เมนูไข่ไข่ 4 เมนู จากไมโครเวฟ (ง่ายๆฉบับเด็กหอก็ทำได้ ถ้ามีไมโครเวฟ)


จากบทความครั้งที่แล้ว ที่พูดกันถึง เมนูชีส.. ใครยังไม่เคยอ่าน คลิ้กกกกกก

ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น !! วันนี้ น้องหมูหัน Moohundesign จึงแวะมาอัพเดตเรื่องใหม่ๆให้ได้อ่านกันอีก

มาครั้งนี้ เด็ดเหมือนเคยแน่นอน เพราะ เรานำเมนูที่ทำง่ายมากกกก แค่มีไมโครเวฟ และ ไข่

รอบนี้จะเขียนกันได้กี่เมนู ต้องคอยติดตามดู 55555+ (จำได้ว่าครั้งที่แล้วกะจะทำสัก 10 ทำไปทำมาเหลือ 4 ซะงั้น > < )

เมนูที่ 1 ไข่ดาวน้ำ หรือ ไข่ดาวไมโครเวฟ – Fried Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10913393/D10913393.html

เมนูแรก เป็นเมนูสุดง่าย แถมยังไม่มีไขมันส่วนเกิน (แต่คอเรสเตอรอลเท่าเดิม) เนื่องจากว่าไม่ใช่น้ำมันหรือเนยแต่อย่างใด

ที่เราต้องใช้ มีเพียง ไข่ไก่ (หรือจะไข่อย่างอื่นก็ได้) และ น้ำเปล่า เท่านั้น

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)  (มีคลิปด้วยแหละ)

ตอกไข่ใส่ถ้วยหรือชามก้นลึก (ควรเลือกถ้วยหรือชามที่เข้าไมโครเวฟได้นะคะ) ไข่จะออกมาเป็นทรงของก้นชามค่ะ

เติมน้ำเปล่าลงไปพอประมาณ กะให้ไข่ลอยพ้นจากก้นชาม (2-3 ช้อนโต๊ะ) ใช้ส้อมจิ้มไข่แดงสัก 2-3 ครั้ง กันไข่ระเบิด

นำเอาฝาหรือชามมาครอบ.. จะทำให้ไข่สุกไวและสุกทั่วกันค่ะ รวมทั้งยังป้องกันไข่ระเบิดเลอะไมโครเวฟด้วยค่ะ

จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟค่ะ ตั้งไฟปานกลาง (800 W)

เปิดเริ่มแรก 30- 40 วินาที นำออกมาเช็คดู หากต้องการสุกกว่านี้ให้เวฟอีกครั้ง เพิ่มอีก 10 วินาที จนได้ตามที่ต้องการ

ไข่ที่ได้ จะออกมาเหมือนกับที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ทำ เราสามารถนำเอาไข่ดาวน้ำไปรับประทานคู่กับอาหารจานหลักได้

ไม่ว่าจะเป็นข้าว มาม่า โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว สลัด หรือว่าจะใส่ใน ขนมปัง หรือจะทำเป็นแซนด์วิชทาน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ

 

ใครไม่เข้าใจ ลองเข้าไปชมได้ตามคลิปด้านล่างเลยนะคะ

**แถมท้ายอีกนิด**

สำหรับผู้ที่กลัวว่าทานไข่ทุกวันจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย น้องหมูหันมีความรู้มาฝากกันค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://pirun.ku.ac.th/

กินไข่ไม่ทำให้อ้วน
จากการติดตามศึกษากลุ่มคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นไข่เทียบกับกลุ่มที่ทานซีเรียลและขนมปัง เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กินไข่เป็นอาหารเช้าจะมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยต่ำกว่าอีกกลุ่ม เป็นเพราะโปรตีนจากไข่ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ไม่เหมือนกับการกินคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันที่จะย่อยเร็วกว่า จึงทำให้หิวเร็วกว่าและทานซ้ำมากกว่า

แม้ว่าไข่จะมีโคเลสเตอรอลสูงถึง 200 มิลลิกรัมซึ่งสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา (American Heart Association) ได้ให้ข้อกำหนดว่าเราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาว่าการกินไข่มากกว่าวันละฟองไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่การปฏิเสธไม่กินไข่เลยหรือเลือกกินเฉพาะไข่ขาวไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะร่างกายหากได้โคเลสเตอรอลไม่เพียงพอร่างกายเราก็จะพยายามผลิตออกมาเอง ซึ่งอาจจะมากกว่าการกินเข้าไป

การกินแบบพอดี ไข่วันละฟองหรือสัปดาห์หนึ่ง 3-4 ฟอง ไม่ก่อปัญหาให้มากแต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการได้ไขมันส่วนเกินจากเครื่องเคียงเสียมากกว่า เช่น ไส้กรอกทอดที่อุดมด้วยน้ำมันทั้งนอกและใน ไข่เจียวอมน้ำมัน หรือขนมปังทาเนยจริงหรือเทียม ล้วนเป็นตัวสร้างปัญหาให้มากกว่าตัวไข่เอง

กินไข่ต้มรับรองว่าคุณได้สารอาหารที่ครบคุณค่าและปลอดภัยจากไขมันที่มาจากการปรุง สำหรับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพก็ควรระมัดระวัง แต่สำหรับเด็ก ๆ ไข่คืออาหารที่วิเศษที่คุ้มค่าราคาเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

รูปภาพ : เครดิตตามรูป

 

เมนูที่ 2 ไข่ตุ๋นไมโครเวฟ เนื้อเนียนนุ่มสุดอร่อย – Thai Steamed Eggs

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10940148/D10940148.html

จะมีอะไรง่ายไปกว่าเมนูนี้อีกมั๊ย.. เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ปรับสูตรได้ตามใจ ตามความชอบ

ให้เด็กรับประทานก็ทำสูตรเนื้อเนียนๆ ใส่ผักสีๆเพิ่มวิตามิน อาจมีการใส่เนื้อสัตว์ เช่น หมู หรือ ปูอัด ทำให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น

หากทำให้ผู้ใหญ่รับประทาน หรือทำทานเอง ก็ทำสูตรฮาร์คคอร์ขึ้นมาอีกนิด เพิ่ม เติม แต่ง ได้ตามใจ

อยากได้รสชาติแบบไหนก็ปรุงเพิ่มได้เลย.. ทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไม่น้อย

 

ส่วนประกอบ

รูปภาพ : http://goo.gl/xgncYR

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

3.) เครื่องปรุงรส (โชยุ, ซีอิ๊ว, น้ำปลา, เกลือ, พริกไทย, ผงปรุงรสอื่นๆ ตามแต่ชอบ)

4.) ผัก ตามชอบ (ที่นิยมจะมี แครอท เห็ดหอม ต้นหอม เป็นต้น)

5.) เนื้อสัตว์ ตามชอบ (แนะนำให้ลวกเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนจะดีกว่า)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทริคเด็ดๆของสูตรไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม น่าจะเป็นขั้นตอนของการตีไข่

เริ่มต้นการทำ ตอกไข่ใส่ถ้วย เลือกถ้วยที่มีขนาดพอเหมาะ และสามารถใช้กับไมโครเวฟได้

เริ่มใส่ผงปรุงรส ทริคเล็กน้อย หากต้องการให้ไข่มีสีขาวนวลสวย ควรใช้แค่เกลือและพริกไทย ไม่แนะนำให้ใช้ซีอิ๊วหรือซอสที่มีสีดำ

เพิ่มนมสดจืดเข้าไปเล็กน้อย (ให้มีรสชาติมัน) คนให้ทุกอย่างเข้ากัน ขั้นตอนนี้ตีไข่ได้ แต่ต้องเบามือหน่อย พยายามอย่าให้เกิดฟอง

เมื่อตีทุกอย่างจนเนียนเข้ากันแล้ว หากเกิดฟอง ให้พยายามช้อนเอาฟองออกให้หมด ไม่ก็ใช้ที่กรองกรองเอาฟองออกอีก 1 รอบ ก็ได้

ใส่น้ำต้มสุกลงไป (หรือจะเป็นน้ำธรรมดาก็ได้) กะปริมาณให้สัดส่วนเป็น ไข่ 1 ต่อ น้ำ 1.5 (น้ำมากกว่าไข่ ไม่เกิน 2เท่าของปริมาณไข่)

คนให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จเรียบร้อย หากมีเนื้อสัตว์หรือส่วนผสมอื่น ใส่ขั้นตอนนี้เลยค่ะ ปิดฝาจากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ

ปล. ขั้นตอนการใส่ส่วนผสม และ ส่วนผสม แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล และ ความถนัดในการทำนะคะ อาจใส่น้ำก่อนหรือหลังก็ได้ค่ะ มีผลแค่จะทำให้ตีไข่ยากขึ้น หมูหันแนะนำให้ตีไข่และเครื่องปรุงก่อน จึงใส่น้ำขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

อาจดัดแปลงสูตรด้วยการลดน้ำ เพิ่มนมสดจืด หรือ ไม่ใช้น้ำเปล่า แต่ใช้นมสดจืดอย่างเดียวก็ได้นะคะ (อาจต้องปรับสูตรเล็กน้อย)

** กำลังไฟ และ ความแรงของไฟ แล้วแต่ปริมาณของไข่ที่เราทำ ลักษณะของภาชนะที่เราใส่ และ เตาอบไมโครเวฟด้วยค่ะ

ทริคอีกนิดเพื่อให้ไข่ตุ๋นหน้าเนียนสุดกำลัง.. ให้ใช้ไฟต่ำสุดค่ะ หากใช้ไฟแรงจะทำให้เกิดฟองอากาศที่หน้า ทำให้หน้าไข่ตุ๋นไม่สวยค่ะ

ทริคที่ 2 เพื่อทำให้ไข่น่ารับประทานมากขึ้น ให้ทำการอบ 5 ครั้ง ครั้งละ 3 นาทีี พัก 1 นาที เพื่อที่ไข่จะได้ไม่โดนความร้อนมากเกินไป รวมทั้งสิ้น 15 นาทีค่ะ

ไข่ตุ๋น สูตรหน้าเนียน จากบล็อก คุณ EskimoPie

รูปภาพและข้อมูล : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=baan-nana&month=09-2012&date=01&group=3&gblog=14

เมนูที่ 3 ไข่คนสูตรไมโครเวฟ – Microwave Scrambled Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/W2ODur

รูปภาพ : http://chefsunter.blogspot.com/2012/12/scramble-egg.html

ไข่อะไรเอ่ยยย ดูเละเทะ ไม่น่าทาน แต่รสชาติอร่อยสุดยอดดด!!

เฉลย.. นั่นคือ ไข่คน นั่นเอง !!  อยากรู้มั๊ยคะ ว่าไข่คนมีวิธีทำอย่างไร ถ้าน้องหมูหันจะบอกว่า ก็เอาไข่มา คน คน คน ไงล่ะ จะโดนมั๊ยนิ > <

เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ส่วนผสมและวิธีทำ เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยจ้าาาา..

