XXX วาบหวิว…สยิวทรวง ชุดนักศึกษาไทยใครๆ ก็อยาก “แก้ไข”


“เสื้อแน่นอก กับกระโปรงสั้นเสมอ…?” ยังคงเป็นประเด็นให้กล่าวถึงกันอยู่ทุกยุคทุกสมัยเรื่องการแต่งกายของนิสิต-นักศึกษา กับกระแสแฟชั่นในเครื่องแบบยูนิฟอร์มที่ยังคงดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนเมื่อหลายปีก่อนผลโหวตจากแดนปลาดิบได้ฟันธงมาว่า “ชุดนักศึกษาไทยเซ็กซี่ที่สุดในโลก” เพราะทั้งฟิต ทั้งรัดแน่ปึ๋ง เดินๆ อยู่กระดุมกระเด็นก็มี แถมกระโปรงยังทั้งสั้นทั้งผ่า มองยังไง๊..ยังไง ก็ไม่ใช่เครื่องแบบนักศึกษาอย่างแน่นอน ส่งผลให้ปัจจุบันเว็บไซด์ญี่ปุ่นถึงกับอดใจไม่ไหวเอาชุดนักศึกษาไทยไปเป็นชุดคอสเพลย์เปิดขายในโลกออนไลน์กันอย่างเปิดเผย จนเกิดคำถามขึ้นมากมายว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ชุดนักศึกษาอันทรงเกียรติ จะกลายไปเป็นชุดคอสเพลย์สำหรับแต่งเพื่อเน้นความเซ็กซี่ หรือเป็นสื่อเพื่อกระตุ้นทางเพศ วันนี้ Life on campus ได้ติดตามความคืบหน้าถึงโครงการรณรงค์แต่งกายให้ถูกระเบียบของมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมาว่าประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร

รณรงค์แต่งกายชุดนักศึกษา…วาระแห่งชาติ

การรณรงค์เรื่องการแต่งกายของนิสิต-นักศึกษาเป็นประเด็นที่มีการรณรงค์กันมานานแล้ว แต่เมื่อปี พ.ศ. 2552 ได้เกิดวิกฤตอย่างหนักเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของนักศึกษาไทยในสายตาของชาวต่างชาติ ที่มองแล้วชุดนักศึกษาหญิงของไทยนั้นเซ็กซี่เกินคำบรรยาย ซึ่งขัดกับวัฒนธรรมไทยอย่างยิ่ง ทั้งนี้องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมหารือกับมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชนกว่า 30 แห่ง เกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้ จนเรียกได้ว่า “การรณรงค์การแต่งกายของนักศึกษาเป็นวาระการประชุมระดับชาติ” เกือบทุกแห่งในประเทศไทย ได้จัดโครงการต่างๆ ขึ้นมามากมาย และดำเนินการต่อเนื่องกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมตอบรับแนวทางแก้ปัญหาด้วยโครงการ “อีกนิดนะครับ…อีกนิดนะคะ” รณรงค์การแต่งกายถูกระเบียบ ให้สมกับเป็นเครื่องแบบพระราชทาน หรือโครงการ “ศิลปากรครบชุด” ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินการจากส่วนกลางโดยสโมสรนิสิตนักศึกษา รณรงค์เรื่องการแต่งกายให้ถูกระเบียบมหาวิทยาลัย และอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อหรือปรับปรุงให้เข้ากับคณะหรือสาขาวิชา อย่างของคณะอักษรศาสตร์ก็จะใช้ชื่อว่า“อักษรเป๊ะ” ซึ่งเป็นการรณรงค์ในระดับของคณะ ทางด้านมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ได้มีการรณรงค์เรื่องการแต่งกายนิสิตให้ถูกระเบียบ มีการจัดทำโครงการและโปสเตอร์รณรงค์ ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์ในแต่ละคณะด้วยเช่นกัน

ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยรังสิต หอการค้า และธุรกิจบัณฑิต ที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษในเรื่องเครื่องแต่งกายของนักศึกษา จากสายตาคนภายนอกที่มักจะมองว่าผิดระเบียบเป็นส่วนใหญ่ ก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “DPU Smart” ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต หรือ โครงการรณรงค์เรื่องเครื่องแต่งกายนักศึกษาเป็นของคณะนิเทศศาสตร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ที่เน้นไปที่เครื่องแต่งกายของนักศึกษาหญิงโดยตรง เพื่อลดปัญหาภัยคุกคามทางเพศ ชื่อโครงการว่า “Stop crime” ด้วยเหตุผลจากการวิจัยพบว่าชุดนักศึกษานุ่งสั้น รัดติ้ว สามารถเพิ่มอาชญากรรมทางเพศในสังคมได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มนักศึกษาจึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษาหญิงโดยเฉพาะ

