เมนูไข่ไข่ 4 เมนู จากไมโครเวฟ (ง่ายๆฉบับเด็กหอก็ทำได้ ถ้ามีไมโครเวฟ)


จากบทความครั้งที่แล้ว ที่พูดกันถึง เมนูชีส.. ใครยังไม่เคยอ่าน คลิ้กกกกกก

ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น !! วันนี้ น้องหมูหัน Moohundesign จึงแวะมาอัพเดตเรื่องใหม่ๆให้ได้อ่านกันอีก

มาครั้งนี้ เด็ดเหมือนเคยแน่นอน เพราะ เรานำเมนูที่ทำง่ายมากกกก แค่มีไมโครเวฟ และ ไข่

รอบนี้จะเขียนกันได้กี่เมนู ต้องคอยติดตามดู 55555+ (จำได้ว่าครั้งที่แล้วกะจะทำสัก 10 ทำไปทำมาเหลือ 4 ซะงั้น > < )

เมนูที่ 1 ไข่ดาวน้ำ หรือ ไข่ดาวไมโครเวฟ – Fried Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://goo.gl/YcYIxa

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10913393/D10913393.html

เมนูแรก เป็นเมนูสุดง่าย แถมยังไม่มีไขมันส่วนเกิน (แต่คอเรสเตอรอลเท่าเดิม) เนื่องจากว่าไม่ใช่น้ำมันหรือเนยแต่อย่างใด

ที่เราต้องใช้ มีเพียง ไข่ไก่ (หรือจะไข่อย่างอื่นก็ได้) และ น้ำเปล่า เท่านั้น

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)  (มีคลิปด้วยแหละ)

ตอกไข่ใส่ถ้วยหรือชามก้นลึก (ควรเลือกถ้วยหรือชามที่เข้าไมโครเวฟได้นะคะ) ไข่จะออกมาเป็นทรงของก้นชามค่ะ

เติมน้ำเปล่าลงไปพอประมาณ กะให้ไข่ลอยพ้นจากก้นชาม (2-3 ช้อนโต๊ะ) ใช้ส้อมจิ้มไข่แดงสัก 2-3 ครั้ง กันไข่ระเบิด

นำเอาฝาหรือชามมาครอบ.. จะทำให้ไข่สุกไวและสุกทั่วกันค่ะ รวมทั้งยังป้องกันไข่ระเบิดเลอะไมโครเวฟด้วยค่ะ

จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟค่ะ ตั้งไฟปานกลาง (800 W)

เปิดเริ่มแรก 30- 40 วินาที นำออกมาเช็คดู หากต้องการสุกกว่านี้ให้เวฟอีกครั้ง เพิ่มอีก 10 วินาที จนได้ตามที่ต้องการ

ไข่ที่ได้ จะออกมาเหมือนกับที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ทำ เราสามารถนำเอาไข่ดาวน้ำไปรับประทานคู่กับอาหารจานหลักได้

ไม่ว่าจะเป็นข้าว มาม่า โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว สลัด หรือว่าจะใส่ใน ขนมปัง หรือจะทำเป็นแซนด์วิชทาน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ

 

ใครไม่เข้าใจ ลองเข้าไปชมได้ตามคลิปด้านล่างเลยนะคะ

**แถมท้ายอีกนิด**

สำหรับผู้ที่กลัวว่าทานไข่ทุกวันจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย น้องหมูหันมีความรู้มาฝากกันค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://pirun.ku.ac.th/

กินไข่ไม่ทำให้อ้วน
จากการติดตามศึกษากลุ่มคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นไข่เทียบกับกลุ่มที่ทานซีเรียลและขนมปัง เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กินไข่เป็นอาหารเช้าจะมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยต่ำกว่าอีกกลุ่ม เป็นเพราะโปรตีนจากไข่ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ไม่เหมือนกับการกินคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันที่จะย่อยเร็วกว่า จึงทำให้หิวเร็วกว่าและทานซ้ำมากกว่า

แม้ว่าไข่จะมีโคเลสเตอรอลสูงถึง 200 มิลลิกรัมซึ่งสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา (American Heart Association) ได้ให้ข้อกำหนดว่าเราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาว่าการกินไข่มากกว่าวันละฟองไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่การปฏิเสธไม่กินไข่เลยหรือเลือกกินเฉพาะไข่ขาวไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะร่างกายหากได้โคเลสเตอรอลไม่เพียงพอร่างกายเราก็จะพยายามผลิตออกมาเอง ซึ่งอาจจะมากกว่าการกินเข้าไป

การกินแบบพอดี ไข่วันละฟองหรือสัปดาห์หนึ่ง 3-4 ฟอง ไม่ก่อปัญหาให้มากแต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการได้ไขมันส่วนเกินจากเครื่องเคียงเสียมากกว่า เช่น ไส้กรอกทอดที่อุดมด้วยน้ำมันทั้งนอกและใน ไข่เจียวอมน้ำมัน หรือขนมปังทาเนยจริงหรือเทียม ล้วนเป็นตัวสร้างปัญหาให้มากกว่าตัวไข่เอง

กินไข่ต้มรับรองว่าคุณได้สารอาหารที่ครบคุณค่าและปลอดภัยจากไขมันที่มาจากการปรุง สำหรับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพก็ควรระมัดระวัง แต่สำหรับเด็ก ๆ ไข่คืออาหารที่วิเศษที่คุ้มค่าราคาเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

4เหตุผลควรทานไข่เป็นอาหารเช้า

รูปภาพ : เครดิตตามรูป

 

เมนูที่ 2 ไข่ตุ๋นไมโครเวฟ เนื้อเนียนนุ่มสุดอร่อย – Thai Steamed Eggs

รูปภาพ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/08/D10940148/D10940148.html

จะมีอะไรง่ายไปกว่าเมนูนี้อีกมั๊ย.. เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ปรับสูตรได้ตามใจ ตามความชอบ

ให้เด็กรับประทานก็ทำสูตรเนื้อเนียนๆ ใส่ผักสีๆเพิ่มวิตามิน อาจมีการใส่เนื้อสัตว์ เช่น หมู หรือ ปูอัด ทำให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น

หากทำให้ผู้ใหญ่รับประทาน หรือทำทานเอง ก็ทำสูตรฮาร์คคอร์ขึ้นมาอีกนิด เพิ่ม เติม แต่ง ได้ตามใจ

อยากได้รสชาติแบบไหนก็ปรุงเพิ่มได้เลย.. ทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไม่น้อย

 

ส่วนประกอบ

รูปภาพ : http://goo.gl/xgncYR

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่น ตามชอบ)

2.) น้ำเปล่า

3.) เครื่องปรุงรส (โชยุ, ซีอิ๊ว, น้ำปลา, เกลือ, พริกไทย, ผงปรุงรสอื่นๆ ตามแต่ชอบ)

4.) ผัก ตามชอบ (ที่นิยมจะมี แครอท เห็ดหอม ต้นหอม เป็นต้น)

5.) เนื้อสัตว์ ตามชอบ (แนะนำให้ลวกเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนจะดีกว่า)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทริคเด็ดๆของสูตรไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม น่าจะเป็นขั้นตอนของการตีไข่

เริ่มต้นการทำ ตอกไข่ใส่ถ้วย เลือกถ้วยที่มีขนาดพอเหมาะ และสามารถใช้กับไมโครเวฟได้

เริ่มใส่ผงปรุงรส ทริคเล็กน้อย หากต้องการให้ไข่มีสีขาวนวลสวย ควรใช้แค่เกลือและพริกไทย ไม่แนะนำให้ใช้ซีอิ๊วหรือซอสที่มีสีดำ

เพิ่มนมสดจืดเข้าไปเล็กน้อย (ให้มีรสชาติมัน) คนให้ทุกอย่างเข้ากัน ขั้นตอนนี้ตีไข่ได้ แต่ต้องเบามือหน่อย พยายามอย่าให้เกิดฟอง

