เปิดตำนาน 52 เรื่องผี และสิ่งลี้ลับในจังหวัดสงขลา!


เรื่องที่จะนำมาเล่าต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้รับทราบจากการออกเดินทางไปทำงานวิจัย ตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดสงขลา  เเน่นอนล่ะว่าการออกเก็บข้อมูลงานทางไทยคดีศึกษาในเรื่องต่างๆ ตามสถานที่ต่างๆย่อมต้องได้รับทราบข้อมูลทั้งเชิงประจักษ์ เเละความเชื่อในเเนวทางเฉพาะถิ่น อาทิ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องภูติผี เเละดวงวิญญาณ(ลัทธิวิญญาณนิยม)เพื่อนๆ หลายๆ คนของผู้เขียนเลยขอให้ทำการรวบรวมนำมาเล่าสู่กันฟัง(บ้าง)  เพื่อเป็นประสบการณ์เเลกเปลี่ยนกัน

ปล.  เชื่อก็ได้…ไม่เชื่อก็ได้..เเล้วเเต่จะคิดนะคะ

1.หน้าโรงเรียนอุดมศึกษาพานิช.. สมัยก่อนล่วงผ่านเลยมามีเรื่องเล่ากันปากต่อปากจากผู้สูงวัยว่าที่เชิงสะพานตอนเช้าตรู่(ราวตี 4-6 โมงเช้า)มักจะมีสาวสวยผมยาวผิวขาวมากๆ  ใส่ชุดขาวมายืนโบกรถอยู่  หากใครจอดรถรับ  เธอจะหายไปพร้อมกับความซวย  หรือเรื่องร้ายๆที่เข้ามาเยือนคนดวงซวยคนนั้น…บรื๋ออออ

2.บริเวณถนนศรีภูวนารถ มีซอยหลายซอยมากๆ  มีอยู่ซอยหนึ่งคือซอย 12  ซอยนี้เองมีโรงเก็บหัวหอมร้างอยู่ซอยหนึ่ง  เล่าลือกันว่าผีดุมากๆ  มีเรื่องเล่าว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมีลูกจ้างโรงเก็บหัวหอมถูกบานประตูเหล็กตกใส่ ทับจนร่างกายเเหลก เละทั้งตัว  ไม่มีใครสามารถจะนอนค้างคืนในโรงเก็บหัวหอมร้างซอย 12 ได้เพราะถูกหลอกกันมานับไม่ถ้วนเเล้ว

3.สะพานรถไฟ(มีราวเหล็ก)ที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านน้ำน้อย  เคยมีคนตายกว่า 400 ศพ  ที่สำคัญเป็นการตายโหง ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยเชื่อกันว่าที่นี่เฮี๊ยนมาก  คนเฒ่าคนแก่หลายคนเรียกสะพานรถไฟแห่งบ้านน้ำน้อยว่าสะพานสายมรณะ  บ้างก็ว่าเป็นสะพานผีตายโหง  เคยมีเรื่องเล่าในอดีตว่า  เคยมีกลุ่มคนมายืนโบกรถอยู่ที่แถวๆสะพานรถไฟดังกล่าว  โบกรถเพื่อจะไปสงขลา  พอรถให้ขึ้นมาปรากฏว่าระหว่างขับกลุ่มคนดังกล่าวก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย  ทำเอาคนขับรถถึงกับจับไข้ไปหลายวัน

4.ซอยๆหนึ่งข้างวัดโคกนาว กับห้างโลตัส เด็กหาดใหญ่เรียกกันว่า…” ซอยคุณยายสปีด ” เชื่อกันว่าหากขับรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาในซอยคนเดียวหลังเที่ยงคืนในคืนเดือนมืดเเล้วจะเจอกับผีคุณยายสปีดหลอกเอา  ด้วยการกระโดดขึ้นมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์  ใครดวงซวยอาจถึงตายได้

5.ถนนสายหาดใหญ่-สงขลา(สายใหม่)ก่อนถึงปั้นน้ำมันมีเรื่องสยองเล่าว่า  เคยมีกลุ่มรถซิ่งถูกสายสลิงที่ขึงไว้กับต้นไม้ใหญ่ 2 ข้างทาง  ตัดเอาคนนั่งซ้อนท้ายซึ่งเป็นผู้หญิงจนหัวขาดมาเเล้ว…เชื่อกันว่าหากขับรถมาตอนกลางคืนเเล้วเห็นคนขับมอเตอร์ไซด์ไม่มีหัว…อย่ามอง หรือชี้มือไปหา  เพราะท่านอาจจะซวยเอาได้

6.บริเวณเปิดท้ายกรีนเวย์(ข้างป่าช้าโคกโพธิ์)…เเต่เดิมเป็นวังน้ำขนาดใหญ่  ชาวบ้านคลองเรียนเรียกกันว่า ” วังน้ำดำ ”  เชื่อว่าเป็นดินเเดนอาถรรณ์ที่ผู้มีวิชาอาคมมักมาลองปล่อยของกัน

7.วัดโคกนาว..สมัยก่อนเรียก ” โคกเน่า ”  เพราะเคยมีการฝังศพกันเป็นจำนวนมาก  เเต่ปรากฏว่ามีน้ำท่วมขังในบริเวณดังกล่าวในปีหนึ่ง  ชาวบ้านเลยจำต้องนำศพไปผูกติดเอาไว้กับกิ่งไม้ใหญ่  บ้างก็ว่ามีนายพรานหลายคนไปยิงสัตว์ในโคกเน่า  ถูกซากศพที่เน่าเปื่อยตกใส่จนขวัญหนีตามๆกัน  ผู้เขียนเคยสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้เเก่ท่านหนึ่ง  ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า…หากมืดค่ำจะไม่ยอมเดินทางผ่านโคกเน่าเป็นอันขาดเพราะผีที่นี่หลอกเก่งที่สุด

8.หน้าสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่…เชื่อกันว่าเฮี๊ยนน่าดูชม..เพราะจะต้องมีคนถูกรถชนตาย หรือรถทับตายทุกปี  หลายคนบอกว่าเขาต้องการ  ” ตัวตายตัวเเทน ”

9.หน้าวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่….บริเวณใต้สะพานลอยหน้าวิทยาลัย  เชื่อกันว่ามีผีเฝ้าอยู่ใต้สะพานลอย…ใครดวงถึงฆาตจะถูกผีผลักให้รถชนเพื่อเป็นตัวตายตัวเเทนตน(เด็กเทคนิคหาดใหญ่เล่ากันภายใน)

10.เจ้าที่ที่ปกป้องรักษาวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่นอกจากจะมีพระวิษณุกรรมแล้ว  บริเวณเชิงเขา(ข้างแผนกช่างยนต์)ยังมีเจ้าที่เก่าของที่นี่ปรากฏให้ได้เห็น  ครู-อาจารย์ เรียกท่านว่า “ทวดตาเดียว”  ส่วนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่เรียก “เจ้าพ่อตาเดียว”  ถือกันว่าท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์มากๆ  บูชาหรือเซ่นด้วยอะไรก็ได้  ยกเว้นเนื้อสุกร(เพราะท่านเป็นมุสลิม)

11.เจ้าที่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณเด็กที่นี่เรียกกันว่า..” ทวดเลียบ ”  เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่  ปรากฏในรูปของต้นไม่ใหญ่  เชื่อกันว่าหากใครขวัญอ่อน หรือต้องการเจริญก้าวหน้าในการเรียน หรือการงานด้านต่างๆให้บูชาท่านด้วยยาคูลท์ เท่านั้น

12.หน้าตึกเรียนอาคาร 13 ภายในมหาวิทยาลัยทักษิณ  เชื่อกันว่ามีความเฮี๊ยนระดับสูงมากๆ  เเละที่หน้าตึกเรียนอาคาร 13 นี้เองที่มีฮวงซุ้ยขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าตึก(น่าจะเป็นตึกเรียนตึกเดียวในประเทศไทยที่มีฮวงซุ้ยตั้งอยู่ด้านหน้า)  เล่าลือกันว่าบางครั้งดึกๆจะมีคนเดินไปเดินมาที่หน้าฮวงซุ้ย  มองนานๆเเล้วท่านก็จะหายไป

13.ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา  เชื่อกันว่าสระน้ำหน้าอาคารตึกอำนวยการหลังเก่า…เคยมีเด็กผู้หญิงที่มาเข้าค่ายที่นี่จมน้ำตาย  เธอมักชอบออกมาเล่นงานคนที่ดวงถึงฆาตด้วยการดึง หรือลากลงไปในน้ำ

14.ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา  อาคารหอสมุด(หลังเก่า)…เชื่อกันว่าที่ บล็อก ฮ. นกฮูก  มีดวงวิญญาณของนักศึกษาที่นี่สิงอยู่  ท่อนบนเป็นผู้ชายใส่ชุดช่างอุตสาหกรรม  ท่อนล่าง…..ไม่มี !!!

