ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์


 

กลายเป็นเพจที่กำลังมาแรงที่สุด ในตอนนี้สำหรับ  “CSI LA” หลังจากเกาะติดคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่าแบบกัดไม่ปล่อย เรียกได้ว่าแลกกันหมัดต่อหมัดกับตำรวจไทยกันเลยทีเดียว

ล่าสุดทีมงาน Sanook! Hitech ได้ติดต่อผู้ดูแลเพจ CSI LA มาสัมภาษณ์กันแบบ Exclusive ถึง “ความเป็นมาของ CSI LA” เพจที่กำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ 

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

เชื่อว่าชาวไซเบอร์หลายๆ คนคงอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเพจนี้ เพราะสไตล์การนำเสนอข้อมูลในเชิงลึก กล้าได้กล้าเสีย เกี่ยวกับคดีเกาะเต่า หรือการวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่แบบกัดไม่ปล่อย ไม่กลัวคำขู่ของใครหน้าไหนทั้งนั้น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนบนโลกออนไลน์ให้เข้าไปบริโภคข้อมูลใหม่ๆ จนตอนนี้จำนวนแฟนเพจพุ่งขึ้นไปหลักหลายแสน

เราจึงพยายามสืบเสาะหา เรื่องราวของ “CSI LA“ มาให้ได้อ่านกันว่าจริงๆ แล้วจุดกำเนิดของ “CSI LA“ มีความเป็นมาอย่างไร?

แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยได้ไหม

CSI LA: ผมเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่อเมริกาอยู่ที่นี่มา 20 ปีเเล้วครับ เเต่ชอบติดตามการเมืองไทยเเละต่างประเทศ ส่วนตัวผมเป็น Data Scientist ทำงานให้กับหน่วยงานหนึ่งของอเมริกา แต่เรื่องส่วนเรื่องผมคงให้ข้อมูลได้เท่านี้ เพื่อความปลอดภัยของผมเอง

ทำเพจ “CSI LA” มานานหรือยัง

CSI LA: เราเริ่มทำตอนประมาณเดือน มีนาคมครับ หรือประมาณ 7 เดือนที่เเล้ว ซึ่งการที่ยอดของแฟนๆ ทะยานขึ้นสูงถึง 317,240 likes มันคือ the power of social network (network effect) ผมทำเพจ csi la เพื่อเป็นเพจเเลกเปลี่ยนความเห็น ตั้งใจให้ลักษณะคล้ายกับ Pantip เเต่ของเราหาความจริงได้เร็วกว่าผมต้องการสอนคนไทยให้คิดเองเป็น เบื่อกับการเสนอข้อมูลเเบบเก่าๆ ที่ไม่มีที่มา เเละเชิงมโน โดยข้อมูลที่นำเสนอ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด มีการอ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ถ้าเรากำลังหาคำตอบผมจะตั้งคำถามเเละให้ทุกคนช่วยกันคิด เราจะใช้เหตุผลมาหักล้าง

อะไรคือเหตุผลที่ทำเพจนี้ขึ้นมา หรือเพราะทางทีมงานสะดุดใจกับอะไร หรือมีอะไรเป็นพิเศษ?

CSI LA:  ทำเพราะเบื่อข้อมูลบิดเบือนครับ ผมเห็นเพื่อนๆ เเชร์ข้อมูลบิดเบือน เลยรำคาญจึงทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจับโกหก เเละทำให้พวกเขาเงิบ เพราะในเฟสบุ๊คชอบแชร์ข้อมูลเเบบไม่มีที่มาที่ไป เเละมีการปลุกปั่นตลอดเวลา

พอบอกได้ไหมมีทีมงานประมาณกี่คน?