เมื่อตีทุกอย่างจนเนียนเข้ากันแล้ว หากเกิดฟอง ให้พยายามช้อนเอาฟองออกให้หมด ไม่ก็ใช้ที่กรองกรองเอาฟองออกอีก 1 รอบ ก็ได้

ใส่น้ำต้มสุกลงไป (หรือจะเป็นน้ำธรรมดาก็ได้) กะปริมาณให้สัดส่วนเป็น ไข่ 1 ต่อ น้ำ 1.5 (น้ำมากกว่าไข่ ไม่เกิน 2เท่าของปริมาณไข่)

คนให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จเรียบร้อย หากมีเนื้อสัตว์หรือส่วนผสมอื่น ใส่ขั้นตอนนี้เลยค่ะ ปิดฝาจากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ

ปล. ขั้นตอนการใส่ส่วนผสม และ ส่วนผสม แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล และ ความถนัดในการทำนะคะ อาจใส่น้ำก่อนหรือหลังก็ได้ค่ะ มีผลแค่จะทำให้ตีไข่ยากขึ้น หมูหันแนะนำให้ตีไข่และเครื่องปรุงก่อน จึงใส่น้ำขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

อาจดัดแปลงสูตรด้วยการลดน้ำ เพิ่มนมสดจืด หรือ ไม่ใช้น้ำเปล่า แต่ใช้นมสดจืดอย่างเดียวก็ได้นะคะ (อาจต้องปรับสูตรเล็กน้อย)

** กำลังไฟ และ ความแรงของไฟ แล้วแต่ปริมาณของไข่ที่เราทำ ลักษณะของภาชนะที่เราใส่ และ เตาอบไมโครเวฟด้วยค่ะ

ทริคอีกนิดเพื่อให้ไข่ตุ๋นหน้าเนียนสุดกำลัง.. ให้ใช้ไฟต่ำสุดค่ะ หากใช้ไฟแรงจะทำให้เกิดฟองอากาศที่หน้า ทำให้หน้าไข่ตุ๋นไม่สวยค่ะ

ทริคที่ 2 เพื่อทำให้ไข่น่ารับประทานมากขึ้น ให้ทำการอบ 5 ครั้ง ครั้งละ 3 นาทีี พัก 1 นาที เพื่อที่ไข่จะได้ไม่โดนความร้อนมากเกินไป รวมทั้งสิ้น 15 นาทีค่ะ

ไข่ตุ๋น สูตรหน้าเนียน จากบล็อก คุณ EskimoPie

รูปภาพและข้อมูล : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=baan-nana&month=09-2012&date=01&group=3&gblog=14

เมนูที่ 3 ไข่คนสูตรไมโครเวฟ – Microwave Scrambled Egg

รูปภาพ : http://goo.gl/W2ODur

รูปภาพ : http://chefsunter.blogspot.com/2012/12/scramble-egg.html

ไข่อะไรเอ่ยยย ดูเละเทะ ไม่น่าทาน แต่รสชาติอร่อยสุดยอดดด!!

เฉลย.. นั่นคือ ไข่คน นั่นเอง !!  อยากรู้มั๊ยคะ ว่าไข่คนมีวิธีทำอย่างไร ถ้าน้องหมูหันจะบอกว่า ก็เอาไข่มา คน คน คน ไงล่ะ จะโดนมั๊ยนิ > <

เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ส่วนผสมและวิธีทำ เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยจ้าาาา..

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อย่างอื่นตามชอบ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 55)

2.) นมสด(จืด)

3.) ผงปรุงรส (แนะนำ เกลือป่น และ พริกไทย เพื่อรสชาติและกลิ่นที่ออกไปทางยุโรป ใครไม่คุ้นอยากไปทางญี่ปุ่นหรือกลับมาไทย ก็เปลี่ยนเป็นโชยุหรือซีอิ๊วขาว ตามสะดวกจ้าาาาา)

4.) เนยสดจืดทำให้ละลาย (บางท่านชอบน้ำมันพืช หรือ มีแต่น้ำมันพืชก็แทนได้นะ แต่ความหอมจะต่างกันจ้ะ)

5.) เนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม ผักสด ตามใจชอบ.. มีอะไรก็ใส่ลงไป กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้ง 555

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ทาเนยสด(ละลาย)ลงบนชามที่ใช้ใส่ไข่บางๆ

ตอกไข่ใส่ลงไป ตีให้เข้ากัน เหมือนทำไข่เจียว ฟองมาก ฟองน้อย ไม่เป็นไร ตีไปเถอะ.. ยิ่งเนียนยิ่งดี

ปรุงรส.. ใส่เนื้อสัตว์หรือผักที่มีลงไป ตีๆๆๆ คนๆๆๆ เข้ากันรึยัง ? ถ้าเข้ากันแล้วก็กินได้ !! … เอ๊ยยย นำเข้าไมโครเวฟได้

ลืมอะไรรึเปล่า ? คิดให้ดีๆ ใส่ไข่แล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยแล้ว เนื้อสัตว์แล้ว แฮมแล้ว ผักแล้ว.. อ้อ อย่าลืมนมสด(จืด)ด้วยนะ ใส่ไปประมาณ 3 ช้อนชา (ต่อ ไข่ 2 ใบ) หรือตามแต่ชอบ ชอบมันๆก็ใส่เยอะ แต่อย่าเยอะมาก เดี๋ยวไข่จะไม่แข็ง

**แอบกระซิบว่า ถ้ามีชีสสสส (พาร์มีซานชีสขูด) ใส่ไปด้วยจะได้อารมณ์ยุโรปม๊ากมากกก**

โอเค เรียบร้อยแล้ว เข้าไมโครเวฟได้เลย

ตั้งไฟปานกลางละกัน 800 วัตต์ อบไป 1 นาที (รอดูจนไข่เริ่มฟู) นำออกมาค่ะ..

แล้วก็ คนๆๆๆ เขี่ยๆๆๆ (อย่าใช้นิ้วเขี่ยนะคะ มันร้อนค่ะ !!) ใช้ส้อมแทนนะ จะเอาเละแค่ไหนก็เขี่ยไปเลย ทำแล้วต้องกินให้ได้ด้วยนะ

ถ้าใช้ไข่น้อย เข้าไมโครเวฟอีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนอีกครั้ง สังเกตุเนื้อไข่ว่าสุกพอใจเราแล้วหรือยัง

หากยังก็นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 30 วินาที แล้วนำออกมาคนค่ะ สัก 2-3 ครั้ง เมื่อได้ที่ก็จัดจานค่ะ พร้อมรับประทาน

**บางสูตร เริ่มต้นที่ 1 นาที นำออกมาคน แล้วใส่เข้าไปต่ออีก 1 นาที นำออกมาคน ทำอีก 3 ครั้ง (อันนี้แล้วแต่ปริมาณไข่นะคะ) ลองทำดูเนอะ

 

เมนูที่ 4 ไข่กระทะ หรือ ไข่ระเบิด สูตรไมโครเวฟ

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

เมนูนี้ง่ายพอๆกับไข่ดาวน้ำเลย (จริงๆนะ) ไม่เชื่อใช่ป่ะ งั้นลองไปดูวิธีทำกันเลย

พูดง่ายๆว่า ทำมาม่าได้ ก็ทำไข่กระทะได้อ่ะ.. จบป่ะ !!

ส่วนประกอบ

1.) ไข่ไก่ (หรือไข่อื่นๆ อยากกินไข่อะไรก็ใส่ลงไป)

2.) น้ำมันพืช

3.) น้ำเปล่า

4.) หมูสับ หรือ แฮม หรือ กุนเชียง หรือ อื่นๆ แล้วแต่จะใส่

5.) ผงปรุงรส (เกลือ พริกไทย ซีอิ๊ว น้ำปลา โชยุ เลือกเอา..ไม่ต้องใส่ทั้งหมดนะ)

6.) เกือบลืม นมสด กับ ชีส อันนี้เป็นส่วนผสมสิ้นเปลือง แถมกินแล้วอ้วน.. ถามว่าใส่ได้มั๊ย ตอบว่า ได้ ! อยากกินก็ใส่..

รูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=04-12-2014&group=83&gblog=20

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ) (มีคลิป)

เทน้ำ+น้ำมันอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะลงไปในชาม

ตอกไข่และใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปบนไข่ ไม่ต้องตีนะ.. !! อ้อออ อย่าลืมเจาะไข่แดงด้วย ไข่แดงจะได้ไม่ระเบิด

แค่นั้นล่ะ นำเข้าไมโครเวฟ อบ ไฟแรง สัก 1 นาที – 1 นาที 30 วินาที

เสร็จจ้า !! เออ.. ลืม = = ; ความจริงน้องหมูหันว่า เครื่องปรุงทั้งหลาย ใส่ตอนอบเสร็จดีกว่าเนอะ.. 555

เหมือนที่ร้านเขาทำ เขาจะทำไข่ ใส่เครื่องบนไข่.. ใส่ซีอิ๊ว โรยพริกไทย แล้วเสิร์ฟ แบบนั้นแหละ !! แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว

ไม่เข้าใจวิธีทำ เข้าไปดูคลิปได้นะจ๊ะ

 

พอก่อนเนอะ จบละ..

สรุปแล้วครั้งนี้แอดมิน น้องหมูหัน เขียนไปได้ทั้งหมด 4 เมนูค่ะ

สำหรับเมนูอื่นๆ ที่ทำจากไข่ สามารถนำเอาสูตรที่ลงไว้ไปดัดแปลงได้เลย..

เรื่องระยะเวลา และ กำลังไฟในการอบ ให้ปรับสูตรเอาตามสมควร แนะนำให้ทดลองทำก่อนค่ะ สนุกนะ.. ลองดูซิ !!

ที่จริงแล้ว น้องหมูหันว่าจะลงเมนู ออมเล็ต หรือ ไข่ยัดไส้ กับ ไข่ม้วน ด้วยแหละ

แต่หาสูตรที่ทำจากไมโครเวฟไม่ได้เลย มีแต่สูตรทำจากกระทะธรรมดา ถ้ามีเพื่อนๆคนไหนมีสูตร จะส่งมาให้ หมูหันจะขอบคุณมากกกกก

ที่คิดๆไว้ หมูหันว่า ถ้าเทไข่ที่ตีแล้ว ลงชามหรือถาดแบนๆ ที่เข้าเวฟได้ แล้วนำไปเวฟสัก 1 นาที แล้วนำมาม้วน หรือเทไส้ใส่แล้วม้วน

น่าจะได้อีกเมนู หรือ อีก 2 เมนูเลยนะ.. ไม่รู้ล่ะ ใครว่าง อย่าลืมไปลองทำกันดูนะจ๊ะ..

สำหรับวันนี้ หมูหันขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะค๊าาาา.. บัยยยยส์..

 

เครดิต : http://moohundesign.com

ชวนกันมาทำของว่างทานเล่น “เบียร์ทอดกรอบ” เมนูสวรรค์ของนักดื่มเบียร์


เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่โปรดปรานของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ดังนั้นวันนี้เราขอนำเสนอเมนูเอาใจคอเบียร์ทั้งหลาย นั่นก็คือ “เบียร์ทอดกรอบ” เป็นอีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เกิดจากไอเดียล้วนๆ แต่รับรองได้ว่ารสชาติอร่อยไม่แพ้การดื่มเบียร์แน่นอน โดยมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้

 

 

 

ส่วนผสมสำคัญ

 

เบียร์ 1 กระป๋อง

โกลเด้นไซรัป 6 ช้อนโต๊ะ (หรืออาจจะใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้)

เกลือ 1 หยิบมือ

เนย 1 ก้อน

ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีครึ่งถ้วย

น้ำมันพืช 2 ถ้วย

 

 

ขั้นตอนการทำ

 

1. ผสมเบียร์และโกลเด้นไซรัปลงในชาม จากนั้นคนให้เข้ากัน

 

 

2. จากนั้นนำเนยมาละลายลงในหม้อ แล้วเทเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อ 1 เทลงไป จากนั้นเคี่ยวให้งวด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น เพื่อให้มันเหนียวข้น

 

 

3. ผสมยีสต์ น้ำอุ่น และน้ำตาลเข้าด้วยกัน แล้วคนให้ละลาย

 

 

4. ใส่แป้ง 1 ถ้วยลงในน้ำยีสต์ที่เตรียมไว้จากข้อ 3 แล้วรอให้มีฟองผุดขึ้นมา จากนั้นโรยเกลือ และตามด้วยเนยอีก 1/3 ถ้วย จากนั้นตีแป้งและส่วนผสมให้เข้ากัน

 

 

5. นวดแป้งให้แข็งเป็นก้อน

 

 

6. นำแป้งไปตีเป็นแผ่น

 

 

7. จากนั้นตีไข่ให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบนแผ่นแป้ง

 

 

8. ตัดแป้งเป็นแผ่น แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปถุง ที่สำคัญอย่าให้รั่วเด็ดขาด

 

 

9. จากนั้นนำไซรัปเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อสอง มาหยอดใส่ข้างใน

 

 

10. นำลงทอดด้วยน้ำมันร้อนจัด ให้เหลืองกรอบ โดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น

 

 

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย คุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับการกินเบียร์รูปแบบใหม่ หรือสามารถทานคู่กับเบียร์เย็นๆ ได้ รับรองว่ารสชาติอร่อย เหมือนกับคุณได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ลองทำตามกันดูนะ

(ห้ามดูตอนทานข้าว) 18 เมนูทานเล่นสุดแหวกแนวทั่วโลก…ที่คุณอาจต้องการลองสักครั้งในชีวิต!!


เชื่อว่าในแต่ละประเทศล้วนมีของกินที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติเสมอ และเมื่อเราไปเยือนที่ไหน ก็ควรชิมเมนูเหล่านั้นสักครั้ง

เพื่อเรียนรู้รสชาติที่แตกต่างออกไป

ซึ่งนี่คือ 18 เมนูทานเล่นสุดแหวกแนวจากทั่วโลก ที่คิดว่าทุกคนอาจต้องการลองสักครั้งในชีวิต เพราะแต่ละอย่างมันแปลกแหวกแนวจริงๆ

จะเมพแค่ไหนมาดูกันค่ะ

 

Salmiakki
นี่คือขนมหมีดำที่ฮิตมากใน Denmark, Finland และ Netherlands และที่พิสดารก็คือรสชาติของมันเค็มมาก เพราะเคลือบฉ่ำไปด้วยเกลือ

หรือถ้าจะพูดง่ายๆก็คือเหมือนเอาซอสถั่วเหลืองมาทำเป็นขนมเลยง่ะ

snack1

 

Kanikko
นี่เรียกว่า ‘ขนมปูจิ๋ว’ ที่คนญี่ปุ่นนิยมทานเล่นเป็นประจำ และมันเป็นขนมที่เหมือนจะนำลูกปูตัวจ้อยมาคลุกเข้ากับเกลือ อร่อยเหาะเชียวล่ะ

snack2

 

Escamoles
เจ้าเมนูประหลาดนี้คืออาหารที่คุณสามารถพบได้ทั่วเม็กซิโก และความน่าทึ่งก็คือมันทำมาจากตัวอ่อนของเหล่ามดนั่นเอง

snack3

 

Hikarl
นี่คือขนมทานเล่นประจำชาติของชาวไอซ์แลนด์ และอันที่จริงมันคือนัคเก็ตเนื้อฉลามน่ะ

snack4

 