15.เเถวๆท้ายวัดคลองเรียน…ในอดีตยังมีต้นยางใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง  บนต้นยางปรากฏเป็นฝูง “ชิน” จำนวนมากลอยอยู่(ชิน  หลายคนเชื่อว่าเป็นผีชนิดหนึ่ง รูปลักษณะเป็นดวงไฟสีขาวขุ่นใหญ่ประมาณเท่าลูกฟุตบอล-1 เมตร) ปัจจุบันเชื่อว่าต้นยางใหญ่ดังกล่าวไม่มีเเล้ว  เเละน่าจะเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านร่มเย็น(ตรงบริเวณไหนไม่อาจคาดเดาได้เเน่ชัด)

16.รถเมล์สายหาดใหญ่-สงขลา(เด็กหาดใหญ่เรียก รถโพธิ์ทอง)….เชื่อกันว่ามีรถโพธิ์ทองอยู่คันหนึ่งมักปรากฏหญิงสาวในชุดนักศึกษา  ผมยาว  เธอมักชอบนั่งอยู่เก้าอี้เกือบท้ายสุดในยามหัวค่ำ  พอมองไปนานๆเธอจะหายไป

17.หลังวัดคลองเเห  ตำบลคลองเเห  อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา…เชื่อกันว่ามีเนินดินสูงอยู่เนินหนึ่ง เรียก…” โคกนกคุ่ม ” ภายในเนินดินว่ามีทรัพย์สมบัติฝังอยู่  เเละมีผีนานาชนิดเฝ้าดูเเล  อาทิ ผีปลาหัวกระโหลก

18.เเถววัดคูเต่า ตำบลเเม่ทอม สงขลา(วัดคูเต่าหลังเเรก…วัดสระเต่า)เคยมี ?เสือสมิง? อาศัยอยู่ใกล้บริเวณวัดได้เข้าทำร้ายสามเณรมรณภาพ 1 รูป คือสามเณรถูกกัดจนศีรษะขาดและถูกกินเป็นอาหารเป็นที่เล่าลืออย่างสยดสยองต่างๆนานา(เสือสมิง คือ เสือร้ายที่เชื่อกันว่าเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณร้ายที่แปลงร่างขึ้นมา)

19.วัดโลการาม  บ้านสะทิ้งหม้อ  สิงหนคร สงขลา…มีเจ้าที่ประจำวัดเป็นพญางูจงอางขนาดใหญ่  เรียก ” ทวดตาหลวงรอง ” เชื่อว่าใครบูชาเเล้วจะเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ…นอกจากนี้ยังเชื่ออีกด้วยว่าหากใครจะเข้ามาขโมยทรัพย์สมบัติของทางวัดจะโดนงูทวดเล่นงานจนต้องหนีกระเจิงทุกรายไป

20.หน้าอุโบสถวัดพรุเตาะ  หาดใหญ่  สงขลา มีต้นโพธิ์อยู่ต้นหนึ่ง…เชื่อว่าต้นโพธิ์นี้เเต่เดิมคือเจ้าอาวาสวัดพรุเตาะ  ครั้งหนึ่งท่านได้ใช้น้ำมันราดเเละเผาตนเองจนมรณภาพ  เเล้วท่านก็ได้เกิดใหม่เป็นต้นโพธิ์หน้าอุโบสถ(ชาวบ้านเขาเชื่อกัน)

21.บริเวณหัวเขาแดง-สงขลา  เชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยป้องปกดูแลอยู่เรียกว่า ?ทวดหัวเขาแดง?  เชื่อกันว่าท่านนั้นมักปรากฏกายให้ได้เห็นในรูปของจระเข้ใหญ่มีนัยตาสีแดงเพลิง

22.น้ำตกโตนงาช้างที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง  ปรากฏมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ป้องปกอยู่เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ-ทวดโต๊ะปะหวัง”  ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับน้ำตกเชื่อว่าท่านนั้นมีรูปกายเป็นเสือดำขนาดใหญ่ มีเรื่องเล่าว่าราวปี พ. ศ. 2549 ได้มีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์คนหนึ่งเดินทางมาเที่ยวน้ำตกโตนงาช้าง  จนตกช่วงเย็นชายคนดังกล่าวได้ออกเดินทางปีนขึ้นไปชมทัศนียภาพบนน้ำตกโตนงาช้าง จากนั้นจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  เพื่อนๆที่มาด้วยกันจึงออกตามหาแต่ก็หาไม่พบจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของทางน้ำตกทราบช่วยกันตามหาจนช่วงดึกจึงต้องยกเลิกไปแล้วออกหาตอนเช้าอีกที  หาอยู่ 3 วัน 3 คืนก็ยังหานักท่องเที่ยวชายชาวสิงคโปร์คนดังกล่าวไม่พบ  จึงได้เชิญหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีกรรม “เข้าทรง”  และพอได้รับข้อมูลมาว่านักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่หลงป่ายังมีชีวิตอยู่  ประทังชีพด้วยการกินยอดไม้ และน้ำเป็นอาหาร เขาเพียงโดน “ผีบังตา” เอาไว้ท่านมิต้องเป็นห่วงแต่ประการใด  ถึงเวลาเขาก็จะกลับมาเอง  แต่หลังจากนั้นก็ขอให้ช่วยสร้างศาลให้เราอยู่ด้วย  หัวหน้าทีมค้นหาจึงสัญญาว่าหากหาเจอก็จะสร้างศาลสถิตบูชาให้  วันที่ 4 ที่ออกค้นหาจึงหานักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจนพบแล้วสร้างศาลให้เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ-ทวดโต๊ะปะหวัง”

23.ห้องเบอร์ 333  ณ โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่เยื้องๆกับฟาร์มจระเข้เก่า…เชื่อกันว่ามีผีฝรั่งสิงสถิตอยู่  หากใครจิตอ่อนเวลานอนอยู่บนเตียงจะถูกลากขา  หรือบีบนวดขาให้ในเวลากลางคืน..ให้แก้เคล็ดด้วยการนำเหรียญบาท 3 เหรียญมาวางไว้ตรงมุมบานประตูทางเข้าห้อง(ด้านใน)แล้วบอกกล่าวขอเช่าห้องกับผีเจ้าของห้องก่อนจึงจะอยู่ได้อย่างปกติสุข(เจอกันหลายคนแล้วห้องเบอร์นี้)

24.ชาวอำเภอเมืองสงขลา  เชื่อกันว่า ณ เขารูปช้างมีผีฟ้า-เทวดาป้องปกรักษาอยู่เรียกกันว่า “ทวดช้าง” หรือ“พ่อทวดช้าง”  เชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของควาญช้างและพญาช้างใหญ่ 2 เชือก(พ่อพลายแก้ว  และแม่พังงา)

25.แถวน้ำตกโตนงาช้าง  และย่านหูแร่ในสมัยก่อนเชื่อกันว่ายังมี ?ผีหลังกลวง? อาศัยอยู่เชื่อกันว่าผีหลังกลวงเป็นความเชื่อของชาวไทยภาคใต้มีลักษณะเป็นเหมือนกับคนธรรมดาแบบเราๆท่านๆนี่แหล่ะ แต่มันไม่ชอบใส่เสื้อผ้า(ประมาณว่าใส่แต่กางเกงที่ขาดรุ่งริ่ง)และที่สำคัญคือมันมีสันหลังที่กลวงโบ๋วมีน้ำหนองไหลออกมาอย่างน่ากลัว ผีหลังกลวงชอบอาศัยอยู่ในแถบสถานที่ๆมีอากาศเย็นโดยเฉพาะในบริเวณน้ำตกต่างๆของทางภาคใต้ เชื่อกันว่ามันชอบกินของดิบๆเป็นนิสัย ส่วนกรรมวิธีในการหลอกคนก็คือ มันจะมาทำทีพูดจา-เจรจาเป็นมิตรกับผู้ที่ผ่านถิ่นที่อยู่ของมันในยามค่ำคืน  จากนั้นมันจะแกล้งคันหลังแล้วขอให้มิตรใหม่ช่วยเกาหลังให้… หันหลังให้คนที่มันจะหลอกดู(หลายคนพอได้เห็นหลังอันกลวงโบ๋วของมันแล้วก็อาจจะกลัวจนวิ่งหนีไปเลยก็มี) แต่ผีหลังกลวงในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดพัทลุงนั้นมันมีวิธีหลอกโดยการเดินมาตอนกลางคืนแล้วอาสาว่าจะช่วยตำข้าวให้ พอเจ้าของบ้านเผลอมันจะฉวยโอกาสหักคอกับครกตำข้าว(คนพัทลุงในสมัยก่อนเลยไม่ค่อยมีใครนิยมตำข้าวตอนเวลากลางคืน)

