โบกมือลา 10 เทคโนโลยีที่สิ้นชีพไปในปี 2014


ในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีอีกหลายตัวถึงเวลาจบชีวิตปิดตัวไปในปีนี้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ได้จากเราไปแล้วบ้าง

Customers Michael, left, and Teresa Hamilly display an Apple

1. iPod Classic

มรดกชิ้น (เกือบ) จะสุดท้ายที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้าของสตีฟ จ็อบส์ ปีนี้ Apple เปิดตัว iPhone 6 แต่พร้อมกันนั้นก็แอบเอา iPod Classic ออกไปจากร้านค้าไปอย่างเงียบๆ โดย Apple ให้เหตุผลในการหยุดจำหน่าย iPod Classic เพราะว่าไม่สามารถหาอะไหล่มาไว้สำรองได้แล้ว ถือว่าปิดฉากเทคโนโลยี Click Wheel ของiPod รุ่นดั้งเดิมไปด้วยพร้อมๆ กัน

และการหยุดจำหน่าย iPod Classic ส่งผลให้มีคนเอาของเก่าทั้งมือ 2 และเก่าเก็บมาประมูลขายผ่าน Ebay ซึ่งบางตัวสามารถประมูลไปได้ถึงหลักแสนหลักล้านบาทกันเลยทีเดียว

02

2. Facebook Poke App

เป็นแอพที่ Facebook ทำออกมาเหมือนจะพยายามเลียนแบบ Snapchat ที่กำลังเป็นที่นิยม แถมตอนแรก Facebook เสนอเงินไปเพื่อซื้อก็ปฎิเสธ และสุดท้ายFacebook Poke App ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

03

3. MSN Messenger

แอพสนทนาข้อความที่เคยเฟื่องฟู แต่สุดท้ายพ่ายให้กับแอพแชทบนมือถือและค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป เมื่อปี 2011 Microsoft ได้ย้ายเอา MSN Messenger ไปรวมไว้กับ Skype ที่ตนเองได้ซื้อมา แต่ว่ายังมีผู้ใช้ในจีนที่ยังใช้เป็น MSN Messenger อยู่ แต่แล้วในปีนี้ Microsoft ก็ได้ปิดบริการของ MSN Messenger ลงอย่างเป็นทางการ

04

4. Orkut

เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Google ที่โด่งดังและมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากในบราซิล ในระดับที่ว่า Facebook ต้องจับตามองและพยายามช่วงชิงตลาดนี้มาให้ได้ Orkut เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2011 แต่ถึงแม้ว่ามันจะได้รับความนิยมในบราซิล แต่ในระดับโลกนั้น Google ไม่สามารถผลักดันให้มันโตได้ สุดท้ายก็ต้องฆ่าตัดตอนยกเลิกการให้บริการไปในปีนี้

05

5. Xbox Entertainment Studio

ปีนี้ถือว่าทิศทางด้านตลาดเกมคอนโซลของ Microsoft ดูจะผิดพลาดและมีปัญหาค่อนข้างมาก ตั้งแต่เรื่องที่ยอดขายของ Xbox One ขายได้น้อยกว่าที่คาดแถมถูก PS4 ของ Sony ขายดีทิ้งห่างไปเกือบเท่าตัว และปีนี้ CEO คนใหม่ของ Microsoft อย่าง Satya Nadella ก็ดูจะไม่ค่อยสนใจผลิตภัณฑ์ด้านเกมซักเท่าไหร่ และการปิด Xbox Entertainment Studio เป็นส่วนหนึ่งในการเลิกจ้างพนักงานไปถึง 18,000 คนของ Microsoft ภายในปีนี้

06

6. Windows XP

ระบบปฎิบัติการรุ่นดึกดำบรรพ์ของ Microsoft ที่มีอายุมาร่วม 10 ปี และประกาศมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่าจะหยุดการ support และอัพเดตให้กับ Windows XP ภายในปีนี้ และก็ผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ Windows รุ่นใหม่อย่าง 8.1 ซึ่งตอนนี้ก็ดูว่าจะเป็นรุ่นที่โลกลืมในปีหน้าเพราะว่า Microsoft เตรียมเข็น Windows 10 ออกมาในปี 2015 นี้แล้ว

