สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว


PilotPorS-vert-horz2

สุดเศร้า! ปอหญิง ภรรยานักบิน ฮ.ตก ที่พะเยา โพสต์สูญเสียลูกในท้องแล้ว

ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการทำใจ.. หากต้องสูญเสียที่เรารักและรักเรามากที่สุดไปตลอดกาล
คงมีใครหลายคนยังคงจำกันได้ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รัก จากภรรยานายทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ที่ต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ล่าสุด (7 มีนาคม 2558) คุณพิรชา ช่างสลัก หรือ ปอ หญิง ได้โพสข้อความเสียใจ ว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเสียแล้ว เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวันแล้ว ทางแพทย์ ผู้ดูแล ระบุว่าหากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนั้นก้มีผู้ใช้เฟชบุค จำนวนมากเข้ามาโพสให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ

new13-9-7315

ข้อความทั้งหมดที่ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) โพส

” จากที่หลายท่าน สอบถามมาด้วยความปรารถนาดี ความห่วงใย ปอขออนุญาตแจ้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ ปอแท้งลูกแล้วนะคะ เพราะมีเลือดออกมากเกินไป เกินกว่าสิบวัน จนซีดหน้ามืด

คุณหมอแจ้งว่า น้องไม่อยู่แล้ว หากปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไปนานๆ จะเสียเลือด ติดเชื้อ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ

ปอไม่มีทางเลือก ไม่เหลือทางเลือกใดให้ปอทั้งนั้น ปอพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาลูกไว้ หากแลกชีวิตได้ ก็จะให้ชีวิตกับลูกแทน ให้ลูกได้อยู่ ได้เติบโต

ลูกไปอยู่กับปอชายแล้ว รอวันที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ตอนนี้ รอ ” แม่ปอ” คนเดียว รอปอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอรับปอไปอยู่ด้วยกัน

และถ้าจะมีใครต้องเสียใจ ปอขอบอกให้ทราบว่า ปอเสียใจมากกว่าหลายเท่านัก กับการสูญเสียในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปอไม่มีทางเลือกอื่นใดในชีวิตเลย

นอกจาก ” หายใจเข้าไว้ ”
เพราะถ้าคิดสั้น ตัดช่องน้อยฆ่าตัวตายตามไป ก็ไม่มีทางได้เจอปอชายและลูก จะยิ่งเสียใจกันไปไม่รู้จบสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ปอขออธิษฐานให้ ปออย่าต้องมาร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคนที่ปอรักอีกเลย

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ปอหายใจได้ ทุกวันนี้คือ ปอต้องการอยากทำความฝันของปอชาย ของเราสองคนที่เราฝันร่วมกันไว้ให้สำเร็จ มีร้านกาแฟเล็กๆในสวน ปอได้ทำหน้าที่ เมีย ของปอชาย รวมของรักของเค้า ที่เค้าสะสม เครื่องดนตรีทุกชิ้น กีต้าร์ กอล์ฟ ทุกอย่างที่เค้ารัก ที่เราสองคนสร้างและหากันมาเก็บให้มันเรียบร้อย ได้เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวความดีของปอชายให้คนอื่นฟัง ให้คนรักกันมากขึ้น ดีต่อกันมากขึ้น ในขณะที่อยู่ด้วยกัน

….. วันแห่งการจากลามาถึงทุกคู่ วันนั้นจะได้ไม่มีอะไรให้เสียดาย ต้องมาขอโทษกัน

ปอและปอชาย ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ปอจะรักปอชายไปจนกว่า ลมหายใจสุดท้ายของปอจะมาถึง วันนั้นคงเป็นวันปอมีความสุขมาก เพราะการรอคอยปอชายสิ้นสุดแล้ว

ลูกจ๋า ภพชาติหน้า หนูพร้อม ป๊าปอพร้อม แม่ปอพร้อม หนูมาเกิดใหม่นะลูก เป็นลูกของป๊าปอกับแม่ มาในวันที่เราอยู่ด้วยกันครบสามคนนะลูกนะ ตอนนี้ แม่ก็รอ รอไปเจอป๊ากับหนู

จากนี้แม่ต้องรอจนตาย
แต่แม่รอได้ ถ้ารอป๊าของหนู

ปอขอความกรุณาจากทุกท่านที่ติดตามปอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอความกรุณาอย่าตอกย้ำ อย่าถามถึง อย่าพูดถึง อย่าบอกอีกเลย ว่า ปอยังมีลูกอยู่นะ

ชีวิตปอหมดแล้วคะ

ปออยู่ เพื่อเป้าหมาย คือ สานฝันให้ปอชาย ทำให้มันสำเร็จ ให้มันจบ เพราะปอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องอยู่

หน้าที่ของปอ ตอนนี้ คือ หน้าที่ของ ลูก ต่อพ่อแม่ และ เมีย ของปอชายเพียงแค่นั้นคะ

ชาตินี้ ปอไม่โชคดีที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับ คำว่า ” แม่ ” อีกแล้ว

ขอร้องนะคะ เมตตากันบ้าง อย่าตอกย้ำปอเรื่องลูกอีกเลย ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคะ ที่เข้าใจ ”

PilotPorS-vert-horz

new13-7315

new13-2-7315

new13-4-7315

new13-5-7315

new13-3-7315

new13-6-7315

เรื่องราวความรักของ ปอหญิงและปอชาย จากครอบครัวช่างสลัก
ที่อยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆในโลกออนไลน์

ไว้อาลัยแด่ ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก

 

ที่มา : news.tlcthai.com

อุทธาหรณ์สอนใจ เมื่อเด็กไทยรายหนึ่ง ซื้อปืนออนไลน์


ลองอ่านดูนะ สลดหดหู่มาก

ที่มา: facebook.com/piakraider / เปี๊ยก ไรเดอร์ | Facebook

RT ยอดนิยม : เราชอบเดือนธันวาคม… @topazine


เราชอบเดือนธันวาคม รู้สึกว่ามันเป็นเทศกาลแห่งความสุข แม้ว่าตอนนั้นจะหดหู่ขนาดไหน แต่บรรยากาศรอบๆ มันก็รุมเร้าให้เราสุขไปด้วย 

.. @topazine

 

ที่มา : thaitoprt.com

จัดอันดับ 10 โฆษณาที่ตราตรึงใจคนดูมากที่สุด


10 โฆษณาที่ตราตรึงใจคนดูมากที่สุด

 

 

อันดับที่ 1 ” สวยที่สุดจากข้างใน ”

 

มาเริ่มกันที่อันดับ 1 กับโฆษณาเอาใจคุณผู้หญิงที่ไม่ได้สวยจากหน้าตา รูปร่าง สัดส่วน แต่สวยมาจาก ” ข้างใน ” ของชุดฃั้นในสตรี ” Waco ” เนื้อหาของโฆษณานั้นตีแผ่มุมมองของผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ ที่ดูเหมือนจะไม่สวยจากภายนอก แต่สวยมาจากภายใน ^_^

 

อันดับที่ 2 ยาแก้ปวด 3 แผง ยาธาตุ 1 ขวดและเกาเหลา 1 ถุง

 

ต่อมาเป็นโฆษณาของทาง Truemove H เขาล่ะครับ มีชื่อชุดว่า ” การให้ คือการสื่่อสารที่ดีที่สุด” มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาแปะขายก๊วยเตี๋ยวผู้ใจบุญ      คนหนึ่งได้จ่ายเงินค่ายาแก้ปวด 3 แผงกับยาธาตุอีก 1 ขวด ให้เด็กชายคนนึ่งที่เข้าไปขโมยเพื่อจะเอาไปให้ัแม่้ที่ป่วยหนัก พร้อมทั้งยังให้เกาเหลาฟรีๆอีก 1 ถุง 30 ต่อมาอาแปะล้มป่วยหนัก อาหมวยผู้เป็นลูกก็หมดหนทางที่จะรักษา แต่แล้ววันหนึ่งก็มีจดหมายลึกลับวา่งตรงหน้าเธอที่นอนอยู่ตรงเตียงของอาแปะ เมื่อเธอเปิดอ่านก็พบว่าเจ้าของจดหมายคือเด็กชายคนนั้นเมื่อ 30 ปีก่อนซึ่งกลายเป็นหมอและยังได้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดให้กับอาแปะเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับ ยาแก้ปวด 3 แผง ยาธาตุ 1 ขวดและเกาเหลาอีก 1 ถุง  ในวันนั้น…..