26.บ้านคูเต่า  อำเภอบางกล่ำ  จังหวัดสงขลา  ยังเชื่อว่าในเครื่องดนตรีของถิ่นตนมีผีชนิดหนึ่งสถิตอยู่เรียก “โต๊ะเคร็ง”  เชื่อกันว่าโต๊ะเคร็งเป็นผีที่สถิตอยู่ในเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคใต้ โดยหากมีการเซ่นสรวงที่ดีโต๊ะเคร็งจะทำให้การประกอบอาชีพทางด้านเป็นนักดนตรีเจริญก้าวหน้า แต่หากทำผิดกฎการเซ่นสรวงบูชาแล้วโต๊ะเคร็งจะนำพาความวิบัติมาให้ได้

27.เชื่อกันว่าในคลองอู่ตะเภาในอดีตยังมีจระเข้ผีสิงสถิตอยู่  มีตำนานเล่าว่า  ในอดีตลำคลองอูตะเภายังอุดมสมบูรณ์มีจระเข้อาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น  เนื่องด้วยมีปลาอย่างชุกชุมทำให้วิถีทางการดำเนินชีวิตของคน และจระเข้ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  จวบอยู่มายุคหนึ่งเกิดเหตุจระเข้กินคนเกิดขึ้นลือว่าเป็นจระเข้ผีสิง  ขึ้นมาจากน้ำ  คาบ กัดกินเด็กที่เล่นน้ำบริเวณท่าน้ำวัดท่าแซไปหลายรายจนเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของผู้คนในสมัยนั้นเป็นยิ่ง  จวบจนความเจริญได้เดินทางเข้ามาสู่ชุมชนคลองอูตะเภามากขึ้น  ตำนานจระเข้กินคนเลยลบหายไปกับกาลเวลาเหลือเพียงคำเล่าลือจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า….ในอดีตลำคลองแห่งนี้ยังเคยมีจระเข้ผีสิงที่ชอบกินเด็กเป็นอาหารอาศัยอยู่

28.เชื่อกันว่าทะเลสาบสงขลายังมีนางเงือก(ผีนางเงือก)อาศัยอยู่  ณ ยามใดก็ตามที่เป็นคืนจันทร์เดือนเพ็ญสว่างเต็มท้องน้ำ  ผีนางเงือกจะขึ้นมาจากท้องน้ำ  นั่งอยู่บนโขดหิน  ใช้หวีที่ทำจากก้างปลาหวีผมอย่างน่าดูชม…..ใครดวงถึงฆาตนางจะลากลงไปในท้องน้ำเอาบุรานายนั้นทำสามี

29.ถนนสายบ้านในไร่-เขากลอย(ทางโค้งข้อศอก)…ยามค่ำคืน   หากเห็นหญิงสาวรถมอเตอร์ไซด์เสีย  ยืนคนเดียว… อย่าชี้นิ้วไปหา-อย่ารับขึ้นรถ…เพราะไม่ใช่คน!!!

30.ต้นไทรใหญ่หน้าวัดคลองเรียน  มีอายุนานมากแล้ว(อาจจะถึง หรือเกิน 100 ปี)…..ยามค่ำคืนมักปรากฏผู้คนมากมายพร้อมเทียนส่องสว่าง  พวกเขามาหาตัวเลขก่อนวันหวยออกกันน่ะ  แต่….หากเห็นผู้คนมากมายอันตรธานหายไปในพริบตาที่ชี้มือไปหา…ท่านจะซวยเอาได้!!!

31.พระคเณศ  หน้าภาควิชาศิลปะ  ว.ค.สงขลา  เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ…..หากใครอยากลองดีให้มาตอนเที่ยงคืน  พร้อมกับหันก้นเข้าหาและ…เกาใส่หน้าท่าน(เชื่อกันว่าจะโดนดีทุกรายไป)

32.ข้างภาคศิลปะ ว.ค.สงขลา  สมัยก่อนยังมีต้นมะพร้าวใหญ่อยู่ต้นหนึ่งข้างสระน้ำ(ปัจจุบันตัดทิ้งแล้ว)…..ยามดึกๆเด็กๆที่นี่อาจจะเห็นชายหนุ่มร่างกำยำผิวดำหัวหยิก  ไม่ใส่เสื้อผ้า  พุ่งดิ่งลงมาจากต้นมะพร้าว  ลงสู่สระน้ำข้างภาควิชา…หายลงไปไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย.. ไม่ต้องตกใจ  เขาแค่ทักทายเด็กศิลป์น่ะ(สมัยก่อนเจอกันบ่อย)

33.ตำนานบ้านโลงศพ (หน้าซอย 10 ราษฏร์อุทิศ) เคยได้ยินเรื่องเล่าในหาดใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนคือเรื่องตำนานบ้านโลงศพ  ว่ากันว่ามีบางส่วนของตัวบ้านดังกล่าวที่สร้างออกมาเหมือนรูปโลงศพยังไงยังงั้น  เล่าลือกันอีกต่อว่าหลังจากเจ้าของบ้านได้เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุหมู่ยกครัว  (บางคนก็เล่าลือว่ามันเห็นเรื่องแปลกๆเวลาขับรถผ่านบ้านหลังดังกล่าว(ปัจจุบันบ้านโลงศพกลายเป็นร้านถ่ายรูปไปแล้ว)

34.บ้านรูปยิ้ม (ท้ายซอย 7 ราษฏร์อุทิศ)เป็นภาพขาว-ดำ ของหญิงสาวนางหนึ่งที่เล่าลือกันว่าเธอผูกคอตายภายในบ้าน ได้มีการนำรูปภาพดังกล่าวมาแขวนไว้บริเวณหน้าบ้าน  ลือกันอีกว่าหากใครดวงซวยเวลาขับรถผ่านหญิงสาวในภาพจะยิ้มให้(รีบไปทำบุญล้างซวยโดยด่วน!!!)

35.ตำนานผีช่องแอร์ที่หาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ที่เป็นต้นเหตุแห่งตำนานผีช่องแอร์(ฆาตกรรมยัดช่องแอร์) และก็มีการเล่าลือกันว่าห้องดังกล่าวของโรงแรมที่เกิดเหตุมีอัตราความเฮี๊ยนสูงมากๆ!!!  ใครมาพักมักเจอดีเข้าแทบทุกราย  เส้นผมหญิงสาวร่วงลงมาจากเพดาน  เสียงประหลาดยามค่ำคืน  กลิ่นศพเน่าโชยมาโดยหาสาเหตุไม่ได้!!!  หลายคนมาถามผมว่าแล้วมันที่ไหนกันล่ะโรงแรมนั้น  แน่นอนว่าไม่ใช่โรงแรมกลางเมืองหาดใหญ่แน่  โรงแรมนี้ร้างมากว่า 10 ปีตั้งแต่น้ำท่วงใหญ่คราวนั้นแล้ว หลายคนบอกว่ามันคือโรงแรมหาดใหญ่ออxxxจริงหรือไม่?

36.เรื่องผีที่อาคาร 3 เด็กเทคนิครุ่นเก่าๆเขาเล่าลือกันนักกันหนาว่าแต่เดิมอาคาร 3 ในวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่เคยมีคนตกลงมาตาย(ครูหลายคนยืนยันว่าจริง)หากยืนมองวิวทิวทัศน์อยู่ดีๆมีใครตกลงมาแล้วปรากฏว่าร่างนั้นอันตรธานหายไป  ขอร้อง…อย่าไปทักเดี๋ยวซวย!!!