แต่ถึงแม้ Microsoft จะบอกว่าไม่อัพเดตอะไรให้กับ Windows XP แล้ว แต่ก็มีหลายองค์กร, หน่วยงาน และในอีกหลายประเทศ (โดยเฉพาะประเทศจีน) ที่ยังไม่มีท่าทีที่จะเปลี่ยนหรืออัพเกรด OS เพราะมีเครื่องที่ใช้ XP อยู่เป็นจำนวนมาก แถมก็ไม่ง่ายที่จะไปไล่อัพเกรดทุกเครื่องได้ ที่สำคัญคือเรื่องงบประมาณในการเปลี่ยน OS นั้นก็เป็นจำนวนเงินที่มหาศาล

07

7. Justin.tv

เว็บไซท์สำหรับถ่ายทอดสดที่ดูจะคล้ายๆ กับ Youtube แต่ว่าคนที่ใช้งานนั้นค่อนข้างจะมีอิสระ แถมยังมีวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่อยุ่เป็นจำนวนมาก เว็บไซท์นี้ตั้งขึ้นโดยนาย Justin Kan ที่เริ่มด้วยการเอากล้องเว็บแคมแปะไว้กะหัวของเขาแล้วถ่ายทอดสดเป็นเวลาร่วมเดือน

แต่ทว่าบริษัทลูกของ Justin.tv อย่าง Twitch เว็บไซต์ที่ให้เหล่าเกมเมอร์ได้เล่นเกมแล้วถ่ายทอดให้คนอื่นเข้ามาดูกันสดๆ หรือที่เรียกว่า cast เกมนั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนดังกว่า Justin.tv และนั่นก็ทำให้ Justin Kan ปิดเว็บ Justin.tv ทิ้งไป และล่าสุด Amazon ก็ได้ควักเงินซื้อกิจการของ Twitch ไปเป็นมูลค่าถึง 980 ล้านเหรียญ

08

8. นิตยสาร Macworld

ถึงแม้ว่าสินค้าของ Apple จะขายดีและผู้คนให้ความสนใจ แต่นิตยสารเก่าแก่ที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับ Apple มาอย่างยาวนานอย่าง Macworld ก็ได้หยุดการตีพิมพ์ไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ยังคงมีเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่ข่าวสารต่อไป ถือเป็นนิตยสารหัวใหญ่อีกรายของโลกที่ปิดตัวฉบับพิมพ์ไปตามกระแสยุคดิจิตอลในปัจจุบัน

09

9. Nokia X

สมาร์ทโฟนลูกผสมของ Nokia ที่สามารถใช้แอพของ Android ได้ในราคาที่ไม่แพง สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ในช่วงต้นปี แถมยังมีออกรุ่น X2 ตามมาในช่วงกลางปี แต่ทว่าหลังจากที่ Microsoft สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อกิจการสมาร์ทโฟนของ Nokia มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการของ Nokia X นั้นก็ถูกยุบทิ้งไป และไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่ชื่อของ Nokia เองก็ถูกลบออกไปจากสมาร์ทโฟน Lumia และมีชื่อของ Microsoft เข้ามาแทน

10

10. Flappy Bird

เกมนกบินชนท่อที่โด่งดังเป็นพลุแตกข้ามคืนเมื่อช่วงต้นปี 2014 คนทั่วโลกให้ความสนใจเกมที่ดูแล้วไม่ได้มีอะไรนอกจากความยากระดับนรกแตกที่ทำให้เกมจบลงได้ในไม่กี่วินาที แต่นั้นก็นำมาซึ่งความร่ำรวยของนาย ดง เหงียน โปรแกรมเมอร์ชาวเวียดนามที่ได้ค่าโฆษณาในเกมนี้ไปเป็นจำนวนมหาศาล ระดับที่สามารถซื้ออพาร์ทเมนท์ใหม่และถอยรถ Mini Cooper มาขับได้เลยทีเดียว

แถมยังมีดราม่าที่ ดง เหงียน ประกาศเอาเกมนี้ออกจากทุกสโตร์เพราะบอกว่ารับกับความสำเร็จที่เกินความคาดหมายนี้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็มีบรรดาเกมลอกเลียนแบบ Flappy Bird เต็มไปหมด

ถึงแม้ว่าสุดท้าย Flappy Bird จะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี แถมเป็นเกม Exclusive ลงเฉพาะใน Amazon App Store แต่ผู้คนก็เลิกให้ความสนใจที่จะเล่นมันไปหมดแล้ว และเกมใหม่ของ ดง เหงียนที่ทำออกมา ก็มีคนให้ความสนใจแค่ไม่นานและมันก็ไม่ได้สำเร็จอย่าง Flappy Bird เลยแม้แต่น้อย

