงอยู่สูงเหนือลำธารราว 10 เมตร เพื่อข้ามฝั่ง จากนั้นต้องเดินต่อไปอีกกว่า 11 กิโลเมตร เพื่อเข้าถึงโรงเรียนในเมืองปาดัง เด็ก ๆ เหล่านี้ ต้องอาศัยทักษะการทรงตัวอย่างสูงในการพาตัวเองไปและกลับจากโรงเรียนเช่นนี้ เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว หลังสะพานข้ามฝั่งเคยมีได้ถูกพัดทำลายตอนเกิดฝนตกหนัก

3. ไต่สะพานพังข้ามฝั่งแม่น้ำไปเรียน ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย 

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

เด็ก ๆ ผู้โชคร้ายที่อาศัยอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำซิเบรัง ในเขตหมู่บ้านซาเฮียงทันจัง ของจังหวัดบันเทน บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ต้องหาทางพาตัวเองข้ามแม่น้ำเพื่อเดินทางไปโรงเรียนในทันในทุก ๆ เช้า ซึ่งเด็กประถมตัวน้อย ๆ เลือกจะเกาะไต่ไปตามสะพานแขวนเก่าที่ทรุดพังไปแล้วครึ่งหนึ่งจากเหตุการณ์ น้ำท่วมเมื่อปี 2012 แทนที่จะต้องเสียเวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินไปข้ามสะพานอีกแห่งที่อยู่ ไกลออกไป จึงเกิดเป็นภาพการเดินทางไปโรงเรียนที่น่าหวาดเสียวเช่นนี้

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าดีใจแทนเด็ก ๆ เพราะตอนนี้ได้มีหน่วยงานใจดี เป็นบริษัทผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดขออินโดนีเซีย มาทำการสร้างสะพานใหม่ให้แล้วเรียบร้อย

4. ขี่จักรยานบนสะพานส่งน้ำ ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่เด็ก ๆ จะต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้าน Suro กับหมู่บ้าน Plempangun บนเกาะชวา ของอินโดนีเซีย ซึ่งถูกแบ่งแยกออกจากกันด้วยแม่น้ำที่ไหลคั่นกลาง แม้จะมีทางเดินให้ไปถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย แต่เด็ก ๆ บอกว่าหากเขาต้องเดินไกลไปตามทางเส้นนั้นถึง 6 กิโลเมตร พวกเขายอมเดินหรือปั่นจักรยานไปบนทางส่งน้ำนี้ดีกว่า จึงเกิดเป็นภาพหวาดเสียวที่เด็ก ๆ ต้องทรงตัวเดินหรือปั่นจักรยานไปบนทางแคบ ๆ  ที่กว้างเพียงแค่ไม่กี่คืบเท่านั้น

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

5. เกาะห่วงยางข้ามแม่น้ำไปโรงเรียน จังหวัด Rizal ประเทศฟิลิปปินส์

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

บรรดาเด็กประถมตัวน้อย ๆ จากหมู่บ้าน Rizal ประเทศฟิลิปปินส์ ใกล้ชิดกับน้ำเสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อพวกเขาต้องเกาะห่วงยางเพื่อพาตัวเองข้ามฝั่งแม้น้ำในการเดินทางทั้งขา ไปและกลับจากโรงเรียน บางครั้งเด็ก ๆ ก็จำต้องหยุดเรียนหรือแวะพักค้างคืนบ้านญาติอย่างช่วยไม่ได้ ในกรณีที่เกิดฝนตกหนักจนน้ำในแม่น้ำเอ่อท้นและเชี่ยวกรากจนไม่สามารถเดินทาง ข้ามไปได้ ชาวบ้านละแวกนั้นต่างร้องขอให้ทางการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำที่มั่นคงแข็งแรง อย่างน้อยก็จะช่วยให้เด็ก ๆ เดินทางไปโรงเรียนได้รวดเร็วขึ้นและปลอดภัยกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

6. เด็กประถมชาวเวียดนามว่ายน้ำข้ามฝั่งไปโรงเรียน 

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

นักเรียนวัยประถมตั้งแต่ประถม 1-5 ราว 10 คน ต้องว่ายน้ำวันละ 2 รอบ เพื่อเดินทางไปและกลับจากโรงเรียนที่อยู่ในเขตหมินฮ่าว ของเวียดนาม และเพื่อที่จะไม่ให้เสื้อและหนังสือเรียนของพวกเขาเปียก เด็ก ๆ จึงถอดเสื้อผ้าและห่อกระเป๋านักเรียนไว้ในถุงพลาสติกมัดปากแน่นหนา บ้างก็ถือชูไว้เหนือน้ำขณะว่ายข้ามไป ในขณะที่แม่น้ำสายนี้กว้าง 15 เมตร และมีจุดที่ลึกที่สุดถึง 20 เมตรเลยทีเดียว