CSI LA:  เรื่องวิเคราะห์มีผมคนเดียว ผมวิเคราะห์เเละทำ Graphics คนเดียว เเต่มีคนหาข้อมูลเยอะๆ มาก คนที่ส่งข้อมูลมาให้มีเยอะ ตอนนี้มีคนส่งข้อมูลให้ทุกนาที เป็นพันๆ ข้อความในเวลา 24 ชม. อย่างกรณีที่ทางทีมเราสามารถรู้ว่าล่ามเป็นคนขายโรตีที่เกาะสมุย และผมสามารถหาว่าเขาขายอยู่ที่ไหน ด้วยการถามเพื่อนๆ ในเพจ ภายใน 1 ชม. เราได้ภาพของคนขายโรตี ที่หน้าวัดพระใหญ่ สิ่งที่ผมทำเขาเรียกว่า Crowd Sourcing

เห็นเพจและทวิตเตอร์มีคนชอบและพูดถึงจำนวนมาก รู้สึกยังไง? 

CSI LA: ผมเก็บข้อมูล เเละ บทสนทนาเขาไว้หมด เเน่นอนครับ คือเพจเราขาประจำจะเป็นนักคิดอยู่เเล้ว บอกตามตรงผมรู้สึกเฉยๆ นะ ถึงจะมีเเฟนถึง 3 เเสนคนยังรู้สึกเหมือนวันเเรกๆ ที่มีเเฟนๆ เเค่ 5000 เเต่ดีใจมากๆ ที่ทุกคนที่เข้ามา มองข้ามเรื่องสีเเละเข้ามาสามัคคี ประทับใจมากๆ ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้คนไทย ทุกๆคนออกมาร่วมเเรงร่วมใจกัน

ผมว่าเราทำ graphic ที่ทำให้คนเข้าใจง่ายด้วย คือเขียนเเบบไม่ยาวมาก เเต่ภาพที่ผมทำมา ทำให้คนเข้าใจง่ายๆ หลักการง่ายๆ Compare and contrast  เเละ Visualization ที่อมริกา เราถูกฝึกมาให้เขียนตรงประเด็นได้ใจความ ใช้รูปภาพอธิบาย

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ และคนที่ติดตามมั้ย?

CSI LA: สิ่งที่พวกเราทำนั้นเรียกว่า Crowd Sourcing คือการที่ใช้มวลชนเป็นพันๆ หมื่นๆ คนมาช่วยกันคิดช่วยกันทำงาน โดยเฉพาะสังคม online ที่ทำด้วยใจรักเเละบริสุทธิ์ ไม่ได้หวังสิ่งตอบเเทนใดๆ เเทนที่จะใช้ลูกจ้าง หรือ ข้าราชการเท่านั้นไปทำงาน นี่คือสิ่งที่พวกนัก Programmer เขาทำกันพวก Developer เขาทำกัน พวก Opens Souce Software Developer เขาก็ทำกันอย่างนี้เขาเรียกว่า “สามัคคี”

สุดท้ายแอดมินผู้ดูแลเพจ CSI LA ยังคงย้ำจุดยืนว่าพวกเขาไม่มีสีอะไรทั้งนั้น อยากให้คนไทยก้าวพ้นเรื่องสี เเละมีสีเดียวคือ “สามัคคี” เพราะประสบการณ์ที่เราเห็นๆ นั้นสามารถทำอะไรก็ได้ถ้าเราร่วมใจกัน

“ถ้าเราทำสิ่งนี้สำเร็จ เราจะเป็นประเทศเเรกในโลกที่มีคนเป็นเเสนๆ คนร่วมกันจับคนร้าย และอยากฝากให้คุณดูการวิเคราห์ของผมเรื่องการจับผิดเรื่องรถผีด้วยครับ”

ในโลกออนไลน์มีทั้งจุดขนานและจุดเชื่อมต่อกับโลกของความเป็นจริง โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงตัวต่อโลกภายนอกได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะคนรวยคนจนคนธรรมดาก็สามารถสร้าง “ตัวตน” ให้เป็นที่รู้จักขึ้นมา

ซึ่งนี่คงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพจชาวบ้านธรรมดาจุดเริ่มต้นของสมาชิกแค่หลักพัน จะมีอิทธิพลมหาศาลจนกลายเป็นหลักแสน และบททดสอบต่อไปคือ ประธานชุมชนอย่าง CSI LA จะดูแลและใส่ใจลูกบ้านของตนเองได้ดีแค่ไหน?