แม้แต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เคยมีข้อถกเถียงมากมายเหลือเกินกับประเด็นการแต่งชุดนักศึกษา กล่าวว่า ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองก็ได้มีการรณรงค์ในเรื่องนี้เหมือนกัน แต่จะเป็นในส่วนของการแต่งกายให้สุภาพมาเข้าเรียนมากกว่า ซึ่งไม่ได้เน้นว่าจะต้องเป็นการแต่งกายในเครื่องแบบนักศึกษาแต่อย่างใด ที่เห็นได้ชัด จะเป็นสายแพทย์และพยาบาลที่จะต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกระเบียบ เพราะจะมีการเข้าห้องแล็ป และชุดนักศึกษาก็ควรจะเป็นชุดที่ปลอดภัย ส่วนสายสังคมศาสตร์ก็จะไม่ได้เน้นว่าให้แต่งกายชุดนักศึกษาเข้าเรียน ใส่ชุดอะไรก็ได้แต่เน้นเป็นชุดสุภาพ เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพ การรณรงค์จึงไม่ได้เน้นเรื่องเครื่องแบบนักศึกษาแต่เน้นเป็นชุดสุภาพ ตั้งแต่ปี 1 ถึง ปี 4

ยอมรับแก้ไม่ตก…เน้นปลูกฝังค่านิยม

แม้ว่าโครงการรณรงค์เรื่องเครื่องแต่งกายนิสิต-นักศึกษาจะได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน และมีโครงการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่หลายมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ประเมินความสำเร็จของโครงการต่างๆ เป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการรณรงค์เครื่องแต่งกายนักศึกษาที่ได้กระทำกันต่อเนื่องมาตลอดนั้น ถือว่าไม่ประสบผลสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังคงมีนักศึกษาบางส่วนที่แต่งกายผิดระเบียบ โดยมหาวิทยาลัยรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของนักศึกษาปี 1 หรือรุ่นน้องเฟรชชี่ ถือว่าประสบความสำเร็จถึง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ในเรื่องของการสร้างทัศนะคติ เพราะมีรุ่นพี่ที่คอยดูแลอยู่ ส่วนของนักศึกษาปี 2-4 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเรื่องของการปรับทรรศนะคติให้มองถึงประโยชน์แง่ดีในภาพลักษณ์ของการเป็นนักศึกษามากกว่า

อ.ลัดดาวัลย์ ผิวทองงาม รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิต มศว. กล่าวว่า “ความสำเร็จคงไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังมีหลุดๆ อยู่บ้าง อย่างนิสิตปี 1 ก็จะค่อนข้างเรียบร้อยเพราะจะมีรุ่นพี่ดูแลอยู่ เด็กปี 1 ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการแต่งกาย ส่วนใหญ่ที่มักจะเจอปัญหาก็จะเป็นรุ่นพี่ๆ ปี 2-4 ขึ้นไป ที่แต่งกายผิดระเบียบค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้น โครงการเหล่านี้ก็จะลงไปที่รุ่นพี่เป็นหลัก แต่ภาพโดยรวมแล้วก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี” 

หากจะวัดผลสำเร็จของโครงการคงจะทำได้ยาก แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยต่างมุ่งหวังนั่นก็คือ “การปลูกฝังค่านิยม และความตระหนักรู้” ให้กับนิสิต-นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ หรือในบางคณะก็อาจปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสายวิชาชีพแล้วการแต่งกายก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งไม่ว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลหรือเอกชน จะมีกฎและข้อบังคับที่ค่อนข้างเคร่งครัด อย่าง คณะแพทย์ ทันตแพทย์ และพยาบาล ก็ต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบเป็นส่วนใหญ่ หรือในบางมหาวิทยาลัยที่ขอออกตัวเก๋ๆ ว่า “ศิลปากรไม่เป๊ะ…แต่ identity ชัดเจน” 

นักศึกษาศิลปากรภาพลักษณ์ส่วนใหญ่จะมองว่าเป็น “เด็กติสท์” ในความถูกระเบียบอาจจะไม่เป๊ะนัก การที่ทางมหาวิทยาลัยจะลงไปทำความเข้าใจกับนักศึกษาในแต่ละคณะอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก เพราะมีความแตกต่างกันชัดเจน อย่างคณะโบราณคดี นักศึกษาจะส่วนใหญ่จะใส่กระโปรงยาวคลุมเข่า หรือคณะอักษรศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ก็จะกำหนดเลยว่าต้องเป็นกระโปรงพีชคลุมเข่า รองเท้าผ้าใบสีขาว หรือเด็กๆ ในคณะที่เกี่ยวกับศิลปะ การแต่งชุดนักศึกษาไปทำงานศิลปะก็อาจจะทำให้ดูเลอะเทอะ ตรงนี้ทางอาจารย์แต่ละรายวิชาก็อาจจะมีข้อยกเว้นเรื่องการแต่งกายได้

ในส่วนของมหาวิทยาลัยรังสิตเองก็เน้นไปที่การปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษาเช่นกัน โดยตระหนักถึงภัยคุกคามต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษาหญิงที่แต่งกายไม่เรียบร้อย ว่า “การแต่งกายที่โป๊จนเกินไปของนักศึกษา เป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรม บางครั้งการรณรงค์ด้วยสื่อใดวิธีการใด ไม่ว่าจะเป็นป้าย เด็กก็แค่มองแล้วก็ผ่านไป แต่มันต้องสร้างจิตสำนึกว่าจะต้องระวังตัวเอง ทางมหาวิทยาลัยรังสิตจึงมีนโยบายให้อาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกทางหนึ่ง”

