ป่าอาโอกิกาฮาระ ป่าอาถรรพ์สุดหลอนแห่งญี่ปุ่น (ป่าฆ่าตัวตาย) 20+


อาโอกิงาฮาระ ถูกจัดเป็นสถานที่ที่มีคนมาฆ่าตัวตายมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกต
ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ทำไมต้องเป็นป่าแห่งนี้ อาซึสะ ฮายาโนะ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้มานานกว่า
30 ปี เผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเลือกมาฆ่าตัวตายที่อาโอกิงาฮาระ
อาจเป็นการทำตามกระแส 

โดยเมื่อปี 1960 เคยมีนวนิยายเรื่อง ‘ทะเลป่าสีดำ’ (Black Sea of Trees)ของนายSeicho matsumoto
เป็นสถานที่ที่สองตัวละครในนวนิยายของเขามาฆ่าตัวตาย 

(แต่ความจริงของความจริงสำหรับเรื่องนี้คือ ในศตวรรษที่19 เหล่าชาวนาผู้ทนความยากจนข้นแค้น
ไม่ไหวเลยเดินทางมาฆ่าตัวตายที่นี่เพื่อให้ ลูกๆของพวกเขามีอาหารพอเพียงที่จะมีชีวิตรอด )

แต่การฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ มีมาก่อนนวนิยายเรื่องดังกล่าวจะถูกเขียน และสิ่งที่เขาพบในป่าตลอดหลายสิบปี
ทำให้รู้ว่า ผู้ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง มักไม่มีความคิดที่จะกลับออกไปอีกแล้ว บางคนยังมาอาศัยอยู่ที่นี่
ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเอง หรือบางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตายดีหรือไม่ ก็มักจะทิ้งเครื่องหมายบอกทางไว้เสมอ
เพื่อบอกทางกลับหากเขาเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย

อาซูสะ ฮายาโนะ ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิกาฮาระมานานกว่า 30 ปี บอกว่า แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่า
กระแสนิยมเช่นนี้มีที่มาอย่างไร หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไป
ห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเขาคนเดียวก็พบศพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ศพ

นักธรณีวิทยาวัยกลางคนผู้นี้นำทีมถ่ายทำสารคดีจาก Vice World เข้าไปยังสถานที่ซึ่งชื่อว่า “จูไก”
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอมาเขาชี้ให้ทีมงานดูร่องรอยบางอย่างบนต้นไม้ ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจิตใจ
ของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่บางคนที่เปลี่ยนใจขอมีชีวิตอยู่ต่อ

บางคนอาจนึกสงสัยว่า ฮายาโนะ มีสภาพจิตไม่ปกติ จึงสนใจเรื่องความตายมากเช่นนี้ แต่เมื่อรับชมสารคดีต่อไปเรื่อยๆ
ก็จะพบว่าหนุ่มใหญ่เสียงนุ่มและช่างครุ่นคิดคนนี้เพียงปรารถนาจะเข้าใจ และป้องกันมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกเท่านั้น
สารคดีดังกล่าวยังเผยภาพชวนสยองในป่ามรณะ ไม่ว่าจะเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย
และร่องรอยของความโศกเศร้าหรือลังเลก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลาโลก

ป้ายเตือนสติถูกปักไว้ทรงจุดเชื่อมระหว่างทางเดินชมธรรมชาติกับพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย
ทบทวนใหม่ให้ดี เพราะเมื่อก้าวออกจากจุดนี้ไป หลายคนไม่มีวันได้ย้อนกลับมาอีกบางคนที่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด
ว่าจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช้สายเทปโยงตามเส้นทางที่ตนเองเดินมา เพื่อจะย้อนกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีก
หากเปลี่ยนใจ

“แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณเดินตามเทปพวกนั้นไปก็จะพบอะไรบางอย่างเสมอ” 
เขาบอก
“อาจจะพบศพ หรือไม่ก็ร่องรอยว่าเคยมีคนไปถึงที่นั่น”

