YouLike คลิปเด็ด กลับมาแล้ว แจงเหตุถูกปิดเพราะอัพคลิป 18+


z-1_598

เพจดัง YouLike คลิปเด็ด กลับมาแล้ว เปิดบริการเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค. 58 พร้อมแจงเหตุถูกปิดเพราะอัพคลิปความรุนแรง 18+ ไม่เกี่ยวละเมิดลิขสิทธิ์

กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในโลกโซเชียลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเฟซบุ๊ก “YouLike คลิปเด็ด” ที่มีลูกเพจติดตามกว่า 8 ล้านคน โดนรีพอร์ต จนถูกปิดเพจไปชั่วขณะ โดยมีการอ้างสาเหตุว่าเป็นเพราะ “น้องมันแกว” เน็ตไอดอลอกอึ๋มคนดัง ไม่พอใจมาก ๆ ที่นำคลิปของเธอไปลงโดยไม่มีการขออนุญาต พร้อมทั้งชี้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยอมรับไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (16 มีนาคม 2558) เพจ “YouLike คลิปเด็ด” ก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว โดยทางแอดมิน ได้โพสต์ชี้แจงถึงสาเหตุของการถูกปิดเพจ พร้อมทั้งขอโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไป โดยมีข้อความดังนี้

#‎ขอบคุณเพื่อน ๆ ชาวYouLike‬ ทุก ๆ ท่าน และขอโหสิกรรมกับกรรมใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำลงไป ‪#‎คิดถึงเพื่อน ๆ จริง ๆ T_T‬ ชาวYouLike

ชี้แจง 1 : มินมิได้สร้างเพจใหม่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจอื่นตามข่าวลือ (ยกเว้น http://www.facebook.com/crclip ‘สร้างไว้มะกิเผื่อฉุกเฉิน’)

ชี้แจง 2 : มินมิเคยออกมาพูดไม่ว่าทางเฟซหรือให้ข่าวแต่อย่างใด.. (ยกเว้น NEWTV ติดต่อโทรมาทางไลน์)

สุดท้ายนี้ ที่ห่างกัน’20 ชม. ไม่มีคำกล่าว ๆ ใด ๆ มากไปกว่าคำว่า… “คิดถึงเพื่อน ๆ มาก T_T”

ขณะที่ PPTV News รายงานผ่านทวิตเตอร์ @PPTVNews ระบุว่า  “โต้” แอดมินเพจ “YouLike คลิปเด็ด” วัย 24 ปี ชี้แจงสาเหตุที่ถูกปิดเพจเป็นเพราะอัพคลิปรุนแรงเกิน 18+ เช่น ทารุณกรรมสุนัข ไม่ใช่เพราะดึงคลิปคนอื่นมา พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอโทษที่อัพคลิปผลงานที่ไม่ได้รับอนุญาต จากนี้จะไม่ขอโพสต์อีก เหตุไม่รู้เจตนาคนส่ง และใครเป็นเจ้าของแท้จริง 

           ผู้สื่อข่าวกระปุกดอทคอม รายงานเพิ่มเติมว่า  เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา  รายการยกทัพข่าวเช้า สถานีโทรทัศน์ PPTV HD36 ซึ่ง มี นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ และนางสาวรวิฌา ทังสุบุตร เป็นผู้ดำเนินรายการได้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ผู้ดูแลแฟนเพจ Youlike(คลิปเด็ด) ถึงประเด็นที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา แฟนเพจดังกล่าวซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 8 ล้านคน ได้ถูกทางเฟซบุ๊กปิดไปและภายหลังได้กลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติในช่วงค่ำวันเดียวกัน
           นายโต้ (สงวนชื่อ นามสกุลจริง) อายุ 24 ปี ระบุว่า สาเหตุที่แฟนเพจถูกปิด เนื่องจากได้โพสต์คลิปที่มีภาพเนื้อหารุนแรงระดับ  18+ โดยเฉพาะคลิปที่สุนัขโดนวางยาจนมีอาการชัก รวมถึงอาจจะมีคลิปอื่นๆที่เกี่ยวข้องจึงถูกทางเฟซบุ๊กแจ้งและล็อคระบบผู้ดูแล แต่ตนได้แจ้งโต้แย้งกลับไปจึงทำให้ได้รับการปลดล็อคในเวลาต่อมา เชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับการถูกบุคคลต่างๆแจ้งรายงานการละเมิดลิขสิทธิแต่อย่างใด เมื่อถูกถามถึงกรณีที่”มันแกว นมคุณธรรม” เน็ตไอดอลชื่อดังไม่พอใจที่เพจ Youlike นำคลิปวีดีโอไปรีอัพในเพจโดยไม่ขออนุญาติ นายโต้ได้กล่าวว่าต้องขอโทษและขออโหสิกรรม”มันแกว”ด้วย เพราะตนเองไม่มีเจตนาและโดยส่วนตัวแล้วตนเองก็ชื่นชอบมันแกวไม่ได้เกลียดแต่อย่างใด
           นายโต้ระบุว่าที่ผ่านมาเวลาที่มีผู้แนะนำคลิปวีดีโอมาให้ตัวเองก็ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าของคลิปตัวจริงหรือไม่ เมื่อมีการแนะนำมาและเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาโพสต่อ แต่หลังจากนี้จะพิจารณาไม่นำคลิปที่เป็นการจัดทำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิเฉพาะมาโพสต์นอกจากจะได้รับอนุญาติจากเจ้าของคลิปที่แท้จริง
           เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงว่าทำไมช่วงค่ำๆมักจะอัพคลิปแนว 18+ ที่มีภาพโป๊เปลือย นายโต้ระบุว่าก็ไม่ถึงกับเยอะมากและไม่ถึงกับโป๊เปลือย
          นายโต้ระบุยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยได้รับการแจ้งเตือนจากทางเฟสบุ๊คหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แฟนเพจถูกปิดในลักษณะนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเริ่มมาสร้างเพจก็เตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องมีซักวันที่เจอเหตุการณ์นี้
          สำหรับแฟนเพจ Youlike (คลิปเด็ด) นายโต้เปิดเผยว่ามีตนเองเป็นผู้ดูแลเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเริ่มทำงานอัพคลิปตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจนถึงประมาณตี 2 ที่ผ่านมาเริ่มทำงานเกี่ยวกับ Seo (รับทำเสิร์ชเอนจิ้นในกูเกิล) ตั้งแต่อายุ 19 ปี ปัจจุบันยอมรับว่ามีรายได้จากการทำเพจ Youlike อยู่บ้าง เพราะต้องส่งเงินให้พ่อ-แม่ ก่อนหน้านี้ก็ไม่คาดคิดว่าเพจจะเติบโตมีคนติดตามมากขนาดนี้ หลังจากนี้ไปจะยังคงทำเพจนี้ต่อไปแต่จะระมัดระวังมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจากรายการ ยกทัพข่าวเช้า พีพีทีวี
ที่มา Kapook

ดราม่ากันอีกแล้ว อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล


ส่อแววพัง!? “แชมป์” อดีตตากล้องยุคบุกเบิกรายการ VRZO โพสต์เฟซบุ๊กแฉ เผยทุ่มกาย ใจ เงิน แต่กลับถูกทิ้งไม่ไยดี ถามกล้าพูดได้ไงไม่เห็นแก่เงิน ไม่โกง ไม่เอาเปรียบใคร ด้าน “ปลื้ม สุรบถ” รีบแจงยันเคารพและห่วงรุ่นพี่เสมอ ขณะที่ “อิส” บอกอึดอัดอยากพัก

