สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย (คัดมาแล้วแบบเน้นๆ)


ผีดุ

เรียบเรียงและรวบรวม : teen.mthai.com
ข้อมูลและภาพ : A-DASH – bloggang.com / aonnaja555.blogspot.com / ff-napat.blogspot.com

ทุกที่มีเรื่องเล่า ทุกแห่งมีเจ้าของ และ มหาวิทยาลัยผีดุ สถานที่เหล่านี้ก็เป็นแหล่งลองของชั้นเลิศ ของผู้ที่ชอบท้าทายกับสิ่งเล้นลับ หากคุณเป็นคนที่ชอบค้นหาสิ่งลึกลับที่ไม่อาจหาคำตอบได้ teen.mthai.com จะพาคุณไปรู้จักนิยามแห่งความหวาดกลัว จิตตก และ ความหลอน มันเป็นยังไง!

แน่ใจหรึว่า คุณกำลังอ่าน 15 มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย อยู่ตามลำพัง ?

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ลิฟท์แดง ม. ธรรมศาสตร์

สถานที่เกิดเหตุ : ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ลิฟท์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี้มีเรื่องเล่าว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พวกทหารได้บุกเข้ามาใน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวก นักศึกษา ต่างหลบหนีเข้ามาใน ลิฟท์ ตัวหนึ่ง พอ ลิฟท์ ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่ว ลิฟท์ ต่อมาทาง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ ลิฟท์ ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง

มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ ลิฟท์ ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งมาขึ้น ลิฟท์ ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่า นักศึกษา อาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับ อาถรรพ์ ลิฟท์แดง ตัวนี้เข้า ทำให้ทาง มหาวิทยาลัย ต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตู ลิฟท์แดง ที่ถูกถอดออกไป ตอนนี้นี้ยังตั้งอยู่ที่ ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ ศาลในห้องน้ำหญิง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สถานที่เกิดเหตุ :  ตึกวิศวะฯ ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ศาลเจ้า ที่ติดอยู่บนผนัง ห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาว สถาปัตยฯ อกหักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ ห้องน้ำ ดังกล่าว

ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่…

บันไดหลอกผีที่ตึก B 
ที่ตึก B ถ้าใครเคยเข้าไปจะมีบันไดแปลกๆ ตั้งไข้วกันไปมาแบบเล่นระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าสวยดี แต่หากสังเกตจะพบว่ามีความแปลกอยู่ โดยสถานที่ตรงบันไดนั้นเคยเป็นลิฟต์มาก่อน แล้วตอนก่อสร้างมีคนงานตกลงมาตาย เขาเลยแก้เคล็ดด้วยการไม่สร้างลิฟต์ขึ้นมาอีก เปลี่ยนมาเป็นบันไดแทน และทำเล่นระดับไว้หลอกผีอีกด้วย

ตึกทรงไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ตึกทรงไทยนี้สร้างมานานพอๆ กับอายุของมหาวิทยาลัย เขาเล่ากันมาว่าตอนที่จะสร้างตึกเรือนไทย ได้มีการขุด ดินก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็ม แต่พอขุดไปสักพักกลับเจอโครงกระดูกเต็มไปหมด แต่ไม่มีส่วนหัว พอสืบไปสืบมา ปรากฎว่าส่วนหัวถูกนำไปฝังไว้ตรงคณะวิทย าศาสตร์ เท่าที่เล่าลือกันมา เมื่อก่อนบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งซ่องสุมของโจรแขก แล้วเจ้าคุณทหารฯ ก็เป็นคนที่โหดเยมเลยฆ่าตัดหัวทิ้ง แบบไม่ให้ไปผุดไป เกิดเพื่อจะได้เป็นผีเจ้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่นั้นๆ ต่อมาเจ้าคุณทหารฯ ได้บริจาคที่ดิน บริเวณนี้เพื่อการศึกษา พื้นที่ตรงนั้นเจ้าที่แรงมากจึงได้มีการสร้างศาลพระภูมิไว้ และถูกปล่อยให ้เป็นที่โล่งกว้างสืบไปสืบมาที่ตรงนั้น คือลานประหารมาก่อนด้วย ทุกวันนี้ตึกทรงไทยก็ยังน่ากลัวอยู่ เพราะเป็นตึกเก่าๆ โทรมๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศวังเวงสุดๆ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ slient hill movie