 

อันดับที่ 3 เทพเจ้าที่ชื่อว่า ” พยายาม ”

 

โฆษณาตัวเป็นเป็นของแบรนด์กาแฟขวัญใจสาวๆที่อยากหุ่นดีอย่างเนเจอร์กิ๊ฟต์ครับ เนื้อหาก็เป็นเรื่องราวของสาวอ้วนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลางป่าเขา ด้วยความเธออ้วนพีทำให้เธอมักจะถูกผู้ชายในหมู่บ้านล้อว่าอ้วนเหมือนหมูอยู่เสมอ ทำให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาก หญิงชราคนหนึ่งจึงได้เล่าเรื่องราวของ ” บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ” ที่อยู่บนเขา หากใครตักน้ำไปเติมจนเต็มได้ จะมีเทพเจ้า่ออกมาให้พร เธอจึงตัดสินใจหิ้วน้ำขึ้นเขาไปทุกวัน ถึงแม้ว่าบางครั้งจะถูกล้อเลียนเวลาหกล้มคลุกคลานหรือถึคงแม้ฝ่ามือของเธอจะเต็มไปด้วยบาดแผลก็ตาม แต่เธอก็ยังคงพยายามจนในที่สุดก็เต็มบ่อแต่กลับมาไม่เทพเจ้าใดๆปรากฏต่อหน้าเธอ มีเพียงร่างกายที่ผอมเพรียวหุ่นดีอย่างที่ตั้งใจไว้่ ทำให้เธอรู้ว่าเทพเจ้าที่แท้นั้นคือความมุ่งมั่นพยายามนั่นเอง ^_^

 

อันดับที่ 4 ความพร้อมจะมากับคำว่า ” สติ ”

 

เป็นโฆษณาของ บ.ประกันกันชีวิต” กรุงเทพประกันชีวิต ” ในชื่อว่า ” Pilot ” เป็นรื่องราวของนักบินหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ มีผู้โดยสารมากมายหลายชีวิตบนเครื่องที่ต้องแบกรับเอาไว้ ทันใดนั้นเขาได้ระลึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เขาได้วางแผนไว้ล่วงหน้า นั่นก็คือ          เรื่อง ” ครอบครัว ” ทำให้เขาพร้อมที่จะกล้าเสี่ยงในการนำพาผู้โดยสารให้ปลอดภัย จนในที่สุดเขาก็ทำได้และได้รับเสียงปรบมือแสดงความยินดีเป็นการตอบแทน

 

อันดับที่ 5 พระคุณครู…..ไม่มีวันเกษียร

 

โฆษณาของ 7-Eleven ตัวนี้ผมเชื่อว่าสร้างความประทับใจให้แก่ทั้งบรรดาลูกศิษย์ของคุณครูและคุณครูของลูกศิษย์ไปไม่น้อย เพราะเรื่องราวของโฆษณานี้กล่าวถึงคุณครู ” สมยศ ” ครูโรงเรียนอาชีวะวัยเกษียรที่ได้บ่มเพาะและสั่งสอนนักเรียน โดยเปรียบคนเราดั่ง ไม้หนึ่งท่อน ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะทำมันให้ต่ำลงหรือสูงขึ้น จนสุดท้ายท่านก็ถูกลูกหลงจากนักเรียนระหว่างสถาบัญที่มีเรื่องกัน….แต่ถึงอย่างนั้นพระคุณของท่านก็ไม่ได้ตายตามไปด้วย

 

อันดับที่ 6 หนังสือพิมพ์เปลี่ยนชีวิต

 

หนังสือพิมพ์ Post Today ได้จัดทำโฆษณาเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีขึ้นมา มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ผิดหวังจากงาน                 จนไม่มีอันจะทำอะไร ใช้ชีวิตแบบกินๆนอนๆไปวันๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทางอะไรในชีวิตจนชีวิตคู่เกือบจะพังทะลายลงไป วันหนึ่งมีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้นเขาจึงลุกขึ้นไป พอไปถึงก็โดนหนังสือพิมพ์ม้วนนึงลอยมากระแทกเข้าให้ เมื่อเปิดอ่านก็ทำให้เขาได้รู็ว่าต้องเปลี่ยนตัวเอง จนในที่สุดเขาก็ได้เปลี่ยนตัวเองเพื่อ ” คนที่เขารัก ”

 

อันดับที่ 7 คุณจำผมไม่ได้….แต่ผมจำคุณได้

” คุณชื่อวันดี สามีชื่อบุญส่ง ” เป็นประโยคต่อบทในโฆษณาของบ.ประกันชีวิต ผู้เนรมิตรโฆษณาซึ้งๆมากมายออกมาอย่าง ” ไทยประกันชีวิต ” เนื้อหาของ “ป้าวันดี ” หญิงชราที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์กับ ” ลุงบุญส่ง ” ชายแก่ผู้ที่คอยดูแลภรรยาอันเป็นที่รัก ทั้งๆที่เธอนั้นจำอะไรไม่ได้ แต่ลุงบุญส่งก็จำได้ทุกอย่าง และยังคอยปรนนีบัตรดูแลเูธอไมห่างเพราะคำพูดหนึ่งที่แกกล่าวเอาไว้ในวันแต่งงานว่า ” ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต ”

 

อันดับที่ 8 เอาสีนี้!!

โฆษณาตัวนี้เป็นโฆษณาเรื่องยาวของทางสี TOA เขาครับ เนื้อหาก็แยกออกไปตามรูปแบบต่างๆของสี ตั้งแต่เรื่องราวของชาวร็อคกับสีสดชื่น       หนุ่มรักสัตว์กับสีธรรมชาติ คู่สามีภรรยาวัยดึกกับสีแห่งการเปิดเผยและนักโทษกับสีอำพราง

 

อันดับที่ 9 ขบวนการต่อต้านยูวี ” Xtracolrger ”

โฆษณาของบริษัทผู้ผลิตฟิล์มกันแดด ” Xtra Cole ” ที่มีประสิทธิภาพด้านการกรองรังสี UV ได้มาก

 

อันดับที่ 10 ” ดนตรี ” ที่ไม่อาจได้ยินด้วยหู ” แต่สัมผัสได้ด้วยใจ ”

ปิดท้ายกันด้วยโฆษณาไทยๆของแบรนด์ยาสระผม ” Pantene ” ว่าด้วยเรื่องของเด็กหญิงผู้พิการทางการได้ยินหรือหูหนวกที่อยากเป็นนักเล่นไวโอลิน แต่ด้วยความที่เธอพิการทำให้่เธอนั้นไม่สามารถเล่นได้เต็มที่เพื่อนของเธอก็ไม่พอใจ วันหนึ่งเธอได้ไปพบกับชายแก่พิการที่เล่นไวโอลินเปิดหมวกอยู่ริมถนน ชายคนนั้นได้สอนเธอว่า ” ดนตรี ” ไม่จำเป็นต้องรับรู้ด้วยหูเสมอไปแค่เราหลับตาและสัมผัสมันด้วยใจก็พอและยังมอบไวโอลิน     ให้เธอ เธอจึงเริ่มฝึกซ้อมและหวังที่เข้าแข่งขันถึงแม้วันนั้นเธอจะถูกทำร้ายเพราะเพื่อนของเธอที่อิจฉา แต่เธอก็ได้ซ้อมไวโอลินและขึ้นเวที          การประกวด จนชนะการแข่งขันสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมมากมาย

 

toptenthailand.com

ที่มา: oknation.net/blog/print.php?id=910296

10 สุดยอด ฉากเรียกน้ำตาของการ์ตูนดัง.. One Piece [Pantip]


พาไปดูรอบนี้คงไม่ต้องทาย อันดับ 1 นะครับ ลุ้นอันดับของ ฉากที่คุณร้องไห้ไปแล้วดีกว่า ว่าจะอยู่อันดับไหน กันมั่ง

ถ้าฉากที่คุณร้องไห้ ไม่มีใน 10 อันดับ ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ว่า คุณร้องฉากอะไร

ไม่นับหัวเราะจนร้องไห้นะ

อันดับ 10 

“คำมั่นสัญญา”

คำสัญญาระหว่างคู่กัดวัยเด็ก อย่างโซโล และ คุอินะ ลูกสาวอ.ที่สอนวิชาดาบให้โซโล ที่จะเป็นนักดาบที่เก่งกา่จให้ได้ และด้วยความมุ่งมั่นนั้น ทำให้โซโล ฝึกวิชาให้เข้มแข๊งเพื่อจะเอาชนะ คุอินะ ให้ได้

โซโลจึงประกาศว่าจะต้องเอาชนะคุอินะให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ชนะไม่ได้สักที

จนกระทั่งคุอินะพลัดตกบันไดเสียชีวิต การจากไปของเธอสร้างความสะเทือนใจให้กับโซโลอย่างมาก