ความเห็นของทีมงานล้ำหน้า

10 อันดับนี้ เป็นของ Microsoft ไปถึง 4 อย่างด้วยกัน!!! ต้องยอมรับจริงๆ ว่าปี 2014 นี้เป็นปีที่เหนื่อยสาหัสมากของ Microsoft ที่ต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่ทั้งองค์กร เพื่อที่จะต่อสู้กับศึกเทคโนโลยีที่ตอนนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ก็ต้องมาดูว่าปีหน้า 2015 Microsoft จะพลิกฟื้นกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งได้หรือไม่

ข้อมูลจาก : Masable

ชูสามนิ้ว hunger game หมายถึงอะไรรู้แล้วจะเงิบ!!


จากที่ได้มีการชูสามนิ้ว ต้านรัฐประหาร กันที่หน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ผ่านมาทำให้หลายคนสงสัยว่า การชู 3 นิ้วนั้นหมายถึงอะไร ? ทำไมมอบต้านรัฐประหารถึงเอามาใช้ ?

โดยการชูสามนิ้วของม็อบต้านรัฐประหารนั้น ได้นำมาจากหนังเรื่อง The Hunger Game โดนได้เลียนแบบตัวละครในหนังที่ทำการชูสามนิ้ว โดยทางม็อบต้านรัฐประหาร นั้นเข้าใจว่า เป็นสัญลักษณ์ ของการต่อต้าน การไม่เห็นด้วย ที่ทหารเข้ามาควบคุมประเทศ
  แต่งานนี้ถึงกับเงิบเมื่อ เฟซบุ๊กแฟนเพจ “เกรียนหนัง” นั้นได้ออกมาชี้แจงว่าการ ชูสามนิ้ว hunger game หมายถึง อะไรดังนี้
“เห็นม็อบต้านรัฐประหารชู 3 นิ้วอ้างว่าได้แรงบันดาลใจสัญลักษณ์การต่อสู้นี้มาจากหนัง The Hunger Games เกรียนหนังได้ยินข่าวแล้วรู้สึกคันดากกกก..ยิบๆๆ ระดับ 5 ดาวครึ่ง
          เพราะสัญลักษณ์ 3 นิ้วของน้องแคตนิสใน The Hunger Games มันไม่ใช่สัญลักษณ์ที่สื่อถึงการต่อต้านรัฐประหาร หรือการกดขี่อย่างที่เอาไปใช้มั่วๆ แต่มันคือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรู้สึก 3 อย่าง คือ “รัก-ขอบคุณ-ลาก่อน”
ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือมักจะใช้สำหรับการรำ่ลา งานศพ สำหรับบอกลาคนที่ตายไปแล้ว หรือคนที่กำลังจะไปตาย
โอว…โนว…หรือนี่ม็อบต้านรัฐประหารกำลังสื่อ และสั่งเสีย ถึงใครบางคนที่อยู่แดนไกล? ล้ำลึกนึกไม่ถึงจริงๆ
ที่มา: bloggang.com/viewblog.php?id=newcar&date=05-06-2014&group=47&gblog=130

รำลึกความหลัง กับของเล่นแสดงความไฮโซในวัยประถม


ความไฮโซในวัยประถม

เห็นเด็กๆ สมัยนี้นั่งจิ้มแท็บเล็ต กดเกมส์ในโทรศัพท์มือถือ ทำให้ย้อนนึกไปถึงสมัยก่อน ตอนที่วิวัฒนาการยังไม่ก้าวไกลขนาดนี้ ของเล่นใน สมัยนั้นจึงเป็นอะไรที่ดูธรรมดามาก เด็กผู้ชายก็จะดีดลูกแก้ว เล่นรถแข่งทามิย่า ถ้าไฮโซก็ต้องมีเกมส์บอยเป็นของตัวเอง ด้านสาวๆ ก็จะเล่นกระโดดยาง เล่นตุ๊กตากระดาษ แต่ถ้าคนไหนพอมีเงินก็ต้องมีเจ้าทามาก็อตจิ สัตวเลี้ยงที่แสนไฮโซสุดในยุคนั้นไว้ในครอบครอง