ขอบคุณภาพและข้อมูล: แฟนเพจ CSI LA

 

เพจ CSI LA บู๊ไม่เลิก วิเคราะห์ยืนยัน 2พม่าเป็นแพะเกาะเต่า


 

เพจ CSI LA บู๊ไม่เลิก วิเคราะห์ยืนยัน 2พม่าเป็นแพะเกาะเต่า คดีฆาตกรรม2นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ

จากกรณีการจับกุม2ฆาตกรชาวพม่าในคดีฆาตกรรม2นักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า ล่าสุดแฟนเพจ CSI LA ซึ่งเกาะติดคดีดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ข้อมูลพร้อมตั้งข้อสังเกต ในเรื่องอาวุธที่ใช้ในการฆาตรกรรมนายเดวิด ว่า

“จากการสังเกตภาพของเดวิด ผม สันนิษฐานว่าคนร้ายที่ทำร้ายเดวิด น่าจะใช้ มีดชก (Mini Pal Push Knife) ไม่ใช่จอบ คนร้ายน่าจะถนัดมือซ้าย เพราะบาดเเผลอยู่ทางด้านขวาของเดวิดทั้งหมด คนร้ายอาจจะมีความชำนานในการใช้อาวุธตัวนี้ด้วย เดวิดอาจจะหมดสติจากการเสียเลือดเพราะพิษบาดเเผล เเต่คนร้ายนำร่างของเขาไปกดน้ำให้เขาหมดอากาศหายใจ”

10616312_709118415832553_4540763305075267401_n

ซึ่งสาเหตุที่กางเกง David ไม่มีคราบเลือดเป็นเพราะว่าเขาโดนต่อยส่วนมาที่หัว เเละ ถูกน็อคลงกับพื้น คนร้ายต้องเป็นคนสูงอย่างน้อย 178 ได้ ถึงจะต่อยหัว คนที่สูง 190 cm อย่าง David ได้ อาจจะเป็นพวกนักเลงคุมบาร์ ที่เข้ามาช่วยกลุ่มข่มขืน

คนร้ายตัวเล็กมากทำไมต้องเสียเวลาลากศพไปทิ้งน้ำทะเล? คนเวลาตายเเล้วตัวหนักนะครับ ? พม่าตัวเล็กสองคนทำได้ไหม? เเล้ว Hannah ทำไมไม่วิ่งหนี? หรือต่อสู้กับคนร้าย? คนร้ายคนแคระสองคน สามารถ สู้ฝรั่งสองคนได้หรือ?

พร้อมทั้งชี้ว่า คนร้ายน่าจะมี speed boat เป็นของตัวเอง และมันไม่ยากเลยที่จะขับมาจากเกาะเต่า ขึ้นฝั่งสมุย และ ท่าเรือฝั่งสมุยห่างจากสนามบินไม่เกิน 5 นาที จึงอยากให้มีการตรวจสอบกล้อง CCTV ที่สนามบินชุมพร เเละ รายชือผู้โดยสารนกแอร์จากชุมพร-กรุงเทพฯที่มีการบิน รอบ 7:00 เช้า ของวันที่15 กันยายน เพราะชุมพรสามารถไปได้เร็วกว่าไปสมุยไปสุราษฏร์อีก เพราะคนไม่ค่อยพุกพล่านด้วย

ทั้งนี้แฟนเพจ CSI LA ได้มีการฝากข้อความถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ว่า ขณะนี้เป็นนาทีทองที่ท่านผู้นำเเละมีอำนาจ สามารถทำตัวให้เป็นตัวอย่างให้กับสังคม ข้าราชการระดับล่าง เเละ เยาวชนรุ่นใหม่ๆ เรียกความมั่นในของชาวไทยเเละชาวต่างชาติกลับมา โปรดอย่าให้ชื่อเสียงประเทศไทย การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย คนไทยทั้ง 68 ล้านคนต้องมาอับอายเพราะเรื่องของการทำงานที่ไม่โปร่งใส

1229886_709518309125897_5376756316320175410_n

ข้อมูลจากแฟนเพจ CSI LA เรียบเรียงโดย Mthai News

 

ที่มา:Mthai News
itplaza.co.th