และด้วยคำพูดที่เคยคุยกันว่าจะเป็นนักดาบอันดับ 1 ในโลกให้ได้

โซโลจึงขอรับดาบของคุอินะต่อจากอ.  และเปลี่ยนจากวิชา 2 ดาบ ไปเป็น วิชา 3 ดาบ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อันดับ 9 

ซากุระ ณ อาณาจักรดรัม – หิมะสีชมพู 

โทนี่ โทนี่ ช๊อปเปอร์ 

“ดูนี่สิ ช๊อปเปอร์ มันคือยารักษาอาณาจักรนี้ยังไงละ”

อาณาจักรดรัม อาณาจักรที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และการปกครองที่กดขี่

ในอาณาจักรแห่งนี้มีหมอกำมะลอ ที่เที่ยวหลอกลวงชาวบ้าน ชื่อ ดร. ฮิลล์ลุค

ดร.ฮิลลุค ออกตระเวณรักษาคน ตามประสพการณ์ (เลวร้าย) ของตน รักษาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำให้คนเกลียดชัง

แต่ทางเลือกของชาวเมืองไม่มีมากนัก เพราะ หมอทุกคน ถูกเรียกตัวไปเข้าวัง หมด

ชาวบ้านจึงไม่มีโอกาสได้รักษากับหมอจริงๆ

ด้วยความมุ่งมั่นของหมอกำมะลอ ชายผู้ไม่ได้มีความรู้ทางแพทย์สักเท่าไหร่ แต่ยอมรักษาคน เยียวยาจิตใจของคน และเสียสละตัวเองในตอนสุดท้าย

ทั้งๆที่เขารู้ตัวเองว่าจะต้องตายเพราะโรคที่รักษาไม่หาย แต่เขาก็เลือกที่จะทำสิ่งดีดี ให้คนอื่น ขอเพียงไม่ถูก “ลืมไป” ก็พอแล้ว

สุดท้าย ซากุระ แห่งอาณาจักร ดรัม อาจถูกมองเป็น สิ่งไร้ค่า สำหรับ คนอาณาจักรอื่น

แต่มันกลับมีค่า และความประทับใจ ที่ หมอกำมะลอ คนนึง จะทำสิ่งดีๆ ให้อาณาจักรได้ ทั้งๆที่ควรเป็นหน้าที่ ของ พระราชา

 

อันดับ 8 

“ซู ฝากดูแลร้านแทนทีนะ”

ซู หมาน้อย สัตว์เลี้ยงของร้านขายอาหารสัตว์ ผู้เฝ้าร้านแทนเจ้าของที่ฝากให้ดูแลร้านแทน  ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเจ้าของซูนั้นตายไปแล้ว

ซูก็ยังคงเฝ้าหน้าร้านอย่างแข็งขัน แม้ในวันที่ฝนตก แดดออก หิมะตก ซุก็ยังคงเฝ้า และรอเจ้านายมันกลับมา

จนกระทั่ง วันที่กลุ่มโจรสลัดบากี้บุกยึดเมือง ซู หมาตัวน้อยๆ ทำหน้าที่เฝ้าร้านที่เจ้านายฝากฝังไว้

แม้จะต้องสู้กับเจ้าแห่งสัตว์ป่าอย่างสิงโตเพื่อปกป้องของในร้าน แต่ซูก็สู้เพื่อคำฝากฝังของเจ้านายที่รัก ซึ่งแน่นอนว่าซูบาดเจ็บจากการปกป้องร้าน

จากสิงโตริชชี่ แถมโดนขโมยอาหารสุนัขไปด้วย

แต่ร้านที่เจ้านายฝากฝัง กำลังถูกไฟไหม้ โดยมีซูที่ยืนมองโดยทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มองร้านที่มันรักค่อยๆไหม้ไป

และจากบทนี้ทำให้เราได้พบความ “โกรธแทนคนอื่น” ของลูฟี่ เป็นครั้งแรก

นับตั้งแต่เป็นโจรสลัด หลังจากฉากอัดริชชี่เละแล้ว ลูฟี่ก็เอาอาหารสุนัข ที่เหลือเพียงกล่องเดียวกับไปคืนให้ซู พร้อมกับไปปราบบากี้ ในเวลาต่อมา

ปล. สุดท้าย กลุ่มโจรสลัดบากี้ก็โดนขับไล่ และชาวเมืองช่วยสร้างร้านใหม่ให้ซู โดยมีนายกเทศมนตรี เป็นคนเลี้ยงดู ซูต่อ

ปล. ซูเป็นตัวละครประกอบบท ที่เรียกน้ำตาได้อันดับ สูงสุดในชาร์ทนี้ครับ

อันดับ 7 

“ระวังอย่าให้เป็นหวัดล่ะ!”

ออเนอร์เชฟ และ ซันจิ 

ย้อนอดีตความผูกพันธ์เซฟ(ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าโจรสลัดขาแดง ) ได้โจมตีเรือเดินทะเลซึ่งซันจิได้ทำงานเป็นพ่อครัวฝึกหัดขณะนั้น

ในขณะที่กำลังบุกปล้น ปรากฏว่ามีพายุพัด เข้ามาทำให้ซันจิตกเรือไป โดยเซฟได้กระโดดลงน้ำตามไปช่วยซันจิ

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรอดจากการจมน้ำมาได้ แต่ทั้งคู่ได้ขึ้นมาติดชะง่อนหินด้วยกันกลางทะเล ไม่มีสัตว์ ไม่มีผัก ไม่มีอาหาร และยังคงเป็นหินที่สูงจากระดับน้ำทะมากเกินกว่าที่จะตกปลามากินได้

โชคยังดีที่เซฟได้หยิบอาหารติดมาสองถุง โดยตกลงว่าจะแบ่งอาหารกันกิน ซันจิได้ถุงเล็กและเซฟได้ถุงใหญ่ไป เซฟยังคงสั่งให้ซันจินั่งอยู่ตรงข้ามของเกาะเพื่อสังเกตเผื่อมีเรือผ่านมา

วันคืนผ่านไปหลายวันไม่มีทีท่าว่าจะมีเรือผ่านมา อาหารของซันจิเริ่มร่อยหรอลง เมื่ออาหารของซันจิได้หมดลง ซันจิจึงวางแผนจะฆ่าเซฟแล้วแย่งอาหารมาเมื่อสังเกตเห็นเห็นว่าถุงอาหารของ เซฟยังคงเต็มอยู่ ซันจิได้เข้าไปแย่งอาหารแล้วได้รู้ว่าถุงอาหารของเซฟทั้งหมดมีแต่ทรัพย์ สมบัติ

ไม่มีอาหารเลยซักนิดเดียว ซันจิจึงรู้ไดว่าเซฟได้แบ่งอาหารที่มีทั้งหมดไว้ให้ซันจิคนเดียว มากไปกว่านั้นเมื่อซันจิได้เห็นขาของเซฟแล้วรู้ว่าเซฟตัดขาตัวเองกิน

หลังจากนั้นซันจิได้สาบานกับตัวเองว่าจะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารบนทะเลแห่งนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ต้องการให้มีผู้คนที่ต้องทนหิวกลางทะเลอีกต่อไป หลายวันต่อมาได้มีเรือผ่านมาและได้ช่วยเหลือทั้งคู่จากความตาย

ในภัตตาคารบาราติเอ เซฟและซันจิได้ทะเลาะกันตลอดเวลา โดยเซฟเรียกซันจิว่าเด็กน้อย ขณะที่ซันจิเรียกเซฟว่าไอ้เฒ่า

เซฟบอกซันจิตลอดเวลาว่าฝึมือทำอาหารของซันจิห่วยไม่เข้าขั้นมาตลอด ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน ซันจิสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารตลอดชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง ดอนครีกและกลุ่มโจรสลัดปรากฏตัวขึ้นและประกาศจะยึดครองบาราติเอ ซันจิและพ่อครัวคนอื่นได้ต่อสู้ป้องกันบาราติเอ

โดยในขณะนั้น ลูฟี จากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้อยู่ที่ภัตตาคารพอดี และได้ช่วยขับไล่ดอนครีกไป ลูฟีชักชวนให้ซันจิขึ้นเรือเป็นพ่อครัวประจำเรือและไปตามหา “ออลบลู” (ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของซันจิและของเซฟ เป็นชื่อทะเลที่มีปลาอยู่ทุกประเภท)

แต่ซันจิตัดสินใจหนักแน่นว่าจะไม่ทิ้งเซฟและบาราติเอไป เซฟเห็นดังนั้นจึงวางแผนกับพ่อครัวทุกคนในบาราติเอให้ทำท่าโกรธซันจิอย่าง แรงและแกล้งบอกว่าซุปรสชาติไม่ได้เรื่อง

ซันจิโมโหมากที่เห็นว่าทุกคนเทอาหารของเขาทิ้งและหาว่าอาหารไม่อร่อย จนซันจิตัดสินใจไปกับลูฟี่ และในขณะที่กำลังจากไปนั่นเอง

เซฟขาแดง : ระวังอย่าให้เป็นหวัดล่ะ!