จะว่าไปความไฮโซในวัยประถม สมัยก่อนสามารถแบ่งแยกได้เหมือนกันนะ อย่างของเล่นเหล่านี้ถือว่าไฮโซมากๆ
ของ เล่นของลูกคุณหนูสมัยก่อน ทามาก็อตจิ เมื่อครั้งอดีตเป็นของเล่นที่เหล่าไฮโซ หรือลูกคุณหนูประจำโรงเรียนต้องมี ถ้าคุณมีคุณรวยมาก 555
ภาพจาก @yume_hime_no

รถแข่งทามิย่า ถ้าจะให้เท่ ต้องโม ต้องแต่ง สมัยก่อนเลิกเรียนปุ๊บก็ต้องไปตามสนามแข่งปั๊บ


นี่ ก็กล่องดินสอไฮโซ มีออฟชั่นเสริมเยอะ เพราะนอกจากจะใส่ดินสอได้แล้ว ยังมีกบเหลาดินสอและเข็มทิศอยู่ในตัว แถมบางรุ่นมีสองชั้นสามารถแบ่งใส่ดินสอได้มากมาย
ภาพจาก @ouoummie_

พูดเลยเกมส์บอยสมัยก่อนฮิตมาก ไฮโซในวัยประถม ต้องมีไว้ครอบครอง

เชื่อว่าเด็กๆ สมัยก่อนหลายคน อยากมีไว้ในครอบครอง


เกิด ทันกันหรือเปล่ามียุคหนึ่งที่เกมส์นี้ฮิตมากๆ อดหลับ อดนอน หยุดเรียนกันเลย จะว่าไปเกมส์ Ragnarok Online ปัจจุบันก็ยังมีคนเล่นอยู่ แต่น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมากๆ
ภาพจาก @PAKKAWATKEYTAR

มาที่ของเล่นโลโซในวัยประถม กันบ้าง 5555

ต้นคริสต์มาสใส่น้ำ นั่งรอมันโต แล้วหิมะก็ออกมาเต็มต้น จนทุกวันนี้หลายคนก็ยังนึกไม่ออก ว่าเจ้าหิมะออกมาจากกระดาษได้ยังไง ^^
ภาพจาก @monanazz


ต้องบอก ก่อนว่าสมัยก่อนวิธีการเล่นดีดลูกแก้ว คือดีดให้ลงหลุมดินที่ขุดไว้ หรือดีดให้ลูกแก้วให้ไปกระทบลูกแก้วของคู่แข่ง ถ้าชนอีกฝั่งก็จะชนะและได้ลูกแก้วมาครอบครอง
ภาพจาก @LilBabyvoice

ของเล่นชิ้นนี้ก็เล่นง่ายมากๆ หาเชือกยาวพอประมาณมาผูกปม จากนั้นก็ดึงเข้า ดึงออก ใครดึงต่อไม่ได้ก็แพ้ไป ง่ายมั้ยล่ะ ^^
ภาพจาก @apichartto

สมัยก่อนต้นต้อยติ่งหรือต้นเปาะแปะมักจะขึ้นอยู่ตามโรงเรียน เด็กๆ จึงเอามาใส่น้ำเล่น เมื่อเม็ดต้อยติ่งโดนน้ำก็จะแตกออกดังเปาะแปะ (ใช้น้ำลายแทนน้ำก็ได้นะ)
ภาพจาก @tideza

เด็กๆ สมัยก่อนไม่ต้องพกกระเป๋าตังนะจ๊ะ เพราะแฟชั่นสมัยนั้นคือเอาหนังยางรัดเหรียญไว้ที่ปลายเสื้อ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าสตางค์จะหายนั่นเอง
ภาพจาก @YongGikwang

กระดาษใบนี้ไม่ได้มาบอกใบ้ให้หวยแต่อย่างใด มันคือกระดาษทำนายอนาคต จะจน จะรวย จะดำ จะขาว กระดาษใบนี้สามารถบอกเราได้ทุกอย่าง 555

เงิน 1 บาท สมัยก่อนก็สร้างความสุขให้กับนักเรียนหญิงยุคนั้นได้

ภาพจากคุณ ลูกกวาดมอมแมม

มาที่ของกินกันบ้าง จำได้มั้ย ขนมแบบนี้ที่หลายคนชอบทานกันมากๆ ตอนนี้ก็ยังมีขายอยู่นะจ๊ะ
ภาพจาก @rosewrozka