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่นตามชอบ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 55)

2.) นมสด(จืด)

3.) ผงปรุงรส (แนะนำ เกลือป่น และ พริกไทย เพื่อรสชาติและกลิ่นที่ออกไปทางยุโรป ใครไม่คุ้นอยากไปทางญี่ปุ่นหรือกลับมาไทย ก็เปลี่ยนเป็นโชยุหรือซีอิ๊วขาว ตามสะดวกจ้าาาาา)

4.) เนยสดจืดทำให้ละลาย (บางท่านชอบน้ำมันพืช หรือ มีแต่น้ำมันพืชก็แทนได้นะ แต่ความหอมจะต่างกันจ้ะ)

5.) เนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม ผักสด ตามใจชอบ.. มีอะไรก็ใส่ลงไป กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 555

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทาเนยสด(ละลาย)ลงบนชามที่ใช้ใส่ไข่บางๆ

ตอกไข่ใส่ลงไป ตีให้เข้ากัน เหมือนทำไข่เจียว ฟองมาก ฟองน้อย ไม่เป็นไร ตีไปเถอะ.. ยิ่งเนียนยิ่งดี

ปรุงรส.. ใส่เนื้อสัตว์หรือผักที่มีลงไป ตีๆๆๆ คนๆๆๆ เข้ากันรึยัง ? ถ้าเข้ากันแล้วก็กินได้ !! … เอ๊ยยย นำเข้าไมโครเวฟได้

ลืมอะไรรึเปล่า ? คิดให้ดีๆ ใส่ไข่แล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยแล้ว เนื้อสัตว์แล้ว แฮมแล้ว ผักแล้ว.. อ้อ อย่าลืมนมสด(จืด)ด้วยนะ ใส่ไปประมาณ 3 ช้อนชา (ต่อ ไข่ 2 ใบ) หรือตามแต่ชอบ ชอบมันๆก็ใส่เยอะ แต่อย่าเยอะมาก เดี๋ยวไข่จะไม่แข็ง

**แอบกระซิบว่า ถ้ามีชีสสสส (พาร์มีซานชีสขูด) ใส่ไปด้วยจะได้อารมณ์ยุโรปม๊ากมากกก**

โอเค เรียบร้อยแล้ว เข้าไมโครเวฟได้เลย

ตั้งไฟปานกลางละกัน 800 วัตต์ อบไป 1 นาที (รอดูจนไข่เริ่มฟู) นำออกมาค่ะ..

แล้วก็ คนๆๆๆ เขี่ยๆๆๆ (อย่าใช้นิ้วเขี่ยนะคะ มันร้อนค่ะ !!) ใช้ส้อมแทนนะ จะเอาเละแค่ไหนก็เขี่ยไปเลย ทำแล้วต้องกินให้ได้ด้วยนะ

ถ้าใช้ไข่น้อย เข้าไมโครเวฟอีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนอีกครั้ง สังเกตุเนื้อไข่ว่าสุกพอใจเราแล้วหรือยัง

หากยังก็นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนค่ะ สัก 2-3 ครั้ง เมื่อได้ที่ก็จัดจานค่ะ พร้อมรับประทาน

**บางสูตร เริ่มต้นที่ 1 นาที นำออกมาคน แล้วใส่เข้าไปต่ออีก 1 นาที นำออกมาคน ทำอีก 3 ครั้ง (อันนี้แล้วแต่ปริมาณไข่นะคะ) ลองทำดูเนอะ

 

เมนูที่ 4 ไข่กระทะ หรือ ไข่ระเบิด สูตรไมโครเวฟ

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

เมนูนี้ง่ายพอๆกับไข่ดาวน้ำเลย (จริงๆนะ) ไม่เชื่อใช่ป่ะ งั้นลองไปดูวิธีทำกันเลย

พูดง่ายๆว่า ทำมาม่าได้ ก็ทำไข่กระทะได้อ่ะ.. จบป่ะ !!

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อื่นๆ อยากกินไข่อะไรก็ใส่ลงไป)

2.) น้ำมันพืช

3.) น้ำเปล่า

4.) หมูสับ หรือ แฮม หรือ กุนเชียง หรือ อื่นๆ แล้วแต่จะใส่

5.) ผงปรุงรส (เกลือ พริกไทย ซีอิ๊ว น้ำปลา โชยุ เลือกเอา..ไม่ต้องใส่ทั้งหมดนะ)

6.) เกือบลืม นมสด กับ ชีส อันนี้เป็นส่วนผสมสิ้นเปลือง แถมกินแล้วอ้วน.. ถามว่าใส่ได้มั๊ย ตอบว่า ได้ ! อยากกินก็ใส่..

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ) (มีคลิป)

เทน้ำ+น้ำมันอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะลงไปในชาม

ตอกไข่และใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปบนไข่ ไม่ต้องตีนะ.. !! อ้อออ อย่าลืมเจาะไข่แดงด้วย ไข่แดงจะได้ไม่ระเบิด

แค่นั้นล่ะ นำเข้าไมโครเวฟ อบ ไฟแรง สัก 1 นาที – 1 นาที 30 วินาที

เสร็จจ้า !! เออ.. ลืม = = ; ความจริงน้องหมูหันว่า เครื่องปรุงทั้งหลาย ใส่ตอนอบเสร็จดีกว่าเนอะ.. 555

เหมือนที่ร้านเขาทำ เขาจะทำไข่ ใส่เครื่องบนไข่.. ใส่ซีอิ๊ว โรยพริกไทย แล้วเสิร์ฟ แบบนั้นแหละ !! แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว

ไม่เข้าใจวิธีทำ เข้าไปดูคลิปได้นะจ๊ะ

 

พอก่อนเนอะ จบละ..

สรุปแล้วครั้งนี้แอดมิน น้องหมูหัน เขียนไปได้ทั้งหมด 4 เมนูค่ะ

สำหรับเมนูอื่นๆ ที่ทำจากไข่ สามารถนำเอาสูตรที่ลงไว้ไปดัดแปลงได้เลย..

เรื่องระยะเวลา และ กำลังไฟในการอบ ให้ปรับสูตรเอาตามสมควร แนะนำให้ทดลองทำก่อนค่ะ สนุกนะ.. ลองดูซิ !!

ที่จริงแล้ว น้องหมูหันว่าจะลงเมนู ออมเล็ต หรือ ไข่ยัดไส้ กับ ไข่ม้วน ด้วยแหละ

แต่หาสูตรที่ทำจากไมโครเวฟไม่ได้เลย มีแต่สูตรทำจากกระทะธรรมดา ถ้ามีเพื่อนๆคนไหนมีสูตร จะส่งมาให้ หมูหันจะขอบคุณมากกกกก

ที่คิดๆไว้ หมูหันว่า ถ้าเทไข่ที่ตีแล้ว ลงชามหรือถาดแบนๆ ที่เข้าเวฟได้ แล้วนำไปเวฟสัก 1 นาที แล้วนำมาม้วน หรือเทไส้ใส่แล้วม้วน

น่าจะได้อีกเมนู หรือ อีก 2 เมนูเลยนะ.. ไม่รู้ล่ะ ใครว่าง อย่าลืมไปลองทำกันดูนะจ๊ะ..

สำหรับวันนี้ หมูหันขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะค๊าาาา.. บัยยยยส์..

 

เครดิต : http://moohundesign.com

น่ารักอะ!! คุณแม่สร้างงานศิลปะ ด้วยการวาดภาพการ์ตูนลงบนถุงอาหารของลูกทุกวัน


สมัยเด็กๆ เวลาเราห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน เราก็จะใส่กล่องข้าว หรือใส่ปิ่นโตไปใช่ไหมล่ะ

แต่เด็กคนนี้เวลาเค้าห่ออาหารไปกินที่โรงเรียนเค้าใช้ถุงกระดาษล่ะ

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่ถุงกระดาษกะโหลกกะลานะเหมียว เพราะแม่ของเค้าอย่าง Christy Kilgore

เธอวาดภาพเจ๋งๆลงในถุงกระดาษให้ลูกของเธอทุกๆวัน แบบไม่ซ้ำกันด้วยนะ

Bag (1)

เธอบอกว่าเธอใช้เวลาในทุกๆวันเกือบชั่วโมง เพื่อวาดภาพลงบนถุงกระดาษให้ลูกของเธอล่ะ

Bag (2)

การวาดตัวการ์ตูนของเธอนั้น ทำให้ถุงกระดาษของลูกเธอแตกต่างจากคนอื่นๆ

Bag (3)

เวลาไปโรงเรียน เพื่อนๆก็จะมาขอลูกของเธอดูถุงกระดาษตลอดเลย

Bag (4)

ปัจจุบันเธอหย่ากับสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เธอกลายเป็นซิงเกิลมัมล่ะ

Bag (5)

ถุงกระดาษหน้าตาธรรมดาๆ แต่เติมจินตนาการเข้าไป ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมา

Bag (6)

Bag (7)

Bag (8)

Bag (9)

ใครอยากจะติดตามรูปภาพน่ารักๆแบบนี้ก็ตามไปฟอลโล่กันได้ที่ instagram ของเธอเลยนะ

ที่มา boredpanda , ckilgore

            

ที่มา: catdumb.com/lunch-bag

ฮิต!เด็กหญิงโวยถูก’ลักเหนี่ยวไก่’ ชาวเน็ตฮากระจาย-แห่ให้กำลัง (ชมคลิป)


11 พ.ย. 57 กำลังฮิตในโลกโซเชียลมีเดีย สำหรับกรณีเด็กหญิงวัยละอ่อน อัดคลิปวิดีโอ ชื่อ “ฝากถึงคนลัก เหนี่ยวไก่ เจ็บใจหนัด!” เล่าถึงเหตุการณ์ที่เธอถูกขโมยข้าวเหนียวไก่ทอดที่ซื้อจากตลาด แล้ววางเอาไว้ตะกร้าหน้ารถ ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งพอเด็กสาวเดินกลับออกมาก็พบว่าข้าวเหนียวไก่ถูกโจรขโมยไปแล้ว จึงอัดคลิประบายความในใจ เป็นภาษาใต้ แล้วนำมาโพสต์ในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #เหนี่ยวไก่
ภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ต่างมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเป็นอย่างมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่อัดคลิปแหลงใต้ช่วยเด็กหญิงประณามโจรขโมยข้าวเหนียวไก่

http://video.postjung.com/iframe.php?id=80479

ที่มา: naewna.com/local/130347

เตือนภัยระวัง! 15 อาหารใกล้ตัว [สุขภาพ]