ดูเหมือนช่วงนี้จะมีแต่เรื่องวุ่นๆ เยอะทีเดียวสำหรับสมาชิกทีมงานรายการขวัญใจวัยรุ่นอย่าง VRZO ทั้งในส่วนของพิธีกรหญิง “ทับทิม มัลลิกา” กรณีที่ถูกวิพากษ์เกี่ยวกับการโฆษณาสรรพคุณครีมบำรุงผิวธุรกิจของครอบครัวไปในทางเกินจริงกระทั่งสามีหนุ่ม “ปลื้ม สุรบถ” ต้องออกมาช่วยชี้แจง (อ่าน“ปลื้ม” แจงกรณีดรามาครีม “ทับทิม” หลังถูกจวกเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง)

ล่าสุด ก็เป็นตากล้องยุคบุกเบิกของ VRZO “แชมป์” ซึ่งก่อนหน้ามีข่าวว่าเจ้าตัวไปบวชอยู่ได้โพสต์ข้อความผ่าน Champ Chib Tachanyt เมื่อวันวานที่ผ่านมา (9 ก.พ.) ระบุทำนองว่า 4 ปีที่แล้ว ตนได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และแรงเงินในการเป็นส่วนหนึ่งของรายการ ทว่า ณ ปัจจุบัน เมื่อรายการได้รับความนิยม ตนกับต้องอยู่กับความยากลำบาก ไม่มีงาน ต้องให้ที่บ้านหาเลี้ยง และรักษาร่างกายที่พังเพราะการทำงานหนักโดยไม่ได้รับความเหลียวแลแต่อย่างใด

“คุณ…คุณกล้าพูดได้ยังไงว่า ไม่เห็นแก่เงิน คุณ…คุณกล้าพูดได้ยังไงว่า ไม่โกงใคร….คุณ…คุณกล้าพูดได้ยังไงว่า ไม่เอาเปรียบใคร….คุณ…คุณกล้าพูดได้ยังไงว่า ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร 4 ปีที่แล้ว ผมได้ใช้แรงกาย แรงใจ กำลังเงิน และความสามารถ ในการสร้างสิ่งๆ หนึ่งขึ้นมากับคุณ ซึ่งคุณขายฝันให้ผมทุ่มเท่ หลอกให้เป็นผู้ก่อตั้งกับคุณ เพื่อที่จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ เลี่ยงที่บ้านกับพ่อแม่ได้ ลำบากตอนนี้สบายตอนหน้านะพี่ ผมยังจำได้ คำพูดที่ว่า เรามาลำบากด้วยกันแล้วเราก็จะสบายด้วยกันนะเราจะไม่ทิ้งกัน แล้วเป็นยังไง”

“วิธีการทำงานของคุณทำร่างกายผมพัง ตอนนี้ต้องรักษาตัวเอง ไม่มีงาน ต้องให้ที่บ้านเลี้ยง พวกคุณสบายกันแล้วหายหัวไปเลย โทรไปไม่เคยรับติดต่อไม่เคยได้ ฮ่าๆๆๆ จากเมื่อก่อนโทรตามยิกๆๆๆ ให้ไปทำงานให้ ทำงานหาเงินนะไม่แย่หรอก แต่หลอกใช้คนอื่นเพื่อความสำเร็จของตัวเองนะมันแย่ “อยากให้ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างนะครับ” คุณ…รู้ทุกอย่าง….แต่ไม่ทำอะไรสักอย่าง คุณเคยหักหลังใคร คุณเคยโกงใคร คุณเคยเอาเปรียบใคร คุณเคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร คอยดูแล้วกัน กรรมมันมีจริง การทำบุญเยอะๆ หรือไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ ไม่ได้ช่วยให้ไม่ต้องชดใช้กรรมหรอกนะ แก้ไขสิ่งผิดให้ถูก ปรับปรุงตัว ยอมรับผลกระทบจากสิ่งที่ทำไป สำนึกผิดบ้าง โชคดี”

ขณะที่ทางด้านพิธีกรหนุ่ม “ปลื้ม สุรบถ” ได้ทราบเรื่องดังกล่าว เจ้าตัวก็ออกมาโพสต์ข้อความฝากถึงอดีตสมาชิก VRZO รุ่นพี่ลงอินสตาแกรมส่วนตัว @vrzopleum ว่าตนเสียใจมากที่พี่แชมป์คิดแบบนี้ พร้อมทั้งบอก ตนไม่รู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายสุขภาพย่ำแย่ และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะโกธรอะไรแต่ตนก็ยังรักและเคารพเหมือนเดิม

“ผมเพิ่งทราบข่าวเรื่องสเตตัสพี่แชมป์ ผมโทรหาพี่..แต่พี่ไม่รับสาย งั้นผมขอพูดตรงนี้ละกันนะพี่ ผมอยากจะบอกพี่นะครับว่า “ผมโคตรเสียใจเลยพี่” ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่คิดแบบนี้ ผมสาบานให้ตายเลยว่าผมไม่รู้จริงๆ ผมเห็นพี่โทรมาหาผมตอนโน้นว่า “ปลื้มสบายดีนะ พี่ฝันไม่ค่อยดีเลย ปลื้มดูแลตัวเองด้วยนะ พี่เป็นห่วง” ผมยังตอบเลยว่า “โหยพี่ ขอบคุณที่โทรมาพี่ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะพี่” จากที่พี่โทรมาผมบอกตรงๆ ว่า ผมแม่งโคตรรักพี่เลย ผมรู้สึกว่าพี่เป็นพี่ของผมจริงๆ เพราะพี่เป็นห่วงผมตลอด จนล่าสุดผมก็ยังมาเจอพี่ในงาน VRZO PARTY”

“ผมถามพี่ว่า: “พี่สบายดีนะพี่ หลังพี่เป็นไงบ้าง” พี่ก็ตอบ : “ดีขึ้นๆ ฮ่าๆๆ” ผม: “ละพี่เป็นไงบ้าง ถ้าหลังพี่ดีแล้วพี่กลับมาทำด้วยกันมั้ย ตอนนี้ผมมีตากล้องเยอะละ พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบเมื่อก่อน : พี่แชมป์: ไม่เป็นไรน้อง เดี๋ยวพี่ได้ทุนไปเรียนต่อพอดี ขอบใจมากๆ จากตอนนั้นผมยังรู้สึกดีใจกับพี่มากที่ตอนนี้พี่ก็ดูแข็งแรงและมีความสุขดี แล้วพอมาวันนี้เกิดเรื่องขึ้นมา ผมเลยรีบโทรหาพี่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะล่าสุดที่เราคุยกันยังดีๆ กันอยู่เลย พี่ก็ดูแข็งแรงดี”

“แต่ปรากฏว่าพี่ไม่รับสายผม ผมเลยโทรหาอิสว่ามันเกิดอะไรขึ้น อิสเลยบอกกับผมว่า “พี่แชมป์ตอนนี้สุขภาพทรุดโทรมมาก ร่างกายทรุดโทรม จิตใจก็ตามร่างกาย แล้วพี่แชมป์เคยโทรหามึงแต่มึงไม่รับสายเค้า พี่แชมป์เค้าเลยคิดว่ามึงไม่สนใจเค้าเลย” ผมตกใจมาก ผมบอกอิสว่า “อะไรวะ?! ทำไมกูไม่เคยรู้เลย!!” ผมเลยอยากบอกพี่แชมป์เลยนะครับว่า”ผมไม่รู้เลยจริงๆพี่ ว่าพี่โทรหาผมตอนไหน อาจจะเพราะคนโทรหาผมเยอะมาก แล้วมันตกหล่นหรืออะไรผมไม่แน่ใจ แต่ผมไม่รู้จริงๆพี่ และมาวันนี้พี่ลำบาก ผมก็เพิ่งรู้จากที่คุยกับอิสนี่แหละ”