37.ตำนานต้นจามจุรีให้โชค-หาดใหญ่ใน  หลายคนเรียกกันว่าทวดแม่จามจุรี หรือทวดไกรสิงห์-ราชสีห์จามจุรีใหญ่อันเป็นที่สิงสถิตของทวดแม่จามจุรีตั้งอยู่ ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่ ลือกันว่าต้นไม้ต้นนี้เคยเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ผู้คอตาย)สืบตำนานพอได้ว่าในราวปี พ.ศ. 2552  ภรรยาของตำรวจชั้นประทวนซึ่งทำงานอยู่ใน สภ.หาดใหญ่   ได้หลับลงด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการปฏิบัติภาระหน้าที่ประจำวันที่บ้านพักใกล้กับต้นจามจุรี  ครั้งหลับก็ฝันไปว่ามีเจ้าแม่จามจุรี สถิตอยู่ ณ ต้นจามจุรีใหญ่ใกล้กับที่พักของตน  เจ้าแม่จามจุรี  หรือทวดแม่จามจุรีบอกว่าจะให้เลขเด็ดแต่มีข้อแม้ว่าขอให้ตั้งศาลให้ที่ใต้ต้นจามจุรีเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน  ปรากฏว่าถูกหวยจริง  แต่ผู้เป็นภรรยาของตำรวจชั้นประทวนนางนี้ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียเท่าใดนักจึงไปทำการบนกับทวดแม่จามจุรีว่าขอให้ถูกหวยเป็นครั้งที่สองแล้วจะสร้างศาลแก้บนให้  ปรากฏถูกหวยมาเลย์จริงดังที่ทำการบนไว้  ต่อมาจึงมีการสร้างศาลเพียงตาไว้ให้สำหรับเป็นที่สถิตแก่ทวดแม่จามจุรี  ครั้งข่าวลือเรื่องทวดแม่จามจุรีให้เลขเด็ดได้อย่างแม่นยำยิ่งนักรู้ถึงหูเซียนหวย  นักเลงตัวเลขจากทั่วประเทศจึงแห่กันเดินทางมาเพื่อขอเลขเด็ด  ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างประเทศที่ทราบข่าว อาทิ ชาวมาเลย์  สิงคโปร์  จีน  เป็นต้น  จามจุรีอันเป็นที่สิงสถิตของทวดแม่จามจุรี ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่จึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วทุกสารทิศ  ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  อันมีสิ่งมุ่งหวังอันเดียวกันคือ “เลขเด็ด” นั่นเอง  นอกจากเรื่องเลขเด็ดที่ชาวบ้านนิยมมาขูด  ทาแป้ง  ลูบหากันแล้วนี่ยังปรากฏความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่แพร่สะพัดกันไปในวงกว้าง  คือเชื่อกันว่าทวดแม่จามจุรีนี้ไม่ชอบให้ใครมาตัดกิ่ง ก้าน ใบโดยไม่ได้รับอนุญาต  ดังเรื่องเล่าลือที่ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเคยมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ จะทำการตัดแต่งกิ่งไม้ข้างถนน  ครั้งตัดแต่งมาเรื่อยๆจนถึงต้นจามจุรีใหญ่ต้นดังกล่าวปรากฏว่าอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ทำงานอยู่นาน  พยายามอย่างไรก็ไม่สามารถซ่อมอุปกรณ์ดังกล่าวได้  จึงต้องล้มเลิกการตัดแต่งกิ่งต้นจามจุรีออกไป  ครั้งเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่มาทำการตัดแต่งกิ่งไม้ในครั้งที่สองก็ปรากฏว่าอุปกรณ์สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ไม่ทำงานเหมือนครั้งแรก  จึงเกิดการเล่าลือกันถึงเรื่องความเฮี๊ยนของต้นจามจุรีใหญ่ ณ ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1  กันอย่างกว้างขวาง

38.ตำนานผีทวดเฝ้าถ้ำ  หรือตำนานทวดแหลมจาก  เป็นความเชื่อของชาวบ้านตำบลเกาะใหญ่  อำเภอกระแสสินธุ์  จังหวัดสงขลา ตำนานทวดแหลมจากมีดังนี้กล่าวคือ  ภายในอาณาบริเวณของหมู่ที่ 1  ตำบลเกาะใหญ่  อำเภอกระแสสินธุ์  จังหวัดสงขลา  ปรากฏว่ามีถ้ำใหญ่อยู่แห่งหนึ่งที่ซึ่ง ณ ถ้ำแห่งนี้เองชาวบ้านล้วนเชื่อกันว่าภายในถ้ำมีทรัพย์สมบัติ  แก้วแหวนเงินทอง  ถ้วยชามที่เป็นทองคำฝังเอาไว้อยู่ภายในเป็นจำนวนมาก  และภายในถ้ำนี้เองปรากฏว่ามีจระเข้ใหญ่  ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นจระเข้เจ้าและศักดิ์สิทธิ์

พร้อมทั้งขนานนามให้ว่า  “ทวดแหลมจาก”  มีหน้าที่เฝ้าปกปักรักษาทรัพย์สมบัติดังกล่าวอยู่  คนแต่ครั้งโบราณหรือชาวบ้านในสมัยก่อนจะสามารถเข้าไปหยิบยืมทรัพย์สมบัติต่างๆของทวดแหลมจากได้แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนด  ครั้งกาลต่อมามีคนพาลเข้าไปหยิบยืมทรัพย์ของทวดแล้วไม่ได้นำไปคืนให้  ทวดแหลมจากจึงโกรธและปิดถ้ำลงด้วยหินก้อนขนาดใหญ่ตรงบริเวณปากทางเข้าถ้ำ  ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครสามารถเข้าไปหยิบยืมทรัพย์สมบัติของทวดได้อีก  แต่ชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวก็ยังเชื่อว่าทวดแหลมจากในรูปของจระเข้ทวดขนาดใหญ่ยังคงสถิตอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้น

ทวดท่าข้าม  หรือ  ทวดพญาท่าข้าม

39.ตำนานทวดแม่กง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งบ้านเกาะหมี มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึงรูปแบบ-ความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กงเอาไว้ว่า…..เมื่อนานมาแล้วยังมีชายชาวบ้านเกาะหมีคนหนึ่งนั่งคุยกับเพื่อนที่ชานเรือน  เขาท้าเพื่อนๆเอาไว้ว่าไม่เชื่อในตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กง…..“ถ้าทวดแม่กงศักดิ์สิทธิ์จริง  ขอให้ขึ้นมาหาเขาบนเรือน เขาจะยอมให้ทวดกัดให้ถึงแก่ชีวิต”   ขณะเดียวกันนั้นเองปรากฏว่ายังมีพญาคางคก(แม่กง)ใหญ่อยู่ตนหนึ่ง  นั่งอยู่บนโขดหินริมฝั่งน้ำ ณ บ้านเกาะหมี  โจนทะยานลงจากโขดหินลงสู่แม่น้ำดังกล่าวเสียงดังสนั่น…..กลายร่างเป็นเข้เจ้า(จระเข้ใหญ่)ในทันทีทันใด  ว่ายตรงไปสู่บ้านของชายหนุ่มผู้ท้าทาย  ถึงริมฝั่งได้  ทวดแม่กงมองชายผู้ท้าทายด้วยสายตาที่โกรธอย่างถึงที่สุด  พร้อมลำเลียงตนขึ้นสู่บนฝั่งพร้อมกลายร่างเป็นงูบองหลาขนาดใหญ่(งูจงอางขนาดใหญ่)  เลื้อยตรงรี่เข้าไปจนถึงบ้านของชายผู้ท้าทาย  ขึ้นไป ณ เรือนชานได้ก็ตรงเข้าหาชายคนดังกล่าว…เล่นเอาท่านเจ้าของบ้านถึงกับหน้าถอดสี  จำต้องยอมขอขมาโทษแก่ทวดแม่กงในทันทีทันใด   ทวดจึงยอมกลับลงสู่แม่น้ำ  มิทำร้ายเอา(สืบทราบว่าปัจจุบันชาวบ้านเกาะหมีก็ยังคงเชื่อกันอยู่)

40.ตำนานผีนางรำไร้หน้าที่โรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งแถวย่านหาดใหญ่ใน เป็นเรื่องเล่ากันในหมู่นักเรียนโรงเรียนนี้มานานแล้วว่าที่ตึกศูนย์ศิลป์ มักมีเหตุการณ์แปลกๆในค่ำคืนวันทางศาสนา เช่น วันพระ เป็นต้น กล่าวคือมักมีคนได้ยินเสียงดนตรีไทยแว่วมาตามลม  บางคนที่ดวงไม่ค่อยดีอาจเห็นนางรำไร้หน้ากำลังร่ายรำกันอย่างสวยงาม…บรื๋อ!!!

41.ตำนานผีผ้าม่านในตึกศูนย์ศิลป์ที่โรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งแถวย่านหาดใหญ่ใน เรื่องเล่าของเด็กวงโยฯเก่าๆเขาเล่ากันให้ฟังมาว่า  มักมีอะไรแปลกๆชอบเดินไปมาผ่านผ้าม่านในตึกหลังดังกล่าว  เป็นเงาดำๆ แต่พอเดินตามมันไปมันก็จะหายไป  เด็กรุ่นเก่าๆเขาเล่าให้ฟังมาน่ะ!!!

42.ตำนานกระดาษข้อสอบที่เกินมาในอาคาร 2 ม.หาดใหญ่  เล่าลือกันในหมู่นักศึกษาว่า ณ ห้องสอบห้องหนึ่งในอาคารดังกล่าวอาจารย์จะต้องแจกข้อสอบให้เกินมา 1 ชุดเสมอๆเพราะเคยมีเหตุนักศึกษาตายในระหว่างสอบ  หากข้อสอบไม่เหลือ 1 ชุดมักมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นเสมอๆ(เด็กที่นี่เขาเล่าลือกันน่ะ)

43.เรื่องผีห้อยขา  ม.หาดใหญ่  ลือกันในหมู่นักศึกษาว่า ณ ตึกๆหนึ่งใน ม.หาดใหญ่หากใครเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่ที่เหนือบันไดตัวหนึ่ง  อย่าไปร้องทัก(เพราะไม่ใช่คน)

44.ตำนานเสียงซอดังแว่ว ณ ห้องดนตรีไทยโรงเรียนวรนารีเฉลิม เชื่อกันในหมู่เด็กนักเรียนว่าเวลาดึกๆมักได้ยินเสียงดนตรีไทย(โดยเฉพาะเสียงซอ)ดังแว่วมาจากตึกดังกล่าว(ชั้น 3) ข้างในมีใครอยู่หรือเปล่า? นั่นสิ ไม่รู้  เพราะประตูทางเข้ามันล็อคจากข้างนอก!!!