Beondegi
ส่วนนี่ก็อีกจานเด็ดของชาวเกาหลีใต้ ซึ่งนำตัวไหมมาปรุงเป็นเมนูเด็ด และมีขายเฉพาะบางฤดูเท่านั้น

snack5

 

Falafel Bissli
ส่วนนี่ก็เป็นขนมที่ทำจากแป้งสาลี มีหลายรสชาติ และฮิตมากในอิสราเอล

snack6

 

Guinea Pig
ดูเหมือนว่าหนูตะเภาจะเป็นจานโปรดของชาวเปรูเชียวล่ะ กินเล่นกันประจำ

snack7

 

Marmite Crisps
นี่คือขนมมันฝรั่งอบกรอบที่ชาวอังกฤษตกหลุมรัก และมันมีรสของยีสต์ที่ค่อนข้างแรงชนิดที่แม้แต่คนบางส่วนยังบอกว่า

“ถ้าคุณไม่ชอบมัน ก็จะเกลียดมันอย่างแรง”

snack8

 

Casu Marzu
เจ้าสิ่งหน้าตาประหลาดนี้คือชีสที่ฮิตมากในอิตาลี แต่ว่าเจ้า Casu Marzu ก็เป็นชีสที่คนทั่วโลกถกเถียงกันมากมาย

เกี่ยวกับกระบวนการผลิตสุดพิสดารของมัน ที่จะใช้ตัวอ่อนของพวกแมลงวันฝังเข้าไปในชีส จนเกิดเป็นรสชาติแปลกใหม่

ที่คนอิตาลีบอกว่าอร่อย แต่คนอื่นไม่รู้จะเห็นด้วยมั้ย

snack9

 

Zhuxie Gao
เจ้านี่คือเค้กประหลาดในไต้หวัน ที่ว่ากันว่าทำมาจากข้าวและเลือดหมูผสมกัน จนได้ฉายาว่า ‘มันคือเค้กที่แปลกที่สุดในโลก’

10

 

Kurkure Naughty Tomatoes
แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่คนอินเดียตกหลุมรักขนมมะเขือเทศชนิดนี้มาก เพราะรสชาติของมันจัดจ้านสุดๆทั้งหวานอมเปรี้ยวพร้อมกันเลยล่ะ

 

snack11

 

Tavuk Gogsu
นี่คือเมนูที่นำไก่และพุดดิ้งนมมาหลอมรวมกัน และกลายเป็นเมนูเด็ดของชาวตุรกีนับตั้งแต่สมัยอาณาจักร Ottoman

 

snack12

 

Mackie’s Whisky and Haggis Crisps
แม้มันฝรั่งอบกรอบจะเป็นขนมที่ปรากฏอยู่ทั่วโลก แต่ยี่ห้อนี้ที่สก็อตแลนด์ได้ปฏิวัติรสชาติของมัน โดยพวกเขาได้ทำรสชาติ

แบบเครื่องในสัตว์ขึ้นมา และคนที่นั่นก็ชอบไม่น้อยเลยล่ะ

 

snack13

 

Raw Herring Sandwich
เหมียวว่าเมนูแซนวิชนี้น่าจะถูกใจแฟนคลับซูชินะ เพราะมันคือการนำขนมปัง มาประกบเข้ากับปลา Herring แบบสดๆนั่นเอง

ซึ่งที่เนเธอร์แลนด์ถือว่าเมนูนี้เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาติเชียวล่ะ

 

snack14

 

Salo
ส่วนนี่คือการนำมันหมูมาหมักเกลือ และเป็นเมนูเด็ดประจำยูเครน

snack15

 

Deep Fried Tarantula
แม้แมงมุมทารันทูล่าจะเป็นเพชรฆาตที่น่ากลัว แต่พี่กัมพูชาของเรานิยมล่ามันมาทอดกินแบบชิลๆ แถมราคาก็ยังถูกสุดๆอีกด้วย

snack16

 

Balut
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูพิสดารประจำฟิลิปปินส์ ซึ่งมันก็คือการนำลูกเป็ดมาต้ม และควักกินจากในเปลือกนั่นเอง

snack17

 

Cheese Fish Sausage
ปิดท้ายความฟินด้วย ไส้กรอกชีสปลา (ผสมกันได้ด้วยเรอะ!?) ที่ฮิตมากในญี่ปุ่น ซึ่งนี่คือการนำปลามาหลอมรวมเข้ากับชีส

และอัดเป็นแท่งในลักษณะคล้ายไส้กรอก ที่สำคัญคุณแม่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยังนิยมให้ลูกพกเมนูนี้ไปกินที่โรงเรียนบ่อยๆด้วย

snack18

 

เป็นยังไงกันบ้างล่ะคะ ใครได้ไปประเทศเหล่านี้ก็ลองหาเมนูแปลกๆพวกนี้ชิมดูนะ เผื่อจะติดใจ อุอุ 

ที่มา: distractify

 

                แตงโมไทยอร่อยค่ะ ^^

ที่มา: catdumb.com/18-weird-snack

รวบรวม 4 เมนูจากชีส.. เอาใจคนรักชีส Cheese Lover


ใครเป็นสาวกชีสบ้าง ยกมือขึ้น !!

วันนี้ น้องหมูหัน MoohunDesign นำเมนูชีสๆ ที่เห็นแล้วต้องน้ำลายไหลกันแน่ๆ (ใครบอกให้โพสรูปของกินตอนดึกเนี่ยยย) ส่วนใครจะนำไปลองทำตามก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ..

บริโภคกันแต่พอดี ระวังความอ้วนที่จะตามมาด้วยเน้อ.. เดี๋ยวจะหาว่าหมูหันไม่เตือนนะจ๊ะ (แต่นานๆทีคงไม่มีปัญหามั๊งงงง 55)

เมนูที่ 1 ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

ชีสสติ๊ก (ชีสทอด) Cheese Sticks

รูปภาพ : buzzfeed.com/mattbellassai/in-appreciation-of-mozzarella-sticks-6z51

ต้องบอกว่า เมนูนี้เป็นอะไรที่เบสิกมากๆ เรียกได้ว่าง่ายซะจนไม่มีเมนูไหนมาเทียบเท่าอีกแล้ว (เว่อร์ค่ะ 5555)คือ วิธีทำมันง่ายนะสำหรับหมูหัน.. เหมือนของชุบแป้งทอดอื่นๆ นำมาชุบแป้ง ชุบเกล็ดขนมปัง แล้วก็ทอด อยากได้รสชาติอื่นๆก็นำผงปรุงรสมาผสมในแป้ง แล้วก็คลุกเคล้าตามวิธีทำปกติ ก็ดีไม่น้อย หรือ อยากจิ้มน้ำจิ้ม จิ้มกับซอส ก็ทำได้..