มหาวิทยาลัยผีดุ พยาบาลชุดแดง ม. เชียงใหม่

สถานที่เกิดเหตุ :  คณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่อง  พยาบาลชุดแดง คณะแพทย์ฯ ม.เชียงใหม่ เล่ากันว่าเคยมี นักศึกษา ชายคนหนึ่งของ คณะแพทย์ฯ ทำงานใน ตึกของฝั่งสวนดอกจนดึก เมื่อเสร็จจากงานจึงลง ลิฟต์ มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมองเห็นก็ พยาบาล คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะ พยาบาล กับ แพทย์ ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว ระหว่างรอ ลิฟต์ นักศึกษา คนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมอง พยาบาล คนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำ พยาบาล คนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปใน ลิฟต์ พยาบาล คนนี้ก็ถามว่า

พยาบาล ”มาทำอะไรดึกๆ”
นักศึกษา “มาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ”
พยาบาลคนนั้นเลยบอกว่า “ ให้ฉันช่วยนะ ”

นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าที่คอของ พยาบาลสาว เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมากและพยายามที่จะหนีออกมาจาก ลิฟต์ แต่ ลิฟต์ เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนาง พยาบาล คนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอน นักศึกษาแพทย์ คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมองหัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นมีคนพบ นักศึกษา ชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตู ลิฟต์ ซึ่งเปิดคาอยู่ เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างกับคนบ้าว่า “พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง ”

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ มหาลัยสยองขวัญ

มหาวิทยาลัยผีดุ ป๊อก…ป๊อก…ครืด ม. เชียงใหม่ 

สถานที่เกิดเหตุ : หอหญิงเจ็ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาว คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของ หอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษา ต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า(หรืออะไรซักอย่าง)

หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก … ป๊อก … ป๊อก … เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด …. ครืด … เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง  นักศึกษาหญิง เริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษา สะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได

รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิง คนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิง ที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง … ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน

ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยผีดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

สถานที่เกิดเหตุ : ทางเดินระหว่างตึกของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ / ห้องซ้อมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า สมัยก่อนมีคู่สามีภรรยานักการฯ ของ คณะสถาปัตย์ ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งสักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้

ที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป

เมื่อถามรุ่นพี่ๆ ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1

มหาวิทยาลัยผีดุ

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ . นครปฐม 

สถานที่เกิดเหตุ : หอเพชรรัตน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
ที่เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งมี นักศึกษา นอนอยู่ในห้องพักคนเดียวได้ยินเสียงคนเดินมาช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก นักศึกษา คนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่าเห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป

ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

สถานที่เกิดเหตุ : ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมี นักศึกษาหญิง ถูกข่มขืนและถูกฆ่าตายที่ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นนั้นคนเดียวในช่วงเย็น เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้วมองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใคร

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณ ป่ารกข้างหอ 9
หลัง เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน มีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลย เหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปดูจะเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพ ตึกเหลือง ตึกที่เก่าที่สุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อสร้างตั้งแต่สมัย ร.5

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สถานที่เกิดเหตุ : โต๊ะตรงคณะอุตสาหกรรม / ตึกคณะนิเทศศาสตร์
ในบริเวณนั้นมักมีคนได้กลิ่นหอมของดอกไม้โบราณหอมแบบ เย็นๆ นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงกระพรวนที่เท้าเด็กดัง เหมือนเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ หันไปหันมาจะเจอเด็กผมจุกนั่งอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเขาแค่อยาก ชวนเล่นด้วย หรือที่ ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ดึกๆ จะมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเดินไปเดินมา อาจเพราะบริเวณนี้ของ มหาวิทยาลัย เป็นรั้ววังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายในรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มครึ้ม ทั่วบริเวณ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
มีหอหนึ่งเคยเป็น โรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยสักคน และที่หอใน ชั้น 2 เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเห็นว่านักศึกษาคนนี้ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท 

สถานที่เกิดเหตุ : ลิฟต์อาคาร 9 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
ใครที่ขึ้นลิฟต์นี้ตอนดึกๆ จะมีคนกดเรียกลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แต่จะรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สถานที่เกิดเหตุ : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
คำบอกเล่าจาก อ . คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะ โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะ พยาบาล เป็นลมเพราะเห็น กองทัพพระนเรศวร เดินทัพลอยมาจากบนฟ้า

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

สถานที่เกิดเหตุ : ศาลาเขียว
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีศาลาประจำเอกคือ ศาลาเขียว ศาลานี้มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแผ่นป้ายที่ติดอยู่ ในศาลานั้นว่าทำมาจากต้นตะเคียน วันดีคืนดีจะมีผู้หญิงผมยาวๆ มานั่งอยู่เดียวดายในศาลา

มหาลัยผีดุ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

สถานที่เกิดเหตุ : ลานจอดรถยนต์ข้างศูนย์บรรณาสาร ( หอสมุด )