“ผมไม่รู้เลยว่าสุขภาพพี่กลับมาแย่อีกแล้วและฐานะพี่กำลังลำบาก และผมไม่รู้เลยว่าพี่คิดกับผมแบบนี้ แต่สุดท้ายมันผิดที่ผมเองแหละพี่ ที่ผมไม่ได้ติดต่อพี่เลย มัวแต่ทำงานทุกวัน แล้วก็คิดว่าพี่คงสบายดีมีความสุขดีในเส้นทางชีวิตของพี่ ผมแม่งโง่เองพี่ ผมขอโทษพี่จากใจจริงเลยพี่ ให้ผมไปขอขมาพี่ก็ได้ ผมรักพี่และเป็นห่วงพี่มาตลอดจากใจจริงของผม แต่ผิดที่ผมเอง ผมโง่เองที่มันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่เลย ถึงพี่จะโกรธผมไปแล้วละมองผมแย่ไปแล้วก็ตาม แต่ยังไงพี่ก็คือพี่ของผมที่ผมรักและนับถือครับพี่ ผมขอโทษครับพี่แชมป์ ผมรักพี่มากนะครับ ถ้าพี่ให้อภัยผมพี่โทรกลับหาผมหน่อ นะครับ ผมอยากคุยกับพี่ครับ”

นอกจากนี้ ล่าสุด เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าไปดูในเฟซบุ๊กของ “อิส อิสระ ฮาตะ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในทีมงานยุกบุกเบิกของ VRZO ที่ยังคงอยู่มาจนถึงยุคปปัจจุบันปรากฏว่าเจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยระบุว่า…“ผมนับถือพี่แชมป์เป็นพี่ของผมและผมก็ติดต่อกับพี่แชมป์เป็นระยะๆ ผมรู้ว่าเพื่อนผม ปลื้ม เป็นคนที่ติดต่อยาก ผมอยู่ตรงกลางทั้ง 2 คน แต่ผมกลับไม่ได้ทำหน้าที่ตรงกลางซึ่งผมเสียใจมาก อึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากเจออะไรแบบนี้แล้ว อยากพัก”

สำหรับรายการนั้นแรกเริ่มเดิมทีเป็นรายการที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทิวบ์ ก่อนที่ช่องเวรี่ ทีวีจะนำไปออกอากาศผ่านทางทรูวิชั่นส์ โดยที่ผ่านมานอกจากทางแชมป์แล้ว ทีมงานของ VRZO ในยุคแรกๆ ต่างก็ทยอยออกมาหลายคนทีเดียว ทั้ง ในส่วนของพิธีกรสาว “จิ๋วจิ๋ว สิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์” รวมถึงแฟนหนุ่ม “จอร์จ ปรีดิ์โรจน์ เกษมสันต์” นอกจากนี้ ยังเคยมีเสียงเมาท์ผ่านโลกออนไลน์ถึงความไม่ค่อยจะลงรอยกันระหว่าง “จิ๋วจิ๋ว” และแฟนสาวของหนุ่ม “อิส อิสระ” ที่ชื่อ “ทราย จรรยาพัชร” ที่มีต่อสาว “ทับทิม มัลลิกา” ออกมาอีกด้วย

อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล

“ทัมทิม – ปลื้ม” คู่ชีวิตและคู่พิธีกร VRZO

อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล

ข้อความที่คาดว่าจะเป็นชนวนเหตุ

อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล

อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล

อดีตตากล้อง VRZO “แชมป์” ซัดรายการไม่เหลียวแล

ข้อความที่ “ปลื้ม สุรบถ” โพสต์ตอบ

 

ที่มา : www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9580000016259

5 ข้อคิดจาก Mark Zuckerberg ที่จะทำให้คุณฮึดสู้กับฝันที่ยากจะไปถึง


Mark Zuckerberg หนึ่งในบุคคลอายุน้อยที่รวยที่สุดในโลก โดยภายในอายุ 23 เขาก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนที่ Facebook เริ่มก่อตั้งขึ้น และจนถึงปัจจุบันนี้ เขาอายุ 35 ปี กับรายได้สุทธิของเขาที่มีมากถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.1 ล้านล้านบาท

Mark Zuckerberg สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่ฮาวาร์ด แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเฟซบุ๊กอย่างจริงจัง เขาต้องการคิดค้นวิธีการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ให้คนทั่วโลก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เฟซบุ๊กก็กลายเป็นเว็บโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมมากที่สุดเช่นกัน โดยมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนเกือบจะ 2 พันล้านแล้วนะ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านวิธีการสื่อสารที่ไม่เคยมีมาก่อน

ซึ่งเรื่องราวของ Mark นั้น จะทำให้คุณรู้ว่า อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ที่จะทำให้คนคนนึงไล่ล่าตามความฝัน และเอาชนะอุปสรรคเบื้องหน้า เราไปดู 5 ข้อคิดของ CEO Facebook พร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

1.คุณต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็ว อาจมีบางสิ่ง ต้องเสียหายไปบ้าง เพราะถ้าไม่มีอะไรเสียหาย นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่เร็วพอ

หากคุณมีความมุ่งมั่นอยู่แล้ว อย่ามัวแต่รอคนอื่นๆ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณจงวิ่งไปสู่เป้าหมายของคุณ อย่าหยุด อย่าจำกัดขีดความสามารถของตนเอง มันย่อมมีคนที่ไม่อยากมองเห็นคุณประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

แต่คุณแค่อย่าไปสนใจ เท่านั้นเอง และหากปัจจัยบางอย่างที่คุณมี มันเป็นอุปสรรค ก็ทำลายมันเสีย เพราะบางทีมันก็เก่าแก่เกินจะเก็บไว้ก็เป็นได้ การสร้างประวัติศาสตร์ คือการทำลายของเดิมลง และสร้างสิ่งใหม่ที่คนอื่นคาดไม่ถึง นั่นล่ะ ที่เรียกว่าความสำเร็จ

2.เป้าหมายของผมไม่เคยคิดว่าจะเปิดบริษัทเพื่อหาเงินเท่านั้น คนมักเข้าใจผิด เป้าหมายจริงๆ ของผมในตอนนั้น คือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเราครั้งยิ่งใหญ่ต่างหากล่ะ

หากคุณคิดแต่เรื่องเงิน คุณก็มักจะลงเอยกับงานประจำที่จ่ายเงินคุณเท่ากันทุกๆ เดือน แต่คนส่วนมากที่ประสบความสำเร็จ เขาเสี่ยงทุกอย่าง เพื่อสู้จนพวกเขาเดินมาถึงทุกวันนี้ เพราะสิ่งที่เขารู้ก็คือ เงิน คือภาพลวงตา ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พวกเขาต้องการสร้างชื่อมากกว่า

ซึ่งแน่นอนว่า ในโลกนี้ก็ยังมีคนรวยอีกหลายคน ที่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ซึ่งคนเหล่านี้ หากจากโลกนี้ไป ก็ไม่มีใครจำได้ เพราเขาไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรไว้ให้กับโลกเลยแม้แต่น้อย

3.ส่วนตัวผมคิดว่า ผมชอบอยู่ใกล้ๆ หรือทำงานกับคนที่ชอบประเมินผมต่ำเกินกว่าความเป็นจริง เพราะมันทำให้ผมมีพลังที่จะสู้ และพิสูจน์ความจริงให้พวกเขาทึ่ง ว่าพวกเขาคิดผิด

คนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ มักมีคนที่ไม่เชื่อ สงสัย และปรามาสเป็นธรรมดา จงต้อนรับพวกเขา เพราะนั่นแหละคือแหล่งพลังงานชั้นดี ที่ทำให้คุณมีแรงสู้ สู้เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด จำไว้เสมอว่า เราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่เราควบคุมวิธีที่เราจะโต้ตอบความคิดของคนเหล่านั้นได้ มันคือทางเลือกของเราเองทั้งนั้น

และเมื่อคุณสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถกลับไปหาคนที่ไม่เชื่อคุณในตอนแรก และขอบคุณพวกเขา ที่พวกเขาคือสิ่งที่ทำให้คุณสำเร็จในวันนี้ เพราะฉะนั้นจงรู้จักขอบคุณ

4.อาจจะฟังดูเน่าไปหน่อย แต่ผมอยากเปลี่ยนสังคมให้เปิดกว้างมากขึ้น และการเปิดกว้างให้สังคมนั้น มันไม่สามารถเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนหรอกนะ มันใช้เวลาเป็น 10-15 ปีนู่นแหละ

จำไว้ว่า ความอดทนคือกุญแจสำคัญของทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนโลก ยิ่งต้องใช้เวลานาน

อย่างเช่นเรื่องราวของ Nelson Mandela ที่ต้องใช้เวลาในคุกถึง 27 ปี จนเขาสามารถก้าวออกมา และกลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ นี่คือตัวอย่างที่สำคัญมากของการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลก เพราะฉะนั้น ความสำเร็จมันยาก เพราะฉะนั้นจงอดทนและแน่วแน่อยู่เสมอ

5.ความเสี่ยงที่สูงที่สุด คือการไม่เสี่ยงอะไรเลย และการไม่เสี่ยงอะไรเลยเนี่ยแหละ ที่เปรียบเสมือนการการันตีสู่ความล้มเหลว

สิ่งที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมโลกได้ในวันนี้ เมื่อ 50 ปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ เพราะฉะนั้น โลกมันหมุนไปเร็วกว่าที่คิด และถ้าคุณไม่คิดจะเสี่ยงอะไรเลย คุณก็จะล้าหลังไปอย่างนั้น

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้หรอกว่า จะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า มันจะสำเร็จมั้ย มันจะเกิดอะไรขึ้น แค่คุณทำวันนี้ให้ดีที่สุด ลองเสี่ยงเพื่อความฝันของคุณดู ดีกว่าไม่เสี่ยงอะไรเลย เพราะบางที มันอาจจะสบาย ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราอยู่เฉยๆ เราก็มีงานทำ แต่ถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ความฝัน ก็ยังคงเป็นได้แค่ความฝันอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้น ความกล้า คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

cr.elitedaily.com , kiitdoo.com

ที่มา: flagfrog.com/5-think-from-mark-zukerberg

ผู้หญิงที่ลงรูปตัวเองแล้วบอกว่าโทรม ต้องการอะไรเหรอครับ?


คือเห็นบ่อยมาก ไม่เข้าใจอ่ะครับ โทรมมมมมม ช่วงนี้โทรมมมมมมาาาากกกกกก ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ได้มีอะไรเลย แถมยังใช้แอพแต่งรูปอีก ต้องการอะไรเหรอครับ ต้องการให้มีคนมาเม้นว่า “สวยแล้ว” เหรอครับ หรือยังไง?

คือมีเพื่อนเป็นแบบนี้อ่ะ แรกๆ ก็รำคาญ ตอนนี้ชินแล้ว

กินข้าวคนเดียว เหงาจัง – ถ่ายรูปหน้าตัวเอง มีจานอาหารติดมานิดนึง
วันนี้แดดแรงมาก ดำหมดแล้ว – ถ่ายในรถ หน้าโดนแดดส่อง ทำตาหรี่ๆ นิดนึง แต่งภาพด้วยแอ๊พคาเมร่า 720 องศา
Good night ฝันดีนะทุกคน – รูปถ่ายเซลฟี่ตัวเองแบบเต็มตัวในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
งานยุ่งจัง ไมมีเวลากินข้าวเลย หิวจนตาลาย – รูปเซลฟี่ใส่แว่นดำ ถ่ายในรถ
โทรมมาก สิวขึ้น – แต่งหน้าแน่น หาสิวไม่เจอ ปากสีส้มสวยงาม แต่งภาพด้วยแอ๊พหน้าเนียน

คือไม่ว่าจะตั้งสเตตัสอะไร ภาพประกอบก็เป็นรูปนางอ่ะ

อีกแบบหนึ่งคือ ตัวผอมแห้งแล้วยิ้ม .. แต่บ่นว่าอ้วนอ่ะครับ .. เซงจุง

เจอบ่อยค่ะ

ปวดหัวจัง – เอามือจีบหัว+คิ้วขมวด

ง่วงแล้ว ฝันดี -เซลฟี่ตัวเองหลับตาหน้าจัดเต็มบนเตียง

ตอนนี้ที่บ่น ๆ ในเฟสตัวเองคือ วันเกิดเพื่อนแต่โพสรูปเซลฟี่ตัวเองพร้อมคำว่า “HBD” แบบ เมุงต้องการอัลไลจากสังคม?

เผื่อนึกภาพไม่ออกนะ เช่น

ตย.1
สเตตัส – โทรมมากกกกกกกกกกก หน้าสด
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – หน้าเด้ง เนียน ปิ้งปั๊ง ยิ้มด้วย แต่งหน้า คิ้วขนตามาครบ ใส่แอฟด้วย

ตย.2
สเตตัส – อ้วนมากกกกกกกกกกกกกก กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – ใส่ชุดกำลังไปออกกำลังกาย แบบโชว์เนื้อหนัง สายเดี่ยวโชว์หน้าท้องอันแบนราบ และท่อนแขนอันเรียวเล็ก โชว์ร่องนมอีกตั้งหาก กับกางเกงสั้นจุ๊ดโชว์ขาเรียวงาม

ตย.3
สเตตัส – วันนี้อากาศดีฝุดๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – รูปเซลฟี่หน้าตัวเอง ไม่เห็นวิวสักติ๊ดดดดด

ตย.4
สเตตัส – ไม่เป็นไรนะ วรนิด ต้องเข้มแข็งสิ เรื่องแค่นี้เอง / น้ำตาไม่ช่วยอะไร ชั้นเข้มเเข็งพอ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่หน้าตัวเอง หลังร้องไห้ หรือน้ำตากำลังหยดแหมะๆ

ตย.5
สเตตัส – ผมสั้นม๊ากเลยยยยยย จะบร้าาาาาา ชั้นทำอะร้ายยยยลงไปเนี่ย ฮือออๆๆ
รูปที่ลงพร้อมสเตตัส – เซลฟี่ตัวเอง พร้อมหน้าเบิกบาน กับผมความยาวเท่าเดิม (อาจจะหายไป2เซน)

อีกอย่างคือ นางจะโฆษณาขายครีมหน้าเด้ง สิวยุบ ยาลดน้ำหนัก ระเบิดไขมัน สักพักจะบอกว่า ” นี่อาจจะช่วยได้นะ เค้าทดลองแล้วได้ผลจริง ลองดูนะเพื่อนๆ ”

รำคาญมากค่ะ เรียกร้องความสนใจ เราควรตอบกลับไปว่า จริงๆ ด้วย โทรมยังกับศพแบบนี้ทีหลังอย่าโพสต์เลยนะ

 

ที่มา: pantip.com/topic/32774998

8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต (Facebook)