หากว่ากลัวจะเลี่ยน หรือ กลัวไขมันส่วนเกิน ก็ให้นำผักมารับประทานควบคู่กัน เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ แตงกวา หรือจะเป็นผลไม้ก็ได้ อันนี้ ครีเอทกันได้เต็มที่เลยนะคะ ที่สำคัญคือ อย่าทานมากไปนะ เพราะ เมนูนี้คือชีสล้วนๆ ชีสแบบจัดเต็มมากๆ รักษาสุขภาพกันด้วยนะค๊า.. (กินเสร็จอย่าลืมวิ่งรอบบ้านนะ อิอิ)

ส่วนประกอบ

1.) มอสเซอเรลล่าชีส หรือเชดด้าชีส (แล้วแต่ความชอบนะคะ) เน้นเป็นแบบแท่งจะได้ทำง่าย แต่ถ้าไม่มีแบบแท่งให้ใช้ชีสแผ่นแล้วทำการม้วนเป็นแท่ง (Stick) ค่ะ

2.) แป้งสาลีเอนกประสงค์ หรือแป้งทอดเทมปุระ

3.) เกล็ดขนมปัง

4.) ผงปรุงรสแบบเผ็ดหรือผงกระเทียมพริกไทย (หรือจะดัดแปลงเป็นผงปาปิก้า ผงโรยข้าวญี่ปุ่น สาหร่ายหั่นฝอย ได้หมดค่ะ ทำแล้วต้องกินให้ได้นะ (ผงมาม่าก็น่าลองนะ))

5.) ไข่ไก่สำหรับชุบทอด

6.) น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

นำชีสที่เตรียมไว้ไปชุบไข่ จากนั้นนำมา ชุบแป้ง (ทำซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ให้หนาพอประมาณ)

และสุดท้าย ชุบไข่ และนำไปชุบเกล็ดขนมปังค่ะ

สำรวจอย่าให้มีรอยแตก ต้องคลุกให้ทั่วทั้งชิ้นนะคะ

จากนั้นตั้งกระทะ เน้นไฟแรงๆ ไม่ต้องทอดนาน กะแค่เกล็ดขนมปังพอเหลืองก็เสร็จค่ะ

จัดใส่จานพร้อมเสริ์ฟ ทานพร้อมกับผัดสด ผลไม้ ซอส น้ำจิ้ม หรือจะเป็นดิฟก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ (แก้เลี่ยนได้ดีด้วยนะ)

เมนูที่ 2 แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

แซนวิชแฮมชีส Ham-Cheese Sandwich

รูปภาพและข้อมูล : googigg.exteen.com/20090622/ham-cheese-sandwich-2

เมนูนี้ หมูหันว่าก็ง่ายนะ (อาจจะมียากและต้องใช้เวลาตอนอบขนมปัง) แต่ก็ไม่ได้เสียเวลามากเกินไป และเพื่อนๆสามารถนำเมนูนี้ไปดัดแปลงได้ โดยการเพิ่มผักสดเน้นที่เราชอบ เพิ่มผลไม้ตามฤดูกาล เปลี่ยนจากแฮมเป็นเนื้อสัตว์ เป็นไข่ เป็นทูน่าสลัด ก็ยังได้ และถ้าเพื่อนๆไม่มีเวลา อาจจะทำเป็นแซนวิชสด ขนมปังไม่ต้องปิ้ง ใช้เป็นขนมปังธรรมดาเลยก็ได้ ประกบกับเครื่องที่เราเตรียมไว้ หั่นให้พอคำ จัดใส่จานก็ยังได้ ง่ายเนอะ เมนูนี้.. แถม ผู้ใหญ่กินได้ เด็กก็กินดีด้วยนะ !!!

ส่วนประกอบ

1.) ขนมปัง หรือ ขนมปังโฮลวีต

2.) พระเอกของเรา ชีสสสส (ตามแต่ชอบเลยนะคะ)

3.) แฮม (หรือเนื้อสัตว์ หรือ ไข่ หรือ ทูน่าสลัด)

4.) ผักสด ผักสลัด ผลไม้ ในที่นี้ใช้ ผักกาดหอมค่ะ

5.) มายองเยส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มัสตาร์ด (เลือกได้ตามแต่ชอบค่ะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เริ่มแรก ปิ้งขนมปังรอค่ะ จะนำเข้าเตาอบ(ไมโครเวฟ) หรือ เครื่องปิ้งขนมปังก็ได้ค่ะ ขั้นตอนนี้ หากเราไม่มีเวลา หรือ ไม่ต้องการปิ้ง ก็สามารถใช้ขนมปังที่เตรียมมาทำแซนวิชได้เลยค่ะ ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเนอะ

นำขนมปังวาง วางส่วนประกอบอื่นๆเป็นชั้นๆ เริ่มจาก มายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) วางผักกาดหอม วางแฮม วางชีส นำขนมปังอีกแผ่นมาวาง (เพื่อทำแซนวิชชั้น 2 ค่ะ) เริ่มต้นเหมือนเดิม ทามายองเนส(หรือซอสที่ชอบ) และตามลำดับเหมือนเดิมค่ะ

ขั้นตอนการวาง เพื่อนๆสามารถปรับได้ตามชอบเลยนะคะ ใครชอบแฮมมากก็เพิ่มชั้นแฮมไปอีกได้ ใครชอบชีสมากก็เพิ่มชั้นชีสไปได้ ตามสบายเลยค่าาา

เสร็จเรียบร้อย หั่นแบ่งเป็น สอง หรือ สี่ ชิ้น จัดวางให้สวยงาม หรือ จะใส่กล่องไปรับประทานที่ทำงานเป็นของว่างก็ดีค่ะ

เมนูที่ 3 ชีสฟองดูว์ Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : eatlivegrowpaleo.com/2013/08/fondue-primal-paleo-indulgence.html

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : foodlve.com/food/cheese-fondue-3079875

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

ฟองดูว์ชีส Cheese Fondue

รูปภาพ : toriavey.com/how-to/2011/11/how-to-make-the-perfect-cheese-fondue

เมนูนี้ก็ถือว่าเป็นเมนูที่ง่าย แต่ส่วนประกอบหายากและมีราคาค่ะ (หมูหันว่าง่ายตลอดแหละ แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อยนั่นอีกเรื่อง 5555)

ชีสฟองดูว์ ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินชื่อเมนูนี้มั๊ย หรืออาจจะเคยได้ยินแต่ ช็อกโกแลตฟองดูว์ มากกว่า เมนูนี้ก็คล้ายๆกับช็อกโกแลตฟองดูว์ คือ มีเป็นชีสอุ่นๆ และนำขนมปัง ผัก หรือเนื้อนำมาจิ้มรับประทาน แปลกดีนะเออ.. !! อ้อ.. แอบกระซิบนิดหน่อยว่า เมนูนี้ ถ้าอยากให้อร่อย ต้องใช้ชีสหลายชนิดนะคะ ^ ^ (อันนี้ก็ตามชอบอีกนั่นแหละ)

ส่วนประกอบ

1.) ชีสค่ะ !! อันนี้เป็นชีสที่นำมาทำฟองดูว์แล้วรสชาติดีนะคะ (จะเลือกมา 2-3 ชนิดจากในนี้ก็ได้นะ)

–       Swiss
–       Fontina
–       Gruyere
–       Emmentaler
–       Cheddar
–       Monterey jack

ปล. ตามสูตรของเว็บ ปูขาเกเซามารู ใช้ Emmental Cheese และ Gruy่re Cheese ค่ะ

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

gruyere cheese กับ emmenthaler cheese

2.) ไวน์ขาวค่ะ (นิยมใช้ดรายไวท์ไวน์) หรือตัวเลือกอื่นก็แจ่มไม่น้อยนะคะ ตามนี้ค่ะ

–       Chenin Blanc
–       Dry Vermouth
–       Muscadet
–       Pinot Blanc
–       Pinot Grigio
–       Sauvignon Blanc
–       Viognier

3.) เหล้า Kirsch (เหล้าเชอร์รี่) (อันนี้ไม่มีก็ได้นะคะ แต่เพื่อรสชาติค่ะ)

4.) ขนมปัง หรือ ผัก หรือ เนื้อสัตว์ ที่ต้องการนำมาจิ้มกับฟองดูว์ค่ะ

5.) แป้งข้าวโพด

6.) กระเทียมคั้นเอาแต่น้ำ ลูกจันทร์ป่น พริกไทยป่น (เครื่องเทศเพิ่มความหอมค่ะ)

7.) น้ำมะนาว (เลมอน)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

ขูดชีสทั้ง 2 ชนิดเตรียมไว้ค่ะ

ต้มไวน์กับน้ำมะนาวให้เดือด ใส่น้ำกระเทียม และชีสทั้ง 2 ชนิด

ผสมแป้งข้าวโพดกับเหล้า Kirsch คนให้แป้งข้าวโพดละลาย เทใส่หม้อชีส ปรุงรสด้วยพริกไทยป่นและลูกจันทร์ป่น ต้มจนข้นเป็นครีม