ความเข้มงวดที่แตกต่างของ ‘รัฐบาลและเอกชน’

หลายครั้งที่เราพยายามหาคำตอบถึงภาพลักษณ์และข้อแตกต่างระหว่างนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชน และรัฐบาล ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนแต่งกายชุดนักศึกษาสไตล์แฟชั่น ที่รัดติ้ว กระโปรงสั้น มากกว่านักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาล จนถึงกับแยกได้เลยว่า นี่คือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยใด แต่จากการได้สอบถามไปยังอาจารย์และผู้ดูแลเกี่ยวกับกิจการนักศึกษาโดยตรง ทำให้ทราบว่า มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งมีมาตรการในการควบคุมเรื่องเครื่องแต่งกายของนักศึกษาที่เข้มงวดในระดับหนึ่ง นอกจากโครงการรณรงค์แล้ว หลายมหาวิทยาลัยยังมีอาจารย์ฝ่ายวินัยคอยเดินตรวจ และหักคะแนนนักศึกษา เริ่มต้นจากการตักเตือน และตัดคะแนนความประพฤติในที่สุด

ด้าน ผศ.ดร.วันวร จะนู ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธุรกิจบัณฑิต กล่าวว่า“มหาวิทยาลัยเอกชนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่ามหาวิทยาลัยรัฐบาลเสียอีก เพราะว่ามหาวิทยาลัยเอกชนต้องห่วงภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยของรัฐบาลหลายแห่งอาจไม่จำเป็น ดูจากมหาวิทยาลัยเอกชนอื่นๆ เขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องการแต่งกายของนักศึกษามาก มีมาตรการต่างๆ มากมาย ยกตัวอย่างผมเองที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐบาลก็ไม่เคยมีการรณรงค์เรื่องนี้เท่าไหร่นัก เราก็แต่งกายค่อนข้างอิสระมากกว่า”

ตรงกันข้ามกับมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่คนส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจในภาพลักษณ์ของนักศึกษาที่ออกมา แต่กลับพบว่า หลายมหาวิทยาลัยไม่ได้มีมาตรการที่เข้มงวด แต่ให้เหตุผลของความแตกต่างว่า การจะมองว่ามหาวิทยาลัยเอกชนแต่งกายผิดระเบียบมากกว่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งก็ได้มีมาตรการหรือโครงการรณรงค์เรื่องเครื่องแต่งกายเช่นเดียวกัน แต่อาจเป็นเพราะทัศนะคติที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่แรกอ.ลัดดาวัลย์ ผิวทองงาม รองจาก มศว. ได้อธิบายถึงความแตกต่างนี้ว่า

“อาจจะมีเรื่องของค่านิยมของตัวเด็กอยู่แล้วก่อนที่จะเลือกเข้าไปศึกษา มีทัศนะคติมุมมองกับเรื่องนี้ยังไง อย่าง มศว. ที่เป็นมหาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เด็กต่างจังหวัดที่สอบตรง เด็กที่แอดมิชชั่นเข้ามา ซึ่งเด็กเหล่านี้ก็อาจจะมีทัศนะคติที่ติดตัวมาพื้นๆ ไม่หวือหวา ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเอกชนดังๆ เด็กก็ต้องมีฐานะหน่อย ก็อาจจะมีมุมมอง และทัศนคติอีกแบบหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เข้มงวดมาก ถือว่าปานกลาง มีเพียงการกล่าวตักเตือนเท่านั้น ส่วนใหญ่เด็กๆ ก็จะรู้กันเองมากกว่า”

เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยศิลปากรที่มองเรื่องค่านิยมที่ติดตัวนักศึกษามาก็มีส่วนสำคัญในเรื่องการแต่งกายแต่ส่วนที่สำคัญและหล่อหลอมให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่มีทัศนะคติและค่านิยมไปในทิศทางเดียวกันนั่นก็คือ การดูแลจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง โดยเริ่มหล่อหลอมตั้งแต่ปี 1 ที่ได้เข้ามาให้น้องๆ ได้รับรู้ถึงค่านิยมของมหาวิทยาลัยหรือคณะนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

“ส่วนสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมค่านิยมเหล่านี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 1 ความเป็นปัจเจคที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจะถูกหลอมละลาย ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณกิจกรรมนักศึกษาที่มีส่วนช่วย พี่ๆ ก็มีส่วนช่วยให้น้องสามารถปรับตัวได้เมื่อเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย อย่างวิทยาเขตเพชรบุรีที่นักศึกษาปี 1 ส่วนใหญ่ต้องมาอยู่หอใน พี่ๆ ก็จะมีส่วนช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด สังคมที่อยู่ก็จะมีแต่รุ่นพี่ อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัย ไม่มีคนนอกอยู่ นั่นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปแต่งกายวาบหวิว”

“ตระหนักรู้…แต่ยากที่จะปฏิบัติตาม”