8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต ขอบอกว่าหลอนจริงๆ นะคะ เพราะเพียงแค่คุณอ่านประโยคสั้นๆ เหล่านี้ก็สามารถขนหัวลุก จนต้องหันมองบริเวณรอบๆ ตัวหรือรอบๆ ห้องได้แน่นอน ถ้าเพื่อนๆ ไม่เชื่อ ลองไปพิสูจน์ดูกัน…

ijighkj

8 ประโยคสุดหลอนที่ถูกแชร์บนอินเตอร์เน็ต

1. คืนหนึ่งผมพาลูกชายเข้านอน แล้วลูกก็พูดกับผมว่า “ พ่อครับช่วยดูหน่อยว่ามีผีอยู่ใต้เตียงรึเปล่า..” ผมเลยก้มลงดูใต้เตียงเพื่อให้ลูกหายกลัว แต่ผมดันกลับเห็นลูกชายผมหมอบอยู่ใต้เตียง จ้องมาที่ผมแล้วกระซิบ “พ่อ..มีใครไม่รู้อยู่บนเตียง”

2. ไม่ต้องกลัวผีหรอก ก็แค่มองดูทางซ้าย..ดูทางขวา..ก้มลงดูใต้เตียง..เปิดดูในตู้เสื้อผ้า ขออย่างเดียวอย่าเงยหน้าขึ้นดู เธอไม่ชอบให้ใครเห็น…

3. “ผมแทบขำกลิ้งเมื่อภรรยาของผมแกล้งทำเป็นผีหลอกใส่ผมในกระจก แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงรถขับมาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าภรรยาผม ไม่อยู่บ้านนี่หว่า”

4. “ฉันดูรูปในโทรศัพท์แล้วก็เห็นรูปของตัวเองกำลังนอนหลับในห้องนอน…ฉันอยู่บ้านคนเดียว”

images

5. ฉันได้ยินแม่เรียกให้มาที่ในครัว ตอนที่ฉันกำลังจะเดินลงบันได จู่ๆก็ได้ยินเสียงกระซิบว่า “อย่าลงไปลูก แม่ก็ได้ยินเหมือนกัน..”

6. “ผมตื่นขึ้นมากลางดึกได้ยินเสียงเคาะเรียก ในตอนแรกผมก็นึกว่ามันมาจากทางหน้าต่าง แต่พอตั้งใจฟังดีๆมันมาจากในกระจก..”

7. “มีคนกำลังยิ้มให้ฉันมาทางหน้าต่างห้องนอน…..ห้องฉันอยู่บนชั้นที่14”

8. “ยายฉันบอกว่ามันเป็นพรสวรรค์ที่ฉันมีตาทิพย์ สามารถเห็นยมทูตมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของคนที่กำลังจะตายได้ ฉันก็คิดว่ามันเป็นพรสวรรค์เหมือนกัน จนกระทั่งฉันเห็นยมทูตยืนอยู่ที่หน้าบ้านทุกๆ บ้าน..”

ข้อมูล yamsayong.tv

[แจกรูปเยอะกว่าเดิม] ผมนี่ยืนขึ้นเลย.. วลีดัง รูปเด็ดจากคอมเม้น Facebook [18+] [ภาค3]


ไม่ต้องพูดอะไรมาก เอาเป็นว่า เรารู้กันโน๊ะ !! > <

หลังจากยอดวิวถล่มทลาย คนค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด “ผมนี่” “ผมนี้ยืนขึ้น” “วลี ผมนี่” “คอมเม้นเฟสบุ๊ก” “ผมนี่ยืนขึ้นเลย” และ ผมนี่… อีกมากมายหลายอย่าง ทั้งผมนั่ง ผมนอน ผมหมอบ ผมหลบ ผมไม่ดู บลาๆๆ ทำให้วันนี้ น้องหมูหันดีไซน์ มีรูปคอมเม้นใหม่ๆมาแจกกันอีกแล้ว

เครดิตก็ตามที่ลงไว้ในรูปนะคะ ขออนุญาติทุกท่านด้วยนะคะ..