เสร็จเรียบร้อย เทใส่หม้อฟองดูว์ที่มีไฟแอลกอฮอล์ เสริฟพร้อมขนมปังหั่นลูกเต๋าพอดีคำ และผักอื่นๆค่ะ

เมนูที่ 4 มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://bit.ly/1tzkvnl

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://pantip.com/topic/31399687

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

มาม่าต้มยำกุ้งใส่ชีส (สำหรับแฟนคลับมาม่านะคะ)

รูปภาพ : http://www.dek-d.com/board/view/3372646/

และแล้วเราก็มาถึงเมนูที่ 4 เมนูที่เรียกได้ว่า อยู่คู่กับคนไทยมานาน โดยเฉพาะช่วงสิ้นเดือน(เหมือนสิ้นใจ) ใครๆก็ร้องหากันแต่ มาม่าาาา !! (มิได้โฆษณาแต่อย่างใดนะเออ) ความจริงแล้วเราคงติดปากกัน เพราะ จริงๆ เราต้องเรียกเจ้าเส้นๆ หยึกหยักสีเหลืองนวลๆว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ถึงจะถูกนะจ๊ะ (ว่าแต่ว่า จะยาวไปไหนนิ = = ) เรียก มาม่า แหละ จบ !! อิอิ

เมนูนี้ ทำง่าย ยิ่งกว่าเมนูใดๆในโลก กินกับอะไรก็อร่อย (ถูกปาก ถูกใจ ถ้าใส่สิ่งที่ชอบลงไปนะจ๊ะ) เพราะ ปกติ แค่มาม่าธรรมด๊า ธรรมดา หมูหัน MoohunDesign ก็ว่าอร่อยอยู่แล้วนะ !! แต่พอมาฟิจเจอร์ริ่งกะเจ้าชีสสสด้วย ไข่ลวกด้วยย แฮมเอย ไส้กรอกเอยยย กุ้ง หอย ปู ปลา เอาให้ครบ เมนูนี้ รวมแล้ว ราคาก็เท่ากับอาคารภัตตาคารกันเลยทีเดียว ต้องกินต้นเดือนนะจ๊ะ กินสิ้นเดือนคงได้แค่มาม่าธรรมดา อิอิ

ส่วนประกอบ

1.) ชีสสสสสสสแผ่น !! สูตรนี้ใช้ Cheddar cheese จ้ะ ตามรูปด้านบนเลยน้า

2.) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1-2 ห่อ ตามขนาดกระเพาะและจำนวนคนนะจ๊ะ จะยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ชอบ เราจะไม่โฆษณาให้ใครทั้งสิ้น 555 (แต่หมูหัน MoohunDesign ชอบนิชชินแหละ เส้นเหนียวนุ่ม ต้มนานๆก็ไม่เละ แต่ชอบเครื่องปรุงของมาม่าต้มยำน้ำข้นมากกว่า เอามาฟิจเจอริ่งกันน่าจะดีไม่น้อย)

3.) สูตรนี้ อยากได้รสมาม่ารสไหนตามใจ แต่เจ้าของสูตรเตือนว่า ถ้าใช้รสอื่นอาจจะไม่เข้ากัน เราอาจจะเริ่มแบบซอฟต์ๆ ด้วยรสต้มยำกุ้งน้ำใส(หรือน้ำข้น)ก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยๆแอดวานซ์กันไปเรื่อยๆตามสเต็ปท์เนอะ ^O^

4.) ถ้าใช้มาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้น ก็ไม่ต้องใช้นมจืด หรือ กลัวท้องเสียก็ลองๆชิมแบบน้ำใสก่อนก็ได้ ท้องตัวเอง ดูแลตัวเองเอาเองละกัน 5555

5.) สิงสาราสัตว์.. เอ๊ยยย หมูเห็ดเป็ดไข่.. กุ้งหอยปูปลา.. ไส้กรอก.. แฮม.. ไข่ลวก.. เต้าหู้อ่อน.. ผัก.. อะไรที่คิดว่าใส่แล้วจะเข้ากัน อะไรที่ชอบ อะไรที่กินได้ก็ใส่ไปค่ะ จัดให้เต็มที่ (ต้นเดือนนะ)

วิธีทำ (อธิบายแบบง่ายๆ ส่วนเรื่องสัดส่วนรบกวนหาตามเว็บสอนทำอาหารทั่วไปได้เลยนะคะ)

เอานี้เอาวิธีหมูหันละกัน คิดสูตรเองค่ะ เพิ่มความยาก

เริ่มจากลวกเส้นให้สุกพอประมาณ พักไว้.. ใส่แผ่นชีสใส่น้ำร้อนที่ผสมเครื่องปรุงแล้วราดให้ทั่วเข้าเวฟ

เอาแค่พอชีสเยิ้มๆนะคะ จากนั้น ตกแต่งตามใจชอบ ทุกอย่างต้องทำให้สุกก่อนนำมาใส่ลงในมาม่านะคะ

วิธีนี้หมูหันว่า เส้นจะไม่เละนะ เพราะเราลวกเส้นก่อน ส่วนชีส โดนความร้อนนิดหน่อยก็ละลายแล้วค่ะ ^ ^

จบค่ะ !! ขอตัวไปหามาม่ากินก่อนละ (ส่วนชีสค่อยตามมาทีหลัง 555)

ตอนแรกจะทำ 10 เมนูเจ้าค่ะ.. หลังๆมาลดเหลือ 5 ค่ะ เพราะพิมพ์เองหมด (ให้เครดิตหมดนะคะ) ตอนนี้ เมื่อย ลดเหลือ 4 พอค่ะ.. เลข 4 สวยดีนะ อิอิ

เครดิต : http://moohundesign.com

14 เมนูอาหารต้องห้าม!! ไม่ควรสั่งในเดทแรก


MhVfOXXTTVl0dBtwTi6K

เดทแรกใครๆก็อยากให้ออกมาดีอยากจะเอาให้อยู่หมัดเราก็จัดเต็มสิคะ!!ทุกอย่างมาดีหมดทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแพลนไว้หมดแล้วอย่างดีจะ ไปที่ไหนยังไง พอเข้าร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูเท่านั้นแหละ ดั๊นสั่งสปาเก็ตตี้เส้นดำ ยั๊ง..ยังไม่พอ เอาซีฟู้ดด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา มาหมด และแล้วเดทก็ล่มไม่เป็นท่าด้วยเหตุผลที่ว่า อาหารที่คุณสั่งมันไม่ผ่านค่ะ!ขอบอกว่าอาหารการกินนี่แหละค่ะที่ทำให้โบกมือ บ๊ายบาย ลาแล้ว ลาลับ ไม่กลับมากันไปหลายคู่ เป็นเรื่องสำคัญนะคะที่คุณจะต้องดูเมนูที่จะสั่งให้ ดีก่อน ไม่งั้นคุณอาจตกรอบไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ไปดูกันเลยค่ะว่าเมนูไหนห้ามสั่งในเดทแรกที่เป็นช่วงขายของยังไม่เกี่ยวดองเป็นคู่

1.เมนูสปาเก็ตตี้ 

r6o37IU9R2E70DgSsiFq

now-here-this.timeout.com

จะเส้นสีอะไรก็ไม่ควรค่ะ เพราะว่าถ้าจะตักขึ้นมากินเลยก็น่าเกลียด จะม้วนก็ลำบาก เผลอๆม้วนไปม้วนมาซอสกระเด็นไปโดนฝั่งตรงข้ามนี่จบเห่เลยนะคะ ยิ่งเป็นสปาเก็ตตี้เส้นดำนี่ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ไหวแน่นอนค่ะ โอกาสที่สีดำติดฟันสูงมาก พลาดทีแล้วไม่มีวันแก้ตัวนะคะ จบบริบูรณ์ ไม่มีภาคสองแน่นอน