เตือนภัยระวัง! 15 อาหารใ

1. ขนมปังปี๊บ วางขายทั่วไปตั้งแต่ร้านโชห่วยจนถึงซูเปอร์สโตร์เลยทีเดียว หลายคนชะล่าใจว่าวางขายในห้างแล้วจะปลอดภัยกว่าร้านขายของชำ จะบอกว่าวางขายที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น เพราะกระบวนการผลิตขนมปังบรรจุปี๊บบางแห่งไม่มีคุณภาพ แถมบางรสอย่างเช่น ไส้สับปะรด แท้จริงแล้วผู้ผลิตบางเจ้าใช้มันแกวหรือพืชอื่นๆ กวนใส่น้ำตาลแทนสัปปะรดจริงแล้วใส่กลิ่นกับแกนสัปปะรดไปนิดหน่อย เพื่อลดต้นทุนอย่างน่าเกลียด
2. เชอรี่บนขนมเค้กราคาถูกตามตลาดสด เชอรี่สีแดงสีเขียว วางประดับเหนือครีมสีขาวบนขนมเค้ก เราเห็นทั่วไปตั้งแต่ร้านเบเกอรี่จนถึงร้านขายของชำที่ชอบรับมาขายจากแหล่ง ที่บางครั้งก็ไม่ระบุที่มา หากเป็นเชอรี่เชื่อมของจริงผลจะมีสีแดงเข้ม รสชาดหวานอมเปรี้ยวจากผลไม้แท้ๆ แต่บางเจ้ากลับนำมะเขือเปาะฟอกสีจนใสเป็นวุ้น แล้วย้อมสีแดง ซึ่งก็คือผงฟอกสีทำให้เกิดภาวะเสื่อมในไตขนมหวานของหวานบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่ายังจะใช้สารฟอกสีไปทำไม แต่ก็ใช้ไปแล้ว ก็อย่างเช่น มะม่วงกวน (แผ่นใสๆ) หรือยอดมะพร้าวขาวๆ ฉะนั้นต้องดูให้ดี
3. ซูชิในตลาดนัด อาหารพื้นๆ สัญชาติญี่ปุ่น แต่ดันมาขายดิบขายดีในเมืองไทย และเมื่อแพร่ขยายมาถึงตลาดนัด ซึ่งผู้ขายจะนำมาจากแหล่งผลิตใด วัตถุดิบคืออะไร ก็ไม่มีใครทราบ แต่พอถึงเวลาขายก็เอาออกจากกล่องพลาสติกมาวางกลางอากาศร้อนๆ แถมในตลาดนัดรู้กันอยู่ว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค เมื่อของสดบวกกับความร้อนและเชื้อแบคทีเรียในอากาศ ผู้ที่ซื้อไปรับประทานก็จะมีอาการท้องร่วงท้องเสียตามมา
4. เอแคลร์-ลูกชุบ หรือขนมอะไรที่ต้องมีการปั้นๆ ถูๆ ต้องพึงระวังสุขอนามัย รวมถึงสีที่ใช้ซึ่งหลายเจ้าไม่ได้ใช้สีผสมอาหาร ใครทานเข้าไปก็เตรียมใจรับสารตะกั่ว ควรซื้อกับร้านค้าที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงเท่านั้น
5. ลูกอมสีประหลาด ขึ้นชื่อว่าลูกอมก็ไม่ใช่ของที่น่ารับประทาน เพราะรู้กันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าทานมากก็ทำให้ฟันผุและมีน้ำตาลสูง แต่ถ้าเจอลูกอมสีแปลกๆ เช่น ฟ้า เขียว ม่วง สีจัดๆ สีเหล่านี้พ่อค้าแม่ค้าชอบนำมาขายเพราะเก็บไว้นาน สีไม่ซีด แต่อันตรายจากสีในลูกอมนั้นเต็มไปด้วยสารตะกั่วและโลหะหนัก ….แต่ทางที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงลูกอมทุกสี ทุกรส เพือ่สุขภาพที่ดีของปากและฟันเป็นดีที่สุด
6. อาหารทะเลปลายฤดูร้อน ผู้หลักผู้ใหญ่เคยบอกไว้ว่าช่วงปลายหน้าร้อนเข้าหน้าฝนอย่าหาของทะเลกิน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสภาพอากาศที่มีฝนแรกตกชะฝุ่นบนพื้นดินลงทะเล ซึ่งสัตว์ทะเลจะกินฝุ่นดินนี้เข้าไป ก็จะทำให้มีเชื้อไวรัส แบคทีเรีย มากกว่าปากติ ฉะนั้นโอกาสท้องเสียจึงมีสูง หากจะทานก็ควรล้างน้ำเกลือให้สะอาด เพื่อชะล้างฝุ่นดินโคลนออกเสีย
7.อาหารสำเร็จรูปไมโครเวฟ อาหารแพ็คสำเร็จรูปเดี๋ยวนี้มีวางขายหลากหลายยี่ห้อ ตอบสนองพฤติกรรมการกินของคนรุ่นใหม่ที่รีบเร่งและเน้นสะดวก หลายคนยังมีแก่ใจห่วงใยสิ่งแวดล้อม ยอมเอาบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหารล้างสะอาดเก็บไว้ใช้ต่อ แต่พลาสติกชนิดนี้ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำกลับเข้าไมโครเวฟมากกว่า 1 ครั้ง เพราะเคมีในพลาสติกจะซึมสลายปะปนกับอาหาร สะสมในร่างกาย
8. โยเกิร์ตตามซูเปอร์มาร์เก็ต จะมาเดี่ยวๆ หรือมาเป็นแพ็ค แต่สังเกตกันบ้างหรือไม่ว่าโยเกิร์ตสมัยนี้ทำไมจึงผลิตออกมาได้มากมาย หลายรส หลายกลิ่น และทำไมหลายคนกินแล้วมีแต่อ้วนขึ้น! ก็เพราะผู้ผลิตบางเจ้าเติมแป้งลงไปเพื่อให้ได้ปริมาณและความข้น ขณะที่ผลไม้เชื่อมที่ใช้ก็ถูกสลายเกลือแร่และวิตามินซีไปนานแล้ว สิ่งที่ได้คือแป้งแต่งกลิ่นนมเปรี้ยว เติมสีและรสสังเคราะห์ ทำให้โยเกิร์ตมีราคาถูกนั่นเอง วิธีทดสอบง่ายๆ ลองหยดทิงเจอร์ไอโอดีนตามการทดลองวิทยาศาสตร์ตอนเด็กๆ ดู หากเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แปลว่าคุณเจอโยเกิร์ตแป้งเข้าแล้ว

การทานโยเกิร์ตให้ได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากนม จึงควรเลือกแบบโฮมเมด มีรสและกลิ่นตามธรรมชาติของนม และรสธรรมชาติทานคู่กับผลไม้สด เมล็ดธัญญาหาร หรือน้ำผึ้ง จะได้รับประโยชน์เต็มๆ กว่า
9. น้ำปลาเปิดขวดแล้ว ควรมีอายุการใช้ไม่เกิน 1 เดือน เพื่อป้องกันการวางไข่ของแมลงวัน และเชื้อโรคตามอากาศที่ปะปนอยู่ในขวด
10. ขวดซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ที่เปิดใช้แล้ว แม้จะเก็บไว้อย่างดีในตู้เย็น แต่หากเปิดใช้เหลือเกินกว่าวันที่ฉลากระบุ ก็ต้องจัดการทิ้งถังขยะ เพราะเชื้อราตามคอขวดซอสเหล่านี้ เติบโตเร็ว
11. กระดาษหนังสือพิมพ์ แม้จะมีการลดจำนวนการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ในการห่ออาหาร แต่บางครั้งเราก็ยังเห็นแม่ค้านำมาห่อผักสด เข่งปลา วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป สารพิษจากหมึกจะปนเปื้อนในอาหารได้ ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะนำไปห่อผักแช่ตู้เย็น
12. อาหารกระป๋อง ถ้าใช้ไม่หมดควรเอาออกจากกระป๋องใส่ภาชนะอื่นแช่ตู้เย็น เพราะอากาศจะเร่งปฏิกิริยาให้อาหารปนเปื้อนสารจากกระป๋องได้ง่าย
13. ฟองน้ำล้างจาน ตามท่อ หรืออ่างล้างจาน เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ในฟองน้ำล้างจานก็เช่นกัน หากนำกลับมาใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง แบคทีเรียที่มีน้ำยาผสมน้ำทิ้งไว้จึงไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง หากต้องการกำจัดเบื้องต้น ก็มีเคล็ดลับง่ายๆ โดยนำฟองน้ำล้างจานไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ก็จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่อาจปะปนกับจานชามของเราได้ส่วนหนึ่ง….น่ากลัว จริงๆ นะ
14. อาหารหมักดอง ใครที่ชอบทานอาหารหมักดองเป็นประจำต้องระวังให้ดี เชื้อไวรัสในอาหารหมักดองมีฤทธิ์มากพอที่จะทำลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะอาหารหมักดองที่ขายตามตลาด เช่น ผักกาดดองในกะละมังโรงงานบางแห่งจะมีกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาด (โดยใช้คนลงไปนวดผักในอ่างดอง โดยที่เราไม่แน่ใจว่าคนนั้นๆ มีโรคติดต่อหรือไม่) หากจะนำผักกาดดองไปปรุงอาหาร ควรเลือกผักกาดดองกระป๋อง หรือบรรจุซองที่ซีลแน่นหนา สะอาด ไม่รั่ว ไม่บุบ ไม่แตก
15. เบียร์สด บางคนอาจคิดไม่ถึง แต่เบียร์สดจะมีกรรมวิธีการผลิตแตกต่างจากเบียร์บรรจุขวด นั่นก็คือเบียร์สดจะไม่ถูกกรองยีสต์ที่ตายแล้ว ก็อาจจะทำให้ได้รับซากยีสต์จากการดื่มด้วย ซึ่งต้องระมัดระวังหากใครมีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานแบคทีเรีย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com/25-01-2010

ที่มา: blog.eduzones.com/moobo/133934

รวบรวม 4 เมนูจากชีส.. เอาใจคนรักชีส Cheese Lover


ใครเป็นสาวกชีสบ้าง ยกมือขึ้น !!

วันนี้ น้องหมูหัน MoohunDesign นำเมนูชีสๆ ที่เห็นแล้วต้องน้ำลายไหลกันแน่ๆ (ใครบอกให้โพสรูปของกินตอนดึกเนี่ยยย) ส่วนใครจะนำไปลองทำตามก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ..

บริโภคกันแต่พอดี ระวังความอ้วนที่จะตามมาด้วยเน้อ.. เดี๋ยวจะหาว่าหมูหันไม่เตือนนะจ๊ะ (แต่นานๆทีคงไม่มีปัญหามั๊งงงง 55)

เมนูที่ 1 ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

รูปภาพ : buzzfeed.com/mattbellassai/in-appreciation-of-mozzarella-sticks-6z51

ต้องบอกว่า เมนูนี้เป็นอะไรที่เบสิกมากๆ เรียกได้ว่าง่ายซะจนไม่มีเมนูไหนมาเทียบเท่าอีกแล้ว (เว่อร์ค่ะ 5555)คือ วิธีทำมันง่ายนะสำหรับหมูหัน.. เหมือนของชุบแป้งทอดอื่นๆ นำมาชุบแป้ง ชุบเกล็ดขนมปัง แล้วก็ทอด อยากได้รสชาติอื่นๆก็นำผงปรุงรสมาผสมในแป้ง แล้วก็คลุกเคล้าตามวิธีทำปกติ ก็ดีไม่น้อย หรือ อยากจิ้มน้ำจิ้ม จิ้มกับซอส ก็ทำได้..