แม้ปัจจุบันจะยังมีชุดนักศึกษาแบบผิดระเบียบตามแฟชั่นให้เราได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นส่วนน้อยจากมหาวิทยาลัยรัฐบาล หรือครึ่งๆ จากมหาวิทยาลัยเอกชน แต่ส่วนลึกๆ แล้วนิสิต-นักศึกษาส่วนใหญ่ตระหนักรู้ถึงประโยชน์และโทษของการแต่งกายผิดระเบียบ หรือวาบหวิว จนเกินขอบข่ายของชุดนักศึกษา รู้ว่าการแต่งโป๊จนเกินไปอาจนำมาซึ่งอาชญากรรมทางเพศได้ จากมุมมองของตัวนักศึกษาเองต้องบอกเลยว่า “ตระหนักรู้ แต่ก็ยากที่จะปฏิบัติตาม” ส่วนใหญ่เข้าใจและตระหนักถึงสิ่งที่มหาวิทยาลัย และสิ่งที่อาจารย์กำลังสื่อสาร แต่การเข้าใจและรู้ว่าระเบียบของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร กับการปฏิบัติบางทีมันก็เป็นไปได้ยาก

โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนนักศึกษาสมัยที่เรียกว่า “Gen Y และ Gen Z” จะมีความเข้าใจว่า การแต่งกายให้ถูกระเบียบหรือสุภาพเรียบร้อยเหล่านี้ “มันไม่เกี่ยวกับการเรียน” ซึ่งถ้าเป็นคำพูดพวกนี้ในยุคสมัยที่เรากำลังเรียนหนังสือก็มักจะถูกอธิบายแบบนี้เหมือนกัน แต่อย่างกรณีการเข้าสอบมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กลับพบว่า นักศึกษาแต่งกายมาเข้าสอบอย่างถูกระเบียบ เพราะรู้ว่าถ้าไม่แต่งมาก็จะไม่ได้เข้าห้องสอบตามกฎที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้
 
นางสาวช่อขวัญ วงศ์สุวรรณ์ นักศึกษาชั้นปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวถึงโครงการรณรงค์เรื่องเครื่องแต่งกายของนักศึกษาที่ทางมหาวิทยาลัยได้ทำการรณรงค์มานานแล้วแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนใหญ่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต จะแต่งกายผิดระเบียบถึงครึ่งต่อครึ่ง และมีทั้งผิดแบบชุดไปรเวท กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และผิดระเบียบในชุดนักศึกษาที่รัดและสั้นจนเกินไป ปัจจุบันไม่มีใครมองว่าเครื่องแบบนักศึกษาคือยูนิฟอร์ม แต่มันคือแฟชั่น การใส่ชุดไปรเวทก็ไม่เซ็กซี่เท่ากับชุดนักศึกษา

“ฉันแต่งกายสุภาพไม่สุภาพ โป๊ไม่โป๊มันเกี่ยวอะไร ก็ตัวของฉันไม่มีผลกับการเรียน” 

 “เครื่องแบบนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบเป๊ะ นั้นเชยมาก เสื้อตัวโคร่งหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า บางครั้งใส่แล้วก็ไม่เหมาะกับตัวเรา มันดูไม่สวยงาม ยอมรับว่าก็ไม่สามารถแต่งกายให้ถูกระเบียบเป๊ะได้ แต่นักศึกษาทุกคนก็รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรแต่งกายถูกระเบียบ อย่างเวลาเข้าสอบหรือไปติดต่อธุระที่มหาวิทยาลัยเราก็ต้องให้เกียรติสถานที่ด้วยเช่นกัน”

ถ้าไม่แต่งกายให้ถูกระเบียบมหาวิทยาลัยเป๊ะๆ ก็ควรใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่ใช่ใส่รองเท้าแตะ ถ้าเป็นผู้หญิงก็ใส่เสื้อที่มิดชิด ไม่รัดติ้ว หรือกระโปรงไม่สั้นเกินไป ส่วนผู้ชายก็ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ค่อนข้างมีอิสระและเสรีมากกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเรื่องของเครื่องแบบนักศึกษาโดยนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศักรินทร์ ไกรสิทธิ์ ก็ได้กล่าวถึงความเป็นเนเจอร์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า แต่งตัวตามสบายได้แต่ก็ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นชุดสุภาพ ถ้าคิดจะใส่ชุดนักศึกษาแต่เป็นเสื้อรัดรูป กระโปรงสั้นๆ ให้ใส่เป็นชุดอะไรก็ได้แต่เป็นชุดที่สุภาพจะดีกว่า

“ในส่วนตัวผมคิดว่าชุดนักศึกษาเป็นชุดที่น่ารักนะครับ ถ้าใครใส่ชุดนักศึกษาเข้าไปเรียนอาจารย์ก็คงจะเอ็นดู อีกอย่างคือชุดนักศึกษาจำเป็นมากในงานพิธีการต่างๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นระเบียบ ความสุภาพ และถูกกาลเทศะ ผมคิดว่านักศึกษาทุกคนรู้ว่าเราควรใส่ชุดอะไร เวลาไหน วิชาอะไรที่เราควรใส่ชุดนักศึกษา หรือไปรเวทได้”