ปล.  ผู้เขียนเองก็เคยไปฝึกสอนที่โรงเรียนนี้มาแล้ว  ปรากฏว่าเจอเหตุการณ์แปลกๆที่อาคารดังกล่าวเหมือนกัน  กล่าวคือคืนนั้นต้องมาช่วยท่าน อ.สืบ  แกะแผ่นโฟมที่ห้องศิลปะทั้งคืน  ผมอยู่กับเพื่อนรวม 3 คนปรากฏว่าตกดึกเพื่อนๆอีก 2 คนออกไปกินกาแฟ  ส่วนผมอาบน้ำ(ราวตี 2) ขณะอาบน้ำนั้นเอง(ห้องน้ำครูชั้น 2)มีคนมาเคาะประตูแรงๆ 2 ที  พอใส่กางเกงได้ก้รีบออกมาดุปรากกว่าไม่เจอใคร  มองออกไปที่หน้าต่างพบเพื่อน 2 คนยังนั่งอยู่ร้านกาแฟ ในตึกมีผมอยู่คนเดียว  และยังคงสงสัยอยู่ทุกวันนี้ว่า  ใครกันเล่าที่กรุณามาเคาะประตูห้องน้ำตอนตี 2  ส่วนเหตุการณ์เสียงซอดังแว่วก็เคยได้ยินนะ ได้ยินพร้อมกันทั้ง 3 คนตอนเที่ยงคืนตรง  แต่พอออกหาต้นตอของเสียงกลับมาจากซอของ อ.สืบ ที่แอบเล่นอยู่ข้างล่าง(นอนดึกจริงนะท่าน)

45.เรื่องเล่าสายลมที่พัดแรงในห้องสมุดโรงเรียนวรนารีเฉลิม  สายลมดังกล่าวมักพัดในเวลาช่วงเช้าทำให้เก้าอี้ในห้องสมุดหกล้มระเนระนาดไปหลายตัว  ทั้งๆที่ปิดหน้าต่างหมดทุกบานแล้วนะ!!!

46.ตำนานผีวิ่งเล่น ที่อาคารเรียนอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่  เล่าลือกันในหมู่นักศึกษาอิเล็กรุ่นเก่าๆ(ราวปี 36)ว่าชั้น 4 อาคารเรียนอิเล็กยามค่ำมักมีเรื่องแปลกๆ  เคยมีเด็กที่เรียนภาคบ่าย(สมัยก่อน)ช่วยปิดประตูอาคารเรียนให้อาจารย์  ตรวจเช็คว่าไม่มีใครอยู่ในตึกแล้ว แต่…ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนวิ่งอยู่ข้างบน  พอขึ้นไปดูอีกครั้งก็ไม่ปรากฏใครบนอาคาร  ว่ากันว่าคนที่ดวงซวยมากๆอาจเจอเป็นเงา  เป็นร่างให้ได้เห็น  อาทิ บริเวณแท้งเก็บน้ำอาคารอิเล็กที่หลายๆคนเคยเจอมาไง!!!

47.ตำนานนักเรียนหญิงถักเปีย ณ บันไดเวียนโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ เล่าลือกันว่าหากใครดวงซวยจะเจอเข้ากับเธอ  บางครั้งเธอจะมาให้คุณเห็น  บางครั้งจะมาเป็นเสียงเหมือนคนตกบันได  อย่าพยายามวิ่งค้นหาเธอล่ะ  ยังไงก็หาไม่พบ

48.ตำนานผีบูม ของคณะ วจก. เชื่อกันว่า ณ มหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่(ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างโลตัส)ยังปรากฏเรื่องเล่าที่น่าขนพองสยองเกล้าเรื่องหนึ่งว่า  เคยมีรุ่นพี่คณะ วจก.เช่ารถตู้เหมารวมกันจะไปรับปริญญาที่จังหวัดหนึ่งทางตอนล่างของภาคใต้(วิทยาเขต)  แล้วรถตู้ประสบอุบัติเหตุตายหมู่หลายศพ  พอถึงเวลาผ่านมาบรรจบรุ่นพี่ที่ตายไปมักจะกลับมาบูมถึงห้องน้องๆคณะ วจก. เพราะยังไม่ได้รับปริญญา  เล่ากันต่ออีกว่าหลายคนเจอเข้ากับตัวถึงกับจับไข้ไปหลายวัน

49.ตำนานแขน-มือปริศนา  เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของนักเรียนโรงเรียนกอบกุลวิทยาคม หมู่บ้านคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาคารห้องสมุดเก่าของโรงเรียนว่า  หลายคนมักจะเห็นแขน-มือปริศนาที่มีเล็บยาวและแหลมมากเป็นบางครั้งในเวลาเย็นๆ หรือกลางคืน หากมองนานๆแขน-มือดังกล่าวจะหายไป!!!

50.ตำนานผีทหารที่โรงเรียนบ้านคลองแงะ (ชาติบุณยวิทยาการ) อำเภอสะเดา เล่าลือกันในหมู่คนเฒ่าคนแก่ ณ บริเวณใกล้กับโรงเรียนว่าสถานที่ตั้งโรงเรียนเดิมทีเป็นสุสานทหารญี่ปุ่น  เคยมีคนมาลองของกันตอนดึกปรากฏเจอผีทหารญี่ปุ่น(ไม่มีหัว)ต้องวิ่งกันกระเจิง

51.ตำนานผีผูกคอในตู้เหล็ก  เป็นเรื่องเล่าของนักศึกษาหอพักอาคาร 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง(ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างโลตัส)เล่าลือกันในหมู่เด็กหอพักว่ามักเจอเหตุการณ์แปลกๆเวลาเอาเสื้อผ้า-วัสดุอุปกรณ์ไปเก็บในล็อคเกอร์-ตู้เหล็กภายในหอพักดังกล่าว  ว่ากันว่าคนที่ดวงซวยมากๆจะเห็นเป็นนักศึกษา(ชาย)ผูกคอตายในตู้เหล็ก!!!

52.ตำนานชุดนอนสีแดงหอพักในและตำนานเต่าปริศนา เป็นเรื่องเล่าในหมู่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทักษิณว่า ห้ามใส่ชุดนอนสีแดง และห้ามร้องเพลง “แต่ปางก่อน” ในหอพัก  ไม่งั้นจะเรียนไม่จบและอาจเจอดีในหอพัก  หลายคนเล่าให้ฟังว่าหากใส่ชุดนอนสีแดงจะถูกผีดึงลงมาจากเตียงนอน  หากร้องเพลง “แต่ปางก่อน” ภายในหอพักจะมีเสียงร้องคลอตามมา…บรื๋อ!!!  ตำนานเต่าปริศนา ณ สระน้ำหน้าหอพักริมบึง  เด็กที่ ม.ทักษิณเชื่อกันว่าหากใครมานั่งเล่นในยามค่ำคืนแล้วเห็นเต่าในสระน้ำหน้าหอพักริมบึงแล้วจะทำให้เรียนไม่จบ

ที่มา : webboard.yenta4.com/topic/482335

Halloween Day The Shock รวมเรื่องน่ากลัว 13/10/2557 Part1


The Shock ย้อนหลัง ติดตามทางช่อง
http://www.youtube.com/theshockreplay

Fanpage
http://goo.gl/2Vu636

00:00 ทนอยู่ได้ไง
16:28 ชวนไปอยู่ด้วย
32:24 มารู้ทีหลัง
45:54 แท็กซี่มีวิญญาณ
54:08 ห้องมุม
01:03:35 บ้านกระตุกขวัญ
01:22:05 สยองขวัญ
01:43:54 กฏแห่งกรรม
02:05:17 Bonus – เดินสาย หมอดูวิญญาณ ปทุมธานี

10 อันดับเรื่องเล่าโรงแรมผีดุ..สุดหลอนในไทย!! ต้อนรับวันฮาโลวีน


เรียกได้ว่าเป็นอีกที่ที่มีคนพบเห็นผี หรือเรื่องลึกลับบ่อยสุดๆไปเลย ก็เพราะก่อนจะมาเป็นโรงแรมผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ หรือตอนเป็นโรงแรมแล้วก็เถอะ อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ที่เราไม่มีทางรู้ จึงไม่แปลกที่จะมีผีอยู่ตามโรงแรมต่าง วันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมเรื่องผีที่หลายๆคนได้เขียนไว้ตาม Pantip หรือบอร์ดผีต่างๆ นำมาจัด 10 อันดับเรื่องเล่าผีๆ ที่แน่นอนว่าต้องขนลุก ต้องหลอน จนคุณไม่กล้าไปนอนโรงแรมอีกนาน!!