หากว่ากลัวจะเลี่ยน หรือ กลัวไขมันส่วนเกิน ก็ให้นำผักมารับประทานควบคู่กัน เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ แตงกวา หรือจะเป็นผลไม้ก็ได้ อันนี้ ครีเอทกันได้เต็มที่เลยนะคะ ที่สำคัญคือ อย่าทานมากไปนะ เพราะ เมนูนี้คือชีสล้วนๆ ชีสแบบจัดเต็มมากๆ รักษาสุขภาพกันด้วยนะค๊า.. (กินเสร็จอย่าลืมวิ่งรอบบ้านนะ อิอิ)

ส่วนประกอบ

1.) มอสเซอเรลล่าชีส หรือเชดด้าชีส (แล้วแต่ความชอบนะคะ) เน้นเป็นแบบแท่งจะได้ทำง่าย แต่ถ้าไม่มีแบบแท่งให้ใช้ชีสแผ่นแล้วทำการม้วนเป็นแท่ง (Stick) ค่ะ

2.) แป้งสาลีเอนกประสงค์ หรือแป้งทอดเทมปุระ

3.) เกล็ดขนมปัง

4.) ผงปรุงรสแบบเผ็ดหรือผงกระเทียมพริกไทย (หรือจะดัดแปลงเป็นผงปาปิก้า ผงโรยข้าวญี่ปุ่น สาหร่ายหั่นฝอย ได้หมดค่ะ ทำแล้วต้องกินให้ได้นะ (ผงมาม่าก็น่าลองนะ))

5.) ไข่ไก่สำหรับชุบทอด

6.) น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

นำชีสที่เตรียมไว้ไปชุบไข่ จากนั้นนำมา ชุบแป้ง (ทำซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ให้หนาพอประมาณ)

และสุดท้าย ชุบไข่ และนำไปชุบเกล็ดขนมปังค่ะ

สำรวจอย่าให้มีรอยแตก ต้องคลุกให้ทั่วทั้งชิ้นนะคะ

จากนั้นตั้งกระทะ เน้นไฟแรงๆ ไม่ต้องทอดนาน กะแค่เกล็ดขนมปังพอเหลืองก็เสร็จค่ะ

จัดใส่จานพร้อมเสริ์ฟ ทานพร้อมกับผัดสด ผลไม้ ซอส น้ำจิ้ม หรือจะเป็นดิฟก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ (แก้เลี่ยนได้ดีด้วยนะ)

เมนูที่ 2 แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

รูปภาพและข้อมูล : googigg.exteen.com/20090622/ham-cheese-sandwich-2

เมนูนี้ หมูหันว่าก็ง่ายนะ (อาจจะมียากและต้องใช้เวลาตอนอบขนมปัง) แต่ก็ไม่ได้เสียเวลามากเกินไป และเพื่อนๆสามารถนำเมนูนี้ไปดัดแปลงได้ โดยการเพิ่มผักสดเน้นที่เราชอบ เพิ่มผลไม้ตามฤดูกาล เปลี่ยนจากแฮมเป็นเนื้อสัตว์ เป็นไข่ เป็นทูน่าสลัด ก็ยังได้ และถ้าเพื่อนๆไม่มีเวลา อาจจะทำเป็นแซนวิชสด ขนมปังไม่ต้องปิ้ง ใช้เป็นขนมปังธรรมดาเลยก็ได้ ประกบกับเครื่องที่เราเตรียมไว้ หั่นให้พอคำ จัดใส่จานก็ยังได้ ง่ายเนอะ เมนูนี้.. แถม ผู้ใหญ่กินได้ เด็กก็กินดีด้วยนะ !!!

ส่วนประกอบ

1.) ขนมปัง หรือ ขนมปังโฮลวีต

2.) พระเอกของเรา ชีสสสส (ตามแต่ชอบเลยนะคะ)

3.) แฮม (หรือเนื้อสัตว์ หรือ ไข่ หรือ ทูน่าสลัด)

4.) ผักสด ผักสลัด ผลไม้ ในที่นี้ใช้ ผักกาดหอมค่ะ

5.) มายองเยส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มัสตาร์ด (เลือกได้ตามแต่ชอบค่ะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เริ่มแรก ปิ้งขนมปังรอค่ะ จะนำเข้าเตาอบ(ไมโครเวฟ) หรือ เครื่องปิ้งขนมปังก็ได้ค่ะ ขั้นตอนนี้ หากเราไม่มีเวลา หรือ ไม่ต้องการปิ้ง ก็สามารถใช้ขนมปังที่เตรียมมาทำแซนวิชได้เลยค่ะ ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเนอะ

นำขนมปังวาง วางส่วนประกอบอื่นๆเป็นชั้นๆ เริ่มจาก มายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) วางผักกาดหอม วางแฮม วางชีส นำขนมปังอีกแผ่นมาวาง (เพื่อทำแซนวิชชั้น 2 ค่ะ) เริ่มต้นเหมือนเดิม ทามายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) และตามลำดับเหมือนเดิมค่ะ

ขั้นตอนการวาง เพื่อนๆสามารถปรับได้ตามชอบเลยนะคะ ใครชอบแฮมมากก็เพิ่มชั้นแฮมไปอีกได้ ใครชอบชีสมากก็เพิ่มชั้นชีสไปได้ ตามสบายเลยค่าาา

เสร็จเรียบร้อย หั่นแบ่งเป็น สอง หรือ สี่ ชิ้น จัดวางให้สวยงาม หรือ จะใส่กล่องไปรับประทานที่ทำงานเป็นของว่างก็ดีค่ะ

เมนูที่ 3 ชีสฟองดูว์ Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : eatlivegrowpaleo.com/2013/08/fondue-primal-paleo-indulgence.html

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : foodlve.com/food/cheese-fondue-3079875

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : toriavey.com/how-to/2011/11/how-to-make-the-perfect-cheese-fondue

เมนูนี้ก็ถือว่าเป็นเมนูที่ง่าย แต่ส่วนประกอบหายากและมีราคาค่ะ (หมูหันว่าง่ายตลอดแหละ แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อยนั่นอีกเรื่อง 5555)

ชีสฟองดูว์ ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินชื่อเมนูนี้มั๊ย หรืออาจจะเคยได้ยินแต่ ช็อกโกแลตฟองดูว์ มากกว่า เมนูนี้ก็คล้ายๆกับช็อกโกแลตฟองดูว์ คือ มีเป็นชีสอุ่นๆ และนำขนมปัง ผัก หรือเนื้อนำมาจิ้มรับประทาน แปลกดีนะเออ.. !! อ้อ.. แอบกระซิบนิดหน่อยว่า เมนูนี้ ถ้าอยากให้อร่อย ต้องใช้ชีสหลายชนิดนะคะ ^ ^ (อันนี้ก็ตามชอบอีกนั่นแหละ)

ส่วนประกอบ

1.) ชีสค่ะ !! อันนี้เป็นชีสที่นำมาทำฟองดูว์แล้วรสชาติดีนะคะ (จะเลือกมา 2-3 ชนิดจากในนี้ก็ได้นะ)

–       Swiss
–       Fontina
–       Gruyere
–       Emmentaler
–       Cheddar
–       Monterey jack

ปล. ตามสูตรของเว็บ ปูขาเกเซามารู ใช้ Emmental Cheese และ Gruy่re Cheese ค่ะ

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

2.) ไวน์ขาวค่ะ (นิยมใช้ดรายไวท์ไวน์) หรือตัวเลือกอื่นก็แจ่มไม่น้อยนะคะ ตามนี้ค่ะ

–       Chenin Blanc
–       Dry Vermouth
–       Muscadet
–       Pinot Blanc
–       Pinot Grigio
–       Sauvignon Blanc
–       Viognier

3.) เหล้า Kirsch (เหล้าเชอร์รี่) (อันนี้ไม่มีก็ได้นะคะ แต่เพื่อรสชาติค่ะ)

4.) ขนมปัง หรือ ผัก หรือ เนื้อสัตว์ ที่ต้องการนำมาจิ้มกับฟองดูว์ค่ะ

5.) แป้งข้าวโพด

6.) กระเทียมคั้นเอาแต่น้ำ ลูกจันทร์ป่น พริกไทยป่น (เครื่องเทศเพิ่มความหอมค่ะ)

7.) น้ำมะนาว (เลมอน)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ขูดชีสทั้ง 2 ชนิดเตรียมไว้ค่ะ

ต้มไวน์กับน้ำมะนาวให้เดือด ใส่น้ำกระเทียม และชีสทั้ง 2 ชนิด

ผสมแป้งข้าวโพดกับเหล้า Kirsch คนให้แป้งข้าวโพดละลาย เทใส่หม้อชีส ปรุงรสด้วยพริกไทยป่นและลูกจันทร์ป่น ต้มจนข้นเป็นครีม

เสร็จเรียบร้อย เทใส่หม้อฟองดูว์ที่มีไฟแอลกอฮอล์ เสริฟพร้อมขนมปังหั่นลูกเต๋าพอดีคำ และผักอื่นๆค่ะ

เมนูที่ 4 มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://bit.ly/1tzkvnl

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://www.dek-d.com/board/view/3372646/

และแล้วเราก็มาถึงเมนูที่ 4 เมนูที่เรียกได้ว่า อยู่คู่กับคนไทยมานาน โดยเฉพาะช่วงสิ้นเดือน(เหมือนสิ้นใจ) ใครๆก็ร้องหากันแต่ มาม่าาาา !! (มิได้โฆษณาแต่อย่างใดนะเออ) ความจริงแล้วเราคงติดปากกัน เพราะ จริงๆ เราต้องเรียกเจ้าเส้นๆ หยึกหยักสีเหลืองนวลๆว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ถึงจะถูกนะจ๊ะ (ว่าแต่ว่า จะยาวไปไหนนิ = = ) เรียก มาม่า แหละ จบ !! อิอิ

เมนูนี้ ทำง่าย ยิ่งกว่าเมนูใดๆในโลก กินกับอะไรก็อร่อย (ถูกปาก ถูกใจ ถ้าใส่สิ่งที่ชอบลงไปนะจ๊ะ) เพราะ ปกติ แค่มาม่าธรรมด๊า ธรรมดา หมูหัน MoohunDesign ก็ว่าอร่อยอยู่แล้วนะ !! แต่พอมาฟิจเจอร์ริ่งกะเจ้าชีสสสด้วย ไข่ลวกด้วยย แฮมเอย ไส้กรอกเอยยย กุ้ง หอย ปู ปลา เอาให้ครบ เมนูนี้ รวมแล้ว ราคาก็เท่ากับอาคารภัตตาคารกันเลยทีเดียว ต้องกินต้นเดือนนะจ๊ะ กินสิ้นเดือนคงได้แค่มาม่าธรรมดา อิอิ

ส่วนประกอบ

1.) ชีสสสสสสสแผ่น !! สูตรนี้ใช้ Cheddar cheese จ้ะ ตามรูปด้านบนเลยน้า

2.) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1-2 ห่อ ตามขนาดกระเพาะและจำนวนคนนะจ๊ะ จะยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ชอบ เราจะไม่โฆษณาให้ใครทั้งสิ้น 555 (แต่หมูหัน MoohunDesign ชอบนิชชินแหละ เส้นเหนียวนุ่ม ต้มนานๆก็ไม่เละ แต่ชอบเครื่องปรุงของมาม่าต้มยำน้ำข้นมากกว่า เอามาฟิจเจอริ่งกันน่าจะดีไม่น้อย)