หากถามว่าชอบไหมกับการที่จะต้องแต่งเครื่องแบบนักศึกษาก็คงจะมีทั้ง 2 คำตอบให้เราได้ยินนั่นก็คือ ทั้งชอบและไม่ชอบ ส่วนใหญ่ก็จะให้เหตุผลว่า ชอบเพราะไม่ต้องมานั่งคิดว่าวันนี้จะใส่อะไรไปเรียน แค่หยิบชุดนักศึกษามารีดแล้วก็ใส่ไป ส่วนคนที่บอกว่าไม่ชอบแต่งชุดนักศึกษา ก็จะมีเหตุผลว่า อยากแต่งชุดที่สวยงาม ตามกระแส มีเทรน ถ้าเลือกได้ก็อยากใส่ไปรเวทมากกว่า แต่พอถึงเวลาถ้ามีอาจารย์ตรวจ หรือมีสอบ นักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะปฏิบัติตามแต่โดยดี

เครื่องแบบ…ไม่มีผลต่อการเรียนเก่งหรือไม่เก่ง

จากความเห็นของนักศึกษาส่วนใหญ่ในเรื่องทัศนะคติเกี่ยวกับเครื่องแบบนักศึกษา ให้ความหมายตรงกันว่า ไม่ว่าพวกเขาจะแต่งกายอย่างไรก็ไม่มีผลกับการเรียนอย่างแน่นอน เครื่องแบบนักศึกษาไม่ได้ทำให้พวกเขาเรียนเก่งขึ้น หรือแย่ลง สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงองค์ประกอบภายนอก และถึงแม้ว่าเครื่องแบบนักศึกษาจะไม่มีผลต่อการเรียนก็จริง แต่ทุกคนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า “เครื่องแบบนักศึกษา คือ ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย”

 ในมุมมองของนักศึกษาธรรมศาสตร์ เห็นด้วยว่า “การแต่งกายอย่างไรก็ไม่มีผลกับการเรียน เรามีหน้าที่มาเรียนเราก็ต้องโฟกัสที่การเรียนเป็นหลัก ไม่ได้สนใจว่าเราต้องแต่งกายอย่างไร สวยงาม หล่อ เท่ห์ เข้ามาเรียน แต่งตัวตามสบาย และเหมาะสมกับบริบทของการเรียน แต่ถ้าแต่งตามสบายแต่ดูไม่สุภาพ ก็ไม่เห็นด้วย เราจึงได้มีการรณรงค์ให้แต่งกายในชุดสุภาพเข้าไปเรียน เพราะว่ามันก็เป็นการให้เกียรติกับสถาบัน อาจารย์ผู้สอน และที่สำคัญก็เป็นภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน”

ด้าน นายภานุพงศ์ เงาะลำดวน นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ม.ศิลปากร ได้แสดงความคิดเห็นต่อความสำคัญของเครื่องแบบนักศึกษาว่า แม้การใส่เครื่องแบบจะไม่มีผลกับการเรียนก็จริง แต่มันแสดงถึงภาระหน้าที่ที่เรากำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้น

“เครื่องแบบก็เหมือนกับการใส่หัวโขนอย่างหนึ่ง ในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมปกติ เดินปนกันไปปนกันมา เราจะรู้ไหมว่าใครเป็นโจร ใครเป็นตำรวจถ้าเขาไม่ใส่ยูนิฟอร์ม เราจะรู้ไหมว่าใครเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล และเราจะรู้ไหมว่าใครเป็นนักศึกษาเหมือนเรา? คุณจะไม่รู้อะไรเลยถ้าไม่จำแนกกลุ่มคนพวกนี้ออกมา แต่ถ้าถามว่ามันเป็นการบังคับให้เขาต้องทำตามไหม อันนี้มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เขาต้องเรียนรู้และเลือกเพื่อตัวของเขาเองมากกว่า”

การที่นักศึกษาจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยใดก็ตาม นอกจากความรู้ที่ได้ตักตวงออกไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องได้ไปนั่นก็คือทักษะทางสังคม ถ้ามีความรู้อย่างเดียวแต่ไม่รู้จักมารยาททางสังคมเลย มันก็เท่ากับว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” อย่างเรื่องการแต่งกายก็เป็นเรื่องของกาลเทศะ ต้องรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัยสถานะคือนิสิต-นักศึกษา จะต้องรู้ว่าควรจะแต่งตัวอย่างไร ตราบใดที่ยังมีเข็มและตรามหาวิทยาลัยติดอยู่ที่หน้าอก พวกคุณคือ “ภาพลักษณ์” ของมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่เรียบร้อยอยู่ภายในรั้วของมหาวิทยาลัยเท่านั้น เวลาออกไปข้างนอกก็ควรที่จะรักษาภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน.