ว่ากันว่าเป็นแดนประหารเก่า และว่ากันมาว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกคนหนึ่งเคยเห็นผีคอขาด เดินลากโซ่เสียงดังเกรียวกราวไปมา และถ้าดึกๆ ใครขับรถผ่านก็จะขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยรังสิต

สถานที่เกิดเหตุ : หอชายเก่า
ที่หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์ และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติ จนกระทั่งตี 1 มีคนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้น มาไม่ได้ เพราะความเมา และคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นานก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็ม และหอนี้ไม่เคยปิดเป็นเวลา จึงมีนักศึกษาเข้า-ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่ หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

มหาวิทยาลัยผีดุ ในไทย

ภาพประกอบ aonnaja555.blogspot.com

มหาวิทยาลัยผีดุ มหาวิทยาลัยบูรพา

สถานที่เกิดเหตุ : หอพักหญิงตรงลานเกือกม้า
หอพักหญิงชวนขนหัวลุกนี้ มีเพื่อนสนิทที่เจอผีเข้าจังๆ ที่ห้อง 516 เตียง 7 เป็นเตียงชั้นบน (เตียง 2 ชั้น) เวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วงตะวันใกล้โพล้เพล้แล้ว เพื่อนนอนหลับ แต่ระหว่างที่สะลึมสะลือจะตื่น ก็เห็นผู้หญิงไต่เตียงขึ้นไปหา ผู้หญิงที่เห็นใส่ชุดดำ ไว้ผมยาว กระโดดมาทับตัวเพื่อน ดิ้นไม่ได้เลย ทั้งยังบีบคอ จนต้องท่องนโมหลายจบ แล้วเขาก็หายไปในที่สุด พอสะดุ้งตื่นมาจริงๆ ไม่เจอใครในห้อง แล้วเตียงนั้นก็ไม่มีใครยอมมานอนอีกเลย

ตึกภาพพิมพ์ (ปัจจุบันโดนทุบทิ้งไปแล้ว)
ตึกภาพพิมพ์ ซึ่งเมื่อก่อนมีคนโดนฆ่าแล้วถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่บ่อนข้างๆ ตึก ในตอนนั้นหลายคนนึกว่าเป็นหุ่นของทางคณะศิลปกรรมนำมา ใช้โปรโมตละครเวที จนเวลาผ่านไป 2-3 วัน ศพเริ่มเน่าและอืดอยู่ในบ่อน้ำ จึงได้รู้ความจริงกันว่าไม่ใช่หุ่นธรรมดา

ตึกวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 8
ตามที่ร่ำลือกันมาว่ามีอาจารย์ เสียชีวิตอยู่ในห้องดรอว์อิ้ง ขณะที่กำลังสำรวจนั้น อยู่ดีๆ ลิฟต์ก็เปิดออกและปิดในทันทีพร้อมกับขึ้นไปที่ชั้น 8 โดยที่ยังไม่มีใครกดลิฟต์ในชั้นใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นเพื่อนทุกคนก็ถอยกรู ขนลุก ปรากฏว่าไม่มีใครอยาก ขึ้นไปอีกเลย

ห้องเซรามิก คณะศิลปกรรมศาสตร์
เล่ากันมาจากรุ่นพี่ที่มีสัมผัสที่ 6 คนหนึ่งว่า เห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยใส่ชฎารำอยู่ข้างในห้อง ตอนแรกก็คิดว่าเด็กเรียนรำไทยมาฝึกซ้อมที่นี่กันหรือ เปล่า พอตอนเช้าเขาไปถามได้คำตอบว่าไม่มี และเป็นประจำที่หน้าห้องนี้ดึกๆ หมาจะหอนกันเกรียวเลย

 

Credit  Mthai.com / unigang.com/Article/12690

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง


10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

เรามาเติมความ หวานต้อนรับเทศกาลแห่งความรักกันสักหน่อย กับคู่รักต้นแบบแห่งวงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ ที่จะมาทำให้คุณๆ ได้ปลื้ม ชนิดที่ฟินจิกหมอนไปกับเรื่องราวความรักของพวกเขาเหล่านี้ รักให้ถูกวิธี รักให้มีสติ รักและให้อภัย ครองรักด้วยความเข้าใจ รักแบบไหนดี? ไปดูกันเลย

1. คู่รักแบรนด์ไอดอล : เดวิด-วิคตอเรีย เบ็คแฮม (David Beckham & Victoria Beckham)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