2. อาหารและน้ำจิ้มมีกลิ่นแรง : กระเทียม ฯลฯ

MNuifBy9cdmlJi4VCLhM

giphy.com

791hiWza9KfyZBPbesaa

giphy.com

ขึ้นชื่อลือชาด้วยความแรงของกลิ่น ห้ามเลยค่ะ จะสุกหรือจะดิบก็ไม่ไหว มากน้อยแค่ไหนก็ไม่ควร นึกดูนะคะ ตอนกินนี่เอ็นจอยคือมันอร่อยสุดๆแบบว่าขาดกระเทียมแล้วรสชาติมันไม่ได้ แต่ พอไปดูหนังต่อกะจะสวีทกันเท่านั้นแหละ อ้าปากที กลิ่นนี่โชย ทำเอาอีกฝ่ายวิ่งออกจากโรงแทบไม่ทัน ถ้าไม่รักกันจริงสิ่งนี้ห้ามกินเด็ดขาด เฟียร์ซเตือนคุณแล้วนะคะ

3. อาหารทะเลจอมเลอะเทอะ : กุ้ง หอย ปู ฯลฯ

cF75dDNseIgNBVJ92twQ

youtube.com

จะกุ้ง หอย หรือ ปู ก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะต้องทั้งแกะ ทั้งดูด จะใช้ช้อนส้อมก็เก้ๆกังๆยังไงอยู่ แกะเปลือกกุ้งทีกระเด็นไปหาอีกฝั่งก็งาน เข้า จะใช้มือแบบว่ากินเรียบ ดูดจนไม่เหลือเนื้อก็ไม่งาม จานชามเละเทะก็ไปหมด หรือชวนผู้ชายไปกินหอยเค้าอาจเข้าใจผิดคิดไปอีกทางก็เป็นได้นะคะ

4. เมนูที่ขึ้นชื่อว่าติดฟันแน่นอน : พริกป่น 

qn8rzOhI6Jedu1SA5EKa

themiscellaneousmom.blogspot.com

ก็เป็นคนติดอาหารรสจัด กินก๋วยเตี๋ยวทีต้องมีพริกป่นเป็นช้อน แล้วเป็นไงล่ะ ยิ้มทีนี่พริกมาก่อนฟันอีกค่าา ผู้ชายวิ่งหนีแบบไม่เหลียวหลังเลยนะฮะ แล้วคุณจะหาว่าเราไม่เตือน จากที่น้ำตาไหลเพราะเผ็ดพริก อาจกลายเป็นน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะเค้าทิ้งเราแทนนะคะ อ่อ อีกอย่างที่ต้องห้ามคือ ขนมกุยช่ายคร่าาา หูวว เจ้านี้เจ้าดังไม่สั่งไม่ได้แล้ว ชวนกันกินใหญ่เลย พอหันมาอีกทีนี่ อื้อหือออ ติดมันทุกร่อง จากยิ้มสยามจะกลายเป็นยิ้มสยองนะคะ ทางใครทางมันแน่ค่ะงานนี้

5. เมนูที่มีท่าทานไม่งามเอาสะเลย : เบอร์เกอร์ 

vCgwlNhjUbJEQs2mnXRj

tumblr.com

ICtegykVAoFS7NmlGlQg

tumblr.com

เค้าจะกินแล้วนะตัวเอง อ้ามมม… เท่านั้นแหละ อีกฝั่งนี่ช็อคอย่างกับเห็นผี ความกว้างของปากถ้าไม่สนิทจริงอย่าให้ใครเห็นค่ะ ไหนจะมีที่อุดฟันไว้ก็หลายซี่อยู่ หรือจะยังไม่อุดก็ยิ่งเข้าไปใหญ่ อ้าที เห็นไปถึงคอหอยมันก็ไม่ค่อยโอเคนะตัวเธอ

6. เมนูที่ต้องแทะ : ไก่ทอด

UG4lubng3NePhooh8wiu

youtube.com

เมนูนี้เป็นดาบสองคมนะคะ แบบว่าถ้ากินเหลือเยอะก็น่าเกลียด หรือกินเรียบก็ไม่ไหว จะใช้มือแทะก็ไม่น่าดู คิดดูสิคะว่าถ้ากินอยู่ด้วยความเมามันส์แล้วผู้ชาย ยื่นกระดาษให้เช็ดปากมันจะไหวมั้ย ถือจะคิดว่าใช้มีดกับส้อมก็ได้ แต่คุณก็รู้ในใจอยู่แล้วว่ามันไม่เวิร์ค

7. ผลไม้มีเม็ด : แตงโม

EW5X71E7jth6D2STnOaJ

tumblr.com

บางร้านอาหารจะมีเสิร์ฟแตงโมตบท้าย แนะนำให้ปฏิเสธค่ะ บอกเลยว่ามันทำร้ายเดทคุณได้แบบเจ็บแสบ จะให้กลืนเม็ดแตงโมเข้าไปด้วยก็ไม่ไหว หรือจะให้บ้วนเม็ดออกมาก็ไม่ได้ หรือนั่งแงะออกทีละเม็ดก็ดูเหมือนไม่เคยกินแตงโมมาก่อน ข้ามไปที่ผลไม้อย่างอื่นดีกว่าค่ะ

8. เมนูที่ต้องทานคำเดียวใหญ่ๆ : มากิ ซูซิ ข้าวห่อสาหร่าย 

K6jrhJPGhbKy5oZqBwtd

tumblr.com

อร่อยก็อร่อยอยู่หรอกนะ แต่เก็บความอยากไว้สั่งวันอื่นละกัน ซูชิมาแบบคำอย่างใหญ่ ยัดเข้าไปทั้งคำเดี๋ยวกรามจะค้าง ข้าวห่อสาหร่ายหรือ มากินี่ยิ่งแล้ว เป็นเมนูปราบเซียนสุดๆ ถ้าไม่กล้าหน้าไม่แข็งแรงพอสั่งไม่ได้นะฮะ เคยเป็นใช่มั้ยคะ สาหร่ายกัดเท่าไหร่ก็ไม่ขาด ห้อยต่องแต่งคาปาก เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

9. เมนูที่ต้องใช้มือ+ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นเเรง : แหนมเนือง ก๋วยเตี๋ยวห่อ เมี่ยงคำ

p1KYKtriFz9znRc8LJpe

tumblr.com

เป็นอาหารที่ต้องใช้มือ หยิบนู่นหยิบนี่ คำก็ใหญ่ อ้ามมมที่นี่อีกฝ่ายตกใจหนีกระเจิงไปเลย แถมกลิ่นเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยวเลยนะคะ ผู้ชายเค้าไม่ค่อยพิสมัยทานเมนูนี้กันหรอกค่ะ ต้องใช้ความพยายามเกิ๊นน

10. น้ำอัดลม 

(เมื่อเค้าจับได้ว่าคุณตด หรือ แอบเรอจนกลิ่นอาหารลอยออกมา)

cT6hKYBYbJCcD9Wf2D6P

มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ดูดปรื๊ดๆ ดูดเสร็จก็คุยอ้อนไปอ้อนมา ผ่านไปสองนาที ออกมาแน่นอน ไม่รูบนก็รูล่างซักหนึ่งทางอ่ะค่ะ จะเรอหรือตด ผู้ชายก็เผ่นหมดนะคะ ตอนนั้นเลยแหละ ไม่ต้องรอให้กินเสร็จ เธอๆเราขอไปเข้าห้องน้ำ นั่นแหละ ลาแล้ว ลาลับ ไม่กลับมาแน่นอน