ซันจิน้ำตาร่วง ————-

ซันจิ :”ออเนอร์เชฟ……………. ช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ

บุญคุณนี้จะไม่มีวันลืม…ตลอดชั่วชีวิต”

ซันจิจึงได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ ออเนอร์ อยากให้ซันจิตามความฝันไป

ซันจิได้ก้มกราบขอบคุณเซฟและทุกคนด้วยน้ำตา และได้ลงเรือไปกับลูฟีไป

ปัจจุบัน เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสียง ได้รับฉายาว่าซันจิ ขาดำ ค่าหัว 77 ล้านเบรี

เป็นหนึ่งในสมาชิกของโจรสลัดหมวกฟาง

ปล.ปัจจุบัน ภัตคารบาราติเอ แจกรูปใบประกาศค่าหัว ซันจิ โจรสลัดขาดำ ฟรี

อันดับ 6 

“แล้วกลับมาอีกนะ โนแลนด์” 

มองบลังค์ โนแลยด์ และ กาลูการา 

จากนิทานเรื่อง  โนแลนด์จอมโกหก

โนแลนด์ได้ออกเดินทางมาพบกับเมืองขุมทรัพย์ จายา จริง และได้มาพบกับเผ่าชนพื้นเมืองแชนโดราซึ่งในตอนนั้น ซึ่งหมู่บ้านกำลังถูกโรคระบาดคุกคาม โนแลนด์จึงมาช่วย  นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของ แชนเดียร์ กาลูการาเห็นว่า โนแลนด์เข้ามายุ่งกับพิธีของหมู่บ้านมากไป จึงได้จับตัวโนแลนด์ไปไว้ในป่าหวังจะให้งูยักษ์กิน(ในตอนนั้นงูยักษ์ถือว่าเป็นเทพสูงสุดของเผ่า)แต่แล้วโนแลนด์ก็ได้ให้สัญญากับ กาลูการาว่าจะช่วยชาวบ้านให้ได้ด้วยยาที่โนแลนด์มี และแล้วกาลูการากูได้ฆ่างูยักษ์ตัวนั้นแล้วช่วยโนแลนด์

การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นทุกคนในหมู่บ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากโนแลนด์รอดชีวิต และโนแลนด์กับกาลูการาก็ได้มาเป็นเพื่อนที่สนิทกัน และก็มีเหตุการ์ณที่ทำให้ทั้งสองต้องแตกคอกัน นั่นคือ โนแลนด์ได้ไปตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธ์ของหมู่บ้านทิ้งด้วยเหตุผลที่ว่า ต้นไม้เหล่านั้นได้ติดเชื้อของโรคระบาดเข้าไป โนแลนด์จึงต้องตัดต้นไม้เหล่านั้นทิ้ง จึงเป็นต้นเหตุให้กาลูการาโกรธโนแลนด์ และไล่โนแลนด์ออกจากเกาะ

ในคืนก่อนวันออกเดินทางหมอประจำเรือของโนแลนด์ได้เล่าให้ลูกสาวของกาลูการาฟัง ว่าเหตุใดโนแลนด์จึงต้องตัดต้นไม้เหล่านั้นทิ้ง ในวันออกเดินทางลูกสาวของกาลูการาจึงได้บอกกับกาลูการาว่า”ที่โนแลนด์ต้องตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธ์ทิ้งก็เพราะว่าต้นไม้เหล่านั้นติดเชื้อโรคระบาด”

กาลูการาจึงรีบวิ่งไปที่ชายหาดของเกาะจายา แล้วจึงบอกโนแลนด์ว่า เราจะสั่นกระดิ่งนำทางเจ้าให้กลับมาหาเราอีกครั้ง

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่นิทานเล่า โนแลนด์กลับมาไม่เจอใคร เพราะว่า ตาขวาของเกาะจายา ได้ถูกกระแสน็อคอัพ สตรีม ดันเกาะขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า

ทำให้โนแลนด์กลับมาไม่พบ พวกของกาลูการาเมื่อขึ้นไปยัง สกายเปียรแล้ว จะถูกเหล่าเทพของสกายเปียร์ยึด หมู่บ้านในฐานะ”ของขวัญจากก๊อด”

จึงสู้จนตัวตาย

ในขณะเดียวกัน โนแลนด์ก็ถูกประหารไปด้วย เพราะพระราชาไม่พบเกาะที่โนแลนด์บอกถึง

ต่อมาเหล่าลูกหลานของแชนเดียร์จึงต้องคอยแย่งชิงเกาะของตัวเองที่ลอยขึ้นมานานนับ 400ปี โดยตามคำปนิธานว่า “จงจุดไฟแห่งแชนโดรา” ยังลุกไหม้อยุ๋ในใจลูกหลานของแชนเดียรทุกคน

(ปล. การจุดไฟ หมายถึงการบอกตำแหน่งของตน ว่าอยู่ที่ไหน เนื่องจากตอนที่เกาะถูกซัดขึ้นมา ระฆังทองได้หายไป กาลูการา จึงสั่งต่อๆมาว่า “ต้องจุดไฟแห่งแชนโดรา เพื่อให้โนแลนด์ รู้็ ว่า พวกเขาอยู่ที่นี่”

ผ่านมา 400 ปี จึงเหลือเพียงคำว่า “จงจุดไฟแห่งแชนโดรา” )

จากนั้นในยุคของ มองบลัง คริกเกต การได้พบกับโจรสลัดลูฟี ่เปรียบเหมือนการได้พบลายแทง ของระฆังทองก็ว่าได้

และการรอคอยกว่า 400 ปี ก็จบลง หลังจากลูฟี่ขึ้นเกาะท้องฟ้าไป ไม่นานนัก

อันดับ 5 

“เงินนั่นเป็นส่วนของลูกสาว สองคนของฉัน”

คุณเบลเมล 

นามิ และ โนยิโกะ พี่สาว ถูกคุณเบลเมลเลี้ยงดูมา ตั้งแต่จำความได้

แต่วันหนึ่งนามิเกิดมีปากเสียงกับเบลเมล ก็เลยหนีออกจากบ้าน ไปพบกับ เก็น ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เก็นก็เลยเล่าเรื่องของเบลเมลให้ฟังว่า เบลเมลนั้นเคยเป็นทหารเรือมาก่อน แล้ววันหนึ่งเบลเมลที่ได้รับบาดเจ็บก็ไปพบกับเด็กผู้หญิง2คน ซึ่งก็คือ โนยิโกะ และ นามิ นั่นเอง และก็ช่วยเหลือเอาไว้

ไม่ได้ถูกเก็บมาจากใต้สะพานตามที่นามิเข้าใจ

แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มโจรสลัดอารอนก็มาตั้งรกรากที่นี่ พร้อมทั้งไถเงินจากชาวบ้าน และก็เหลือบ้านสุดท้ายก็คือบ้านของเบลเมลนั่นเอง

เบลเมลฮึดสู้ เพราะไม่รู้จักความร้ายการจของ โจรสลัดเงือก ก็เลยถูกอารอนทำร้าย เก็นเห็นท่าไม่ดี ก็เลยบอกเบลเมลให้จ่ายส่วนของตัวเองไป

ส่วนเด็กทั้งสองค่อยว่ากันทีหลัง

แต่เบลเมลกลับพูดว่า “เงินที่จ่ายเป็นส่วนของนามิกับโนยิโกะ” 2 คน เพราะ ทั้งสองคนนั้นคือ ลูกสาวของฉัน

อารอนได้ยินเช่นนั้น ก็เลยสังหารเบลเมล ต่อหน้าเด็กทั้ง2 นามิ และ โนยิโกะ เสียใจมาก

หลังจากคุณเบลเมลตาย หมู่บ้านก็อยู่ใต้การปกครอง ของกลุ่มอารอน

และกลุ่มของอารอนเห็นพรสวรรค์การเขียนแผนที่ของนามิ ก็เลยชวนให้นามิไปทำงานด้วย แลกกับ การซื้อคืนอิสระให้หมู่บ้าน

และนามิก็ยอมทำงานนี้ เพื่อเอาเงินที่ได้ไปปลดหนี้ให้กับคนในหมู่บ้าน

แต่อย่างไรก็ตาม นามิก็ไม่ทำให้การตายของเบลเมลสูญเปล่า เมื่อนามินั้นพยายามรวบรวมเงินเพื่อปลดหนี้คนในหมู่บ้าน แถมได้ลูฟี่มาช่วยอัดอารอนและพรรคพวกอีก ทำให้คนในหมู่บ้านนั้นมีความสุขกลับมาอีกครั้ง