อันดับ 10 ณ ภูเก็ต..ห้อง 519

เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวกันที่ภูเก็ต ได้ทำการจองห้องพักเบอร์ 518-519 ไว้ พอเข้ามาถึงโรงแรมก็แค่มาเอาของเก็บ และพร้อมออกไปเที่ยวกลางคืนกันยาว แต่ดันมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่สบาย จึงขอนอนรอที่ห้อง 519 ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเที่ยวเพลินๆ เวลาประมาณตี 2 เพื่อนคนนี้ก็โทรมาตะคอกใส่ว่า “เลิกมาเคาะประตูแกล้งเถอะ..จะนอน!!” ทุกคนก็ได้แต่งง และคิดว่าเพื่อนคงละเมอโทรมา พอทุกคนกลับถึงโรงแรมก็ประมาณตี 4 ได้ เปิดห้อง 519 เข้าไปก็เจอเพื่อนที่ป่วยเนี่ยนอนสลบอยู่ จึงรีบพาตัวไปโรงพยาบาล พอฟื้นก็ได้เล่าให้ฟังว่า มีคนมาเคาะประตูหน้าห้องถี่มากๆ จนโมโห เลยมายืนรอเพื่อดูว่าใคร สักพักก็เห็นผู้หญิงผมดำ คลานเข้ามาเคาะห้อง และมองมาที่เค้าด้วยสภาพที่ช่วงปากถึงคางหายไป มีเพียงแค่ผม หน้าผาก ตา จมูก และลิ้นที่ห้อยติดอยู่กับลำคอ เท่านั้นแหละเลยสลบไปเลย!!

ขอบคุณภาพจาก http://board.postjung.com/522051.html

อันดับ 9 เจ เจตริน เจอเองที่อุบลฯ

เป็นเรื่องที่ดังอยู่ช่วงหนึ่ง ที่นักร้องชื่อดังอย่างเจ เจตริน ได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.อุบลราชธานี แล้วได้นอน ณ โรงแรมหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ที่ในระหว่างอาบน้ำอยู่ก็มีรายนิ้วมือปรากฏอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ ที่ตอนแรกก็คิดว่าเป็นมือแม่บ้าน แต่ด้วยความที่มันอยู่สูง และยังใหญ่กว่ามีผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ ทำเอาต้องถ่ายรูปลงโซเชียลเลยทีเดียว มันไม่จบแค่นั้น เพราะมีคนตาดีมาบอกว่าเห็นเป็นรูปหน้าคนอยู่ตรงหน้ากระจก!!! ที่พอสังเกตดีๆก็เหมือนอยู่นะ

ขอบคุณภาพจาก Twitter

อันดับ 8 ที่ห้องตรงข้ามดาดฟ้าโรงพยาบาล

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ที่กลุ่มเพื่อนๆได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ ได้จองโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งไว้ ที่ได้ห้องพักที่มองจากหน้าต่างออกไปก็เห็นดาดฟ้าของโรงพยาบาลตรงข้ามพอดี และที่สำคัญยังเห็นผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ตรงดาดฟ้าด้วย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเค้าอาจจะมาดูพลุในวันปีใหม่ก็ได้ พอเพื่อนๆไปเที่ยวกันกลับมานอนก็ได้ยินเสียงคนใช้เล็บกรีดกระจกเป็นทางยาว ทั้งยังมีเสียงกรี๊ดปนหัวเราะดังออกมาตลอด จึงได้เปิดผ้าม่านดู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเอาหน้ามาติดกระจก ทั้งหมดจึงรีบวิ่งลงไปยังล็อบบี้โรงแรม วันต่อมาได้เปลี่ยนห้องก็ยังเจอเหตุการณ์แบบเดิม ด้วยความอยากรู้จึงมาถามคนขายของแถวนั้น ได้ความว่าเคยมีสามีมาพักกับภรรยาที่กำลังตั้งท้อง ส่วนมาสีก็เอาแต่เที่ยวไม่สนใจ เช้าวันนั้นภรรยาจึงได้โทรหาสามีและบอกให้มองออกมานอกหน้าต่าง เธอจึงกระโดดลงมาต่อหน้าต่อตาสามีเลย

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=06-01-2014&group=2&gblog=10

อันดับ 7 ห้องไม่ว่าง ที่สระบุรี

เป็นเหตุการณ์ที่หลายๆคนคงเคยเผชิญ เวลาโทรไปจองโรงแรมแต่บอกว่าห้องหมด เซ้าซี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ห้องพักเอง คนเล่าเรื่องนี้ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ พอเค้าไปพักเท่านั้นก็รู้เลยว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะตอนจะนอนก็ลุกไปปิดไฟ จะเอนตัวลงเท่านั้นแหละ ได้ยินเสียงโยนกระเป๋าลงพื้นดัง ตุ๊บ!! ตอนแรกๆก็คิดว่าต่างคนต่างแกล้งกัน แต่มันมีครั้งที่ 2 3 4 ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เลยลุกขึ้นเปิดไฟ และตัดสินใจนอนลงไปอีกรอบ คราวนี้ดังสุดๆ อยู่ข้างหัว เลยทนไม่ไหวต้องโทรลงไปที่ล็อบบี้ พนักงานพูดเสียงดังไปหน่อย ปลายสายเลยได้ยินว่า “แขกโดนอีกแล้ว” แต่ทำยังไงได้ก็ต้องนอน เลยหยิบพระออกมาจากกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียง แต่ก็ต้องตกใจจนขนหัวลุกเมื่อพระที่วางไว้หายไป และกลับไปอยู่ในกระเป๋าใบเดิม ทำเอาต้องวิ่งออกจากห้องกันให้เร็ว

ขอบคุณภาพจาก http://writer.dek-d.com/moonlight_yue/story/view.php?id=601499

อันดับ 6 โรงแรมไม้สุดสยอง

โรงแรมนี้อยู่ที่สุโขทัย ที่ทางเจ้าของเรื่องเล่าว่าได้ขับรถเที่ยวตะลอนๆมากว่า 1 เดือน ค่ำไหนนอนนั่น คืนนั้นดันโชคร้ายเจอโรงแรมสไตล์ไทยๆเป็นเรือนไม้เข้าให้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร พอตี 1 เท่านั้นแหละก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ แถวโต๊ะที่วางแผนที่ไว้ เลยสะลึมสะลือลืมตาขึ้นดู พี่สาวที่นอนข้างๆก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ บีบมือสุดแรง พอมองไปที่โต๊ะเท่านั้นแหละก็เงาคน 2 คน คนนึงกำลังนั่งดูแผนที่ที่วางไว้ อีกคนกำลังมองมาที่เตียง!! ตอนนั้นขยับตัว หรือส่งเสียงก็ไม่ได้ จึงทำได้แค่สวดมนต์ แผ่เมตตาในใจ สักพักก็เริ่มมีเสียงลอดออกมา เงาก็เดินเข้ามาตรงปลายเตียง และห่างออกไปทะลุผนังในที่สุด พอเงาหายไปแผนที่บนโต๊ะก็ตกลงมาอย่างไม่มีสาเหตุ!!

ขอบคุณภาพจาก http://talung.gimyong.com/index.php?topic=121697.0

อันดับ 5 ผีอาเสี่ยมาเอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิง-ชายคู่หนึ่ง ที่ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ที่เค้าว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนตอนกลางคืนฝ่ายชายก็เผลอหลับไป ส่วนผู้หญิงก็นั่งดูทีวีอยู่ เริ่มรู้สึกง่วง กำลังจะปิดตาก็เหมือนเห็นชายอ้วนคนนึงลอยผ่านประตูเข้ามา และตรงเข้ามาที่ปลายเตียงของเธอ แต่ส่วนคอดันยื่นมาถึงหัวเตียง เธอก็ได้แต่หลับตาปี๋ และได้ยินเสียงถามมาว่า เธอเป็นใคร? มานอนห้องนี้ได้ไง? คนนั้นคือใคร? (ชี้ไปที่แฟน) ตอนนั้นอ้าปากก็ไม่ได้เลยได้แต่ตอบในใจ (ผี)ชายอ้วนเลยบอกว่าไม่ต้องกลัว เขาไม่ได้จะทำอะไร แล้วก็หายไปจากห้อง เธอจึงไปปลุกแฟน พร้อมกับขอย้ายห้อง แต่ทางโรงแรมบอกว่าห้องเต็ม แต่ก็เอาพระที่หิ้งบูชามาตั้งไว้ในห้อง ตอนเช้าแฟนก็บอกว่าตอนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียง หนึ่งสอง หนึ่งสอง เลยเอาไปซื้อหวยดันถูกซะงั้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=08-01-2014&group=2&gblog=11

อันดับ 4 อะไรอยู่ในช่องระบายอากาศ

พออ่านเรื่องนี้จบเชื่อเลยว่าคงไม่มีใครกล้าแหงนหน้ามองช่องระบายอากาศแน่ๆ โดยเรื่องนี้เกิดกับชายคนนึงที่เข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวๆตลาดอวยชัย จ.ชุมพร ที่เปิดประตูเข้าไปก็เจอกลิ่นแปลกๆซะแล้ว จึงรีบอาบน้ำ แปรงฟันเตรียมตัวนอน แต่ขณะที่กำลังแปรงฟันอยู่นั้นก็เห็นเหมือนมีใครส่องออกมาจากช่องระบายอากาศ จึงหันกลับไปดู ก็ไม่เห็นจะมีอะไร สักพักเริ่มรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอด จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปดูก็เห็นว่ามันเป็นช่องแคบๆที่ไม่มีทางที่คนจะเข้าไป อยู่ได้ เลยคิดว่าตาฝาดไปเอง เลยเข้าไปอาบน้ำ จนได้ยินเสียครืด ครืด พอหันขึ้นไปมองก็เห็นเป็นคนคลานออกมาจากช่องนั้นอย่างเร็ว จึงรีบคว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งออกจากห้องแต่มันก็ยังคลานตามมาไม่หยุดพร้อมกับ เสียงหัวเราะ แฮ่ๆ พอถึงล็อบบี้เลยทำได้แต่ตะโกนบอกพนักงานว่า “ผีหลอก!!!”