หนึ่งในคู่รักที่มีเสน่ห์ มากที่สุดของฮอลลีวูด เป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เดวิด และวิคตอเรีย คู่รักที่ครองรักกันมานานกว่า 17 ปี ทำให้หลายคนอิจฉาและอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารักเหมือนทั้งคู่ โดยทั้งสองได้พบรักกันตั้งแต่ปี 1997 และแต่งงานกันในอีก 2 ปีต่อมา มีบุตรชายด้วยกัน 3 คน คือ บรูคลิน, โรมิโอ, ครูซ และลูกสาวคนสุดท้องชื่อฮาร์เปอร์ ทั้ง เดวิด และวิคตอเรีย ถือเป็นคู่รักแบรนด์ระดับไอดอล เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ มากมาย จนติดอันดับคู่รักที่ทำรายได้สูงมาโดยตลอด และยังถูกโหวตให้เป็นคู่รักที่เซ็กซี่ที่สุดของโลกอีกด้วย

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

แม้ว่าปัจจุบันเบ็คแฮมจะ แขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนฝันถึง อยู่เสมอ ส่วนวิคตอเรียก็ยังเซ็กซี่ได้เท่าที่เธอต้องการ ต้นแบบของผู้หญิงหลายๆ คน โดยเบ็คแฮมเคยกล่าวยกย่องภรรยาและครอบครัวของเขาว่า “ผมภูมิใจในตัว เธอเสมอ ทุกอย่างที่เธอประสบความสำเร็จ เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถ คุณรู้ว่าเรามีลูกๆ ที่น่ารัก 4 คน และเราก็ภูมิใจในตัวพวกเขามากๆ” ในบทบาทของคุณพ่อเบ็คแฮมเล่าว่า เขาเป็นคนทำอาหารให้ลูกๆ ทานเสมอเพราะมั่นใจในฝีมือของตัวเองมาก ส่วนวิตอเรียจะเป็นคนดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ลูกๆ ก่อนไปโรงเรียน ส่วนอาหารเย็นคุณพ่อเบ็คก็ยังเป็นคนทำอาหารให้ลูกๆ ทานอีกด้วย เรียกว่ามั่นใจในฝีมือตัวเองสุดๆ ฟังแค่นี้สาวๆ ก็คงฟินอยากจะมีครอบครัวซะวันนี้พรุ่งนี้เลย

2. คู่รักรวยเว่อร์ : บียอนเซ-เจย์ ซี (Beyonce-Jay Z)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

นิตยสารฟอร์บส์ ได้จัดอันดับคู่รักคนดังที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี 2013 และแชมป์ 2 สมัยซ้อนก็ได้ตกเป็นของ บียอนเซ่ และเจย์ ซี นักร้องสาวชื่อดัง และแร็พเพอร์ตัวพ่อ กลายเป็นคู่รักที่รวยที่สุด และทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงก็ว่าได้ ในเรื่องราวความรักของทั้งคู่นั้น เริ่มเดทกันในช่วงต้นปี 2002 หลังจากร่วมกันทำเพลง Bonnie หลัง จากนั้นก็มีข่าวซุบซิบเรื่อยมาว่าทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่ จนกระทั่งทั้งคู่ได้ประกาศแต่งงานกันในช่วงต้นเดือนเมษา ในปี 2008 และบียอนเซ่เอง เคยให้สัมภาษณ์กับ MediaTakeOut.com ว่า “เจย์ ซี คือชายคนแรกและคนเดียวในชีวิตของเธอ” นั่นเอง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

โดยหลังแต่งงานทั้งคู่ก็ ทำรายได้ร่วมกันอยู่ในอันดับที่สูงพอสมควร จนได้มีการเริ่มจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา 2012-2013 รายได้รวมกัน 95 ล้านเหรียญ (เดือน มิ.ย. 2012 – มิ.ย. 2013) โดยตัวเลขที่ปรากฏรวบรวมจากการทำธุรกิจ การลงนามเซ็นสัญญา การเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า ซึ่งในปี 2013 ทั้งคู่ทำรายได้มากกว่าปีที่แล้วถึง 17 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังครองอันดับ 1 สองปีซ้อน ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เงินทองเสมอไป นักจิตวิทยาให้คำ แนะนำว่า การจะครองคู่กันให้ได้ยาวนาน หรือทำให้ภรรยาของคุณมีความสุขนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินก้อนโต เพียงแค่ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ซื้อดอกไม้ช่อเล็กๆ ให้เธอในวันวาเลนไทน์ หรือวันสำคัญๆ อื่นๆ ในแต่ละปี ก็ควรมีเซอร์ไพรส์ให้เธอบ้างแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

3. คู่รักทรหด : แบรด พิตต์-แองเจอลี น่าโจลี่ (Brad Pitt and and Angelina Jolie)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