ปล. คุณเบลเมล ได้รับการเสนอชื่อประกวด ตัวละคร คุณแม่ ในการ์ตูน ที่เสียสละเพื่อลูก ด้วยนะครับ

ผู้ได้รับเสนอชื่อเช่น แม่โนบิตะ แม่พีสคุง นิโค โอเวีย และ คุณเบลเมล ครับ

อันดับ 4 

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” 

แชงคูส 1 ใน 4 จักรพรรดิ แห่งโลกใหม่ และ ลูฟี่ 

ในวัยเด็กลูฟี่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านฟูเชีย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มโจรสลัดกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในหมู่บ้าน ลูฟี่จึงได้พบกับกลุ่มโจรสลัดที่มีชื่อว่า กลุ่มโจรสลัดผมแดง ลูฟี่เป็นเพื่อนกับเหล่าบรรดาโจรสลัดกลุ่มผมแดง และอีกทั้งยังอยากจะขอเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดผมแดงอีกด้วย แต่ แชงคูส หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดผมแดงไม่ต้องการให้ลูฟี่เข้าร่วม

ช่วงระหว่างนี้เองลูฟี่ได้กินผลปีศาจ ที่ชื่อว่าผลโกมุโกมุ เข้าไป ทำให้ร่างกายมีลักษณะพิเศษคือ มีคุณสมบัติเป็นยาง และจะว่ายน้ำไม่ได้ไปตลอดชีวิต

ต่อมามีกลุ่มโจรภูเขาได้เข้ามาในหมู่บ้านและได้ไปมีเรื่องกับ กลุ่มโจรสลัดผมแดง แต่ว่า พวกแชงคูสไม่ตอบโต้คืน ซึ่งทำให้ลูฟี่ไม่พอใจมาก

หลังจากนั้นลูฟี่จึงไปแก้แค้นให้พวกแชงคูส แต่ว่าถูกกลุ่มโจรภูเขาจับตัวไป พวกแชงคูสจึงเข้าไปช่วย กลุ่มโจรภูเขาไม่สามารถสู้ได้

จึงจับตัวลูฟี่ไปเป้นตัวประกันเพื่อหนีออกทางทะเล แชงคูสได้ตามไปช่วยลูฟี่จากการโจมตีของ เจ้าทะเลแถบนั้น จนช่วยสำเร็จแต่ ตัวแชงคูสนั้นถูก เจ้าทะเล กัดแขนขาดไปข้างหนึ่ง

ลูฟี่ เสียใจเป็นอย่างมาก และได้ร้องไห้ ครั้งใหญ่เพราะสำนึกเสียใจ ในสิ่งที่ตัวเองมีส่วนทำลงไป

หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มโจรสลัดผมแดง ก็ได้เดินทางไปที่อื่นต่อและแชงคูสได้มอบหมวกฟางที่เขาใส่อยู่เป็นประจำให้ ลูฟี่ และลูฟี่ก็ได้สัญญากับแชงคูสว่าจะก้าวข้ามแชงคูสไปอีกและจะเป็น เจ้าแห่งโจรสลัด

อันดับ 3 

“การมีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ” 

ดร.ฮิลรุค 

วาโปลู : นี่แก ยังไม่รู้อีกเหรอ เจ้าโง่ พวกอิชชี่ทะเวลตี้ สบายดี ยังสดใส ปิ้งๆ กันอยู่ทุกคน………………..ฮ่าๆๆๆๆ แก.. มารนหาที่ตายเอง ด็อกเตอร์ฮิลรุค ฮ่าๆๆๆๆๆ ทหารจับมันเร็ว!!

ด็อกเตอร์ฮิลรุค: อะไรกัน….ดีจริงๆ …ไม่มีคนป่วยสินะ สิ่งสำคัญที่สุดของประเทศนี้ปลอดภัยดีสินะ …อะไรกัน.. นี่ฉันถูกหลอกหรือเนี่ย….!

วาโปลู : เฮ้อะ ถ้าเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ ก็ไม่ให้คนอย่างแกมารักษาหรอก ไม่ต้องไปสนใจ……………….. ยิงมันเลย!!!

ด็อกเตอร์ฮิลรุค : ไม่ต้อง!! พวกนายฆ่าฉันไม่ได้หรอก

วาโปลู : ว่าไงนะ

ด็อกเตอร์ฮิลรุค: นี่…….นายคิดว่าคนเราจะตายเมื่อไหร่ล่ะ

ตายเพราะโดนยิงกลางหัวใจอย่างงั้นเหรอ ไม่ใช่สิ!.. . …….ฤาตายเพราะโรคที่ไม่มีทางรักษา ไม่ใช่….อีกนั้นแหละ …จะตาย……เพราะว่าไปกินซุ๊ปเห็ดพิษอย่างงั้นเหรอ….ไม่ใช่!!!

เวลาที่…….คนเราถูกลืมต่างหากล่ะ ถึงฉันจะตายไปแต่ความฝันของฉันยังอยู่ ฉันจะต้องช่วยจิตใจของชาวเมืองที่กำลังป่วยอยู่ให้ได้

ร้องไห้ทำไม? ดอลตั้นคุง (ตอนนั้นเป็นแม่ทัพอาณาจักรดรัม)

ดอลตั้น : ประเทศนี้…ก็กำลังร้องไห้เช่นกัน.

วาโปลู : นี่ๆ…ดอตั้น แกร้องไห้หาอะไร ฮ่าๆๆๆๆๆ

ด็อกเตอร์ฮิลรุค:(วางใจเถอะช๊อปเปอร์ ฉันไม่ได้ตายเพราะเห็ดของนายหรอก) ให้ตายสิ!…..ชีวิตนี่มันดีจริงๆ

—————–ลาก่อนเจ้าหมอเถื่อน…———————

ตูม………………………………………………

อันดับ 2 

– เพื่อนกันตลอดกาล – 

กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และ นาเฟลเตลี บิบี 

เริ่มจาก พวกลูฟี่ ตัดสินใจไปอาณาจักรอลาบาสต้าพร้อมกับเจ้าหญิงบิบี เพื่อยับยั้งแผนการยึดครองอาณาจักรอลาบาสต้าขององค์กรอาชญากรรมลับ

บาล็อคเวิร์คส์

พอพวกลูฟี่มาถึงอลาบาสต้าแล้ว แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มิสเตอร์ซีโร่กำลังจะเริ่มแผนการยึดครองอาณาจักรอลาบาสต้าขั้นตอนสุดท้าย

บิบีต้องการยับยั้งการจลาจลให้ได้ รีบมุ่งหน้าไปที่ยูบา ฐานบัญชาการของคณะปฏิวัติ ระหว่างเดินทางบิบีได้เล่าถึงต้นเหตุความขัดแย้งภายในอลาบาสต้า ซึ่งเกิดจากแดนซ์พาวเดอร์ ผงที่จะช่วยทำให้เกิดฝนตกลงมา ครอคโคไดล์วางแผนการชั่วร้ายโดยใช้แดนซ์พาวเดอร์เป็นชนวนให้พระราชากับ ประชาชนเกิดความขัดแย้งกัน

เมื่อพวกลูฟี่มาถึงยูบาก็พบชายแก่คนหนึ่งกำลังขุดทรายอยู่ ซึ่งชายคนนั้นเป็นพ่อของโคซ่าคนที่บิบีรู้จักดี เมื่อลูฟี่ได้รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น จึงได้ตัดสินใจที่จะจัดการครอลโดล์ให้ได้ก่อนเพื่อเป็นการหยุดยั้งการจลาจล ครั้งนี้จึงเริ่มมุ่งหน้าสู่เรนเบสเมืองที่ครอลโคไดล์อยู่

พระราชา รู้เรื่องที่ครอคโคไดล์เป็นผู้อยู่เบื่องหลังเหตุการณ์ก่อจลาจลจากข้อความ ที่กาลูคาบไปส่ง จึงสั่งให้เตรียมทัพใหญ่เพื่อมุ่งหน้าสู่เรนเบส พวกลูฟี่ที่ไปหาครอคโคไดล์ที่เรนเบสและเผลอติดกับดักเข้าให้

สุดท้าย พวกลูฟี่ก็หนีรอดออกมาได้เพราะซันจิเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างกองทหารของอาณาจักรกับพวกคณะปฏิวัติกำลังจะ ระเบิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ พวกลูฟี่จึงรีบมุ่งหน้าสู่อลาบาสต้าทันที แต่จู่ๆครอคโคไดล์ก็ปรากฏตัวขึ้น ทำให้การต่อสู้ระหว่างครอคโคไดล์กับลูฟี่ ได้ถึงเวลาเปิดฉากขึ้น!!