ผมนี่สะดุ้งเลย

ผมนี่สะดุ้งเลย

ผมนี่ตกใจอย่างแรงเลยนิ

ผมนี่ตกใจอย่างแรงเลยนิ

ผมนี่เอลวิสเลย

ผมนี่เอลวิสเลย

ผมนี่ถ่ายพริตตี้เลย

ผมนี่ถ่ายพริตตี้เลย

ผมนี่ใส่บิกินีเลย

ผมนี่ใส่บิกินีเลย

ผมนี่ 300 เลย

ผมนี่ 300 เลย

ผมนี่ยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย

ผมนี่ยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย

ผมนี่ตั้งเพจแม่มเลยครับ

ผมนี่ตั้งเพจแม่มเลยครับ

ผมนี่แพะเลยครับ

ผมนี่แพะเลยครับ

ผมนี่เรียบแป้เลย

ผมนี่เรียบแป้เลย

ผมนี่กลายเป็นพันธุ์ดีเลย

ผมนี่กลายเป็นพันธุ์ดีเลย

ผมนี่ศัลยกรรมเลย

ผมนี่ศัลยกรรมเลย

ผมนี่ตั้งด่านเลย

ผมนี่ตั้งด่านเลย

ตามจับไวท์แมน

ตามจับไวท์แมน

ผมนี้แปลงเพศเลย

ผมนี้แปลงเพศเลย

ผมนี้หิวเลยครับ

ผมนี้หิวเลยครับ

ผมนี้แนะนำเลย

ผมนี้แนะนำเลย

ผมนี้อยากเล่นบ้างเลย

ผมนี้อยากเล่นบ้างเลย

ผมนี่เต้นกาโวเลยครับ

ผมนี่เต้นกาโวเลยครับ

ผมนี่ตรวจครรภ์เลย

ผมนี่ตรวจครรภ์เลย

ผมนี่จะไปอยู่ดาวอังคาร

ผมนี่จะไปอยู่ดาวอังคาร

บุคคลผู้โด่งดังใน Comment มากที่สุด

บุคคลผู้โด่งดังใน Comment มากที่สุด

ผมนี้ใช้การ์ดป้องกัน

ผมนี้ใช้การ์ดป้องกัน

ผมนี้ทุ่งหมาหลง

ผมนี้ทุ่งหมาหลง

ผมนี้เรียกพระมาสวดเลย

ผมนี้เรียกพระมาสวดเลย

ผมนี้ถอดปลั๊กเลย

ผมนี้ถอดปลั๊กเลย

ผมจะไม่ยุ่ง

ผมจะไม่ยุ่ง

ผมนี้กลัวเลย

ผมนี้กลัวเลย

ผมไม่เกี่ยว ผมมาซื้อก๋วยเตี๋ยวให้แม่

ผมไม่เกี่ยว ผมมาซื้อก๋วยเตี๋ยวให้แม่

ผมนี่โค้ชก้องเลยครับ

ผมนี่โค้ชก้องเลยครับ

ผมนี่เรียกท่านประยุทธ์มาดูเลยครับ

ผมนี่เรียกท่านประยุทธ์มาดูเลยครับ

ผมนี่น้อยใจเลย

ผมนี่น้อยใจเลย

ผมนี่.. มึงพอได้แล้วไอ้สัตว์

ผมนี่.. มึงพอได้แล้วไอ้สัตว์

ผมนี่เรียกพ่อมาดูเลย

ผมนี่เรียกพ่อมาดูเลย

ผมนี่ไม่มีรูปเลย

ผมนี่ไม่มีรูปเลย

ผมนี้ถอดหัวเลย

ผมนี้ถอดหัวเลย

ผมนี่ควักลูกตาเลย

ผมนี่ควักลูกตาเลย

ฉันนี่ตกใจมากเลย

ฉันนี่ตกใจมากเลย

ผมนี่บอกรักผัวเลย

ผมนี่บอกรักผัวเลย

ผมนี่ธอร์เลยครับ

ผมนี่ธอร์เลยครับ

ผมนี่ยืน..ยืนทำเหี้ยไรครับ

ผมนี่ยืน..ยืนทำเหี้ยไรครับ

ผมนี่งิ่ดเลย

ผมนี่งิ่ดเลย

ผมนี้พี่โดมเลย

ผมนี้พี่โดมเลย

ผมนี่ตั้งกระทู้เลย

ผมนี่ตั้งกระทู้เลย

ผมนี่เผาคอมเลย

ผมนี่เผาคอมเลย

ผมนี้เก็บของหนีเลย

ผมนี้เก็บของหนีเลย

น้ำตาผมแท็บเล็ต

น้ำตาผมแท็บเล็ต

ผมนี้ซึ้งมาก

ผมนี้ซึ้งมาก

ผมเรียกเสือโคร่งมาดูเลย

ผมเรียกเสือโคร่งมาดูเลย

ผมนอนเลย

ผมนอนเลย

ผมขอคิดแปบ

ผมขอคิดแปบ

ผมนี้บาร์ซ่าเลย

ผมนี้บาร์ซ่าเลย

ผมนี่เป็นฮัล์คเลย

ผมนี่เป็นฮัล์คเลย

ผมนี่เต้นไมเคิลเลยครับ

ผมนี่เต้นไมเคิลเลยครับ

ผมนี้ลุงสอิ้งนักวิ่งใจสิงห์เลยครับ

ผมนี้ลุงสอิ้งนักวิ่งใจสิงห์เลยครับ

ผมนี้แข็งแกร่งเลยครับ

ผมนี้แข็งแกร่งเลยครับ

ผมนี่คืนความสุขเลย

ผมนี่คืนความสุขเลย

ผมนี้ลีน่าจังเลย

ผมนี้ลีน่าจังเลย

ผมนี่ตำนานเหยินเลย

ผมนี่ตำนานเหยินเลย

ผมนี้ให้ผ่านเลย

ผมนี้ให้ผ่านเลย

ผมนี่ยิงเลเซอร์เลย

ผมนี่ยิงเลเซอร์เลย

ผมเบลอเลยครับ

ผมเบลอเลยครับ

ผมนี้ยำรอเลย

ผมนี้ยำรอเลย

ผมนี้แปลงร่างเป็นไททันเลย

ผมนี้แปลงร่างเป็นไททันเลย

ผมนี่โดนจิกหัวเลย

ผมนี่โดนจิกหัวเลย

ผมนี่หน้ามืดเลย

ผมนี่หน้ามืดเลย

ผมนี่ขึ้นปกเกมส์เลย

ผมนี่ขึ้นปกเกมส์เลย

ผมนี้ใช้พันปักษาเลย

ผมนี้ใช้พันปักษาเลย

ผมนี้รีบพลิกจอเปิดดูยูไลค์เลย

ผมนี้รีบพลิกจอเปิดดูยูไลค์เลย

ผมนี่ไม่อยากอวด

ผมนี่ไม่อยากอวด

ผมนี่กัดโต๊ะเลยครับ

ผมนี่กัดโต๊ะเลยครับ

ผมนี่ส่งฮอล์คูลไปให้เลย

ผมนี่ส่งฮอล์คูลไปให้เลย

ผมนี่เท่เลย

ผมนี่เท่เลย

ผมนี่เปลี่ยนทรงผมเลย

ผมนี่เปลี่ยนทรงผมเลย

ผมนี้แก๊งสเตอร์เลยครับ

ผมนี้แก๊งสเตอร์เลยครับ

ผมนี่ ไฮร์ ฮิตเลอร์ เลย

ผมนี่ ไฮร์ ฮิตเลอร์ เลย

ผมนี่ เม้นสี เลยยย

ผมนี่ เม้นสี เลยยย

ผมพร้อมยิงเลย

ผมพร้อมยิงเลย

ผมใส่ชุดสูตรเลยครับ

ผมใส่ชุดสูตรเลยครับ

ผมนี่พาน้องมาดูเลย

ผมนี่พาน้องมาดูเลย

กูนี่ย่างไก่เลย

กูนี่ย่างไก่เลย

ผมนี่กล้าหาญเลย

ผมนี่กล้าหาญเลย

กูนี่หล่อขึ้นนะครับ

กูนี่หล่อขึ้นนะครับ

อะไรของมึง

อะไรของมึง

ผมนี้แต่งตัวไม่ทันเลยครับ

ผมนี้แต่งตัวไม่ทันเลยครับ

ผมนี่ห้องรกเลยครับ

ผมนี่ห้องรกเลยครับ

ผมนี่ LOL เลยครัช

ผมนี่ LOL เลยครัช

ผมนี่ยิงนัดสุดท้าย นัดไหน ลืม

ผมนี่ยิงนัดสุดท้าย นัดไหน ลืม

ผมนี่ซื้อคอมใหม่เลย

ผมนี่ซื้อคอมใหม่เลย

[แจกรูป] ผมนี่ยืนขึ้นเลย.. วลีดัง รูปเด็ดจากคอมเม้น Facebook [18+] [ภาค2]


สวัสดีค่า เพื่อนๆที่น่ารักทุกท่าน.. วันนี้หมูหันดีไซน์มาคุยกันกับประเด็น HOT!! ในเรื่องของ ผมนี่ยืนขึ้นเลย !! วลีเด็ดจากคอมเม้น Facebook (อีกแล้ว) คิดซะว่านี่เป็นบทความ ภาค 2 ละกันเนอะ ^ ^

บางคนอาจจะบอกว่า ผมนี่…อะไรว้าา #$%#$%#%@&#%&%#@ ไม่เห็นจะเคยได้ยิน(ดังตรงไหน?)

โอเคนะคะ.. หากคุณไม่ใช่พวกเกรียนๆ หรือ พวกที่ชอบท่องเที่ยวบนโลกโซเชียลนามว่า Facebook คุณไม่เคยเห็นมัน ก็ไม่ผิด.. เพราะ วลี “ผมนี่ยืนขึ้นเลย” บวกกับรูปวาดง่ายๆ เกรียนๆ ตัวคนสีขาวตัดเส้นดำ(ที่ดูไม่ค่อยจะเหมือนคน) มันน่าฮิตตรงไหน ?

ที่มันฮิต เพราะ มันเป็นภาพวาดง่ายๆ ที่ใครก็นำมาตัดต่อเล่นกันได้ + กับวลีฮิตที่นำมาดัดแปลงซะจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม

ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ เจ้าตัวนี้ มันคือวลีเฉพาะกลุ่ม ที่ทำไว้เพื่อให้ฮาเฉพาะกลุ่มนั่นเอง !! ..

บ้างก็ตัดต่อซะจนไม่เหลือเค้าของเดิม.. บ้างก็ตัดต่อล้อเลียนคนดัง.. บ้างก็ตัดต่อแบบ อารมณ์ล้วนๆ 555

หากใครต้องการรูปเพิ่มเติม + ความฮาที่มีสารถบ้าง ไม่มีสาระบ้าง เข้าไปชมกันต่อได้ที่เพจ รูปคอมเม้น ผมนี้

Link : facebook.com/commentpiciam (ไม่ได้ค่าโฆษณายนะเนี่ย 5555+)

ภาพส่วนหนึ่งจากเพจ รูปคอมเม้น ผมนี้

ผมนี่กดไลค์เลย

ผมนี่กดไลค์เลย

ผมนี่ไม่อยากจะมองเลย

ผมนี่ไม่อยากจะมองเลย

ผมนี่แจ๊ะแจ๊ะแจ๊ะเลย

ผมนี่แจ๊ะแจ๊ะแจ๊ะเลย

ผมนี่เต็มไปหมดเลย

ผมนี่เต็มไปหมดเลย

ผมนี่เล่นมุขผมนี่ยืนขึ้นเลย

ผมนี่เล่นมุขผมนี่ยืนขึ้นเลย

ยังค่ะ.. ยังไม่พอ.. มีทีมงานใจดี ทำคลิปออกมาเฉลยว่าที่มาของเจ้าตัวการ์ตูนสุดกวนมาจากอะไร

เราไปชมคลิปกันเลยค่ะ..