อย่างไรก็ตาม ฮายาโนะระบุว่า ค่านิยมของการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สมัยก่อน ซามูไร
กระทำการ ‘ฮาราคีรี’ หรือการคว้านท้องปลิดชีพตนเอง เพื่อเป็นเกียรติต่อตัวเอง แต่การฆ่าตัวตายในปัจจุบัน
สะท้อนให้เป็นปัญหาของสังคมยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่คนตัดขาดจากสังคม หรือถูกสังคมโดดเดี่ยวมากขึ้น
อันเป็นผลจากอินเทอร์เน็ต “ทุกวันนี้ เราสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ได้ตลอดทั้งวัน 

แต่ความจริงที่ว่า ยังจำเป็นที่เราต้องพบหน้าใครสักคน อ่านความรู้สึกทางสีหน้า หรือได้ยินเสียง เพื่อให้เราเข้าใจ
ความรู้สึกกันได้อย่างถ่องแท้ เพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข



ป่าแห่งนี้ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในญี่ปุ่น คนทั่วโลกรับรู้ถึงความแปลกประหลาด และน่าสะพรึงกลัวของมัน
จนกระทั้ง เจนนิเฟอร์ เซนท์ส นัดจิตวิทยา ร่วมกับ จอห์น เอล. สกิลล์ตัน ผู้ชื่นชอบในการบุกเกบิก
พร้อมกับทีมงานกลุ่มหนึงได้เดินทางไปยังป่าแห่งนี้ เพื่อถ่ายทำสารคดีและพิสูจน์ความจริง ด้วยสมมติฐานว่า
“ผู้ที่เข้าไปในป่าอาโอกิงาฮาระ จะพบอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาอยากตาย”

เจน ญาณทิพย์..เอร๊ยยเจนนิเฟอร์ เล่าว่า “ทันทีที่เดินเข้าไปในป่าตามลำพัง บรรยากาศนั้นเงียบวังเวงมาก
คุณอาจพบเศษซากของผู้ที่ฆ่าตัวตาย เช่น เศษเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้อความจารึกบนต้นไม้ บางข้อความ
เป็นการสั่งเสีย บันทึกเวลาตาย รวมถึงระบายความมทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ในป่าแห่งนี้รู้สึกถึงความรันทดสิ้นหวัง
ว่างเปล่า และแน่นอนคุณจะคิดถึงความตาย ไม่แปลกถ้าอยู่ดีๆ คุณจะอยากตายขึ้นมา”



ส่วนจอห์น เล่าว่า “ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจ้องผมทุกที่ตลอดเวลา ยิ่งเดินลึกเข้าไไปในความเงียบ
ยิ่งทำให้ผมประสาท บางอย่างทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาที่แย่มากในชีวิต เหมือนภาพนิมิตที่ผุดออกมาเรื่อยๆ
เรื่องแล้วเรื่องเล่า มันเป็นเหมือนสุสานที่เชื้อเชิญคุณให้คุณทิ้งปัญหาทุกอย่างเสีย แล้วก้าวสู่ความตาย”

ปัจจุบันนี้ ป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นตั้งแคมป์ แข่งกีฬากลางแจ้ง
แต่คนที่เคยไปต่างเกิดความรู้สึกเดียวกัน ว่าที่แห่งนี้บรรยากาศไม่ดี น่าหดหู่ บางครั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตา
จ้องมองมาจากในป่า ทำให้อาโอกิงาฮาระ ได้ชื่อว่าเป็นป่าอาถรรพณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
และมีผู้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนชั่วคราว หรือพักไปตลอดกาลอย่างไม่ขาดสายทุกปี

credit :: ไทยรัฐออนไลน์

การ์ตูนเขย่าประสาท Whispering Woman สาวกระซิบ


ผลงานใหม่จากอาจารย์ Junji Ito

จากคุณ : oSevenzo [1 Dec 14 21:24]
ความคิดเห็นที่ 2

จากคุณ : oSevenzo

เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:26
แก้ไขเมื่อ : 1 Dec 14 21:26
ความคิดเห็นที่ 3

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:27

ความคิดเห็นที่ 4

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:27

ความคิดเห็นที่ 5

จากคุณ : oSevenzo

เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:28
แก้ไขเมื่อ : 1 Dec 14 21:30
ความคิดเห็นที่ 6