3.) สูตรนี้ อยากได้รสมาม่ารสไหนตามใจ แต่เจ้าของสูตรเตือนว่า ถ้าใช้รสอื่นอาจจะไม่เข้ากัน เราอาจจะเริ่มแบบซอฟต์ๆ ด้วยรสต้มยำกุ้งน้ำใส(หรือน้ำข้น)ก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยๆแอดวานซ์กันไปเรื่อยๆตามสเต็ปท์เนอะ ^O^

4.) ถ้าใช้มาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้น ก็ไม่ต้องใช้นมจืด หรือ กลัวท้องเสียก็ลองๆชิมแบบน้ำใสก่อนก็ได้ ท้องตัวเอง ดูแลตัวเองเอาเองละกัน 5555

5.) สิงสาราสัตว์.. เอ๊ยยย หมูเห็ดเป็ดไข่.. กุ้งหอยปูปลา.. ไส้กรอก.. แฮม.. ไข่ลวก.. เต้าหู้อ่อน.. ผัก.. อะไรที่คิดว่าใส่แล้วจะเข้ากัน อะไรที่ชอบ อะไรที่กินได้ก็ใส่ไปค่ะ จัดให้เต็มที่ (ต้นเดือนนะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เอานี้เอาวิธีหมูหันละกัน คิดสูตรเองค่ะ เพิ่มความยาก

เริ่มจากลวกเส้นให้สุกพอประมาณ พักไว้.. ใส่แผ่นชีสใส่น้ำร้อนที่ผสมเครื่องปรุงแล้วราดให้ทั่วเข้าเวฟ

เอาแค่พอชีสเยิ้มๆนะคะ จากนั้น ตกแต่งตามใจชอบ ทุกอย่างต้องทำให้สุกก่อนนำมาใส่ลงในมาม่านะคะ

วิธีนี้หมูหันว่า เส้นจะไม่เละนะ เพราะเราลวกเส้นก่อน ส่วนชีส โดนความร้อนนิดหน่อยก็ละลายแล้วค่ะ ^ ^

จบค่ะ !! ขอตัวไปหามาม่ากินก่อนละ (ส่วนชีสค่อยตามมาทีหลัง 555)

ตอนแรกจะทำ 10 เมนูเจ้าค่ะ.. หลังๆมาลดเหลือ 5 ค่ะ เพราะพิมพ์เองหมด (ให้เครดิตหมดนะคะ) ตอนนี้ เมื่อย ลดเหลือ 4 พอค่ะ.. เลข 4 สวยดีนะ อิอิ

เครดิต : http://moohundesign.com

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน


วันนี้มี 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งธรรมดาให้เป็นของคาวและหวาน มาแนะนำกัน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

1. น้ำแข็งสมุนไพร

ชาร้อน อาจจะไม่เหมาะในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ต้องการความเย็น ก็ต้องเป็นชาเย็น แต่เราจะทำยังไงให้ชาสมุนไพรธรรมดา เป็นชาเย็นแสนอร่อยและสวย ขอแนะนำ น้ำแข็งก้อนชาสมุนไพร มีรสชาติเปรี้ยวจากเลมอน ส่วนสมุนไพรสามารถเลือกได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น ใบมินต์ หรือใบทารากอน ใส่ลงไปในถาดทำน้ำแข็ง แล้วก็เติมน้ำในถาด จากนั้นก็แช่แข็ง หรือจะใช้ใบชา ก็ได้ และเมื่อได้น้ำแข็ง ก็นำมาผสมโซดา หรือ บีบมะนาวลงไป เพิ่มความสดชื่น

ที่มา : frankweinert

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

ลองทำน้ำแข็งก้อนกาแฟง่ายๆ

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

2. น้ำแข็งกาแฟ

เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆในที่ทำงานเลย ชงกาแฟเหมือนที่เราดื่มทุกวัน เลใส่ลงในถาดน้ำแข็ง (แทนน้ำเปล่า) จะเป็นกาแฟดำ หรือ กาแฟใส่นม ก็เลือกทำได้ จากนั้นก็ ชงกาแฟดำใส่ก้อนน้ำแข็งกาแฟ และ เทนมสดเพิ่มลงไป ทำให้กาแฟออฟฟิศธรรมดา เป็นกาแฟมีไอเดีย รสชาติอร่อย ที่ทำดื่มเองได้เลย

ที่มา : simply-delicious

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

3. ก้อนน้ำมันมะกอก

นอกจากถาดน้ำแข็งจะเอาไว้แช่น้ำแข็งไว้ทำเครื่องดื่มแล้ว ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นการถนอมอาหารได้อีก อย่างใครที่ชอบทำกับข้าวและใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหาร มาทำ “ก้อนน้ำมันมะกอก” แบบง่ายๆและเก็บไว้ใช้ได้กันดีกว่า แค่หั่นสมุนไพร (ออริกาโน่, โรสแมรี่ หรือ เสจ) ลงในถาดน้ำแข็ง แล้วก็เทน้ำมันมะกอกลงไป แล้วก็แช่แข็ง และเมื่อจะทำกับข้าว ก็ค่อยนำก้อนน้ำมันมะกอกมาประกอบอาหาร ง่ายใช่มั้ยล่ะ

ที่มา : laurenconrad

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

เห็นแล้วมันสดชื่นจริงๆ

4. ฟรุ๊ตตี้ไอซ์ Flavored Ice Cubes

Fruity ice  นำผลไม้ที่ชืนชอบไปใส่ในถาดน้ำแข็ง และเมื่อได้เป็นก้อนน้ำแข็ง เวลาจะไปผสมกับน้ำผลไม้ ถ้ากลัวอ้วนก็หาแบบ 30 แคล ของมาลีไลท์ก็ได้  หรือใส่ลงในค็อกเทล เป็นอะไรที่ฟินที่สุดแล้ว

ที่มา : spoonforkbacon

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

5. ช็อกโกแลตก้อน

คล้ายๆกันการทำกาแฟก้อน คือเราชงช็อกโกแลต หรือ โกโก้ แล้วก็เทลงในถาดน้ำแข็ง เวลาจะดื่ม ก็เทนมสดลงในแก้วน้ำแข็งช็อกโกแลตได้เลย แค่นี้ก็อร่อยและเย็นชื่นใจแล้ว

ที่มา : sandrakavital

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

6. น้ำแข็งลูกพีช PEACH ICE CUBES

ปกติลูกพีชอย่างเดียว กินแล้วก็สดชื่นแล้ว แต่จะดีแค่ไหนหากนำมาทำเป็นก้อนน้ำแข็ง สามารถนำลูกพีชไปปั่นแล้วเทใส่ถาดน้ำแข็ง หรือ จะหั่นลูกพีชเป็นชิ้นๆ เต้มน้ำเชื่อมและน้ำพีชเติมเลมอน ทำให้เป็นน้ำพีชลงในถาดน้ำแข็ง ง่ายสุดๆเลย

ที่มา : pauladeen

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

7. LEMON MINT ICE CUBES

ใบมิ้นต์หรือสะระแหน่ ก็สามารถนำมาทำเป็นก้อนน้ำแข็งได้ แค่ปั่นให้ละเอียด ใส่ลงถาดน้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว (หรือจะทำเป็นน้ำเลมอนก็ได้) แช่จนกลายเป็นน้ำแข็ง เท่านี้ก็ได้น้ำแข็งมิ้นต์เย็นชื่นใจแล้ว

ที่มา : shewearsmanyhats

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

8. มะนาวน้ำแข็งก้อนใหญ่

เปลี่ยนน้ำแข็งไซส์เล็ก เป็น ไซส์ใหญ่ โดยเปลี่ยนถาดน้ำแข็งธรรมดา เป็น ถาดมัฟฟิน เพราะเราจะหั่นเลมอนเป็นแว่นๆ ใส่ลงถาด และเจ้มน้ำมะนาวลงไป อาจจะปรุงรสให้เป็น Lemonade เลยก็ได้ จากนั้นก็แช่จนเป็นน้ำแข็ง ก็สามารถนำใช้งานได้เลย

ที่มา : industriousjustice

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

9. น้ำแข็งดอกไม้

ไอเดียนี้สามารถทำกินเองที่บ้าน หรือจะนำไปใช้ในงานแต่งงาน งานปาร์ตี่แบบวินเทจก็ได้ เพราะใช้ดอกไม้ หรือ สมุนไพรมาทำให้ก้อนน้ำแข็ง ดอกไม้ที่สามารถมาทำได้เช่น ดอกกระเจี๊ยบ หรือ ดอกเก็กฮวย เพิ่มความสดชื่น แถมยังได้ความหอมและสีสันสวยงามอีกด้วย

ที่มา : blog.chestnutherbs

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

DIY 10 ไอเดีย ทำน้ำแข็งแนวใหม่ เปลี่ยนน้ำแข็งเป็นของคาว-หวาน

10. น้ำแข็งเยลลี่

ไอเดียนี้เหมาะกับปาร์ตี้สุดๆ จะทำแบบกุ๊กกิ๊ก หรือหลอนก็ได้ เพราะว่าเยลลี่มีหลายแบบให้เลือก ง่ายสุดๆ ทำน้ำหวาน รสชาติใดก็ได้ ใส่เยลลี่ลงในถาด จากนั้นก็เทน้ำหวานลงไป หรือจะใช้เป็นน้ำเปล่า เพื่อให้ได้ก้อนน้ำแข็งไปใส่กับเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ได้

ที่มา: BRIT

เรื่องจริงของคนเกาหลี.. ที่คุณอาจไม่เคยรู้ !!


 

 

ที่เกาหลี….อะไรๆก็ดูรีบเร่งไปหมด เดินก็เร็ว ทานก็เร็ว เพราะความใจร้อน ชอบทำอะไรให้เสร็จเร็วๆ คำพูดติดปากคนเกาหลีคือ ปัลรี่ปัลรี่ (빨리 빨리) แปลว่าเร็วๆ คนเกาหลีค่อนข้างภูมิใจที่ตัวเองเป็นคนทำอะไรเร็วและใจร้อน มักจะพูดแบบบ่นแต่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจว่า คนเกาหลีทำอะไรเร็ว ไม่เหมือนคนไทยใจเย็น ทำอะไรช้าๆเนิบๆ ฟังแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ >_<”

นอกจากจะใจร้อนแล้วยังอารมณ์ร้อนอีกด้วย เข้าทำนองว่าโกรธง่ายหายเร็ว มีอีก 2 คำที่คนเกาหลีพูดบ่อยๆ
1.ทับตับเพ (답답해) คืออารมณ์หงุดหงิด อึดอัดใจ บางทีคนเกาหลีพูดว่า ทับตับเพ ปัลรี่ปัลรี่ (답답해! 빨리 빨리) เนื่องจากอึดอัดที่อีกฝ่ายอาจจะทำอะไรเชื่องช้า