ที่มา: manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000120768

10 สุดยอดนางเอกเอวีมาแรงแห่งปี 2014 [18+]


นางเอกเอวี
10 สุดยอดนางเอกเอวีมาแรงแห่งปี 2014

หากพูดถึงวงการหนังเอวี (AV) แล้ว เชื่อว่าผู้ชายหลายคนต้องหูผึ่งขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ? ซึ่งความจริงแล้วบางคนอาจคุ้นเคยดีหน้าตาและเรื่องราวของดาราสาวเหล่านี้อยู่แล้วก็เป็นได้ วันนี้ MoohunDesign จึงนำนางเอกเอวีสาวสุดฮอต 10 คน ที่กำลังมาแรงในปีนี้มาทำให้ใจของหนุ่ม ๆ ได้รู้สึกกระชุ่มกระชวย พร้อมรู้สึกปึ๋งปั๋งขึ้น เอาล่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีสาวคนไหนที่น่าจับตามองเป็นพิเศษบ้าง

 มิยูกิ โยโกยามา (Miyuki Yokoyama)

Miyuki Yokoyama

มิยูกิ โยโกยามา สาวสวยตาโตวัย 25 ปี เป็นชาวโตเกียวโดยกำเนิด ด้วยหน้าตาบวกกับทรวดทรงที่บาดใจหนุ่ม ๆ รวมถึงลีลาการแสดงอันเร่าร้อนที่หลายคนอาจเคยผ่านตากันมาบ้าง จนทำให้มิยูกิได้รับรางวัลการันตีผลงานอย่าง ดาวรุ่งยอดเยี่ยม (Best New Actress) มาแล้วในปี 2010 ที่จัดขึ้นโดย PG Film Prize อีกด้วย

 อากิโฮ โยชิซาวา (Akiho Yoshizawa)

Akiho Yoshizawa

สาวหน้าตาจิ้มลิ้มชวนฝัน พร้อมสัดส่วนที่พร้อมปลุกใจชายให้เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ มีผลงานออกมาให้ได้ชมแล้วมากมาย ซึ่งใครมีโอกาสได้ชมผลงานของเธอคงไม่แคล้วยกนิ้วให้กับความเซ็กซี่ของอากิโฮไปตาม ๆ กัน ที่สำคัญเจ้าตัวยังเคยเล่นหนังผู้ใหญ่แบบ 3 มิติมาแล้วเมื่อปี 2010 ซึ่งคนที่ได้ดูไปแล้วคงฟินกันน่าดู

 เมอิ มัตสึโมโต (Mei Matsumoto)

Mei Matsumoto

เมอิ มัตสึโมโต สาวน้อยวัย 21 ปี ที่ไม่ว่าหนุ่ม ๆ คนไหนได้เห็นท่วงท่าของเธอก็ต้องหลง ซึ่งนอกจากจะมีหน้าตาชวนเคลิ้มแล้ว เมอิยังมีหุ่นสุดสะบึมอันเย้ายวนใจจริง ๆ เอาเป็นว่าเมอิเป็นนักแสดงที่มีอนาคตไกลแน่นอน ถ้าเธอไม่เจอชายในฝันจนผันตัวออกจากวงการไปเสียก่อน

 โซเฟีย ทาคิกาวา (Sofia Takigawa)

Sofia Takigawa

ด้วยความที่ โซเฟีย ทาคิกาวา เป็นลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น ทำให้เธอมีหน้าตาน่ารักแบบสาวญี่ปุ่นและสัดสวนอันบอบบางบวกกับไฟหน้ามหึมาของเธอที่เปรียบดั่งสาวยุโรป มันเลยเป็นการผสมผสานกันที่ลงตัวในการแสดงของเธอ จนทำโซเฟียเป็นที่คลั่งไคล้ของหนุ่ม ๆ เป็นอย่างมาก

 คาเรน อูเอะฮารา (Karen Uehara)

Karen Uehara

คาเรน อูเอะฮารา นางเอกสาววัย 21 ปี เป็นคนที่มีผิวพรรณเนียนชนิดที่ผู้ชายเห็นแล้วอยากสัมผัสเพื่อพิสูจน์ความเนียนกันทั้งนั้น แถมยังเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสอีก ใครจะรู้ว่าหน้าตาใส ๆ น่ารักแบบนี้จะมีลีลาโลดโผนที่สามารถทำให้ผู้ชายใจสั่นกันทุกคน

 อาเมริ อิชิโนเสะ (Ameri Ichinose)

อาเมริ อิชิโนเสะ

           นอกจากรูปร่างของอาเมริ อิชิโนเสะ ที่ทำให้ผู้ชายต้องน้ำลายไหลได้ง่าย ๆ แล้ว เธอยังมีหน้าตาคล้ายสาวยุโรปอีกด้วย แถมลีลาก็ไม่เป็นสองรองใคร เดบิวท์เล่นหนังผู้ใหญ่ครั้งแรกในปี 2006 ซึ่งเธอเป็นที่สนใจอย่างมาก เมื่อมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าอาเมริเป็นแฟนสาวของนักฟุตบอลชื่อดัง ชินจิ คางาวะ สมัยที่อยู่กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะหน้าตาคล้ายคลึงกันมากนั่นเอง

 ริโคะ ยามากูจิ (Rico Yamaguchi)