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:30

ความคิดเห็นที่ 7

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 8

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 9

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 10

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 11

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 12

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:32

ความคิดเห็นที่ 13

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:33

ความคิดเห็นที่ 14

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:33

ความคิดเห็นที่ 15

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:33

ความคิดเห็นที่ 16

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:33

ความคิดเห็นที่ 17

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:33

ความคิดเห็นที่ 18

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 19

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 20

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 21

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 22

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 23

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:34

ความคิดเห็นที่ 24

จากคุณ : oSevenzo เขียนเมื่อ : 1 Dec 14 21:35

 

Top 19 ของกินสุดสยอง หลอนจิตสุดช็อก! ต้อนรับฮาโลวีน


ใกล้ ฮาโลวีนเข้ามาทุกที ทางเราจึงรวบรวมของกินสุดหลอนเพื่อต้อนรับเทศกาลผีกันไม่ยั้ง ลองมาดูกันดีกว่า ว่าของกินสุดสยอง จะน่ากินหรือน่ากลัวแค่ไหน

1. เค้กเรดเวลเวทหัวใจอาบเลือด 

2. วุ้นหนอนราสเบอรี่ บนเกล็ดขนมปังช็อกโกแลต 

3. อมยิ้มฟิล์มเลือดของเด็กซ์เตอร์ (Dexter ซีรีย์ดังเกี่ยวกับฆาตรกรต่อเนื่องของอเมริกา) 

4.  เค้กงูเหลือม 

5. ▼คัพเค้กหนอนแมลงวัน

 

6. ▼ คุกกี้นิ้วแม่มดพันปี

 

 

7. ▼ อ้วกกัวคาโมเล่ (อะโวคาโดดิพ) 

 

 

8. ▼ ฮอทดอกเนื้อคน 

 

9. ▼ วุ้นสมองซอมบี้

 

 

10.  ▼สุสานช็อกโกแลตมูส

11.  ▼ ซากกะโหลกแตงโม 

 

 

12. ฮอทด๊อกมัมมี่

 

 

13. เค้กซากนิ้วซาตาน 

 

14. คุ้กกี้อุนจิ 

 

15. หัวกะโหลกไข่แตก 

 

16. เมอแรงค์ผีน้อย 

 

17. โครงกระดูกผีไส้ทะลัก

 

18. เค้กชำแหละผิวหนังมนุษย์

 

19. คุกกี้ใบหูอาบเลือด 

ที่มา: boredpanda
Blog : hungryeatfull.blogspot.com/2014/10/share-10.html
Facebook: facebook.com/Hungryeatfull

5 อันดับหนังไทยที่มีผีสวยที่สุด!


หนังผีแต่ละเรื่องนี่ฏิเสธไม่ได้เลยว่า ลุคของผีแต่ละตัวจะต้องหน้าเละ หน้าสยองขวัญ เลือดท่วม ปากขาด ตาโบ๋บ้างละ

แต่วันนี้เราจะพามาดู 5 อันดับผีไทย ที่มีผีสวย! แซ่บให้ได้ชมกัน

 

อันดับ 1 ผีสิตา : The Couple รักลวงหลอน 

รับบทโดย: มะลิ โคทส์

ถึงจะเป็นหนังรักแบบหลอนๆ ไม่ใช่หนังผี แต่ดูจากรูปก็คงจะรู้แล้วสินะ..ว่าเรื่องนี้ผีแซ่บแค่ไหน อิอิ

 

 

อันดับ 2 ผีบุปผา: บุบผาราตรี

รับบทโดย: พลอย เฌอมาลย์

เรื่องความสวยของสาวพลอยนี่ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป๊ะ! แค่ไหน แต่ฉากที่หน้าเละนี่ก็หลอนเหมือนกันนะ

 

อันดับ3 : นางไม้

รับบทโดย: กิ๊ปซี่ วนิดา

เซ็กซี่ตัวแม่อีกเหมือนกัน สำหรับสาวร่างเล็กคนนี้ ที่ชายไทยหลายคนเห็นแล้วเป็นต้องเทใจให้

 