ผมนี่ยืนขึ้นเลย คืออะไร [zbing z.]


สรุปแล้วที่มาจริงๆคืออะไรกันแน่ ก็ยังคงไม่มีใครทราบ.. ช่างมันค่ะ

วันนี้ หมูหันดีไซน์ มีภาพเพิ่มเติมมาให้ชมกันอีก แจกกันแบบจุใจแน่นอน !!

(คัดแล้ว แบบไม่ติดเรทนะคะ.. หากอยากได้แบบ 18+ รบกวนเชิญที่ Google เลยค่ะ อิอิ)

ผมนี่ยืนผมนี่ยืนตามผมขอนั่งนะผมมุดโต๊ะเลย

ผมนี่ยืนผมนี่ยืนตามผมขอนั่งนะผมมุดโต๊ะเลยผมนี่ยืนผมนี่ยืนตามผมขอนั่งนะผมมุดโต๊ะเลย

ผมนี่โยนกระเป๋าเดินทางเลย

ผมนี่โยนกระเป๋าเดินทางเลย

กระแสล้อเลียนผมนี่

กระแสล้อเลียนผมนี่

ผมนี่กลืนน้ำลายเลย

ผมนี่กลืนน้ำลายเลย

ผมนี่อดดูเลยครับ

ผมนี่อดดูเลยครับ

เอาซะหมาผมงงเลย

เอาซะหมาผมงงเลย

อย่าให้กูเห็นอีกนะ

อย่าให้กูเห็นอีกนะ

มันจ้าซะเหลือเกิน

มันจ้าซะเหลือเกิน

พวกผมยืนตะลึงพร้อมกัน

พวกผมยืนตะลึงพร้อมกัน

ผมนี่โอบาม่าเลย

ผมนี่โอบาม่าเลย

ผมนี่อ้าปากค้างเลย

ผมนี่อ้าปากค้างเลย

ผมนี่อ้วกเป็นสายรุ้ง

ผมนี่อ้วกเป็นสายรุ้ง

ผมนี่โหมดเซียนเลย

ผมนี่โหมดเซียนเลย

ผมนี่หมอบลงเลย

ผมนี่หมอบลงเลย

ผมนี่วาดเองเลย

ผมนี่วาดเองเลย

ผมนี่ลิงวินโด้ใหม่เลย

ผมนี่ลิงวินโด้ใหม่เลย

ผมนี่รอดูสรยุทธ์เลยครับ

ผมนี่รอดูสรยุทธ์เลยครับ

ผมนี่ร้องไห้เลย

ผมนี่ร้องไห้เลย

ผมนี่ยาราไนก้าเลยครับ

ผมนี่ยาราไนก้าเลยครับ

ผมนี่ยังไม่ได้ดูเลย

ผมนี่ยังไม่ได้ดูเลย

ผมนี่มุ้งมิ้งเลย

ผมนี่มุ้งมิ้งเลย

ผมนี่เพอร์ซิอู๊ดเลย

ผมนี่เพอร์ซิอู๊ดเลย

ผมนี่พาลูกๆมาดูเลย

ผมนี่พาลูกๆมาดูเลย

ผมนี่พาไทยไปบอลโลกเลย

ผมนี่พาไทยไปบอลโลกเลย

ผมนี่ปล่อยแสงเลย

ผมนี่ปล่อยแสงเลย

ผมนี่ตั้งใจเรียนเลยครับ

ผมนี่ตั้งใจเรียนเลยครับ

ผมนี่โดดเรียนเลย

ผมนี่โดดเรียนเลย

ผมนี่เดินออกไปเลย

ผมนี่เดินออกไปเลย

ผมนี่เดอะว๊อยเลย

ผมนี่เดอะว๊อยเลย

ผมนี่ซึ้งเลย

ผมนี่ซึ้งเลย

ผมนี่ใช้จักรยานในการรับชม

ผมนี่ใช้จักรยานในการรับชม

ผมนี่ช็อคเลย

ผมนี่ช็อคเลย

ผมนี่จะไปอยู่ดาวอังคาร

ผมนี่จะไปอยู่ดาวอังคาร

ผมนี่คอมหายเลย ผมนี่คลิ้กSaveAsเลย

ผมนี่ของขึ้นเลย

ผมนี่ของขึ้นเลย

ผมนี่กดไลค์เลย

ผมนี่กดไลค์เลย

ผมนอนเลย

ผมนอนเลย

ผมจะไม่ยุ่งนะ

ผมจะไม่ยุ่งนะ

ผมเงิบเลย

ผมเงิบเลย

ผมขอนั่งนะ

ผมขอนั่งนะ

ผมกับเพื่อนนี่พร้อมใจกันยืนขึ้นเลย

ผมกับเพื่อนนี่พร้อมใจกันยืนขึ้นเลย

ทำไมชอบเอากรูมาเล่นกัน

ทำไมชอบเอากรูมาเล่นกัน

แต่ผมไม่เล็กนะครับ

แต่ผมไม่เล็กนะครับ

ขนลุกเลยค่ะ

ขนลุกเลยค่ะ

.

.

.

.

ผมอึ้งไปเลย

ผมอึ้งไปเลย

ขอขอบคุณรูปภาพจากแฟนเพจ Facebook ทั้งหลาย , รูปภาพจากเว็บดังทั้งหลาย ขอบคุณมากๆนะคะ ^ ^

นี่เพื่อนไงจำไม่ได้หรอ? จากเพจดัง [Facebook]


 

กับวลีฮิต..จาก Facebook “นี่เพื่อนไง จำไม่ได้เหรอ?” บอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนที่มีค่าแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต กับข้อความพร้อมด้วยการ์ตูนประกอบสุด จิกกัด.. อธิบายความรู้สึกลึกๆ ความน้อยใจมาเต็ม ! หากคุณมีแฟน จงอย่าลืมเพื่อน.. เพราะไม่แน่ว่า เพื่อนคุณ..อาจจะไปเพ้อบน Facebook ได้ว่า นี่เพื่อนไง..จำไม่ได้เหรอ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

.

.

 

 

 

Cr. facebook.com/pages/นี่เพื่อนไงจำไม่ได้หรอ/334236760084743

ลองอ่าน”เมื่อเฟซบุ๊คเฉลยปริศนา เพราะอะไรเราจึงไม่มีปุ่มคลิก”dislike”(ไม่ชอบ) ให้พวกคุณ!