ทั้งแองเจอลี่น่า และแบรด พิตต์ ต่างก็เป็นตัวพ่อ-ตัวแม่ ของฮอลลีวูดที่คนกว่าครึ่งโลกจับตามอง ทั้งสองได้แต่งงานกันและมีครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีลูกๆ ถึง 6 คน แม้ความรักของโจลี่ และ พิตจะดูสวยงามหรูราวกับเทพนิยาย และมองว่าเป็นคู่รักที่เพอร์เฟคที่สุดคู่หนึ่ง แต่ทั้งคู่ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อประคับประคองครอบครัวของพวกเขาไว้ให้ดี ด้วยเช่นกัน เมื่อครั้งหนึ่งมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าทั้งคู่กำลังจะหย่าร้างกัน แต่หนุ่มแบรด ก็ได้พยายามรักษาหญิงอันเป็นที่รักของเขาไว้ให้ดีที่สุด โดยแบรด พิตต์ ได้เขียนเล่าเรื่องราวความรักของเขากับ แองเจลิน่า โจลี่ ได้อย่างน่าสนใจว่า

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

“แอ งเจลิน่า โจลี มักมีความกังวลใจเป็นประจำ ทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิตส่วนตัว จนทำให้เธอน้ำหนักลดลงไปถึง 30 ปอนด์ ร่างกายเธอผอมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นเธอยังปวดหัว เจ็บหน้าอก และปวดหลังอยู่เสมอ

ความรักของเราเริ่มใกล้ถึงจุดจบ ความทรงจำดีๆที่มีร่วมกันเริ่มหายไป เธอเริ่มไม่สนใจดูแลตัวเอง เลือกที่จะปฏิเสธรับงานเเสดงต่างๆ จนผมเริ่มเชื่อว่าอีกไม่นานต้องหย่ากันในที่สุด

แต่แล้ว ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า ข้างกายผมตอนนี้มีสาวงามที่สวยที่สุดในโลก คนกว่าครึ่งโลกต่างชื่นชมในตัวเธอ ผมเป็นคนเดียวบนโลกเท่านั้นที่มีสิทธิกอดเธอได้

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

ผม จึงลองเปลี่ยนพฤติกรรมของผม ให้ดอกไม้ กอดจูบ และยกย่องเธอทุกครั้งที่มีโอกาส มอบของขวัญและเวลาทั้งหมดในชีวิตเพื่อให้เธอเพียงคนเดียว คุณต้องไม่เชื่อ เธอเปลี่ยนแปลงไปเป็นผู้หญิงอีกคน เธอรู้สึกดีขึ้น เลิกวิตกกังวล รักผมมากกว่าเก่า ผมพึ่งได้รู้ว่าเธอรักผมมากมายขนาดนี้

ท้ายที่สุด ผมได้รู้ว่า “ภรรยาก็คือภาพสะท้อนของสามี ถ้าคุณรักภรรยามาก เธอก็จะรักคุณมากเช่นกัน”

4. คู่รักชูชื่น : เบน แอฟเฟค-เจนิเฟอร์ การ์เนอร์ ( Ben Affleck and Jennifer Garner)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

คู่แต่งงานที่มีชื่อเสียง อีกหนึ่งคู่ของฮอลลีวูด เจนิเฟอร์และเบน หลังจากแต่งงานกันไปเมื่อปี 2005 ทั้งคู่ก็ได้มีครอบครัวที่น่ารักมีสักขีพยานร่วมกันถึง 3 คน ไวโอเลต แอนน์, เซราฟิน่า โรส อลิซาเบธ และซามูเอล การ์เนอร์ แอฟเฟล็ก ถ้าย้อนกลับไปเรื่องราวความรักของทั้งคู่ยังเป็นที่กล่าวถึงและน่าชื่นชม การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่เกิดจากภาพยนตร์เรื่องแรก Pearl Harbor จนมาพบกันกันอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง Daredevil ทั้ง สองก็เกิดตกหลุมรักกันอย่างจริงจัง หลังต่างคนต่างเพิ่งเลิกราจากคนรัก ความต่างที่ลงตัวค่อยๆ เติมเต็มกันและกัน ได้นำทั้งคู่มารักกันในที่สุด

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

โดยเบนได้กล่าวถึงภรรยาสุดที่รักว่า “เธอ พาผมกลับมาที่ที่ผมควรอยู่ มีความรัก มีพลังใจในการทำงาน จากที่เดิมๆ ที่เคยน่าเบื่อเงียบเหงา เธอทำให้มันสวยงาม ทำให้ผมมั่นใจในตัวเองและลุกขึ้นสู้อีกครั้ง จากนั้นผมก็ค่อยๆ เรียนรู้การจัดลำดับความสำคัญในชีวิต และงานก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญสุดสำหรับผมอีกต่อไป”