ลูฟี่เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังพิเศษของผลสุนะสุนะ (ผลทราย)ที่ครอคโคไดล์กินเข้าไป ก็ต้องพ่ายแพ้โดยที่ทำอะไรครอคโคไดล์ไม่ได้เลย การเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่างกองทหารคณะปฏิวัติคืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกบิบีคิดจะยับยั้งการเผชิญหน้านั้นและสามารถหลอกล่อพวกมิสเตอร์วันได้ สำเร็จ

แต่สุดท้ายบิบีก็ทำไม่สำเร็จ การต่อสู้อันโหดร้ายจึงได้เริ่มขึ้น ถึงกระนั้นพวกโซโลก็ยังตั้งหน้าตั้งตาสู้ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรงเหลืออยู่ และบิบีก็ยังคิดหาวิธีที่จะหยุดยั้งการจลาจลนี้ให้ได้ พวกโซโลจึงต้องสู้กับพวกบาล็อคเวิร์ค อุซปและช็อปเปอร์สู้กับมิสเตอร์โฟร์และมิสเมอร์รี่ คริสต์มาส ซันจิ เจอกับ มิสเตอร์ทูบอนเคร์ นามิ เจอกับ มิสดับเบิ้ลฟิงเกอร์ ส่วนโซโล เจอกับ มิสเตอร์วัน แล้วส่วนบิบีที่คิดจะเข้ามาหยุดยั้งการจลาจลก็ได้พบเข้ากับครอคโคไดล์มีเป้า หมายที่จะครอบครอง พูลตัน อาวุธที่รุนแรงที่สุดในโลก ซึ่งถูกบันทึกไว้อยู่บนตัวอักษรโพเนกรีฟ

ส่วนพวกโซโลก็ต้องสู้กับพวก บาล็อคเวิร์คออฟฟิศเอเย่นต์ แต่ละคนเข้าใจดีว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนก็สามารถเอาชนะได้อย่างงดงาม ส่วนบิบีที่ได้พบกับครอคโคไดล์ที่ราชวัง และได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของแผนครั้งนี้ พร้อมกับแผนที่จะทำลายลานหน้าวัง ระหว่างที่สิ้นหวังกำลังสั่นคลอนความรู้สึกของบิบี ลูฟี่วีรบุรุษเพียงคนเดียวที่จะหยุดการจลาจลครั้งนี้ได้ก็ปรากฏตัวขึ้น

เสียงกู่ร้องแห่งหัวใจของบิบีได้ส่งไปถึงลูฟี่และเหล่าพวกพ้องคนอื่นๆ แล้วพวกบิบีเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อหยุดยั้งการระเบิด ส่วนลูฟี่ก็เตรียมที่จะโค่นครอคโคไดล์

ลูฟี่เคยแพ้ครอคโคไดล์ในการสู้แบบ ตัวต่อตัวถึงสองครั้งสองครา ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ลูฟี่เตรียมใจที่จะสู้แบบถวายชีวิต อีกด้านหนึ่งพวกบิบีที่กำลังควานหาคนยิงปืนใหญ่ก็เริ่มระแคะระคายสงสัยที่หอ นาฬิกา

บิบีและพวกโซโลจึงไปที่หอนาฬิกาและปรากฏว่าที่หอนาฬิกาไม่มีคนยิง ปืนใหญ่แต่กลับมีระเบิดแทน และที่สำคัญระเบิดใกล้จะระเบิดแล้วด้วย แต่ก็ได้มาด้วยความลำบาก เพราะการช่วยเหลือของเปรูที่เสียสละ นำระเบิดไปปล่อยที่ท้องฟ้าพร้อมกับชีวิตของตนเอง

ส่วนการดวลตัวต่อ ตัวของครอคโคไดล์กับลูฟี่ก็เริ่มขึ้น อนาคตของอาณาจักรอลาบาสต้าตกอยู่ในกำมือของลูฟี่ การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก ลูฟี่บาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆ ทำให้ชนะครอคโคไดล์ได้ในที่สุด ความสงบสุขจึงกลับมาเยือนอลาบาสต้า

ไคลแม๊กซ์

ต่อมาพวกกองทัพเรือนำโดน ฮินะ และจังโก้ ฟุลบอดี้ ก็แกะรอยตามหาลูฟี่จนพบ และขณะที่ บิบีตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ตามพวกลูฟีไป เพราะ ต้องฟื้นฟู อาณาจักรของตนเอง

พวกลูฟี่จึงได้แต่ฟังคำร่ำลาของ บิบี เพียงฝ่ายเดียว จะโต้ตอบก็ไม่ได้เพราะรัฐบาลโลกจะสงสัยในตัวบิบีได้

ทุกคนจึงพร้อมใจกันหันหลัง พร้อมชูแขนโชว์เครื่องหมายแห่งความเป็นเพื่อน

แม้จะเป็นการลาที่แสนเศร้าแต่สัญญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนที่สักไว้ที่แขน ก็เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นเพื่อนของทุกคนไปตลอดกาล…

อันดับ 1 

ตลอดกาลทุกประเทศ เป็นเอกฉันท์

“ขอบคุณที่ดูแลใส่ใจและให้ความสำคัญกันมาตลอด ฉันมีความสุขมากเลย” 

โกอิ้งแมรี่ 

“โกอิ้งแมรี่” เป็นชื่อเรือ ที่ลูฟี่และเพื่อนใช้ในการผจญภัยไปยังแกรนด์ไลน์ ออกแบบ โดย เมรี่ คนรับใช้ของคายะ

และเริ่มมีบทบาท ตั้งแต่ที่ ลูฟี่ได้อุซปมาเป็นสมาชิก และ อุซปก็ผูกพันกับแมรี่มาก โดย แมรี่นั้นก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ตั้งแต่ทะเลอีสบลู แกรนด์ไลน์ วิสกี้ พีค ,ลิตเติ้ลการ์เด้น,อาณาจักรดรัม,อลาบาสต้า,จายา,สกายเปียร์,ลองริงลองรัน จนถึงวอเตอร์เซเว่น

โกอิ้งแมรี่” เป็นเรือคาราเวลมีใบเรือตรงกลางเพื่อรับลม และมีหางเสือเพื่อเปลี่ยนทิศทาง เดิมพวกลูฟี่ไม่เคยมีเรือเป็นของตัวเองมาก่อนเลย แต่หลังจากแวะที่หมู่บ้านไซรัป บ้านเกิดของอุซป ทำให้ได้เจอกับเรื่องราวสารพัด จนได้อุซปมาเป็นพวกพ้องด้วย อุซปนั้นได้สร้างความดีความชอบให้แก่ คายะ เพื่อนหญิงลูกมหาเศรษฐีของอุซป คายะจึงมอบเรือให้แก่พวกลูฟี่ ออกเดินทางสู่แกรนด์ไลน์ เรือนี้เป็นเรือของเมอรี่ เป็นพี่เลี้ยงของคายะ มีทรงผมคล้ายแกะ จึงนำมาออกแบบเรือเป็นเรือแกะ

ซึ่งบริเวณหัวแกะนี่เป็นสถานที่โปรดของ ลูฟี่ ที่จะมานั่งทุกครั้ง ในฐานะกัปตันเรือ

ด้วยความผูกพันธ์ที่มีร่วมกันมายาวนาน ระหว่างเรือกับลูกเรือ จึงก่อเกิดจิตใจขึ้นกับเรือ หรือจะเรียกว่า วิญญาณก็น่าจะได้

โดนวิญญาณของ แมรี่ ถูกเรียกว่า คาบาวทาแมน และถูกพบเห็นครั้งแรก ตอน ที่เรือถูก จู่โจม โดน ชูร่า และอุซปหลับไปและตื่นมาเห็นคนกำลังซ่อมเรือ

โกอิ้งแมรี่ร่วมผจญภัยไปกับลูฟี่ตั้งแต่เล่ม 5 ถึงเล่ม 44

วาระสุดท้ายของแมรี่คือ การแล่นฝ่าทะเลอันเกรี้ยวกราดออกมาช่วยพวกลูฟี่ซึ่งโดนพวกกองทัพเรือและบัสเตอร์คอล ปิดล้อมไว้อยู่

ซึ่งในขณะนั้น ลูฟี่เพิ่งใช้แรงทั้งหมด เอาชนะ ร๊อบ ลุจจิ หัวหน้าหน่วย CP9 ได้ และไม่สามารถขยับร่างกายได้

รวมไปถึงกำลังถูกไล่ต้อนจากทหารเรือ และพรรคพวกไม่สามารถมาช่วยได้

ในขณะที่ความเป็นตายกำลังใกล้เข้ามา ลูฟี่ และ อุซปก็เริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง

และทุกคนก็ตะโกนว่า กระโดดลงทะเล กระโดดลงทะเล กระโดดลงทะเล

ทุกคนเริ่มเข้าใจ สิ่งที่เพื่อนตะโกนบอกต่อๆกัน และพร้อมกับกระโดดลงไปในทะเล

ท่ามกลางความงุงงงของ ทหารเรือ ว่า โดดลงไปทำไม ? ที่ปลายเท้าของ กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มีเพื่อนเก่าของพวกเขา รอรับพวกเขาอยู่

เรือโกอิ้งแมรี่ เดินทางพาพวกลูฟี่ มาเจอกัย พวกไอซ์เบิร์ก และก็ได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจ จากไอซ์เบริ์กว่า

ทำไมโกอิ้งเมรี่ถึงโผล่ไปรับพวกลูฟี่หนีออกมาได้ ที่แท้ลุงไอซ์เบิร์กก็ไปพบซากของโกอิ้งเมรี่ และได้ยินเสียงวิงวอนของมันว่าอยากกลับไปแล่นทะเลอีกครั้ง

เป็นหนสุดท้าย

ไอซ์เบิร์ก จึงทำการซ่อมเท่าที่ทำได้สุดฝีมือ จากนั้น คลื่นก็ซัดมา หอบแมรี่ ไหลลงทะเลไป

และเมื่อทั้งหมดปลอดภัยก็เสร็จสิ้นภารกิจของแมรี่ หัวเรือโกอิ้งเมรี่ก็แตกออกจากตัวเรือ

พร้อมกับคำที่เหมือนประกาศิตจากไอซ์เบิร์กว่า เรือลำนี้ จริงๆแล้ว ไม่มีทางจะวิ่งออกทะเลได้อีกเป็นครั้งที่ 2

แต่ที่เรือลำนี้ทำได้เพราะมีจิตใจที่ห่วงพวกพ้องของตัวเองอยู่ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องปลดระวางเรือลำนี้เสียที

สุดท้ายจากคำแนะนำของไอซ์เบิร์กที่ให้พาโกอิ้งเมรี่ไปสู่สุขคติ

สมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางจึงได้เผาเรือตามธรรมเนียม

เพื่อเป็นการไว้อาลัย เป็นครั้งสุดท้ายให้กับโกอิ้งเมรี่…เพื่อนที่แสนดีของพวกเขา

และในขณะที่ลูฟี่กำลังเผาแมรี่นั้นเอง แมรี่ก็ได้ พูดสั่งเสียกับทุกๆคนว่า

“ขอโทษนะ อยากไปต่อให้ไกลกว่านี้อีกหน่อย แต่คงไม่ไหวแล้วละ”

และลูกเรือทุกคนก็ร้องไห้ แม้แต่พวกไอซ์เบิร์กยังได้ยิน

แมรี่ก็ร่ำลาครั้งสุดท้ายกับ พวกลูฟี่ทุกคน และจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล

ทิ้งไว้แต่เพียงควมทรงจำที่สวยงามที่สุดเรื่องหนึ่ง ในวันพีช

“มองมาข้างล่างสิ”

“มารับแล้วล่ะ”

เพราะ “ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์คิดได้ มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นจริง”

ถ้าเราคิดกันเยอะๆ เราอาจจะได้เจอแมรี่ อีกก็เป็นได้

เอามาจากกระทุ้ปี52นะครับ ค่าหัวอาจเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

ปล. อันดับไม่ใช่อันดับบ้านเราครับ ความคิดอาจไม่ตรงกันครับ

ที่มา: pantip.com
ที่มา : board.postjung.com/687755.html

ช็อก “เต๋อ-พีค” ปิดฉากรัก ลือหึ่งอาถรรพ์รัก7ปี เจ้าตัวน้ำตาคลอ พับงานวิวาห์


ช็อก “เต๋อ-พีค” ปิดฉากรัก ลือหึ่งอาถรรพ์รัก7ปี เจ้าตัวน้ำตาคลอ พับงานวิวาห์ 

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. พระเอกคนดัง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวซีรีส์สุดหลอน “เพื่อนเฮี้ยน…โรงเรียนหลอน  ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ว่าตัดสินใจ พับงานวิวาห์กับแฟนสาว พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ไปก่อน
 โดยพระเอกคนดังเผยว่า เรื่องแต่งตอนนี้พักไว้ก่อน เพราะว่าตนและพีคค่อนข้างจะมีงานเข้ามาเยอะ มีเปิดกล้องละคร มีงานพิธีกร มีเขียนบท ก็เลยยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ส่วนพีคกับตนได้คุยกันก็โอเค เป็นการคุยกันของทั้งสองฝ่าย ช่วงนี้ตนกับน้องพีคตกลงกันว่าจะพักแล้ว (อึ้ง หยุดนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า) สาเหตุจากเรื่องที่สะสมมาพักนึง เป็นความรู้สึกที่ว่า เรารักกันมาก เรื่องความรักเรามีเยอะมาก แต่ว่าหลายๆ อย่าง มันเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันไม่ได้ เราก็ตกลงกัน ว่าอยากจะถอยมาก่อน เลยตัดสินใจถอยออกมา เรายังเป็นพี่น้องกัน แต่ความรักมันยังเหมือนเดิม
 ต่อข้อถามที่ว่าเรื่องนี้ทำให้คนช็อกเหมือนกันเต๋อบอกว่า ตนทั้งคู่ก็ช็อก จริงๆ ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ ถามว่าก่อนหน้านี้ดูรักกันมาก แล้วมีจุดพลิกผันอย่างไร เต๋อ กล่าวว่า  มันไม่ได้มีจุดพลิก เหมือนตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาอยู่กันด้วยความรักมาโดยตลอด แต่เวลามีปัญหาหรือมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะมองข้ามไปตลอด แล้วก็ปล่อยไว้ เพราะรัก และอยู่ด้วยความรัก รู้สึกแค่ว่ารักกันมันก็จบแล้ว แต่พอเวลามันผ่านไป ปัญหาเล็กๆ นั้นมันใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุด ที่เราคิดว่า ถ้ายังอยู่ด้วยกันต่อไป มันน่าจะมีปัญหา และคงทะเลาะกัน ซึ่งตนไม่ได้อยากทะเลาะกับน้องพีค และน้องพีคก็ไม่อยากทะเลาะกับตน
 เมื่อถูกถามว่าถึงจุดอิ่มตัวหรือเปล่า พระเอกคนดังก็เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้สิ จริงๆ มันไม่มีใครผิดเลย ต่างคุยกันด้วยดี ได้คุยกันแล้วก็เข้าใจว่า ถ้าเราไม่ใช้เหตุผลเลย ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว ก็คงไม่ถอยกันมาถึงจุดนี้ แต่ถ้าเรามองในแง่เหตุผล ถ้าวันนึงเราแต่งงานกัน มีชีวิตคู่อยู่ด้วยกันไป แล้วปัญหานี้เราจะทำยังไงกับมัน
 เรื่องการลองปรับตัว มันเคยผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ที่ช่วยกันปรับ แต่สุดท้ายมันก็คือตัวของเรา ต่อให้ปรับขนาดไหน แต่เราเป็นใคร เป็นแบบไหน เราปรับสิ่งนั้นไม่ได้ เขาก็ต้องโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ในแบบของเขา ซึ่งเราก็จะอยู่เป็นกำลังใจให้เขาไปเรื่อยๆ อาจจะไม่ใช่ในฐานะแฟน
 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกเสียดายไหมกับความรักครั้งนี้หนุ่มเต๋อตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ไม่เสียดาย และถ้าย้อนเวลากลับไป ตนก็ยังจะจีบพีคอยู่ดี
 เรียกว่าเป็นการปิดฉากคู่รักมาราธอนแห่งวงการบันเทิงไปอีกคู่หลังคบหากันมานานถึง7 ปี สำหรับพระเอกอารมณ์ดี เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และนางเอกสาว พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ
 โดยทั้งคู่ปิ๊งรักกันกลางกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “สายลับจับบ้านเล็ก” ซึ่งพีคเล่นเป็นนักแสดงนำ ส่วนเต๋อนั้นได้บทเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ โดยเต๋อเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตอนแรกที่เจอไม่ได้คิดจะจีบพีค เพียงแต่รู้สึกว่าเวลาได้คุยแล้วสนุกมีความสุข ด้านพีคก็บอกว่าเต๋อเป็นคนที่ทำให้รู้สึกอยากคุยอยากเล่นด้วย เป็นคนที่ไม่น่ากลัว
 นอกจากจะคบหากันในฐานะคู่รัก ทั้งคู่ยังลงขันร่วมกันทำธุรกิจ ทั้งเสื้อผ้า และล่าสุดร้านขนม โดยมีการวางแพลนว่าถ้าร้านขนมอยู่ตัวเมื่อไร การแต่งงานจะมีขึ้น โดยเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมาเต๋อเคยให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมจะเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวแต่งงานในปีหน้า แต่สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็มีอันต้องปิดฉากลง ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์เลข 7 ตามความเชื่อของตะวันตก ที่ว่าหากคู่รักคบกันมา 7 ปีแล้ว หากไม่แต่งงาน ก็ต้องเลิกรากันไป
 ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังดาราสาว ก็ระบุว่ายังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล แต่ผู้จัดการส่วนตัวเผยว่า ตอนนี้ดาราสาวยังไม่พร้อมจะพูด แต่เรื่องนี้ดาราสาวได้มีการพูดคุยกับเต๋อมาสักพักหนึ่งแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามที่เต๋อให้สัมภาษณ์