อันดับ 4 ผีเนตร: ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

รับบทโดย: อิม อชิตะ

ถึงตอนนี้จะกลายเป็น อิมอิม หนูน้อยมหัศจรรย์ไปแล้ว แต่ตอนที่แสดงชัตเตอร์ เธอคนนี้ก็ทำให้หนุ่มๆหลายๆคนตกหลุมรัก

 

อันดับ 5 ผีแพนเค้ก : หอแต๋วแตก

รับบทโดย: โก๊ะตี๋ อารามบอย

อุ๊ปส์! ทั้งน่ารัก น่ากอดขนาดนี้ ชายไหนละจะไม่ชอบบบบบ คริคริ!

 

ที่มา : daradaily

20+ ไอเดียแต่งหน้าสุดสยองรับวันฮาโลวีน


 

เทศกาลฮาโลวีนปีนี้.. เพียงแค่คุณมีชุดฮาโลวีนกับหน้ากากผีเด็ดๆติดมือไปด้วยก็คงจะเพียงพอแล้ว.. หากคุณคิดแบบนี้ คุณคิดผิด !! เพราะ หน้ากากจะทำให้การคุยกับเพื่อนๆดูยากมากขึ้น (ก็แน่ล่ะ.. หน้ากากมันบังหน้าอยู่นี่นา) แล้วมันจะดีมั๊ยล่ะ.. หากเรานำหน้ากากผีรับฮาโลวีนมาแปะติดลงบนใบหน้าของเราเลย..โดยความมหัศจรรย์ของการเมคอัพ.. อยากสยองต้องลงทุน.. หากแต่งกันไม่เป็น จะไปขอให้เพื่อนหรือช่างแต่งหน้าเก่งๆแต่งให้ ก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ …

และในวันนี้ น้องหมูหันดีไซน์ MoohunDesign ก็มีไอเดียการแต่งหน้าสุดสยอง มาฝากเพื่อนๆกัน (อีกแล้ว) ทำไงได้ ก็นี่มันเดือนตุลาคมแล้วนี่นา.. เดือนแห่งการปล่อยผี ก็ต้องจัดเนื้อหาบทความที่เกี่ยวกับ ผีๆ มาฝากซิเนอะ ถึงจะถูก…

 

Creepy Monster

 

Terrifying Zombie

 

Monster Highschool

 

Ice Queen

 

Demon

 

Zipped Face Make Up

 

Screaming Demon

 

Ripped Flesh Wound Make Up

 

Alien Girl

 

Pop Art Guy

 

The Girl With 7 Eyes

 

Cosmic Girl

 

Two-faced Girl

 

Old Vampire

 

Demon Girl

 

Screaming Harlequin Girl

 

The Evil Queen/ Witch

 

Alien

 

Screaming Vampire

 

X-ray Make-up

 

แถมจ้าาา..

 

Wooden Doll Make Up

 

Twisty the Clown

 

Rotting Zombie

 

Zipped Face Make Up

 

Zombie Wich

 

ที่มา : boredpanda.com

นักแสดง The Walking Dead ขยาดเนื้อ ถึงขั้นกินมังสวิรัติเกือบทั้งกอง!!


 

4932

แม้ว่าซีรีย์ซอมบี้สุดฮิตอย่าง Walking Dead จะทำให้ผู้ชมขยาดกับภาพการกัดกินเนื้อมนุษญ์แบบสดๆแล้ว แต่ข้อดีของซีรีย์เรื่องนี้ยังมีดีตรงที่เปลี่ยนนักแสดงและทีมงานหลายคนใน กองถ่ายหันไปกินมังสวิรัติกันเป็นทิวแถว

งานนี้ นอร์แมน รีดัส ผู้รับบท ดารีล ดิซอน ได้เผยเองว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงของซีรีย์เรื่องนี้ที่หันมาไดเอ็ตงดเนื้อ สัตว์เปลี่ยนเป็นมังสวิรัติเพราะหดหู่กับภาพที่เห็นตลอดเวลาถ่ายทำ

โดยแหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า 80% ของอาหารที่เสิร์ฟในกองถ่ายยังเป็นอาหารมังสวิรัติที่ไม่มีเนื้อสัตว์เท่าใดนักด้วย