สาวเจนนิเฟอร์ก็ได้แนะเคล็ดลับในการเติมเต็มความรักของพวกเขาให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอนั่นก็คือ “แค่ เล็กๆ น้อยๆ อย่างแอบจูบ กระซิบข้างหู หรือนั่งอิงแอบกันตอนทำงานหรือดูทีวี ให้เราได้ทำอะไรกุ๊กกิ๊กกันบ้าง แค่นี้ก็ช่วยให้เรามีความสุขมากแล้ว ยิ่งพอมีลูกๆ ก็ยิ่งหาเวลาแบบนี้ได้น้อยลง ฉันกับเขาจึงต้องฉกฉวยทุกเวลาที่มีไว้ก่อน” (Woman & Home No. 039 February 2012)

5. คู่รักเซ็กซ์มาราธอน : เจสัน ซูเดคิด และ โอลิเวีย ไวลด์ (Jason Sudeikis-Olivia Wild)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

ก่อนที่จะมาพบรักกับเจสัน ซูเดคิด หนุ่มฮาจากรายการ Saturday Night Live โอลิเวีย ไวลด์ ได้แต่งงานกับเจ้าชายของประเทศอิตาลีมาเป็นเวลาถึง 8 ปี แต่ต้องมีเหตุให้เลิกรากันไปโดยดาราสาววัย 29 ปี ได้ให้เหตุผลว่า “เพราะสามีไม่ยอมทำการบ้าน” ซึ่ง เทียบกับหนุ่มเจสันแทบไม่ติด โดยทั้งคู่พบรักครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2011 โอลิเวียมาที่สตูดิโอถ่ายรายการ SNL ที่ร็อคกีเฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ จากนั้นพวกเขาก็ออกไปดินเนอร์ด้วยกันต่อหลังจากซ้อมคิวเสร็จ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลังจากที่คบหาดูใจกันซักพัก สาวโอลิเวีย ก็ได้ออกตัวเลยว่ารักครั้งนี้ของเธอเป็นเซ็กซ์ที่เยี่ยมมาก “เรามีเซ็กซ์กันเหมือนนักวิ่งมาราธอนเคนยาเลยทีเดียว” (นิตยสาร  Glamour) และเธอได้กล่าวถึงแฟนหนุ่มดาวตลกถึงสาเหตุที่ทำให้ชนะใจเธอได้นั่นไม่ใช่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียว “เขาเป็นคนที่ใจเย็น และตลกมาก ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันเขาจะทำให้เธอมีแต่เสียงหัวเราะ”

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

ส่วนหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง เจสัน ซูเดคิส ก็ไม่แพ้กันให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแอลว่า การมีเซ็กซ์ของเขากับแฟนสาวเป็นการลดน้ำหนักที่ดีวิธีหนึ่ง ”ความ จริงก็คือ ผมไม่ได้ตื่นแต่เช้า และไปออกกำลังกายบนลู่วิ่งเลย ผมมีคู่ขวัญออกกำลังกายที่วิเศษที่สุดในโลก และที่สำคัญก็คือการออกกำลังกายแบบนี้ไม่จำเป็นต้องไปสมัครเป็นสมาชิกในโรง ยิมให้เสียเวลาด้วย”

6. คู่รักรีเทิร์น : จัสติน ทิมเบอร์เลค-เจสสิกา บีท (Justin Timberlake-Jessica Biel)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

จัสติน ทิมเบอร์เลก นักร้อง-นักแสดงหนุ่มผู้ซึ่งถูกจัดอันดับจากนิตยสาร GQ ว่าเป็นผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในปี 2013 โดยจัสติน และแฟนสาว เจสสิก้า บีท เริ่มออกเดทกันมาตั้งแต่ปี 2007 และมีข่าวลือว่าเลิกรากันออกมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ เรียกว่ารักๆ เลิกๆ กันมากว่า 5 ปี จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้ประกาศแต่งงานกันไปเมื่อปี 2012 เมื่อย้อนดูเส้นทางรักของทั้งคู่ต้องบอกว่ากว่าจะโคจรมารักกันได้ หนุ่มจัสติน จัดเป็นนักรักแถวหน้า เคยคบกับสาวน้อยสาวใหญ่มากหน้าหลายตาในวงการมาแล้ว จนได้มาคบหาดูใจกับเจสสิกา เป็นเวลาหลายปีแต่แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็ได้ตัดสินใจแยกทางกัน โดยฟากหนุ่มจัสตินก็กลับไปใช้ชีวิตหนุ่มเจ้าสำราญ ส่วนเจสสิกาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่ในที่สุด จัสตินก็ได้ค้นพบว่าผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาก็คือ “เจสสิก้า” ทั้งคู่กลับมาคืนดี และแต่งงานกันในที่สุด