7. เด็ก ๆ เนปาลโหนสลิงไปโรงเรียน 

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

การเดินทางไปโรงเรียนของเด็ก ๆ ชาวเนปาลช่างยากลำบาก ถนนหนที่มีอยู่น้อยและสร้างขึ้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เด็ก ๆ ต้องใช้สลิงโหนข้ามฝั่งแม่น้ำในการเดินทางไปโรงเรียนแทน แม้สลิงที่ใช้จะเป็นสลิงสายเดี่ยวที่ไร้ซึ่งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใด ๆ แต่เด็ก ๆ ก็ไม่มีทางเลือก หากต้องการไปเรียนหนังสือก็ต้องเดินทางด้วยวิธีนี้เท่านั้น อย่างไรก็ดีโชคดีที่ตอนนี้มีหน่วยงานเกี่ยวข้องริเริ่มโครงการสร้างสะพานและ ทางเดินให้ข้ามไปได้แล้ว

8. เด็กโคลอมเบียโหนสลิงข้ามหุบเขากว่า 800 เมตร เพื่อไปเรียน

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

ในระยะทางราว 60 กว่ากิโลเมตร ห่างจากกรุงโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย ออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประชาชนจำนวนหนึ่งยังคงอาศัยอยู่ในเขตป่า แต่ลูก ๆ ของพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการศึกษา เด็ก ๆ เหล่านี้จึงต้องเดินทางมาโรงเรียนแม้ว่านั่นจะหมายถึงการโหนสลิงที่ยาวเกือบ 800 เมตร และสูงเหนือแม่น้ำริโอ นิโกร ที่อยู่เบื้องล่างถึง 400 เมตรก็ตาม

เด็กหญิงในภาพโหนสลิงขามแม่น้ำไปอีกฝั่ง โดยในกระสอบคือน้องชายวัย 5 ขวบของเธอ ที่ยังเด็กเกินกว่าจะโหนสลิงไปได้เอง การเดินทางข้ามหุบเขาที่ห่างไกลกันด้วยสลิงที่น่าหวาดเสียวนี้ใช้เวลาเพียง 60 วินาทีเท่านั้น

9. ไต่เลาะภูเขาไปโรงเรียน ที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ 

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

เด็ก ๆ ราว 80 คน ที่อาศัยอยู่ที่เขตผีหลี่ (Pili) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน มีทางเดินไปโรงเรียนที่สุดแสนวิบากและน่าหวาดเสียวเหลือใจ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ปิดภาคเรียนซึ่งตรงกับฤดูหนาว เด็ก ๆ ต้องคอยเลาะไปตามภูเขาหลายลูก ข้ามแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง 4 สาย ข้ามสะพานอีก 5 แห่ง ระยะทางทั้งหมดไกลกว่า 200 กิโลเมตร และต้องเดินทางกันถึง 2 วันเต็ม ๆ เลยทีเดียว

10. ฝ่าดงสงครามไปโรงเรียน ที่แคมป์ผู้อพยพใกล้กรุงเยรูซาเลม

10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายที่สุดในโลก

ภาพที่น่าสะเทือนใจนี้เป็นฝีมือของช่างภาพข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ถ่ายไว้ได้ในปี 2010 บริเวณแคมป์ผู้อพยพชัวฟัต ใกล้กรุงเยรูซาเลม เด็กหญิงตัวน้อยเดินอย่างมุ่งมั่นไปโรงเรียน ไม่มีทีท่าสนใจต่อสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นรอบตัวเลยแม้แต่น้อย โดยด้านหลังเป็นกองกำลังทหารอิสราเอลที่ถูกส่งมาตรึงกำลังดูแลสถานการณ์ ส่วนก้อนหินที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นนั้นถูกขว้างมาจากกลุ่มผู้ต่อต้านชาว ปาเลสไตน์

สำหรับเด็ก ๆ ในเมืองของบ้านเรา แค่ฝนตกรถติดก็ไม่อยากจะเดินทางไปโรงเรียนกันแล้ว แต่พอได้มาเห็นภาพเหล่านี้ ก็แทบลืมความลำบากที่เราต้องเดินทางไปโรงเรียนเองไปเลยจริง ๆ ไม่ว่าจะจะยากลำบากหรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดารขนาดไหน หากมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ พวกเขาก็เต็มใจที่จะไปโรงเรียนทุก ๆ วัน 

 

 

                    

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/108659
ขอบคุณภาพประกอบจาก Amusing Planet