ขอบคุณภาพจาก http://xn--42caim3c2a6bxhb2ah5pud.blogspot.com/2013_09_01_archive.html

อันดับ 3 สัญญาณมือถือประหลาด!!

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมเก่าใกล้ตลาด จ.สุรินทร์ เนื่องจากเป็นโรงแรมเก่าๆบรรยากาศก็ต้องน่ากลัวเป็นธรรมดา ยิ่งพอเปิดประตูห้องเข้าไปเท่านั้นแหละ ก็เจอพวกมาลัยแขวนอยู่ในห้องซะแล้ว แต่ก็ไม่คิดอะไรมากจึงจัดข้าวจัดของเข้าอาบน้ำ แบบเปิดทีวีไปด้วย เสียงทีวีเป็นของผู้ประกาศข่าวชาย แต่ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงนั่งคุยกันอยู่นอกห้อง จึงรีบโผล่หน้าออกไปดูแต่ก็ไม่เห็นอะไร จึงเข้ามาอาบน้ำต่อแต่เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอก พอเดินไปถอดแบตโทรศัพท์ออกเท่านั้นแหละ ก็ยังพบว่าถอดออกแล้วมันยังชาร์ตต่อ!! เลยกดปิดเครื่อง มันก็ยังขึ้นสัญญาณชาร์ตต่ออยู่ดี จึงรีบเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูห้องสัญญาณก็กลับมาเป็นปกติ พอกลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงรีบนอน สรุปว่าโดนผีอำทั้งคืน ทั้งยังมีเสียงคนมาขยับหน้าต่างห้องนอนจนถึงเช้าเลย

ขอบคุณภาพจาก http://news.tlcthai.com/news/65352.html

อันดับ 2 เรื่องเล่าจากกาญจนบุรี

เป็นเรื่องของชายคนนึงที่ได้ไปสัมมนาที่จังหวัดนั้นพอดี และเผอิญนอนคนเดียว กลางคืนก็มัวแต่ดูบอล จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูเลยเดินไปเปิด ก็ไม่เห็นมีใคร เป็นแบบนั้นประมาน 3 ครั้ง เลยคิดว่าเพื่อนแกล้ง ครั้งที่ 4 เลยส่องดูผ่านตาแมวเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวๆยืนหันหลัง ใส่เสื้อสีเขียว ลายดอก เลยเปิดประตูไปแต่ก็ไม่เจออะไร มีแต่ลมพัดเข้ามาในห้องอย่างแรงวูบหนึ่ง จึงรีบปิดประตูและนอน ดึกๆมาดันรู้สึกตัวอีกทีเพราะได้ยินเสียงน้ำหยดแถวๆปลายเตียง พอลืมตาขึ้นเท่านั้น..ก็แทบจะหยุดหายใจ!! เพราะเธอคนนั้นนั่งอยู่เตียงข้างๆที่ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น ด้วยสภาพเปียกไปทั้งตัว ผมยาวปิดหน้า นั่งเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ เลือดก็ไหลออกมาเต็มเตียง พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นก็ต้องช็อค!! เพราะเธอไม่มีลูกตา เขาจึงทำได้แค่วิ่งและไม่กล้านอนอีกทั้งคืน

ขอบคุณภาพจาก http://diiwunlimited.blogspot.com/2012/07/blog-post.html

อันดับ 1 เจอดีจนได้..ณ หาดป่าตอง

คงมีหลายคนเล่ามาแล้วบ้าง เรื่องของหาดป่าตองที่เคยเกิดสึนามิไปเมื่อหลายปีก่อน และเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะทำให้คุณขนลุกสุดๆไปเลย เป็นเรื่องของพนักงานสาวที่ไปสัมมนากับหัวหน้า พอคืนแรกหัวหน้าก็ฝันเห็นอะไรแปลกๆเลย คือเห็นวิญญาณฝรั่ง 2 คนมายืนอยู่หน้าห้องเธอ พอเปิดประตูออกมาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของหัวหน้าและภรรยาขอนอนด้วย ตอนนั้นผีฝรั่งก็เดินตามมาแบบติดๆ พอเล่าแบบนั้นเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยความที่สัมมนาหลายวันเลยใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมนานหน่อย เกือบทุกวันเธอจะเจอเด็กฝรั่งผมแดงอายุประมาณ 13-14 เดินสวนกับเธอที่เดิมทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เรื่องประหลาดยังไม่หมดแค่นี้ เพราะทุกครั้งที่เธอวางผ้าเช็ดตัวทิ้งไว้ตามที่ต่างๆในห้อง พอเดินกลับเข้ามามันจะถูกจัดวาง พับอย่างเป็นระเบียบ พอไปถามแม่บ้านก็บอกไม่ได้ทำ เธอจึงเรียกให้ภรรยาหัวหน้ามาดู ว่าก่อนออกจากห้องเธอโยนผ้าไว้ที่เตียง แป๊บเดียวเท่านั้นพอเปิดเข้ามาผ้าก็ถูกพับเหมือนเดิม!! หัวหน้าจึงมาดูให้ พอเดินผ่านห้องน้ำเท่านั้นแหละ ก็บอกว่าเห็นเด็กฝรั่งกำลังพับผ้าอยู่ในห้องน้ำ หัวหน้าจึงรีบวิ่งกลับห้อง แต่พอไปดูกล้องวงจรปิดกลับไม่มีใครเห็นเด็กคนนั้น ซึ่งเป็นคนที่เดินสวนกับเธอทุกวัน..
ขอบคุณภาพจาก services.flikie.com/view/v3/android/wallpapers/33566957
ที่มา : toptenthailand.com/topten/detail/20141009165950123

TheShock เรื่องเล่าเขย่าขวัญหลอนที่สุดแห่งปี


 

TheShock เรื่องเล่าเขย่าขวัญหลอนที่สุดแห่งปี
จัดโดย : Dj.ป๋อง กพล ทองทับ

เล่าถึงเหตุการที่สูญเสียเพื่อนในสมัยเด็กที่น่ากลัว และสยองมากๆ


 

เนื้อหาโดย: Steven Gerrard

แชร์ตำนานสุดหลอนโรงงานร้าง ย่านปู่เจ้าสมิงพราย


 

ว่ากันว่าย่านปู่เจ้าสมิงพรายนั้น เต็มไปด้วยเรื่องหลอนชวนคนหัวลุก แต่เรื่องไหนก็คงไม่อาจจะเท่าเรื่องราวของโรงงานหลอมเหล็กร้างที่เพิ่งปิดตัวลงไป

ย้อนกลับไป 40 ปีที่แล้ว ในยุคที่อุตสาหกรรมหลอมเหล็กกำลังเฟื่องฟู โรงงานนี้เต็มไปด้วยคนงานนับร้อย ทำงานหนักหน้าเตาหลอมอันร้อนระอุ รอบตัวมีสายพานและท่อสำหรับส่งเหล็กเส้นร้อนๆที่เพิ่งออกจาเตา การทำงานในสถานที่แบบนี้ อุบัติเหตุย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ

เนื่องด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ยังไม่สูงในสมัยนั้น จึงเกิดเหตุการณ์สุดสยองขึ้น เมื่อคนงานคนหนึ่ง ยืนตรงจุดท่อส่งเหล็ก ในจังหวะเดียวกับที่มีการส่งเหล็กเส้นออกจากเตา เหล็กเส้นอันร้อนๆ ก็แทงทะลุผ่านขาของชายเคราะห์ร้าย ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องทนทรมานให้เหล็กเส้นนั้น ที่ยาวถึง 30 เมตรผ่านร่างกายไปจนสุดปลายเส้น แม้ว่าจะเสียชีวิตในภายหลัง แต่เรื่องนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวหลอนๆอีกหลายเรื่องที่ยังอธิบายไม่ได้

 