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

โดยหนุ่มจัสตินได้ทำเซอร์ ไพรส์แฟนสาวโดยการคุกเข่าขอแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ส่วนเจสสิก้าบอกว่าการแต่งงานกับจัสตินทำให้เธอรู้สึกมีความมั่นคงและมั่นใจ ในชีวิตมากขึ้น โดยคำขอแต่งงานหวานๆ จากหนุ่มจัสติน “คุณมีคู่ชีวิตที่จะอยู่กับคุณตลอด และคอยเปลี่ยนหลอดไฟให้ บางครั้งก็ทำอาหารให้คุณทานด้วย” หวานขนาดนี้สาวที่ไหนก็ต้องใจอ่อนเป็นธรรมดาพ่อหนุ่มจัสติน

7. คู่รักนางฟ้า : เรน-คิม แต-ฮี (Rain and Kim Tae-hee)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

เป็นคู่ของนักร้องหนุ่ม ซุปตาร์ เรน กับนางฟ้า คิม แทฮี แม้ว่าการเปิดตัวคบหาของทั้งคู่จะกลายเป็นข่าวใหญ่โต เนื่องจากฝ่ายชายกำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเป็นทหาร แต่ก็พยายามแอบออกมาพบกับแฟนสาวอยู่เสมอๆ เลยทำให้คู่รักคู่นี้เป็นที่จับตามองของฝูงชนยิ่งนัก แต่จะว่าไปทั้งสองฝ่ายก็สมกันยังกับกิ่งทองใบหยก หรือที่บ้านเค้าอาจจะเรียกว่า สมกับอย่างกับเทวดานางฟ้า เพราะคนนึงเป็นนักร้องดังซึ่งเคยมีผลงานทั้งเพลงและหนังในระดับอินเตอร์มา แล้ว ขณะที่ฝ่ายหญิงก็เป็นนักแสดงมากฝีมือ แถมยังเป็นดาราสาวขวัญใจของหนุ่มๆ แดนกิมจิอีกด้วย แต่กระแสต่อต้านความรักของทั้งคู่ก็มีเยอะด้วยเช่นกัน ตามแบบฉบับของแฟนคลับเกาหลี

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

คิมแตฮี นางฟ้าของเราก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหนึ่งในเกาหลีว่า “ฉัน คิดว่าฉันจะต้องมีประสบการณ์กับมันก่อนเพื่อที่จะรู้อย่างแท้จริง ฉันไม่ค่อยจะฟังเวลาที่มีคนบอกว่า ‘คนนั้นเป็นแบบนั้นแบบนี้’ ฮ่าฮ่า คนอื่นๆก็บอกฉันว่าฉันเป็นแบบนั้นเช่นกัน…” ส่วนเรนเองหลังจากที่มีข่าวลือที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับตัวเขาในหลายๆ เรื่องระหว่างที่เป็นทหารอยู่นั้น ก็ได้พูดถึง แฟนสาวคิมแตฮีว่า “เธอมักจะยืนอยู่ข้างๆ เขาเสมอยามที่เขาต้องการ”

8. คู่รักเซเลบ : วอนบิน-อีนายอง (Won Bin and Lee Na-young)

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

การจัดโพลสำรวจจากรายการ ทีวีเกาหลีช่องหนึ่งเกี่ยวกับคู่รักดาราที่น่าจะแต่งงานกัน โดยผลสำรวจชี้ออกมาว่า คู่รักเซเลบอย่างวอนบิน และ อี นา-ยอง มีคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยลี นา-ยอง ย้ายเข้ามาอยู่ที่ Eden Nineใ นปี 2011 ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดียวกันกับ วอน บิน หลังจากนั้นก็มีข่าวซุบซิบออกมาว่าทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่หรือเปล่า พร้อมกับมีภาพถ่ายจากปาปารัสซียืนยันอีกด้วย จนในที่สุดก็ได้รับการยืนยันจากทางต้นสังกัดว่าทั้งคู่คบหากันจริง แต่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

แม้ว่าทั้งคู่จะเพิ่งคบหา ดูใจกันแต่ก็ไม่ค่อยมีข่าวสวีตหวานออกมามากนัก มีเพียงข่าวว่าทั้งคู่เริ่มออกงานคู่กัน โดยเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของผู้จัดการส่วนตัวของอีนา-ยอง และตามด้วยทริปพักผ่อนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเพียงเท่านั้น นับเป็นคู่รักดาราเกาหลีที่ออกมาเปิดตัวไม่กลัวกระแสแอนตี้จากแฟนคลับอีก หนึ่งคู่ของวงการบันเทิงแดนกิมจิ

9. คู่รักกู้ชาติ : เจ-เจตริน-ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