เป็นยังไงกันบ้างกับของเล่นและข้าวของเครื่องใช้ของเด็กๆ สมัยก่อน จะว่าไปวิวัฒนาการของของเล่นก็มีการพัฒนาอยู่เสมอ ของเล่นที่ฮิตๆ ในปัจจุบันอีกไม่นานก็จะกลายเป็นของเคยฮิตในที่สุด

ว่าแต่ช่วยกันนึกหน่อยสิ ว่ายังมีของเล่นฮิตอะไรอีกบ้าง ^^

ที่มา :  campus.sanook.com

เคล็ดไม่ลับ วิธีปาลูกดอกงานวัดให้ได้ตุ๊กตา (ไม่ดัก)


สวัสดี ครับ  เคยบ้างไหมไปเที่ยวงานวัด งานกาชาด งานบุญประจำปี  แล้วเห็นร้านปาลูกโป่งอยากได้ตุ๊กตา  จึงลองเล่นปาลูกดอกดู กติกา  3 ดอก 20 บาท  หรือ 7 ดอก 20 บาท  หรือ 1 ดอก 20 บาท ถ้าปาโดนลูกโป่งแตกทั้งหมดตามจำนวนลูกดอกที่เลือก สามารถเลือกตุ๊กตาได้ทั้งร้าน
ไม่ใกล้ ไม่ไกล เหมือนไม่น่าจะยาก  ลองเลือก 3 ดอก 20 บาท แต่พอลองปาแล้ว  แตก 2 ลูก  …กระเด็นออก   น่าเสียดาย  เอาใหม่อีกที่ 3 ดอก 20 ปาลูกแรกกระดอนออกมา ลูก 2 ลูก 3 ลูกโป่งแตก ไม่ได้อีกเหมือนเคยลองอีกก็เกือบจะได้แต่ไม่ได้
      ผมเป็นเซียนปาลูกดอกงานวัดคนหนึ่งได้ตุ๊กตาไม่ต่ำกว่า 100 ตัวตั้งแต่ปามา  ถามว่าเอามาทำไมตั้งเยอะ  ตอบเอามาให้คนที่เรารัก  เป็นของขวัญวันเกิด  ของขวัญวันเด็ก  ของขวัญปีใหม่  บอกก่อนนะครับว่าผมเป็นครูและก็ชอบปาลูกดอกพอสมควร  วันนี้จะมาบอกเทคนิคในการปาลูกดอกงานวัด  คุณเองก็ทำได้ใครที่อยากจะปาแล้วได้ตุ๊กตาไปฝากแฟนลองอ่านดู
สาเหตุที่เราปาแล้วไม่ค่อยได้ตุ๊กตา
1 ปาไม่แม่น
2 ปาแม่นแต่มันเด้งกลับ
3 ที่จริงแล้วปัญหามันอยู่ที่ลูกดอกทางร้านเขาต่างหากที่ถ่วงน้ำหนักที่หางเอา ไว้  สังเกตุให้ดี ใน 1 ชุดจะมีลูกดอกหางที่มี     ความหนาประมาณ 1-2 ดอก และก็ดอกธรรมดาปนอยู่   เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าเกือบได้แล้ว
วิธีแก้ลูกดอกเจ้าปัญหา
1 จับที่หางลูกดอกใช้นิ้ว ชี้ กลาง โป้ง จับให้ลูกดอกขนานกับพื้นดิน  ทำไมต้องจับหางลูกดอก  เพราะ ลูกดอกที่เราปามันคือลูกดอกที่ถ่วงน้ำหนักที่หาง  หางจะหนาเป็นพิเศษ  แต่ภาพด้านล่างคือลูกดอกปกติหางบางปายังไงก็ได้   ลองสังเกตุดูใน 3 ดอกนั้นจะมีลูกดอกหางหนาอยู่ 1-2 ดอกเวลาปาไปแล้วมันจะไม่ยอมเอาส่วนที่แหลมเข้ากระทบลูกโป่ง  แต่จะเอาหางลูกดอกกลางลูกดอกเข้าชนกับลูกโป่ง ทำให้ลูกดอกกระเด็นออกมา  เพราะว่าส่วนหางมีน้ำหนักมากกว่าส่วนแหลม  วิธีแก้จึงต้องจับที่หางลูกดอก  (เฉพาะลูกดอกที่หางมีความหนามากๆ สังเกตุเอานะครับ)
2 ก่อนปาต้องตั้งท่าตามภาพด้านบนนะครับให้ลูกดอกขนานกับพื้นดิน  แล้วก็เล็งใส่ลูกโป่ง  ใช้ลูกดอกที่หางหนาที่สุดปาก่อนเพราะ คุมทิศทางยาก  ถึงแม้เล็งลูกหนึ่งแล้วไปโดนอีกลูกหนึ่งมันก็แตกเหมือนกัน  ขอเพียงให้ลูกดอกเอาคมเข้าชนกับลูกโป่ง  จากนั้นดึงมือถอยหลัง  เตรียมปาลูกดอก