เคยมีเรื่องเล่าของกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่มาใช้โรงงานนี้เป็นโลเคชั่น ที่ถึงขนาดทำให้ผวาจนต้องเกือบเลิกกอง เมื่อการถ่ายทำล่าช้าจนไปถึงเวลากลางคืน ช่วงพักกอง ทีมงานและนักแสดงก็แยกย้ายกันไปผักผ่อน มีช่างไฟคนหนึ่งเดินไปเข้าห้องน้ำ ห่างออกไปของจุดถ่ายทำ ที่อยู่เกือบสุดปลายโรงงาน ระหว่างที่กำลังทำธุระส่วนตัว เขาได้ยินเสียงน้ำไหลจากห้องข้างๆ จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นสามครั้ง เขาคิดว่าคงเป็นเพื่อนๆมาแกล้ง จึงตะโกนออกไปว่า “ใครแกล้งกูว่ะ” มีเพียงความเงียบตอบกลับมา แน่นอนว่าในบริเวณนั้น นอกจากเขาแล้วก็คงจะไม่มีใคร แต่ถึงมีก็อาจจะไม่ใช่คน

แม้ว่าโรงงานจะปิดตัวลงแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศหลอนภายใน ก็จะมีความรู้สึกว่า มีคนนับร้อยอยู่รอบๆตัว ทั้งที่ไม่มีใครเลย หรือบางครั้งก็จะมีความรู้สึกถึงการถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ ด้านบนของโรงงานมีคานเหล็กเก่าๆสนิมเขรอะอยู่นับสิบ คานเหล่านี้มีเรื่องเล่าว่า หากมองขึ้นไปแล้วจ้องสักพัก ก็จะมีหน้าของผู้ชายผิวสำคล้ำ ค่อยๆยืนหน้าออกมา หรือเห็นเขานั่งห้อยขาบนคาน         แต่ถ้าโชคดี เขาก็จะกระโดดลงมาหาคุณ

เครื่องจักรบางชิ้นที่ในโรงงานนั้นยังมีมูลค่าสูง เจ้าของจึงปิดเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ล้อมรั้วไม่ให้คนภายนอกเขา มีการจ้างรปภ.มาประจำป้อมในแต่ละจุดของโรงงาน ซึ่งจุดที่ห่างไกลที่สุดคือปลายโรงงาน    ที่มีต้นหญ้าสูง เลยออกก็เป็นทุ่งนา ช่วงเวลากลางคืน มักจะได้ยินเสียงคนเดินไปมารอบๆป้อม ทั้งที่มองออกไปก็ไม่มีใคร หรือเห็นเป็นเงาลางๆใต้ต้นไม้แถวนั้น จนถึงตอนนี้ ยังมีการเปลี่ยนรปภ.บ่อยครั้ง เพราะทนความสยองของโรงงานนี้ไม่ได้

        เรื่องราวของความหลอนสะพรึงในโรงงานหลอมเหล็กร้างแห่งนี้ยังมีอีกมากมาย  แต่มันก็อาจจะเป็นแค่เรื่องเล่า ไม่ยังไม่มีใครกล้าพิสูจน์กับตัว

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก


 

เพื่อนๆ จำได้ไหมว่าตอนเด็กๆ ชอบฝันร้ายเรื่องอะไร หรือกลัวผีอะไรกันบ้าง .. ถ้าในต่างประเทศหลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องเล่าของ นิทานก่อนนอนสยองขวัญ หรือเรื่องเล่าที่ผู้ใหญ่มักใช้เล่าให้เด็กๆ เวลาซนๆ เช่น Boogeyman (บูกี้แมน) พอจะรู้จักกันบ้างไหม? เจ้าตัวนี้เคยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยนะ .. และเนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนของฮาโลวีน ทีนเอ็มไทยก็อยากจะมาปล่อยผี เอ้ย! บอกเล่าเรื่องผีให้เพื่อนๆ ฟังกันซะหน่อย กับ สมุดโน๊ตสยองขวัญ ที่ได้แรงบันดาลใจวาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก นั่นเองคะ ดูไปแล้วก็คล้ายเจ้าบูกี้แมนเนี่ยแหละ แล้วมันเป็นยังไงหล่ะเนี่ย ? .. น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

 

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก teen.mthai.comcreepy-monsters-sticky-notes-drawings-don-kenn-13

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก (sticky-note monster book) นี้ถูกวาดขึ้นโดย John Kenn Mortensen ศิลปินชาวเดนมาร์ก ซึ่งแรงบันดาลใจของเขาก็มาจาก “ฝันร้ายของเด็กๆ” นั่นเองคะ เขาได้วาดรูป ปีศาจ, ผี  หรือ สัตว์ประหลาด อันน่ากลัวลงในสมุดโน๊ตผ่านลายเส้นต่างๆ ถ้าดูรูปแบบของภาพวาดนี้แล้วดูเหมือนว่าพวกมันออกมาจากความคิด จินตนาการของเด็กๆ อินโนเซนต์ อะไรประมาณนั้น แต่ถ้ามองเข้าไปในรูปภาพมันก็ยังคงความน่ากลัว น่าสะพรึงอยู่เหมือนกันนะ .. อยากลองเก็บไว้ใช้กันสักเล่มไหมคะ ^^

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

John Kenn Mortensen มีความชอบในการวาดตัวการ์ตูนสยองขวัญ คาเร็คเตอร์แต่ละตั้วนั้นไม่เหมือนกันเลย บางครั้งเขาวาดตัวการ์ตูนปีศาจเล่นในกระดาษสีขาวยาวติดต่อกันเป็นเมตรๆ ซึ่งห็มีคนเข้ามาชื่นชมผลงานของเขามากมาย

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

 

นอกจากสมุดโน๊ตสยองขวัญ  (sticky-note monster book) ของจอห์นที่มีคนสนใจเป็นจำนวนมากแล้ว เขายังเป็นกระเป๋าผ้าลายผีศาจ รวมถึงทำรวมภาพวาดสยองขวัญในวัยเด็ก และนิยายสยองขวัญขึ้นมา จำนวน 312 หน้า ซึ่งเป็นงานที่เขาภูมิใจนำเสนอด้วย “My first novel … 312 pages of pure horror”

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

ในหนังสือ (ปกแข็ง) เล่มนี้ได้รวมรวมมอนสเตอร์ที่น่าขนลุกแบบเต็มรูปแบบ เป็นภาพวาดที่ดีที่สุด ผลงานของ John Kenn Mortensen (สนนราคาอยู่ที่ประมาณเล่มละ 1090 บาทไทย)

เขียนโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช่กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก teen.mthai.comcats

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก teen.mthai.comcreepy-monsters-sticky-notes-drawings-don-kenn-8

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก teen.mthai.comcreepy-monsters-sticky-notes-drawings-don-kenn-14

น่าใช้ป่ะ! สมุดโน๊ตสยองขวัญ วาดขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก teen.mthai.comcreepy-monsters-sticky-notes-drawings-don-kenn-18

ที่มา: เขียนโดย teen.mthai.com
http://teen.mthai.com/variety/80771.html

13 หอพักสยอง…เรื่องหลอนๆ ที่น้องปี 1 ต้องรู้!!!


 

557000009535701

 

 

 

ไม่เชื่อ…ได้โปรดอย่าลบหลู่ Life on campus ขอ รับน้องในช่วงรับเทศกาลเปิดเทอมใหม่ ด้วยเรื่องเล่าสุดสยองในหอพัก สิ่งลี้ลับ ความน่าสะพรึงกลัวที่ใครๆ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ที่นี่มีจริงหรือไม่ บางเรื่องถูกกล่าวขานกันว่า หลอนจริง! ขนหัวลุกกันมานักต่อนัก น้องๆ เฟรชชี่คนใด กำลังต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่หอพัก โปรดระวัง! หอพักดังต่อไปนี้…

หอพักสยองเรื่องที่หนึ่ง : ป๊อก…ป๊อก ครืด (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

เรื่องผีสุดสยอง อันดับหนึ่งของมหาลัยเชียงใหม่ที่ใครๆ ต้องเคยได้ยิน เพราะความน่ากลัวถึงขั้นนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว เรื่องราวที่เล่าต่อๆ กันมาโดยไม่ทราบระยะเวลาเกิดเหตุที่แน่นอน แต่เรื่องราวสุดสยองเรื่องนี้ได้เริ่มต้นขึ้นที่หอหญิงในมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ที่รู้จักกันดีว่า “หอที่ 7” ซึ่งในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนหนทางยังไม่ค่อยดีนัก การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะเป็นถนนลูกรัง เวลาฝนตกก็เต็มไปด้วยโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนก็ไม่ค่อยมีแสงไฟ…

เรื่องเกิดกับนัก ศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอ 7 ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบพอดีนักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้อง ตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหวอยากพักผ่อน รูมเมทอีกคนเห็นเพื่อนสาวไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่า“เดี๋ยวจะไปทานข้าวเอง แล้วจะซื้อข้าวมาฝาก”

หลังจากนั้นนัก ศึกษาสาวที่ป่วยก็เผลอหลับไป และสะดุ้งตื่นมาอีกทีกลางดึก ก็พบว่าเพื่อนร่วมห้องยังไม่กลับมา สักพักก็ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นล่างจากทางบันได

 

 

 
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
รายงาน : ปฏิพร วาปีทะ