 

และ สำหรับผู้ใช้เฟซบุ๊คเป็นประจำ หรืออาจจะเรียกได้ว่า สาวกเฟซบุ๊ค ทั้งหลาย ต่างก็ใช้”สื่อออนไลน์”นี้กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มเพื่อนของพวกเขา ในรูปลักษณะเหมือนกัน นั่นคือ โพสต์ข้อความ-คลิกชอบ-โหลดภาพ-แสดงอารมณ์ และแชร์ข้อความ มีเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่มี นั่นคือ การคลิก”ไม่ชอบ” โดยที่ผ่านมา การ”ขาดหาย”ของสิ่งนี้ ได้ทำให้เกิดคำถามจากสาวกเฟซบุ๊ค แทบเรียกได้ว่า เกือบจะ 90 เปอร์เซนต์ หรือทั้งหมดด้วยซ้ำ ด้วยข้อสงสัยว่า ก็ในเมื่อเฟซบุ๊คยังมีปุ่ม”ไลค์”ได้ แล้ว”ทำไม”เฟซบุ๊ค ถึงไม่มี”ปุ่ม”dislike”( ไม่ชอบ)เล่า

ว่า ไปแล้ว ถึงขณะนี้ ปุ่มไลค์(ชอบ) ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์”ยอดนิยม”ของเฟซบุ๊คไปแล้ว ขณะที่ปุ่ม”dislike”ที่ไม่มี ก็กลายเป็นปริศนาทางอินเตอร์เนทมาตลอด ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ถึงกับมีสาวกเฟซบุ๊คจำนวนหลายพันคนได้”เข้าชื่อ”เรียกร้องให้เฟซบุ๊ค เพิ่มปุ่มดังกล่าว หรือแม้แต่คิดไปไกลว่า เฟซบุ๊ค น่าจะมีปุ่ม”นิ้วกลาง”ด้วยซ้ำ (ขนาดนั้่นจริงๆ)

 

เมื่อ เร็ว ๆ นี้ นายเบรต เทย์เล่อร์ อดีตซีอีโอเฟซบุ๊ค ผู้สร้างปุ่ม”คลิกไลค์” ได้กล่าวเฉลยปริศนาเรื่องนี้ว่า ในขณะที่ปุ่มคลิกไลค์ หรือคลิก”ชอบ”เป็นเสมือนการ”ให้อำนาจ”ผู้ใช้เฟซบุ๊ค ได้แสดงออกถึงการเกี่ยวพันด้านต่าง ๆ กับเพื่อนๆ  ของเขา ในอีกด้านหนึ่ง เฟซบุ๊ค เห็นว่า มันเป็นเรื่อง”ไม่เหมาะสม”ที่จะให้เฟซบุ๊ค มีปุ่ม”dislike”หรือปุ่ม”ไม่ชอบ”หลังจากที่ทีมงานเฟซบุ๊คได้เคยโต้เถียงกัน มาแล้ว โดยทุกฝ่ายต่างล้วนสรุปเห็นพ้องว่า การมีปุ่มไม่ชอบ จะนำมาซึ่ง”ผลด้านลบที่รุนแรงมาก”

 

นาย เบรต บอกว่า เหตุผลที่ทีมงานเฟซบุ๊ค ผลิตปุ่ม”like”ออกมา ก็เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนย่อมต้องการจะแสดงการยอมรับใน”บางสิ่ง” หรือ”บางคน”ที่พวกเขา ชอบ เป็นหลักอยู่แล้ว แต่สำหรับปุ่ม”ไม่ชอบ” ไม่สมควรยิ่งที่นำมาใช้ เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ หากนำมาใช้ มันจะก่อให้เกิดผลในเชิงลบอย่างมากมาย โดยเฉพาะการทำให้เฟซบุ๊คกลายเป็น”สนามรบแห่งการทะเลาะวิวาท”มากกว่า”สนามแลก เปลี่ยนความคิดเห็นกัน” และในทางปฎิบัติ หากนำปุ่มดังกล่าวมาใช้ มันจะ”ทำลายแนวโน้ม”การโพสต์ข้อความในเชิงสร้างสรรค์ ที่ผู้คนต้องการจะให้ผู้อื่นยอมรับเขาในด้านบวก ในเชิงจิตวิทยา

นอก จากนี้ อีกด้านหนึ่ง การใช้ปุ่ม”dislike”ย่อมจะทำให้ผู้คน มีความรู้สึกไม่ดี หรือเป็นศัตรูต่อกัน หากข้อความของเขาถูกคลิก”ไม่ชอบ”จากเพื่อน หรือบุคคลอื่น ๆ ดังนั้น การคงไว้ซึ่งปุ่ม”like”อย่างเดียว ในเชิงจิตวิทยา รวมทั้งในทางปฎิบัติ จะเป็นการ”บังคับให้ผู้คน แสดงความเห็น หรือความรู้สึกของพวกเขา ออกมาในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ

นาย เบรต กล่าวว่า ถ้าเฟซบุ๊คเกิดมีปุ่ม”ไม่ชอบ”นั่นจะทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คเพิ่มทัศนคติในแง่ลบ ต่อกัน เพราะผู้คนย่อมรู้สึกไม่ดี เมื่อทัศนะของเขาถูก”ปฎิเสธ”หรือถูก”รังเกียจ”จากการถูกคลิก”ไม่ชอบ”และสุด ท้าย บทสนทนาในโพสต์ต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ค จะจบลงด้วยการเป็นศัตรูมากกว่าความเป็นมิตร ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญที่เราตระหนักว่า อำนาจของปุ่ม”ไม่ชอบ”นั้น มีพลานุภาพด้านลบที่ส่งผลได้อย่างร้ายแรงและรุนแรงมาก ๆ หากเรานำเอามาใช้จริง ๆ

 

และ แม้ว่า ปุ่มคลิก”ชอบ”จะไม่ใช่ปุ่มที่”สมบูรณ์แบบ”เพราะบางครั้งมันไม่ได้แสดงออกถึง อารมณ์แท้จริงของบุคคล แต่การมีปุ่มดังกล่าว ก็มีไว้โดยคำนึงถึง”หลักแห่งมารยาทในเชิงสังคม”บนถนนสื่อสารนาม”เฟซบุ๊ค” เพราะที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เฟซบุ๊ค ได้กลายเป็นสื่อหรือช่องทางสื่อสารที่ทรงอิทธิพลอยู่ได้ เพราะการวางกลยุทธ์ที่แยบคาย หรือกุศโลบายแห่ง”การกำกับ”การสื่อสารของผู้คน ภายในเครือข่ายชุมชนออนไลน์

โดย เฟซบุ๊คเลือกที่จะ”ลด”และ”สกัด”สารที่จะสร้างบรรยากาศเลวร้ายภายในสังคมเฟซ บุ๊ค และต่อตัวผู้ใช้ นั่นเอง หรืออาจกล่าวได้ว่า ในแง่หนึ่ง เฟซบุ๊คได้ดำเนินบทบาท ในฐานะผู้กำกับบทว่า บทสนทนาใดสมควรมี และบทสนทนาใด ไม่สมควรจะใส่ลงไป!

 

ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า เฟซบุ๊ค มีหลักการง่าย ๆ ว่า “ถ้าคุณไม่อยากพูดอะไรดี ๆ ก็ไม่ต้องพูดเลยซะดีกว่า”เพราะแน่นอนว่า การพูดเรื่องไม่ดี ย่อมไม่สร้างสรรค์ และนั่นจะทำให้เฟซบุ๊ค กลายเป็น”สังเวียนปะทะคารม”ระหว่างผู้ใช้ มากกว่าสถานที่พูดคุยอย่างผ่อนคลาย สบาย สร้างสรรค์ และก่อให้เกิด”ผลดี”มากกว่า”ผลเสีย” นายเบรตสรุปทิ้งท้าย

 

ฉะนั้น ถึงประโยคนี้ เราคงจะเข้าใจดีแล้วถึงปริศนาการไร้ปุ่ม”ไม่ชอบ”ของเฟซบุ๊ค และคงไม่มีคนเรียกร้องให้มีปุ่มนี้อีกต่อไป เมื่อเฟซบุ๊ค ได้ตอบอย่าง”ชัดเจน”ขนาดนี้แล้ว จริงหรือไม่ ?