“หลังจากที่ได้ดูพวกนักแสดงที่แต่งคอสตูมซอมบี้ในกองถ่ายแล้วต้องบริโภค เลือดมนุษย์ หรือได้เห็นเศษซากชิ้นส่วนและศีรษะมนุษย์ถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ ก็ไม่มีใครอยากจะแตะเนื้อแดงๆหรือแม้แต่เนื้อไก่อีกเลย และมีหลายๆครั้งที่พวกเราพูดถึงคนนับร้อยที่ต้องเข้ามาร่วมฉากที่ต้องใช้ตัว ประกอบจำนวนมากเพื่อให้ดูน่ากลัว ก็ไม่มีใครอยากอาหารกันแล้ว”

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Cineflex ระบุว่ายังมีนักแสดงตัวประกอบบางคนที่อยากจะกินเนื้อจริงๆ “ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ประกอบฉากอย่าง จอห์น แซนเดอร์ ได้นำแฮมมาปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศและทำให้พวกมันดูคล้ายกับชิ้นส่วนของ มนุษย์ ช่วงซีซันแรกๆ พวกเขาเอาเนื้อมาจุ่มซอสบาร์บีคิวเพื่อให้รสชาตดีขึ้นสำหรับพวกตัวประกอบ แต่พวกน้ำส้มสายชูในซอสบาร์บีคิวมันทำให้พวกเมคอัพของซอมบี้ละลายและพวกเขา ก็กัดกินเนื้อพวกนั้นจริงๆ”

ในซีซันที่ 4 แอนดรูว์ ลินคลอน ( ริค กริมส์ ) ต้องกัดไปที่คอของโจ ( เจฟฟ์ โคเบอร์ ) แอนดรูว์ได้พูดถึงฉากดังกล่าวว่า “เป็นฉากที่โหดมาก ตอนนั้นประมาณตีสี่ครึ่ง เราต้องถ่ายทำฉากนี้อย่างเดียวจนไปถึงตอนกัดคอ ผมจำได้ว่าเกรก นิโคเทโร (กูรูด้านสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์) ได้มองมาที่ผมแล้วก็บอกว่า อยากได้ไก่หรือเนื้อ? ผมเลยขอเนื้อไก่ แล้วเขาก็ถามผมอีกว่าอยากได้แบบสุกหรือดิบ ผมเลยถามว่าแบบไหนมันดูเหมือนเนื้อคนมากสุด เขาเลยบอกว่าแบบไม่สุก แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่เราผ่านฉากนั้นไปได้ครับ มันเป็นสิ่งที่พิสดารที่สุดที่ผมเคยทำแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าร่างกายผมรู้สึกยังไงตอนที่เนื้อไก่ดิบอยู่ในปากท่ามกลางเนื้อ ชุ่มเลือดอื่นๆในฉากมันเป็นเทคเดียวที่ผมรู้สึกว่าตัวเองน่าเวทนาจริงๆ“

1413876105

1413876125

1413876144

 

ที่มา : http://fanthai.com/?p=112139

อาหารหน้าตาแปลกๆในวันฮาโลวีนคุณกล้ากินหรือเปล่า ??


 

พูดถึงวันฮาโลวีน คุณนึกถึงอะไรกันบ้างคะ….!!! ซึ่งแน่นอนค่ะว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวกับผีๆเข้ามาเกี่ยวข้องแน่ๆ วันฮาโลวีนที่พูดถึงนั่นคือวันปล่อยผีของต่างประเทศนั่นเองคะ แต่ละบ้านจะมีฟักทองอยู่หน้าบ้านกันทั้งนั้น วันฮาโลวีนแบบนี้จะมีบ้านไหนปาร์ตี้กันมั้ยนะ เราอ่ะมีอาหารน่ากิ๊น น่ากิน (น่ากินจิงดิ) มานำเสนอด้วยอ่ะ แบบว่า เห็นแล้วคงจะอดใจไม่ได้เลยอ่ะ (อดใจไม่ได้ที่จะอาเจียนอ่ะดิ) 555 ไปดูกันเองดีกว่าเนอะ ^^