2.จาจึ้งนา (짜증나 มาจากคำว่า 짜증나다) เป็นอารมณ์ที่หงุดหงิดเช่นกัน แต่ออกแนวโมโห รำคาญใจ นอกจากจะใจร้อนแล้วคนเกาหลียังขี้รำคาญง่ายอีกด้วย

gyeongbokgung---seoul--south-k_368

คนเกาหลีกับความอดทน อดกลั้น….การจะเข้าใจคนเกาหลีนั้นยากเหมือนกันนะ เพิ่งบอกว่าคนเกาหลีใจร้อนหงุดหงิดง่าย แถมยังขี้รำคาญ ประมาณว่าความต้านทานทางอารมณ์ต่ำ แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่งคนเกาหลีกลับเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นสูง เพื่อความสำเร็จแล้วไม่ว่ายังไงคนเกาหลีก็มักจะอดทนทำให้สำเร็จให้ได้ ขอฝากวลีเด็ด..ไว้ฝึกพูดกัน
1.โพกิ ฮาจิมาเซโย (포기 하지마세요) อย่ายอมแพ้
2.กึดกาจิ เฮพายา เฮโย (끝까지 해봐야 해요) ต้องลองทำให้ถึงที่สุด

travels_1_21_map

ความเครียดกับคนเกาหลี….คนเกาหลีมีความเครียดเกี่ยวกับงานและความก้าวหน้าสูงมาก ตอนหาเสียงเลือกตั้งปธน.เกาหลีใต้ ปาร์กกึนฮเยเน้นว่าจะเพิ่มความสุขให้กับคนเกาหลี เพราะความเครียดนี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีสูบบุหรี่และดื่มเหล้ามาก รวมไปถึงเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายของชาวเกาหลีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD ไม่เว้นแต่เด็กประถมต้นจนถึงวัยชรา (หากคิดเป็นวันเท่ากับมีคนฆ่าตัวตายโดยเฉลี่ยวันละ 42.6 คน)

view_resizing_images

เด็กเกาหลีกับการเรียนพิเศษ….เด็กเกาหลีเรียนหนักมากอย่างไม่น่าเชื่อ หลังเลิกเรียนในภาคปรกติต้องมีเรียนพิเศษต่อถึงราวๆห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน!! ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนมัธยมปลายด้วยแล้วจะยิ่งเรียนหนักมาก วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่เว้น เป้าหมายคือเพื่อต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีและเข้าทำงานในบริษัทดีๆให้ได้เมื่อเรียนจบ ส่วนหนึ่งที่เด็กๆต้องเรียนกันมากแบบนี้เพราะถูกกดดันจากครอบครัวโดยเฉพาะแม่ที่ต้องการเห็นลูกตัวเองดีเด่นกว่าใคร (92.6% ของพ่อแม่ตั้งความหวังว่าลูกต้องเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย)

การนับอายุที่เกาหลี….คนเกาหลีนับอายุแบบเดียวกับคนจีนสมัยโบราณคือนับตั้งแต่ยังเป็นทารกในท้องแม่ เมื่อเกิดมาก็ถือว่ามีอายุหนึ่งปีและยิ่งไปกว่านั้นการนับอายุเพิ่มแต่ละปีนั้นไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิด เมื่อขึ้นปีใหม่สากลปุ๊บก็นับเพิ่มอีกปีเลย (สมมติเราเกิดวันที่ 31 ธ.ค. พอข้ามเป็นวันที่ 1 ม.ค. ก็นับอายุเพิ่มเลยทันที..แปลกแต่จริง) สรุปแล้ว เมื่อพูดเรื่องอายุของเรากับคนเกาหลี เราต้องบวกเพิ่มจากอายุปกติเราไปอีกหนึ่งปี…ฮือๆๆ ไม่ชอบเลย

อายุและความอาวุโสที่เกาหลี….เมื่อพบกับคนเกาหลีครั้งแรกอย่าแปลกใจหากถูกถามอายุทันทีทันใด ไม่ใช่เพราะว่าคนเกาหลีอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่ว่าการไล่เรียงลำดับอายุหรือตำแหน่งของกันนั้นทำให้เรารู้ว่าจะใช้รูปประโยคและคำศัพท์ระดับใดในการสนทนา ระบบอาวุโสนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการหล่อหลอมสังคมเกาหลีใต้อย่างมากโดยไม่ต้องมีการรับน้องระบบโซตัสแบบไทย รุ่นน้องต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ ลูกน้องต้องเชื่อฟังหัวหน้า (ตลอดไป) เมื่อรุ่นพี่หรือหัวหน้าอยากไปไหน อยากทานอะไร รุ่นน้องหรือลูกน้องก็ต้องว่าตามนั้น

A12846296-4

คนเกาหลีสูบบุหรี่จัด….คนเกาหลีสูบบุหรี่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสมาชิก OECD อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่คือ 12.7 ปีเท่านั้น นักเรียนชั้นมัธยมต้นสูบบุหรี่กัน 13% นักเรียนชั้นมัธยมปลายสูบบุหรี่ถึง 18% จากข้อมูลสถิติผู้ชายเกาหลีตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ถึง 44.3% ของผู้ชายในวัยดังกล่าวทั้งหมด

 

คนเกาหลีและอาหารประเภทเนื้อย่าง / หมูย่าง….เมื่อมีนัดกับญาติหรือเพื่อนๆไม่ต้องคิดให้มากแบบคนไทยว่าจะทานอะไรดีเพราะคนเกาหลีนิยมไปทานเนื้อย่างหรือหมูย่างกันเมื่อมีการสังสรรค์หรือเลี้ยงฉลอง เมื่อทานเสร็จมักจะไปต่อที่ร้านอื่นๆ แต่ถ้าทานอาหารที่บ้านในวันปรกติคนเกาหลีกลับนิยมทานผัก กิมจิ แกง หรือแกงจืดมากกว่าเนื้อสัตว์ พวกอาหารปิ้งย่างหากจะทานที่บ้านจะเป็นเทศกาลพิเศษหรือในวันหยุดมากกว่า

ร้านอาหารตามสั่งที่เกาหลี….อาหารเกาหลีไม่ได้แพงเสมอไป ใครอยากทานอาหารเกาหลีที่ไม่แพง และได้อารมณ์แบบร้านอาหารตามสั่งแบบเมืองไทยหล่ะก็แนะนำให้มองหาร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) หรือร้านที่ทำคิมปับ (김밥) หรือข้าวห่อสาหร่ายอยู่ด้านหน้าร้าน ร้านแบบนี้จะมีเมนูเกาหลีหลากหลาย ราคาประมาณ 3,000 – 8,000 วอน (ถือว่าไม่แพงสำหรับที่เกาหลี) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านอาหารประเภทพุนชิก (분식점) ที่นี่

 

ที่เกาหลีเราต้องเก็บถาดอาหารด้วย….สำหรับศูนย์อาหาร ร้านฟาสต์ฟู๊ดและร้านกาแฟ เมื่อทานอาหารเสร็จต้องนำถาดอาหารไปคืน ณ จุดที่ร้านบอกไว้ (สังเกตจากผู้คนรอบข้างที่ลุกไปก่อนเรา) โดยเฉพาะร้านประเภทฟาสต์ฟู๊ดยังกำหนดละเอียดกว่านั้นอีกคือ เราต้องแยกประเภทของอาหารและอุปกรณ์ในถาดของเราเองด้วย โดยจะมีช่องสำหรับใส่อาหารที่เหลือ ช่องสำหรับเทน้ำแข็ง ช่องสำหรับใส่แก้วกระดาษ ช่องสำหรับขยะอื่นๆ หากไปร้านประเภทนี้ที่เกาหลี อย่าลุกเดินไปเฉยๆเมื่อทานเสร็จแล้วนะจ๊ะ

Hangme-080

วิธีการจ่ายเงินที่ร้านอาหารที่เกาหลี….การชำระเงินที่เกาหลีต้องเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินเสมอ ร้านอาหารที่เกาหลีไม่จำเป็นต้องทิปแบบประเทศตะวันตกเพราะส่วนใหญ่ราคาอาหาร บวกค่าบริการไว้เรียบร้อยแล้ว หากจะพูดว่าช่วยคิดเงินหน่อยพูดง่ายๆว่า เคซันเฮ จุเซโย (계산해 주세요)

การสัมผัสร่างกายของคนเกาหลี….สำหรับคนเพศเดียวกันจะมีการการสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยหรือชาวตะวันตก เช่นในหมู่เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย (เพศเดียวกัน) จะชอบเดินจูงมือหรือคล้องแขนกัน แม้แต่ที่คนไม่สนิทเท่าไหร่แต่หากไม่ได้เป็นในระหว่างการทำงาน การแตะไหล่หรือเกาะแขนของคู่สนทนาก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ (ต่างเพศก็มีบ้างในบางกรณี) เคยประสบมาด้วยตัวเองเลย มีออนนี่ (언니 พี่สาว) คนหนึ่งเพิ่งรู้จักกันแท้ๆแต่ไปทานข้าวด้วยกันก็มาเดินจูงมือเราเฉยเลย ในกรณีผู้ชายด้วยกัน ถ้าเป็นเพื่อนกันก็อาจเกาะแขนหรือเดินโอบไหล่กันก็มีอย่าไปคิดว่าเค้าเป็นคู่รักกันเชียว

(อธิบายเพิ่มเติม) เนื่องจากมีบางเวบไซต์นำข้อความในหน้านี้ไปอ้างอิงถึงกรณีที่คุณสรยุทธโอบไหล่ศิลปิน Super Junior..เลยขออธิบายเพิ่มเติมเผื่อใครเข้ามาอ่านที่หน้านี้นะคะ 

คนเกาหลีสัมผัสร่างกายกันมากกว่าคนไทยก็จริงแต่มีข้อควรระวังคือ คนที่คนที่อายุน้อยกว่าหรือมีสถานะต่ำกว่าจะไม่ไปแตะตัวฝ่ายที่อาวุโสกว่าก่อนโดยเฉพาะถ้าไม่สนิทกัน (โดยเฉพาะมีความสัมพันธ์ต่อกันในแง่การงานอาชีพ) ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงแล้วย่อมก็มีระยะห่างมากขึ้นเป็นตามธรรมดา

ในกรณีเหตุการณ์โอบไหล่ ศิลปิน Super Junior ที่คนไทยถกกันว่าธรรมเนียมเกาหลีคิดว่าไหล่เป็นของสูงหรือไม่ ..ได้เปิดคลิปเหตุการณ์ให้คนเกาหลีดูเพื่อถามความเห็น เค้าให้ความเห็นว่าไหล่ไม่ได้เป็นของสูง ห้ามแตะต้องแบบที่คนไทยพูดกัน เพียงแค่ในสถานการณ์ตามในคลิปถือว่าไม่เหมาะสม เพราะในการสัมภาษณ์ออกทีวีลักษณะนั้นถือเป็นการพูดคุยแบบเป็นการเป็นงานหรือเป็นทางการ (แม้ว่าบรรยากาศจะสนุกสนานก็ตาม) การโอบไหล่หรือแสดงความใกล้ชิดกับแขกรับเชิญจนเกินไปถือว่าไม่เหมาะสมในวัฒนธรรมเกาหลี

ในรายการสัมภาษณ์ต่างๆที่เกาหลีแม้แต่การพูดคุยระหว่างพิธีกรกับแขกในรายการหรือในการพูดคุยกันเองระหว่างแขกที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เช่นเป็นนักร้องวงเดียวกันทุกคนจะพูดกันด้วยภาษาระดับทางการ เพราะถือว่าไม่ได้คุยเล่นกันเองแต่ถือเป็นการพูดคุยแบบออกอากาศให้ผู้ชมทางบ้านดู