ที่มา: facebook.com/khaosod

ตายายคู่นี้ “ถ่ายรูปคู่” ที่สวนหลังบ้านทุกเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง…


“ตลอดกาล และ ตลอดไป” มีอยู่จริง

ช่างภาพและนักข่าวชื่อว่า Ken Griffiths ได้เก็บภาพคู่รักตายายคู่นี้ไว้เพื่อนำไปลงในนิตยสาร Sunday Times เป็นเวลา 12 เดือน โดยให้คุณและคุณนาย Sweetman โพสท่าเดิม ที่เดิมในสวนหน้าบ้าน

ภายในภาพเราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสวนของคุณตาและคุณยาย

…จนถึงภาพสุดท้าย

Ken Griffiths เริ่มถ่ายภาพนี้ตั้งแต่ปี 1973

01JournalistKenGriffithsoftheSundayTimestookphotosofhisparentsintheirgardenin1973andonwardSorryifrepost.resize_640x

02zFnZhNo.resize_640x

เขาได้เก็บภาพของคู่รักคุณตาและคุณยาย Sweetman ไว้

03zgWD8jI.resize_640x

04r14Ekmx.resize_640x

ทั้งคู่ทั้งยืนที่เดิมที่สวนหน้าบ้าน โพสท่าเดิมในทุกๆเดือน ที่เมือง East Sussex ประเทศอังกฤษ

05juOU6Ks.resize_640x

06ZvWzpRY.resize_640x

ภาพถ่ายชุดนีมีชื่อว่า “English Country Garden” โดยในภาพจะแสดงให้เห็นดอกไม้ที่เติบโตตามฤดูกาลที่ผ่านไป

07rSiy9T5.resize_640x

แต่แล้ว ชีวิตมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเช่นเดียวกัน

081tFPawv.resize_640x

09nwEB493.resize_640x

เมื่อฤดูนั้นมาถึง…

10yJpzvWc.resize_640x

113P1KJ9B.resize_640x

ภาพสุดท้ายที่ Griffiths ถ่ายออกมา เป็นภาพที่คุณตา Sweetman ยืนอยู่คนเดียวหน้าบ้าน โดยไม่มีคุณยายมายืนข้างๆตลอดกาล…

1241gmlPA.resize_640x

ภาพชุดนี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร The Sunday Times ในปี 1974 และช่างภาพ  Kenneth James Griffiths ก็ได้จากโลกนี้ไปในปีเดียวกันนั้นด้วยวัย 69 ปี

ที่มา: catdumb

การจากลาครั้งสุดท้ายสุนัข k9 กับทหารคู่ใจ


 

      สุนัขทหาร เจ้า Heibo กับ ทหารคู่ใจJiang Yutao ทั้งสองได้ร่วมภารกิจด้วยกัน กิน นอนอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานกว่า 2 ปี  จนกระทั่งนายทหารต้องปลดประจำการ  และภาพที่น่าประทับใจนี้ถูกบันทึกไว้ในวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน  เจ้า   Heibo มองนายทหารด้วยสายตาเศร้าหมอง ดึงกระเป๋าของเค้าเพื่อยื้อเวลาในการอยู่ด้วยกัน จนในที่สุดมันตัดสินใจถือกระเป๋าไปส่งเค้าที่ประตู นาย ทหารกล่าวว่า “แม้เราจะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่มันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่สามารถนำมันไปด้วยได้ เพราะเจ้า Heibo ยังคงต้องปฎิบัติภารกิจต่อไปเราผูกพันกันมากและหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง…”


นายทหารผู้เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่เลี้ยงค่อยให้น้ำให้อาหารและดูแลมันอยู่เสมอ

ถึงเวลาที่ต้องจากลา ด้วยภาระและหน้าที่ของทั้งคู่ ที่ทำให้เราต้องยอมรับมัน

Heibao พยายามจะดึงกระเป๋านายทหารไว้

การยื้อกระเป๋าจบลง เจ้า Heibao  ยินยอมที่จะเป็นคนถือกระเป๋าไปส่งนายทหารแต่โดยดี

ในขณะนั้น หมวกของนายทหารได้ปลิวออกไป เจ้า Heibao รีบไปคาบมาให้เค้าอย่างรวดเร็ว

“It broke both our hearts,”

แม้ว่าทั้งคู่จะโศกเศร้ามากเพียงใด แต่ชีวิตต้องเดินต่อ

ได้แต่หวังว่าในวันนึง พวกเค้าจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

CR http://www.dogheirs.com

เลิกกับแฟนได้1อาทิตย์ ตอนที่คบกันเราเคยนอกใจแต่แฟนให้อภัยแล้ว ครั้งที่2เค้าจับได้ว่าเราแอบคุยกับรุ่นน้อง …


 

บุคคลนิรนาม : เลิกกับแฟนได้1อาทิต แต่ตอนที่คบกัน เราเคยนอกใจ แต่แฟนให้อภัย แล้วครั้งที่2 คือเค้าจับได้อีกว่าเราแอบคุยกับรุ่นน้องเค้า แล้วเค้าก็ขอเลิก เพราะว่าเราไปคุยกับรุ่นน้องคนสนิท เราก็เลยยอมเลิก พอเรายอมเลิก ทั้งที่ยังรักอยู่ เค้าพูดว่า ง้อสักคำยังไม่มี งั้นจบแค่นี้ มันคืออะไร เค้ายังรักเรา อยากให้เราง้อเหรอ

 

ที่ปรึกษา PointLovers : 

รู้มั๊ยคะ.. ว่าบางครั้ง ปัญหามากมายหลากหลาย.. ไม่ได้เป็นเหตุทำให้ต้องเลิกกันหรอกนะคะ..
แต่ที่เขาพูดออกมาว่า เราเลิกกัน.. นั่นเป็นเพราะ เขาอยากรู้ค่ะ.. ว่าคุณรักเขามากแค่ไหน ?
มากพอที่จะทิ้งคนใหม่ที่คุยด้วยแล้วกลับมาง้อเขารึเปล่า ? แค่นั้นเอง ที่เขาคิด..
# ผู้ชาย กับ ผู้หญิง .. บางทีก็มีนิสัยบางอย่างที่เหมือนกัน
นั่นคือ ไม่ชอบพูดอะไรตรงๆ และทำอะไรตามอารมณ์มากกว่าตามความรู้สึก !!
# ทั้งที่ความเป็นจริง.. ควรจะมาคุยกันมากกว่า ว่าปัญหามันเกิดมาจากอะไร ?
กับแค่..รักคนๆเดียว คุยกับคนๆเดียว มันไม่พอใช่มั๊ย ? ทำไมต้องพยายามหาคนใหม่คุยด้วยตลอด..
หากรักกันจริงๆ.. ควรจะหยุดได้แล้วนะคะ การคุยกับคนใหม่ไปเรื่อยๆ..
เพราะ ถึงจะรักมากแค่ไหน.. แฟนคุณเขาคงไม่ทนให้คุณคุยกับคนใหม่ได้ตลอดหรอกค่ะ !!
คนนะคะ.. คุณมีความรู้สึก เขาเองก็มีความรู้สึก.. เจ็บได้ ร้องไห้เป็น.. !! ใช่ว่าจะไม่เสียใจซะเมื่อไร !!
# ดังนั้น หากคุณรักเขา(จริงๆ) และคุณอยากกลับไปคบกับเขา.. ให้รีบกลับไปง้อเขาค่ะ !!
อย่าปล่อยให้อะไรๆมันนาน เกินกว่าจะเยียวยารักษาได้… เดี๋ยวจะมาเสียใจทีหลังนะคะ :))

Cr. ‘ รับปรึกษาปัญหาหัวใจ ‎@PointLovers

 

อ่านเพิ่มเติม