คู่รักนักร้อง-นักแสดง เจ เจตริน และ ปิ่น เก็จมณี ที่เพิ่งฉลองครบรอบแต่งงาน 13 ปี ไปเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2014 พร้อมโพสภาพครอบครัวแสนอบอุ่นลงในอินสตาแกรม พร้อมด้วยลูกชายสุดที่รักทั้ง 3 คน คือ เจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร ซึ่งทั้งคู่ยังโชว์สวีทกันบ่อยครั้ง แม้ว่าลูกชายจะโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้วแต่ความหวานของทั้งคู่ก็ยังคงเดิมไม่ เปลี่ยนแปลง ถ้านับกันตั้งแต่ปิ๊งปั๊งตามจีบกันเป็นแฟน คบหาดูใจกันจนตกลงแต่งงานกันอีก 6 ปี ก็นับเป็นเวลา 19 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ช่วงเวลาของความทุกข์และความสุขมาด้วยกัน หลังเกิดวิกฤตของครอบครัวครั้งใหญ่ที่คุณแม่คนสวยเกิดป่วยจนถึงขั้นเดินไม่ ได้ แต่ทั้งคู่ก็ยังประคับประคองความรักและครอบครัวมาได้ดีจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ “ลูก” ของพวกเขานั่นเอง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

นอกจากนี้เจ และปิ่น ก็ยังเป็นอีกหนึ่งคู่รักดาราที่ออกมาร่วมแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงความรัก และรักชาติยิ่งชีพของคนทั้งคู่นั่นก็คือ เจ-เจตริน ได้โพสข้อความสุดซึ้งถึงภรรยาสาวคนสวยของเขาว่า

“ขณะที่ผมอยู่บนนั้น ผมหันมามองปิ่นหนึ่งครั้ง เพื่ออยากจะบอกว่า ชีวิตของเราจะมีศัตรูแล้วนะ เราฝากทุกอย่างข้างหลังไว้กับเธอนะปิ่น สิ่งที่ผมเห็นปิ่นกลับมา แล้วยกนิ้วแล้วบอกว่า สู้ๆ ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก ปิ่นเคยบอกกับผมตอนปิ่นไปราชดำเนิน ถ้าหากปิ่นเป็นอะไร เจก็เลี้ยงดูลูกแบบที่เจทำต่อไปนะ สิ่งที่อยากจะบอกคือ เราทั้ง 2 คน ยอมตายเพื่อชาติครับ”

10. คู่รักต่างขั้ว : หมอโอ๊ค-โอปอล์

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

คู่รักคู่หวานอีกหนึ่งคู่ แห่งวงการบันเทิงไทย หมอโอ๊ค และสาวโอปอลล์ ที่ทำเอาแฟนคลับช็อคกันเป็นแถวๆ ด้วยการประกาศว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่เมื่อปี 2555 เพราะทั้งคู่ต่างกันเหลือเกินแล้วจะมาคบกันได้อย่างไร พร้อมกับกระแสข่าวลือต่างๆ นาๆ ว่ารักครั้งนี้เป็นเพียงรักโปรโมท บ้างก็ว่าคบกันเพื่อผลประโยชน์ บางคนถึงกับคำนวณรายได้เลยนะว่าถ้าเรารับงานคู่กันแล้วต่างคนต่างจะมีรายได้ เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าไร ส่วนบางคนก็เปรียบเทียบเรื่องหน้าตา เพราะหมอโอ๊คเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี เหมือนขาวกับดำ แตกต่างกันจะรักกันได้อย่างไร? อีกทั้งยังมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอีกด้วย แต่ทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์ในเราเห็นแล้วว่ารักนี้ไม่ใช่รักหลอกๆ อย่างแน่นอน เพราะว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อ และว่าที่เจ้าสาวสุดแซ่บกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กันในเดือนมีนาคม 2557 นี้

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

10 คู่รักต้นแบบ แห่งโลกบันเทิง

หากจะย้อนไปถึงเส้นทาง ความรักของคนทั้งคู่ โดยหมอโอ๊คเริ่มรู้จักโอปอล์ลมาจากความเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แต่ก็เริ่มประทับใจจากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อปี 2554 ซึ่งทั้งคู่อยู่บ้านใกล้กัน แถวแจ้งวัฒนะ และโอปอล์ลก็ได้ให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษา

“เริ่ม ประทับใจในความมีน้ำใจ ความที่โอปอล์เป็นคนที่คิดถึง คนอื่นเสมอๆ ความรู้สึกคิดถึงมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เราเจอกันทุกวัน วันไหนที่ไม่เจอมันก็รู้สึกเหงา เหมือนเขามาเติมสีสันให้ชีวิต เวลามีปัญหาอะไรโอปอล์ก็จะตอบได้หมด ส่วนโอปอล์บอกว่า หมอโอ๊คก็ให้คำปรึกษาในเรื่องที่เขาไม่รู้เหมือนกัน มันทำให้คุยได้เรื่อยๆ”