แต่ในกรณีของคุณสรยุทธคราวนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแบบที่ว่าทำผิดมหันต์ แค่เป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมเท่านั้น..สรุปได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าคิดมาก

รถไฟใต้ดินที่เกาหลี….ไม่ใช่แต่โซลที่มีรถไฟใต้ดิน เมืองใหญ่ๆในเกาหลีก็มีรถไฟใต้ดินมานานแล้ว ตอนนี้ที่โซลมีรถไฟใต้ดิน 16 สายครอบคลุมทั่วเมือง หลายสายสิ้นสุดที่เมืองรอบนอกกรุงโซล ตู้รถไฟใต้ดินแต่ละตู้เข้าได้ 4 ประตู จำไว้เลยว่าประตูริมทั้ง 2 ด้าน เป็นประตูสำหรับผู้สูงอายุ อย่าตกใจหากเรายืนต่อแถวรอรถไฟอยู่ดีๆแล้วมีผู้สูงวัยมาแซงเข้าประตูรถไฟไปก่อนเรา สำหรับที่นั่งด้านริมตู้รถไฟแต่ละตู้ทั้งฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่นั่งสงวนไว้ให้คนชรา คนพิการ คนท้อง แม่ที่อุ้มเด็กทารกเท่านั้น อย่าเผลอไปนั่งเด็ดขาดอาจถูกประหารทางสายตาจากคนในรถไฟใต้ดิน แม้การขายของในรถไฟใต้ดินจะผิดกฎหมาย แต่บ่อยครั้งที่จะเห็นคนเข็นของมาขายในรถไฟ ส่วนใหญ่เป็นของใช้ตามฤดูกาล เช่น ร่ม ถุงมือ ฯลฯ

s_subway

ผู้หญิงเกาหลี….ผู้หญิงเกาหลีแม้จะไม่สวยเหมือนนางเอกละครทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะมีผิวที่ละเอียดขาวเนียน เอวบางร่างน้อย ขาก็เรียวมากๆ ว่ากันว่านอกจากคนเกาหลีจะเดินเยอะแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก มีเรื่องขำๆว่าผู้หญิงส่วนมากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายจะสร้างภาพให้สุภาพอ่อนหวาน น่ารัก ทานอาหารน้อยนิด ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เก่ง ฯลฯ แต่หากอยู่กันกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันหรืออยู่คนเดียวจะเปลี่ยนไปอีกแบบนึงเลย

SNSD_Girls-Peace

ศัลยกรรมกับคนเกาหลี….เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้วคนเกาหลีถือว่าทำศัลกรรมมากที่สุด เพราะคนเกาหลีให้ความสำคัญกับการแต่งกายและรูปร่างหน้าตามาก บางคนเชื่อว่ารูปร่างหน้าตาที่ดีมีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน หน่วยงานทางด้านศัลยกรรม ISAPS ให้ข้อมูลว่าชาวเกาหลีทุกๆ 1,000 คน มีคนผ่านการทำศัลยกรรม 16 คน โดยครึ่งหนึ่งทำโบท็อกซ์และเลเซอร์ อีกครึ่งหนึ่งศัลยกรรมจมูก หน้าอก ทำตาสองชั้น ดููดไขมัน เป็นต้น ถ้าเทียบเฉพาะชาวโซล ทุกๆ 5 คนจะมีคนทำศัลยกรรมหนึ่งคน แหล่งที่มีศูนย์ดูแลผิวพรรณและทำศัลยกรรมมากที่สุดในโซลก็คือแถบย่าน Gangnam

ผู้หญิงเกาหลีกับสินค้า brandname….มีผลสำรวจออกมาว่าของขวัญที่ผู้หญิงอยากได้มากที่สุดจากคนรักหรือลูกชายก็คือสินค้า brandname โดยเฉพาะกระเป๋าถือสตรี คนเกาหลีหากซื้อกระเป๋า brandname จากต่างประเทศเวลากลับเข้าประเทศจะต้องเสียภาษี ไปๆมาๆจะแพงกว่าซื้อในประเทศดังนั้นคนเกาหลีจึงนิยมซื้อกระเป๋า brandname จาก Shop ในประเทศเลย หากมาเที่ยวเกาหลี ลองสังเกตดูตามท้องถนนหรือบนรถไฟใต้ดินจะเห็นผู้หญิงถือกระเป๋า brandname เยอะจริงๆ (ส่วนใหญ่ของแท้นะจ๊ะ)

ลัทธิชาตินิยม….ชาวเกาหลีมีความเป็นชาตินิยมมากชาติหนึ่ง นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกาหลีนิยมผลิตสินค้านานาชนิดเพื่อเน้นให้คนในประเทศใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือสินค้าอิเลคโทรนิคส์ต่างๆ อาหารก็เช่นกัน คนเกาหลีคิดว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศดีที่สุด เคยอ่านหนังสือทำอาหารเพื่อสุขภาพเค้าเขียนไว้ว่า เพื่อคุณค่าทางอาหารควรทานข้าวกล้องในประเทศ!! ร้านอาหารบางแห่งจะติดป้ายโฆษณาไว้เลยว่าวัตถุดิบในร้านเป็นผลิตภัณฑ์ดีเยี่ยมเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศ ขนาดเนื้อวัวในประเทศที่เรียกว่า ฮันอู [한우] นั้นคนเกาหลียังบอกว่าเลยว่าอร่อยที่สุดในโลกและมีราคาแพงมาก

ความอ่อนไหวของคนเกาหลี….อย่าตกใจหากดูรายการทีวีเกาหลีแล้วเหล่าบรรดาพิธีกร แขกรับเชิญในรายการทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เมื่อฟังเรื่องราวบางอย่างแล้วน้ำตาคลอหรือร้องไห้กัน แม้คนเกาหลีจะใจร้อน โมโหง่าย พูดเสียงดังแต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นชาติที่มีความอ่อนไหวมาก เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะร้องไห้เพราะซึ้งหรือเศร้า ถ้าดูหนังเศร้าๆผู้ชายเกาหลีก็หลังน้ำตาได้ไม้แพ้ผู้หญิงเลย ต่างจากเมืองไทยที่นานๆจะเห็นผู้ชายร้องไห้สักครั้ง

1107051031244

กาแฟกับคนเกาหลี….คนเกาหลีดื่มกาแฟมากยิ่งกว่าการทานหมูย่างเกาหลีซะอีก ข้อมูลล่าสุดปี 2011 ตลาดกาแฟที่เกาหลีใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยเฉลี่ยคนเกาหลีดื่มกาแฟประมาณ 338 แก้วต่อปี กาแฟที่คนเกาหลีนิยมดื่มที่สุดคือกาแฟดำหรืออเมริกาโน่ ปัจจุบันเกาหลีมีร้านกาแฟมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : korean4life.com

18 ชุดเมนูอาหารบนเครื่องบินจากสายการบินทั่วโลก น่ากินไม่แพ้ภัตตาคารหรูๆเลยหล่ะ!!


 

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าสำคัญและหลายๆคนตั้งตารอเวลาที่เดินทางด้วยเครื่องบิน นั่นก็คือ “อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินนั่นเอง” และในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปชม 18 ชุดเมนูอาหารจากสายการบินทั่วโลกขอบอกเลยว่าน่ากินไม่แพ้ภัตตาคารหรูๆบนดินเลยหล่ะครับ

1. Japan Airlines

am1

ชาเขียว ซุปมิโสะ ข้าวหน้าเนื้อ อาหารทะเล

 

2. American Airlines

am2

ลาซานญ่า สลัด ขนมปัง น้ำเปล่า เค้กแครอท

 

3. Turkish Airlines

am3

ไข่ มะเขือเทศ เห็ด มัน สลัดผลไม้ ขนมปัง

 

4. Vietnam Airlines

am4

แซลม่อนอบกับผัก ขนมปัง ผลไม้

 

5. Air France

am5

พาสต้าไก่ ขนมปัง สลัดผลไม้ ทาร์ต

 

6. Cathay Pacific

am6

พาสต้าราดซอสมะเขือเทศ ขนมปัง สลัด พุดดิ้ง ช็อกโกแลต

 

7. Virgin Atlantic

am7

สตูกับติ่มซำ สลัดพาสต้า แคร้กเกอร์กับชีส ช็อกโกแลต

 

8. DrukAir

am8

บะหมี่ผัดผักกับเต้าหู้ ผลไม้ โยเกิร์ต ครัวซอง

 

9. Singapore Airlines

am9

สลัดทูน่ากับแอปเปิ้ลและผักชีฝรั่ง ข้าวหน้าหมูกับไก่ เค้กชาเขียว

 

10. AeroMexico

am10

แซนวิชแฮมชีส สลัด เค้กช้อกโกแลต ขนมปัง

 

11. TransAsia Airways Meal

am11

ชุดเมนูผลไม้ ขนมปัง

 

12. Lufthansa

am12

ชุดเมนูพาสต้าเมซเซ่ สลัดส้มกับแครอท ขนมปัง ทาร์ต

 

13. Delta

am13

ไข่กวน มันฝรั่ง ไส้กรอก สลัดผลไม้ น้ำส้ม

 

14. Kingfisher

am14

Ragda lattice, เค้ก

 

15. Iberia Airlines

am15

ครัวซอง ออมเลต แฮม ขนมปังปิ้ง สลัดผลไม้ น้ำส้ม

 

16. Air Canada

am16

ออมเลตชีสผักขม โยเกิร์ต ขนมปัง สลัดผลไม้

 

17. Korean Airlines

am17

ผลไม้ ผักดอง ขนมปัง อาหารมังสวิรัต

 

18. EVA Airways Hello Kitty Jet

am18

ซุปมิโสะ สลัด ออมเลต ข้าว ผักดอง อาหารทะเล

ข้อมูลจาก: BuzzFeed

ที่มา: wegointer.com/2014/10/up-in-the-air

14 เมนูอาหารต้องห้าม!! ไม่ควรสั่งในเดทแรก


MhVfOXXTTVl0dBtwTi6K

เดทแรกใครๆก็อยากให้ออกมาดีอยากจะเอาให้อยู่หมัดเราก็จัดเต็มสิคะ!!ทุกอย่างมาดีหมดทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแพลนไว้หมดแล้วอย่างดีจะ ไปที่ไหนยังไง พอเข้าร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูเท่านั้นแหละ ดั๊นสั่งสปาเก็ตตี้เส้นดำ ยั๊ง..ยังไม่พอ เอาซีฟู้ดด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา มาหมด และแล้วเดทก็ล่มไม่เป็นท่าด้วยเหตุผลที่ว่า อาหารที่คุณสั่งมันไม่ผ่านค่ะ!ขอบอกว่าอาหารการกินนี่แหละค่ะที่ทำให้โบกมือ บ๊ายบาย ลาแล้ว ลาลับ ไม่กลับมากันไปหลายคู่ เป็นเรื่องสำคัญนะคะที่คุณจะต้องดูเมนูที่จะสั่งให้ ดีก่อน ไม่งั้นคุณอาจตกรอบไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ไปดูกันเลยค่ะว่าเมนูไหนห้ามสั่งในเดทแรกที่เป็นช่วงขายของยังไม่เกี่ยวดองเป็นคู่