Rico Yamaguchi

สำหรับสาวสวยอกไซส์บิ๊กรายนี้เคยสร้างชื่อให้ตัวเองมาก่อนด้วยการเป็นนักรองในวง AKB48 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเอเชีย โดยชื่อจริงของเธอคือ รินะ นากานิชิ (Rina Nakanishi) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นริโคะ ยามากูจิ ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันในโลกเอวีนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้เธอยังมีน้องสาวชื่อริคุที่สวยไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นคนชวนเธอเข้าวงการอีกด้วย แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่สองพี่น้องได้อำลาวงการเอวีไปแล้ว

 นัตสึกิ คิทากาวะ (Natsuki Kitagawa)

Natsuki Kitagawa

นับว่านัตสึกิ คิทากาวะ เป็นนางเอกเอวีที่เพอร์เฟคท์สุด ๆ ทั้งมีหน้าตาน่ารักแบบธรรมชาติของสาวญี่ปุ่นและทรวดทรงที่แสนเซ็กซี่ ทำให้ผู้ชายต้องตื่นเต้นไปกับทุกท่วงท่าที่ดุดันของเธอ จึงไม่แปลกว่าทำไมเธอถึงเป็นคนหนึ่งที่มาแรงแบบสุด ๆ นั่นเอง

 ยูอิ ฟูจิชิมะ (Yui Fujishima)

Yui Fujishima

ยูอิ ฟูจิชิมะ สาวน้อยวัย 22 ปี ที่เราเชื่อว่าใครหลายคนนำเธอไปจินตนาการว่าเป็นนางเอกสาวจากเรื่อง Death Note อย่าง อิริกะ โทดะ (Erika Toda) ด้วยความที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก แถมไฟหน้าที่โดดเด่นบวกกับลีลาที่เด็ดซะผู้ชายอย่างเราต้องฝันค้างกันอยู่บ่อย ๆ อีกด้วย

 นามิ โฮชิโนะ (Nami Hoshino)

Nami Hoshino

ไม่ว่าเธอผู้นี้จะสวมบทเป็นซานตี้แสนใจดีหรือสายลับที่น่าค้นหา นามิก็เล่นได้สมบทบาทเป็นอย่างยิ่ง แถมตอนนี้เธอมีอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น เธอจึงเป็นอีกคนที่มีอนาคตไกลในวงการเอวีอย่างแน่นอน เรามารอดูกันดีกว่าว่าบทต่อไปของเธอจะได้เล่นเป็นใคร

เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนต้องมีใจสั่นกันบ้างล่ะ เพราะนางเอกสาวเอวีแต่ละคนมีทั้งหน้าตาน่ารักน่าหลงใหลบวกหุ่นที่เป๊ะเว่อร์ จึงไม่แปลกเลยหากคุณจะฝันถึงพวกเธออยู่บ่อย ๆ เมื่อไปอย่างนั้นแล้วก็ไปหาอะไรดูกันดีกว่า เผื่อจะได้ผ่อนคลายความเครียดเรื่องงานหรือเรื่องเรียนได้บ้าง แต่อย่าหมกมุ่นจนเกินไปนักละ อิอิ

ที่มา: men.kapook.com/view103457.html
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก asianwiki, jjgirls, meatbeerbabes, Instagram @ameriichinose และmax-a.co.jp
**หมายเหตุ: แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา 11.30 น.

[แจกรูป] อลิซ : สุดยอดเน็ตไอดอลไทย สุดเซ็กซี่ …


สาวแบ๊วทรงโต เลือดกำเดาพุ่งกระฉูด!! แม่คู๊ณณณณณณณณ รูปถ่ายตอนอาบน้ำนี่เลื่อนมาอีกนิดก็ดีนะ 😀

 

อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :
อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :

 

อลิซ เน็ตไอดอลเต้าสะบึ้ม!!!! :

 

ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cartoonthai&month=18-09-2014&group=233&gblog=732

มาทำความรู้จักกับ “มันแกว” สาวฮอตในโลกออนไลน์เจ้าของฉายา “นมคุณธรรม”


 

 

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ มีข่าวครึกโครมและการแชร์ภาพของสาวน้อยสุดเซ็กซี่คนหนึ่งให้ว่อนโลกออนไลน์ โดยสาวในภาพคือ “มันแกว”  เจ้าของฉายา “นมคุณธรรม” ว่าแต่เธอเป็นใคร แล้วทำไมจึงมีฉายาว่า นมคุณธรรม วันนี้เรามารู้จักเธอให้มากขึ้นอีกนิดกันดีกว่า

 

 

มันแกว มีชื่อจริงว่า รุ่งตะวัน ชัยหา จบการซึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการตลาด และสิ่งที่ทำให้สาวน้อยคนนี้โด่งดังนั่นก็คือ ภาพเซ็กซี่วาบหวิวอวดเนินอกนั่นเอง และนับวันก็ยิ่งทวีความเซ็กซี่มากขึ้น จนทำให้มีคนกดไลค์แฟนเพจของเธอมากกว่า 3 แสนคนด้วยกัน

 

 

เธอได้ไปออกรายการคนดังนั่งเคลียร์ เพื่อเคลียร์ทุกประเด็นเกี่ยวกับตัวเธอ ว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน และทำไมเธอจึงได้ฉายาว่าเธอเป็น “น้องมันแกว นมคุณธรรม” ซึ่งวันนี้เราก็มีภาพสวยๆ ของเธอมาฝาก พร้อมคลิปรายการคนดังนั่งเคลียร์มาให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลจาก :: http://www.macthai.com

ขอบคุณคลิปจาก :: thaich2

http://entertain.teenee.com/thaistar/122036.html

[รวมรูป] น้องมุกกี้ เซ็กซี่ซาบซ่า เน็ตไอดอลมาแรง!!!