3 การดึงมือถอยหลังเริ่มจากหางลูกศรสีแดงนะครับดึงไปจนถึงปลายลูกศรสีแดงหรือ ประมาณหู  โดยแนวการดึงมือตามเส้นตรงสีแดงที่มีลูกดอกอยู่  ให้ลูกดอกมีทิศทางและลักษณะดังภาพนะครับ อย่าให้คมลูกดอกก้มหรือเงยมากนักให้ขนานกับพื้นดินให้มากที่สุด ขออภัยไม่ได้ใช้คนจริงๆลงไม่อยากเปิดเผยตัว

4 จากนั้นเริ่มปาลูกดอกจากตำแหน่งลูกศรสีชมพู  ต้องรักษาลักษณะและทิศทางลูกดอกตามภาพนะครับตามแนวเส้นสีแดง
5  ภาพด้านบนคือจังหวะปล่อยมือนะครับ แขนจะตรงจะได้ความแรงมากที่สุด  ถ้าจะปล่อยจังหวะที่แขนยังงออยู่ก็ได้แต่ความแรงก็ไม่ค่อยมาก  ลูกดอกอาจจะไม่เอาคมเข้าชนกับลูกโป่ง  แต่ถ้าชำนาญแล้วปาไม่แรงมากก็ได้  แต่ผมชอบปาแรงเพราะถึงแม้ลูกดอกไม่คมก็ทำให้ลูกโป่งแตกได้  ตามถนัดนะครับ ที่สำคัญลูกดอกต้องอยู่ในลักษณะแนวเส้นสีแดง  และเอาคมปะทะลูกโป่ง
 
วิธีทำลูกดอกไว้ฝึกซ้อมก่อนลงสนามจริง
   ที่กล่าวมาต้องฝึกฝนนะครับ  ก่อนอื่นไปซื้อลูกดอกมาถ่วงหางก่อน  อาจจะเอาหมากฝรั่งติดใส่หางลูกดอกก็ได้  หรืออาจจะเอาเหรียญสตางค์ติดด้วยกาวตราช้างใส่ตรงหาง  หรืออาจเอาสิลิโคนทาใส่  หรืออาจเอาข้าวเหนียวติดใส่แล้วแต่หาได้  เพื่อถ่วงให้หางลูกดอกหนักกว่าส่วนแหลมทำให้เหมือนลูกดอกร้านปาลูกโป่งจะได้มีลูกดอกไว้วฝึกซ้อม  ตอนแรกอย่าเพิ่งถ่วงน้ำหนักมากนะครับเพราะหางยิ่งหนักมากยิ่งปายาก  หรือจะไปทดลองปาในร้านปาลูกโป่งก็ได้  ซื้อหลายชุด แล้วก็จิ๊กเอามาซักดอกแต่ไม่แนะนำนะ  เพราะเป็นการลักทรัพย์ผิดศีล  จากนั้นก็ฝึกปาเรื่อย ๆ จนปาทุกครั้งลูกดอกก็เอาคมปะทะกับเป้าที่ฝึก  ก็แสดงว่าออกล่าได้  ความแม่นแทบไม่ต้องพูดถึงเป้าใหญ่ซะขนาดนั้นปาก็ใกล้ซะขนาดนั้น  เป็นไปได้ยากที่จะปาไม่โดน  หรือจะเอาปากกาก็ได้ฝึกปาถ้าสามารถบังคับให้ปลายปากกาปะทะเป้าได้ก็เป็นอัน ใช้ได้  ย้ำต้องฝึกฝนนะครับแต่ไม่ยากเพราะรู้เทคนิคแล้ว  แล้วคุณจะขี้เกียจแบกตุ๊กตากลับบ้าน
ที่มา: google.com / board.postjung.com/805837.html