11. เมนูที่ต้องดูดๆเเทะๆอย่างจริงจัง : กระดูกหมู ปีกเป็ด ขาห่าน

H7jDR8FvC4tFTQ7JI5h1

uproxx.com

ซี่โครงหมู (rib) ยังไม่เท่าไหร่ เจอกระดูกหมูเข้าไปเป็นอึ้งแน่ๆ แค่เวลากินก็ปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว ไหนจะท่ากินที่แทะเท่าไหร่ก็ไม่ออก แถมไม่อิ่ม ท้องร้องอายเค้าอีกค่ะ อะไรก็ตามที่ทานยากๆ สร้างความลำบากให้ชีวิตอย่าเพิ่งไปทานเลยคร่าา สาวสวยอย่างเราแม้แต่ตอนทานก็ต้องสวยด้วยนะคะ

12. ไอติมโคน 

365etMnr7RcMRnzYBLVu

tumblr.com

lRTsaZu8WUVQJ9Cdy4Ho

เมนูหวาดเสียวนะคะอันนี้ ไหนจะท่ารับประทานที่อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเราจะส่อเจตนาอะไรรึ เปล่า แถมถ้ากินช้าเลอะเปรอะเปื้อนไปทั้งมือก้ไม่ไหว

13. อาหารรสเผ็ด 

qhf45DEbd79OCU6CjiMa

youtube.com

เธอๆ ส้มตำร้านนี้แซ่บเว่อร์ เด็ดมากขอบอกไปกินกัน เอาปูปลาร้า พริกหนักๆค่ะ กินไปน้ำหูน้ำตาไหลไม่พอ น้ำมูกไหลนี่เรื่องใหญ่นะคะ คนข้างๆวางช้อนแทบไม่ทันเลยค่ะ ข้อนี้คบกันมาหลายปีบางทียังรับไม่ได้ เอาแบบเผ็ดพอประมาณดีกว่านะคะ

14. เครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ 

Step1

z1RzKSAUgzTZVmh6mWgz

tumblr.com

Step2

igC4I36T0h67E1DLn0QJ

tumblr.com

Step3

nVREvRYJaFju5KlQVwBN

tumblr.com

รู้คร่า ว่าสาวๆคอแข็ง แต่ยังไงก็กันไว้ก่อนดีกว่าเผื่อวันไหนเกิดอยู่ดีๆก็เมาขึ้นมาง่ายๆซะงั้น จะเต้นจะพูดอะไรไป ตื่นมาจำไม่ได้นะคะ อีกอย่างถ้ารู้ตัวว่าคอไม่เเข็งแนะนำให้ดื่มได้แต่พองาม ไม่งั้นได้โชว์สเต็ปการเต้น หรือโชว์อะไรเเปลกๆ อ้วกแตกอ้วกแตนมันจะไม่งาม ควรเก็บเมนูนี้ไว้ก่อนค่ะ เข้าใจตรงกันนะคะ

ที่มา women.fanthai.com/?p=7353

เมนูอาหาร : ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้


 

เหตุ มันเกิดจากว่าช่วงนี้ฝนตกชุก กอตะไคร้ที่บ้านเลยงามมาก แล้วพอตะไคร้งามจัด ถ้าไม่ตัดมากิน มันก็จะโทรมไว เลยเป็นที่มาที่ไปของเมนูนี้ในวันนี้ล่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-11.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

– ปลาทับทิมน้ำหนัก 500 กรัม 1 ตัว แล่เอาแต่เนื้อหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน
– เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบเต็มเม็ด ทอดสุกแล้ว 1/2 ถ้วย
– กุ่งแห้งเนื้อ ตัวใหญ่หน่อย ทอดกรอบ 1/3 ถ้วย
– ตะไคร้ต้นอวบ ๆ 5 ต้นซอยบางๆ  …… (ส่วนที่เขียวจัด ไม่ใช้)
– พริกขี้หนูสวนเขียวแดง 15 เม็ด
– น้ำตาลปี๊บ 1 + 1/2 ชต.
– น้ำปลาดัๆ 2 ชต.
– น้ำมะนาว 3 ชต.
– น้ำต้มสุก 1/2 ชต.
– สะระแหน่ 2 กิ่ง

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-03.JPG

:: วิธีทำ ::

อันดับแรก …. พิมก็จะขออธิบายวิธีการทำปลาทับทิมทอดสำหรับเมนูนี้ให้ฟังกันก่อนนะคะ

เริ่ม ต้นเลยให้เพื่อน ๆ ซื้อปลาทับทิมมาตัวนึงค่ะ น้ำหนักประมาณ 500 กรัมนะคะ  แล่เอาแต่เนื้อออกมา  (หรือซื้อตัวใหญ่สัก 700-800 กรัม แล้วแล่เอาเนื้อมาใช้เพียงด้านเดียว ส่วนเนื้ออีกด้านเก็บไว้ทำเมนูอื่น)  .. หั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ (คำโตหน่อย)   ล้างด้วยน้ำสะอาดสัก 2 ครั้ง เทใส่กระชอนโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ … พอสะเด็ดน้ำดี ก็เอาเกลือป่นสัก 1/4 ชช.  ลงไปเคล้าให้พอเข้ากัน  แล้วนำลงไปทอดในกระทะที่มีน้ำมันท่วมจนเหลืองสวย และมีลักษระกรอบนอกนุ่มในแบบในภาพด้านล่าง ……. ก่อนที่จะตักขึ้นด้วยตะหลิวโปร่ง ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-02.jpg

ระหว่าง รอปลาสะเด็ดน้ำมัน ……. เราก็หันมาปรุงรสน้ำยำกันไปพลางๆ นะคะ ด้วยการเอาน้ำตาลปี๊บใส่ลงไปในกาละมังใบย่อม ๆ ที่เราจะใช้ยำ   แล้วใส่น้ำมะนาว น้ำปลา  และน้ำต้มสุกตามลงไป ….. คนไปจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บละลายหมด ก็ค่อยใส่พริกขี้หนูลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-04.jpg

ก็ จะได้น้ำยำออกมาหน้าตาประมาณในภาพนี่ค่ะ  …. ชิมรสชาติเอาตามชอบ หากเปรี้ยวไปเติมน้ำตาลกับน้ำปลา หากหวานไปเติมน้ำมะนาวกับน้ำปลา หากเค็มเกินก็เติมน้ำตาล น้ำมะนาวและน้ำต้มสุกเล็กน้อยเพื่อเจือจางรสสักนิดนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-05.JPG

แล้วก็ค่อยใส่ตะไคร้ซอย  เนื้อปลาทอด  เม็ดมะม่วง และกุ้งแห้งลงไปค่ะ …… คนให้เข้ากันดี

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-060.jpg

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-07.JPG

จากนั้นก็ตักใส่จาน ตกแต่งด้านบนด้วยใบสะระแหน่สักเล็กน้อยพองาม……. แล้วเราก็จะได้ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-08.JPG

ขอบอก ว่ารสชาติกำลังดีเลยค่ะ …. เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานกลมกล่อมสมเป็นน้ำยำ …. จนุคุณสามีพิมเผลอกินเพลิน กินคนเดียวหมดเลยทั้งจานนี้อ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-09.JPG

ซึ่ง ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนอยากทำทาน แต่หากปลาทับทิมไม่ได้ สามารถใช้พวกปลาเก๋า ปลากะพงแทนได้ค่ะ พิมเคยใช้อยู่ …. แต่ว่าถ้าเป็นปลานิลนี่พิมไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่เคยใช้ แต่คิดว่าก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่รสชาติ กลิ่น อาจจะไม่โอเคเท่าปลาที่พิมบอกมาอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-10.JPG

ยังไงก็สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยลองทำเมนูนี้ … ก็อยากให้ลองทำดูนะคะ ถือว่าเป็นอีกเมนูนึงที่พิมภูมิใจนำเสนอเลยจ้า ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-fish/pla-tubtim-tod-yum-takrai/pla-tubtim-tod-yum-takrai-12.JPG