 

น้องมุกกี้ เซ็กซี่ซาบซ่า เน็ตไอดอลมาแรง!!!

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเน็ตไอดอลมาแรง!!! อย่าง น้องมุกกี้ ด้วย ความน่ารักบวกกับรอยยิ้มอันแสนหวานเหมือนน้ำตาลเดือนห้า ทำเอาหัวใจหนุ่มละลายไปค่อนประเทศ อีกทั้งยังมีสไตล์การแต่งตัวแบบผมสั้นโฉบเฉี่ยวเปรี๊ยวซี๊ดซ๊าดดูดีเป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัวและที่สำคัญ ยามที่น้องมุกกี้ใส่บิกินี่โพสต์ท่าถ่ายรูปเมื่อใดบรรดานางแบบยังต้องชิด ซ้าย ทั้งทรวดทรงองเอวดูเหมาะเจาะกลมกลืนเป็นที่สุด เซ็กซี่และ น่ารักแบบนี้น้องมุกกี้ถึงได้เป็นเน็ตไอดอลที่มาแรงสุดๆแบบหยุดไม่อยู่ จริงๆ พูดแล้วจะหาว่าคุย!! ลองไปพิสูจน์กันเลยครับว่าจะน่ารักเซ็กซี่สมกับคำร่ำลือกันหรือไม่….

ขอบคุณภาพจาก facebook Mookies Zapp

น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้น้องมุกกี้

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด [มีรูปจัดเต็ม]


 

เรียกได้ ว่ามาแต่ละครั้งไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ กับ น้องไฝ และความเซ็กซี่ทะลุพิกัด ซึ่งรับรองว่าหนุ่ม ๆทั้งหลายจะต้องฟินไปกับ น้องไฝ อย่างแน่นอน อย่ารอช้าน้องไฝ สาวแดนมังกรคนนี้เราคุณเข้ามาชมความเซ็กซี่ของเธออยู่ ^^ และของแถมกับเพื่อนสาวสุดอึ๋มอีกคนด้วย

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

 

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

 

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

น้องไฝ กับความเซ็กซี่ทะลุพิกัด

 

 

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]


 

 

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]
อย่าให้พวกเธอต้องใช้กำลังบังคับ…จะถอดไ­หม…
อยากรู้จักพวกเธอมากกว่านี้ ตามไปที่ http://www.facebook.com/CupCgang
▼ iTunes : http://bit.ly/TakeItOff_CupC
♫ Deezer : http://www.deezer.com/track/86177191
♫ KKBOX : http://kkbox.fm/Kd0QIo

Single แรกจาก 5 สาว Cup C เรื่องราวของความรักที่พวกเธอกล้าตัดสินใจ­บอกออกไปว่า พวกเธอกล้าถอดใจมาให้คุณดูหมดใจว่ารักกันจ­ริ งหรือเปล่า เลยอยากจะขอดูใจของคุณที่นิ่งๆ อยู่ เผยออกมาให้เห็นความจริง เพราะต่อให้คุณไม่ยอม ยังไงคุณก็ต้องถอด อย่าให้พวกเธอต้องใช้กำลังบังคับ…จะถอดไ­หม…“ถอดไม่ถอด”?

การ รวมตัวครั้งใหญ่ของสาวเซ็กซี่จาก A’lure และ Girl Zaa แหวกกระแส Girl Group ไทย มาเป็นศิลปินฝึกหัดของค่ายเพลง Mono Fugo (ในเครือ Mono Music) เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ที่พกความเปรี้ยว เอ็กซ์ เซ็กซี่ที่เป็นเอกลักษณ์ และจังหวะดนตรีที่สนุกสนานมาให้คุณได้สัมผ­ัส
แหวกกระแส Girl Group ขยี้หัวใจชายไทย ด้วยความสดใสน่ารักปนเซ็กซี่ของรูปร่างหน้­าตา เพลงสนุกด้วยจังหวะเต้นมันส์ ๆ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงที่แซบจี๊ด รวมไปถึงท่าเต้นวาบหวามเร้าใจ และสัดส่วนที่เย้ายวนและเซ็กซี่

Executive Producer : Ratchapol Chitpuengtham
Produced by : Greennus, Mr.Holme
Music by : Greennus, Mr.Holme
Lyrics by : Greennus
Mixed &Mastered by : Mr.Holme
Art Director : Prawit Jensukhum
Graphic Designer : Arisara Warasiri, Chanatanon Uchupantapat
Photographer : Chaisit Kitborriboon
Stylist : Siwanat Lertsaksiri
Choreographer : Harlem Shake
Public Relation : Kae 089 967 4565 / New 087 685 4495


 

SS เพิ่มเติม

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]

ถอดไม่ถอด (Take It Off) : Cup C [Official MV]