1.เมนูสปาเก็ตตี้ 

r6o37IU9R2E70DgSsiFq

now-here-this.timeout.com

จะเส้นสีอะไรก็ไม่ควรค่ะ เพราะว่าถ้าจะตักขึ้นมากินเลยก็น่าเกลียด จะม้วนก็ลำบาก เผลอๆม้วนไปม้วนมาซอสกระเด็นไปโดนฝั่งตรงข้ามนี่จบเห่เลยนะคะ ยิ่งเป็นสปาเก็ตตี้เส้นดำนี่ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ไหวแน่นอนค่ะ โอกาสที่สีดำติดฟันสูงมาก พลาดทีแล้วไม่มีวันแก้ตัวนะคะ จบบริบูรณ์ ไม่มีภาคสองแน่นอน

2. อาหารและน้ำจิ้มมีกลิ่นแรง : กระเทียม ฯลฯ

MNuifBy9cdmlJi4VCLhM

giphy.com

791hiWza9KfyZBPbesaa

giphy.com

ขึ้นชื่อลือชาด้วยความแรงของกลิ่น ห้ามเลยค่ะ จะสุกหรือจะดิบก็ไม่ไหว มากน้อยแค่ไหนก็ไม่ควร นึกดูนะคะ ตอนกินนี่เอ็นจอยคือมันอร่อยสุดๆแบบว่าขาดกระเทียมแล้วรสชาติมันไม่ได้ แต่ พอไปดูหนังต่อกะจะสวีทกันเท่านั้นแหละ อ้าปากที กลิ่นนี่โชย ทำเอาอีกฝ่ายวิ่งออกจากโรงแทบไม่ทัน ถ้าไม่รักกันจริงสิ่งนี้ห้ามกินเด็ดขาด เฟียร์ซเตือนคุณแล้วนะคะ

3. อาหารทะเลจอมเลอะเทอะ : กุ้ง หอย ปู ฯลฯ

cF75dDNseIgNBVJ92twQ

youtube.com

จะกุ้ง หอย หรือ ปู ก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะต้องทั้งแกะ ทั้งดูด จะใช้ช้อนส้อมก็เก้ๆกังๆยังไงอยู่ แกะเปลือกกุ้งทีกระเด็นไปหาอีกฝั่งก็งาน เข้า จะใช้มือแบบว่ากินเรียบ ดูดจนไม่เหลือเนื้อก็ไม่งาม จานชามเละเทะก็ไปหมด หรือชวนผู้ชายไปกินหอยเค้าอาจเข้าใจผิดคิดไปอีกทางก็เป็นได้นะคะ

4. เมนูที่ขึ้นชื่อว่าติดฟันแน่นอน : พริกป่น 

qn8rzOhI6Jedu1SA5EKa

themiscellaneousmom.blogspot.com

ก็เป็นคนติดอาหารรสจัด กินก๋วยเตี๋ยวทีต้องมีพริกป่นเป็นช้อน แล้วเป็นไงล่ะ ยิ้มทีนี่พริกมาก่อนฟันอีกค่าา ผู้ชายวิ่งหนีแบบไม่เหลียวหลังเลยนะฮะ แล้วคุณจะหาว่าเราไม่เตือน จากที่น้ำตาไหลเพราะเผ็ดพริก อาจกลายเป็นน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะเค้าทิ้งเราแทนนะคะ อ่อ อีกอย่างที่ต้องห้ามคือ ขนมกุยช่ายคร่าาา หูวว เจ้านี้เจ้าดังไม่สั่งไม่ได้แล้ว ชวนกันกินใหญ่เลย พอหันมาอีกทีนี่ อื้อหือออ ติดมันทุกร่อง จากยิ้มสยามจะกลายเป็นยิ้มสยองนะคะ ทางใครทางมันแน่ค่ะงานนี้

5. เมนูที่มีท่าทานไม่งามเอาสะเลย : เบอร์เกอร์ 

vCgwlNhjUbJEQs2mnXRj

tumblr.com

ICtegykVAoFS7NmlGlQg

tumblr.com

เค้าจะกินแล้วนะตัวเอง อ้ามมม… เท่านั้นแหละ อีกฝั่งนี่ช็อคอย่างกับเห็นผี ความกว้างของปากถ้าไม่สนิทจริงอย่าให้ใครเห็นค่ะ ไหนจะมีที่อุดฟันไว้ก็หลายซี่อยู่ หรือจะยังไม่อุดก็ยิ่งเข้าไปใหญ่ อ้าที เห็นไปถึงคอหอยมันก็ไม่ค่อยโอเคนะตัวเธอ

6. เมนูที่ต้องแทะ : ไก่ทอด

UG4lubng3NePhooh8wiu

youtube.com

เมนูนี้เป็นดาบสองคมนะคะ แบบว่าถ้ากินเหลือเยอะก็น่าเกลียด หรือกินเรียบก็ไม่ไหว จะใช้มือแทะก็ไม่น่าดู คิดดูสิคะว่าถ้ากินอยู่ด้วยความเมามันส์แล้วผู้ชาย ยื่นกระดาษให้เช็ดปากมันจะไหวมั้ย ถือจะคิดว่าใช้มีดกับส้อมก็ได้ แต่คุณก็รู้ในใจอยู่แล้วว่ามันไม่เวิร์ค

7. ผลไม้มีเม็ด : แตงโม

EW5X71E7jth6D2STnOaJ

tumblr.com

บางร้านอาหารจะมีเสิร์ฟแตงโมตบท้าย แนะนำให้ปฏิเสธค่ะ บอกเลยว่ามันทำร้ายเดทคุณได้แบบเจ็บแสบ จะให้กลืนเม็ดแตงโมเข้าไปด้วยก็ไม่ไหว หรือจะให้บ้วนเม็ดออกมาก็ไม่ได้ หรือนั่งแงะออกทีละเม็ดก็ดูเหมือนไม่เคยกินแตงโมมาก่อน ข้ามไปที่ผลไม้อย่างอื่นดีกว่าค่ะ

8. เมนูที่ต้องทานคำเดียวใหญ่ๆ : มากิ ซูซิ ข้าวห่อสาหร่าย 

K6jrhJPGhbKy5oZqBwtd

tumblr.com

อร่อยก็อร่อยอยู่หรอกนะ แต่เก็บความอยากไว้สั่งวันอื่นละกัน ซูชิมาแบบคำอย่างใหญ่ ยัดเข้าไปทั้งคำเดี๋ยวกรามจะค้าง ข้าวห่อสาหร่ายหรือ มากินี่ยิ่งแล้ว เป็นเมนูปราบเซียนสุดๆ ถ้าไม่กล้าหน้าไม่แข็งแรงพอสั่งไม่ได้นะฮะ เคยเป็นใช่มั้ยคะ สาหร่ายกัดเท่าไหร่ก็ไม่ขาด ห้อยต่องแต่งคาปาก เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

9. เมนูที่ต้องใช้มือ+ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นเเรง : แหนมเนือง ก๋วยเตี๋ยวห่อ เมี่ยงคำ

p1KYKtriFz9znRc8LJpe

tumblr.com

เป็นอาหารที่ต้องใช้มือ หยิบนู่นหยิบนี่ คำก็ใหญ่ อ้ามมมที่นี่อีกฝ่ายตกใจหนีกระเจิงไปเลย แถมกลิ่นเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยวเลยนะคะ ผู้ชายเค้าไม่ค่อยพิสมัยทานเมนูนี้กันหรอกค่ะ ต้องใช้ความพยายามเกิ๊นน

10. น้ำอัดลม 

(เมื่อเค้าจับได้ว่าคุณตด หรือ แอบเรอจนกลิ่นอาหารลอยออกมา)

cT6hKYBYbJCcD9Wf2D6P

มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ดูดปรื๊ดๆ ดูดเสร็จก็คุยอ้อนไปอ้อนมา ผ่านไปสองนาที ออกมาแน่นอน ไม่รูบนก็รูล่างซักหนึ่งทางอ่ะค่ะ จะเรอหรือตด ผู้ชายก็เผ่นหมดนะคะ ตอนนั้นเลยแหละ ไม่ต้องรอให้กินเสร็จ เธอๆเราขอไปเข้าห้องน้ำ นั่นแหละ ลาแล้ว ลาลับ ไม่กลับมาแน่นอน

11. เมนูที่ต้องดูดๆเเทะๆอย่างจริงจัง : กระดูกหมู ปีกเป็ด ขาห่าน

H7jDR8FvC4tFTQ7JI5h1

uproxx.com

ซี่โครงหมู (rib) ยังไม่เท่าไหร่ เจอกระดูกหมูเข้าไปเป็นอึ้งแน่ๆ แค่เวลากินก็ปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว ไหนจะท่ากินที่แทะเท่าไหร่ก็ไม่ออก แถมไม่อิ่ม ท้องร้องอายเค้าอีกค่ะ อะไรก็ตามที่ทานยากๆ สร้างความลำบากให้ชีวิตอย่าเพิ่งไปทานเลยคร่าา สาวสวยอย่างเราแม้แต่ตอนทานก็ต้องสวยด้วยนะคะ

12. ไอติมโคน 

365etMnr7RcMRnzYBLVu

tumblr.com

lRTsaZu8WUVQJ9Cdy4Ho

เมนูหวาดเสียวนะคะอันนี้ ไหนจะท่ารับประทานที่อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเราจะส่อเจตนาอะไรรึ เปล่า แถมถ้ากินช้าเลอะเปรอะเปื้อนไปทั้งมือก้ไม่ไหว

13. อาหารรสเผ็ด 

qhf45DEbd79OCU6CjiMa

youtube.com

เธอๆ ส้มตำร้านนี้แซ่บเว่อร์ เด็ดมากขอบอกไปกินกัน เอาปูปลาร้า พริกหนักๆค่ะ กินไปน้ำหูน้ำตาไหลไม่พอ น้ำมูกไหลนี่เรื่องใหญ่นะคะ คนข้างๆวางช้อนแทบไม่ทันเลยค่ะ ข้อนี้คบกันมาหลายปีบางทียังรับไม่ได้ เอาแบบเผ็ดพอประมาณดีกว่านะคะ

14. เครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ 

Step1

z1RzKSAUgzTZVmh6mWgz

tumblr.com

Step2

igC4I36T0h67E1DLn0QJ

tumblr.com

Step3

nVREvRYJaFju5KlQVwBN

tumblr.com

รู้คร่า ว่าสาวๆคอแข็ง แต่ยังไงก็กันไว้ก่อนดีกว่าเผื่อวันไหนเกิดอยู่ดีๆก็เมาขึ้นมาง่ายๆซะงั้น จะเต้นจะพูดอะไรไป ตื่นมาจำไม่ได้นะคะ อีกอย่างถ้ารู้ตัวว่าคอไม่เเข็งแนะนำให้ดื่มได้แต่พองาม ไม่งั้นได้โชว์สเต็ปการเต้น หรือโชว์อะไรเเปลกๆ อ้วกแตกอ้วกแตนมันจะไม่งาม ควรเก็บเมนูนี้ไว้ก่อนค่ะ เข้าใจตรงกันนะคะ

ที่มา women.fanthai.com/?p=7353